ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้
Southern Thailand NewsPeople
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STCC
วันอังคาร ที่ 5 กรกฎาคม 2554
Posted by ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้ , ผู้อ่าน : 838 , 09:37:22 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คนตาย... แต่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่เคยตาย
4 กรกฎาคม 2011

พลังงานสะอาดสามารถไว้ใจได้มากแต่ไหน เมื่อทางเลือกพลังงานที่พูดถึงในขณะนี้ล้วนตกอยู่กับทุนที่เป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งหากจะจัดการไม่ดี ผลกระทบคือสิ่งที่คนเล็กคนน้อยจะต้องรับ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้

"เราไม่จำเป็นต้องเสี่ยง เพื่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานของเรามาเก็บกากกัมมันตภาพรังสี และก็ไม่รู้ว่าความปลอดภัยของตนเองจะอยู่ตรงไหนบนโลกใบนี้...." บทวิเคราะห์เบื้องลึกเบื้องหลัง และผลประโยชน์ทับซ้อนของการจัดการพลังงานไทย โดย วิจิตรา ชูสกุล รองผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนา มูลนิธิพัฒนาอีสาน
 

ถอดความและเรียบเรียงจากวงแลกเปลี่ยน “การขับเคลื่อนประเด็นพลังงานทางเลือก เพื่อสื่อสารกับสาธารณะ” ในเวทีเสวนาน้อง-พี่อีสานใต้ ซึ่งจัดโดย มูลนิธิชุมชนอีสาน เมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๔ ณ ศูนย์สมุนไพรตะบัลไพร มูลนิธิพิพิธประชานาถ

จากกระแสนิวเคลียร์ที่กำลังมาแรงตามคำโฆษณาว่าเป็นพลังงานทางเลือก เป็นพลังงานสะอาด เป็นพลังงานที่ไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และประเทศไทยจะเลือกนิวเคลียร์มาเป็นพลังงานอันหนึ่ง แต่หลังจากที่โรงไฟฟ้าที่ฟูจิมะประเทศญี่ปุ่นระเบิดไป กระแสนิวเคลียร์ก็ดาวน์ลง เพราะทุกคนตื่นเต้นและตื่นกลัวกับเรื่องนิวเคลียร์ แต่ไม่ได้หมายความว่าเรื่องนี้จะหายไปจากเมืองไทย อาจมีการหยั่งเชิงกันอยู่ ช่วงนี้เป็นช่วงประชาสัมพันธ์เพื่อทำให้คนเห็นด้วยกับเรื่องนิวเคลียร์
 
คนตาย แต่กระแสนิวเคลียร์ไม่เคยตาย
 
ประเทศไทยใช้ก๊าซธรรมชาติประมาณ ๗๐% ในการผลิตกระแสไฟฟ้า เรากำลังมองว่า หากก๊าซธรรมชาติที่กำลังหมดจากประเทศไทย จะต้องไปเอาพลังงานทดแทนมาจากที่ไหน ในแง่พลังงานไฟฟ้าที่เป็นฐานใหญ่ของประเทศ มันไม่มีทางเลือกอื่น มันจะต้องหานิวเคลียร์ เพราะสิ่งที่เขาโฆษณาประชาสัมพันธ์ คือ  หนึ่ง.เราต้องคิดถึงเรื่องความมั่นคงทางไฟฟ้า สอง.นิวเคลียร์น่าจะเป็นทางเลือก เพราะมีราคาถูก
 
การเลือกเพราะคิดว่ามันราคาถูก เป็นการมองแค่ต้นทุนของตัวเชื้อเพลิง แต่ด้วยกระบวนการทั้งหมด มันมีต้นทุนด้านอื่นด้วย ส่วนที่มองว่า เราต้องมีพลังงานไฟฟ้าฐาน หมายถึงพลังงานที่ต้องเดินเครื่องตลอดเวลา ที่ผ่านมาเราเดินเครื่องตลอดด้วยก๊าซธรรมชาติ ลักษณะเดียวกันก็เดินเครื่องด้วยน้ำมันจากดีเซล คือขุดถ่านหินตลอดเวลาเช่นกัน แต่อย่างเขื่อน มันไม่ได้ปั่นกระแสไฟฟ้าตลอดเวลา ส่วนโรงไฟฟ้าที่ใช้ฐานเผาไหม้ มันจะเดินเครื่องตลอดเวลา เขาก็มองว่า นิวเคลียร์จะต้องเป็นพลังงานตัวใหญ่ที่ผลิตได้พันกว่าเมกะวัตต์ ฝ่ายอยากได้นิวเคลียร์จึงโหมประชาสัมพันธ์ว่า ทำอย่างไรที่เราจะมีความมั่นคงทางด้านพลังงานเกิดขึ้น และนิวเคลียร์น่าจะเป็นทางเลือกให้ประชาชนได้ใช้ทรัพยากรเต็มที่ ในการจะทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้า
 
ส่วนกระแสที่เห็นว่านิวเคลียร์ไม่ควรเกิดขึ้น หรือกระแสไม่เอานิวเคลียร์ อย่างประเทศเดนมาร์ค ก็มี
ขบวนการที่ต่อต้านไม่ให้สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เลย ประเทศเยอรมันตอนนี้ หากเมื่อไหร่โรงไฟฟ้าปัจจุบันที่เขาเดินเครื่องอยู่หมดอายุลง ก็ไม่มีนโยบายที่จะสร้างโรงไฟฟ้าอีกต่อไป หลายประเทศมีกระแสคัดค้านเรื่องนี้ชัดเจน เพราะสิ่งที่เขากังวลใจก็คือ กากกัมมันตภาพรังสี
 
หากยังคิดไม่ออกว่าจะจัดการกากกัมมันตภาพรังสีอย่างไร ไม่สมควรมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพราะมันอยู่เป็นล้านปี และต้องอยู่ในน้ำตลอด เพื่อไม่ให้มันร้อน และหากจะไปสู่สภาพที่เสถียรก็ใช้เวลานานมาก มันจึงสร้างปัญหา เราใช้ๆๆ แต่ว่ากากที่เหลือจะจัดการกับมันอย่างไร อันตรายมันสูงมาก ตรงนี้จึงเป็นโจทย์สำคัญ
 
ส่วนจังหวัดที่จะเป็นแหล่งสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตามแผน คือ อุบลราชธานี นครสวรรค์ สุราษฎร์ธานี ตราด และชุมพร
 
ผลิตไฟเยอะๆ ผลิตเพื่อใคร?
 
เวลาเราพูดถึงเรื่องนิวเคลียร์ เราไม่สามารถพูดถึงเรื่องเดี่ยวๆ ได้ แต่เราต้องพูดเชื่อมโยงไปถึงการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ณ ตอนนี้ เรามีแผนการผลิตไฟฟ้าเป็นโจทย์สำคัญในประเทศ พูดถึงเรื่องปริมาณการใช้ไฟของประเทศไทย พูดถึงความต้องการที่เพียงพอที่จะสามารถทำให้เรามีพลังงานไฟฟ้าใช้ได้
 
โดยปกติเวลาผลิตไฟ เขาจะผลิตไฟสำรองไว้ในปริมาณมากสุด ๑๕ เปอร์เซ็นต์ หากเราใช้ ๑๐๐ เราจะต้องผลิตประมาณ ๑๑๕ หากเกิดสถานการณ์ที่มีคนใช้ไฟมากกว่าเดิม จะได้ดึงไฟสำรองมาใช้ได้ทัน แต่ปัจจุบันกำลังการผลิตของไทยมีสูงถึง ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ พอมองในแง่อนาคตของการใช้ไฟ ในแผนเราต้องสร้างโรงไฟฟ้า ๕ โรง และอีก ๑๐-๒๐ ปีข้างหน้า ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะเกิดขึ้นกำลังการผลิตก็จะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เขาก็จะพยากรณ์ว่าเราจะใช้ไฟฟ้าเท่าไหร่ ดูตามการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจหากเศรษฐกิจดี เราก็จะใช้ไฟมากขึ้น ประมาณ ๖๐,๐๐๐ เมกะวัตต์  แต่เราดูเศรษฐกิจมันโตขึ้น มันไม่ได้โตรวดเดียว มันมีช่วงตกต่ำด้วย ข้อเท็จจริงมันจึงสวนทางกับการพยากรณ์ว่าเราต้องใช้ไฟมากขึ้น จึงต้องหาแหล่งพลังงานมาผลิตเพิ่มขึ้น ในแผนบอกต้องเอาถ่านหินมา ถ่านหินก็ถูกโฆษณาว่า สามารถทำให้สะอาดได้แล้ว เอานิวเคลียร์เพราะสามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าได้ตลอด เอาสารพัดที่จะคิด ซื้อไฟจากลาวซื้อก๊าซธรรมชาติจากพม่า มันมีการพูดถึงแหล่งพลังงานที่จะเอามาผลิตเพื่อเติมตรงนี้
 
โจทย์คือว่า ผลิตเยอะๆ ผลิตให้ใคร ไฟที่ผลิตทั้งหมดอย่างเขื่อน ๓ เขื่อน สิรินธร อุบลรัตน์ ปากมูล ๓ เขื่อนยังไม่พอสำหรับใช้ในห้างมาบุญครองเลย จึงเป็นคำถามว่า เราผลิตไฟเยอะๆ เพื่อใคร และชุดของการพัฒนาประเทศ กระแสไฟที่เอาไปใช้มีขนาดไหน? ๘๘ เปอร์เซ็นต์ในภาคครัวเรือนใช้ไฟ ๒๑ เปอร์เซ็นต์ อุตสาหกรรมและภาคธุรกิจขนาดใหญ่ใช้ไฟถึง ๔๓ เปอร์เซ็นต์ โจทย์คือ ผลิตไฟเยอะๆ ใครจะเป็นคนรับภาระเรื่องค่าไฟฟ้า เพราะไฟฟ้าใช้แล้วหมดไป จ่ายแล้วจ่ายเลย ภาระที่จะตามมาอย่างค่า FT หรือค่าของพลังงานที่มาใช้สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า คือ ภาระของผู้บริโภค 
 


“อุบลราชธานี” พื้นที่เป้าหมาย

เรื่องนี้จึงกลายเป็นประเด็นที่เชื่อมโยงกับพี่น้องจังหวัดต่างๆ ที่มีนโยบายจะสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โรงไฟฟ้าจะสร้างได้ ตรงนั้นต้องมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เพราะต้องใช้น้ำในการหล่อเย็น หากสร้างตรงพื้นที่ชายทะเลไม่ได้ เพราะพี่น้องภาคใต้ค่อนข้างเข้มแข็ง ก็อาจจะมามองดูที่ภาคอีสาน ซึ่งจุดที่เชื่อมโยงทั้งเรื่องเขื่อนเรื่องน้ำได้มากที่สุดก็อาจจะเป็น “อุบลราชธานี” ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ในการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อการซื้อขายซึ่งกันและกันต่อเนื่อง พี่น้องอุบลฯ ก็ก่อการที่จะไม่เอาเรื่องนี้
 
นอกจากนั้นยังเป็นเรื่องระบบพลังงานที่เราพูดถึง ไม่ใช่แค่นิวเคลียร์เท่านั้น มันยังเชื่อมโยงไปถึงเรื่องสิทธิของพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ว่า เขามีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง     
 
เรื่องนิวเคลีย โจทย์ของเราคือว่า ใครใช้ทรัพยากรมาก คนนั้นก็อาจจะต้องคิดมากกว่านี้ ไม่ใช่พูดแต่ว่าเราต้องสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ แล้วเราต้องเสียสละอยู่ตลอดเวลา มาถึงตอนนี้ด้วยกระแสที่พูดถึงพลังงานฟอสซิลข้างล่างที่มันจะหมดไป คือมันลดน้อยลง ปตท.ก็พยายามสำรวจแหล่งก๊าซธรรมชาติ เพื่อหาแหล่งทรัพยากรที่จะเอามาใช้ และบอกว่าเมืองไทยเป็นแบตเตอรี่แห่งเอเชีย
 
ผลประโยชน์ทับซ้อน วงจรลูกโซ่
 
เชื่อมโยงมาถึงโจทย์อีกตัวที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าของเราเป็นระบบรวมศูนย์ไม่ใช่ใครผลิตได้ก็ใช้เอง ที่ผ่านมา กฟฝ.เป็นจุดใหญ่ ก็วางแผนเราจะใช้ไฟเท่าไหร่ เราจะหาแหล่งพลังงานมาจากไหนสร้างโรงไฟฟ้ากี่โรง เขื่อนเท่าไหร่ มีการปรับในเชิงนโยบายมาเป็นระยะ และเรื่องการผลิตกระแสโรงไฟฟ้าก็กระจายไปสู่มือกลุ่มคนต่างๆ ทั้งรายใหญ่ รายเล็ก เราจะพบว่า กฟฝ.ก็แปลงร่างของตัวเองส่วนหนึ่งไปเป็นบริษัทต่างๆ ที่เป็นผู้ผลิตไฟ เพื่อป้อนให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งทำหน้าที่รับซื้อไฟ เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน
 
ผู้ผลิตรายเล็กถึงรายเล็กมาก ก็พยายามช่วงชิงเพื่อผลิตกระแสไฟ ไปเข้าโครงการนั้น โครงการนี้ สุดท้ายไปเข้าแผนแม่บทโลกร้อนอีกที ในแง่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ (CO2) ใครได้ประโยชน์มาก เรื่องนี้เป็นการลงทุน ใครมีทุนมาก มีศักยภาพมาก คือ คนที่มีกำลังผลิตไฟป้อน ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นกลุ่มเดียวกัน กลุ่มนี้ก็ไปเชื่อมต่อกับบรรดาผู้บริหารกระทรวงพลังงานอีกทีหนึ่ง กุมกันมาเป็นทอดๆ กินกันเป็นช่วงๆ
 
แล้วไฟขนาดเล็กถึงเล็กมาก ส่วนใหญ่นำไปสู่การสร้างไฟฟ้าพลังงานทางเลือกมากขึ้น พลังงานทางเลือกที่เราพูดถึง ซึ่งเราไม่ค่อยได้เลือก นายทุนเป็นผู้เลือก เป็นการกระจายผู้ประมูลที่ต้องการผลิตไฟ คนที่มีกำลังการผลิตน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เขาพูดว่าพลังงานฟอสซิลมันจะหมดไป แล้วสร้างผลกระทบภาวะโลกร้อนเยอะ ฉะนั้นเราต้องผลิตกระแสไฟที่มาจากพลังงานสะอาด มาจากพลังงานชีวมวล มาจากพลังงานลมพลังงานแสงแดด คนพวกนี้ เป็นพวกรู้ข่าวสารข้อมูล มีทุนเพียงพอ ไปประมูลมา บางบริษัทไปสมัครในนามหลายบริษัท เพื่อเป็นผู้จะขายไฟ ผลิตไฟ นอกจากนั้นยังได้เงินอุดหนุนที่จะรับซื้อไฟอีกต่างหาก เช่น ผลิตด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ต้นทุน ๓ บาท ขายได้ ๘ บาท มันมีแต่ได้กับได้ และโครงการผลิตประเภทนี้ยังไปลด CO2 อีกต่างหาก ก็เอาไปขาย ไปทำเรื่องคาร์บอนเครดิตอีก ก็ได้ ๒ เด้งต่อกันมา 
 
ทางเลือกที่เราไม่ได้เลือก
 
โจทย์เรื่องพลังงานตอนนี้เราไม่ไว้ใจพลังงานสักอย่างเดียว ทางเลือกที่พูดถึงเรื่องพลังงานชีวมวล พลังงานสะอาดจะสะอาดแค่ไหนก็ตกอยู่กับทุนที่เป็นเจ้าของกิจการของบริษัท และหากจะจัดการไม่ดี คนเล็กคนน้อยก็ได้รับผลกระทบ
 
ทำไมโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด ๙.๙ เมกะวัตน์จึงเกิดขึ้นเต็มไปหมด เพราะไม่ต้องทำ EIA (การประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม) อาจศึกษาสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นก็ทำได้ จึงเกิดโรงไฟฟ้าแบบนี้เยอะมากหลายร้อยโรง แต่บทเรียนที่พบเจอคือ บริษัทจัดการไม่ดี ผลกระทบที่ตามมาคือ ฝุ่น กระแสตรงนี้เลยกลายเป็นกระแสคัดค้านในพื้นที่ที่มีโครงการ มันเกิดจากการไม้ไว้วางใจเพราะบริษัทที่จะสร้างไม่เปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใสด้วย กระบวนการก่อสร้างก็ไม่ได้ทำความเข้าใจกับพี่น้องด้วย
 
ทางเลือกอันเป็นทางรอด  
 
ถ้าอย่างนั้นเราจะเลือกพลังงานอะไรที่มันมีอยู่ในปัจจุบัน มีสิ่งที่เราต้องคิด อันแรกคือ ถ้าจะจัดการในเรื่องนี้ต้องเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้พลังงาน หมายถึง ประหยัดการใช้ด้วย และประสิทธิภาพของเทคโนโลยี ทำอย่างไรให้มันผลิตก็ผลิตได้เต็มที่ หรือประหยัดก็ประหยัดได้เต็มที่ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มันต้องการเรื่องเวลาที่เกิดขึ้น ประสิทธิภาพที่มันเกิดขึ้น เพื่อย่นระยะเวลา เพื่อจัดการค่าพยากรณ์ของมันไม่ได้สูงเกินที่เราต้องสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ขึ้นมาอีก
 
ถามว่ามันจะหนีพ้นไหม การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขึ้นมาอีก หากเดินหน้าด้วยแนวคิดชุดเดิม กระแสเดิม  ก็ต้องสู้กัน เหมือนประเด็นอื่นๆ ที่สู้อยู่ เพราะเป็นอำนาจของทุนที่เข้ามา และเป็นเรื่องสิทธิของพี่น้องประชาชนที่เข้ามา หลายพื้นที่ พี่น้องไม่เอาแน่นอนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และเราก็เชียร์ที่จะไม่เอานิวเคลียร์ เราไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเพื่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานของเรามาเก็บกากกัมมันตภาพรังสี และก็ไม่รู้ว่าความปลอดภัยของตนเองจะอยู่ตรงไหนบนโลกใบนี้ อันนี้เป็นโจทย์ที่อาจจะต้องพิจารณาอยู่ด้วยเหมือนกัน หรือโรงฟ้าอื่นๆ  ไม่ว่าเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวลแสงแดด แสงอาทิตย์ พลังงานทางเลือก ณ ตอนนี้ เราจะบอกว่ามันดีกว่าถ่านหิน แต่ไม่ต้องไปไว้ใจมัน เพราะทุกอย่างมีข้ออ่อนของมันอยู่ หากจัดการไม่ดี ก็มีผลกระทบทั้งสิ้น แต่ว่ามันอาจจะเป็นทางเลือกที่ส่งผลต่อมลภาวะน้อย
 
อย่างพลังงานลม ก็เห็นด้วย แต่พี่น้องในบางพื้นที่อาจพบว่า เสียงกังหันดังอยู่ตลอดเวลา ก็ต้องจัดการเรื่องนี้ให้ได้ มันไม่ได้ชี้วัดว่าพลังงานเลือกมันสะอาด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไม่มีอะไร ๑๐๐เปอร์เซ็นต์เลย เราต้องดูว่ามันมีผลกระทบอย่างอื่นไหม
 
อย่างแผงพลังงานแสงอาทิตย์ที่ทำด้วยแคดเมี่ยม หากแผงแตกและทำปฏิกิริยากับน้ำฝน ก็มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเหมือนกัน บางประเทศเลิกใช้เทคโยโลยีนี้แล้ว บางเรื่องเราไม่รู้เพราะเรามักจะซื้อของต่อจากประเทศอื่น เพราะราคาถูก เราเป็นผู้ตกอยู่ในชะตากรรมนั้น
 
ส่วนโรงไฟฟ้าชีวมวล หากจัดการไม่ดีก็มีฝุ่น หากจัดการเทคโนโลยีดี ก็ดี ต้องคิดให้มาก บางทีเทคโนโลยีต่างๆ ที่โฆษณา ก็เพื่อให้ผู้ประกอบการได้ทำ แต่คนที่เจอผลกระทบจริงๆ คือชาวบ้านคนเล็กคนน้อย 
 
พยากรณ์ฐานการใช้ไฟ เพื่อสร้างโรงไฟฟ้า
 
สิ่งที่เราพยายามรณรงค์ในประเด็นเรื่องไฟฟ้า คือการปรับฐานแผนกำลังผลิตไฟฟ้า เพราะการพยากรณ์การใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่ผ่านมา พยากรณ์สูงเกินจริง มันทำให้เราต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ตัวเลขการใช้ไฟฟ้าของเราไม่ได้สูงขนาดนั้น มันจึงต้องปรับเปลี่ยนเรื่องการพยากรณ์การใช้ไฟของประเทศไทยใหม่ เราไม่จำเป็นต้องมีไฟมากถึง ๖ หมื่นเมกะวัตน์ มีพลังงานสำรองถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และที่สำคัญคือมันกลายเป็นภาระผู้บริโภค เราจึงผลักดัน แผนผลิตไฟฟ้าทางเลือก เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแก้ไข จากแต่ก่อนมีนโยบายจะสร้างโรงไฟฟ้า ๘ โรง แต่ภาคประชาชนเคลื่อนไหว ทำให้เขาปรับแผนเหลือ ๕ โรง แต่ไม่ยอมเลิกเรื่องนิวเคลียร์
 
ในภาคพลังงาน สิ่งที่พยายามรณรงค์คือว่า ถ้าเราไม่เอานิวเคลียร์มันต้องไปเชื่อมโยงเพื่อเสนอว่า ในแผนผลิตไฟฟ้าไม่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์อยู่ในแผน ซึ่งกระแสอันนั้นจะขับเคลื่อนได้ต้องเป็นกระแสประชาชนอย่างเดียวเพราะกระทรวงพลังงาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเขาก็จะบอกว่า มันคือความมั่นคงทางด้านพลังงาน และที่สำคัญคือ เขาเป็นผู้ขายไฟ ใครจะซื้อไฟกับเขามากที่สุด คือภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม เขาจึงต้องทำขายให้มากเพื่อเก็งกำไรจึงเป็นโจทย์ว่า ทำอย่างไรแผนตัวนี้จะพลิกได้ ในเครือข่ายพลังงานจึงพยายามผลักดันให้เกิดกระแสที่ประชาชนไม่เอานิวเคลียร์เกิดขึ้น
 
เนื่องจากนิวเคลียร์ไม่ได้อยู่โดดๆ แต่มันมาเชื่อมกับแผนผลิตไฟฟ้า และแผนผลิตไฟฟ้าถ้าไปเชื่อมโยงกับแผนแม่บทโลกร้อนที่สำนักนโยบายและแผนของกระทรวงทรัพยากรพูดถึง แล้วไปเชื่อมโยงกับกระแสของโลกที่พูดถึงการลดโลกร้อน แต่การลดโลกร้อนเขาไม่ได้เน้นลดภาคอุตสาหกรรม ภาคธุรกิจ ทั้งที่คนส่วนนี้ใช้ไฟมากถึง ๔๓ เปอร์เซ็นต์ ต้องเป็นผู้มีส่วนสำคัญที่ต้องเป็นผู้ลดด้วย ไม่ใช่บังคับให้ประชาชนคนธรรมดาใช้ถุงผ้าอยู่อย่างเดียว
 
 
-------------------------------------
* ภาพกังหันลมผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่ในประเทศเดนมาร์คจาก www.healthcorners.com

ขอบคุณที่มา : ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เผ่าไท วันที่ : 05/07/2011 เวลา : 11.36 น.
คนไท

ผมคิดว่า กฟผ.ประเมินการใช้ไฟฟ้าสูงเกินจริงเหมือนกัน ที่ถูกควรใช้ของเดิมจนขาดแคลนเริ่มมีปัญหาจึงจะสร้างเพิ่ม ส่วนที่จะยอมให้ไฟฟ้าดับบ้างเพราะรอสร้างโรงไฟฟ้าใหม่บ้างผมยอมรับได้นะ ควรมีการกำหนดเวลาที่จะดับไฟเป็นช่วงเช่น กทม.ดับไฟ 18.00-20.00น. ต่อไปโคราชดับไฟ 20.00-22.00น.วนดับกันไปรอจนสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เสร็จก็ได้โรงไฟฟ้าสร้างแค่2-4ปีเท่านั้นผมทนได้เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
ไม่มีไฟฟ้าคนอยู่ได้ ไม่มีน้ำคนอยู่ไม่ได้
ส่วนความมั่นคงพลังงานเพื่อล่อนักลงทุนผมคิดว่าไม่จำเป็นเพราะนักลงทุนมาลงทุนจะทำลายธรรมชาติเราไม่ควรส่งเสริมเขา ควรกีดกันการลงทุนด้วยซ้ำ ยิ่งถ้าปิดโรงงานยิ่งดีได้หลายต่อ เช่น ใช้ไฟฟ้าลดลง ไม่มีมลพิษจากโรงงาน คนที่ตกงานจะได้มาทำนาจะได้ไม่ขาดแรงงานในชนบท มองในระยะยาวจะดี เราลำบากเพียงน้อยเพื่อธรรมชาติ ผมเอาด้วย
อดข้าวดอกนะเจ้าชีวาวาย ไม่ตายหรอกถ้าตกงานหรือไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่ง้อ จุดตะเกียงก็ได้ หรือเข้านอนแต่หัวค่ำ 200 ปีก่อนไม่มีไฟฟ้ายังอยู่ได้ กลัวอะไร เรื่องอะไรจะส่งเสริมให้นายทุนรวย GDP จะโตหรือไม่โตไม่เกี่ยวกับผมผมไม่ได้เงินเดือนเพิ่มนี่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดาวลดา

ดาวลดา งานเพลงรำลึกทัศนีย์ รุ่งเรือง - เพื่อนที่แสนดีของพี่น้องจะนะ สงขลา

View All
<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านเห็นด้วยกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ให้เป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมตามแนวคิดในแผนพัฒนาภาคใต้ที่กำลังรุกหนักอยู่ตามพื้นที่ต่างๆในตอนนี้หรือไม่
เห็นด้วย
38 คน
ไม่เห็นด้วย
128 คน

  โหวต 166 คน