ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้
Southern Thailand NewsPeople
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STCC
วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม 2553
Posted by ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้ , ผู้อ่าน : 851 , 12:17:06 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คนปากใต้15….สัมภาษณ์พิเศษสาธิต วงศ์หนองเตย 

สาธิต วงศ์หนองเตย
IMT–GTจะพลิกโฉมหน้าภูมิภาค

โดย รวยริน เพ็ชรสลับแก้ว

ในช่วงหลายปีมานี้ ความร่วมมือเหลี่ยมเศรษฐกิจต่างๆ กับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ริเริ่มในช่วง
สิบกว่าปีที่ผ่านมา ดูจะเงียบเหงาซบเซาลงมาอย่างมาก สวนทางกับข้อเท็จจริงที่สภาพ
การค้าตามแนวชายแดน กลับคึกคักเป็นอย่างยิ่ง

จึงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่ถึงวันนี้รัฐบาลจะต้องหันหลับมาให้ความสำคัญกับเหลี่ยม
เศรษฐกิจระหว่างประเทศเพื่อนบ้านอีกครั้ง การประชุมความร่วมมือสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ
อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย หรือ IMT–GT ที่คนภาคใต้คุ้น ระหว่างวันที่ 2–5 สิงหาคม 2553
ดูจะเป็นมาตรวัดถึงความกระตือรือร้นที่เพิ่มขึ้นได้ในระดับหนึ่ง

ต่อไปนี้ เป็นคำให้สัมภาษณ์ของ “นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
เกี่ยวกับการประชุม IMT–GT ครั้งนี้

ความคืบหน้าของสามเหลี่ยมเศรษฐกิจอินโดนีเซีย–มาเลเซีย–ไทย หรือ IMT–GT
IMT–GT เป็นโครงการที่เริ่มมาสิบกว่าปีแล้ว ตั้งแต่ยุคนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย แต่ซบเซา
ไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เนื่องจากในช่วงรัฐบาลหนึ่งไม่ได้ให้ความสำคัญ ทำให้กลไกหลัก
ของสามเหลี่ยมเศรษฐกิจคือ กลไกภาคเอกชนพลอยอ่อนแอไปด้วย
 
ตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามาเราก็คิดว่า เรื่องของ IMT–GT เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากในแง่ของการค้า
การลงทุน การแลกเปลี่ยนสินค้าบริการทั้งหลายในภูมิภาค เป็นเรื่องที่อาเซียนให้ความสำคัญมาก
เราพูดถึงการรวมประชาคมอาเซียนเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะฉะนั้นการเปิดความสัมพันธ์ในระดับ
ภูมิภาค จึงต้องมีการทบทวนโดยการเพิ่มความสัมพันธ์และบทบาทให้มากขึ้น
 
ประกอบกับการเข้ามาของประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนในลุ่มน้ำโขงก็ดี หรืออย่างเกาหลีที่พยายาม
เข้ามาในลุ่มแม่น้ำโขง และทางฝั่งของญี่ปุ่นที่เข้ามาทาง IMT–GT ยิ่งทำให้โครงการระดับภูมิภาค
มีความสำคัญมากขึ้น

IMT–GT เอง ก็มีความคืบหน้า ในการประชุมครั้งที่ 17 ที่จังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ 2 – 5 สิงหาคม 2553ซึ่งมีการเสนอให้ทบทวนแผนกลางรอบ ตามที่มีการเสนอในที่ประชุมระดับผู้นำประเทศ IMT–GT ที่หัวหิน–ชะอำ เมื่อปลายปี 2552 หลังจากนั้นมีการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงและรัฐมนตรี ที่รัฐมะละกาประเทศมาเลเซีย ก็มีมติให้ทบทวนแผนกลางรอบ
 
ผลที่ได้จากการประชุมที่กระบี่คราวนี้ก็คือ ความคืบหน้าในการทบทวนแผนกลางรอบ เป็นผลให้
โครงการต่างๆ ที่มีความเป็นไปได้สูงจาก 37 โครงการ ลดลงเหลือ 12 โครงการ จนที่สุดเหลือ
10 โครงการ ทั้งหมดเป็นโครงการที่แต่ละประเทศต้องการจะทำ โดยมีธนาคารพัฒนาเอเชีย
หรือ ADB เข้ามาสนับสนุน

ในฝั่งของอินโดนีเซีย เป็นโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานค่อนข้างเยอะ ขณะที่ฝั่งมาเลเซียเอง
เป็นโครงการเชื่อมต่อระหว่างรัฐใน IMT–GT ในส่วนของไทยเราพูดถึงโครงการหลักๆ อยู่ 3 โครงการด้วยกันคือ
 
หนึ่ง ถนนโทลเวย์สายสะเดามายังหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อันที่จริงโครงการนี้พูดกันมานานแล้ว
เป็นความต้องการร่วมกันของทั้งสามประเทศ ทั้งมาเลเซียและอินโดนีเซียด้วย เที่ยวนี้จึงถูกนำมา
บรรจุไว้ในโครงการที่มีความเป็นไปได้สูง ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากทุกฝ่ายแล้ว

โทลเวย์จากสะเดามาหาดใหญ่เส้นนี้ มีความยาวเกือบร้อยกิโลเมตร ใช้เงินประมาณ 300 ล้าน
ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9 พันกว่าล้านบาท น่าจะเป็นโทลเวย์ที่แพงที่สุดในประเทศไทย

ความเป็นไปได้ของโครงการนี้ก็คือ จะเป็นการจัดงบประมาณของฝั่งไทยเอง ขณะนี้กรมทางหลวง
อยู่ในระหว่างทบทวนเรื่องการศึกษาออกแบบ คิดว่าทุกอย่างจะชัดเจนและตั้งงบประมาณสนับสนุน
ก้อนแรกได้ภายในปีงบประมาณ 2555

สอง เรื่องท่าเรือนาเกลือ ที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ใช้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 600 ล้านบาท
ขณะนี้กรมเจ้าท่ากำลังศึกษาอยู่ ท่าเรือตัวนี้รัฐบาลจะตั้งงบประมาณสนับสนุนในปี 2555 เช่นเดียวกัน
ส่วนท่าเรือภูเก็ตจะใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท โครงการนี้ยังมีปัญหาที่ดินติดสัมปทานเอกชน
อยู่อีก 5 ปี ต้องรอดูความชัดเจนอีกครั้ง
 
สาม เรื่องด่านบูเก๊ะตา จังหวัดนราธิวาส ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างปรับขนาดให้เท่ากับฝั่งมาเลเซีย
ด่านนี้มาเลเซียให้ความสำคัญมาก โครงการนี้น่าจะแล้วเสร็จในปี 2555
 
เรื่องสุดท้ายที่ต้องดำเนินการคือ เรื่องอนุวรรตการให้เป็นไปตามข้อตกลงเกี่ยวกับกฎระเบียบ
ในการขนส่งสินค้าและบริการข้ามพรมแดน ซึ่งเราต้องออกกฎหมายภาย 5 ฉบับ ครอบคลุมเรื่อง
ศุลกากร การคมนาคม การพาณิชย์ กฎหมาย 5 ฉบับนี้

ในจำนวนนี้มีอยู่ 3 ฉบับ ที่ผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกา อยู่ที่สภาผู้แทนราษฎรหลายเดือนแล้ว
ที่ช้าและลังเลกันอยู่ ทั้งที่ข้อตกลงเกิดขึ้นก่อนปี 2550 เพราะมีผู้ท้วงติงว่า จะขัดรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 190 ที่กำหนดให้ข้อตกลงระหว่างประเทศ
ที่เกี่ยวกับอำนาจอธิปไตย ความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม หรือมีผลผูกพันทางด้านการค้า
การลงทุน และงบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ จะต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภา

ในที่สุด เราตัดสินใจไม่นำเข้าไปขอความเห็นชอบจากสภา เพราะตกลงกันมาก่อนที่จะประกาศ
ใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550

โครงการที่มีความเป็นไปได้สูง 10 โครงการของ IMT–GT มีโครงการไหนที่คิดว่าน่าสนใจ
ผมคิดว่าน่าจะเป็นโครงการที่เชื่อมต่อการคมนาคม โดยเฉพาะระหว่างอินโดนีเซียกับมาเลเซีย
ต้องยอมรับว่าอินโดนีเซียมีข้ออ่อนเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน เพราะเชื่อมโยงการค้ากันได้แล้ว
เปิดด่านได้แล้ว กฎระเบียบต่างๆ แก้หมดแล้ว แต่โครงสร้างพื้นฐานไม่พร้อม ขนส่งสินค้าข้าม
ไปมาไม่ได้
 
เพราะฉะนั้นเราจึงให้ความสำคัญกับอินโดนีเซียค่อนข้างเยอะ เพราะฝั่งอินโดนีเซียเป็นตลาด
ที่ใหญ่มาก การเมืองในช่วงหลังก็นิ่งมาก เท่าที่คุยกับกระทรวงประสานงานด้านเศรษฐกิจของ
อินโดนีเซีย เรื่องการค้าการขายเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลอินโดนีเซียชุดนี้ เราจึงสนใจ
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของอินโดนีเซียเป็นพิเศษ
 
ในบรรดา 2–3 ชาติที่คุยกันอยู่ มาเลเซียมีความกระตือรือร้นต่อ IMT–GT สูงที่สุด เห็นได้
จากคณะที่เดินทางมาร่วมประชุมมากันเยอะมาก รัฐมนตรีที่รับผิดชอบก็จับเรื่อง IMT – GT
มานาน ข้อที่น่าสังเกตก็คือ เขามีโครงสร้างการบริหารที่แตกต่างจากไทย ในแง่ที่มุขมนตรี
ของแต่ละรัฐ มีอำนาจในการจัดสรรงบประมาณ และจัดทำนโยบาย โดยไม่ต้องรอรัฐบาล
กลาง ศักยภาพที่แต่ละรัฐจะพัฒนาจึงมีค่อนข้างสูง

นอกจากเรื่องการขนส่งสินค้าแล้ว มาเลเซียยังพัฒนาด้านการท่องเที่ยวด้วย เห็นได้จาก
การประชุม IMT–GT เที่ยวนี้ ทางมะละกาก็มาโปรโมทการท่องเที่ยว เมื่อไหร่ที่ IMT–GT
ทำให้การเข้าออกตรงด่านสะดวก มีการแก้กฎหมาย 4 – 5 ฉบับอย่างที่ว่ามา การตรวจตรา
พิธีการด่านศุลกากรลดขั้นตอนลง ก็จะไปทำให้การเดินทางข้ามประเทศคล่องตัวมากขึ้น
ที่ผ่านมาเรื่องการผ่านด่าน นับเป็นปัญหาของภูมิภาคนี้ทั้งภูมิภาค
 
อย่างข้อตกลงการขนส่งสินค้าผ่านแดน ไทยเป็นประเทศที่เกือบจะล้าหลังที่สุดในอาเซียน
ในการแก้กฎหมาย ประเทศอื่นเขาแก้กันหมดแล้ว เหลือแต่เรากับพม่า กฎหมายสามฉบับ
จะนำเข้าสภาในสมัยประชุมนี้ แต่จะแล้วเสร็จในปี 2554 จากนั้นอีกสองฉบับก็จะตามมา

ขอทราบความคืบหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษสะเดา
เราจะเริ่มต้นจากการปกครองรูปแบบพิเศษตามแนวชายแดนก่อน ซึ่งก็ยังติดกฎหมายภายใน
อยู่หลายฉบับ ที่เริ่มตามแนวชายแดนเพราะเราดูจากตัวเลขมูลค่าการค้าชายแดนพบว่า
สูงมากทุกที่ เราเลยเริ่มต้นที่แม่สอดก่อน ตอนนี้กฎหมายเทศบาลมหานครแม่สอดเสร็จแล้ว
นำเข้าสภารอจ่อวาระพิจารณาอยู่

โมเดลเดียวกับที่แม่สอดก็จะนำมาใช้กับเมืองชายแดนอื่นๆ ขณะนี้ในส่วนของสะเดาเอง
ยังไม่มีการร่างกฎหมาย ตามขั้นตอนต้องผ่านคณะกรรมการการปกครองท้องถิ่นก่อน
เฉพาะหน้าเราพยายามปรับปรุงด่านสะเดาก่อน
 
ถึงอย่างไรก็ตาม ทิศทางของสะเดากำลังเดินไปสู่การปกครองรูปแบบพิเศษ เป็นเทศบาล
มหานคร แต่จะต้องไปดูรายละเอียดอีกทีว่า จะดึงอะไรเข้ามาในมหานครแห่งนี้บ้าง
โดยหลักก็ต้องดูในแง่ของงบประมาณ ในแง่ของการตัดสินใจด้านนโยบายการลงทุน
ในแง่การตัดสินใจเรื่องการอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่จะต้องถ่ายโอนอำนาจไปจากส่วนกลาง

ทราบว่าในอนาคตจะมีการเชื่อมแนวเหนือ–ใต้ ระหว่างกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงกับ IMT–GT
ใช่ เริ่มต้นจากการขนส่งระบบรางเป็นหลักก่อน เรื่องนี้จะมีการหารือกันในที่ประชุมความร่วมมือ
กลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ระหว่างวันที่ 19–21 สิงหาคม 2553 ที่ฮานอย ประเทศเวียดนาม
ตอนนี้มีตัวเลือกอยู่ 3–4 ตัว และแต่ละประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง ยังเห็นไม่ตรงกัน
 
สำหรับไทยเอง เราต้องการเส้นที่จะขึ้นไปทางเด่นชัย จังหวัดแพร่ ไปจังหวัดเชียงราย
แล้วออกไปพม่า เข้าไปเชื่อมต่อกับทางตอนใต้ของจีน ซึ่งจะมีรางอีกตัวหนึ่งมาเชื่อมต่อ
เข้าลาว ไปเขมร วนกลับเข้ามาประเทศไทยทางภาคตะวันออก เรื่องนี้ทางกลุ่มประเทศ
ในลุ่มแม่น้ำโขง จะต้องตัดสินใจในเดือนสิงหาคม 2553 นี้
 
โครงการนี้จะมาเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟรางคู่ของประเทศไทย ต้นเดือนสิงหาคม 2553
ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปดูโครงการรถไฟรางคู่ที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เพราะรถไฟรางคู่ที่ใช้งบประมาณไทยเข้มแข็ง จะวางรางมาถึงหัวหิน

หลังจากนั้นจะมีการพูดถึงการเชื่อมต่อระบบรางมาจนถึงทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
สำหรับทุ่งสงถูกบรรจุเข้าไปอยู่ในโครงการศึกษาของ IMT–GT ต่อเนื่องกับการก่อสร้าง
โครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ IMT–GT เพื่อให้ทุ่งสงเป็นศูนย์กระจายสินค้า เพราะถ้าทุ่งสงสามารถ
เชื่อมต่อไปหาดใหญ่ แยกไปสะเดา จังหวัดสงขลา หรือไปสุไหงโก–ลก จังหวัดนราธิวาส
ไปเชื่อมกับมาเลเซียได้ ระบบรางก็จะครบรอบวงพอดี การขนส่งระบบรางของประเทศในย่านนี้
ก็จะเชื่อมต่อถึงกันหมด

มีข่าวว่าจะลงทุนสร้างทางรถไฟร่วมกับจีน
เป็นเรื่องของรองนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ตอนที่เดินทางไปเยือนจีน ทางจีน
ให้ความสนใจเรื่องของระบบราง ที่มีการพูดกันก็คือ ระบบรางในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง
และระบบรางในเส้นทางอื่นๆ นอกเหนือไปจากที่กลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงที่ได้ระบุไปแล้ว
ขณะเดียวกันจีนเองก็สนใจที่จะเข้ามาลงทุนระบบรางในประเทศไทยด้วย

เราก็เลยคิดว่า ถ้ามีเงินลงทุนมา หรืออะไรต่อมิอะไรมานี่ก็น่าสนใจ เราเลยตั้งคณะกรรมการ
ขึ้นมาศึกษา โดยมีเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เป็นประธาน เชิญหน่วยงาน
ต่างๆ มาทบทวนว่าแผนพัฒนาระบบรางทั่วประเทศเรามีอะไรต้องทำบ้าง และตัวที่จะต้องเดิน
ไปตามข้อตกลงในอนุภูมิภาคมีอะไรมั่ง แล้วจีนจะเข้ามาได้ตรงไหน คณะกรรมการชุดนี้
เพิ่งประชุมไป เมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2553 ตอนนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน ต้องดูข้อมูลทั้งหมดก่อน
หลังจากนั้นถึงจะเชิญจีนเข้ามาพูดคุย

ถ้าการพัฒนาขนส่งระบบราง สามารถเชื่อมต่อจากจีนลงมาจนถึงมาเลเซีย ซึ่งขณะนี้ทาง
รัฐมะละกาพยายามผลักดันให้มีการสร้างสะพานข้ามช่องแคบมะละกา เชื่อมกับเกาะสุมาตรา
ของอินโดนีเซีย นั่นหมายความว่าจะเกิดการพลิกโฉมครั้งใหญ่ของอนุภูมิภาคนี้

ใช่ อนุภูมิภาคนี้จะพลิกโฉมหน้าไปมากเลย ในการประชุม IMT–GT เที่ยวนี้ เราพูดคุยกัน
เรื่องการสร้างสะพานข้ามช่องแคบมะละกากันเยอะมาก
 
หนึ่ง เป็นโครงการที่รัฐมะละกาต้องการอย่างมาก มุขมนตรีเดินทางมานำเสนอเรื่องนี้ด้วยเอง
ตัวมุขมนตรีได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยในทุกวงสนทนา เป็นการยืนยันว่าเป็นหนึ่งในโครงการ
ที่รัฐมะละกาจะผลักดัน ปัญหาอยู่ที่รัฐมะละกายังขาดเงินลงทุน เพราะโครงการนี้ต้องใช้เงิน
ลงทุนสูงมาก ตอนนี้อยู่ระหว่างหาแหล่งทุน
 
เป็นไปได้ว่าจีนจะให้ความสนใจโครงการนี้ เพราะขณะนี้จีนให้ความสนใจกับอนุภูมิภาค
ด้านนี้มาก นอกจากจะเข้ามาในเชิงการค้าการลงทุนแล้ว จีนยังเข้ามาในลักษณะของการ
เชื่อมต่อ เพราะจีนเองหวังจะเป็นพี่เอื้อยในย่านนี้
 
ที่บอกว่าพลิกโฉมนี่ เพราะพอมันทำว่าจะเชื่อมการขนส่งสินค้าและการบริการได้ ทางญี่ปุ่น
ก็เข้ามาตั้งหน่วยงานวิจัยอาเซียน หรืออีเรีย ในการประชุม IMT–GT ที่กระบี่ อีเรียก็มาร่วม
ประชุมกับเรา
 
อีเรียเขานำเสนอกับเราว่า เขามีเงินทุนที่จะศึกษาโครงการที่ IMT–GT สนใจ อีกอย่างที่เขา
สนใจมากคือ ไบโอดีเซล เพราะพื้นที่ปลูกปาล์มของไทย มาเลเซีย อินโดนีเซียสูงมาก
อีเรียเลยคิดว่าการพัฒนาไบโอดีเซล เช่น การทำโรงงาน การลดภาษีสินค้า การจับมือเพื่อ
ส่งออกไบโอดีเซล เป็นสิ่งที่น่าจะทำ วันที่ 1 – 2 กันยายน 2553 อีเรีย จะจัดสัมมนาที่
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยจะเชิญเลขาธิการอาเซียนมาร่วมด้วย
 
เป็นการชี้ให้เห็นว่า นับตั้งแต่ปี 2555 โครงการเชื่อมต่อระบบราง และโครงการของรัฐมะละกา
ที่จะสร้างสะพานข้ามช่องแคบมะละกาเชื่อมต่อกับอินโดนีเซีย น่าจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น
ขณะที่กลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขงก็จะทำระบบรางเชื่อมต่อ หลังจากปี 2555 เป็นต้นไปเช่น
เดียวกัน ผมคิดว่าภายใน 10 ปีนี้ คงจะเห็นหน้าเห็นหลัง
 
เราสังเกตเห็นได้จากประเทศยักษ์ใหญ่อย่างเกาหลี ญี่ปุ่น จีน เข้ามายุ่งเกี่ยวกับอนุภาคนี้
ค่อนข้างเยอะ เพราะแถบนี้มีมูลค่าทางการค้าการลงทุนสูง การเข้ามาของจีนก็มีผลให้
สหรัฐอเมริกาต้องขยับตัวเข้ามาในย่านนี้มากขึ้นตามไปด้วย
 
จะเห็นได้ว่า เมื่อก่อนเราจะเห็นคนเวียดนามในลาวเยอะมาก พอมาปัจจุบันกลายเป็นจีน
ตอนนี้มีรถบรรทุกจีนวิ่งอยู่ในลาวมากมาย มีชุมชนคนจีนเกิดขึ้น มีหมู่บ้านจัดสรรแบบจีน
ที่ริมแม่น้ำโขง จีนเป็นผู้ให้ทุนลาวสร้างสถานีโทรทัศน์แห่งชาติทั้งระบบ แสดงให้เห็นว่าจีน
กำลังสร้างวัฒนธรรมทางสื่อแบบเดียวกับอเมริกา ขณะที่สหรัฐอเมริกามี CNN จีนก็มี CCN
จีนเข้ามาลงทุนในย่านนี้ค่อนข้างเยอะ การเข้ามาในไทยของจีน จะเข้ามาในรูปของความร่วม
มือต่างๆ

ในส่วนของสหรัฐอเมริกา ก็เป็นพันธมิตรเก่า ถึงแม้ระยะหลังไม่ได้ร่วมมือด้านการค้าการ
ลงทุนกันอย่างแน่นแฟ้น แต่ก็มีเรื่องของความสัมพันธ์ทางทหารที่มีมาก่อนหน้านี้แล้ว
หลังผ่านยุคสงครามเย็นอเมริกาก็ดำรงบทบาทเป็นประเทศมหาอำนาจ อยู่ในฐานะประเทศ
ผู้นำและเป็นประเทศคู่ค้า พอความร่วมมือในภูมิภาคนี้เข้มแข็งขึ้น ยักษ์ใหญ่อย่างญี่ปุ่น
อย่างจีนขยับตัว อเมริกาก็พยายามแสวงหาลู่ทางเข้ามามีความสัมพันธ์กับอาเซียนให้แนบ
แน่นมากขึ้น




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 21/12/2010 เวลา : 14.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

3 ชาติกลัวอีกชาติก้าวหน้า..
โครงการนี้เลยเป็น"โครงการในฝัน"..ฝันมา 20 ปีแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนริมเล วันที่ : 21/12/2010 เวลา : 12.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/coreman

มาเยี่ยมชมครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดาวลดา

ดาวลดา งานเพลงรำลึกทัศนีย์ รุ่งเรือง - เพื่อนที่แสนดีของพี่น้องจะนะ สงขลา

View All
<< ธันวาคม 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านเห็นด้วยกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ให้เป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมตามแนวคิดในแผนพัฒนาภาคใต้ที่กำลังรุกหนักอยู่ตามพื้นที่ต่างๆในตอนนี้หรือไม่
เห็นด้วย
38 คน
ไม่เห็นด้วย
128 คน

  โหวต 166 คน