ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้
Southern Thailand NewsPeople
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STCC
วันศุกร์ ที่ 11 พฤศจิกายน 2554
Posted by ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้ , ผู้อ่าน : 1301 , 11:57:51 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผ่าแนวคิด “ท่าเรือปากบารา” การต่อสู้ของชาวบ้านที่มองในระดับโลก

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - รัฐพยายามให้ข้อมูลประชาชนแบบแยกส่วน แต่โดยภาพรวมแล้ว “ท่าเรือปากบารา” เป็นแค่ส่วนปลีกย่อยในโครงการเท่านั้น เช่นเดียวกับโครงการบ้านจัดสรร ที่ต้องเอาเสาไฟฟ้าลงไปปัก เอาระบบน้ำ ระบบไฟ ทำคูระบายน้ำเข้าไปด้วย ท่าเรือที่จะสร้างนี่แต่เพียงโครงสร้างพื้นฐาน เพราะฉะนั้นจะมีอุตสาหกรรม และปิโตรเคมี ตามมาแน่นอน ในขณะที่นครศรีธรรมราชก็กำลังจะมีโรงไฟฟ้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น โรงไฟฟ้าจะนะ 1 ก็มีแล้ว ตามมาด้วยโรงไฟฟ้าจะนะ 2 ก็กำลังจะตามมา คิดว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้มันจำเป็นไหม?
      
อ.หุดดีน :โรงไฟฟ้าจะนะที่มีอยู่แล้วก็เพียงพอสำหรับภาคครัวเรือน ดังนั้น โรงไฟฟ้าทั้งหลายที่มีโครงการว่าจะตามมาก็เพื่อรองรับอุตสาหกรรม และสิ่งที่คนในพื้นที่กลัวที่สุดคือถ้าเกิดท่าเรือน้ำลึกขึ้นมาจริงๆ อุตสาหกรรมก็ต้องตามมาอย่างแน่นอน สิ่งที่ติดตามมาหลังจากนั้นยังน่ากลัวกว่าท่าเรืออีก เพราะในเรื่องการขนส่งถ้าดูจาก EIAก็ระบุในเรื่องสารเคมีอันตรายแทบทั้งสิ้น
      
แล้วการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลก็เป็นการตอกย้ำว่า “เอาแน่”
ใช่ครับ เพราะสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ยังมีพลังในการสานต่อโครงการนี้น้อยกว่าพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีความชัดเจนขึ้นในเรื่องของการพัฒนาภาคใต้เซาท์เทิร์นซีบอร์ด ทำให้ปรากฎข่าวในหนังสือพิมพ์หลายฉบับว่าจะเดินหน้าพัฒนาโครงการทั้งหมดอย่างแน่นอน มี 9 โครงการ และท่าเรือน้ำลึกปากบารานี่เป็นโครงการที่ 7 หมายถึงบรรจุอยู่ในนโยบายของรัฐบาลมาตั้งแต่ตอนหาเสียงแล้ว

อาจารย์คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องโลจิสติกส์ที่ไม่คุ้มค่า และรัฐก็ยังดึงดันที่จะทำ
คิดว่ามันไม่ใช่แค่ระบบโลจิสติกส์อย่างเดียว ต้องข้ามช็อตตรงนั้นไป ถ้ามีแค่โลจิสติกส์อย่างเดียวมันใช้ประโยชน์ได้แค่การขนส่ง แต่มันจำเป็นจะต้องมีอุตสาหกรรม มีสินค้า อีกประเด็นหนึ่งคือ งบประมาณที่จะตามมาอย่างหาศาลจากเปอร์เซ็นต์ของการก่อสร้าง หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็ล้วนต้องการจะได้ส่วนแบ่งจากตรงนี้ ซึ่งบางครั้งเขาไม่ได้มองไปถึงผลกระทบในอนาคตข้างหน้า แต่คิดเพียงแค่ว่าเขาจะได้ส่วนแบ่งกี่เปอร์เซ็นต์
      
รัฐอาจจะมองว่าชาวบ้านไม่มีความรู้อะไร เอาเงินซื้อก็ได้ สำหรับคนละงูเองคิดเห็นกับประเด็นนี้อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะเส้นทางแลนด์บริดจ์ผ่านทางนี้ก็จะต้องผ่านบ้านอาจารย์อย่างแน่นอน

ผมเป็นคนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะแลนด์บริดจ์ผ่านหน้าบ้านเลย ถ้าไม่คิดทำอะไรสักอย่างก็สงสารประชาชน สงสารตัวเองด้วย ทั้งนี้ โดยพื้นฐานของรัฐบาลที่ผ่านมาทุกสมัยมักจะคิดในมิติเดิม คือ มองว่าประชาชนคงจะต่อต้านนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ยอม เพราะรัฐยังคงคิดแบบเดิมๆ ใช้ระบบสั่งการแบบบนลงล่าง หรือ Top to down จากส่วนกลางมาควบคุมชาวบ้าน ประชาชนมีส่วนร่วมกับนโยบายการพัฒนาน้อยมาก หลายๆ ครั้งการพัฒนาของรัฐจึงไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่น
      
แม้แต่หน่วยงานภาครัฐเอง ทางผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้นำระดับตำบล เองก็ยังคิดเหมือนเดิม รัฐบอกว่าประชาชนมีส่วนร่วมในส่วนของตัวบทกฎหมาย แต่ความจริงแล้วรัฐพยายามที่จะทำ จะครอบงำความคิดประชาชนทั้งหมด ไม่มีการเปิดโอกาสให้ชาวบ้านคิดเอง ชาวบ้านไม่มีสิทธิ์เลือก ไม่มีเวทีให้แสดงความคิดเห็น หรือถ้ามีเวทีก็จะเชิญเฉพาะคนที่เห็นด้วยกับโครงการไปพูดชักจูงบนเวทีให้ชาวบ้านคล้อยตาม รวมทั้งประชาพิจารณ์ต่างๆ ด้วย ไม่มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงขึ้นไปพูดบนเวทีเลย หรือแม้กระทั่งข้อมูลในตอนทำประชาพิจารณ์เอง ก็ยังบอกไม่หมด
      
อาจารย์ชี้ได้ไหมว่าชาวบ้านมีความรู้ ความเข้าใจ มากน้อยแค่ไหน และวิธีคิดของชาวบ้านเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง?                                                                                                ตอนนี้แม้แต่ในเรื่องของกฎหมายก็เปลี่ยนไปเยอะ สิทธิชุมชนมีมากขึ้น ชาวบ้านรู้และตระหนักในสิทธิของตัวเองมากขึ้น มีนักวิชาการมาช่วยให้ความรู้ในส่วนนี้มากขึ้นด้วย แต่พลังของชาวบ้านในการต่อสู้กับภาครัฐมีน้อยหรือนายทุน ด้วยกลไกของรัฐที่มีโครงสร้างการบริหารงานแบบบนลงล่าง ทำให้ต้องฟังคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ต่อให้ไม่เห็นด้วยก็แสดงออกมากไม่ได้ หลายๆ ครั้งตัวแทนการปกครองท้องถิ่นเองก็สกัดกั้นการรับรู้ของประชาชน เช่น การประชุมกับ อบต. หรือประชุมกันภายในหมู่บ้าน ก็จะมีการสั่งการให้ประชุมผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. มาสกัดตรงนี้ รัฐยังไม่เข้าใจว่าวิถีชุมชนมันเปลี่ยนไปแล้ว
      
แล้วชาวบ้านรู้ไหมว่ามันมีผลกระทบอย่างไรบ้าง แม้ปากบาราเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สงบ แต่ไม่ใช่หมู่บ้านปิด เพราะชาวบ้านก็มีปฏิสัมพันธ์กับนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นคนจากทั่วโลกอยู่แล้ว

ผลกระทบสูงมากอย่างแน่นอน ทั้งในเรื่องทรัพยากร ที่จะมีการระเบิดภูเขาถึง 8 ลูก แล้วเอามาถมทะเล คนที่ทำคิดอะไรถ้าไม่มองถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม เขามองในแง่การพัฒนาอย่างยั่งยืนบ้างไหม ภูเขาทั้ง 8 ลูก และผลกระทบอื่นๆ โดยเฉพาะวิถีชีวิตของชุมชนทั้งที่อยู่ใกล้ภูเขาและอยู่ใกล้ทะเล กรณีการสร้างเขื่อนก็เช่นกัน ทั้งที่เคยมีตัวอย่างมาแล้วว่ามีผลเสียอย่างไร ก็ยังจะสร้างอีก
      
คือ ชาวบ้านไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนา แต่รัฐควรจะจัดระบบการพัฒนาให้ยั่งยืนสอดคล้องกับวิถีชีวิตของท้องถิ่นด้วย ควรจะมีการจัดระบบเรื่องการใช้ทรัพยากรที่ยั่งยืน ให้ประชาชนดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุขด้วย ถ้าดูจากแผนพัฒนาสตูล จากคำขวัญที่ว่า “สตูล สงบ สะอาด ธรรมชาติบริสุทธิ์” แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดเองก็เคยพูดในที่ประชุมประชาพิจารณ์ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2554 ที่ผ่านมาว่า ไม่มีแผนที่จะพัฒนาโครงการอุตสาหกรรมในสตูล โครงการอุตสาหกรรมต่างๆ นั้นล้วนเป็นของ “เบื้องบน” เพราะรายได้ส่วนใหญ่ของจังหวัดสตูล ได้มาจากการท่องเที่ยวและการบริการ กว่า 40% ซึ่งถือว่าเยอะพอสมควร ทั้งทางด้านการเกษตร การบริการการท่องเที่ยว และการค้า ถ้าทำให้ดี รายได้ตรงนี้สามารถเลี้ยงตัวได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งระบบอุตสาหกรรมเลย
      
แล้วถ้าอย่างนั้น ทำไมต้องสร้างท่าเรือ?
ประเด็นนี้ก็เป็นสิ่งที่ชาวสตูลสงสัยมาโดยตลอด หรือแม้กระทั่งอุตสาหกรรมที่จะไม่ตามมา ตอนนี้ใครมาบอกเราก็เชื่อไม่ได้ เพราะแม้กระทั่งใน EIA เองก็บอกชัดเจนว่ามียุทธศาสตร์อุตสาหกรรม ไม่ใช่มีแค่ท่าเรือน้ำลึก มีการบอกว่าท่าเรือน้ำลึกจะสร้างให้เล็กลงก็เชื่อถือไม่ได้ ปัญหาคือประชาชนในพื้นที่ได้รับข้อมูลจากรัฐแค่เพียงผิวเผิน โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบ ซึ่งถ้าเทียบกับความเป็นจริงแล้วมันเยอะมาก แต่รัฐบอกแค่เพียงเล็กน้อย ซึ่งถ้าเราไปดูการพัฒนาในต่างประเทศ เขามีการเตรียมการและจัดระบบอย่างดี เช่น ในเรื่องของผลกระทบต่อสุขภาพ ชุมชน พื้นที่ สภาพแวดล้อม แต่ของเรามันน้อยมาก เขาแทบไม่ได้เตรียมอะไรให้เลย
      
มีชาวต่างชาติที่มาประกอบการธุรกิจดำน้ำอยู่ที่นี่ บอกว่าจะเป็นไปได้อย่างไรที่รัฐจะยกเลิกอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา เขาบอกว่า Park (อุทยาน) นี่สำคัญที่สุดเลย ถ้ายกเลิกอุทยานนี่จบแล้ว หมู่เกาะเภตรานี่ยังไม่ถึงกับยกเลิก แค่ถอดถอน ทั้งที่ความจริงแล้วเขามีแต่หาพื้นที่อุทยานเพิ่ม เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไว้ แต่นี่มุ่งจะเข้าไปทำลายและตัดแบ่ง ที่สำคัญคือเหมือนเอาไข่แดงออกไปเลย
      
เขาบอกว่าถ้าเป็นในแคนาดาไม่ใช่แค่กลุ่มวัยกลางคนเท่านั้นที่ลุกขึ้นมาต่อสู้ แต่พวกเด็กๆ วัยรุ่นก็จะลุกขึ้นมาต่อสู้ด้วย จนกระทั่งนโยบายต่างๆ เลิกล้มหมดแล้ว ประชาชนเขาตื่นตัวมากนอกจากนี้ ชาวต่างชาติคนนั้นยังบอกอีกว่า อาจารย์เอาข้อมูลมาให้ผม จะช่วยเผยแพร่ผ่าน CNN ให้คนทั่วโลกได้รู้
      
ถ้าเปรียบเทียบตรงนี้กับประเทศอื่นๆ ยังมีประเทศไหนบ้าง
มีประเทศออสเตรเลีย จริงอยู่ที่ประเทศเขาทำอุตสาหกรรม แต่เขาดูแลประชาชนอย่างดี เหมือนเขามีการป้องกัน เขารู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็เตรียมการไว้ก่อน ไม่ใช่เหมือนอย่างในบ้านเราที่พยายามทำให้ได้ มาตรการป้องกันไม่ค่อยมี แล้วค่อยมาเยียวยาทีหลัง เข้าตำรา “วัวหายล้อมคอก”
      
กรณีคนพื้นเมืองที่ออสเตรเลีย เป็นอย่างไรบ้าง?
คนพื้นเมืองของออสเตรเลีย คือ อะบอริจิน ที่ถูกคนจากฝั่งยุโรปที่อพยพเข้าไปในออสเตรเลียรุกราน ฆ่าบ้างอะไรบ้าง เพราะวิถีชีวิตมันแตกต่างกัน แล้วอพยพชาวอะบอริจินดั้งเดิมไปอยู่ที่ไหนสักที่หนึ่ง ที่เป็นหมู่บ้านชนบท แล้วที่ดินสำคัญๆ เขาก็เอาไปหมด สร้างตลาด สร้างเมืองขึ้นมา เวลาโปรโมทการท่องเที่ยว เรื่องการแสดงของชนเผ่าอะบอริจิน ก็เป็นคนยุโรปที่เข้าไปใหม่นี่แหละมาทำการแสดง ไม่ใช่คนพื้นเมือง แต่เป็นคนผิวขาว นี่ก็เป็นลักษณะเดียวกัน อีกหน่อยผู้คนในชุมชนโดยรอบของที่นี่ ก็จะมีวัฒนธรรมอื่นๆ เข้ามาเปลี่ยน ไม่ต่างอะไรกับกระเหรี่ยงคอยาวที่ถูกทำให้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวไป
      
แล้วจริงๆ ทิศทางการพัฒนาของที่นี่ ควรจะเป็นไปอย่างไร?
มีการพูดประเด็นนี้มาหลายเวทีแล้ว ส่วนใหญ่ก็เห็นพ้องต้องกันว่า ควรเป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพราะดูจากภูมิศาสตร์ของทั้งภูมิภาคแล้ว ตั้งแต่ตรัง, ระนอง, กระบี่, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, สงขลา และสตูล มันเป็นเรื่องของความเหมาะสม ไม่จำเป็นต้องสร้างอุตสาหกรรมใหม่มาทำลายวิถีชีวิตเดิมของชาวบ้าน นอกจากนี้ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ยังเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับรัฐด้วย ถ้าทำตรงนี้ให้ดี ก็จะสามารถเลี้ยงตัวได้ และรัฐก็จะมีรายได้จากตรงนี้ดีเลยทีเดียว
      
ถ้ามองในเรื่องของการสร้างงาน อุตสาหกรรมสร้างงานให้กันคนเพียงกลุ่มหนึ่งเท่านั้นเอง แค่กลุ่มคนที่ทำงานในโรงงาน แต่ว่าผลกระทบที่ตามมามันกระทบคนเยอะกว่านั้น ด้วยยุทธศาสตร์ที่เป็นส่วนเชื่อม 2 ฝั่งทะเลเข้าด้วยกัน จึงเหมาะที่จะสร้างโครงการอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน แต่โดยสภาพแวดล้อมตามความเป็นจริงแล้ว มันทำไม่ได้ ไม่มีศักยภาพมากขนาดนั้น ทรัพยากรอื่นๆ ที่มีก็ยังใช้มันได้อยู่
      
นักการเมืองและกลุ่มทุนมอง GDP เป็นหลัก แต่ลืมนึกถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน และความสุขของประชาชน ตอนนี้ผลกระทบยังไม่เกิด แต่เรารู้ล่วงหน้าแล้ว เพราะเรียนรู้จากนิคมอุตสาหกรรมที่มาบตาพุด โรงแยกก๊าซที่จะนะเป็นตัวบอกว่า “รัฐไม่สามารถจัดการกับความเป็นอยู่ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้มีความปลอดภัยในชีวิตและสุขภาพได้”
      
แนวทางการเคลื่อนไหวหลังจากนี้เป็นอย่างไร?
เบื้องต้นในระดับประชาชน ได้มีการพูดคุย ปรึกษากันในเครือข่ายต่อต้านอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในภาคใต้ ได้ข้อสรุปว่า เราต้องประกาศให้รัฐบาลรู้ในเชิงสัญลักษณ์ ว่าเราชาวภาคใต้ไม่เอาอุตสาหกรรม โดยในวันที่ 21 - 22 ส.ค. ที่ผ่านมามีการร่วมชุมชุมของเครือข่ายต้านอุตสาหกรรมในแผนเพชรเกษม 41 โดยทั่วแทนจากจังหวัดต่างๆ ในภาคใต้ ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์ให้ชัดเจน ว่า ภาคใต้ไม่เอาอุตสาหกรรม นอกจากนี้ก็มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจมากที่สุด โดยเฉพาะในระดับผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน ท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้ส่วนหนึ่งถูกรัฐและนายทุน “ซื้อ” ไปแล้ว ทั้งที่ความเป็นจริงมีคนเห็นด้วยน้อยมาก
      
คนพื้นที่ที่เห็นด้วยกับโครงการอุตสาหกรรม จริงๆ มีน้อยมาก ไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำไป ส่วนใหญ่มักจะเป็นผู้ที่ได้รับผลประโยชน์แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องเลย เพราะขะมักเขม้นกับการประกอบอาชีพ หาเช้ากินค่ำ และอีกกลุ่มคือ กลุ่มผู้ได้รับผลประโยชน์ ทั้งจากรัฐและนายทุน แต่ประชาชนกว่า 90% รู้เรื่อง และไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ทั้งนี้ ชาวบ้านไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนาเสียทั้งหมด แต่มองว่าการมีส่วนร่วมกับรัฐ ประชาชนอยู่ได้ ชุมชนอยู่ได้ มีความสุขด้วย ส่วนการพัฒนาที่ทำร้ายประชาชน แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน
      
จะมีเครือข่ายไปต่างประเทศไหม?
ในขณะที่รัฐเอาการมองระดับโลกมาบีบ เราก็มีวิธีการที่จะซ้อนไปในระดับโลกเช่นกัน ตอนนี้ทางเครือข่ายกำลังรวบรวมข้อมูลของ จ.สตูล ในมิติต่างๆ ทั้งเรื่องผลกระทบ ด้านการศึกษา วิถีชีวิต ระบบนิเวศน์ ทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ ประมาณ 9 ด้าน เช่น การท่องเที่ยว, ประมงชายฝั่ง, การศึกษา, ด้านสังคม, ทรัพยากร, สุขภาพ, อาชีพ, การเกษตรทางเลือก และจะทำเป็นเอกสาร 1 เล่ม สรุปผลกระทบทั้งหมดต่อวิถีชีวิตที่เราดำเนินอยู่ แล้วยื่นไปยังหน่วยงานต่างๆ นอกจากนี้คิดว่าจะแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วเผยแพร่ไปยังนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือนักท่องเที่ยวที่อาสาเข้ามามีส่วนร่วมตรงนี้ ให้เผยแพร่ต่อไปยังสังคมออนไลน์ ส่วนองค์กรต่างๆ ที่คิดว่าจะยื่นหนังสือไป หลักๆ มี กรีนพีซ และประเทศแคนาดา
      
เวลาเราคุยกับฝรั่ง เขาพร้อมจะช่วยเราเต็มที่เลย เพราะเคยเคยเผชิญกับสภาพอุตสาหกรรมแบบนี้ในประเทศของเขา แถบยุโรป แถบอเมริกา ในแคนานดา มาก่อน โดยเขาเจอปัญหาแบบนี้ก่อนเราเยอะ เขาเห็นผลกระทบว่ามันทำลายทรัพยากร ทำลายประชาชนของเขาอย่างไร จึงปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ แล้วเขาก็ยินดีจะช่วยเรา ส่วนงานด้านเอกสารนั้นมีกลุ่มเครือข่ายวิจัย เครือข่ายท่องเที่ยว ทีม สกว. นักวิชาการในพื้นที่ โดยได้งบประมาณมาจากสภาปฏิรูปประเทศไทย ส่วนการแปลเป็นภาษาอังกฤษจะขอความร่วมมือจากคนในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ตั้งใจว่าเมื่อทำเสร็จแล้วจะแจกจ่ายไปยังหน่วยงานราชการของรัฐ และหน่วยงานต่างๆ พร้อมทั้งเผยแพร่ไปยังเครือข่ายสังคมออนไลน์ และองค์กรสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในต่างประเทศ

ขอบคุณที่มา :  ASTVผู้จัดการออนไลน์
 
 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เหยียบดินมองฟ้า วันที่ : 11/11/2011 เวลา : 13.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bottomup
The best thing cannot be seen or even touched.

ดูให้ดีนะครับ หากทำงานกับความไม่ยุติธรรมโดยภาครัฐมาเยอะ ก็น่าจะรู้ว่า ทำอะไรแนวนี้ ไม่ควรทำให้ไก่ตื่น จะโลกล้อมปากบารา หรืออะไรก็แล้วแต่ ขีนเปิดไพ่ตั้งแต่ตอนนี้ เดี๋ยวเจอสกัดดาวรุ่งซะก่อนนะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดาวลดา

ดาวลดา งานเพลงรำลึกทัศนีย์ รุ่งเรือง - เพื่อนที่แสนดีของพี่น้องจะนะ สงขลา

View All
<< พฤศจิกายน 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านเห็นด้วยกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ให้เป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมตามแนวคิดในแผนพัฒนาภาคใต้ที่กำลังรุกหนักอยู่ตามพื้นที่ต่างๆในตอนนี้หรือไม่
เห็นด้วย
38 คน
ไม่เห็นด้วย
128 คน

  โหวต 166 คน