• STILLWATER
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : stillwater_y@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-09
  • จำนวนเรื่อง : 182
  • จำนวนผู้ชม : 482822
  • ส่ง msg :
  • โหวต 33 คน
STILLWATER
อ่าน...อ่านหนังสือ ดู...ดูหนัง ดูคอนเสิร์ต ฟัง...ฟังเพลง และบทความ ความเรียง เรื่อยเปื่อย กับเวปรวม งานเขียนในนามปากกา STILLWATER ,เจ้าเสือร้าย และหนัง๔จอ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STILLWATER
วันศุกร์ ที่ 28 กันยายน 2550
Posted by STILLWATER , ผู้อ่าน : 1616 , 22:30:35 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

“ แค่อยากให้รู้ว่า  เราอยากอยู่ข้างฝ่ายดีกับทุกคน  เช่นเดียวกับทุกคน  เราไม่ต้องการสงคราม  ความรุนแรง  และเรารู้สึกขายหน้าที่ประธานาธิบดีบุชมาจากเท็กซัส ”

เป็นประโยคต้นสายของสาวเท็กซัส  นาตาลี  เมนส์ นักร้องนำวงดนตรีคันทรี่ทรีโอหญิงนาม  Dixie Chicks  กล่าวไว้เมื่อ 10 พฤษาคม 2003 ณ กลางคอนเสิร์ทที่กรุงลอนดอน  ภายหลังเหตุการณ์ 9/11 ที่สหรัฐอเมริกาเพิ่งตัดสินใจส่งกองกำลังทหารบุกข้ามทวีปไปที่ประเทศอิรัก  ในข้อหาอาจจะเป็นแหล่งที่ซ่องสุมอาวุธร้ายแรงต่อโลก

          ประโยคตามมาหลังจากนั้นสื่อต่างๆทำหน้าที่จุดประกายไฟประโคมข่าว  จากจุดเล็กๆ ขยายวงใหญ่ลามไปไกลสุดกู่   ซึ่งยิ่งทวีเพิ่มความร้อนแรงโหมเข้าใส่วงดนตรี ดิกซี ชิกส์   โดยเฉพาะจากกลุ่มขวาจัดผู้สวามิภักดิ์ต่อผู้นำของตนจนชนิด ผู้นำข้า...ใครอย่าแตะ

“ พูดออกมาได้อย่างไง ว่าขายหน้าที่ประธานาธิบดีมาจากเท็กซัส  เหลวไหลจะบ้ารึไง ”

“ นี่มันเรื่องเสรีทางคำพูด  หรือมารยาททรามกันแน่ ”

“ ไก่อ่อนที่ไม่ประสา  ที่สมควรถูกตบสักฉาด ”

“ พวกเธอเป็นนางเบื้อก ไร้สมองที่สุดเท่าที่เคยเห็นเลยทีเดียว”

“ สมองปลาทองพวกนี้มีพรสวรรค์  แต่กลับเอานิ้วจิ้มตาคนดูตัวเอง”

“ พวกหล่อนไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกมารึ  หุบปากไปซะ”

ส่วนผู้ถูกกล่าวอ้างถึง  ที่ให้สัมภาษณ์เป็นคำพูดแบบปากปราศัย  ส่วนน้ำใสใจจริงนั้นใครจะไปรู้ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ตอบถึงกรณีนี้ว่า

            “ดิกซี ชิกส์ มีเสรีภาพที่จะพูดอย่างที่คิด  พูดอย่างที่พูด  หวังว่าพวกเธอจะไม่เจ็บใจที่คนไม่ซื้อแผ่นเพลงกับสิ่งที่พูดไปนะ  เสรีภาพก็เหมือนดาบสองคมนั่นแหละ ผมจะบอกให้... ” 

            และนี่...ประโยคต่อไปนี้คือคำอธิบายหลังจากคืนสู่ถิ่นอเมริกา ของนาตาลี เมนส์  หลังจากเหล่าสื่อยิงประเด็นเต็มที่ถึงถ้อยคำข้อหาไม่ระวังปาก Big Mouse ของเธอ

“ เปล่าค่ะ  ฉันไม่อายเรื่องที่เขามาจากรัฐของฉัน  ฉันไม่สนใจ  มันเป็นความผิดพลาดของคำพูด  ฉันขอโทษที่พูดออกไป...ค่ะ(เน้นเสียง)  แต่ถามว่าเสียใจไหมที่พูดออกไปไหม?...ไม่ค่ะ(เน้นเสียง)  ” 

และ “ ฉันไม่รู้ว่า การออกความเห็นมันเลวร้ายตรงไหน  การกล้าพูด มันเหลวไหลตรงไหน...”

            แต่นั้นไม่มีน้ำหนักพอให้กับการพยายามมีจุดยืนของพวกเธอ  มันกับกลายเป็นดั่งการเดินเหยียบโดนกับระเบิด  ยอดขายแผ่นล่วงกราว สถานีวิทยุเพลงคันทรี่งดเปิดเพลงของพวกเธอ  ผู้คนแค้นเคืองนำซีดีผลงาน ดิกซี่ ชิดส์  ปาทิ้งลงถังขยะ มีป้ายประท้วงตามงานคอนเสิร์ท  เกิดกระแสการต่อต้านวงส่งผลให้ลดความนิยมลงอย่างทันตาเห็น

            เรื่องราวทั้งหมดข้างต้น ถูกเผยแพร่วงกว้างขึ้น รายละเอียดเจาะลึกมากขึ้นในภาพยนตร์สารคดีเรื่อง Dixie Chicks: Shut up and Sing ที่ออกฉายในปี 2006 ผลงานกำกับสองมือรางวัลของ บาร์บาร่า  คอปเพิ่ล และ เซซิเลีย เพ็ค  ได้นำเสนอประเด็นน้ำเดือดนี้ นับเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประธานาธิบดีคนปัจจุบัน หลังจากหนังสารคดีร้อนก่อนหน้านี้ของ ไมเคิล  มัวร์ (Fahrenheit 9/11, 2004)    

Shut up and Sing เปิดเรื่องด้วยภาพในสตูดิโอขณะบันทึกผลงานชุดใหม่ Taking The Long Way ในปี 2005 กับเพลง Everybody Knows พร้อมตามติดย้อนไปภาพเรื่องราวในอดีตเมื่อปี 2003 ตัดสลับกลับไป-มา   ตามปกติของหนังแนวทางสารคดีการเดินเรื่องจะใช้การนำเสนอการตามติดบุคคลตัวเอกของเรื่องราว  ในที่นี้ได้แก่  สามสมาชิกวง ดิกซี ชิกส์ นอกจาก นาตาลี  เมนส์ ร้องนำแล้ว ยังประกอบด้วยสองสมาชิกสาวผู้ก่อตั้งวง มาร์ตี ไซเดล กับเอมิลี เออร์วิน   ซึ่งทั้งสามทั้งร้องทั้งประสานเสียงและเล่นกีต้าร์ เบนโจ ไวโอลีนกันเอง

แทบไม่น่าเชื่อว่าสารคดีที่มีขนบในการถ่ายทำแบบไปเรื่อยๆโดยไม่รู้จุดหมายปลายทางว่าจะออกมา(อี)ท่าไหน?  แต่สำหรับสารคดีเรื่องนี้กับสามารถแยกออกเป็นสามองค์หลักๆตามทฤษฎีการเขียนบทได้อย่างชัดเจน  ตั้งแต่การให้รายละเอียดตัวละครโดยมีปมขัดแย้งเป็นตัวขับเคลื่อนเนื้อเรื่องทั้งหมด  

ว่าไปแล้วการเล่าเหตุการณ์คู่ขนานของการบันทึกผลงานชุดใหม่ปี 2005 กับต้นเหตุและผลกระทบที่ตามมาในปี 2003  เทียบแล้วไม่ต่างจากสองเหตุการณ์ที่ดำเนินไปพร้อมๆกันแบบในหนังไทยเรื่อง โหมโรง เลย ยิ่งเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับศิลปินดนตรีคล้ายกัน ด้วยแล้วทำให้สารคดีเรื่องนี้เหมาะกับผู้ชื่นชอบเสียงโน๊ตบนบรรทัดห้าเส้นยิ่งหนัก 

หลังจากแจงรายละเอียดตัวละครแล้ว  องค์แรกของหนังจบลงที่ข้อขัดแย้งหลังจากการพูดบนเวทีของ นาตาลี เมนส์ หลังจากนั้นปมขัดแย้งยังคงเดินหน้าหนักหนาสาหัสขึ้นเรื่อยๆ  ตั้งแต่แอนตี้การเปิดเพลงของสถานีวิทยุ  นำรถมาบดทำลายแผ่นเสียงของวง ป้ายประท้วงโจมตีหน้าคอนเสิร์ท  และการให้สัมภาษณ์อันร้อนแรงของเหล่าสื่อฝ่ายขวาจัด  รวมถึงประเด็นฮอทในอินเทอร์เนต

สิ่งที่สามสามเลือกกระทำคือวิธี ตาต่อตาโต้ตอบกลับ นอกจากให้สัมภาษณ์ถึงการยึดมั่นในเสรีภาพของการพูดแล้ว  การถ่ายแบบเปลือยแต่ไม่โป๊โดยเพนท์ถ้อยคำที่กล่าวหา พวกเธอลงบนร่างกายเธอ เช่นคำว่า ยายปากมาก นังหญิงแพศยา ฯลฯ เป็นต้น ขึ้นปกนิตยสารดังทั่วอเมริกา    แน่นอนว่ายังมีบางกลุ่มที่ยังให้กำลังใจพวกเธออยู่บ้างแต่คล้ายๆจะเป็นเพียงพลังเงียบ   ดังนั้นการขึ้นโรงขึ้นศาลในกรณีสองสถานีวิทยุเครือค่ายใหญ่ยักษ์ไม่ยอมเปิดเพลงพวกเธอ  ถือว่าเป็นการค้านกับคำว่าสื่อสารมวลชนมีความเป็นอิสระจริงหรือไม่?  แม้ไม่มีบทสรุปแต่ก็เหมือนตั้งคำถามให้คนดูเลือกตัดสินเลือกข้างเอาเอง 

ส่วนองค์สองในอีกเหตุการณ์อีกห้วงเวลาในห้องบันทึกเสียงนั้น ผ่อนคลายกว่ามาก ด้วยการนำเสนอการร้อง การบรรเลง การแต่งเพลง ในอัลบั้มใหม่ด้วยการทำเองร้องเองเขียนเอง เลือกแนวทางที่หลุดกรอบจากแนวคันทรี่เดิมๆ  โดยมีศิลปินป็อบและร็อคที่อุดมการณ์เดียวกันมาช่วยเหลืออีกเพรียบ ทำให้อาณาเขตของแนวเพลงชุดใหม่นี้ไปไกลขึ้นเข้มข้นขึ้น  บวกกับเรื่องชีวิตครอบครัวอันอบอุ่นของสามสาวที่หนึ่งในสมาชิกวงให้กำเนิดลูกฝาแฝด   ตามด้วยเสียงบทเพลงที่ไพเราะกินใจ น้ำเสียงอันทรงพลังของสามสาวทำให้เกิดอารมณ์ร่วมอินความรู้สึกตามสมาชิกวงไปอย่างไม่รู้ตัว

กรณีขัดแย้งท้ายองค์ที่สองก่อนคลี่คลายนั้น เน้นไปที่เรื่องที่มีใบประกาศข่มขู่ว่า “นาตาลี เมนส์ จะถูกยิงตายในวันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายนที่ดัลลัส”   ซึ่งเป็นการแสดงคอนเสิร์ทหนึ่งในปี 2003  โดยคู่ขนานไปกับภาพปี 2005 การบันทึกเพลงที่ชื่อว่า Not Ready To Make Nice (ไม่พร้อมจะทำตัวดี) ที่มีท่อนหนึ่งว่า 

“ พวกเขาเขียนจดหมายถึงฉัน  บอกว่าฉันหุบปากและร้องเพลงไปจะดีกว่า  หรือไม่ชีวิตฉันก็จะจบลง” 

เนื้อหาเพลงเป็นการแสดงออกถึงความไม่ยอมก้มหัวให้ใครรวมถึงแนวคิดปิดกั้นเสรีภาพในการสื่อสาร   ถือเป็นการจุดพีคสุดของหนังทำให้เพลงนี้สื่อทั้งด้านเนื้อหาและอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยมและมีชั้นเชิง   (มีเบื้องหลังทีมแต่งเพลงเสนออีกเพลงเกี่ยวกับ การไม่แบ่งแยก แล้วสาวๆก็สู้ตายด้วยกัน  นาตาลีถามว่า แสดงว่าในเพลงฉันต้องยกโทษให้คนที่ทำแบบนี้กับเราใช่ไหม? ทีมงานตอบกลับว่า ตามเนื้อหาคงเป็นแบบนั้น  นาตาลีสวนทันควันว่า “ไม่มีวัน...”)

แม้องค์ที่สามของหนังในส่วนที่จะคลี่คลายจะนำเสนอในห่วงเวลาขณะนั้น คือการกลับมาแสดงคอนเสิร์ทที่ลอนดอนในอีก 2 ปีถัดมาเสมือนสองเหตุการณ์มาบรรจบในภาพของคอนเสิร์ทที่ผู้คนมาให้กำลังใจอย่างเหนืองแน่น หลังจากเหตุการณ์สงครามในอิรักเริ่มถูกการตั้งคำถามขึ้นว่าส่งทหารไปอิรักทำไม? แถมแอนตี้ว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดของผู้นำสหรัฐ   และนี้คือคำพูดตอกย้ำถึงจุดยืนของพวกเธอ

“  ยินดีที่กลับมาที่ shepherds bush empire อีก กลับมาสถานที่เกิดเหตุ  ตลอดทั้งอาทิตย์มีคนถามว่าเราจะพูดอะไร  เธอจะพูดอะไรออกมา  และฉันก็เหมือนเดิม  ฉันไม่ได้มีแผนจะพูดอะไร  ฉันคิดว่าควรจะพูดอะไรใหม่ๆ  งั้นเอาเป็นว่า..เราอายที่ประธานาธิบดีของสหรัฐมาจากเท็กซัส..”

หมายเหตุ   ผลรางวัลแกรมมี่ ครั้งที่ 49 ที่ประกาศเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2007   ดิกซี ชิกส์ กลายเป็นดาวเด่นของงาน  เมื่อคว้า 5 รางวัลใหญ่จากอัลบั้ม Taking The Long Way ซึ่งเป็นการกลับมาประกาศศักดาหลังจากเหตุการณ์ฉาวข้างต้น   พร้อมสร้างสถิติขายได้ล้านแผ่นในสามสัปดาห์แรกที่วางจำหน่าย  โดยเพลงที่คว้ารางวัล Song of The Year ได้แก่  Not Ready To Make Nice นั่นเอง  และหนังสารคดี Dixie Chicks: Shut up and Sing เป็นภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยมปี 2006 ของสมาคมนักวิจารณ์แห่งชาติอเมริกา  ซึ่งในไทยแลนด์กลายเป็นหนังแผ่นไม่ลงโรงอีกแล้ว...ครับท่าน

 

 

 

(ตีพิมพ์ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ 28 ก.ย.2550)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
apooh วันที่ : 14/10/2007 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bedtaled
Reduce..Re-use..Re-cycle

จำได้ว่า ได้ดูงานประกาศรางวัล และก็เลยได้ยินเพลงนี้เป็นครั้งแรก ยังคิดเลยว่า ทำเอ็มวี ได้เจ๋งดี
โห เรื่องราวมันราวีกันยาวนานอย่างนี้เลยเหรอ
งั้นรางวัลกับยอดขายก็เหมือนกันเป็นการตอบคำถามของพลังเงียบน่ะสิ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
STILLWATER วันที่ : 01/10/2007 เวลา : 00.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/STILLWATER

ฟังเพลง Not ready to make nice ได้ที่บล็อคคุณวาดดาว

http://www.oknation.net/blog/waddaw/2007/09/11/entry-1

ขอบคุณ ที่มาเยี่ยมเยือน ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 11.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดี ..จากปายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
waddaw วันที่ : 29/09/2007 เวลา : 01.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waddaw

อ่านแล้วเมื่อเช้าในกรุงเทพธุรกิจค่ะ

เคยเขียนถึงเรื่องนี้เหมือนกัน
อ่านมาจากหนังสือน่ะค่ะ

http://www.oknation.net/blog/waddaw/2007/09/11/entry-1

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน