ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้
Southern Thailand NewsPeople
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STCC
วันเสาร์ ที่ 17 กันยายน 2554
Posted by ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้ , ผู้อ่าน : 2295 , 11:23:26 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เปิดงานวิจัยมาบตาพุด ความล้มเหลวของการเติบโตอย่างยั่งยืน (1)

ข่าวใหญ่กรณีระงับการลงทุน 76 โครงการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเมื่อปี 2552 ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุนเป็นอย่างมาก

ขณะนี้แม้จะคลี่คลายไปแล้ว แต่การเยียวยาปัญหามาบตาพุดยังคงไม่รู้จบ

ที่ผ่านมากลุ่มเพื่อนชุมชนนำโดย 5 องค์กรยักษ์ใหญ่ซึ่งลงทุนในมาบตาพุดอาสาเข้าไปดูแลชุมชน
พื้นที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษด้วยวิธีการต่างๆ ปัจจุบันยังคงเดินหน้าต่อ และดูจะกลายเป็นโครง การที่ต้องทำต่อเนื่องระยะยาวในอนาคต

ล่าสุด ศ.ดร.ฉวีวรรณ สายบัว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ถอดบทเรียนมาบตาพุด ในหัวข้อ “การกำหนดและการดำเนินนโยบายเพื่อสาธารณประโยชน์:กรณีนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมมาบตาพุด” เสนอต่อศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2554

งานวิจัยชิ้นนี้ทำขึ้นหลังจากชมรมสิ่งแวดล้อม สภาทนายความ สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อนและสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่มาบตาพุดได้ยื่นฟ้อง 8 หน่วยงานของรัฐ ว่าดำเนินการไม่ชอบด้วยกฏหมายมาตรา 67 วรรค 2 แห่งรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2550 ต่อศาลปกครอง ให้รับผิดชอบต่อผลกระทบอย่างรุนแรงทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพอนามัย ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุดและพื้นที่ใกล้เคียง

ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งเมื่อ 29 กันยายน 2552 ให้หน่วยงานของรัฐระงับโครงการลงทุน76โครงการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง

ต่อมาศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2552 ระงับ 65 โครงการ มูลค่าการลงทุน
350,054 ล้านบาท ต่อมาได้ยกเว้นอีก 1 โครงการ จึงเหลือ 64 โครงการที่ถูกระงับ ส่วนอีก 11 โครงการมูลค่าการลงทุนประมาณ 60,529 ล้านบาท ศาลให้ปรับปรุงติดตั้งอุปกรณ์ในการบำบัดมลพิษ

ขณะที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น “แก้ปัญหา” ด้วยการตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่าย(ตัวแทนจากภาคราชการ ภาคเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิและภาคประชาชน) เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2552 โดยมีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นประธานเพื่อหาทางออก

แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีคำตอบสำหรับชาวมาบตาพุดและชาวระยองต่อการแก้ปัญหามลพิษ ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมที่เสื่อมโทรม การแย่งชิงน้ำ รวมทั้งผังเมืองที่มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้ประโยชน์ไปให้ภาคอุตสาหกรรมแต่อย่างใด

บริหารผิด-จัดสรรทรัพยากรผิด
งานวิจัยได้วิเคราะห์ชัดเจนโดยกล่าวถึงรากของปัญหาตั้งแต่การพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศไทยแล้วโยงมาถึงกรณีมาบตาพุดว่าเป็นตัวอย่างของการพัฒนาที่มีการจัดสรรทรัพยากรผิด และการบริหารเศรษฐกิจผิด

ทั้งนี้ได้ชี้ให้เห็นถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยที่เป็นมาจนถึงปัจจุบัน ชี้ให้เห็นถึงรากของปัญหา
ของโครงสร้างเศรษฐกิจไทย จากความพยายามหากินจากอุตสาหกรรมของประเทศกำลังพัฒนา
และข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นที่มาบตาพุด รวมทั้งใครได้รับประโยชน์ ใครได้รับความเสียหายและใครต้อง
รับผิดชอบปัญหาที่เกิดขึ้นกรณีมาบตาพุด

ดังนั้นเพื่อความเข้าใจปัญหามาบตาพุด จึงต้องเข้าใจรากของปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจไทย ดร.ฉวีวรรณได้ชี้ให้เห็นว่าระบบเศรษฐกิจไทยเป็นระบบเศรษฐกิจเสรีหรือระบบเศรษฐกิจตลาด แต่ในทางความเป็นจริงปัญหาโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจไทยเป็นโครงสร้างแบบผูกขาดมากกว่า กล่าวคือกลไกตลาดหรือพลังตลาดไม่ทำงาน เพราะมีการบิดเบือนตลาดเกิดขึ้นมาก ปัจจัยหลักมาจากความมั่งคั่งและการกระจายความมั่งคั่งที่กระจุกตัวอยู่ในมือของคนข้างบนซึ่งเป็นเพียงส่วนน้อยของประเทศ และการที่เศรษฐกิจเติบโตมามากแล้วแต่ไม่ได้ทำให้ประชาชนคนไทยธรรมดาโดยทั่วไปได้อยู่ได้กินอะไรกันมากนัก คนส่วนใหญ่ของประเทศยังคงยากจนอยู่เช่นเดิม

ภาครัฐ-ราชการตัวถ่วงเศรษฐกิจ
หากดูพัฒนาการที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ภาครัฐมีบทบาทและมีอำนาจมากในการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องและแทรกแซงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการใช้อำนาจเป็นไปเพื่อประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องของตนเอง ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของสังคม สาธารณชนโดยรวม กล่าวคือข้าราชการมีแต่รับใช้ผู้ปกครองหรือรับใช้ผู้มีอำนาจไม่เคยรับใช้ประชาชน แต่กลับทำตัวเป็นนายประชาชนเสียอีก ทำให้อำนาจเสื่อม ประชาชนขาดศรัทธาและความเชื่อถือ

พร้อมกันนี้เมื่อเผชิญปัญหาข้อติดขัดและความขัดแย้งทางความคิดหรือผลประโยชน์ก็ใช้วิธีบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น ไม่หักด้ามพร้าด้วยเข่าหรือไม่หักหาญน้ำใจกัน ทำให้ไม่สามารถยกระดับคุณภาพการบริการให้ทันกับความต้องการตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปทั้งภายในและภายนอก

ประกอบกับระบบราชการไทยเป็นระบบที่ยึดหน่วยงานมากกว่าตัวงานหรือผลงานที่ต้องรับผิดชอบ ขาดการบูรณาการในการทำงานร่วมกันเพื่อสาธารณประโยชน์

ดังนั้นกรณีปัญหามาบตาพุด การดำเนินการแก้ไขปัญหาผลกระทบด้านต่างๆที่เกิดขึ้นภาครัฐมุ่งเน้นไปแก้ปัญหามลพิษและอุบัติภัยซึ่งเป็นปัจจัยกำหนดทางด้านสิ่งแวดล้อม แต่ไม่ได้ตระหนักอย่างเพียงพอถึงผลได้และผลเสียที่จะเกิดขึ้นแก่ “ประชาชน” แต่ละกลุ่มแต่คนละเหล่า รวมทั้งขาดการตระหนักและเรียนรู้ถึงบทเรียนและประสบการณ์ของประเทศอุตสาห กรรมพัฒนาแล้ว ว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมจะก่อให้เกิดปัญหามลพิษและผลกระทบในทางลบอื่นๆ ตามมาอย่างไร เพื่อที่จะได้เตรียมการในการมียุทธศาสตร์และการวางนโยบายอย่างไรที่จะป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นหรือให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด

แม้รัฐบาลและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องดูเหมือนจะแสดงออกมาด้วยคำพูดและด้วยการเขียนออกมาเป็นนโยบายวางเอาไว้ในการให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นพิษและผลข้างเคียงอื่นๆ ที่ตามมาจากการมีอุตสาหกรรม แต่ปัญหาคือมันมักจะไม่ได้แปลงเป็นนโยบายมาสู่การปฏิบัติ และแม้จะปฏิบัติบ้างแต่ก็มักจะมีปัญหาความมีประสิทธิภาพและความมีประสิทธิผลของการดำเนินการในทุกระดับทุกส่วน โดยมาจากปัญหาระดับรากฐานที่ดำรงอยู่มานานโดยตลอดในระบบราชการ อันได้แก่


1.ความล้าหลังล้าสมัยที่ยึดระเบียบแบบแผนที่ปฏิบัติตามๆ กันมาทำให้เปลี่ยนแปลงได้ยาก

2.การขาดการทำงานอย่างบูรณาการของหน่วยงานทุกระดับทุกส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อผลสำเร็จของการทำงานเพื่อบรรลุสาธารณประโยชน์ หรือผลประโยชน์ของประเทศชาติโดยส่วนรวม

3.ปัญหาการคอร์รัปชั่นที่ฝังตัวอยู่ในทุกระดับทุกส่วนทั้งในภาครัฐและเอกชน โดยระบบราชการที่ต้องทำงานเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม แต่มักเอาตำแหน่งหน้าที่และอำนาจหน้าที่ของราชการไปแสวงหาผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง

4.ระบบการเมืองการปกครองที่มีอำนาจเหนือเศรษฐกิจ ดังนั้นกฎหมายหรือนโยบาย และมาตรการทางเศรษฐกิจต่างๆที่ออกมาจึงมักเป็นไปเพื่อประโยชน์ของชนชั้นผู้ปกครองหรือรับใช้ชนชั้นที่มีอำนาจ มากกว่าที่จะรับใช้หรือเพื่อประโยชน์ของประชาชนของสังคมโดยส่วนรวม

ประเด็นปัญหาที่สำคัญที่สุดการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มาบตาพุด 24-25 ปีก่อนมีการวางแผนสร้างมาบตาพุดโดยออกแบบแปลนของโครงการถูก ออกมาค่อนข้างดี มีการแบ่งชัดเจนว่าตรงไหนจะเป็นที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ตรงไหนเป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยของชุมชน และในระหว่างพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรมและพื้นที่อยู่อาศัย จัดวางเอาไว้เป็นพื้นที่สีเขียวเป็นพื้นที่เขตกันชน (buffer zone)

แต่เมื่อถึงขั้นปฏิบัติกลับไม่เป็นไปตามที่วางแผนเอาไว้ มีการขยายโรงงานใหม่และสร้างโครงการและกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ๆเข้าไปโดยบุกรุกพื้นที่ที่เคยทำเป็นเขตกันชน (ตามเกณฑ์ต้องห่างกันไม่ต่ำกว่า 1 กิโลเมตร )และยังรุกล้ำไปยังเขตสาธารณะ พื้นที่เกษตร และเข้าไปสู่พื้นที่ที่อยู่อาศัยของชุมชน ปัจจุบันพื้นที่กันชนแทบจะไม่มีแล้ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงผังเมืองใหม่ทำได้ด้วยความเห็นชอบหรือด้วยการสมรู้ร่วมคิดของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นบ้าง เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางบ้าง

ในด้านสังคมก็มุ่งเน้นที่การบริการสาธารณสุข กับการจัดตั้งกองทุนเพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนา ขณะที่ปัญหาอันเกิดจากแรงงานอพยพ ประชากรแฝง โครงสร้างชุมชนความขัดแย้งจากการพัฒนา ไม่มีแนวทางการแก้ปัญหากำหนดเอาไว้ โดยเฉพาะปัญหาผลกระทบในแง่ลบทางด้านเศรษฐกิจและแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่จะทำให้คนไทย บริษัทไทย และอุตสาหกรรมไทยพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นและลดการพึ่งพาต่างประเทศลงได้เรื่อยๆ ในทุกด้านในที่สุด

ความเป็นมนุษย์ถดถอย
ดังนั้นการเติบโตของอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและปัญหาอื่นๆ กรณีมาบตาพุด ที่กระทบความมั่นคงในการดำรงชีวิตของมนุษยชาติ ผลกระทบที่เกิดขึ้นเหล่านี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะภาคราชการ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ จึงถือเป็นความล้มเหลวของการพัฒนาอุตสาห กรรมในประเทศ

งานวิจัยระบุว่าแม้รายได้ต่อหัวของจังหวัดระยองจะสูงสุดที่สุดของประเทศ แต่เมื่อเปรียบเทียบดัชนีความก้าวหน้าของมนุษย์ที่จัดทำขึ้นโดยหน่วยงานสหประชาชาติพบว่าคนในจังหวัดระยองไม่ได้มีการพัฒนาในมิติอื่นๆ ดีขึ้น เป็นต้นว่าภาระหนี้สินของครัวเรือน สัดส่วนคนยากจน อัตราการว่างงาน อัตราผู้ป่วยเอดส์รายใหม่สูงมาก คิดเป็น 15.3 คนต่อประชา กร 1 แสนคน สูงเป็นอันดับ 5 ของประเทศ คดีประทุษร้าย เด็กถูกทอดทิ้ง คดียาเสพติด สัดส่วนประชากรที่ได้รับการศึกษา และอัตราครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากมลพิษ ได้ชี้ให้เห็นว่าไม่ได้ช่วยให้คุณภาพชีวิตผู้คนดีขึ้น

นอกจากนี้ การพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างขนานใหญ่ที่มาบตาพุดและจังหวัดระยอง ได้สร้างผลกระทบ ผลในทางที่เสียหาย หรือต้นทุนตกอยู่กับคนในพื้นที่ระยองอย่างมหันต์ รายได้ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาอุตสาหกรรมไม่ได้มาช่วยเยียวยาปัญหาและผลกระทบเลย

ดังรายได้ของจังหวัด ในปี 2549 มีรายได้รวม 438,638 ล้านบาท จัดเก็บภาษีได้ 83,494 ล้านบาท หรือ 19% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในจังหวัด และส่วนใหญ่เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีน้ำมันถึง 82.1% ของภาษีทั้งหมด (68,546 ล้านบาท) ขณะที่ภาษีทางตรงเก็บได้น้อยมาก 1.06% สาเหตุน่าจะมาจากการส่งเสริมการลงทุนในจังหวัดระยองได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และกว่า 80% ของบริษัทที่มาลงทุนจดทะเบียนที่กรุงเทพมหานคร ภาษีจึงจ่ายที่กรุงเทพฯ

ขณะที่ปี 2549 จังหวัดระยองได้งบประมาณรายจ่ายจากภาครัฐ 11,870 ล้านบาท เท่ากับ 14.22% ของภาษีที่จังหวัดเก็บได้และเท่ากับ 2.71% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในจังหวัดเท่านั้น

นี่คือข้อเท็จจริงของจังหวัดที่รายได้ต่อหัวสูงสุดของประเทศไทยและเป็นศูนย์อุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศ

ขอบคุณที่มา : ไทยพับลิก้า, www.thaipublica.org





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 17/09/2011 เวลา : 12.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง


ระยองมี 8 อำเภอ ถูกโรงงานอุตสาหกรรมหนักกลืนไป 4 อำเภอแล้ว อำเภอเมือง อำเภอบ้านฉาง อำเภอปลวกแดง อำเภอนิคมพัฒนา และกำลังจะลุกลามไปอีกสองอำเภอ คือ..อำเภอบ้านค่าย อำเภอวังจันทร์ โดยไปให้ กนอ.ประกาศให้สองอำเภอนี้เป็นนิคมอุตสาหกรรมหน้าตาเฉย โดยทั้งกนอ.และเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมไม่ได้เคยถามชาวบ้านเจ้าของพื้นที่เลยสักคำ..เอากฎหมายมาอ้างว่าเขาสามารถประกาศได้..แล้วความขัดแย้ง ความแตกแยก การฟ้องร้องก็จะมีไม่รู้จบ..เจ้าของพื้นที่คนระยองมีเหลือของประจำถิ่นที่ทำมาหากินกันเหลืออยู่น้อย หากไม่ออกมาประท้วงร้องขอสิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๖๗ วรรค ๒ แล้วคนระยองจะเหลืออะไร..

เจ้าของ ๕ นิคมอุตสาหกรรมในมาบตาพุด อย่าเพิ่งออกมาแหกปากบอกว่าทำ CSR กันตอนนี้เลย ทั้งที่ตามกฎหมายอุตสาหกรรม ก็มีมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า คุณต้องทำเรื่องระบบนิเวศน์ให้ปลอดภัยจากสารพิศจากปล่องที่คุฯปล่อยออกมา ตั้งแต่ต้น 30 ปีผ่านไป ระยองแทบไม่เหลือ "ผลไม้รสล้ำ น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีเอก" แล้ว..แต่กลับมีอุตสาหกรรมที่เจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมก้าวหน้า ร่ำรวยกันมหาศาลมาแทนที่..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 17/09/2011 เวลา : 12.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง


น้ำฟ้าไม่ได้กิน..
น้ำดินไม่ได้ใช้..
คนระยองพบกับความบรรลัย มา 30 ปีแล้ว..
หากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี นี้ดีจริง GDP ที่โฆษณาว่าคนระยองร่ำรวยปีล่ะ คนล่ะ 1,000,000 บาท ชีวิตความเป็นอยู่ของคนระยองคงร่ำรวยที่สุดในประเทศไทย ในโลก คนไทยคงอิจฉาคนระยองกันไปทั้งชาติทั้งโลก..แต่..มันไม่ใช่ความเป็นจริง

ความเป็นจริง คนที่ร่ำรวยโชติช่วงชัชวาล คือเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี แถมด็อกลูกจ้างของ ปตท.ยังมีหน้ามาพ่นน้ำลายต่อหน้า สภาพัฒน์ว่าทำเงินให้เมืองไทยได้ปีล่ะเป็นแสนๆล้าน ภาษีเข้ารัฐมหาศาล..ถุ..ย..คนระยองจนอยู่ไงก็จนอยู่งั้น หากรวยไปด้วย เมืองระยองคงเจริญรุ่งเรือง อยู่กันสุขสบาย ไม่ต้องทำมาหากินอะไรหรอก..

แต่..คนระยองเป็นโรคมะเร็งติดอันดับประเทศไทย ตายผ่อนส่งจากมลพิษ อากาศเป็นพิษ ร่ำร้องขอให้แก้ไขปัญหามลพิษมานับสิบปีก็ยังไม่แก้ แล้วยังจะหน้าด้านมาสร้างโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มจนจะเต็มทั้งจังหวัดระยองแล้ว ไม่ใช่แค่มาบตาพุดหรอก.. ระยองมีโรงงานอุตสาหกรรม เล็ก กลาง ใหญ่ รวม 1,770 โรง นับจริงๆเล็กๆรวมไปด้วยน่ะ 2,000 กว่าโรงจะบอกไห้..

คนระยองแท้..มาระยองก็จะบ่นให้ฟังมากกว่านี้ ตอนนี้เป็นโรคเครียด..ความดันสูง และภูมิแพ้กันมากขึ้น ด้วยภูมิคุ้มกันถูกกระทบเต็มๆ..เฮ้อ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดาวลดา

ดาวลดา งานเพลงรำลึกทัศนีย์ รุ่งเรือง - เพื่อนที่แสนดีของพี่น้องจะนะ สงขลา

View All
<< กันยายน 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านเห็นด้วยกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ให้เป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมตามแนวคิดในแผนพัฒนาภาคใต้ที่กำลังรุกหนักอยู่ตามพื้นที่ต่างๆในตอนนี้หรือไม่
เห็นด้วย
38 คน
ไม่เห็นด้วย
128 คน

  โหวต 166 คน