*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 270798
  • จำนวนผู้โหวต : 247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
Oh What A Night

เพลงจาก Jersey Boys,West End, London

View All
<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 21 มกราคม 2554
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 14837 , 05:36:41 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน february26 , NN1234 และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

English Literature ตามความหมายคือวรรณคดีที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ โดยนักประพันธ์ไม่จำกัดสัญชาติ

ส่วนวรรณคดีอังกฤษที่จะกล่าวถึงนี้อยู่ในรัศมีของ British Literature ที่ผู้ประพันธ์เป็นคนอังกฤษ หรือชาติที่รวมอยู่กับอังกฤษ วรรณคดีเหล่านี้เป็นที่รู้จักและอยู่ในความนิยมของผู้อ่านบริทิชทั่วไป ไม่เคยขาดหายไปจากร้านหนังสือในหมวด Classics

วรรณคดีอังกฤษแบ่งออกเป็นหลายยุค มีวิวัฒนาการแบบค่อยเป็นค่อยไปจากกรอบของหลายปัจจัย ทั้งอิทธิพลของศาสนา ความรู้ภาษาอ่านออกเขียนได้ของคน (Literacy) วัฒนธรรม (Culture) ในแง่ขนบธรรมเนียมประเพณี และรูปแบบการดำเนินชีวิตที่มีทั้งคล้อยตามและขัดแย้งกับกระแสสังคม

จนถึงเรื่องสงคราม ที่พ่วงกับเศรษฐกิจ สะท้อนให้เห็นความมั่งคั่งที่เกิดขึ้นในยามสงบ ก่อให้เกิดสุนทรียภาพในการใช้ชีวิตของบางชนชั้น และกำลังทรัพย์ในการสร้างและอุปถัมภ์ความรุ่งเรืองของศิลปะตามมาอีก

เส้นทางยาวนานของวรรณคดีอังกฤษนั้น แค่ย้อนเวลากลับไปสมัยกลาง (Middle Age) ในศตวรรษที่ 12 หรือราว พ.ศ. 1643 ที่เนื้อหาผูกเกี่ยวอยู่กับไม่กี่ประเด็น เช่น ศาสนา ตำนาน เรื่องพื้นบ้าน ก็ยังมีเรื่องให้อ่านมากมาย หลายตำราเห็นพ้องตรงกันว่ายุคทองของวรรณคดีอังกฤษที่จริงแล้ว คือ Elizabethan Literature ในรัชสมัยของควีนเอลิซเบ็ธเดอะเฟิรส์ท (พ.ศ. 2101 – 2146)

ก่อนหน้ายุคเอลิซบีธัน วรรณคดีส่วนใหญ่เป็นภาษาฝรั่งเศสและละติน

คนอ่านหนังสือออกก็มีไม่มากอยู่แล้ว จำนวนผู้อ่านจึงถูกจำกัดลงไปอีก

ฝรั่งเศสนั้นได้รับเกียรติให้เป็นภาษาสากลที่สวยงามมาตลอด กระทั่งไทยเราสมัย พ.ศ.2500 ปกหนังสือเดินทางทูต ยังใช้คำว่า Le Passeport Diplomatique ส่วนละตินนั้นเป็นที่นิยมของพวก Scholar (นักวิชาการ) จากอิทธิพลของ Roman Catholic Church ที่ไบเบิ้ลและพิธีการทางศาสนา (Mass) เป็นภาษาละติน

ในสมัยกลาง Geoffrey Chaucer นักประพันธ์เด่นที่สุดของยุคเขียน The Canterbury Tales เป็นภาษาอังกฤษ เริ่มปรากฏงานเป็นภาษาสวยงามไม่แพ้ภาษาฝรั่งเศสหรือละติน  

 

พอเข้ายุคเอลิซบีธัน อิตาลีล่วงหน้าไปยุค Renaissance แล้ว โรงละครกลับมาเฟื่องฟู ส่งอิทธิพลทั้งเรื่องละครและภาษาข้ามมาถึงเกาะอังกฤษด้วย วรรณคดียุคเอลิซบีธันจึงพลอยเติบโตเบ่งบานในรูปของละคร (Drama) ที่ดูเข้าใจ และเกิดเป็นความบันเทิงอีกแขนงหนึ่ง นักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงมีหลายคน แต่ที่ยิ่งใหญ่จริงในงานประพันธ์ภาษาอังกฤษของโลก ก็ต้องเป็น เชคสเปียร์ (William Shakespeare) ผู้สร้างผลงานอมตะเป็นละคร (Play) และบทกวีซอนเนท (Sonnet)

แต่งานของเชคสเปียร์อ่านไม่ง่าย ภาษาถนอมตัวไม่เชื้อเชิญทั้งที่เรื่องราวแสนสนุกน่าติดตาม เมื่อมาปรากฏในรูปของละคร… ‘ดู’ จึงสนุกกว่า ‘อ่าน’ มาก   

งานที่อ่านสนุก จึงกลับเป็นวรรณคดีในยุควิคทอเรียน

ยุคนี้ยาวนาน เศรษฐกิจรุ่งเรือง บ้านเมืองเกรียงไกร พวกที่รวย รวยจริง พวกที่รวยใหม่ก็เกิดขึ้นเยอะ ขณะเดียวกันมีชนชั้นกลางมากขึ้นจากกำเนิดสังคมเมือง (Urbanism) ของอุตสาหกรรมและโรงงาน เด็กมีโอกาสเข้าโรงเรียนมากขึ้น นักประพันธ์ทั้งหลายกระตือรือร้นที่จะสร้างงานในแนวที่สาธารณชนพึงใจ มากกว่าจะเข้าทางของชนชั้นสูงผู้อุปถัมภ์ (Aristocratic patrons) อย่างเดียว แล้วยังจำนวนโรงละครที่มีมากขึ้นออกไปนอกย่าน West End ของชนชั้นสูง การเล่าเรื่อง (Storytelling) เป็นความบันเทิงที่ช่วยคนไม่รู้หนังสือ กระแสความนิยมในเรื่องชุดเป็นตอน (Serial publication) บวกกับความเป็นผู้นำแห่งโลกนิตยสารของลอนดอน

ทุกอย่างจึงล้วนเอื้อให้งานประพันธ์รุ่งเรือง ภาษาที่ใช้เกิดความแตกต่างจากยุคก่อนชัดเจนและยังขยับไปเรื่อยจนถึงปลายยุค ทั้งแง่วิธีการเขียน หัวข้อ และการพร่ำพรรณา

Charles Dickens, 3 พี่น้อง Bronte, Thomas Hardy, Matthew Arnold, Bram Stoker, H.G. Wells เป็นเพียงตัวอย่างจำนวนน้อยจากนักประพันธ์โด่งดังแห่งยุค

ถ้าจะชวนอ่านหนังสือสักเล่ม คงพอเดาได้แล้วว่าเป็นงานของยุคนี้ 

นักประพันธ์ตั้งมากมาย ไม่มีใครดีกว่าใคร แค่ต่างจิตต่างใจ เรื่องที่หยิบมาของ Oscar Wilde จึงเป็นเพียงความลงตัวของผู้ประพันธ์กับผลงาน ที่บรรยายความเป็นไปของลอนดอนเมื่อร้อยกว่าปีก่อนได้อย่างครบรส ภาษางดงาม ออกจะ ‘ปีด’ และเป็นคนรุ่นใหม่ ประมาณว่าช่วงต้นยุคที่ชาร์ลส ดิ้ดคิ่นส์ ดังไปแล้วออสการ์ ไวลด์ยังไม่เกิดเลย

ที่สำคัญไม่ต้องเลือกยุ่งยาก ทั้งชีวิตของออสการ์ ไวลด์ ผู้ซึ่งอยู่ในทำเนียบของนักประพันธ์ระดับโลก มีผลงานประพันธ์นวนิยายออกมาเพียงเล่มเดียว คือ The Picture of Dorian Gray

บทประพันธ์อื่นของออสการ์ ไวลด์ ปรากฏอยู่หลายรูปแบบ ได้แก่ บทกวี, เรื่องสั้น (Short story), Novella (เรื่องยาวกว่าเรื่องสั้น แต่สั้นกว่านวนิยาย), บทละคร (Play), ละคร (Drama) 

งานของออสการ์ ไวลด์ จะว่าอ่านง่ายก็จริงอยู่ แต่จะอ่านให้สนุกต้องรู้จักและเข้าใจคนเขียน 

เรื่องมีความซับซ้อนอยู่ในที ทั้งที่มา สำนวนภาษา ปูมหลังแห่งสังคม ถ้าคลี่ประเด็นเหล่านี้ออกเสียบ้าง จะเห็นตัวตน ความลึกซึ้ง สติปัญญาล้ำลึกของผู้ประพันธ์ และเอกลักษณ์การเขียนที่มี Turn of phrase (การเรียบเรียงประโยคแล้วพลิกความหมาย) ที่มากกว่าจะเป็นเพียง ‘สำนวนเสียดสีสไตล์ยุควิคทอเรียน’ หรือ ‘บทพรรณนายืดยาว’ อย่างที่บางวิจารณ์ว่าไว้

หลายคนสรุปว่า The Picture of Dorian Gray เป็นเพียงนวนิยายที่บรรยายเยิ่นเย้อ เต็มไปด้วยบทสนทนาของหนุ่มรูปงามที่ต้องการคงความอ่อนเยาว์ไว้ตลอดกาล และเรื่องล่อแหลมว่าโดเรียน เกรย์ พิสมัยเพศเดียวกัน

ออสการ์ ไวลด์ เป็นคนไอริช มาจากครอบครัวที่มีพื้นเพและการศึกษาดีมาก พ่อคือ Sir William Wilde เป็นหมอที่หลงใหลในนิทานและเรื่องราวพื้นบ้านไอริช ส่วนแม่เป็นกวีที่สนับสนุนและส่งเสริมเรื่องสังคมและวัฒนธรรมไอริช (Irish Nationalism) เลี้ยงลูกด้วยการอ่านบทกวีให้ฟัง มีทั้งภาพเขียนและรูปปั้นกรีกและโรมันให้ดูตั้งแต่เล็ก ล้วนเป็นวัตถุดิบชั้นดีสำหรับออสการ์ ไวลด์ ซึ่งคงจะมีพรสววรค์ทางด้านภาษา (Linguist) ติดตัวมาโดยกำเนิด

ไวลด์ พูดฝรั่งเศสและเยอรมันได้ตั้งแต่ยังไม่เก้าขวบจากการเรียนที่บ้านก่อนไปอยู่โรงเรียนประจำ เมื่อไปมหาวิทยาลัยทรินิที้คอลเลจ (Trinity College, Dublin) เรียนสาขา Classics ที่เรียนละตินและกรีก (Latin and Greek) และควรจะได้ภาษาไอริช (เป็น Celtic คนละเรื่องกับภาษาอังกฤษ) โดยธรรมชาติด้วย

จากทรินิที้คอลเลจ ได้ที่หนึ่งในปีแรก เป็นนักเรียนทุนในปีที่สอง และจบด้วยเหรียญทองภาษากรีกอายุยังไม่ทันยี่สิบ ไวลด์ได้ทุนมาเรียนที่ม้อดลิ่น อ๊อกซฟอร์ด (Magdalen College, Oxford) ... จุดเปลี่ยนของชีวิต

ที่นี่ไวลด์พบกับ Walter Pater นักเขียนบทความ นักวิจารณ์วรรณคดีและศิลปะที่มีชื่อเสียง ผู้ชี้ทางให้ไวลด์ขยายแนวการเขียนจากร้อยกรอง (Poem) ไปสู่ภาษาธรรมดา (Prose) และชักนำเข้าสู่ Aestheticism

เอสเธทิซิซึ่ม เป็นความเคลื่อนไหวของผู้ที่หลงใหลในสิ่งที่ตนคิดว่าสวยงาม โดยไม่ใส่ใจเรื่องเหตุผล หรือคำนึงว่าจะขัดแย้งกับสังคมรอบตัวหรือหลักความประพฤติถูกผิด ความเคลื่อนไหวนี้ล่อแหลมกับความเคร่งครัดศรัทธาในศาสนา (Christian values) ของคนยุควิคทอเรียน

ความหลงใหลใน ‘เอสเธทิซิซึ่ม’ ของไวลด์ปรากฏผ่านการชื่นชมศิลปะวัตถุตั้งแต่บทนำเรื่อง และตัวโดเรียน เกรย์

‘คนที่สร้างสิ่งที่เกิดประโยชน์ ยังให้อภัยกันได้ตราบใดที่คนนั้นไม่หลงใหลได้ปลื้มกับงานที่สร้างขึ้นมา ถ้าอยากจะปลื้มกับผลงาน ก็จงสร้างสิ่งที่ไร้ประโยชน์...

งานศิลปะทุกอย่างออกจะไร้ประโยชน์’ *   

ทุกสิ่งที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นออสการ์ ไวลด์ ถูกเรียบเรียงใส่ลงไปในบุคลิกของโดเรียน เกรย์ และผ่านปากลอร์ดเฮนรี่ ทั้งพื้นเพฐานะทางสังคมชั้นสูง การใช้ชีวิตของผู้มีอันจะกิน ความเริงรมย์ของละครเวที แม้กระทั่งมุมมืดของลอนดอนสมัยวิคทอเรียน ทั้งถนนและสถานที่ล้วนมีอยู่จริงและคงอยู่จนถึงวันนี้

สิ่งที่รูปภาพรับเอาไปจากตัวโดเรียน เกรย์ ไม่ใช่สังขารชราภาพอย่างที่มองเผินๆ ทว่าเป็นพลังความชั่วร้ายที่แก่กล้าขึ้นจากการประพฤติผิดที่เพิ่มขึ้นไปตามวัย

การบรรยายที่ฟุ่มเฟือยถ้อยคำ คือ วิธีการเล่าเรื่องปกติของยุค การดำเนินเรื่องด้วยบทสนทนายืดยาวสะท้อนวิวัฒนาการของวรรณคดีที่ขยับจากละคร มาเป็นนวนิยาย โดยเฉพาะไวลด์ที่มาจากผู้เขียนละคร (Playwright)

น้ำหนักความหมายของคำภาษาอังกฤษที่ถูกเลือกใช้ เพิ่มมิติให้เรื่อง และสร้างชื่อให้ไวลด์ในสำนวนคมกริบ อารมณ์ขันลุ่มลึก (Epigrams, Witticism) เห็นชัดในวิธีคิดและวาทะคมคายของไวลด์ ที่หลุดปากจากตัวละครหลัก  

‘I like men who have a future, and women who have a past.’

และเรื่องการใช้ชีวิตแบบสุดขั้ว

 ‘Moderation is a fatal thing.’

สำนวนเกี้ยวพาราสีบอกใบ้ความพึงใจในเพศเดียวกันอย่างแยบยล เป็นสิ่งจำเป็น เพราะยุคที่ศีลธรรมกำหนดสังคมนั้น เรื่องนี้ ‘เป็นเรื่องที่ไม่พูดกัน’ Lord Byron กวีรุ่นก่อนหน้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้ ผู้ประพันธ์เรื่อง Don Juan ที่เคยแย้มว่าพอใจเพศชายมากกว่าหญิง ก็ย้ายไปอยู่นอกประเทศอังกฤษในช่วงหลังของชีวิต

พฤติกรรมความพึงใจของไวลด์ ขับให้ภาพชื่นบานของความหมาย Gaiety เด่นชัด และกลายเป็นที่มาของคำว่า Gay (เกย์) ในปัจจุบันนี้

ออสการ์ ไวลด์ โชคร้ายที่เกิดมาเร็วเกินยุคสมัยกว่าที่จะแสดงตัวตนเปิดเผยได้  ความสัมพันธ์ของเพศเดียวกันในสมัยวิคทอเรียนถือเป็นอาชญากรรม ความเคลื่อนไหวของสังคมลักษณะนี้จึงเป็นเรื่อง ‘ใต้ดิน’

 เมื่อเกิดเหตุการณ์เป็นลูกโซ่ที่ลุกลามจนเรื่องถึงศาล ไวลด์ยืนหยัดสู้อย่างทรนงด้วยฝีปากคมกริบ แต่ก็ไม่ช่วยอะไรนักเพราะเสียเปรียบจากสถานการณ์ของยุคสมัยอยู่แล้ว สุดท้ายก็ถูกตัดสินจำคุกสองปีด้วยเหตุแห่งการประพฤติผิดทางเพศ

แม้ร่างกายทรุดโทรมถึงที่สุดเมื่อพ้นโทษออกมา ไวลด์ออกเดินทางไปอยู่ในยุโรปทันที และไม่ย้อนกลับมาที่อังกฤษและไอร์แลนด์อีกเลย ไวลด์มีบันทึกเป็นจดหมาย บทกวี และแก้งานเก่าบ้าง แต่ปฏิเสธที่จะสร้างงานเป็นชิ้นเป็นอันอีกครั้ง ด้วยเหตุผลว่า

‘I can write, but have lost the joy of writing.’ 

หลังจากที่ออกมาสองปีเศษ ไวลด์ก็สิ้นชีวิตลงใน พ.ศ. 2443 ด้วยอายุเพียง 46 ปี

ข้อคิดจากโดเรียน เกรย์ ว่าทำอะไรไว้ที่สุดก็ต้องชำระคืน ไม่ต่างกับความจริงแห่งชีวิตของออสการ์ ไวลด์ โอกาสเหนือคนอื่นในหลายสิ่ง การใช้ชีวิตสุดขั้วในทางที่ต้องการ ไม่ช่วยให้หนีพ้นผลแห่งการกระทำของตน

ร้อยกว่าปีผ่านไป ผลงานของไวลด์ถูกนำมากล่าวถึงและเชิดชู หวังให้ช่วยจุดประกายเยาวชนที่มีบุคลิกเบี่ยงเบนทางเพศไปในทางสร้างสรรค์ และลดการตกเป็นเหยื่อข่มเหงรังแก (Bullying) ในสถานศึกษา

อ่าน The Picture of Dorian Gray ก็เปรียบเสมือนได้อ่านชีวประวัติทางความคิดของผู้ประพันธ์ที่ส่งผ่านหลายตัวละครไปพร้อมๆ กัน  

ถ้าคิดว่าน่าจะได้อะไรบ้าง...ลองหาอ่านกันดู

I can resist everything except temptation.

                                   - Oscar Wilde

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

* We can forgive a man for making a useful thing as long as he does not admire it. The only excuse for making a useless thing is that one admires it intensely.

All art is quite useless.

-          The Picture of Dorian Gray, Oscar Wilde

ข้อมูล:

Oscar Wilde: The Picture of Dorian Gray, The Complete Short Stories

ภาพ:

Personal collection-NPG Postcard

อ่านเพิ่ม:

http://en.wikipedia.org/wiki/Aestheticism, http://en.wikipedia.org/wiki/Oscar_Wilde

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
SW19 วันที่ : 21/01/2011 เวลา : 23.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ NN1234

Art for Art's Sake
L'art pour l'art

จะคอยฟังคำเด็ดจากคุณนะ..



คุณ hayyana

อ่านงาน Oscar Wilde ไม่เบื่อแน่... ถ้าชอบฝีปากคบกริบ




คุณ driftworm


You are most welcome!

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
driftworm วันที่ : 21/01/2011 เวลา : 23.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

มาขอนั่งฟังเป็นความรู้ครับ
เพิ่งเคยได้ฟังแบบนี้
.

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
hayyana วันที่ : 21/01/2011 เวลา : 23.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

มาอ่านหน่อยครับ มีแต่เรื่องเศรษฐกิจ การเงิน การพัฒนา
บางทีก็เบื่อๆ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
NN1234 วันที่ : 21/01/2011 เวลา : 20.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

จะบอกว่า....
Aesthetics คือเรื่องที่ผมกำลังค้นคว้าในวันนี้ ก่อนที่มันจะแตกแขนงไปสู่ Classic Literary แล้วก็เป็น จินตนิยม สัจจนิยม ....ซึ่งมันมีวิวัฒนาการของวรรณกรรมตลอดช่วงในมันได้รับใช้มนุษยชาติ
ผมเจอคำเด็ดๆ ที่ตรงไหนแล้วจะคัดลอกมาปันกันพิจารณาครับ..
คำๆ นี้เพิ่งอ่านเจอมันอีกรอบ.......
ดูเหมือนเราจะหลงอยู่ใน Aesthetici มากกว่าความมีเหตุมีผล(วิทยาศาสตร์)เสียแล้วกระมัง....?

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
SW19 วันที่ : 21/01/2011 เวลา : 18.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณลูกเสือหมายเลข9

เป็นเรื่องน่าเสียดายสำหรับ SW19 เช่นกัน ที่ไม่ได้มีโอกาสอ่านและศึกษางานที่แปลเป็นภาษาไทย

โดยส่วนตัวแล้ว เนื้อหาของเรื่องไม่ได้มีเค้าโครงมากมาย สิ่งที่น่าสนใจ คือความเคลื่อนไหวในสังคม และภาษาที่ออสการ์ ไวลด์ ใช้ในการเล่าเรื่อง ซึ่งจัดว่าเลือกใช้คำได้งดงาม ลุ่มลึกในความหมาย ความนัยที่แฝงไว้

ล้วนมหัศจรรย์จริงๆ ....

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 21/01/2011 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เสียดายที่ผม"ภาษาอังกฤษ"ไม่กระดิกหูพอที่จะอ่าน
ที่ได้อ่านก็เป็นฉบับแปลเป็นภาษาไทย ซึ่งอรรถรสคงไม่เท่ากับต้นฉบับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
SW19 วันที่ : 21/01/2011 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ NN1234

Aestheticism น่าสนใจมาก
เป็นความเคลื่อนไหวในศตวรรษที่ 19 คืบมาจากฝรั่งเศส (Decadence) และ อิตาลี (Decadentismo) ที่ชื่นชมในของสวยงาม ที่ปรากฏในศิลปะหลายประเภท ทั้ง Literature, Fine Art, Decorative Art จน Interior Design

ต้องขอโทษที่ไม่สามารถหาภาษาไทยที่ถูกใจใช้ เลยทับศัพท์เสียอย่างนั้น ที่เจอใน th.wikipedia ก็ยังรู้สึกแปร่งหู

ความหมายที่ออสการ์ ไวลด์ว่าไว้ชัดเจนมาก ประมาณว่า You should appreciate art in its art form มากกว่าจะไปพยายามหา meaning or usefulness in it.

ในอังกฤษ ความเคลื่อนไหวนี้เป็นปฏิกิริยาต่อต้านความเคร่งครัด ระเบียบจัด ของสังคมวิคทอเรียน

น่าเศร้าที่ว่าเมื่อไวลด์ (แกนหลัก) ถูกดำเนินคดี Aestheticism ก็เลยจบลงด้วย

ถ้าคุณได้ศัพท์ไทยสวยๆ ส่งข่าวกันบ้าง



คุณโกศล

ขอบคุณมากเช่นกัน




คุณเต็งพ้ง

ดีใจที่คุณเต็งพ้งชอบด้วย เพราะเรื่องคราวนี้ออกจะเป็นความชอบที่ไม่ ‘มวลชน’ เท่าไหร่ของคนเล่า


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
tengpong วันที่ : 21/01/2011 เวลา : 14.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

I can write, but have lost the joy of writing.’

อารมณ์ เขียนบล๊อกของผมก็เป็นอย่างนี้แหละ

ไม่ค่อยรู้จักนักเขียนคนUKอื่นเหมือน เช็คสเปียร์

แต่ก็ทำให้รู้สึกน่าติดตามอย่างยิ่ง


เขียนอีกนะครับ ผมชอบ
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
โกศล วันที่ : 21/01/2011 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kosol
  เชิญแวะเยี่ยมบ้านของกระผมครับ www.kosolanusim.org 

ขอบคุณที่ให้ความรู้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
NN1234 วันที่ : 21/01/2011 เวลา : 07.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

[Aestheticism เอสเธทิซิซึ่ม เป็นความเคลื่อนไหวของผู้ที่หลงใหลในสิ่งที่ตนคิดว่าสวยงาม โดยไม่ใส่ใจเรื่องเหตุผล หรือคำนึงว่าจะขัดแย้งกับสังคมรอบตัวหรือหลักความประพฤติถูกผิด ความเคลื่อนไหวนี้ล่อแหลมกับความเคร่งครัดศรัทธาในศาสนา]


กระตุ้น ชวนให้เกิดความอยากอ่านขึ้นมาในบัดดล.......
ต้องกลับไปค้นหาในห้องสมุดแห่งชาติแล้วล่ะ วันนี้...

[ I like men who have a future, and women who have a past. ]

ขอบคุณมากครับ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน