ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้
Southern Thailand NewsPeople
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STCC
วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม 2554
Posted by ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้ , ผู้อ่าน : 1707 , 11:13:02 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน OKeel โหวตเรื่องนี้

ฮือต้านระเบิดหิน ทำบ้านพังนับร้อย เขาโบราณเละ โรงโม่ฉุนอ้างทำเสียชื่อ ฟ้องชาวบ้านเรียกกว่า 64 ล้าน

วันชัย พุทธทอง ศูนย์ข่าว TCIJ

ชาวบ้านต้านระเบิดเขายุคดึกดำบรรพ์เฮ หลังศาลชี้ให้บริษัทจ่ายชดเชยกว่า 4 แสน เผยเดือดร้อนมานานนับปี เสียงระเบิดดังสนั่นไม่เว้นแต่ละวัน ทำบ้านเรือนร้าวพังเสียหายกว่า 300 หลัง แถมยังมีก้อนหินขนาดใหญ่กระจายลงหลังคาบ้าน เรือกสวนไร่นา จนไม่เป็นอันสงบสุข พอรวมตัวประท้วงถูกบริษัทฟ้องเรียกค่าเสียหาย 64 ล้าน ชาวบ้านจึงฟ้องกลับบ้าง จนศาลตัดสิน ชาวบ้านระบุเงินที่ได้ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่ศาลเมตตาให้ความเป็นธรรม และเป็นสิ่งยืนยันว่าบริษัทสร้างความเดือดร้อนจริง

'เขาคูหา'ความสมบูรณ์แห่งรัตภูมิ

“เขาคูหา” เป็นภูเขาลูกโดดตั้งอยู่กลางทุ่ง ในต.คูหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เป็นพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 บี ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 พ.ย.2532 เดิมพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ มีคลองตะเคียน ไหลลอดใต้ภูเขา มีถ้ำ โพรงเขา สายน้ำใต้เขา สายเล็กสายน้อยหลายสายไหลเชื่อมโยงกัน ซึ่งนับเป็นแหล่งพักพิงหลบภัย และขยายพันธ์ปลาพื้นบ้านหลายสิบชนิด โดยมีสายน้ำไหลออกจากภูเขา 3 สาย คือ เหมืองตีน(เหมืองนาโพธิ์) เหมืองกลาง(เหมืองต้นเหรียง) เหมืองหัวนอน(เหมืองหลุมพอ) สภาพป่าไม้ พืชสมุนไพร สัตว์ป่าใหญ่น้อย เสือหมี ลิง ค่าง หมูป่า  เม่น นก กระรอก งู นานาชนิดอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดี มีถ้ำบนภูเขา ที่มีลักษณะที่คล้ายกับภูเขาลูกอื่นๆในพื้นที่ ที่มีห้อง มีลาน มีเครื่องไม้เครื่องมือโบราณ รวมถึงมีการพบเจอ สมอเรือ ไม้พาย รวมถึงถ้ำค้างคาว ที่มีมายาเขา(ปุ๋ยดินมูลค้างคาว) ซึ่งเป็นแหล่งปุ๋ยของชุมชนโดยรอบ มีการทำการเกษตร ทำนา ทำสวนผลไม้ สวนยาง เลี้ยงสัตว์ วัว หมู เป็ด ไก่ ฯลฯ รวมถึงมีบ้านเรือนที่อยู่อาศัย วัด โรงเรียน รอบๆ ภูเขา อากาศเย็นสบายตลอดปี ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล

อ.รัตภูมิ มีคำขวัญประจำอำเภอ ว่า “ถิ่นดินแดง แหล่งผลไม้ดก น้ำตกเจ้าฟ้า ภูผามีตำนาน ประตูผ่านสู่ชายแดน”  ส่วนหนึ่งของคำขวัญประจำอำเภอรัตภูมิ ที่ว่า “ภูผามีตำนาน” เพราะในอ.รัตภูมิ มีภูเขาลูกโดดสำคัญ ที่มีการกล่าวขานสืบทอดมายาวนาน 5 ลูก คือ เขาจังโหลน, เขาคูหา, เขาจุ้มปะ, เขาตกน้ำ, เขารังเกียจ (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น เขารักเกียรติ) ภูเขาทั้งหมดนี้ เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์และตำนานของอ.รัตภูมิ  โดยมีคำบอกเล่าเชื่อมโยงกันเป็นคำกลอน ถิ่นใต้ ซึ่ง ร.ต.อ.เยื้อง  สมถวิล  ประธานกลุ่มอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม อ.รัตภูมิ เล่าต่อมาเป็นตำนานจนถึงปัจจุบันว่า

ท่านท้าว จังโหลน ผู้รุ่งฟ้า  มีเมีย งามเลิศ เฉิดเฉลา  ชื่อกานดา ตาเพรา เขาคูหา  มีบุตร สามองค์ ทรงลักขณา  ชื่อว่า เขาจุ้มปะ ผู้พี่ชาย ถัดแต่ นั้นมา สาวหน้างาม  ชื่อว่า เขาตกน้ำ งามเฉิดฉาย  มีบุตรสุดท้อง เป็นน้องชาย  ช่างใจร้ายให้ชื่อ เขารังเกียจ  เบียดเสียด พี่น้อง ให้ต้องแค้น  ถีบพี่พลัดลงในคงคา  บิดา พิโรธ ก็โกรธแค้นขับไล่ ให้ไปอยู่แต่สวน  ไปอยู่คู่กับควนหัวแหวน  ฝ่ายควนรูรู้เรื่องก็เคืองแค้น ว่าเจ้าควนหัวแหวนมีผัวใหม่ จะได้หรือไม่ได้ก็ตามใจ  ต้องไปบอกควนหินเหล็กไฟ เสียให้รู้

แหล่งหินอายุกว่า 6,000 ปี

จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ มีการค้นพบโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์  สมัยหินใหม่ฝังอยู่ในถ้ำและเพิงหิน ทางทิศเหนือของเขารักเกียรติ  ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ ซึ่งห่างจากเขาคูหาไปประมาณ 10 กิโลเมตร พบภาชนะดินเผาลายเชือกทาบ  ภาชนะดินเผาแบบหม้อสามขา  ขวานหินขัด  โครงกระดูกมนุษย์และสัตว์  (หน่วยศิลปากรที่  9 สงขลา 2521 : 13)

จากหลักฐานดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า พื้นที่อ.รัตภูมิ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของมนุษย์โบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์  อาศัยอยู่ในถ้ำหินปูนของภูเขาในเขตอ.รัตภูมิ ตลอดไปจนถึงจ.พัทลุง มายาวนานกว่า 6,000  ปีมาแล้ว   ต่อมามีการค้นพบโบราณวัตถุแผ่นจารึกอักษรขอมจากถ้ำเขาจังโหลน  ต.คูหาใต้  และเขาพระ  ต.เขาพระ  เป็นโบราณวัตถุในสมัยพุทธศตวรรษที่  24-25  ซึ่งตรงกับสมัยกรุงธนบุรี (บทความ นางวรรณี  นวลแก้ว  นักวิชาการศาสนาชำนาญการ  สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.สงขลา)

อ.รัตภูมิ  มีพื้นที่เป็นภูเขาและพื้นราบ พื้นที่ภูเขาในอ.รัตภูมิ เป็นภูเขาในยุคดึกดำบรรพ์โดยบริเวณบ้านจังโหลน  ต.คูหาใต้  ถึงบ้านท่าชะมวง  ต.ท่าชะมวง  ตลอดถึงบ้านเขารักเกียรติ ต.กำแพงเพชร  เป็นพื้นที่ภูเขาหินปูนในยุคเพอร์เมียน  เมื่อประมาณ 270 ล้านปีมาแล้ว

เขาคูหา มีพัฒนาการการทำหิน 3 ยุคสมัยยุคแรก ยุคบุกเบิกรัฐ ชุมชนทำใช้ (ประมาณปี พ.ศ.2500-2515) เริ่มมีการทำหินครั้งแรกโดยกรมทางหลวง เพื่อทำถนนสายหาดใหญ่-พัทลุง เมื่อประมาณ 50 ปีที่แล้ว

หลังจากกรมทางหลวงดำเนินการเสร็จ ชาวบ้านที่ได้เรียนรู้ รับจ้างระเบิดหิน ตีหิน ก็มีการทำหิน ตีหิน ในพื้นที่ที่หัวดิน (พื้นที่ดินของตนเองที่ติดภูเขา) แต่โดยรวมก็เป็นการทำหินเพื่อใช้สอย อาทิ ทำ หัวเสาบ้าน คอสะพาน ลาดพื้นในชุมชน และพื้นที่ใกล้เคียง

จากยุคโบราณมาถึงโม่หินขาย

ยุคสอง ยุคโรงโม่ทำขาย (ประมาณปี พ.ศ.2515-2538) หลังจากมีการดำเนินการทำหินใช้ของรัฐ -ชุมชนแล้ว เริ่มมีกิจการโรงโม่เอกชนเข้ามาระเบิดหิน และย่อยหินแบบเก่า คือ การระเบิด โดยการโหนโยนตัวจากหน้าผาลึก ลงมาฝังระเบิด โดยถากเข้าไปในภูเขา

จากนั้นจึงเริ่มเกิดผลกระทบกับธรรมชาติตามมามากมาย เศษดินหินพังลงมาทับทางเข้าคลองตะเคียนแทบจะอุดตัน ฝุ่นควันเข้าไปรบกวนบ้านเรือนในชุมชน และโรงเรียนมัธยมสิริวัณวรี 2 ได้รับความเสียหาย จนชาวบ้านร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและโรงโม่ไปแล้วหลายครั้ง

ครม.ให้เปลี่ยนวิธีย่อยหินแต่ยังอนุมัติเพิ่มเพียบ

กระทั่งวันที่ 13 มิ.ย.2538 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเปลี่ยนแปลงการระเบิดและย่อยหิน ไปเป็นเทคโนโลยีการทำเหมืองหินแบบใหม่ จึงเข้าสู่การสัมปทานกับรัฐ ต้องขอประทานบัตร ในเวลาต่อมา วันที่ 16 ก.ย.2540 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติให้ใช้ประโยชน์ในแหล่งหิน ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นหนึ่งบี 20 แหล่ง ใน 13 จังหวัดทั่วประเทศ ตามที่คณะกรรมการกำหนดแหล่งหิน เพื่อการทำเหมืองหินอุตสาหกรรมเสนอ

วันที่ 1 ต.ค.2540 กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศกำหนดพื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรม เพื่อการก่อสร้าง และจัดสรรแหล่งหิน ดังกล่าวให้ผู้ประกอบการขอประทานบัตร โดยอนุญาตไป 27 รายทั่วประเทศ  การทำเหมืองหินเขาคูหา มี 2 ประทานบัตร คือ บริษัท พีรพลมายนิ่ง จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 457-459 ถ.เพชรเกษม ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ประทานบัตรเลขที่ 27645/1529 หมดอายุประทานบัตรไปแล้วเมื่อ วันที่ 29 ก.ค.2552  อีกประทานบัตรของ นายมนู เลขะกุล ประทานบัตรเลขที่ 27655/15331 มีการเช่าช่วงต่อโดยบริษัทแคลเซียม ไทย-อินเตอร์ จำกัด จนหมดอายุประทานบัตร เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2553

ชาวบ้านสุดทนตั้งเครือข่ายประท้วง

จากการระเบิดหินของโรงโม่หินเขาคูหา สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน และชุมชนเป็นอย่างมาก ทำให้ชาวบ้านรวมตัวกันในนาม “เครือข่ายต้านเหมืองหินเขาคูหา” จำนวนหลายร้อยคน ออกมาประท้วงเป็นระยะ ทั้งผู้ที่ได้รับการชดเชยและไม่ได้รับการชดเชย โดยมีปัญหาใหญ่ที่ชาวบ้านเรียกร้อง 5 ข้อคือ

1.ความเสียหายต่อทรัพย์สิน

การระเบิดหินดังกล่าวทำให้บ้านเรือน ที่อยู่อาศัย รวมถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เศษหินจากการระเบิดกระเด็นโดนบ้านเรือนที่พักอาศัย โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ โดยหินบางก้อนที่กระเด็นมา มีน้ำหนักเกือบ 5 กิโลกรัม ได้มีการแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่สภ.รัตภูมิ มาแล้วหลายครั้ง

นอกจากนี้แรงสั่นสะเทือนยังทำให้บ้านเรือนแตกร้าว ทรัพย์สินเสียหาย มีบ้านเรือนแตกร้าวเสียหายกว่า 326 หลังคาเรือน ซึ่งบริษัทไม่รับผิดชอบ ไม่มีมาตรฐาน ไม่มีความเป็นธรรมในการจ่ายชดเชยค่าเสียหาย จะมีการจ่ายบ้าง เฉพาะผู้ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับทางบริษัท เท่านั้น

กระบวนการรับเรื่องร้องทุกข์ และแก้ไขปัญหา ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครองท้องที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนราชการทั้งทางอำเภอ จังหวัด สถานีตำรวจ และผู้รับผิดชอบโดยตรง คือ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา ไม่สนใจ ไม่เอาจริงเอาจัง ในการดำเนินการเยียวยา แก้ไข หรือ บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่กลับเอื้อผลประโยชน์ เข้าข้างผู้ประกอบการทั้งสองบริษัท

2.ผลกระทบต่อสุขภาพ

ผลกระทบจากฝุ่นละออง ก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจ หืดหอบ ภูมิแพ้ ผดผื่นคัน และอาจ

นำไปสู่โรคซิลิโคซิส หรือโรคฝุ่นปอดใยหิน หากมีการสะสมต่อเนื่องยาวนาน 10-20 ปี ฝุ่นละอองที่ว่านี้ เกิดจากทุกขั้นตอนของการดำเนินการทำเหมืองหิน ทั้งการใช้เครื่องจักรเจาะอัดระเบิด การระเบิดหิน การคุ้ยหินจากยอดเขาสู่ด้านล่าง การโม่ย่อยหิน ตลอดถึงการขนส่งบนถนน โดยเฉพาะในปี 2548-2552 มีการดำเนินการทั้งกลางวันกลางคืน

เกิดผลกระทบต่อจิตใจของชาวบ้าน ทำให้ตกใจ ใจสั่นทุกครั้งที่มีการระเบิดหิน โดยมีการสั่นสะเทือน คล้ายแผ่นดินไหวก่อนที่เสียงดังจะตามมา ในระยะ 1 กิโลเมตร บางครั้งมีเศษหินกระเด็นสาดมาคล้ายเสียงปืนกล ตกในพื้นที่สวนและบริเวณบ้าน เสียงระเบิด

ในปี 2548-2552 เสียงดังไกลมาก นับสิบกิโลเมตร บริเวณที่ได้ยินเสียงระเบิดทั้งในพื้นที่ต.คูหาใต้แล้ว ยังดังไกลไปถึงพื้นที่ต.กำแพงเพชร ต.ควนรู ต.ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ และพื้นที่บางส่วนของอ.ควนเนียง จ.สงขลา  อ.ป่าบอน จ.พัทลุง

3.ผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและการเกษตร

การระเบิดหิน ทำให้เศษหินพังทลายลงมาปิดช่องน้ำจากภูเขา ทั้งคลองตะเคียน และสายน้ำธรรมชาติ กระทบต่อ วิถีชีวิตการทำมาหากินของชาวบ้านรอบๆภูเขา ที่มีการทำนา ทำสวน ซึ่งอาศัยน้ำจากเหมืองน้ำที่ไหลออกมาจากภูเขาลูกนี้ ทั้ง 3 สาย เหมืองตีน (เหมืองนาโพธิ์), เหมืองกลาง (เหมืองต้นเหรียง), เหมืองหัวนอน (เหมืองหลุมพอ)

นอกจากนี้เศษหินที่กระเด็นมาตกในนา สวน โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ ได้รับความเสียหาย ชาวบ้านที่เคยขึ้นไปนำขี้ค้างคาวบนเขามาเป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้ ก็ไม่สามารถขึ้นไปเอาได้แล้ว

สัตว์เลี้ยงของชาวบ้านอาทิ หมู วัว เป็ด ไก่ ตื่นตกใจจากเสียงระเบิด ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเจริญเติบโตเป็นอย่างมาก

4.ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เขาคูหานับเป็นแหล่งเพาะขยายพันธุ์สัตว์น้ำตามธรรมชาติ เป็นแหล่งอนุบาลและหลบภัยของ

สัตว์น้ำอย่างดี  แต่จากการระเบิดหิน ส่งผลให้สัตว์บางชนิด พันธุ์ปลาบางชนิดหายไป หลายชนิดลดจำนวนลงเพราะแหล่งที่อยู่อาศัยถูกทำลาย แหล่งฟักอนุบาลหมดสิ้นไป นับเป็นการสูญเสียแหล่งอาหารของชุมชนด้วย

ส่วนป่าไม้ด้านบนภูเขา มีทั้งป่าดิบชื้น พันธุ์ไม้เฉพาะที่ กล้วยไม้ สัตว์ป่า ลิง ค่าง ฝูงลิงกระโดดวิ่งหนีเวลาเสียงระเบิดดัง และนกหลายชนิดได้สูญพันธ์ไปแล้วเช่นกัน

5.การดำเนินการเพื่อขอต่ออายุประทานบัตร

การดำเนินการของโรงโม่หินดังกล่าว ขาดกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ไม่มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 ซึ่งให้สิทธิของบุคคลที่จะมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชนในการอนุรักษ์ บำรุงรักษา และการได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

การทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ไม่มีส่วนร่วมจากชุมชน ไม่มีทำการศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพ ทั้งๆที่ในพื้นที่ดังกล่าว มีผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้  โดยในปี 2551 ศูนย์ควบคุมโรคไม่ติดต่อ จังหวัดสงขลา ได้ติดตามข้อมูลที่สถานีอนามัยทุ่งมะขาม ต.คูหาใต้ ด้วยเหตุพบผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะเป็นโรคซิลิโคซิส (ฝุ่นปอดใยหิน) จากโรงโม่หินดังกล่าวด้วย

ร้องผู้ตรวจการฯ-จี้จังหวัดแก้ปัญหา

นายเอกชัย  อิสระทะ ชาวบ้านต.คูหา อ.รัตภูมิ ที่ได้รับผลกระทบจากโรงโม่หินดังกล่าว ให้สัมภาษณ์ศูนย์ข่าว TCIJ ถึงความคืบหน้า หลังจากมีการเคลื่อนไหวของเครือข่ายต้านเหมืองหินเขาคูหา ว่า  นับตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย.2552 ถึงปัจจุบัน ปัญหาบ้านเรือนแตกร้าว ทรัพย์สินเสียหาย 326 หลังคาเรือน จาก 5 หมู่บ้าน ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องการแก้ไขอย่างเร่งด่วน นายอำเภอรัตภูมิ ได้ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเหมืองหินเขาคูหา อ.รัตภูมิ ตามคำสั่งเลขที่ 31/2553 ลงวันที่ 21 ม.ค.2553  มีการประชุมคณะกรรมการ 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 29 ม.ค.2553 ที่ประชุมมีมติที่จะแก้ไขปัญหา เรื่องบ้านเรือนแตกร้าว ทรัพย์สินเสียหายก่อน โดยตั้งคณะทำงานร่วมชุดเล็ก มีปลัดอำเภอเป็นประธานเพื่อดำเนินการ มีการสำรวจรายชื่อผู้ที่บ้านเรือนแตกร้าวในเบื้องต้น ผ่านกำนันผู้ใหญ่บ้าน ภายในเวลาเพียง 3 วัน ได้จำนวน 326 หลัง ลงตรวจสอบทำข้อมูลข้อเท็จจริงบ้านเรือนเสียหายร่วมกัน และเวทีพูดคุยหาทางออกในการแก้ปัญหาบ้านเรือนแตกร้าว แต่ไม่มีความคืบหน้าใดๆ

นายเอกชัยกล่าวต่อว่า ล่าสุดเครือข่ายฯ ร้องเรียนไปยังผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐสภา ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ และมีการประชุมร่วมกันที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 28 ก.ย.2553 โดยมีคณะผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานที่ประชุม ที่ประชุมมีข้อตกลงร่วมกันที่จะยกระดับการแก้ไขปัญหา โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานการแก้ไขปัญหา อุตสาหกรรมจังหวัด เป็นเลขานุการ และตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน 10-20 คน โดยมีโครงสร้างหลัก 4 ส่วน ประกอบด้วย ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง กลุ่มผู้คัดค้านการต่อสัญญาฯ บริษัทผู้ประกอบการทั้ง 2 บริษัท และกลุ่มนักวิชาการ/ประชาสังคม แต่จนถึงบัดนี้ ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ

ไม่เคยให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม

นายกฤษณรักษ์  จันทสุวรรณ์  แกนนำชาวบ้านอีกคนกล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) มีเนื้อหาไม่สมบูรณ์ ไม่มีกระบวนการจัดทำการมีส่วนร่วมของชุมชนและประชาชน และใช้เอกสารประกอบที่ไม่ถูกต้อง  ซึ่งบริษัท พีรพลมายนิ่ง จำกัด ได้ว่าจ้าง  บริษัท เอบีเอ็นเอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด ทำการศึกษา เพื่อเสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อพิจารณาจนผ่าน และนำไปเพื่อขอต่ออายุประทานบัตร

ซึ่งเนื้อหาในอีไอเอไม่มีการจัดเวทีประชาพิจารณ์เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวบ้านเมามีส่วนร่วมกับโครงการในทุกขั้นตอน

นอกจากนี้ยังพบว่าในรายงานเล่มดังกล่าว มีข้อความที่ไม่ตรงกับความจริงหลายประการ อาทิ 1.ไม่มีการระบุถึง สายน้ำย่อย 3 สาย ดังที่กล่าวข้างต้น อันเป็นสายน้ำสาธารณะของชุมชน โดยอ้างว่าถูกทำลายไปแล้ว

จับผิดข้อมูลในอีไอเอ

อ้างว่า มีการจัดทำประชาคมหมู่บ้าน เช่น จากรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เล่ม 1 (ภาคผนวก ก-๔)

(หน้า ก-12) การประชุมประชาคมหมู่บ้าน หมู่ที่ 5 วันที่ 4 มี.ค.2550 ประชุมประชาคมเศรษฐกิจพอเพียงผักสวนครัวรั้วกินได้ ในวาระอื่นๆระบุว่า “การขออนุญาต ขอสิทธิของโรงโม่หินพีรพล เพื่อทำต่อ” ซึ่งผู้เข้าร่วมการประชุมหลายคนยืนยันว่า ในที่ประชุมไม่มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้

(หน้า ก-15) การประชุมประชาคมหมู่บ้าน หมู่ที่ 7 วันที่ 28 ก.ค.2550 ประชุมโครงการอยู่ดีมีสุขบรรจุอยู่ในวาระสุดท้ายเช่นกัน

(หน้า ก-24) การประชุมประชาคมหมู่บ้าน หมู่ที่ 9 วันที่ 27 พ.ค.2550 บรรจุอยู่ในวาระที่ 4 เรื่องอื่นๆ “การขออนุญาตทำการประกอบการของโรงโม่หินพีระพลฯ ชาวบ้านเห็นด้วยไม่ขัดข้อง”

นอกจากนี้ในอีไอเอ ยังระบุด้วยว่า จากการดำเนินโครงการบ้านเรือนเสียหายเพียง 11 หลัง ในขณะที่ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ทางอำเภอสำรวจพบว่ามี 326 หลัง และในอีไอเอไม่มีการระบุว่า บริษัทดังกล่าวนำหินที่ได้จากการระเบิดส่งไปขายที่ประเทศอินเดีย

ด้านน.ส.นฤมล  จันทร์สุวรรณ ชาวบ้านที่ถูกหินทับจนบ้านแตกร้าวเสียหาย เปิดเผยว่า เครือข่ายฯ เคยร้องเรียนเรื่องอีไอเอไปยังสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อบอกว่าข้อมูลที่เขียนในรายงานไม่เป็นความจริง และทางสผ.ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาดูพื้นที่ 1 ครั้ง แต่ยังไม่มีคำตอบว่า จะทำอย่างไรกับอีไอเอฉบับนี้ ที่ทำผิดวัตถุประสงค์ในการระเบิดหิน เพราะบริษัทพีรพลมายนิ่ง จำกัด ขายหินให้กับ บริษัท ศิลาอีสเทิร์น จำกัด ส่งไปขายให้ประเทศอินเดีย ข้อมูลเฉพาะปี 2552 จำนวน 411,062 เมตริกตัน จากที่ผลิตได้ทั้งหมด 691,975 เมตริกตัน หรือเกือบร้อยละ 60 ของปริมาณการผลิต

น.ส.นฤมลกล่าวต่อว่า ขณะที่เอกสารกระทรวงอุตสาหกรรม เลขที่ อก.0514/38.58 ลงวันที่ 4 พ.ย.2552 ถึงเลขานุการคณะรัฐมนตรี หน้าที่ 5 ข้อ 4.1 อ้างถึงการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบสนับสนุนโครงการก่อสร้าง และงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และในหน้า 6 ข้อ 6 ระบุว่า “โดยแร่จากพื้นที่คำขอดังกล่าว ได้จัดส่งเป็นวัตถุดิบเพื่อสนับสนุนงานอุตสาหกรรมก่อสร้าง และงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเขตจ.สงขลาและใกล้เคียงมาอย่างต่อเนื่อง”

โรงโม่ฉุนฟ้องชาวบ้านเรียก64ล้าน

จากความเดือดร้อนที่ชาวบ้านได้รับ ขยับไปเป็นขัดแย้งระหว่างเครือข่ายต้านเหมืองหินเขาคูหา กับบริษัทที่ได้รับสัมปทาน เนื่องเพราะชาวบ้านส่งหนังสือคัดค้านการต่ออายุสัมปทานบัตรไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งระดับพื้นที่และระดับจังหวัด ส่งผลให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ สั่งระงับการต่อประทานบัตรให้บริษัทดังกล่าว

บริษัท พีรพลมายนิ่ง จำกัด จึงยื่นฟ้อง นายเอกชัย  อิสระทะ แกนนำชาวบ้าน และพวกรวม 9 คน เรียกค่าเสียหาย 64,740,485 ล้านบาท เมื่อวันที่13 มิ.ย.2554 ที่ผ่านมา และศาลนัดพร้อมในวันที่ 19 ธ ค.2554 โดยในคำฟ้องบริษัทระบุว่า ชาวบ้านทำให้บริษัทเสียชื่อเสียงและกล่าวหาบริษัทสร้างผลกระทบต่อชุมชนนั้น เป็นการกล่าวหาอันเป็นเท็จ ทำให้บริษัทได้รับความเสียหาย ส่งผลให้บริษัทไม่ได้รับการต่ออายุสัมปทานบัตร

ต่อมานางราตรี มณีรัตน์  ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองหิน จึงยื่นฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายกับบริษัท พีรพลมายนิ่ง จำกัด ต่อศาลแขวงสงขลา ต่อมาศาลแขวงสงขลาพิพากษาให้เหมืองหินพีระพลมายนิ่ง จ่ายค่าชดเชยความเสียหายจากการระเบิดเหมืองหิน ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนทำให้บ้านเรือนแตกร้าว มีฝุ่นละออง เสียงดัง

ชาวบ้านฟ้องกลับ-ศาลสั่งโรงโม่จ่ายชดเชย

กระทั่งวันที่ 1 ส.ค.2554 นายนวพงษ์  บุญสิทธิ์ ผู้พิพากษาศาลแขวงสงขลา นั่งบัลลังค์อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น ตามหมายเลขคดีดำที่588 /2553 กรณีผู้ได้รับผลกระทบจากการระเบิดเหมืองหินของบริษัท พีรพลมายนิง จำกัด ในต.คูหา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ทำให้บ้านแตกร้าว ฝุ่นละออง กระจายไปทั้งชุมชน เสียงดังส่งผลต่อสุขภาพและการดำเนินชีวิต โดยโจทก์ 4 คน คือ นางเรณู  แสงสุวรรณ นางวรรณี พรหมทอง นางเอื้ออารีย์  มีบุญ นางราตรี มณีรัตน์  โดยทั้งหมดอยู่อาศัยในต.คูหา อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ได้ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ที่ได้รับผลกระทบจากการระเบิดเหมืองหิน ที่ดำเนินกิจการโดยบริษัท พีรพลมายนิ่ง จำกัด เป็นเงิน 908,308 บาท ศาลชั้นต้นพิพากษา ให้บริษัท พีรพลมายนิ่ง จำกัด จ่ายค่าเสียหาย แก่โจทก์ทั้ง 4 รวมเป็นเงิน 461,326 บาท

นางราตรีกล่าวว่า ดีใจที่ได้รับความเป็นธรรม จากการถูกละเมิดสิทธิ ซึ่งบริษัทนี้สร้างปัญหาให้กับชาวบ้านมานาน แม้ว่าจะไม่ได้รับค่าเสียหายเต็มทั้งหมดที่ฟ้อง แต่เป็นการยืนยันโดยคำพิพากษาของศาลว่า เกิดผลกระทบจากการระเบิดเหมืองหินที่ผ่านมาเกิดขึ้นจริง

คำพิพากษาชี้ให้เห็นว่า การที่บริษัทอ้างว่าผ่านการตรวจสอบค่ามาตรฐานนั้น ความจริงก็ยังเกิดผลกระทบกับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก ดังนั้นหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ต้องไปทบทวนการกำหนดการตรวจวัดค่ามาตรฐานที่ตั้งไว้เสียใหม่ เพราะคำพิพากษานี้ยืนยันได้ว่า มีผลกระทบเกิดขึ้นจริง ซึ่งกรณีเหมืองหินเขาคูหาเป็นกรณีตัวอย่าง ในการตรวจสอบการประกอบกิจการของบริษัท และศาลก็ยังเป็นที่พึ่งและแนวทางในการปกป้องสิทธิของที่ได้รับผลกระทบ

ด้านนางเรณู  แสงสุวรรณ โจทก์อีกคนกล่าวว่า การต่อสู้ของชาวบ้านในต.คูหา มานานหลายปีแล้ว ต้องทนรับผลกระทบ ที่เกิดจากการระเบิดเหมืองหิน เสียงดังจากการใช้ระเบิด ที่บริษัทใช้ระเบิดภูเขา รบกวนจิตใจและสุขภาพของคนในชุมชนมานาน ก้อนหินที่ถูกระเบิดปลิวมาตกบนหลังคาบ้านก็เกิดขึ้นมาแล้ว ฝุ่นกระจายไปทั่วชุมชน ส่งผลต่อสุขภาพของคนในชุมชน หลังจากการต่อสู้มายาวนานวันนี้นับเป็นเรื่องน่ายินดี ที่คำพิพากษาออกมาว่า บริษัทต้องจ่ายค่าเสียหายให้ผู้ได้รับผลกระทบ แม้ว่าจำนวนเงินไม่ได้มากมาย แต่เป็นการยืนยันถึงความยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับผู้ได้รับผลกระทบ

ช่วงนี้ประทานบัตรของเหมืองหินหมดอายุไปแล้ว บริษัทหยุดการระเบิดหินแล้ว แม้ว่าทางบริษัทจะพยายามวิ่งขอต่อสัมปทานอีกก็ตาม แต่เชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบกว่าเดิม เพราะชาวบ้านคัดค้านการต่อสัมปทานมาอย่างต่อเนื่อง และคำพิพากษานี้ยืนยันชัดเจนว่าบริษัทเหมืองหินส่งผลกระทบให้ชุมชน จึงขอเรียกร้องหน่วยงานที่รับผิดชอบ อย่าต่อประทานให้บริษัทดังกล่าวอีกต่อไป และล่าสุดบริษัทก็ยังไม่จ่ายเงินชดเชยตามคำสั่งศาลด้วย ซึ่งชาวบ้านก็จะต่อสู้ต่อไป

สำหรับ บริษัท พีรพลมายนิ่ง จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 457-459 ถ.เพชรเกษม ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเหมืองแร่-เหมืองหิน มีนายฉันฑวุฒิ์ หมวดทอง เป็นกรรมการผู้จัดการ จดทะเบียนครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 พ.ย.2546 ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 ต.ค.2548 เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 20,000,000 บาท มีผู้ถือหุ้น 7 ราย

ส่วนบริษัท ศิลา อีสเทิร์น จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 8/23 อาคารคาเธ่เฮ้าส์ ชั้น 6 ถ.สาทรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร จดทะเบียนเมื่อวันที่ 13 มี.ค.2546 มีนายโซเมน โบส เป็นกรรมการผู้จัดการ ดำเนินธุรกิจส่งออกผลิตภัณฑ์หิน กรรมการบริษัทจำนวน 7 คน เป็นสัญชาติอินเดีย และกรรมการบริษัทยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทต่างๆในประเทศไทยอีกเกือบ 80 บริษัทด้วย

ขอบคุณที่มา : ศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
OKeel วันที่ : 26/12/2011 เวลา : 12.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keeluaey
เราทำสิ่งดีๆ เพื่อชาติได้เสมอ

เห็นความเป็นธรรมแบบนี้แล้ว
น่ายินดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดาวลดา

ดาวลดา งานเพลงรำลึกทัศนีย์ รุ่งเรือง - เพื่อนที่แสนดีของพี่น้องจะนะ สงขลา

View All
<< ธันวาคม 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านเห็นด้วยกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ให้เป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมตามแนวคิดในแผนพัฒนาภาคใต้ที่กำลังรุกหนักอยู่ตามพื้นที่ต่างๆในตอนนี้หรือไม่
เห็นด้วย
38 คน
ไม่เห็นด้วย
128 คน

  โหวต 166 คน