ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้
Southern Thailand NewsPeople
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STCC
วันเสาร์ ที่ 4 กันยายน 2553
Posted by ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้ , ผู้อ่าน : 1475 , 18:37:14 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นสพ.ฅนปากใต้ (เซกชั่น'เปลื้อง')
คอลัมน์ : จดหมายเหตุหมู่บ้าน
โดย สุวิทย์ มาประสงค์

เกลอ/เครือข่าย และ connection
“เกลอเป็นมากกว่าบารมีและพรรคพวกเพื่อการพึ่งพาอาศัย”
หนังพร้อมน้อย ตะลุงสากล
ศิลปินแห่งชาติสาขาการแสดงพื้นบ้าน ปี พ.ศ. 2546

1.
เรื่องเล่าของเจือ เพชรขาว อดีตนักเลงดังแห่งบ้านเหมก ทำให้ผมนึกเห็น
เหตุการณ์อันชวนตื่นระทึกขวัญที่เกิดขึ้นเมื่อราวสามสิบปีก่อน เรื่องราว
เกิดขึ้นในสายวันหนึ่ง ในสวนยางพาราเชิงเขาบรรทัดฟากจังหวัดตรัง
ก่อนนั้นสองวันในนาวานเก็บเกี่ยวของเพื่อนบ้าน พลอยหัวเกลอของเจือ
ซึ่งหลงรักสาวนวลจนหัวปักหัวปำ ได้ไปยืนเฝ้าจ้องเธอจากบนคันนา
ในท่ามกลางฝูงคนเขาหลุดเอ่ยปากเสียงดังและแสดงท่าทีว่าเป็นเจ้าของ
สาวคนสวย และนั่นจึงเป็นที่มาของเรื่องร้าย

“หน้าอย่างมึงไม่มีวันเห็นขาอ่อนกูหรอก” นวลสวนเสียงให้ทุกคนได้ยิน
กันทั่วจนพลอยต้องล่าถอยเดินคอตกมาหาเจือด้วยความอับอาย

เจือบอกให้พลอยกลับไปนอนรอที่บ้าน ศักดิ์ศรีที่ถูกสาวนวลย่ำยีในที่
สาธารณะนั้นเขาจะไปกอบกู้ให้ และในสายของวันที่ว่า ระหว่างปลอดคน
เจือกับเพื่อนสองคนก็เข้าฉุดสาวนวลขณะออกไปช่วยเก็บน้ำยางให้พ่อ
ไปส่งให้พลอยในขนำร้างที่นัดหมาย นวลขัดขืนและดิ้นสู้ และนั่นก็ทำ
ให้น่องเธอเลือดสาดด้วยไม้เรียวในมือของเจือ

เรื่องราวน่าจะจบลงด้วยดีเมื่อพลอยใช้กำลังเอานวลเป็นเมียได้โดยพฤตินัย 
แต่ด้วยใจที่ไม่ร่วมปฏิพัทธ์ก็ทำให้เธอลอบหนีจากขนำร้างขณะพลอยเผลอ
หลับด้วยความอ่อนเพลีย โชคร้ายที่นวลออกมาเจอกับพวกของเจือที่คอย
เป็นยามระวังอยู่รอบนอก เธอถูกเฆี่ยนและจับมัดเข้าไปส่งในขนำอีกหน
และเมื่อพยายามหนีอีกครั้ง เจือก็เอาโซ่ล่ามช้างของเขาไปล่ามเธอไว้กับ
เสา ทีมหนุ่มรู้ดีว่า หากสาวหลุดรอดไปถึงบ้านได้ ประตูคุกก็จะเปิดอ้าต้อน
รับพวกเขาในทันที
เป็นกติกาของชุมชนบ้านป่ายุคก่อนที่ยอมรับร่วมกันว่า หากหญิงสาวตก
เป็นของชายหนึ่ง แม้ว่าจะมาจากการถูกฝืนใจก็ตาม หากชายรักจริงและ
ยกขึ้นเป็นแม่เรือน การฝืนใจนั้นก็จะถูกปล่อยเลยตามเลย  รอจนสาวเจ้า
ตั้งท้อง ฝ่ายชายก็จะนำหมากพลูไปขอสมาลาโทษต่อพ่อแม่ฝ่ายหญิง
แล้วเรื่องราวอันชวนตื่นเต้นของบ้านทุ่งก็รีเรียวลงเป็นเรื่องราวเล็กๆ
ที่จะค่อยๆ เลือนหายไปกับสายลมของฤดูกาล หรือถูกกลบทับด้วย
เหตุการณ์ตื่นตา ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น แต่นั่นมันก็หมายถึงว่า ฝ่ายชายพอ
มีฐานะให้ฝ่ายหญิงยอมรับได้ ในทางตรงข้ามหากฝ่ายชายเป็นหนุ่ม
ยากจนไร้พวก การฉุดสาวมาทำเมียก็อาจจะฝ่าอุปสรรคที่แสนโหดหิน
เพราะต้องพาหญิงสาวหลบหนีจากการตามล่าของฝ่ายหญิงชนิดหัวซุก
หัวซุน

เจือเล่าว่า การฉุดสาวทำเมียมาจากสองกรณี หนึ่งเกิดจากการหมิ่นแคลน
ของฝ่ายหญิงต่อชาย สองเกิดจากการกีดกันของผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง นอกเหนือ
สองกรณีนี้การฉุดสาวย่อมถูกเหยียดหยาม ขากถุยและดูเบาจาก ชุมคน
คติฉุดสาวที่เกลอหลงรักไปให้เกลอทำเมียอันเกิดจากทั้งสองกรณี นับเป็น
น้ำมิตรหนึ่งที่หัวเกลอกระทำกันจนกลายคติอย่างหนึ่งในแถบลุ่มทะเลสาบ
ในยุคอดีต คติดังกล่าวเพิ่งสูญหายไปจากชุมชนท้องถิ่นแถบนี้ในช่วงที่สังคม
ล่วงเข้าสู่ทศวรรษที่ 2520 นี้เอง เพราะเมื่อล่วงมาถึงทศวรรษดังที่กล่าวนี้
คำนึงศักดิ์ศรีของผู้คนและความสามารถในการกีดกันความสัมพันธ์ของ
หนุ่มสาว ถูกทำให้อยู่นอกเหนือโลกแห่งการรับรู้ของผู้เป็นพ่อแม่อีก  
                                                          

ค่อนดึกคืนนั้น ปลอบ-ลูกชายโทนของเปรม ทุ่งลาน กระหืดกระหอบ
กลับมาถึงบ้าน พลางร้องละล่ำละลักบอกผู้พ่อว่า เขาทะเลาะกับหนุ่ม
ต่างบ้านในงานวัดและได้แทงคู่อริเสียชีวิต เอ่ยชื่อหนุ่มคู่แค้นให้พ่อ
รับรู้ด้วยน้ำเสียงอันหวาดหวั่น ด้วยรู้ดีว่า ไม่นานพ่อของหนุ่มเคราะห์ร้าย
ที่เป็นนักเลงใหญ่จะยกพวกตามมาถล่มถึงบ้าน

เปรมเขียนจดหมายสองสามบรรทัดส่งให้ลูกชายนำไปให้หัวเกลอต่างตำบล
คืนนั้นปลอบเดินฝ่าดึกข้ามทุ่งไปยังบ้านของเกลอพ่อ ฝ่ายเปรมคว้าปืนลูกซอง
ชวนเมียลงมานั่งซุ่มรอท่าผู้มาเยือนอยู่สายดมภ์ ก่อนรุ่งสางคืนนั้น บ้านของ
เปรมถูกระดมยิงจนพรุนทั้งหลัง แล้วไฟก็ลุกโหมขึ้นท่วมบ้าน เปรมสุดทน
ออกจากที่ซ่อนไปดวลกับศัตรูลูกชายจนตัวตาย พินตัวสั่นอยู่ในที่ซ่อน
และเหลือรอดชีวิตมาเล่าเรื่องราวนี้

ขาใหญ่ผู้สูญเสียลูกชายโทนยังไม่หนำใจ ยกพวกออกตามล่าปลอบไปยัง
ที่หลบพิง แต่หัวเกลอเปรมพร้อมปืนและพวกออกมาเจรจาด้วยน้ำเสียง
เด็ดขาด“ลูกมึงถูกชดใช้เกินพอแล้ว  ถ้ายังไม่พอ ก็ข้ามศพกูไป”

ฝ่ายสูญเสียก่อนยังไม่ยอมยุติความคั่งแค้น การประจัญบานระหว่างกลุ่ม
จวนเจียนจะเกิด แต่หัวเกลอของเปรมผู้วายชนม์ เสนอทางออกด้วยความ
หาญกล้า“ยิงกันตอนนี้ คนอื่นๆจะเดือดร้อน เย็นพรุ่งนี้...ที่นี่...มึงกับกูแลก
กันคนละนัด”ฝ่ายตรงข้ามรับคำท้าทายนั้นแล้วยกพวกกลับบ้าน

ก่อนการดวลด้วยปืนลูกซองยาวจะมาถึงเพียงครึ่งวัน  การเผชิญหน้าระหว่าง
นักเลงใหญ่สองตำบลยุติลงด้วยการไกล่เกลี่ยของ “ชา สองหิ้ง” นายโรงโนรา
ชื่อดังแห่งเชิงเขาบรรทัด 

หลังงานศพผ่านไป เมียและลูกของเปรม ทุ่งลาน ก็เข้าไปอยู่ในความคุ้มครอง
ของหัวเกลอพินกับลูกชายมีชีวิตในครอบครัวใหม่อย่างมีความสุข หลังการตาย
ของผัวสองปี นางมีลูกชายอีกคนกับเกลอผัว

การดูแล ปกป้อง และให้ความคุ้มครองต่อครอบครัวของเกลอยามวิกฤติ
เป็นพันธสัญญาอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ระหว่างเกลอ และไม่ปรากฏ
การเรียกร้องพันธกิจดังกล่าวต่อกัน หากแต่ปรากฏการณ์ทำนองนี้ เราสามารถ
สืบค้นกรณีตัวอย่างที่ยังมีชีวิตอยู่ได้จากทั้งสองฟากเชิงเขาบรรทัด ตลอดจนถึง
บริเวณลุ่มทะเลสาบได้โดยใช้เวลาไม่ถึงวัน

ในโลกใบเก่านั้น วัฒนธรรมเกลออาจเป็นสถาบันที่ไม่เป็นทางการของสังคม
ขณะหน้าที่ (function) ในโครงสร้างแบบสังคมปลายนิ้วรัฐ (อำนาจรัฐยัง
เข้ามามีอำนาจไม่มาก) กลับเป็นตัวอย่างที่ประทับรอยความทรงจำร่วมกันไว้
ให้กับชุมคนกระทั่งถึงปัจจุบัน 

3.
เป็นที่รู้กันทุกย่านบ้านว่า อ่ำกับช้วนแห่งบ้านเขาโพลกเพลงเป็นเงาของกัน
และกัน ทั้งสองเคยเป็นศิษย์ร่วมสำนักวัดเขาอ้อในช่วงปลายๆ ยุค หัวเกลอ
คู่นี้คบกันมาตั้งสมัยเด็ก กิน เที่ยว เล่น เลี้ยงวัว บวชเรียน กระทั่งมีลูกเมีย
แล้วก็ยังไปปลูกเรือนอยู่ประชิดกัน เว้นแต่เมียแล้วทั้งสองจะแบ่งปันร่วมใช้
ทุกสิ่งร่วมกัน 

ช่วงที่คอมมิวนิสต์ระบาดเข้ามาในหมู่บ้าน ทั้งสองมีโอกาสครอบครอง
ปืนบราวนิ่ง  5 นัดของทางการคนละกระบอก แม้จะถูกทางการเรียก
ไปอบรมการใช้อาวุธอยู่ร่วมเดือนแต่ทั้งสองก็ไม่เคยได้ลั่นไกกระสุนจริงๆ
สักนัด ปืนที่ทั้งสองแบกไปไหนมาไหนตามหลังกันแทนพร้าจึงเสมือนไม้
กระบอง

เหตุการณ์ขันขื่นเกิดขึ้นในเย็นย่ำวันหนึ่งหลังทั้งสองแปล้จากน้ำตาลเมา
มัคทายกเพียรผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ทั้งสองเอาปืนของกันและกันขึ้นมา
 “สำหนวน” และชวนกันสงสัยว่า มันจะยิงได้จริงไหม“ยิงวานมึงปรือ”
อ่ำสนุกนึกช้วนวางปืนลง ลุกยืนโก้งโค้ง เปิดผ้าถุงแล้วเอาสองมือแยก
ง่ามก้น“ยิงรูวานกูแล”อ่ำส่องปลายกระบอกไปที่ก้นเกลอแล้วกดตูม

ความตายของช้วนเป็นเรื่องหัวเราะยิ้มของชุมคน ครอบครัวของสอง  
ฝ่ายเป็นเจ้าภาพงานศพร่วมกัน หลังจากนั้น อ่ำและสมาชิกในครอบครัว
ต้องเป็นภาระร่วมในไร่นาของช้วนตั้งแต่ไถดำจนถึงเก็บเกี่ยวทุกปี

เพียร-มัคทายกวัดยืนยันว่า แม้ทุกวันนี้ ลูกๆ ของช้วนที่ยังมีชีวิตอยู่
ยังเอ่ยคำเรียกอ่ำว่า “พ่อ” อย่างให้ความเคารพในยามที่เอ่ยถึง
ความตายแบบทางการในใบมรณะบัตรของช้วน คือทำปืนระเบิด
ใส่ตัวเองเพราะเมาประมาท และนั่นเป็นคำให้การของคนในครอบครัว
ของช้วนอย่างไม่ฝืนใจ
ในโลกใบเก่า จารีตทางวัฒนธรรมในสังคมถูกให้ความนับถือมากกว่า
กฎหมาย เพราะหมู่คนมั่นใจว่า ศรัทธาต่อสายใยที่รัดร้อยพวกเขาไว้นั้น
ได้สำแดงให้เห็นพลังที่เป็นจริงในชีวิต

4.
กลางเดือนเมษายน ปี 2547 นักศึกษาสาวของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
คนหนึ่งได้นัดหมายผมและเพื่อนๆ ใน “กลุ่มนาคร”  ให้ไปสังเกตการณ์งาน
“เกลอพวง” ของหนังพร้อมน้อย ตะลุงสากล ซึ่งจัดขึ้นทุกปีที่บ้านท่ามิหรำ
อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เธอคนนัดกำลังเก็บข้อมูลภาคสนามเพื่อทำวิทยา
นิพนธ์เกี่ยวกับการสร้างเครือข่ายของกลุ่มคนภาคใต้ผ่านวัฒนธรรมเกลอ
ซึ่งเป็นระบบความสัมพันธ์ในลักษณะโครงสร้างของระบบอุปถัมภ์อีกแบบหนึ่ง

ผมกับเพื่อนๆ ไปถึงงานสายมากแล้ว เห็นเธอผู้นัดกำลังเก็บภาพของงานจาก
มุมต่างๆ เราจึงได้ทักทายกันตอนที่มื้อเที่ยงของการชุมนุมได้เริ่มขึ้น

จากประมาณการด้วยสายตา จำนวน “ข้าวหม้อแกงหม้อ” ค่อน 100 สำรับ
ที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะแถวเดี่ยว ทำให้ผมคาดเดาถึงจำนวนของกลุ่ม
“เกลอพวง” ของนายหนังตะลุงคณะนี้ได้อย่างคร่าวๆ

กติกาของงานชุมนุมนี้ถูกกำหนดขึ้นจากเกลอหัวแถวอย่างหนังพร้อมว่า
“ข้าวหม้อแกงหม้อต้องไม่มีค่าใช้จ่ายเกิน 100 บาท”

หนังพร้อมน้อยเป็นนายหนังตะลุงคนเดียวของภาคใต้ที่มีโอกาสได้รับความ
ไว้วางใจจากคนดูและกลุ่มพวกพ้องลงคะแนนเสียงให้เขาเป็นถึงสมาชิก
สภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดพัทลุงถึง 3 สมัยในนามของพรรคประชาธิปัตย์
ดังนั้นด้วยฐานะของตัวเอง (ที่เป็น ส.ส.แต่มีทรัพย์สินมาจากการเล่นหนัง)ที่
ใช้ชีวิตติดดินมาตลอด ก็ทำให้เขามอบความสำคัญให้กับน้ำมิตรของเหล่า
เกลอมากกว่าสิ่งอื่นใด ว่ากันว่า คะแนนเสียงส่วนสำคัญที่ทำให้เขาได้เป็นส.ส.
 มาจากฐานคะแนนของเหล่าบรรดาหัวเกลอนั่นเอง

เหล่า “เกลอพวง” หรือ “เกลอย่าน”  กว่าร้อยชีวิตที่มาร่วมชุมนุมกินข้าวกัน
ในวันนั้น ทำให้ผมมองเห็นสายใยความสัมพันธ์ที่แสดงถึงคุณค่าบางอย่าง
ของสังคมเก่า กำลังสำแดงพลังอยู่ท่ามกลางพายุของสังคมแห่งมูลค่า

งานชุมนุมเกลอพวง เป็นงานสังสรรค์กลุ่มเกลอที่เสมือนเป็นวันนัดกลุ่มเพื่อนๆ
มากินข้าวกัน ซึ่งนับเป็นกุศโลบายในการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นนั้น
ให้แน่นเหนียวยืนยงอยู่ด้วยกิจกรรม ที่ต่างได้มาร่วมกันอย่างน้อยปีละครั้ง
มิพักต้องพูดถึงงานบุญของกลุ่มพวกที่บรรดาเกลอจะไปช่วยงานกันอย่าง
เหนียวแน่น “เกลอพวง” เป็นการขยายความสัมพันธ์ของเกลอสองคนออกไป
เป็นสี-หก-แปด-สิบ-สิบสอง ฯลฯ ในลักษณะการจัดองค์กรของธุรกิจขายตรง
ต่างกันที่ธุรกิจมีประโยชน์และกำไรเป็นเป้าหมาย หากแต่เกลอพวง ถูกขยาย
ออกไปในลักษณะทวีคูณเพราะการผลัดกันพึ่งพา-พึ่งพิง และช่วยเหลือระหว่างกัน
ไม่เพียงเท่านั้น คนรุ่นหนังพร้อมยังมองว่า จำนวนของเกลอยังบ่งบอกถึงบารมี
ของกันและกัน แม้ความสัมพันธ์ในกลุ่มเกลอพวงนั้นจะแฝงไว้ด้วยความ
ไม่เท่าเทียมระหว่างกันเอาไว้ก็ตาม

วัฒนธรรมเกลอในสังคมลุ่มทะเลสาบสงขลา จึงเป็นทั้งอุดมการณ์อำนาจ
และอุดมการณ์องค์กรแบบบุพกาล พูดในภาษาปัจจุบันก็อาจกล่าวได้ว่า
ระบบเกลอในอดีตคือระบบเครือข่ายและเป็นคอนเนคชั่นของสังคมก็ไม่ผิด

ศาสตราจารย์สุธิวงศ์ พงศ์ไพบูลย์ ครูต้นแบบของการศึกษาคติชนภาคใต้กล่าวเอาไว้ว่า
เกลอเป็นระบบภูมิปัญญาในการสร้างอำนาจ เพราะคนที่มีเกลอในหลายๆ ชุมชน
จะคับคั่งไปด้วยแรงงานที่จะมาช่วยกันในการผลิต อีกทั้งยังเป็นหูเป็นตาในการปกป้อง
ทรัพย์สินและครอบครัวให้กันและกัน นอกจากนั้นคนรวยเกลอจะมีสถานะเป็นผู้กว้างขวาง 
เอ่ยปากอยากได้อะไรที่ไม่ผิดทำนองคลองธรรมหัวเกลอก็จะสนองให้ ไปขอลูกสาว
ใครให้หนุ่มๆ พ่อแม่ฝ่ายสาวก็ไว้วางใจ ไม่เพียงเท่านั้น ความกว้างขวางทั่วย่านท้องถิ่น
ของคนที่มีหัวเกลอไว้มาก ยังสามารถฝากฝังทั้งคนดี/คนร้ายให้ไปอยู่ในการดูแลของ
หัวเกลอต่างถิ่นอย่างปลอดภัยอีกด้วย ยิ่งหากเป็นเกลอพวงด้วยแล้ว เครือข่ายอำนาจ
ของคนกลุ่มนี้ก็จะกินอาณาเขตไปทั่วลุ่มน้ำ ดังเช่นเกลอหนังพร้อมที่ผมได้ไปสังเกตการณ์
มานั่นเอง

เครือข่ายของกลุ่มเกลอจึงเป็นเครือข่ายอำนาจแบบทางการประเภทหนึ่งในสังคมเก่า
ที่ผู้คนต่างยอมรับในพลังอำนาจและการดำรงอยู่ ก่อนจะค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยเครือข่าย
อำนาจในรูปลักษณ์ใหม่ ที่ยึดประโยชน์แลกเปลี่ยนเป็นแกน มูลค่าจึงเป็นตัวบ่งชี้สำคัญ
สุดในทุกปรากฏการณ์ที่คนเพ่งมอง กล่าวถึงและสนใจในปัจจุบัน   ไม่เว้นแม้แต่ความตาย
ของใครทุกคน คุณค่าของวัฒนธรรมเกลอ จึงเป็นความทรงจำร่วมกันของชุมคนภาคใต้
ในฐานะที่มันเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ของผู้คนที่สำแดงพลังถึงคติแห่ง
อำนาจในแบบที่เป็นทางการของพื้นถิ่น




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดาวลดา

ดาวลดา งานเพลงรำลึกทัศนีย์ รุ่งเรือง - เพื่อนที่แสนดีของพี่น้องจะนะ สงขลา

View All
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านเห็นด้วยกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ให้เป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมตามแนวคิดในแผนพัฒนาภาคใต้ที่กำลังรุกหนักอยู่ตามพื้นที่ต่างๆในตอนนี้หรือไม่
เห็นด้วย
38 คน
ไม่เห็นด้วย
128 คน

  โหวต 166 คน