• STILLWATER
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : stillwater_y@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-09
  • จำนวนเรื่อง : 182
  • จำนวนผู้ชม : 479052
  • ส่ง msg :
  • โหวต 33 คน
STILLWATER
อ่าน...อ่านหนังสือ ดู...ดูหนัง ดูคอนเสิร์ต ฟัง...ฟังเพลง และบทความ ความเรียง เรื่อยเปื่อย กับเวปรวม งานเขียนในนามปากกา STILLWATER ,เจ้าเสือร้าย และหนัง๔จอ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STILLWATER
วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม 2550
Posted by STILLWATER , ผู้อ่าน : 1007 , 23:36:04 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(ตีพิมพ์ในคอลัมน์สนามวิจารณ์ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ Way 3 พ.ย. 2549) 

หลังก้าวพ้นรั้วมหาวิทยาลัย   ชีวิตการงานของเขาเริ่มต้นที่นิตยสารเทรนดี้แมน  ในเครือบริษัทอัมรินทร์พริ้นติ้ง     สามปีถัดมาไปเป็นนักข่าวหนุ่มประจำเซ็กชั่นจุดประกาย ค่ายหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ    สักพักหนึ่งคว้าเอาอีกตำแหน่งกับบอกอของแทบลอยด์เล่มแถมเซ็กชั่นเสาร์สวัสดี ในหนังสือพิมพ์ฉบับเดิม     จนต่อมาหลายคนรู้จักเขาในฐานะของบรรณาธิการบริหาร ของ a day weekly นิตยสารวิเคราะห์ข่าวรายสัปดาห์ที่มีเนื้อหา ‘คม’มาก    พร้อมเป็นเจ้าของผลงานพอกเก็ตบุคความเรียงชุด บันทึกนอกกรอบ

            “  ปัจจุบันเขาดำรงสถานะเป็นคุณพ่อลูกหนึ่ง  และเป็นพ่อครัวประกอบอาหารให้คนที่มีจิตใจดีกิน และอีกไม่นาน ชื่อของ อธิคม  คุณาวุฒิ ก็จะไปปรากฎในหน้าเครดิตของนิตยสารรายเดือนเล่มใหม่เอี่ยมในฐานะของบรรณาธิการ  ” (จาก Mars ฉบับ 47 หน้า202)

Way  คือชื่อของนิตยสารเล่มนั้น

 

ด้วยต้นทุนการสะสมชื่อเสียงในแวดวงขีดเขียนมามากโขอยู่ของ บรรณาธิการหนุ่มที่พกพา‘ความคม’ติดตัวตลอดเวลา    ทั้งบนหน้ากระดาษเรื่อยไปหมดไม่เว้นแม้แต่บนบัตรประชาชนก็ยังมีคำว่า‘คม’อยู่...    ทำให้หนอนหนังสือกลมๆอย่างข้าพเจ้าที่ยังหาความคมไม่ค่อยเจอ  เฝ้ารอคอยการมา...ปรากฎโฉมขอนิตยสารหัวใหม่ที่มีหมายกำหนดการว่า สามารถพบเห็นตามแผงหนังสือทั่วไปได้ในวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา    

แต่แผงหนังสือเจ้าประจำบอกใบ้ได้แค่ถ้อยคำ  “แบะๆ...ไม่รู้ไม่เห็น...ม่ายรู้จัก...ใครคม”      ดังนั้นการเอารูปโฆษณาหน้าปกฉบับปฐมฤกษ์ของ way ในคอลัมน์แนะนำหนังสือใหม่จากเนชั่นสุดสัปดาห์ฉบับ 749 มาโชว์อ้างอิงไว้เป็นหลักฐานว่า “...ข้าน้อย...ไม่ได้โม้..ไม่ได้มั่ว  ประการใดๆเล๊ย...คมๆนะ ”   ก็ส่งผลให้หนึ่งสัปดาห์ถัดมานิตยสารเป้าหมายข้างต้นถูกส่งต่อมาถึงมือข้าพเจ้าอย่างทันควัน  ไม่รู้ว่าขายดี-ขายยาก...ไม่มีคนซื้อ กลัวหมดก่อน...หรือว่ากลัวเหลือล้นแผงกันแน่...หรือข้าพเจ้าเป็นลูกค้าคนเดียวที่ถามถึง..ความคมในหนังสือ...ก็ไม่อาจทราบได้

รูปภาพของผู้คนเหล่านี้ มาโนช  พุฒตาล-ต้นฉบับคนเสื้อยับออกทีวี, น้อย  วงพรู-นักร้องไฮโซเสียงเด็กที่กำลังฮอท, มีสุข  แจ้งมีสุข-พิธีกรสาวยิ้มสวยนักอ่านตัวยง, สุทธิพงษ์  ธรรมวุฒิ-คนเดินเรื่องรายการดังผู้เคยถูกกล่าวหาว่าใบหน้าละม้ายโจรสะพานลอย, ไชยันต์  ไชยพร-อาจารย์หนุ่มผมยาว ณ สามย่าน ,ทหารหนุ่มพรีเซนต์เตอร์ข้างรถถังที่มาในชุดพร้อมรบสะพายปืนและสวมริสต์แบนด์สีเหลือง-เรารักในหลวง     เป็นส่วนหนึ่งของดาราจำเป็นบนปกของนิตยสารใหม่เล่มนี้     

ด้วยภาพความหลากหลายตัวบุคลิคของบุคคลชูโรง  จึงทำให้ไม่สามารถระบุเจาะจง และสื่อไกด์เป็นแนวทางอันแน่นอน ของกรอบอาณาบริเวณหนังสือได้เคลียร์ชัดนัก ในยามแรกพบ...แรกเจอ ว่า 

“ ตัวเอง..ตัวเอง.นี่คือ...หนังสือว่าด้วยอันใดหนอ..บอกหน่อยเถิด.ท่านผู้รู้ ท่านผู้จำเริญแล้ว.. ”   

แต่ช้าก่อน...ที่คำตอบอันใดจะล่องลอยทะลุผ่านมาจากอวกาศหรือบรรยากาศรอบกาย...ถ้าพอจะลองขยับแว่นหรือเพ่งเล็งสักหน่อยจะเห็นเวิร์ดดิ้ง  better life, better world  สถิตอยู่ข้างเคียงหัวโลโก้ ดับบิว-เอ-วาย     อืม....ถ้อยคำขยายความนี้ข้าพเจ้าเคยพบเจอมาแล้วใน จุดประกายวรรณกรรมฉบับ 6477   โดยเป็นคำตอบดั่งย้อนศรโต้ตอบของบอกอหนุ่มจากคำถามส่วนใหญ่ที่ยิงมาว่า ชื่อนิตยสาร way ต้องการสื่อถึงอะไร...ฤา

“ มีคำถามง่ายๆ ว่าชีวิตที่ดีคืออะไร โลกที่ดีคืออะไร และเชื่อว่า way น่าจะเป็นวิถีทางหรือเป็นมรรคที่เราจะไปสู่การมีชีวิตที่ดีและโลกที่ดี ”

นั้นดูเป็นคอนเส็ปต์ความคมหลัก ที่ออกจะกว้างไปไหม?  อืม...จะช้าอยู่ใย  งั้น...มาพิสูจน์ด้วยการบรรจง กรีดนิ้วพลิกไปที่หน้าสารบัญซึ่งปรากฎว่ามี  4 หมวดหมู่หลักๆ อาทิ  life , world , art&culture และ  social&spiritual   โดยสามารถกระจายหมู่สอยย่อยต่อไปอีกได้เป็น

1. life เรื่องราวแห่งชีวิต  ในคอลัมน์ happy together ที่เริ่มด้วยบทความ- อวลไออุ่นครอบครัวมาโนช  พุฒตาล-โดยคอลัมน์นิสต์หน้าเดิม พรเทพ  เฮง

คอลัมน์ โรมานซ์ ไม่ได้สร้างในวันเดียว ของ ชูวัส  ฤกษ์ศิริสุข ขาประจำที่ติดตามกันมาจาก a day weekly ประเดิมกับเรื่อง เดือนตุลา การปะทุของความใฝ่ฝัน

fair way ดูแลโดยเจ้าคารมคนคุ้นหน้าคุ้นชื่อคุ้นเสียงอย่าง พิษณุ  นิลกลัด ที่ไม่รู้ว่าจะมาอารมณ์กอล์ฟทริปด้วยรึเปล่า  เพราะครั้งนี้เขาพาไปแวะปั๊มน้ำมัน ในบทความชื่อ ความสะดวก ของแถม บริการ อะไรคือเหตุผลที่คุณเลี้ยวรถเข้าปั๊ม?

by the way ที่พี่เช็ค-สุทธิพงษ์  ธรรมวุฒิ มายึดพื้นที่หน้าหลังสุดท้ายด้วยภาษาวรรรกรรมอันคมคายและโด๊น...โดนใจ  ชิมลางกับ ราคาของลมหายใจ  แค่ชื่อตอนก็อึ้ง...กินขาดกระจุยแล้ว

interview มือหนึ่งแห่งวงการสัมภาษณ์ วรพจน์  พันธุ์พงศ์  ร่ายมนต์โต้ขับขานในเรื่องราวน่าอ่านของบุคคลฮอทประจำเล่มกับ ถนนสายน้อย -กฤษดา  สุโกศล แคลป์

ส่วนที่เหลือคือคอลัมน์ เส้นทางพอเพียง และ slowfood ชื่อบอกชี้ชัดถึงความเรียบง่ายอย่างเพียงพอและอินเทรนด์ประหนึ่งอยู่ในรถไฟ ที่สรรหามาฝากกัน

2. world ส่วนเซคชั่นเล็กๆไม่ใหญ่ถัดมา ประกอบด้วย global village มีหลาย

บุคคลและหลากเหตุการณ์สำคัญทั่วโลกคล้ายข่าวย่อยสั้นๆเพียงย่อหน้าเดียวไม่กี่บรรทัดในแต่ละเรื่อง   แต่ที่เด็ดกว่าเป็น global report สาระเน้นสารคดีแปลประจำเล่ม   ครั้งนี้มีหัวข้อร้อน health advocate must speak up ว่าด้วยบทบาทของขบวนการล็อบบี้ยิสต์ป่วนโลก จากบนโต๊ะการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

3. มาผ่อนคลายกับ art&culture  ไล่ไปตั้งแต่ภาคบังคับอย่าง  อ่านหนังสือ - book worm กับ โสภิตา   สว่างเลิศกุล, ดูหนัง- theatre กับ อลิศกินเห็ด, ฟังเพลง- allways music ของ พอล  เฮง  ก็ยังพยายามให้ผู้อ่านดำรงอยู่ในขบวนรถไฟ..อินเทรนด์ต่อไป ไม่หยุดยั้ง

คอลัมน์ ปาลีกับศิลปะ จาก ทินกร  หุตางกูร ในอารมณ์ล่องลอยไกลเกินฝันแบบทินกลอน...ทินกร...ซึ่งนับหนึ่งที่ Abbey Road No.14 of 500 Greatest Albums of all Time

นอกนั้นเป็นคอลัมน์การพาท่องเที่ยวใน all way, เรื่องราวคนบันเทิงใน face of entertainment และปรากฎการณ์แวดวงแช็ทออนไลน์ใน net mania กับตอน ผู้ร้าย ผู้ดี เรื่องผี และเรื่องเสียว กรณีศึกษาจากเว็บไซต์ serithai.net

4. ส่วนสุดท้ายเป็น  social&spiritual  เรื่องสังคมการเมืองมีกูรูผู้ช่ำชองอย่าง คอลัมน์ ประชาชนเกี่ยวอะไร-ประภาส  ปิ่นตบแต่ง, ปมกฎหมาย- เจษฏ์  โทณะวณิก, จุดหมายที่ปลายทาง-ไชยันต์  ไชยพร ,อกาลิโก-ชัชรินทร์  ไชยวัฒน์

ยังมี โตมร  ศุขปรีชา คนโตจากค่ายจีเอ็ม มาร่ายยาวถึงปรากฎการณ์น่าสนใจทางสังคมใน Cramp , กระบี่ไม้ไผ่ มาฝากข้อคิดดีๆอีกแล้วใน คอลัมน์ น้ำกับบ่อ ,นายแพทย์โกมาตร  จึงเสถียรทรัพย์ มาช่วย คิดสลับขั้ว ด้านสุขภาพพลานามัยของปากท้อง  และการเดินทางภายในซอกหลืบของจิตใจกับ ธนิญฐา  แดนศิลป์ ในคอลัมน์ inner way 

โดยมี main way เป็นเนื้อหาหลักประจำเล่ม  ซึ่งปฐมบทกับ ‘ ท้องถนนไม่ใช่ที่ของคนตัวเล็ก?’ ว่าด้วยเรื่องราววิถีแห่งจักรยานในเมืองกรุงฯ

สี่ส่วนอันเป็นหมุดหมายหลักเพื่อนำไปสู่ better life, better world  นั้นเป้าที่คาดหวังดูจะยิ่งใหญ่เกินไปไหมหนอ?  จนอาจจะทำให้บังเกิดคำถามค้านขึ้นภายในส่วนความคิดต่างแย้งขึ้นว่า  หนังสือเล่มเดียวไม่น่าจะส่งมรรคผลไกลไปถึงหลักชัยนั้นได้เลย   แน่นอน...ถ้าจะยึดตนประพฤติปฏิบัติเสมือนดั่งเช่น...เถรตรง...เกินไปก็คงเป็นการจุดประกายประเด็นการโต้แย้งกันไม่รู้จบรู้สิ้น

ข้าพเจ้าจึงยึดทางสายกลางเป็นที่ตั้ง (เพราะกลัวจะไม่มีใครทำหนังสือแปลกใหม่มาให้อ่านอีก) ว่า...ดูก่อน...เออ...ถึงเนื้อหาในส่วนโลก world จะน้อยไปหน่อย(เพียง7 ใน 84 หน้า) คงไม่ทำให้โลกดีขึ้นสักเท่าไหร่นะ   แต่ถ้าข้าพเจ้าลองตีความใหม่จากเวิร์ด world อันดูกว้างใหญ่ไพศาลไกลตัว  ให้กลายเป็น โลกใกล้ตัว-โลกส่วนตัว-โลกภายใน ของแต่ละคนดู เช่น โลกแห่งความคุ่นคิด โลกของฉันและเธอ มุมมองต่อสถานการณ์รอบๆกาย อย่างผู้รู้รอบและไขว้คว้าจะพยายามให้เท่าทันสักหน่อย   นั้นก็พอส่งผลทำให้บังเกิดคำว่า...ใช่...เลย...ผลุดล่องลอยออกมาในห้วงคำนึงของดวงจิต

ดังนั้นกับอีกกว่า 80 หน้าที่เหลือ(ลบหน้าโฆษณาไปสัก 3 หน้า)กับสามภาคส่วนนั้นๆ life  art&culture และ  social&spiritual  จึงออกไปทางการใช้ชีวิตภายใต้กรอบสังคมในความหมายที่แคบน้อยกว่าจักรวาลและโลกมาลงอีก

ในทัศนะของข้าพเจ้านั้น (อ่านด้วยน้ำเสียงเอาจริงเอาจัง...หน่อย) ส่วนที่โดดเด่น...เดิ้นสุด อยู่ที่ social&spiritual  เพราะว่าไปแล้วจะเป็นการรวมพลคนคอเดียวกันคอเก่า จาก a day weekly ก็ไม่ปาน  อันก่อให้เกิดความคมเข้มตามมาประดุจเหล้าเก่าในขวดใหม่    ทั้งจากฝีไม้ลายมือชั้น มืออาชีพระดับนักกฎหมาย ,นักวิชาการ,นักคิดนักเขียนผู้คว่ำหวอดวงการ จนคุ้นหน้าคุ้นตากันมาหลายเพลาแล้ว

ในส่วนของ life นั้นอาจจะพออยู่ตัวด้วยเช่นกัน  เพราะความน่าสนใจอยู่ที่ชื่อชั้นของคอลัมน์นิสต์  ว่าเป็นคนดังที่ยังผ่องถ่ายผลงานน่ากล่าวขวัญอยู่อย่าง สุทธิพงษ์  ธรรมวุฒิ กับ วรพจน์  พันธุ์พงศ์  ที่ใครๆก็อยากรู้ว่าพวกเขาจะสรรหาเอาอะไรมาจำนรรจาให้ชวนติดตามและตามติดในฉบับต่อๆไปอีก

สำหรับส่วนที่ดู same…same (แอ่ม...เน้นในทัศนะของข้าพเจ้าเอง) ดุจดังภาคบังคับของนิตยสารแห่งสยามประเทศคือ art&culture กับส่วน การอ่านหนังสือ-ดูหนัง-ฟังเพลง  รึว่าข้าพเจ้าซึมซับส่วนนี้มาหลายฤดูฝนเกินไปเสียแล้ว  จึงทำให้ประหนึ่งว่าจะคล้ายๆกันไปเกือบหมด   ข้อสังเกตุหนึ่งคือการได้พื้นที่เพียงหนึ่งถึงสองหน้าเท่านั้น ทำให้ประดุจการแค่เพียงเล่าเรื่องย่อ(หนังสือหรือหนังหรือบทเพลง) ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกือบหมดอาณาเขตพื้นที่สัมทานเสียแล้ว     

ทำให้ต่างจากที่พบเห็นในคอลัมน์ประเภทนี้ในนิตยสารที่ให้พื้นที่มากกว่า อย่างเช่นใน นิตยสารสารคดี  นั้นดูได้เนื้อได้หนังน่าชวนอ่านกว่ากัน...เยอะเลย   ซึ่งกล่าวในฐานะที่ไม่รู้รายละเอียดปัจจัยอื่นอีกว่า  อาจจะด้วยเหตุขึ้นอยู่กับประเภทของนิตยสารนั้นๆไหมว่าเป็นรายวัน,รายสัปดาห์หรือรายเดือน

                และคงอดไม่ได้ที่จะอ้างอิงถึงคอลัมน์นิสต์คนดังของแต่ละประเภทคอลัมน์ต่างๆในนิตยสารบนแผงวันนี้   เพราะบางทีก็รู้สึกปรากฎการณ์แห่งความซ้ำซาก ว่าอ่านนิตยสารเล่มใดก็เจอแต่คนหน้าเดิมๆ ลายเซนต์คุ้นเคย  ทำให้ยากที่จะพบเห็นความแปลกใหม่หลากหลาย   รึ...ข้าพเจ้าเข้าใจผิดไปเองว่า  การเกิดหน้าใหม่ของคอลัมนิสต์สักคน  ยังคงต้องใช้เวลากลั่นกรองของเหล่าบรรดาบอกออีกยาวนาน   จนเกิดอาการขาดแคลนจนต้องใช้ความซ้ำบ่อยๆเข้าแก้ไขแก้ปัญหาแทน...โอ...ข้าพเจ้าหลุดลอยไปไกลถึงไหนแล้วเนี่ย...โอม..ขวัญเอย...จงกลับมา 

โดยภาพรวมแล้วแม้ทิศทางของ way อาจจะต้องใช้ห้วงเวลาโมงยามตามจำนวนการเพิ่มรอบของเข็มนาฬิกา ในการปรุงแต่ง ปรับเปลี่ยน เพิ่มสารชูรส เพื่อพิสูจน์ความเฉียบคมของตัวเองอีกพักใหญ่  แต่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ของนิตยสารที่อัดแน่นด้วยเนื้อหาตัวอักษรเต็มพรืด  ไม่เบาหวิวด้วยรูปภาพและโฆษณาซ้อนแอบอันดาดดื่น  ภายใต้ชายคาของพ่อครัวคนปรุงรสระดับคุณภาพ  ที่คนจิตใจดี..ดีหลายคนพอจะคาดหมายในฝีมือได้ระดับหนึ่ง   และขอส่งท้ายด้วยทัศนะความคมของ อธิคม ถึงคำว่า better life, better world  ที่แฝงอยู่ในนิตยสารเล่มใหม่ของเขา

            “ปัญหาที่น่าพูดถึงหรือควรจะซีเรียสจริงๆ ในบ้านเมืองนี้ อาจจะไม่เฉพาะในเมืองนี้ แต่เกี่ยวพันกับพลเมืองโลกทั้งหมด มันไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องของสังคม เรื่องของวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อของคนบนโลกใบนี้

ถ้าเราจะหาต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง อาจจะพบว่าสังคมหรือผู้คนต่างหากที่น่าจะได้รับการปรับเปลี่ยนทัศนคติบางประการ มันไม่ใช่แค่ตัวละครทางการเมือง มันไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ทางการเมือง มันไม่ใช่แค่เรื่องว่าจะเลือกหรือไม่เลือกใคร 

เรามองว่าคำถามแบบนี้ไม่นำไปสู่การค้นพบโลกที่ดี ไม่สามารถนำไปสู่การค้นพบชีวิตที่ดี ตอบโจทย์ว่าหนังสือเล่มนี้คงพูดเรื่องนี้แหละ พูดเรื่องสังคม เรื่องคน เรื่องศิลปวัฒนธรรม เรื่องของวิถีชีวิตในการมีชีวิตอยู่ในโลกร่วมสมัย กระทั่งลงลึกไปถึงเรื่องรสนิยมในการเสพผ่านผัสสะทั้งห้าคือ สัมผัส กิน ดู ฟัง ดม อะไรอย่างนี้ ”

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
คนขับช้า วันที่ : 24/08/2007 เวลา : 15.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preephati

อ่านมาสองเล่มแล้ว เป็นเล่มเก้าและเล่มสิบ คาดว่าจะกวาดซื้อของเก่า และซื้อต่อไปนะ
แบบว่าถูกจริต แต่ละคอลัมน์ไม่ยาวดี อ่านจบไว ได้ใจความ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แก้วตา วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 10.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tto-okk
"เกียทซ์บอกกับฉันว่า หากคุณประสงค์จะเดินสิ่งหนึ่งที่จำเป็นคือ ความขรุขระ"

ปลื้ม Way อีกคน.....คม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
TheQueenofNostalgia วันที่ : 23/08/2007 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

แฟนประจำค่ะ ติดตามอ่านทุกเล่ม (ที่ซื้อทัน)
ตอนเป็น a day weekly ก็ชอบแล้ว
ตอนนี้ชอบมากกว่า เหมือนบวก OPEN เข้าไปด้วย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน