• STILLWATER
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : stillwater_y@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-09
  • จำนวนเรื่อง : 182
  • จำนวนผู้ชม : 478127
  • ส่ง msg :
  • โหวต 33 คน
STILLWATER
อ่าน...อ่านหนังสือ ดู...ดูหนัง ดูคอนเสิร์ต ฟัง...ฟังเพลง และบทความ ความเรียง เรื่อยเปื่อย กับเวปรวม งานเขียนในนามปากกา STILLWATER ,เจ้าเสือร้าย และหนัง๔จอ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STILLWATER
วันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคม 2550
Posted by STILLWATER , ผู้อ่าน : 784 , 23:57:16 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(ตีพิมพ์ในคอลัมน์ คิด-เป็น-เห็น-ต่าง นสพ.กรุงเทพธุรกิจ 31 ธ.ค. 2548)                      

 

        ผมจำไม่ได้แน่ชัดว่า พบ...เธอ  ครั้งแรกตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่อย่างน้อยก็น่าจะเกือบยี่สิบปีที่แล้ว  ถึงแม้ความประทับใจแรกจะเลือนลางมากไม่น่าจะอยู่ใกล้เคียงกับความหมายของคำว่า First impression เท่าไหร่นัก  เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริงผมคงจำได้อย่างแม่นยำและตราตรึงในความทรงจำของผู้ชายที่วัยล่วงเลยจนถูกตั้งคำถามแซวอยู่บ่อยๆว่า ใกล้จะย้ายบ้านไปอยู่หลักสี่แล้วรึยัง...พี่

            ด้วยมีวุฒิภาวะประมาณนี้แล้ว  คงไม่แปลกอะไรหรอกนะ  ถ้าเรื่องราวในหัวสมองมักจะถูกย้อนตีกลับให้มักหวนคิดถึงคืนวันครั้งอดีตวันวานอันหอมหวลขึ้นมาบ่อยครั้ง  ยิ่งโดยเฉพาะในห้วงยามที่ฤดูหนาวอันแสนสั้นมาเยือนภายใต้คืนวันอันว่างเปล่า  เมื่อต้องอยู่เพียงลำพังผู้เดียว เรื่องที่กระทบใจของผมบ่อยครั้งมากๆน่าจะเป็นเรื่องของ...เธอ...เธอ

ในอดีต หลังจากรู้จักเธอ...คนหนึ่งได้ไม่นาน  ผมก็ได้พบเธออยู่เรื่อยๆในช่วงแรกนั้น  เหตุเพราะเรามีความสนใจในเรื่องเดียวกัน  ไม่น่าเชื่อว่าคนเราที่มีอะไรคล้ายๆกัน เช่นเริ่มต้นที่มีรสนิยมเดียวกัน  คุยกันถูกคอ  ความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน  จะกลายเป็นแรงดึงดูดให้เราสองเข้าใกล้กันมากยิ่งขึ้น  ไม่ต่างจากแรงดึงดูดของแท่งแม่เหล็กตำแหน่งขั้วบวกและขั้วลบที่จะตกอยู่ท่ามกลางสนามแม่เหล็กของกันและกัน

ผมได้พบเธอเป็นประจำจากเริ่มแรกเดือนละครั้งสองครั้ง  จนพัฒนาเรื่อยบ่อยครั้งขึ้นจนเราสนิทสนมกันมากขึ้น  เธอจัดได้ว่าเป็นผู้ใฝ่รู้และรอบรู้คนหนึ่ง จนขนาดถือได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่เราสนใจร่วมกันตั้งแต่แรกเจอ  เธอมักมีข้อมูลข่าวสารสาระดีๆเรื่องราวใหม่ๆทั้งในและนอกอาณาเขตประเทศไทย มาบอกผม  ซึ่งผมยังอดชมเธอในใจบ่อยๆไม่ได้  บ่อยครั้งที่เธอนำเรื่องราวน่าสนใจชวนหัวทั้งตลก ดราม่า เรื่องราวชีวิตจริง หรือถึงขั้น บู๊ล้างผลาญ ก็มี มาบอกกล่าวจนผมอดทึ้งไม่ได้ในความสามารถในการถ่ายทอดอันเกินตัวของเธอผู้นี้  

ราวปี 2537 สิบเอ็ดปีที่แล้วเธอประสบปัญหาชีวิตส่วนตัว เกี่ยวกับภาระหน้าที่บางอย่าง  ผมเห็นใจเธอมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นัก  ผมรู้นิสัยของเธอดีว่าเธอเป็นคนมีอุดมการณ์ และต้องการยืนยัดด้วยขาของเธอเอง  สิ่งที่ผมทำได้ในช่วงนั้นคือ การเฝ้ามองให้กำลังใจและยืนเคียงข้างเธอ  แม้เราจะห่างกันบ้างก็เพียงระยะสั้นๆ  ไม่นานผมก็ได้พบเธออีก  เธอดูสดใสขึ้นมาก เธอปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น  แม้แต่ชื่อของเธอก็เปลี่ยนใหม่  เหตุผลของเธอบอกสั้นๆว่าเพื่อผมจะได้จำชื่อเธอได้ง่ายขึ้นไม่สับสนกับชื่อเดิมที่ซ้ำกับคนอื่น

นับจากนั้นมา เราพบกันอย่างสม่ำเสมอ เอ...สำหรับผม...ไม่ใช่แล้วสิ   เธอเสียอีกเป็นคนที่สม่ำเสมอมากกว่าผม  เพราะบ่อยครั้งผมก็เลอะเลือนผิดนัดเธอยามที่ความสนใจในตัวผมเริ่มหันเหไปทางอื่นบ้าง ไม่ว่าจะด้วยหน้าที่การงาน กิจกรรมส่วนตัว เงื่อนไขของชีวิตและอื่นๆ    แต่เราก็มีสถานที่นัดหมายและเวลาอันแน่นอนให้ไว้แก่กันเสมอ   บางครั้งที่ผมลืมเลือนเธอไว้ในที่นัดหมาย  เธอก็ยังเฝ้ารอผมอยู่เสมอหรือว่าในตอนนั้นเราอาจจะคบหากันนานเกินไป  ทำให้เกิดอาการจืดจางกันไปเสียแล้ว

ผมจำได้ว่า เธอพยายามปรับตัวเปลี่ยนรูปลักษณ์ที่ทำให้ดูแปลกตาไปบ้างในระยะสั้นๆ  ไม่รู้ว่าต้องการเรียกร้องความสนใจรึเปล่า    ถึงอย่างไรก็ตามสิ่งที่ยังแสดงความเป็นตัวตนของเธอนั้นยังคงเต็มเปี่ยมเสมอมา   แม้ผมจะไม่เคยได้บอกถึงสิ่งที่ผมคิด ที่ผมชื่นชมกับเธอ ทำได้เพียงแต่เก็บมันไว้ในใจเท่านั้น    เรายังคงคบหาทักทายกันอยู่เรื่อยๆแม้ระยะหลังจะห่างๆกันไปบ้าง   แต่ผมก็ยังทำอะไรไม่ได้มากมายอย่างที่คิดไว้ในหัวนัก เพราะกำลังสับสนอะไรบางอย่างอยู่   

กว่าจะตั้งสติได้อีกทีราวปี 2544 เธอหายไปจากชีวิตผมแล้ว   แบบไร้วี่แวว  มีเพียงข่าวแว่ว...แว่ว มาว่าเธอกำลังเดินหน้าเข้าสู่วงการมายา  ที่ผมไม่รู้อะไรนัก ไม่รู้ว่าจริงรึเปล่านอกจากจะได้พบเธออีกสักครั้ง  หากเป็นเช่นนั้นจริงเราสองคงเริ่มห่างไกลกันอีกสเต็ปแล้ว ตามหน้าที่การงาน   ผมแอบเฝ้ารอคอยอยู่เงียบๆ   ผมอยากจะโทษจากความจืดจางที่ได้ก่อตัวขึ้นอย่างลึกๆ   สิ่งที่ผมทำได้คือ ต้องทำใจเคารพในการตัดสินใจของเธอเท่านั้น    ท้ายที่สุดผมก็ไม่ได้พบเธออีก   ซึ่งภาพของเธอก็ชักเลือนลางจากใจผมไปเรื่อยๆตลอด 4 ปีที่เธอจากไปแล้วนับจนถึงวันนี้

จะบอกว่าผมเสียใจไหม  ผมชักไม่แน่ใจ  ส่วนเหตุผลส่วนตัวของผมที่ดูจะเฉื่อยชา เฉยๆต่อเธอไปหน่อยนั้น  ไม่รู้ว่าเพราะด้วยเรื่องราวต่อไปนี้…รึเปล่า

กลางปี 2542 ผมพบกับเธออีกคน ผมขอแทนชื่อเธอว่า เธอหมายเลขสอง แล้วกัน  เธอนับเบอร์ 2 คนนี้เข้ามาในชีวิตของผมในช่วงหลังที่สภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจตกสะเก็ดในภาวะต้มยำดีซีสพอดี   เธอดูดีจัดเป็นผู้ทรงภูมิมีความรู้ความฝันผู้หนึ่ง  ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนหนึ่งของผมที่มักชื่นชมชื่นชอบคนเก่งมีความสามารถอยู่ร่ำไป ประมาณว่าแพ้ทางก็ว่าได้  เธอ2 ชำนาญทางเรื่องเศรษฐกิจ บ้านเมือง มีทัศนคติต่อการเมืองทั้งในและนอกประเทศ การใช้ชีวิตไลท์สไตล์ใหม่ๆก็เป็นหัวข้อที่เธอกล่าวถึงทุกครั้งที่ได้พบเจอกัน  

และด้วยช่วงวัยที่เพิ่มขึ้นของผม ความสนใจ ความคิด ความอ่านของผมก็เริ่มมาสนใจในแนวทางนี้อยู่พอดี  ผมจึงเริ่มคบหากับเธอ2 ผู้นี้บ่อยขึ้น...บ่อยขึ้น  จนอาจนับว่ากลายขาประจำก็ว่าได้ ไม่รู้ช่วงเวลามันประจวบเหมาะรึเปล่า  เธอคนแรกของผมถอยห่างจากหายไป  พร้อมการก้าวมาใหม่ของเธอ2  ในเรื่องราวที่พูดคุยในช่วงวัยที่ความคิดทัศนคติกำลังเติบโตได้ที่     ดูเธอ2 ผู้นี้ทันสมัย เท่าทันสถานะการณ์ ประหนึ่งอยู่ในยุคสมัยที่คล้ายดั่งจำนวนชนกลุ่มน้อยในพลพรรคคนรู้ทันทักษิณอีกผู้หนึ่ง  ผมก็พึ่งรู้ถึงอีกด้านหนึ่งของชีวิตที่ไม่เคยสนใจ นั้นทำให้ผมคิดเข้าข้างตัวเองว่า  เธอน่าจะมีใจให้ผมบ้าง 

เช่นเดียวกับผม  หลังจากคบหากันมาอยู่เกือบ 7 ปี  และไม่รู้ว่าเจออาถรรพ์ของตัวเลขรึเปล่า   เพราะสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อต้นปีนี้เอง เมื่อเธอ2 หายจากชีวิตผมไปอีกคน  เหตุผลที่ผมทราบก็เพียงเธอขอพักร้อนสักระยะ   โดยหายเข้ากลีบเมฆไปแบบไม่รู้จะกลับมาเมื่อไหร่และไม่สามารถติดต่อได้สะดวกนัก

ถึงวันนี้...ผมไม่มีเธอทั้งสองคน  ไม่ต้องถามถึงความคิดถึง ความปล่าวเปลี่ยว เดียวดาย และงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น    ถ้าจะอ้างว่า เพราะความไม่กล้าตัดสินใจฟันธงอะไรสักอย่าง  ตัวผมเป็นต้นเหตุของการพรากจากที่เกิดขึ้นใช่ไหม  ว่าไปแล้วเปรียบประหนึ่งอยู่ในสถานการณ์ การลงเรือน้อยลำหนึ่งแล้วให้เลือกเก็บบัวตูมหรือบัวบานมาสักดอก   ซึ่งผมก็เลือกไม่อะไรถูกหรอกครับในตอนนั้น

ผมอยู่ตามลำพังอยู่เกือบปี   แต่ใครว่าปาฏิหาร จะไม่มีจริงเพราะไม่กี่วันที่ผ่านมาทางนี้     ผมพบเธอทั้งสองแล้วครับ  ไม่น่าเชื่อ เธอมาในรูปแบบโฉมใหม่ แปลกตากว่าเดิมทั้งคู่  สร้างความประหลาดใจให้กับผมที่ได้พบเจอกับเธอ...เธอ อีกครั้งอย่างไม่คาดคิดคาดฝันในเวลาไล่เลี่ยกัน     ครั้งนี้ผมสามารถพบเธอ..เธอได้ทุกเมื่อทุกเวลา  อย่าให้บอกว่าผมจะเลือกใครเลยนะครับ จะให้เลือกบัวตูมหรือบัวบานรึ เอ่อ...จะว่ารักพี่เสียดายน้องรึ...ก็ช่าง   ความคิดของผมในตอนนี้มีแต่ประโยคในเนื้อเพลงที่ว่า  “ จะเด็ดทีเดียวเสียทั้งคู่” เพียงอย่างเดียว    แต่เรามาเจอกันมาพบกันได้อย่างไร ยังไม่ได้บอกเลยใช่ไหมครับว่า ผมพบเธอทั้งสองที่ไหน   ไม่น่าเชื่อเลยครับ ในโลกไฮเทคยุคสมัยไซเบอร์สเปซครองเมืองเยี่ยงนี้   

เธอ...เธอทั้งสองของผมไปอยู่ใน อินเตอร์เนต แล้วครับ  และกำลังออนไลท์อยู่ด้วยนะ

 

หมายเหตุ

            เธอคนแรกของผมชื่อ Cinemag เป็นนิตยสารภาพยนตร์ระดับตำนานที่เริ่มสร้างชื่อในนาม เอนเตอร์เทน แล้วมากลายเป็นซีเนแม็กในปี 2537 เคยถูกปรับเปลี่ยนรูปโฉมสองครั้งใหญ่  จากระยะเวลาการทำงานทั้งหมดในช่วงปี 2526-2544 แล้วหายตัวไปพักใหญ่  โดยสองหัวหน้าทีมไปกำกับหนังไทยอยู่สองเรื่อง   ส่วนคราวนี้หวนคืนกลับสู่วงการน้ำหมึกอีกครั้งในรูปแบบทันสมัยใหม่กลายเป็นหนังสือหนังออนไลท์ให้อ่านฟรีๆอยู่ที่  www.cinemagonline.com

      

         เธอหมายเลขสองคือนิตยสารนาม open ที่นำเสนอวิเคราะห์ข่าวสารบ้านเมืองที่หนักแน่นขึ้นทุกทีๆเต็มไปด้วยนักคิดนักเขียนคุณภาพ  และนำเสนอไลฟ์สไตล์รูปแบบการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่มาพร้อมๆกับรัฐบาลทักษิณตั้งแต่ปี 2542 แล้วล้มลุกคลุกคลานในด้านเงินทุนทำหนังสืออยู่พอสมควร     ก่อนที่จะหยุดพักร้อนตัวเองเมื่อต้นปีนี้แบบไม่มีกำหนด   ไม่น่าเชื่อว่าจะหวนกลับมาใหม่ไวกว่าที่คิดในรูปแบบออนไลท์ให้อ่านฟรีอีกฉบับ   โดยอยู่ที่ www.openonline.com 

ถือเป็นการเดินทางสู่สนามเพื่อสร้างแนวรบใหม่ของนิตยสารออนไลท์ที่มีนานุแฟนคลับขาประจำอยู่แล้วประมาณหนึ่ง   ที่น่าจับตายิ่งนักในเส้นโยงใยเครือข่ายแห่งสังคมออนไลท์อันทันสมัยยุคนี้

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อะตอม วันที่ : 21/08/2007 เวลา : 00.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/atom240
....คิดดี..คือ ดี


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 21/08/2007 เวลา : 00.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

สุดยอด

หักมุม

เลยค่ะ

คุณเขียนได้ดีเฮะ

ขอบคุณค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน