• STILLWATER
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : stillwater_y@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-09
  • จำนวนเรื่อง : 182
  • จำนวนผู้ชม : 479054
  • ส่ง msg :
  • โหวต 33 คน
STILLWATER
อ่าน...อ่านหนังสือ ดู...ดูหนัง ดูคอนเสิร์ต ฟัง...ฟังเพลง และบทความ ความเรียง เรื่อยเปื่อย กับเวปรวม งานเขียนในนามปากกา STILLWATER ,เจ้าเสือร้าย และหนัง๔จอ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STILLWATER
วันศุกร์ ที่ 14 มีนาคม 2551
Posted by STILLWATER , ผู้อ่าน : 1903 , 22:21:46 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

(ตีพิมพ์ใน นสพ.กรุงเทพธุรกิจ 14 มี.ค.51 )

            กอด เป็นภาพยนตร์ที่สร้างความงุนงงในพล็อตเรื่องกับผมเป็นอย่างมาก  ด้วยความที่อยากจะทำตัวประหนึ่งว่าจะกลายร่างมาเป็นนักตีความสัญญะสัญลักษณ์อะไรสักอย่างหนึ่ง   ภาพยนตร์ไทยเรื่องนี้เลยเสมือนมีโจทย์ท้าประลองเชิญชวนให้ขบคิดต่อถึงสิ่งที่หนังต้องการจะบอก  กับความหมายของ ‘แขนที่สาม’ของ ขวาน(ตุ้ย-เกียรติกมล  ล่าทา) พระเอกของเรื่อง  หรือมนุษย์ผู้มีแขนซ้ายงอกออกมาอีกหนึ่งข้าง ที่กลายเป็นส่วนเกินซึ่งเจ้าตัวอยากจะกำจัดให้สิ้นซาก  ด้วยการออกเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อไปผ่าตัดเอาออกเสีย  ผิดกับนมโตๆของนา(กระแต-ศุภักษร  ไชยมงคล)นางเอก ในบทสาวเหนือผู้บังเอินหนีการถูกไล่ปล้ำได้ร่วมเดินทางไปด้วยกัน

            ไอ้หนุ่มสามแขน กับอีสาวทรงโต ที่ชวนให้ใครต่อใครมองตรงสิ่งที่เจ้าตัวรู้สึกเองว่า “มันคือส่วนเกิน” ที่เบื้องบนประทานให้มาผิดที่ผิดทางจนนำมาซึ่งเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ

แขนที่สาม ทำให้ขวานรู้สึกกลายเป็นตัวประหลาดในทัศนคติของเขา  ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความลำบาก สาวคนรักก็ตีจาก เสื้อที่หาใส่ก็ไม่มี ความอับอายในสิ่งนี้ทำให้เขาไม่ค่อยอยากออกจากบ้านเกิดไปไหนๆ  ความใฝ่ผันจะกลายเป็นคนธรรมดาสองแขนเหมือนคนปกติทั่วไป  น่าจะทำให้ชีวิตเขาปกติสุขขึ้น

ส่วน นมโต แสนแทงตาของนาทำให้กลายเป็นสิ่งแรกที่ผู้ชายทั้งหลายมองเธอเป็นอันดับแรก  สร้างความอึดอัดกับเจ้าของว่าผู้คนเหล่านั้นได้ละเลยการมองที่ตัวตนอันแท้จริงของเธอจริงๆเสียก่อน  ปัญหาการถูกปลุกปล้ำลวนลามอยู่บ่อยครั้งทำให้เธอสุดเอือมระอากับส่วนเกินที่แม่ให้มานี้    แต่ก็ไม่อาการหนักถึงขนาดหนุ่มขวานที่อยากจะตัดมันออก  การเดินทางครั้งนี้จุดประสงค์ของเธอคือการออกเดินทางตามหาสามีที่ขาดการติดต่อมาเป็นปีแล้ว

ส่วนเกินเลย กึ่งแปลกประหลาดของพระเอกขวาน โดดเด่นมากในหนังทำให้บังเกิดเรื่องราว road movie การเดินทางผจญภัยอย่างมีเป้าหมายของตัวละคร  ชวนให้นักดูหนังอยากตีความถึงความหมายที่แท้จริงของ สัญลักษณ์แขนที่สาม  หรือมือที่ใครๆก็มองเห็นนี้    แม้ในบทสัมภาษณ์ของผู้กำกับ คงเดช จาตุรันต์รัศมี จะเคยขยายความว่า แขนที่สาม เป็นเสมือนสิ่งที่เขาไม่พอใจในตัวเองเมื่อส่องกระจกดู  เปรียบเปรยเหมือนสิวที่อยากบีบให้ออกทิ้งๆไปเสีย

ประเด็นนี้ชวนให้ผมเลยขอตีความต่อถึง ‘แขนที่สาม’ มันน่าจะมีความอย่างอื่นด้วยมากกว่าเรื่องแฟนตาซีหรือความพิกลพิการนั้นๆ  กรณีในหนังฉากหนึ่งได้ชูประเด็นถึงความเป็น special ที่แม่ของขวานให้คำนิยามกับแขนส่วนเกินว่า  พิเศษกว่าใครๆอย่างไรรึ? อาทิ  การงานคัดแยกไปรษณียบัตรทายผลบอลโลกที่ต้องการความรวดเร็วก็ลุล่วงไปอย่างน่าพอใจสำหรับบิ๊กบอส  หรือกีฬาวอลเล่ย์บอลที่ขวานมีแขนไว้ตบหลอกคู่ต่อสู้จนกลายเป็นดาวเด่นนักกีฬาขวัญใจสาวๆประจำโรงเรียน ก็อีกหนึ่งข้อดีของการมีสามแขน

ระหว่างความ  special ของแม่ และความแปลกประหลาดที่หลายคนยัดเยียดให้ตัวเขาถูกนำมาชั่งน้ำหนักหาข้อดีข้อเสีย  หลังจากแม่จากเขาไป   จนกระทั้งการถูกแฟนทิ้งหนีไปแต่งงานและสุดท้ายช่างตัดเสื้อประจำตัวตายลงกลายเป็นตัวเร่งที่ทำให้ขวานตัดสิ้นใจต้องการตัดมันออกเสียเพื่อจะได้กลายร่างเป็นคนธรรมดาสามัญเหมือนๆคนปกติทั่วไป  ดูจะเป็นเหตุผลไร้น้ำหนักสิ้นดีหากว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นกับใครตรงๆ

สิ่งที่สะดุดใจผมเรื่องนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่หรือวิธีที่คนมองต่างกัน คนหนึ่งว่า ‘พิเศษ’ ส่วนอีกคนว่า‘แปลกประหลาด’  ในสิ่งเดียวกัน  หรือกรณีคนหนึ่งว่าโดดเด่นเกินไป  อีกความคิดหนึ่งว่าขอเป็นแบบคนธรรมดาทั่วไปดีกว่า เสมือนมีการเคลื่อนย้ายของคำว่า Somebody ที่ใครๆก็อยากเป็น  กับ Nobody สามัญชนที่ไม่มีอะไรแตกต่างจากคนอื่นๆ ซึ่งหลายคนถือว่าคำหลังนี้จืดชืดทำให้ชีวิตไร้สีสันจนอยากจะก้าวข้ามคำนี้ไปให้พ้นๆ

ในหนังมีฉากการเป็นนักกีฬาโรงเรียนของขวาน  แวบหนึ่งทำให้ผมย้อนภาพไปตอนเด็ก ไม่ว่าระดับประถมหรือมัธยม จะมีภาพเพื่อนๆในวัยเดียวกันที่เล่นกีฬาอย่างโดดเด่น  จนถึงขั้นเป็นนักกีฬาดังประจำโรงเรียน  หลายคนคงพอนึกออกถึงความทรงจำที่เพื่อนคนใดคนหนึ่งนั่งเรียนอยู่โต๊ะข้างๆ ห้องเรียนเดียวกันแท้ๆ  ผันตัวเป็นคนโด่งดังคับห้องเรียนทะลุไปไกลถึงกลายเป็นตัวแทน   ขยายต่อเป็นตัวแทนโรงเรียน  ไปแข่งกับโรงเรียนในตำบล ถึงอำเภออื่น ซึ่งดูยิ่งใหญ่เสียเหลือเกินในขณะนั้น  สิ่งหนึ่งที่ทำได้คือเชียร์สุดขีดยามเพื่อนขึ้นเวทีชก

อีกใจหนึ่งก็แอบขบคิดเล็กๆว่าเอ..เราพอทำได้บ้างรึเปล่าหว่า... สมัยนั้นผมมีเพื่อนเป็นนักมวยรุ่นเล็กครับ ต่อยเตะเก่ง ครบเครื่อง    เนื่องจากเขามีพี่ชายเป็นนักมวย ศิษย์คนหนึ่งของครูมวยประจำตำบล (ครูมวยผู้นี้เป็นครูมวยคนแรกๆที่สอนแชมป์โลกขวัญใจชาวไทยคนหนึ่งในอดีต ด้วยครับ) บ้านก็อยู่ไม่ไกลจากผมนัก  จากเด็กข้างบ้านที่เคยไปเชียร์ขณะมีงานประจำปีของตำบลก็จะมีเวทีล้อมผ้าชกมวยแบบงานวัด    เพื่อนผมคนนี้หาลำไพ่พิเศษตั้งแต่เด็กๆหลังจากตามติดพี่ชายไปดูมวย  ก็เลยขึ้นชกเป็นมวยเด็กคู่ก่อนเวลาอยู่เรื่อย ด้วยค่าตัว 50 บาทเป็นอย่างน้อยสำหรับผู้แพ้   

ดังนั้นเวทีงานวัดกลายเป็นการปูพื้นฐานด้านเชิงมวยให้เพื่อนโดยไม่รู้ตัว    การพัฒนาตัวตนจนกลายเป็นตัวแทนตำบล อำเภอ สร้างชื่อเสียงให้เพื่อนผู้นี้เป็นอย่างมาก  ผมจำช่วงที่เหล่านักมวยมาเข้าค่ายเก็บตัวได้  ขณะนั่งเรียนอยู่  เห็นเหล่านักมวยสมัครเล่นวิ่งออกกำลังกายเป็นแถวข้างสนาม  แถมตอนเย็นยังมีการซ้อมมวยโชว์ให้ดูก่อนกลับบ้านอีก  นักเรียนทั้งโรงเรียนแห่ไปดูการซ้อมเสียยกใหญ่  เพื่อนผมกลายเป็นคนดังไปแล้วครับ  นั้นเป็นการเคลื่อนย้ายของคำว่า Somebody- Nobody ใช่รึเปล่าล่ะ?

อย่างที่มีคำว่า กบในกะลา ถูกบัญญัติไว้ในโลกใบนี้ เช่นเดียวกับเรื่องเพื่อนนักมวยคนนี้ หลังจากเป็นตัวแทนได้ไกลถึงระดับจังหวัด  แต่พอขึ้นสู้ระดับภาคเหนือตอนล่างเส้นทางก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอีกต่อไป  เพื่อนกลายเป็นอดีตคนเคยดังเสียแล้ว    ครั้นโตขึ้นหน่อย พอเรียนจบแยกย้ายกันไปเพื่อนผมไปเรียนสายช่างพอจบมาก็เดินทางไปซาอุฯซึ่งฮิตมากตอนนั้นไปอยู่เสียหลายปี   แล้วกลับมาแต่งงานเปิดร้านอาหารเล็กๆ   ท้ายสุดไม่กี่ปีมานี้ผมได้ข่าวแว่วๆว่าเพื่อนไปไม่ค่อยได้ดีนักทั้งในการใช้ชีวิตครอบครัว การงานก็ไม่ดีมีปัญหาชีวิตรุมเล้า เสียศูนย์ไปเลย   คำว่า Somebody  ของเขาจบสิ้นลงไปกับอดีตวัยเยาว์  แต่ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า“มันยังดำรงอยู่”

บางทีการย้ายคำว่า  Somebody- Nobody ในความหมายของผมดูจะไม่ยิ่งใหญ่เท่ายุคสมัยปัจจุบันที่การสื่อสารกว้างไกลที่ต้องมาโชว์ตัวเป็นคนดัง แบบดารานักร้องภายใต้คำว่า ความฝันของคนรุ่นใหม่    แต่สมัยก่อนดังแค่ในระดับโรงเรียนหรือแค่ประจำกลุ่มเพื่อนฝูงก็ไม่ใช่เล่นแล้ว    สำหรับช่วงวัย และสถานที่อันห่างไกลความศิวิไลท์นั้นก็ถือเป็นปัจจัยที่เพียงพอแล้วสำหรับสนามเล็กๆในอดีต  ทำให้คำถามที่ตามมาคือ ทุกอย่างย่อมมีการแปรผันเปลี่ยนไปเมื่อสนามถูกเปลี่ยนเคลื่อนย้าย  เวลาที่วิ่งเลยผันผ่าน  แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือ  ความทรงจำที่มากระทบตัวเราแล้วยังฝังแนบแน่นจนมิอาจลืมเลือนยามมีเรื่องอะไรทำนองนี้มากระตุ้นกระทบย้ำเตือน  อาทิ ตัวอย่างที่พบบ่อยการกล่าวอ้างถึงของบุคคลทั่วไป ว่าเคยรู้จักคนดังคนโน่นคนนี่ ที่ไม่รู้ว่าเป็นราคาคุยกันรึเปล่า?

แม้บทสรุปตอนท้ายของหนัง กอด จะออกมาประมาณว่าให้พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่  เรื่องราวทั้งหมดมันไม่ใช่เรื่องของแขน แต่เป็นเรื่องความคิดของคน หรือให้มองในมุมที่ว่า หากมือที่สามของขวานนั้นถือเป็นความ special  แล้วกับใครล่ะที่จะถือว่ามัน special   คำเฉลยว่าจะมีผลโดยเฉพาะพิเศษอย่างมากสำหรับบุคคลพิเศษอย่าง  ‘แม่ของเขา’และนางเอกนา ที่เห็นคุณค่าในตัวเขา  นับเป็นการคิดของผู้ซึ่งรู้จักมองโลกอย่างที่เป็น มองอย่างเข้าอกเข้าใจ  ประหนึ่งได้ตกผลึกทางความคิดในการเฝ้ามองเอาใจใส่คนใกล้ชิดใกล้ตัว   ถึงอาจจะดูน้อยนิดเพียงเศษเสี้ยวเรื่องราวสำหรับบุคคลทั่วไป  แต่มันดูยิ่งใหญ่เต็มสี่ห้องหัวใจของบุคคลที่ข้องแวะโดยตรง

นั่นทำให้วาบความคิดหนึ่งของผมบังเกิดความสว่างโพล่งขึ้นว่า  การที่ผมจดจำเรื่องราวของเพื่อนคนหนึ่งจนถึงขนาดนำมาเล่าต่อได้  มันคงเป็นความประทับฝังใจจากประสบการณ์หนึ่งที่อยู่ๆก็ผุดโผล่ขึ้นมา  ทำให้พลอยมีเรื่องราวเพื่อนคนอื่นๆอีกหลายแว๊บๆผุดพรายตามขึ้นมาในความคิดอีกตามลำดับ 

หรืออย่างน้อยสำหรับผู้ที่อ่านบทความนี้  คงพอถูกกระตุกเตือนให้นึกไปถึงเรื่องราวทำนองนี้ของใครคนหนึ่งในอดีตที่คุณเคยรู้จัก  แค่นี้ผมคิดเอาเองว่า เพียงเท่านี้คุณก็กลายเป็นคนพิเศษในเชิงอุดมคติแห่งเรื่องราวอดีตกาลของเขาๆเหล่านั้น   ถึงจะมีคุณค่าเพียงแค่การระลึกถึง  ก็ทำให้อิ่มเอมใจ ไม่ว่าปัจจุบันเรื่องราวชีวิตจริงจะเป็นอย่างไร   อดีตอันหอมหวานก็ยังตกอยู่ในอ้อมกอดแห่งความคิดแสนงดงามของเราท่านอยู่เสมอกันอยู่แล้ว

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
STILLWATER วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 22.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/STILLWATER

ขอบคุณครับ คุณปังตอบิ่น
ตามอ่าน งานอันมีลายเซ็นต์ของคุณ
ทั้งทาง นสพ.และบล็อค เหมือนกันครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
mlovej วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 19.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/funkygirl

อืม พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ ดีแล้วนะคะ

หนังน่าดูจัง อ่านแล้ว ยิ่งน่าดูเลย อยากรู้คะ ว่ามันจะเป็นสามแขนได้ไง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปังตอบิ่น วันที่ : 17/03/2008 เวลา : 07.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pungtorbin

Mail ไปโวยกรุงเทพธุรกิจแล้วค่ะ

ตอนอ่านเรื่องแล้ว ยังเดาว่าต้องเป็นของคุณ STILLWATER แน่ๆเลยเชียว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
STILLWATER วันที่ : 16/03/2008 เวลา : 19.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/STILLWATER

หมายเหตุ ใน นสพ. ขึ้นชื่อผิด แล้วถูก edit ให้เหมาะกับพื้นที่ อันนี้ฉบับเต็มครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน