*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 286715
  • จำนวนผู้โหวต : 248
  • ส่ง msg :
  • โหวต 248 คน
Oh What A Night

เพลงจาก Jersey Boys,West End, London

View All
<< พฤศจิกายน 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 25 พฤศจิกายน 2553
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 2848 , 07:22:25 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ชายแม้น โหวตเรื่องนี้

ถ้ามองว่าฟุตบอลอังกฤษเป็นสินค้าส่งออกนอกเกาะบริเทนประเภทหนึ่งที่มีมูลค่าสูง และทำเงินมหาศาลทั้งในและนอกระบบ ไม่ว่าจะเรื่องลิขสิทธิ์การถ่ายทอดและเดิมพันของผลแพ้ชนะ .. ก็เป็นเรื่องน่าสนใจเหมือนกันว่าบรรยากาศกีฬาของคนในเกาะจะเป็นอย่างไร

จะเข้าใจเรื่องกีฬาของเกรทบริเทนนี้ ก็ต้องดูเรื่องของคน การศึกษา และวัฒนธรรมไปพร้อมกัน เพราะทุกอย่างเกี่ยวโยงกัน กีฬาซึ่งเป็นที่นิยมอีกหลายชนิดนั้น มีบทบาทต่อสังคมมากกว่าเพียงการแข่งขัน ผู้คนผูกพันธ์กับกีฬาเรียกอย่างภาษาชาวบ้านว่า ‘ตั้งแต่ชั้นเจ้า’ ในรัชสมัยปัจจุบัน เจ้าฟ้าชายชาร์ลสทรงเป็นนักกีฬาโปโลทีมชาติ เพิ่งประกาศแขวนไม้ไปเมื่อปี พ.ศ. 2548 เจ้าฟ้าหญิงแอนน์ (The Princess Royal) ก็ทรงม้าและเคยเสด็จไปแข่งโอลิมปิคที่แคนาดาได้เหรียญทองกลับมาด้วย ลูกสาวท่านคือ แซร่าห์ ฟิลิปส์ ก็เตรียมตัวเข้าขี่ม้าแข่งในโอลิมปิค 2012 เพราะครั้งที่ประเทศจีนม้าเจ็บ ต้องถอนตัวไปอย่างน่าเสียดายทั้งที่มีหมายเลขประจำตัวนักกีฬา และเป็น World Champion แล้ว

ความสนใจเรื่องม้าเป็นเรื่องปกติของราชวงศ์ โดยเฉพาะควีนเอลิซเบ็ธที่สองนี้ทรงม้าสง่างามนัก ด้วยการประทับแบบเจ้านายฝ่ายหญิงที่สองขาอยู่ข้างเดียวกัน (Side saddle)

กีฬายอดนิยมในสหราชอาณาจักรและนอร์ทเทิร์นไอร์แลนด์ที่คนอาจนึกไม่ถึง คือ ม้าแข่ง มีทั้งประเภทแข่งเอาความเร็วบนทางราบ และข้ามเครื่องกีดขวาง จัดเป็นกีฬาเจ้าอีกเช่นกัน เพราะควีนเสด็จเปิดสนาม และม้าของควีนก็แข่งด้วย ปีหนึ่งมีงานแข่งระดับชาติอยู่หลายครั้ง เป็นงานที่ผู้คนแต่งตัวงดงาม สวมหมวกเก๋ แต่ปัจจัยจริงที่ทำให้ม้าแข่งเป็นที่นิยมเห็นจะเป็นเรื่องพนัน เพราะม้าแข่งไม่ได้มีเฉพาะเสาร์อาทิตย์ วันธรรมดาก็ยังวิ่งตะลุยกัน โต๊ะพนันถึงได้ขายดีนัก  

โรงพนันทั่วไปเรียกว่า Bookies ชื่อทางการดั้งเดิมเรียกว่า Turf Accountant คนสมัยนี้ไม่คุ้นกันแล้ว แปลตรงตัว turf คือสนามหญ้า accountant ก็คนทำบัญชี คำว่า turf อาจจะไม่คุ้นหูแต่ความหมายที่รู้กันคือสนามหญ้าที่ม้าวิ่ง หรือสนามแข่งม้านั่นเอง ต่างจากสนามม้าไทยที่มีวิ่งบนลู่ทรายด้วย และเมื่อจุดเริ่มต้นของการพนันยุคแรกมาจากม้าแข่ง เวลาที่โรงพนันมาเปิดทำการบน High Street (ถนนสายหลักของทุกเมือง) จะออกตัวเปิดเผยก็ดูโจ่งแจ้ง เรียกเสียว่าเป็นคนดูบัญชีของสนาม ก็รู้กันแล้วว่าคือโรงพนันนั่นแหละ

ปัจจุบัน Bookies มีหลายยี่ห้อ ประเด็นและแต้มต่อละเอียดล้ำลึก เช่น ควีนจะทรงมาลาสีอะไรในการเปิดสนามของปี ครั้งตอนเจ้าชายวิลเลี่ยมจะประสูติ ไม่ใช่พนันแค่ว่าจะเป็นโอรสหรือธิดา แต่ว่ากันไปถึงวันเกิด น้ำหนักตอนเกิด

กีฬาเกี่ยวโยงกับการศึกษาเพราะโรงเรียนมีส่วนสนับสนุนมาก โดยมีการแบ่งสายประเภทกีฬาที่เล่นและแข่งเป็นกลุ่มชัดเจน มีผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยที่เลือกโรงเรียนจากประเภทกีฬาที่อยู่ในสาย เพราะถือกันว่ากีฬาคือตัวสร้างบุคลิกให้เด็กในภายหน้า (Character Forming)

โรงเรียนที่มีบทบาทต่อการกีฬาค่อนข้างมาก คือ พับลิกสกูล (Public School) ต้องเรียกทับศัพท์ เพราะจะเปรียบเทียบให้ตรงกับการศึกษาของไทยออกจะยุ่งยาก เนื่องจากพับลิกสกูลเป็นมากกว่า ‘โรงเรียนเอกชน’ หรือ ‘โรงเรียนราษฎร์’ ครั้นจะเรียกว่าโรงเรียนประจำ อย่างที่เป็นลักษณะชัดในสมัยก่อน ก็ไม่ใช่แล้ว เนื่องจากพับลิกสกูลเดี๋ยวนี้ไม่จำเป็นต้องอยู่ประจำกลับบ้านแค่ปีละสามครั้งเสมอไป

พับลิกสกูลเฟื่องฟูกันมากในสมัยควีนวิคทอเรีย ซึ่งธรรมเนียมปฏิบัติของผู้มีฐานะ คือการส่งลูกไปเรียนโรงเรียนที่ ‘กินนอน’ ได้ เด็กในสมัยก่อนเมื่อยังเล็กจะมีคนเลี้ยงและไม่ได้ยุ่งกับพ่อแม่มากนักจวบจนกระทั่งเด็ก Socially function ได้ คือพูดรู้เรื่อง ออกรับแขกกับพ่อแม่ได้ ถ้าสังเกตจากงานวรรณกรรมในสมัยก่อนถึงคำที่เด็กเรียกพ่อแม่ว่า Father และ Mother ที่ดูเป็นทางการมากกว่า Dad หรือ Mum ก็เพราะไม่ได้คลุกคลีสนิทชิดเชื้อ

การส่งลูกไปเรียนพับลิกสกูลนั้น สะท้อนภาพการเลี้ยงลูกแบบ Victorian Upbringing ในรัชสมัยควีนวิคทอเรีย ที่ต้องสร้างเยาวชนให้รู้จักการปกครองคนในพื้นที่ที่สหราชอาณาจักรได้สยายปีกออกไป ดังคำกล่าวที่ว่า The sun never sets on the British Empire. ที่อาณาจักรกว้างไกลจนได้เห็นพระอาทิตย์ทุกโมงยาม การจะปกครองคนอื่นได้ดีที่สุด จึงต้องเรียนรู้จากการปกครองกันเอง ที่เกิดขึ้นได้ในระบบของการเรียนในพับลิกสกูล ซึ่งกล่าวกันว่า Propriety (ความเหมาะสม) อยู่เหนือความอบอุ่น (ที่มาจากการอยู่ในครอบครัว) ทั้งนี้ทุกพับลิกสกูลในสมัยนั้นมีพื้นฐานเป็นโรงเรียนคริสเตียน ให้ความสำคัญกับ Good Christian values คือสิ่งดีงามที่ศาสนาสอนให้คนยึดถือปฏิบัติ ซึ่งสะท้อนออกมาในกฎ กติกา และวินัยของกีฬาด้วย และแม้ยามที่สถานการณ์คลุมเครือ ก็ยังมีคำพูดที่ว่า You are expected to behave in a gentlemanly manner. คือเหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ก็พึงปฏิบัติตัวให้สุภาพไว้ก่อน

การประพฤติตัวเป็นสุภาพชน รวมถึงการเป็น Good Christian ด้วย คุณค่าเหล่านี้ยังปรากฏอย่างเข้มข้นแม้ในยุค 70s

ข้อดีที่ลบล้างชีวิตไกลบ้านของนักเรียนพับลิกสกูล คือการมีเวลาเล่นกีฬาเป็นเรื่องเป็นราว ขณะที่นักเรียนปกติเลิกเรียนกลับบ้านในแต่ละวัน เด็กพับลิกสกูลมีชั่วโมงเล่นกีฬา (ไม่ใช่เรียนเพื่อต้องสอบ) สลับกับการเรียนวิชาการ

กีฬาที่เล่นก็ไม่พ้น บอลเกม (Ball Game) อันเป็นคำกลางของกีฬาที่ต้องใช้ลูกบอลในการเล่น มีอาทิ ฟุตบอล รักบี้ฟุตบอล คริกเกต ลาครอส (Lacrosse) และฮ้อคกี้

เรื่องฟุตบอลนั้นคนอังกฤษชัดเจนเรื่องการสนับสนุนสโมสรบ้านตัวเองก่อน คือเป็นคนอยู่ตรงพื้นที่ไหน ก็จะสนับสนุนคลับแถวบ้าน อย่างคนลอนดอนก็มีที่  Arsenal, Chelsea, Fulham, Tottenham Hotspur และ West Ham ตามแต่ทำเลบ้านตนเอง จากนั้นจะข้ามถิ่นไปเชียร์คลับอื่นเป็นเบอร์สอง เบอร์สามที่โปรดปรานในใจก็แล้วแต่ ผู้เล่นก็เช่นกัน อย่าง เดวิด เบคแค่ม เป็นค้อคนีย์ คือคนจากอีสลอนดอน ถูกซื้อตัวไปเล่นที่แมนเชสเตอร์ แต่เมื่อจะทำกิจกรรมให้สังคมสร้างเด็กอย่าง Academy ของตัวเอง ก็กลับมาทำที่ลอนดอนบ้านเกิด ส่วนผู้เล่นที่มีแววมักจะถูกซื้อตัวมาตั้งแต่เด็ก โตขึ้นมาเป็นดาวเด่นก็ได้เงินเริ่มกันอย่างน้อยเฉลี่ยสักแสนปอนด์ ก็ห้าล้านบาท – ต่ออาทิตย์

สิ่งที่ตามมาคือ ภาพของนักฟุตบอลดังที่ไม่มีโอกาสให้เวลากับการศึกษา และเมื่อดังข้ามคืนมีสตังค์และขี่รถแพงตั้งแต่อายุน้อย การตกเป็นข่าวฉาวจึงเกิดเป็นปกติ ขณะที่นักกีฬาอื่นที่ก็ฮิตระเบิดอย่างรักบี้และคริกเกต ผู้เล่นส่วนใหญ่แม้จะทำเงินไม่เท่าฟุตบอลแต่มีการศึกษา และไม่ค่อยสร้างเรื่องให้สนุกปากผู้คน

เรื่องฟุตบอลนั้น เดิมทีบนเกาะบริเทนทุกอย่างเป็นฟุตบอลและเป็นกีฬาสมัครเล่น โดยแต่ละพื้นที่จะมีกฎของตัวเอง เรียกชื่อตามแต่จะใช้กฎของใคร เช่น รักบี้ ตามทางการเรียกว่า Rugby Football เพราะกำเนิดของกีฬานี้มาจากฟุตบอลที่ใช้กฎของ Rugby School 

Rugby เป็นเมืองอยู่ตอนกลางประเทศอังกฤษ มีพับลิกสกูลชื่อ Rugby School ‘รักบี้ฟุตบอล’ จึงเป็นฟุตบอลในแบบของโรงเรียนรักบี้ สมัยนั้น Thomas Arnold ครูใหญ่โรงเรียนรักบี้บอกว่า เด็กผู้ชายวัยซน พลังงานเหลือเฟือ ต้องหากิจกรรมให้ปลดปล่อย คือเล่นฟุตบอลกัน แต่ต้องอยู่ภายใต้ Christian Values คือมีบรรทัดฐานในการเล่นแบบสุภาพบุรุษ

... แล้ววันหนึ่งในสนามของโรงเรียนที่เรียกว่า The Close ปี พ.ศ.2366 William Webb Ellis ก็คว้าลูกบอลออกวิ่ง ... สร้างปฐมบทของรักบี้ฟุตบอล

เมื่อเด็กเหล่านี้ไปมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะที่อ๊อกซฟอร์ด ก็ยังเล่นกีฬากันอยู่และเมื่อมีการแข่งขันระหว่างสถาบัน กฎกลางที่นำมายอมรับใช้กันจากทุกสถาบันคือกฎกติกาตามแบบของโรงเรียนรักบี้ จึงเป็นเหตุให้เรียกว่า Rugby Football ภายหลังกีฬาถูกนำไปเผยแพร่ในประเทศเครือจักรภพทั้งหลายเนื่องจากเด็กเหล่านี้คือผลผลิตของการสร้างคน (หลายแห่งผ่านศิษย์โรงเรียนรักบี้ซึ่งมีหนึ่งบุคลิกประจำโรงเรียน คือชอบผจญภัย) Christian Values ถูกยอมรับกันด้วยดี โดยไม่เกี่ยวกับศาสนาประจำชาตินั้น

อย่างไรก็ดี ที่โรงเรียนรักบี้นิยมเรียกกีฬานี้ว่า ‘ฟุตบอล’ โดยไม่มีคำว่ารักบี้ ชุดทีมชาติกีฬารักบี้ของอังกฤษเสื้อขาว กางเกงขาว ถุงเท้าดำ ก็เป็นชุดฟอร์มของโรงเรียน แต่ละครั้งที่อังกฤษจะแข่งต้องแจ้งขอใช้ไปที่โรงเรียน ลูกรักบี้ที่มีคำว่า Gilbert นั้น..ร้านกิลเบิร์ตก็อยู่ข้างโรงเรียนนั่นเอง (เดี๋ยวนี้เป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว) สนาม The Close กลายเป็นสถานที่ต้องมาเยือนของผู้เล่นนานาชาติที่มีโอกาสเข้ามาแข่งที่อังกฤษ ผู้เล่นฝรั่งเศส หรือทีม All Blacks ที่โด่งดังจากนิวซีแลนด์ มีถึงขั้นมาคุกเข่าคารวะ The Close … เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่จุดกำเนิด แต่เป็น Home of Rugby

เมื่อรักบี้ฟุตบอลกำเนิดมาจากพับลิกสกูลอังกฤษ เรื่องชนชั้นจึงเกิดขึ้นโดยปริยาย คนเล่นสมัยก่อนมาจากพับลิกสกูลสถานเดียว พูดง่ายๆ คือมีการศึกษา มีเงิน และมีโอกาสเข้ามหาวิทยาลัย แต่เมื่อกีฬาก็คือกีฬา ซึ่งเมื่อสนุกก็มีคนอยากเล่น ในยุคแรกยังจัดเป็นกีฬาสมัครเล่น (เพิ่งเป็นกีฬาอาชีพเมื่อปี พ.ศ. 2538) มีการแบ่งเป็นสองแบบ คือ Rugby League เป็นรักบี้ของภาคเหนือ (Midlands) ตอนใต้เรียก Rugby Union ที่ต่างกันคือยูเนี่ยนเป็นพวกพับลิกสกูล เรียนไปเล่นไปแบบสมัครเล่นได้ แต่คนทางเหนือยากจนกว่าและต้องทำงานไปด้วย จะสมัครเล่นก็ขาดงานไม่มีกิน ต้องเล่นเป็นอาชีพ กฎกติกาจึงต้องต่างกันไปด้วย ปัจจุบันนี้ผู้เล่นคละกันหลากหลาย เพราะชนชั้นกลางมีมากขึ้น

มาที่ประเทศเวลส์ ธรรมชาติของคนสนใจอยู่สองเรื่อง คือดนตรีและกีฬา ... ซึ่งกีฬาประจำชาติคือรักบี้ และที่นี่ไม่นับชนชั้นเหมือนอังกฤษ สมัยก่อนผู้เล่นบางคนจึงเป็นคนงานเหมือง ที่เก๋เล่นเก่งเป็นตำนานอย่าง J.P.R. Williams จบแพทย์ พอมีคนเจ็บหมอสนามยังต้องหันมาถามความเห็น ในขณะที่อังกฤษโรงเรียนรัฐบาลมีสถานที่น้อยกว่าไม่มีกำลังสนับสนุน ตอนนั้นรักบี้จึงถูกสงวนให้เป็นกีฬาผู้ดี

ข้อด้อยอย่างเดียวของรักบี้ในเวลส์ คือ ประชาชนเว้ลช์ทั้งหมดสามล้านคน คิดเองว่าทุกคนมีปากมีเสียงใส่ทีมชาติได้ ทีมสัญลักษณ์มังกรนี้ลงแข่งเมื่อไหร่จึงต้องปิดหูไว้หนึ่งข้าง

มีคำกล่าวเปรียบเทียบรักบี้และฟุตบอลว่า

ฟุตบอล คือ ‘The gentleman’s game played by rogues.’ 

ส่วนรักบี้เป็น ‘The rogue’s game played by gentlemen.’

แปลง่ายๆ คือ ฟุตบอลเป็นกีฬาที่สุภาพแต่คนเล่นออกจะเถื่อน ขณะที่รักบี้เป็นกีฬาเถื่อนรุนแรงแต่คนเล่นเป็นสุภาพบุรุษ

จริงหรือไม่ ... มีข้อสังเกตที่น่าสนใจ เช่น

ผู้เล่นพูดกับ Referee (ผู้ตัดสิน) จะลงท้าย ว่า Sir … ‘ครับ’ เสมอ จะ Yes, sir. หรือ No, sir. ก็ตามแต่ ถ้าพูดมากผิดจังหวะอาจจะถูกสลับข้างได้โทษ (reverse penalty) หรือได้ใบเหลือง ซึ่งเรียกว่า Sin Bin แทน ผลคือ จงไปสงบสติอารมณ์ข้างสนามเดี๋ยวนั้นเลย 10 นาที ก่อนกลับมาเล่นต่อ

ทั้งคนเล่นและคนดู จบเกมแล้วไปดื่มเบียร์ด้วยกัน สิ่งที่หายไปในสมัยนี้ คือคนเล่นจะเมากลิ้งแบบเดิมไม่ได้แล้ว เพราะต้องดูแลร่างกายตัวเองเข้มงวด

ถ้าผู้เล่นทำตัวเกเร มีระบบ Citing ที่จะพิจารณาเกมย้อนหลัง แล้วสั่งพักการเล่นได้ ดังนั้นถึงจะรอดสายตาของ Ref ในสนาม ก็มิอาจพ้นผิดได้

ที่สำคัญ การนั่งดูรักบี้ที่สนาม มีเบียร์ขายระหว่างการแข่งขัน สามารถถือเข้าไปดื่มระหว่างดูได้ ข้อนี้ต่างกับการแข่งฟุตบอลที่ห้ามขายเครื่องดื่มอัลกอฮอล์โดยสิ้นเชิงเพราะ ‘แฟนบอล’ มีพฤติกรรมต่างจากแฟนรักบี้

และที่สุนทรีย์คือ แต่ละประเทศจะมีเพลงประจำชาติรักบี้ของตนเอง

จากประสบการณ์ดูรักบี้ International เร็วๆ นี้ ทีมชาติเวลส์ลงแข่งกับเซาท์อัฟริกา แชมป์โลกล่าสุด คนเชียร์สองชาตินั่งรวมกัน (ฟุตบอลต้องแยก) ยั่วเย้ากันไปมาเวลาอีกฝ่ายได้แต้ม จนสุดท้ายฝ่ายทัวริสเฉือนเนื้อเค็ม Biltong แบบดั้งเดิมของอัฟริกาแจกทุกคนแกล้มเบียร์ จบเกมยังเขย่ามืออำลากันด้วยดี

เป็นภาพปกติสำหรับรักบี้เกมที่หาดูได้ทั่วไป  

อันที่จริงมีบอลเกมอีกประเภทที่พัวพันและเป็นจ้าวแห่งการพนันตัวจริง คือ คริกเกต (Cricket) เรื่องราวของเกมลึกซึ้งเกินกว่าจะเล่าอย่างย่อ จึงต้องขอเก็บไว้เป็นโอกาสหน้า

ขอทิ้งท้ายด้วยเพลงชาติรักบี้ของอังกฤษที่เวลาคนร้องกันทั้งสนามขลังเอาเรื่อง...

**บางภาพจาก “With a fine disregard…” A portrait of Rugby School

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
SW19 วันที่ : 30/11/2010 เวลา : 23.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

Character Forming เป็นเรื่องจริงที่นี่
เด็กบางคนไปผิดโรงเรียนเป็นเรื่องพลาดอย่างมหันต์ โรงเรียนถูกลักษณะสามารถดึงส่วนดีของเด็กออกมาได้อย่างน่ามหัศจรรย์ ระบบ Bullying ในโรงเรียนก็เป็นปัญหาใหญ่มาก เด็กที่โดนจะเครียดเสียอนาคตไปเลย นักกีฬาโดดน้ำเหรียญทองโอลิมปิกล่าสุด Tom Daly ก็ยังโดน อาจจะเพราะความเด่นไม่เคยปรานีใคร เกิดเป็นเด็กสมัยนี้ชีวิตถูกกระทบได้หลายด้านจัง

แทรกเรื่องกีฬามาเป็นระยะด้วยความสนใจส่วนตัว และอยากส่งข้อความกลับไปเล่าสู่กันฟัง เพราะยังมีกีฬาอีกหลายอย่างที่คนบ้านเรามีโอกาสพัฒนาไปได้อีกมาก แต่ก็จนใจว่าอีกหลายกีฬามีข้อจำกัดในการติดตามชมเพื่อเป็นแรงจูงใจ และจุดประกายให้เยาวชน ที่ UK โรงเรียนช่วยมากเรื่องกีฬา (ทั้งที่จริงแล้วเด็กสมัยนี้เล่นน้อยลง ด้วยคอมพิวเตอร์เกม และอื่นๆ) กีฬามหาชนอย่างฟุตบอลที่เล่นในโรงเรียน มีโอกาสก้าวออกมาเล่นกันแถวบ้าน และพัฒนาไปเป็นสโมสรแถวบ้าน ความผูกพันของคนกับคลับจึงสูงมาก ตอนไป Wales หนุ่มน้อยที่เชียร์คลับหนึ่งบอกว่าจะเชียร์คลับนี้ไปจนตาย คลับอื่นเล่นดูมั้ย ... ดูครับ .. เชียร์ครับ แต่ถ้ามาเล่นกับคลับผม คุณก็รู้ว่าผมเชียร์ใคร..

เล่าเรื่องรักบี้ไป ก็อดคิดไม่ได้ว่ากีฬานี้ยังเป็นวงแคบในเมืองไทย จะนึกภาพตามยาก แต่ Etiquette & Spirit (จรรยาบรรณและจิตวิญญาณ) ของกีฬาสูงมากอย่างน่าสนใจ คนตัวโตๆ สามารถเกรง ref ได้งอหงอ (ลับหลังค่อยว่ากันอีกเรื่อง)

ถ้าวันหนึ่งกีฬาได้มีผลทางบวกกับคนดูได้มากขึ้น และทำหน้าที่ ... 'กีฬาก็เป็นอีกหนึ่งบททดสอบให้คนได้เรียนรู้การใช้วิจารณญาณหนีออกห่างจากการใช้สัญชาตญาณ(ดิบ เถื่อย ถ่อย)ของมนุษย์ '... ได้อย่างที่คุณว่า ความงดงามของคำว่า 'ผู้ดี' คงจะบานสะพรั่งไปได้ทั่วนะ

คุณว่ามั้ย...


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
NN1234 วันที่ : 27/11/2010 เวลา : 13.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

รักบี้เป็น ‘The rogue’s game played by gentlemen.’
.....คำนี้เป็นคำที่เหมาะสมจริงๆ .. เห็นด้วยว่า คนเราจะดูว่าเป็น สุภาพชนกันหรือไม่ ก็ดูกันที่ความป่าเถื่อนหรือเมื่อยามหน้าสิ่วหน้าขวาน ว่ามี"ความอดกลั้น"(ทมะ หรือ การข่มใจตนเอง)ได้มากน้อยแค่ไหน
กีฬาก็เป็นอีกหนึ่งบททดสอบให้คนได้เรียนรู้การใช้วิจารณญาณหนีออกห่างจากการใช้สัญชาตญาณ(ดิบ เถื่อย ถ่อย)ของมนุษย์
มันวัดความเป็นมนุษย์หรือความเจริญกันก็ที่ตรงนี้.....จึงทำให้ผมเข้าใจคำว่า "ผู้ดี" หรือ "กีฬาของพวกผู้ดี"มากขึ้น ..
ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
NN1234 วันที่ : 27/11/2010 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

สนใจเรื่อง Character Forming ในพับลิกสคูล เมืองไทยไม่มีการเอาจริงเอาจัง ปล่อยเลยตามเลย แล้วเด็กๆ ก็เข้าสู่การเล่นการพนัน(ฟุตบอล)มากกว่าจะเข้าใจในการเล่นกีฬาอย่างแท้จริง
ร.ร.มหาวชิราวุธวิทยาลัย และบางโณงก็มีอย่างนี้ แต่เป้นส้วนน้อยที่จะทำให้เกิดCharacter Forming จากการกีฬา ดังคดตที่ว่า "กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ"
เราคงไม่ได้หวังถึงขนาดว่า ได้เกิดมีดาวเด่นดาวดังแบบเกาะอังกฤษ มี เดวิด เบคแฮม
เอาแค่.."การมีน้ำใจเป็นนักกีฬา"..รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย..ก็มากโข เเต่เราก็ตายน้ำตื้นทุกที
ผมมองว่า..ของเขาดีได้ก็เพราะ ได้เอาแนวคิดเรื่อง กู๊ด คริสเตียน บรรจุเข้าไปในเกมกีฬาอย่างแนบแน่น มันเลยอยู่ในกรอบแห่งเกม
แม้มันจะเป็นการพนันในภายนอก แต่มันก็อยู่ในกรอบของกฎหมาย ...มีแต่"ถูกกับถูก"(Right) และ"ได้กับได้"(Get and Get)...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
NN1234 วันที่ : 26/11/2010 เวลา : 12.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

มาอ่านเซิบๆ ..แล้วจะลงดีเทล...อีกครั้ง(ให้ความคิดตกผลึกก่อน)
เขียนดีทีเดียว...เห็นๆ
มีกระทบฉิ่งมายังผมด้วยบางประเด็น....555+++

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน