• STILLWATER
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : stillwater_y@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-09
  • จำนวนเรื่อง : 182
  • จำนวนผู้ชม : 478562
  • ส่ง msg :
  • โหวต 33 คน
STILLWATER
อ่าน...อ่านหนังสือ ดู...ดูหนัง ดูคอนเสิร์ต ฟัง...ฟังเพลง และบทความ ความเรียง เรื่อยเปื่อย กับเวปรวม งานเขียนในนามปากกา STILLWATER ,เจ้าเสือร้าย และหนัง๔จอ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STILLWATER
วันศุกร์ ที่ 1 มิถุนายน 2550
Posted by STILLWATER , ผู้อ่าน : 1753 , 23:03:33 น.  
หมวด : ดนตรี

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          (ตีพิมพ์ใน สตาร์พิค ฉบับ 704 มิ.ย. 2550)

  “ การที่ยังเล่นดนตรีอยู่  มันเป็นเหมือนน้ำหล่อเลี้ยง  เราได้เจอเพื่อน ได้ทำงานที่เราสนุก รักที่จะทำมัน  ส่วนคนที่มาดูคนรุ่นเรา  หมายถึงเพลงอย่างคนรุ่นนูโว ไมโคร บิลลี่ หรือแม้แต่พี่แหวน  เราว่าเขาเหมือนมาเสพอดีตของเขา  คือเขาก็ร้องเพลงของเด็กรุ่นใหม่ไม่ได้  จะไปตามดูคอนเสิร์ตเด็กรุ่นใหม่ก็รู้สึกว่าไม่อิน  ไม่มีจุดระลึกถึงเหมือนกับวงที่เขารู้จัก  สิ่งที่เรารู้สึกก็คือ  เออนะ...ไอ้เพลงที่พวกเราเคยร้องเคยเล่นกัน ทำไมคนเขาถึงได้ชอบกันนานเหลือเกิน ”(บทสัมภาษณ์ล่าสุดของร็อกเกอร์หนุ่มใหญ่-อำพล ลำพูน ในจีเอ็มฉบับ 342/2550)

            นั้นคือความรู้สึกของหนึ่งศิลปินคนเล่นที่ไม่เกี่ยวกับค่ายกับกลุ่มศิลปิน ที่กล่าวถึงต่อนับบัดเดี๋ยวนี้  แต่จุดร่วมเดียวกันจึงเป็นเพียงแต่การเป็นเสมือนไอดอลเพลงในอดีตเหมือนกัน  และสิ่งที่สำคัญสุดของใจความข้างต้นที่โดนใจผมน่าจะเป็นการมาเสพอดีตอย่างมีจุดร่วมจุดระลึกถึงของคนดูเช่นผม  เพราะเห็นด้วยกับกรณีการเลือกกิจกรรมบันเทิง...บางทีก็ยากลำบากในการคัดสรรหา(โดยเฉพาะ)คอนเสิร์ตดู  ของคนที่ตัวเลขของนาฬิกาชีวิตล่วงหน้าไปไกลปูนนี้..เลี้ยว (ฮา..ฮา)

            สังเกตุได้ง่ายๆจากการเข้าชมล่าสุดใน คอนเสิร์ตคีตา แบค ทู เดอะ ฟิวเจอร์ (KITA BACK TO THE FUTURE CONCERT) เมื่อ 20 มกรา 2550 ที่ผ่านมา    ในช่วงแรกเปิดเวทีด้วยศิลปินวัยรุ่น(ในอดีต)อย่าง ฝันดีฝันเด่น, ที-สเกิ๊ต, ยุ้ย-ปัทมวรรณ, ยูโฟร์, ดร.คิดส์, โก้-ธีรศักดิ์,แจ็ค-จิล  ที่มาเปิดขย่มอารมณ์ด้วยการแจมเพลงสนุกๆ คิดถึงห่างๆ ที่เน้นความหมายอยู่ในที   คงต้องขอยอมรับตามตรงว่าไม่ค่อยรู้จักเพลงเลย แม้จะคุ้นหูอยู่บ้าง  แม้ในช่วงเปิดเวทีต่อจากนั้นจะมีมาร้องเพลงราวศิลปินละสองเพลงคือเพลงเร็วหนึ่งเพลงช้าหนึ่ง..ก็แบะๆร้องตามไม่ได้แทบทั้งนั้น    แต่อย่ากระนั้นเลย...ที่พอจำได้ก็คือนักร้องสาวที่บินตรงมาจากอเมริกา แอนเดรีย  สวอเลซ กับเพลงฮิตอันโดดเด่น บ้านเธอสิ ที่มาโชว์สเต็ปการเต้นพลิ้วพร้อมท่าทางการฉีกขาตามต้นฉบับให้คลายความระลึกถึง  ตามด้วยเพลงแห่งโศกนาฎกรรมเล็กๆอย่าง ศพตา...เอ่ย...สบตา ที่ชวนให้ผมพอร้องตามได้...เสียที

            แต่ขอโทษ!!! หลังจากนั้นทุกบทเพลงทุกศิลปินเพลง ผมร้องตามได้หมดแฮะ   ฮะ...แอ้ม อาจจะเพราะด้วยความเป็นศิลปินรุ่นเริ่มใหญ่และมีเพลงฮิตแสนคุ้นหูนั้นเองเริ่มตั้งแต่เพลงแนวซึ้งประเภทอีซี่...อีซี่

            ทนได้ทนไป และ แด่เธอ ของวง ออโต้บาห์น ในนามของเอ็ดดี้และป้อม  ส่งเสียงหวานอ้อยสร้อยจากเปียโนและกีต้าร์แสนหยดย้อย   ตามด้วยสไตล์แจ๊สกับ นรีกระจ่าง คันธมาส สาวสวยเสียงทรงพลังในเพลง รักกันวันละนิด ช่วยบิ้วอารมณ์แห่งตัวโน๊ตลอยล่องได้เป็นอย่างดี

            ถึง ณ นาทีนี้ ทำให้ผมแอบลุ้นเอามันส์เอาเองว่าศิลปินลำดับต่อๆไปกว่าสี่สิบชีวิต(ที่โฆษณาไว้)นี้จะงัดเอาเพลงฮิตอะไรของตัวเองออกมาโชว์   แล้วผมจะเอื้อน..เอ่ยร้องตามได้ไหม?  ชวนให้อยากตามติดไปคล้ายการดูหนังสักเรื่องที่มีตัวละครเอกน่าห่วงใยน่าเห็นใจให้เราคอยเอาใจช่วย  เสมือนถูกล่อหลอกให้คนดูคนชมติดตามและตามติดแอบช่วยลุ้นในฉากถัดๆไปก็ไม่ปาน  พร้อมผสมคลุกเคล้าอารมณ์อย่างได้ที่กับภาพในอดีตโผล่ผลุด..ปุดๆขึ้นลางๆในห้วงคำนึงส่วนตั๊ว...ส่วนตัว

            เช่นฉากนี้  อดีตสาวแว่นตากลมบ๋อกกับผูกหางเปียสองข้างของ แอนนา  โรจน์รุ่งฤกษ์ ที่ดูสอวอขึ้น(เธอเรียกล้อตัวเองว่าเป็นป้าแอนนาแล้วครับ) สวยขึ้นกับเพลง เพียงแต่วันนั้น  อดีตนักร้องหญิงชนะเลิศรายการแข่งร้องเพลงทางทีวีในอดีตหรือราวๆเดอะสตาร์ในตอนนี้แหละ..ซึ้งในน้ำเสียงไม่ตกของเธอจริงๆ

            นีโน่-เมทนี บูรณศิริ มาในชุดขาวปล่อยมุกผู้พันแคนตักกี้ กับเพลงแจ้งเกิด คนขี้เหงา ทำให้นึกไปถึงละครฮิตที่มีเพลงนี้และนีโน่แสดงเป็นพระรองในเรื่อง ดอกเตอร์ครก รึเปล่า? ถ้าแมมโมรี่ไม่เพี้ยนไปนะ  เพลง ผมรักคุณ เป็นอีกเพลงที่ นักร้องรวยมุกที่มาออดอ้อนต่อ  ทำให้น่าแปลกใจมากว่าเพลงที่เขาร้องกับบทบาทหน้าจอที่พบเห็นนับจากนั้นเหมือนเป็นคนละคนเลยแฮะ...คนละลุคกับบทเพลงที่เขาร้องจริงๆ

            หนุ่มหน้าสวยพระเอกลูกครึ่งรุ่นแรกๆอย่าง แซม-ยุรนันท์  ภมรมนตรี มาร้องเพลง ความรักเพรียกหา เพลงธีมจากภาพยนตร์เรื่อง แก้ว   ที่ผมไม่คุ้นกับการที่แซมร้องเพลงนี้นัก รู้สึกคุ้นกับเพลงในอัลบั้มแรกของเขามากกว่า  เพลงที่นึกถึงคือเพลง รักที่อยากลืม...ใครจำได้ไหมเอ่ย

            ปลายฟ้า และ ไม้อ้วนเอาเท่าไหร่ จาก มะลิลาบราซิลเลี่ยน มาสร้างสีสันคึกคักแบบมีจังหวะจะโคนแถมด้วยความเซ็กซี่กับนักร้องนักเต้นชายหญิงทั้งสี่    แน่นอนว่าหลายคนนึกไปถึงเอวคอดๆกับสะโพกโยกย้ายตามจังหวะเพลงของเซ็กซี่สตาร์อย่าง แอน-อังคณา  ทิมดี (อะ..ฮ้า) 

            ตามด้วย “ ออกลายมาเลย ออกลายให้เห็น...เผยที่เป็นตัวจริงอันน่ากลัว ” ของ ฮันนี่-ภัสสร  บุษ เกียรติ ออกมาโชว์ลีลาเร้าร้อนในกรงขนาดยักษ์ของบทเพลง เสือ  ตามติดด้วยสารพัดสัตว์ต่อจากนั้นในเพลง หัวงู ของ เอ้-ชุติมา นัยนา ที่ไม่ยอมน้อยน่าในลวดลายโยกย้ายส่ายพลิ้วไหวไป-มา...นี่แหละสมกับดารานักแสดงละครที่ยังยืนหยัดอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้...แม้จากเซ็กซี่สตาร์กลายมาเป็นบทแม่,บทน้าก็ตามเถอะ

            จังหวะโจ๊ะๆมาแล้วกับ สามโทน ในเพลงเก่ง เจ้าภาพจงเจริญ เพลงสุดฮิตที่มักร้องกันในวงเหล้าอยู่แล้ว    จนมักมีคำถามประมาณว่า เหล้าอะไรเอ่ยกินไม่เมาสักที...ติ๊กต่อก...ติ๊ก..ต่อก เฉลย...เหล้าฟรีครับ กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักเมาสักที (อิ..อิ)   ธงชัย-ถนอม-บุ๋มบิ๋ม มาปล่อยมุกพอสมควรก่อนร้องเพลงเศร้า น้ำตาฟ้า ที่ธงชัยอารมณ์พาไปจนกลั้นน้ำตาแห่งความตื้นตันใจไม่อยู่

          มุกที่ถูกชงไว้ก่อนหน้านี้ถูกนำมาขยายต่อกับกลุ่มคนดนตรีตัวโน๊ตอารมณ์ดีนาม เฉลียง อันประกอบด้วยสี่ประสาน แต๋ง-ภูษิต , เจี๊ยบ-วัชระ, นก-ฉัตรชัย และเกี๊ยง-เกียรติศักดิ์  เช่นการอำสามโทน อำนีโน่ และอำกันเอง อันเป็นเอกลักษณ์วง อย่างการอำจุ้ย-ศุ อดีตสมาชิกวงว่าไม่รู้จักพารากอน รู้แต่แพนตากอน, อำผู้ออกแบบท่าเต้นของคีตาว่าคือเกี๊ยง , มุกอำการแต่งเพลงของนก-ฉัตรชัยว่าแต่งให้เฉลียงไม่ดังสักเพลง (ฮา)   

  

รู้สึกสบายดี, ไม่คิดถาม,ยังมี และเร่ขายฝัน เป็นบทเพลงที่ถูกนำมาเสนอตามลำดับ  โดยเฉพาะเพลงประจำตัวของผู้ชายใจพระ อย่าง ‘ยังมี’ ฟังทีไรผมก็ว่าไพเราะทู๊ก...ที  ตะเบ็งคอเป็นเอ็นกับท่อนที่ว่า

“ แม้วันใดหัวใจเธอพ่าย  จะมาแพ้ไปกับเธอ  และถ้ามีวันใดน้าตาเธอเอ่อ  จะร้องไห้เป็นเพื่อนกัน  หากเธอสมหวังในวันหนึ่ง  ให้รู้ว่าฉันยังแอบเห็นและชื่นชม...”

          เจ็ดปีของคอนเสิร์ตเฉลียงที่ห่างหายไป  กลับการโผล่มาครั้งนี้ทำให้เสียงเฮ...ขานรับของการเจอกันอีกครั้งของศิลปินวงนี้ก็เป็นในทางบวก    ถึงแม้จุ้ย-ศุ บุญเลี้ยง อดีตสมาชิกหนึ่งจะเคยออกตัวว่าวงดนตรีของพวกเขาไม่ดังเท่าไหร่หรอก  แฟนๆจะกรี๊ดแค่แถวจุฬาฯ แถวสยามแค่นั้น  ยังสามารถพอออกไปเดินเล่นแถวๆหมอชิตได้อยู่ ไม่มีใครมารุมล้อมขอลายเซ็น    ไม่เหมือนกับพงษ์พัฒน์สมัยนั้นนี่ดังขนาดเดินเล่นแถวสถานีหมอชิตไม่ได้ก็แล้วกัน  อย่างนี้ผมว่าเช็คเรตติ้งคอนเสิร์ตคีตาครั้งนี้แล้ว  แฟนนานุแฟนของเฉลียงคงครับคลั่งอยู่จริงๆน๊า..ว่าแล้วจะมีอะไรให้แฟนๆได้เฮ...กันเต็มอิ่มอีกสักทีดีไหม?

            ช่วงท้ายเป็นการมาของศิลปินมันส์ๆอีกครั้งกับ อ้อม-สุนิสา  สุขบุญสังข์ ในบทเพลง ถอยดีกว่า-เพลงแห่งความทรงจำกับท่าเต้น และอย่ายอมแพ้ –เพลงเมื่อยามท้อถอยให้กำลังใจ...สู้..สู้..จากอดีตนักแสดงที่มาจากภาพยนตร์เรื่อง ห้าวเล็กๆ ในอดีต  (ช่วงนี้ได้ข่าวทีหลังว่ารอบค่ำมีศิลปินอีกคน เอ็ม-สุรศักดิ์ วงษ์ไท มาร้องอีกสองเพลงคือ ละลาย และเหนื่อย)   โดยเป็นนักแสดงที่มาเอาดีกับการร้องเพลงนำทางเข้าสู่บทเพลงของศิลปินเพลงคนสุดท้ายร็อคเกอร์รุ่นใหญ่-พงษ์พัฒน์  วชิระบรรจง กับ 4 เพลงรวด อีกนาน-เสียงกีต้าร์กรีดร้องแห่งความรวดร้าวรานใจ ,ฟั่นเฟือน-เพลงขวัญใจคนอกหัก,ใจนักเลง-เพลงเก่าที่กลับมาดังอีกครั้งจากการถูกคัฟเวอร์ใหม่  และไม่รู้นี่หว่า-ปลุกหัวใจจิ๊กโก๋ของคนดูให้ขยับแข้งขยับขาก่อนลาจากตามปรัชญาของการดูคอนเสิร์ตร็อคของพงษ์พัฒน์ว่า “อยากทำอะไร-ก็ทำ”

“ไม่เคยลืมภาพในวันวาน  ว่าเคยพบใครมากมาย  เคยหัวเราะร้องไห้  ไม่ลืมว่าเรานี้มาจากไหน  ความทรงจำที่ดีวันวาน  จะทอสานเป็นวันใหม่  บนหนทางก้าวไป  ไม่ลืมว่าเรานี่มีที่มา...”

            เรามาจากไหน บทเพลงของนีโน่ ถูกนำมาร้องหมู่เป็นเพลงสุดท้ายที่ 40 กว่าศิลปินมาพร้อมหน้าลากันบนเวทีอีกครั้ง   ทำให้ผมนึกไปไกลถึงข้อความของบิ๊กบอสของคีตา ประภาส  ชลศรานนท์ จากหนังสือ เพลงเขียนคน ดนตรีเขียนโลก/2537 ถึงบทสรุปของคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ตรงใจข้างซ้ายของผมเช่นเดียวกันว่า

“ มีคนเคยถามผมเมื่อฟังเพลง ‘เรามาจากไหน’ ว่าผมผูกพันกับอดีตมากหรือ ผมรู้สึกเป็นทัศนะ  แต่ไม่ผูกพันมาก  แต่ผมรู้สึกดีๆกับอดีตเสมอ  นึกถึงตอนที่ผมเรียนสถาปัตย์ปี 3 ปี 4 แล้วผมก็น้ำตาคลอและผมก็รู้ว่า  ผมไม่สามารถกลับไปหามันได้อีก   แต่ก็มีความสุขที่ได้นึกถึงก็พอแล้ว  ถ้ากลับไปอย่าง Back to the future ได้ก็ไม่ไปหรอก  นึกถึงแล้วมีความสุขก็พอแล้ว...”

           

           

           




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน