ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้
Southern Thailand NewsPeople
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STCC
วันอังคาร ที่ 9 สิงหาคม 2554
Posted by ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้ , ผู้อ่าน : 1622 , 12:12:57 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ขบวนประชาชนถึงหน้ารัฐสภา จี้ “นายกฯ ใหม่” รับนโยบายแก้ปัญหา

เครือข่ายภาคประชาชนจากเหนือ-อีสาน-ใต้ เคลื่อนขบวนร่วมเครือข่ายใน กทม.รุกเสนอ
“นโยบายประชาชน” ถึงนายกหญิง ดันธนาคารที่ดิน-โฉนดชุมชน-ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า ด้าน“ยิ่งลักษณ์” ส่ง “ปลอดประสพ” เจรจา
 
เช้าวันนี้ (8 ส.ค.54) เครือข่ายภาคประชาชนจากภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ และกทม.รวมตัวกัน
ที่บริเวณหน้าลานพระบรมรูปทรงม้า ประมาณ 1,000 คน จากนั้นได้เคลื่อนขบวนไปยังอาคารรัฐสภา
เพื่อยื่นนโยบายภาคประชาชนให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อให้บรรจุนโยบายดังกล่าวลงในนโยบายของรัฐบาล โดยมีนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เดินทางมารับข้อเสนอ
 

นายปลอดประสพ กล่าวว่า ภายหลังจากที่พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
จะหาช่องทางเพื่อหารือกับเครือข่ายฯ อย่างจริงจังและต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ ทางพรรคเพื่อไทยได้ระลึกว่า เพราะทางสมาชิกเครือข่ายฯ สนับสนุน ทำให้พรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะถึง 265 เสียง อย่างไรก็ตามปัญหาที่ได้เสนอมา เฉพาะ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยคงจะทำไม่สำเร็จ ดังนั้นต้องขอความร่วมมือกับเครือข่าย เพื่อแก้ไขปัญหาให้คลี่คลาย
 
“เรื่องที่ประชาชนเสนอนั้น ส่วนหนึ่งเป็นนโยบายที่พรรคเพื่อไทยเตรียมดำเนินการ อย่างไรก็ตาม
คงต้องมีการคุยในรายละเอียดอีกครั้งเพื่อให้เกิดความชัดเจน ส่วนกรณีที่เครือข่ายฯ เสนอให้นำข้อ
เรียกร้องไปทำเป็นนโยบายรัฐบาลด้วยนั้น ผมยืนยันว่าจะรับไปดำเนินการอย่างแน่นอน” นายปลอดประสพ กล่าว
 

ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจากนี้จะนัดประชุมเพื่อยืนยันกฎ หมายที่ค้างสภาฯ โดยจะรับรองภายใน 60 วันเพื่อไม่ให้กฎหมายตกไป โดยในส่วนของ พ.ร.บ.สัญชาติฯ จะมีการรับรองและผ่านเป็นกฎหมายแน่นอน ส่วนกฎหมายการบริหารจัดการที่ดินของรัฐ ขณะนี้อยู่ในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมทั้ง 2 สภา ว่าจะดำเนินการต่อไปหากทางเครือข่ายฯ ต้องการให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ให้ส่งสัญญาณมา เพื่อพิจารณากฎหมายฉบับดังกล่าวผ่านการพิจารณาโดยเร็ว
 
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย และขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) ได้จัดขบวนรถจักรยานยนต์กว่าร้อยคันมุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมออกแถลงการณ์ระบุถึงการจัดเวที “สัญญาประชาคม ประชาชนพบพรรคการเมือง” เมื่อ 24 มิ.ย.54 ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งตัวแทนพรรคเพื่อไทยให้คำมั่นว่าหากชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลจะนำเอาปัญหาการกระจายการถือครองที่ดิน ธนาคารที่ดิน โฉนดชุมชน และภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าไปบรรจุไว้ในนโยบายของรัฐบาล ซึ่งการเคลื่อนขบวนใหญ่ครั้งนี้มาเพื่อทวงถามสัญญาเหล่านั้น
 
ในส่วนภาคอีสาน เมื่อวันที่ 7 ส.ค.54 เครือข่ายเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) สมัชชาคนจน กรณีกลุ่มผู้เดือดร้อนจากเขื่อนปากมูล กลุ่มผู้เดือดร้อนจากสวนป่าพิบูลมังสาหาร เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) สลัมสี่ภาค ร่วมกับ ขปส.จัดขบวนรถจักรยานยนต์เข้าสมทบกับเครือข่ายภาคประชาชนจากภาคเหนือ เพื่อเข้าพบว่าที่นายกรัฐมนตรี หวังให้การแก้ไขปัญหาของแต่ละเครือข่ายเดินหน้าต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ในวันเดียวกันเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสานยังได้ ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 “สานต่อ
ภารกิจประชาชน ปฏิรูปที่ดินอย่างเป็นธรรม” เรียกร้องให้คณะรัฐบาลชุดใหม่สานต่อแนวทางการปฏิรูปที่ดินโดยประชาชน ให้เป็นนโยบายของรัฐบาล และจัดตั้งกลไกการแก้ไขปัญหาร่วมโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมให้เร่งมีคำสั่งให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยุติการจับกุม ข่มขู่ คุกคาม และดำเนินคดีชาวบ้านในพื้นที่สมาชิกเครือข่ายฯ และให้สามารถทำประโยชน์ในพื้นที่พิพาทไปพลางก่อน เพื่อเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาร่วมกับรัฐบาลต่อไป

..............................................................................................................................

แถลงการณ์

สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือและเครือข่ายองค์กรประชาชน

เรื่อง ขอให้รัฐบาลบรรจุเรื่อง ธนาคารที่ดิน และภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า ไว้ในนโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา

จากอดีตจนถึงปัจจุบันปัญหาการถือครองที่ดิน เป็นปัญหาที่สร้างความขัดแย้งและความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน อันเป็นผลมาจากการกระจายทรัพยากรที่ไม่ทั่วถึงและการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่ เป็นธรรม ส่งผลให้ที่ดินซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตของเกษตรกรรายย่อยกลายเป็นสินค้า และในที่สุดก็ตกไปอยู่ในมือของนายทุนและนักการเมืองเพียงไม่กี่ตระกูล ในขณะที่เกษตรกรและคนยากจนต้องกลายเป็นคนไร้ที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก

เป็นที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันมีเกษตรกรและคนยากจนจำนวนนับล้านครัวเรือน เป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัย และที่ทำกิน หรือมีที่ดินไม่เพียงพอในการประกอบอาชีพ และยังคงต้องเผชิญกับภาวะความเสี่ยงจากการสูญเสียที่ดินทำกินซึ่งตนเคยถือ ครองทำมาหากินอยู่อย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าวข้างต้นนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนหนึ่งเกิดมาจากการดำเนินนโยบายของรัฐที่ผิดพลาดและขาดความเป็นธรรมในการ บังคับใช้กฎหมาย เช่น การประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ตลอดจนที่ราชพัสดุ ทับที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของชุมชน รวมทั้งปล่อยให้กลุ่มทุนใช้ช่องว่างทางกฎหมายกระทำการทุจริตในการออกเอกสาร สิทธิ์ที่ดิน กว้านซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไรและปล่อยทิ้งร้างไม่ทำประโยชน์เกินกว่ากฎหมาย กำหนด ซึ่งสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือและเครือข่ายองค์กรประชาชนที่ประสบปัญหาที่ดิน ทั่วประเทศได้ร่วมกันเรียกร้องต่อรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยมานานกว่าทศวรรษ แต่ก็ยังไม่ปรากฏว่ามีรัฐบาลใดสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างจริงจัง

เป็นที่ทราบกันดีว่า การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย ได้รับการไว้วางใจจากประชาชนอย่างท้วมท้นจนได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และล่าสุด นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้รับการสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 28 ของประเทศไทยแล้ว

ในช่วงการรณรงค์หาเสียงก่อนการเลือกตั้งพวกเราในนามสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือได้ ร่วมกับองค์กรประชาชนทั่วประเทศมากกว่า 40 องค์กร ได้ร่วมกันจัดเวทีสัญญาประชาคม ประชาชนพบพรรคการเมืองขึ้น เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2554 ณ มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อนำเสนอข้อเรียกร้องต่อพรรคการเมืองเพื่อนำไปบรรจุไว้เป็นนโยบายของ รัฐบาล โดยมีพรรคการเมืองหลายพรรค รวมทั้งพรรคเพื่อไทยซึ่งได้ส่ง นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรค มาร่วมรับฟังข้อเสนอจากพวกเราพร้อมทั้งได้ลงนามในสัญญาประชาคม สนับสนุนข้อเสนอของประชาชน และให้คำมั่นว่าหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลจะนำเอา ปัญหาการกระจายการถือครองที่ดิน ธนาคารที่ดิน โฉนดชุมชน และภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า ไปบรรจุไว้ในนโยบายของรัฐบาล

ภายหลังการเลือกตั้งสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ และเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งปรเทศไทย ได้นำการติดตามทวงถามสัญญาประชาคมดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ด้วยการส่งไปรษณียบัตรพร้อมทั้งยื่นจดหมายอย่างเป็นทางการไปถึงนางสาวยิ่ง ลักษณ์ ชินวัตร ว่าที่นายกรัฐมนตรี ผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ผ่านสำนักงานสาขาพรรคเพื่อไทยและยื่นผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการตอบรับใดๆ จากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

พวกเราในนามของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากนโยบายการจัดการที่ดินที่ไม่เป็นธรรม จากทั่วประเทศจึงพร้อมกันมุ่งสู่ทำเนียบรัฐบาล ด้วยขบวนรถจักรยานยนต์จำนวน 100 คัน เพื่อเข้าพบและรับฟังคำตอบฯพณฯนายกรัฐมนตรี

ท้ายที่สุดนี้เราขอเรียกร้องไปยังนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทยดังต่อไปนี้

1.ขอให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะผู้นำรัฐบาลได้ดำเนินการให้เป็นไปตามสัญญาประชาคมที่พรรคเพื่อไทยได้ ให้ไว้ก่อนการเลือกตั้งโดยนำเอาข้อเสนอเรื่องการกระจายการถือครองที่ดิน อย่างเป็นธรรม การรองรับสิทธิ์ในที่ดินแก่เกษตรกรอย่างยั่งยืนในรูปแบบกรรมสิทธิ์ชุมชนสาน ต่อนโยบายโฉนดชุมชนซึ่งเป็นนโยบายของประชาชน จัดตั้งกองทุนธนาคารที่ดิน และจัดเก็บภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า ไปบรรจุไว้เป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาฯ

2.ขอให้นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้พวกเราแลเครือข่ายภาคประชาชนผู้ได้รับผลกระทบและได้รับความ เดือดร้อนจากปัญหาที่ดินเข้าพบเพื่อรับฟังคำตอบ ในวันที่ 8 สิงหาคม 2554

 

ด้วยจิตสมานฉันท์และเชื่อมั่นในพลังของคนจน

สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ

เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม

แถลง ณ ลานครูบาศรีวิชัย เชิงดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่

6 สิงหาคม 2554

 

แถลงการณ์เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) ฉบับที่ 1

“สานต่อภารกิจประชาชน  ปฏิรูปที่ดินอย่างเป็นธรรม”

นับตั้งแต่กำเนิดสังคมขึ้นมา สิ่งหนึ่งที่ดำรงอยู่ร่วมกับมนุษย์มาโดยตลอดคือ กรรมสิทธิ์ในที่ดินและทรัพย์สิน ซึ่งในทุกสังคมย่อมมีระบบกรรมสิทธิ์ที่แน่นอนเป็นของตนเอง เช่นเดียวกับสังคมทุนนิยม ที่มีระบบกรรมสิทธิ์เอกชน เป็นเครื่องมือหลักของการจัดความสัมพันธ์ในการถือครองปัจจัยการผลิต

ความสัมพันธ์ดังกล่าว นำมาสู่ความขัดแย้งของผู้คนในสังคม และดำรงอยู่จนกระทั่งปัจจุบัน ทั้งนี้ กลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิในที่ดินส่วนใหญ่คือ เกษตรกร ชาวนาชาวไร่ และคนจนเมือง ในฐานะที่เป็นกลุ่มคนชายขอบของสังคม

กรณีปัญหาที่ดินและทรัพยากรของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน ถือเป็นอีกรูปธรรมหนึ่งที่สะท้อนถึงความไม่เป็นธรรมในการถือครองปัจจัยการผลิต อันเนื่องมาจากโครงสร้างอำนาจการจัดสรรที่ดินของสังคม ถูกผูกขาดรวมศูนย์โดยรัฐส่วนกลาง และเอื้อประโยชน์ต่อลุ่มธุรกิจ นายทุน เป็นด้านหลัก

ปัจจุบัน ปัญหาของพวกเรายังคงหนักหน่วง และมีแนวโน้มจะขยายความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในอนาคต เช่น การจับกุมดำเนินคดีในพื้นที่พิพาทที่ดินในเขตป่าเขตอำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอหล่มสัก  จังหวัดเพชรบูรณ์ และอำเภอสิรินธร  จังหวัดอุบลราชธานี มีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 165ราย 32คดี การข่มขู่คุกคามสมาชิกเครือข่ายในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการถ่วงรั้งกระบวนการแก้ไขปัญหาให้ล่าช้าออกไป ในช่วงที่ผ่านมาของราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เนื่องในโอกาสที่มีรัฐบาลใหม่ ภายใต้การนำของนางสาวยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พวกเรามีความคาดหวังอย่างยิ่งว่า ภารกิจในการแก้ไขปัญหา ที่ดินของเครือข่ายฯ และขบวนการประชาชน จะได้รับการสานต่อแนวทางการปฏิรูปที่ดินโดยประชาชน ที่พวกเราร่วมกันผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง ไม่น้อยกว่า 20ปี โดยการนำข้อเสนอดังกล่าวเป็นนโยบายของรัฐบาล และจัดตั้งกลไกการแก้ไขปัญหาร่วม โดยมีฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน  

ในการนี้ เราขอเรียกร้องให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ดำเนินการเป็นการเร่งด่วนคือ มีคำสั่งทางบริหารให้เจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยุติการจับกุม ข่มขู่ คุกคาม และดำเนินคดีชาวบ้านในพื้นที่สมาชิกเครือข่าย และให้สามารถทำประโยชน์ในพื้นที่พิพาทไปพลางก่อน เพื่อเข้าสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาร่วมกับรัฐบาล ต่อไป  หาไม่แล้ว การแก้ไขปัญหาในอนาคต จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก และมีอุปสรรคอย่างยิ่ง ซึ่งไม่เป็นที่ปรารถนาของพวกเราทุกคน

จากที่กล่าวแล้วข้างต้น พวกเราจึงมีความจำเป็นต้องเดินทางเพื่อเข้าพบ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวันที่ 8สิงหาคม 2554  เพื่อนำเสนอแนวทางนโยบายการแก้ไขปัญหาที่ดินของเครือข่ายฯ ให้รัฐบาลได้บรรจุเป็นนโยบายเพื่อแถลงต่อรัฐสภา ต่อไป

 

เชื่อมั่นในพลังประชาชน

เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.)

 

  

จดหมายเปิดผนึก

นำข้อเสนอภาคประชาชนสู่นโยบายรัฐบาล

7สิงหาคม 2554

 เรื่อง                  ขอเข้าพบเพื่อหารือเกี่ยวกับการนำข้อเสนอเพื่อการแก้ไขปัญหาของภาคประชาชน บรรจุเป็นนโยบายของรัฐบาล

เรียน                  ฯพณฯ (ว่าที่) นายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

อ้างถึง                เวทีสัญญาประชาคมประชาชนพบพรรคการเมือง เมื่อวันที่ 24มิถุนายน 2554ณ อาคารสันทนาการ มหาวิทยาลัยรังสิต กรุงเทพฯ          

เนื่องด้วยเครือข่ายเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คปสม.) สมัชชาคนจน กรณีกลุ่มผู้เดือดร้อนจากเขื่อนปากมูล กลุ่มผู้เดือดร้อนจากสวนป่าพิบูลมังสาหาร เครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน (คปอ.) เครือข่ายปฏิรูปที่ดินเทือกเขาบรรทัด สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) สลัมสี่ภาค ร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) และเครือข่ายองค์กรประชาชน ซึ่งมีปัญหาความเดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยและความไม่เป็นธรรมจากการดำเนินกิจกรรมโครงการพัฒนาของรัฐบาลจากทั่วประเทศ โดยที่ผ่านมาได้มีการเรียนร้องต่อรัฐบาลให้มีการแก้ไขปัญหา ขณะที่หลายกรณีปัญหาก็ได้มีกลไกและแนวทางในการแก้ไขปัญหาโดยมีความคืบหน้ามาเป็นลำดับ

ในช่วงของการยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้ง พวกเราซึ่งประกอบไปด้วยเครือข่ายองค์ประชาชนทั้งคนจนจากชนบท คนจนเมือง กลุ่มผู้ใช้แรงงาน จากทั่วประเทศ  ได้จัดเวทีสัญญาประชาคมพบพรรคการเมืองขึ้น เมื่อวันที่ 24มีนาคม 2554ณ มหาวิทยาลัยรังสิต ในงานดังกล่าวได้มีพรรคการเมืองหลายพรรค ส่งตัวแทนเข้าร่วมเวทีด้วย ซึ่งรวมทั้งพรรคเพื่อไทย โดยหัวหน้าพรรคได้มอบหมายให้นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนไปรับข้อเสนอของประชาชน รวมทั้งได้ลงนามเป็นสัญญาประชาคม ท่ามกลางสักขีพยานคือประชาชนกว่า 2,000คน และสื่อมวลชนหลายสำนัก

ต่อมาหลังการเลือกตั้งขบวนประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) และองค์กรสมาชิกทั่วประเทศได้ส่งไปรษณียบัตรถึงท่าน พร้อมทั้งยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดและสำนักงานสาขาพรรคประจำจังหวัด เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ในการผลักดันการแก้ไขปัญหาเพื่อนำไปบรรจุไว้เป็นนโยบายของรัฐบาล 

ดังนั้นเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาเดินหน้าต่อไปอย่างเป็นรูปธรรม ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) และประชาชนทั่วไปที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ผู้เดือดร้อนจากการสร้างเขื่อนปากมูล และเครือข่ายประชาชน จึงใคร่ขอเรียนแจ้งมายัง ฯพณฯ (ว่าที่) นายกรัฐมนตรี เพื่อขอเข้าพบและติดตามความชัดเจนจากท่านโดยตรง ในวันที่ 8สิงหาคม2554 

พวกเราขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) และประชาชนผู้เดือดร้อนด้านที่ดิน ที่อยู่อาศัย และผู้เดือดร้อนจากโครงการพัฒนาของรัฐจากทั่วประเทศ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความอนุเคราะห์จากท่านในการเปิดโอกาสให้เข้าพบ และขอขอบพระคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้ด้วย

 

ขอแสดงความนับถือ

พงษ์ศักดิ์ สายวรรณ

(นายพงษ์ศักดิ์ สายวรรณ)

เครือข่ายชุมชนเพื่อการปฏิรูปสังคมและการเมือง (คป.สม)

สว่าง ทารัตน์

(นายสว่าง ทารัตน์)

สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล 

สะพานทอง พันธ์โชติ

(นายสะพานทอง พันธ์โชติ)

กลุ่มผู้เดือดร้อนจากกรณีสวนป่าพิบูลมังสาหาร

 

 

ขอบคุณที่มา : ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลุงวอ วันที่ : 09/08/2011 เวลา : 12.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

มาเป็นระลอก
น้ำท่วมยังไม่มีใครไปเหลียวแลเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดาวลดา

ดาวลดา งานเพลงรำลึกทัศนีย์ รุ่งเรือง - เพื่อนที่แสนดีของพี่น้องจะนะ สงขลา

View All
<< สิงหาคม 2011 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านเห็นด้วยกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ให้เป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมตามแนวคิดในแผนพัฒนาภาคใต้ที่กำลังรุกหนักอยู่ตามพื้นที่ต่างๆในตอนนี้หรือไม่
เห็นด้วย
38 คน
ไม่เห็นด้วย
128 คน

  โหวต 166 คน