• STILLWATER
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : stillwater_y@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-09
  • จำนวนเรื่อง : 182
  • จำนวนผู้ชม : 478856
  • ส่ง msg :
  • โหวต 33 คน
STILLWATER
อ่าน...อ่านหนังสือ ดู...ดูหนัง ดูคอนเสิร์ต ฟัง...ฟังเพลง และบทความ ความเรียง เรื่อยเปื่อย กับเวปรวม งานเขียนในนามปากกา STILLWATER ,เจ้าเสือร้าย และหนัง๔จอ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STILLWATER
วันจันทร์ ที่ 22 ตุลาคม 2550
Posted by STILLWATER , ผู้อ่าน : 1361 , 22:23:09 น.  
หมวด : ดนตรี

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

“ภาพยนตร์ที่ไม่มีเสียงดนตรี   ก็เหมือนคนที่ไม่มีอารมณ์ความรู้สึก และไม่ต่างจากโลกที่ไม่มีความลึก”

            ข้อความนี้ปรากฏบนหน้าปกหนังสือพอคเก็ตบุ๊คชื่อ เพลงในภาพ ของ นพปฎล   พอสิลป์   นักเขียนอิสระผู้มีงานเขียนงานวิจารณ์ที่เน้นหนักไปทางด้านเพลงและดนตรีในภาพยนตร์    เพลงในภาพ เป็นหนังสือที่ออกวางจำหน่ายเมื่อกลางปี 2546 ได้รวบรวมบทวิจารณ์เพลงและดนตรีประกอบภาพยนตร์ที่น่าสนใจต่างๆ (หรือนิยมเรียกอีกอย่างว่าเพลงซาวด์แทร็ก) ในภาพยนตร์ร่วมสมัย    โดยรวบรวมมาจากบทวิจารณ์ในนิตยสารหนังรายสัปดาห์นาม เอนเตอร์เทน นั่นเอง

            ในส่วนของนักวิจารณ์เพลงซาวด์แทร็กนี้ยังถือว่าหาผู้รอบรู้ได้อยู่ไม่มากนัก   สังเกตได้จากในบรรดานิตยสารรายปักษ์ รายเดือน ต่างๆ ยังเห็นมีแต่เพียงเฉพาะบทวิจารณ์ภาพยนตร์ไปเลย  หรือวิจารณ์เพลงทั่วไปเสียส่วนใหญ่  ที่ต่างจากบรรดาอัลบั้มซาวด์แทร็กออกไป    ที่เห็นพอจะกล่าวถึงก็ต่อเมื่อวิจารณ์เฉพาะอัลบั้มที่มีเพลงฮิตโดดเด่นในภาพยนตร์เรื่องนั้นๆเท่านั้น   

          ดังนั้นจึงจะเห็นงานวิจารณ์อัลบั้มซาวด์แทร็กเฉพาะในนิตยสารหนัง(เช่น Entertain, Starpics, Flicks,… ) เสียมากกว่า   จึงเป็นผลสืบเนื่องให้เป็นการยากที่จะเห็นพอคเก็ตบุ๊คที่รวบรวม  บทวิจารณ์ที่กล่าวถึงเพลงและดนตรีในภาพยนตร์ให้เราได้เห็นกันบนแผงหนังสือ   จนมี เพลงในภาพ เล่มนี้มาช่วยตอบสนองให้ผู้ที่สนใจหรือผู้พอรู้ ผู้อยากรู้ทั้งหลายได้พอหาความรู้และเก็บไว้เป็นหลักฐานไว้ศึกษาหาข้อมูลในการฟังงานซาวด์แทร็กได้เป็นอย่างดี

            เพลงในภาพ ได้ให้ความรู้เริ่มต้นตั้งแต่ว่า  ปกติจะมีอัลบั้มซาวด์แทร็กที่วางขายทั่วไปอยู่ 4 ชนิดด้วยกัน  คือ

            Original Motion Picture Soundtrack  คืออัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ เป็นการรวมเพลงร้องที่ใช้ในภาพยนตร์   ส่วนใหญ่มักมีเพลงดังอยู่ หรือเป็นเพลงที่ได้ยินแว่วๆในหนังนั่นเอง

            Music from and inspired by …  คืออัลบั้มที่อาจจะมีเพลงที่ได้ยินในหนังสองสามเพลง   แล้วส่วนที่เหลือเป็นเพลงที่ให้ “บรรยากาศ” ใกล้เคียงกับเรื่องราวของหนัง   แต่ไม่ใช่เพลงที่ได้ยินในหนังเลย

            Original Motion Picture Score หรือ Original Score คือดนตรีประกอบภาพยนตร์  มักเรียกสั้นๆว่า สกอร์ (Score)  เป็นดนตรีที่ใช้บรรเลงในหนังจริงๆ (แต่ในบางอัลบั้มก็มีเพลงฮิตสองสามเพลงรวมอยู่ด้วยเหมือนกัน)

            สุดท้ายเป็นงาน Original Score อีกแบบ คือการนำงานสกอร์มาเรียบเรียงและบรรเลงขึ้นใหม่มักเป็นสกอร์ระดับคลาสสิก  เช่น สกอร์ Psycho ของเบอร์นาร์ด   เฮอริมานน์ ที่สมัยก่อนไม่มีอัลบั้มซาวด์แทร็ก  ออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน   จึงมีผู้นำมาบรรเลงและบันทึกด้วยดนตรีที่ทันสมัยขึ้นอีกครั้ง

            จากความรู้ถึงชนิดของซาวด์แทร็กแต่ละประเภทแล้ว   เพลงในภาพ ได้แบ่งเนื้อหาในหนังสือออกเป็นสามส่วนใหญ่ๆ คือ บทวิจารณ์อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์, อัลบั้มดนตรีประกอบภาพยนตร์ และ 100 อัลบั้มซาวด์แทร็กยอดเยี่ยม ซึ่งพอจะกล่าวรวมๆถึงบทวิจารณ์ที่น่าสนใจ ที่ได้ตั้งชื่อบทวิจารณ์ได้น่าอ่าน   ซึ่งพอจะกล่าวถึงได้ดังนี้   ในส่วนแรก บทวิจารณ์อัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ เช่นเรื่อง Almost famost เป็นมากกว่าหนัง  สำคัญมากกว่าเพลง, Moulin rouge เกินคำบรรยาย, มนต์รักทรานซิสเตอร์ ถึงไม่ใช่หนังเพลงลูกทุ่งไทยก็เกือบจะใกล้เคียง  

                 ส่วนที่สองเป็น บทวิจารณ์อัลบั้มดนตรีประกอบภาพยนตร์ที่แยกตามประเภทของหนัง เช่น สงคราม, รัก, อีพิค, ลึกลับ, ตื่นเต้น เช่น Crouching tiger, hidden dragon งานดนตรีที่พยัคฆ์ศิโรราบ มังกรต้องซ่อนตัว เป็นต้น      บทวิจารณ์ทั้งสองส่วนแรกของภาพยนตร์แต่ละเรื่อง จะช่วยให้ผู้อ่านได้ทราบถึงรายละเอียดที่เน้นหนักไปถึง ความสำคัญของดนตรีที่เกี่ยวเนื่องกับเนื้อเรื่อง อารมณ์ของหนัง เป็นส่วนใหญ่  พร้อมทั้งประเภทและชนิดของดนตรีที่ใช้ในการบรรเลงในฉากต่างๆ  แฝงด้วยความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนในหนังเรื่องนั้นๆที่บ่งบอกถึงความเป็นผู้รู้และผู้ที่มีประสบการณ์ในการฟังเพลงในสไตล์นี้มาเป็นเวลายาวนาน

            และในส่วน 100 อัลบั้มซาวด์แทร็กยอดเยี่ยม ที่แปลจากการรวบรวมของ เดวิด   บราวด์และคณะ  ก็ช่วยให้เห็นถึงประวัติศาสตร์และผลงานคลาสสิกต่างๆที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ได้ดี   หลังจากอ่าน เพลงในภาพ จบแล้วทำให้รู้รายละเอียดไปถึงบรรดามือฉบังของผู้สร้างสรรค์สกอร์ หรือซาวด์แทร็กในการทำเพลงเด่นๆ ตัวอย่างเช่น งาน Star Wars ของจอห์น   วิลเลี่ยม, Gladiator ของฮานส์   ซิมเมอร์  หรือ Titanic ของ เจมส์   เฮอเนอร์

            โดยภาพรวมแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังกระตุ้นให้เห็นถึงความสำคัญของบทเพลงและดนตรีที่นำมาใช้ประกอบภาพที่เห็นบนจอภาพยนตร์ด้วย   นับจากเริ่มตั้งแต่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์จากหนังเงียบในสมัยก่อนมาสู่หนังเสียงเมื่อร้อยปีที่ผ่านมา ( พ.ศ. 2470 เกิดหนังพูดเรื่องแรก หลังจากมีเพียงเสียงเอฟเฟ็กต์และดนตรีประกอบ)      ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า บทเพลงและดนตรีประกอบภาพยนตร์เหล่านี้สามารถที่จะทำหน้าที่หลักเหมือนกับหน้าที่หลักในภาพยนตร์ได้ไม่ต่างกันเลย   โดยเฉพาะในส่วนของหน้าที่ของหนัง (Functions of film) ในทางทฤษฎีได้เช่นกัน กล่าวคือ

            บทเพลงและดนตรี  ช่วยหน้าที่ในการเล่าเรื่อง เช่นในหนังเรื่อง Something about Mary ที่มีนักร้อง โจนาธาน   ริชท์แมน และนักดนตรีมาปรากฏให้เห็นพร้อมร้องเพลงเล่าเรื่องได้อย่างน่าขันในหนังตลกเรื่องนี้  หรือใกล้ตัวหน่อยก็เสียงร้องเพลงของ จรัล   มโนเพ็ชร  ผู้ล่วงลับกับบทเพลงร้องเล่าเรื่องในภาพยนตร์เรื่อง บุญชู ในทุกๆภาค

            บทเพลงและดนตรี  ช่วยทำหน้าที่สร้างอารมณ์  ตัวอย่างที่โดดเด่น ได้แก่ ภาพยนตร์เรื่อง The Piano ที่เสียงเปียโนที่ตัวละครนางเอกใบ้เล่นในเรื่องใช้ในการสื่ออารมณ์แทนคำพูดของเธอ นั่นเอง

            บทเพลงและดนตรี   ช่วยทำหน้าที่สื่อความหมาย หรือสัญลักษณ์  คงไม่มีใครลืมการปรากฏตัวของฉลามเพชรฆาตใน Jaws  กับเสียงดนตรีบรรเลงโน๊ตเพียงไม่กี่ตัว   ที่มาก่อนการปรากฏตัวจริงของวายร้ายใต้น้ำตัวนี้

            บทเพลงและดนตรี  ช่วยทำหน้าที่สร้างความตื่นตาตื่นใจ  เช่นในธีมสุดคลาสสิกใน Star Wars ฝีมือของจอห์น   วิลเลี่ยม  ที่ได้ยินเมื่อไหร่ ก็ทำให้นึกถึงภาพเหตุการณ์ในภาพยนตร์สงครามอวกาศในกาแล๊คซี่อันไกล้โพ้นเมื่อนั้น

            จะเห็นได้ถึงบทบาทของทั้งบทเพลงและดนตรี   ในภาพยนตร์ว่ามีหน้าที่สำคัญมากมายเมื่อเทียบกับภาพที่มองเห็นบนจอภาพยนตร์เลยทีเดียว   ซึ่งในสมัยก่อนโรงภาพยนตร์สกาล่า เคยให้ความสำคัญธีมซาวด์แทร็กถึงกับช่วงก่อนหนังฉายหลังเพลงสรรเสริญพระบารมีจบ  จะเปิดธีมหลักของเรื่องในความมืด เพื่อสร้างอารมณ์ ซึ่งถือว่าน่าชมเชย   แต่ในปัจจุบันกลับเลือนหายไปอย่างน่าเสียดาย      

                ดังนั้นบรรดาผู้ที่เป็นคอหนัง หรือผู้ที่ชื่นชอบในการชมภาพยนตร์อยู่แล้ว   ถ้าเกิดลองหันมาใส่ใจกับบรรดาเพลงและดนตรีประกอบภาพยนตร์เข้าไปด้วย  ก็จะช่วยทำให้เติมเต็มอรรถรสในการเสพงานบันเทิงประเภทนี้อีกด้านหนึ่งของภาพยนตร์ได้อย่างสมบูรณ์   เพลงในภาพก็นับว่าเป็นคัมภีร์ที่เริ่มต้นได้ดี  ดังคำที่ปรากฏในปกหลังของหนังสือที่ว่า

             “หนึ่งภาพแทนคำนับพัน   หนึ่งตัวโน๊ตแทนอารมณ์ที่หลากหลาย”




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน