*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 266477
  • จำนวนผู้โหวต : 247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
Oh What A Night

เพลงจาก Jersey Boys,West End, London

View All
<< กุมภาพันธ์ 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 3428 , 05:46:30 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน NN1234 , hayyana โหวตเรื่องนี้

หลายปีที่ผ่านมารัสเซียขมวดปมมโหฬารไว้หลายเรื่องชวนให้ติดตาม ...

รัสเซียมีหลากหลายเรื่องราวให้ตีความไม่รู้จบ ทั้งประวัติศาสตร์ความเป็นมา ความกว้างใหญ่ไพศาลของภูมิประเทศ และสถิติที่สุดของโลกที่ครองไว้อีกนานับประการ ที่น่าสนใจคือช่วงเปลี่ยนรูปแบบการปกครองที่ส่งให้เป็นรัสเซียอย่างทุกวันนี้

 

££

 

การปฏิวัติ – การปฎิรูปแบบพลิกผัน การถ่ายเทอำนาจจากรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่ เป็นประสบการณ์เก่าที่เกิดขึ้นไปแล้วในรัสเซีย และเป็นบทเรียนใหม่สำหรับอีกหลายประเทศในตะวันออกกลางและอัฟริกาเหนือที่เผชิญวิกฤติการณ์ผลัดผู้นำในช่วงต้น พ.ศ.2554 บนพื้นฐานที่คล้ายคลึงของผู้นำที่ขึ้นครองเมืองจากผลของการปฏิรูป ปฏิวัติ มีวิธีผ่องถ่ายอำนาจที่ไม่ต้องคำนึงถึงกฎหมาย ไม่ต้องระบุวิธีการหาผู้สืบทอดในการปกครอง เพราะอำนาจเด็ดขาดนั้นตกอยู่ในมือของผู้ยึดครองแล้ว

 

ที่รัสเซีย เหตุการณ์ต้องร้อยลำดับเป็นส่วนเพื่อลดความซับซ้อน

 

1. บริเทนกับรัสเซีย

ภาพพจน์ของรัสเซียในแง่มุมของสายลับ และภาระกิจพิเศษเป็นเสมือนต้นฉบับของเรื่องชุดสืบสวนบนฉากจริงในกรุงลอนดอน  การขนถ่ายเงินลงทุนของมหาเศรษฐีใหม่จนเกิดสมญาให้บริเทนเป็น Moscow on the Thames และการแทรกย้อนกลับเข้าไปลงทุนในรัสเซีย ปรากฏอยู่ในหัวข้อข่าวเสมอมา

 

£ £

 

กรณีฆาตกรรมบนผืนแผ่นดินบริทิชของ Litvinenko ด้วยสารพิษกัมมันตภาพรังสี เม็ดเงินมหาศาลของ Roman Abramovich ที่เข้าครอบครองเชลซีฟุตบอลคลับ และ Alisher Usmanov หุ้นส่วนใหญ่ของอาร์เซนอลฟุตบอลคลับ กรณีจำคุกของ Mikhail Khodorkovsky ที่ครอบครัวร้องขอให้บริเทนเข้าไปแทรกแซง การลงทุนครั้งใหญ่ของบริษัทน้ำมัน BP (British Petroleum) ที่ถูกล้อว่า British Putin…

ทุกเหตุการณ์ล้วนเป็นเค้าโครงชั้นเลิศในการสร้างภาพยนตร์ ที่มีผู้แสดงนำตัวจริงคุ้นหน้าชาวโลก

 

2. Back in the USSR

ความเป็นมาอันยาวนานของรัสเซียมีบันทึกไปถึงสมัยกลาง Medieval แต่ช่วงที่มีบทบาทมากในเรื่องนี้ ที่จับความเฉพาะลำดับที่มาของผู้นำ เพียงราวหนึ่งร้อยปีก่อน เมื่อเกิด Civil War (พ.ศ.2460 – 2466) ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชาติ สงครามกลางเมืองครั้งนั้น รวมหลายเหตุการณ์สำคัญอย่าง Russian Revolution ที่เกิดขึ้นถึงสองครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนตุลาคม พ.ศ.2460

การปฏิวัติเดือนตุลาคมนั้น  Vladimir Lenin เป็นแกนนำของ Bolshevik (Party) ที่ล้มล้างรัฐบาลผสมและจัดตั้ง Socialist State แห่งแรกของโลก มีชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า Soviet Russia (หรือ Soviet Union) พอปลายปี พ.ศ.2466 Union of Soviet Socialist Republics (USSR) จึงถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ ปิดฉากยุคของ Soviet Empire อย่างสมบูรณ์

 

£ £

£ £

 

เมื่อเลนินถึงแก่อสัญกรรมไปในปี พ.ศ. 2467 Joseph Stalin ก็เข้ามารับช่วงต่อ

บุคคลที่น่าสนใจในช่วงนี้ คือ Trotsky ผู้นำทางความคิด (Ideological leader) ที่เคียงข้างเลนินมาตลอด ทั้ง ‘รู้จริง’ และ ‘เท่าทัน’ สตาลิน จึงถูกขับไล่ออกนอกวงอำนาจในปีถัดมา แล้วก็ถูกไล่ออกนอกประเทศ จนกระทั่งถูกตามล่าสังหารถึงที่ลี้ภัยในเม็กซิโก ดูเป็นต้นแบบ ‘วิธีการจัดการ’ ของรัสเซียที่ชัดเจนและไม่เคยเปลี่ยน

เรื่องของ Leon Trotsky ไม่ค่อยถูกเอ่ยถึงเท่าไหร่

ขณะที่เลนินสนใจ Marxist Theory และหยิบมาใช้ ทรอทสกี้กลับเป็นผู้ที่วิเคราะห์สังคมในรูปแบบต่างๆ ผ่านมุมมองของ Marxism เพื่อดูผลที่จะเกิดขึ้นเมื่อครอบกรอบของมาร์กซิสลงไป หลายคนจึงคิดว่าทรอทสกี้อันตรายมาก เพราะเป็น True Marxist และหลายประเทศห้ามการเผยแพร่บทความและข้อคิดของทรอทสกี้เป็นเวลานานมาก

สมัยนั้น การจะเปลี่ยนผู้นำได้ก็ต้องอาศัยการสิ้นอายุขัยเป็นตัวกำหนด  ผู้สืบทอดมักจะล้มล้างระบบก่อนหน้า เช่นเดียวกับเมื่อสตาลินเสียชีวิตลง Nikita Khrushev ขึ้นมาแทน ก็เริ่มขบวนการล้างทิ้งความคิดแบบสตาลิน (De-Stalinization)

จากครูชชอฟ เมื่อเข้าสู่ยุค Leonid Breszhnev กลับเป็นช่วงนิ่ง ที่แปลว่าแค่ไม่มีวิกฤติการณ์ที่โดดเด่น

พ.ศ. 2528 เข้าสู่จุดเริ่มของการเปลี่ยนแปลง เมื่อ Mikhail Gorbachev ขึ้นเป็นผู้นำรุ่นใหม่ มองเห็นความจริงว่าระบอบการปกครองแบบ Marxist ไม่สามารถนำประเทศก้าวไปสู่ความเจริญอย่างที่ควรเป็นได้ โดยเฉพาะให้เท่าเทียมกับสหรัฐอเมริกา จึงเริ่มปูฐานการปฏิรูปทั้งด้านการปกครองและเศรษฐกิจ มีนโยบายนำประเทศเข้าสู่ยุคใหม่ที่ประชาชนมีสิทธิ์มีเสียงมากขึ้น

  

แต่สถานการณ์ของ  Soviet Union ในช่วงเวลาของการปฏิรูปเหนื่อยกว่าประเทศจีน เพราะมีเรื่องทางการเมืองและต่อสู้สงครามที่วุ่นวายซับซ้อนไปพร้อมกัน การเปลี่ยนแปลงที่ต้องเริ่มจากทางด้านการเมืองจึงเป็นเรื่องหนักหนา

ผลที่ตามมาคือความเคลื่อนไหวของแนวร่วมชาตินิยมและการแยกตัวเป็นอิสระ (Nationalist & Separatist) ที่กรุ่นมานานแล้วก็ทวีความรุนแรง เศรษฐกิจที่เคยอยู่อันดับสองของโลกก็เริ่มถดถอย

สิงหาคม พ.ศ.2534 เกิดการปฏิวัติโดยคณะทหาร ยุติสมัยของ USSR และการปกครองระบอบคอมมิวนิสท์ เกิดเป็น Russian Federation ที่เป็นประชาธิปไตย มี Boris Yeltsin เป็นประธานาธิบดีคนแรก

 

3. จาก Perestroika สู่ Oligarch

ความพยายามของกอร์บาชอฟในการนำประเทศก้าวไปข้างหน้า สะท้อนออกมาในภาษารัสเซียดั้งเดิมพื้นๆ ว่า Glasnost (กลาส-นัสท์ช) กลยุทธ์ที่ชาติตะวันตกนับถือความฉลาดหลักแหลมของกอร์บาชอฟ ที่ดึงเอา Free Press (เสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารข้อมูล) เข้ามาช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐ

Glasnost คือนโยบายการบริหารที่เปิดเผย โปร่งใส ให้ Freedom of information หรืออีกนัยหนึ่งคือลดทอนการเซ็นเซอร์ข่าวสารข้อมูลถึงประชาชน ให้มีการแสดงออกทางความคิดได้เปิดเผย หวังผลให้เกิดกลไกกำกับดูแลการทุจริตโกงกิน การใช้อำนาจในทางมิชอบธรรม ในคนระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสท์และภาครัฐบาล

กอร์บาชอฟ ยังสร้างความเคลื่อนไหวทางการเมืองระลอกใหม่ที่รู้จักกันดีว่า Perestroika (เพเรซ-สตรอยก้า) โดยความหมายคือการรื้อโครงสร้างใหม่ (Reconstruction) โดยทางปฏิบัติคือการปฏิรูปการทำงานในด้านการเมืองการปกครองและเศรษฐกิจ ให้เกิดโอกาสแก่หน่วยงานในการตัดสินใจอย่างอิสระ หวังผลสูงสุดเพื่อสลาย Planned Economy และนำไปสู่ Market Economy

สิ่งที่กอร์บาชอฟแตะ คือ รากแก้วของการปกครองระบอบคอมมิวนิสท์ ตามกรอบความคิดของ Karl Marx ซึ่งไม่สามารถพาประเทศก้าวหน้า และอยู่ไม่รอดแน่ กลายเป็นก้าวแรกที่สำคัญยิ่งของ Revolution (ปฏิวัติ) ในเวลาต่อมา

หัวใจสำคัญที่คาร์ล มาร์กซ เน้น คือ Revolution ต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงจาก Capitalism (ทุนนิยม) ไปสู่ Socialism หรือ Communism (ซึ่งมาแตกต่างกันหลังการตีความของสตาลิน) คำว่า Capitalism นั้นหมายถึง Industry คือประเทศนั้นต้องมีอุสาหกรรม ซึ่ง Russian Empire ไม่มี

Planned Economy ที่มีอยู่ตอนนั้น เป็นระบบเศรษฐกิจที่ถูกรัฐบาล ‘สั่ง’ ทั้งวิธีการ อัตรา จำนวน และการตั้งราคาผลิตผลจากเกษตรกรรม บรรยากาศของเศรษฐกิจแบบนี้วนเวียนอยู่กับผู้ผลิต/โรงงานเท่าที่มีอยู่ ซึ่งมีเพียงสองประเภท คือเป็นของรัฐ หรือของเอกชนที่ถูกควบคุมกำกับการโดยรัฐ (State-owned enterprises)

ส่วน Market Economy คือ ระบบเศรษฐกิจที่อิงความต้องจริงของตลาดในการกำหนดปริมาณการผลิตและตั้งราคา มีภาษีเป็นตัวแปรในการเปลี่ยนราคา เช่น เพชร พลอย ถึงแวววาวอย่างไรก็คือก้อนหิน แต่สูงค่าด้วยความหายาก เกิดราคาที่เป็นไปตามความต้องการของตลาด

เมื่อประเทศชาติถูกขับเคลื่อนเข้าสู่การพัฒนาเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดดเช่นนี้ Privatization จึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

 

และช่วง Privatization นี่เอง ที่เกิดกลุ่มคนเพียงหยิบมือที่เรียกว่า Oligarch

ในภาษารัสเซีย Oligarch หมายถึงคนที่ทำธุรกิจจนร่ำรวยมหาศาล จะโดยอิทธิพลทางการเมืองด้วยหรือไม่ก็แล้วแต่ โดยทั่วไปแล้ว ออลิการ์ค เจาะจงถึงคนกลุ่มที่สร้างความร่ำรวยขึ้นมาในช่วงการแปรรูปอุตสาหกรรมของรัฐสู่ภาคเอกชน (Privatization) ในช่วงหลังการล่มสลายของโซเวียตยูเนี่ยน

 

4. เส้นทางสู่อำนาจ Vladimir Putin

พ.ศ. 2534 เมื่อเข้าสู่สมัยของ Yeltsin ก็เป็นยุคแพร่กระจายของการแปรรูปกิจการของรัฐ สิ่งที่เห็นชัดในการแปรรูป คือ กิจการถูกเปลี่ยนมือไปสู่บุคคลวงใน ที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐ เกิดการทุจริตฉ้อฉล กลุ่มผู้มีอิทธิพล และอาชญากรรมอำมหิต 

พ.ศ. 2541 เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ เมื่อถึง 31 ธันวาคม พ.ศ.2542 เยลซิน จึงสละตำแหน่ง

ต้นปี 2443 Vladimir Putin จึงขึ้นเป็นประธานาธิบดี หลังจากการรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปีก่อนหน้า

เข้าสู่ยุคการครองอำนาจมาจนบัดนี้

 

£ £

 

5. จาก KGB สู่ FSB การไล่ล่า สังหารที่ยังไม่จบสิ้น

Federal Security Service of the Russian Federation (FSB) คือหน่วยงานรักษาความมั่นคงภายในชาติของรัสเซีย ทายาทสืบทอดโดยตรงจาก Soviet Committe of State Security ที่เป็นที่คุ้นหูในชื่อย่อว่า KGB

มีบทบาทหน้าที่ในการดูแลความมั่นคงในชาติ ผ่านการหาข้อมูลข่าวกรอง ที่ได้มาด้วยการสอดส่อง สอดแนม ปฏิบัติการในและนอกระบบกับเรื่องชาวบ้าน รวมถึงการล่าสังหารตามความจำเป็น สไตล์สายลับที่สร้างชื่อเคจีบีให้เป็นคุ้นเคย มีที่ทำการอยู่ Lubyanka Square ที่เอ่ยถึงกันเหมือนกับที่อเมริกันเรียก Langley (Virginia) แทน CIA  

เมื่อเยลซินปฏิวัติใน พ.ศ.2534 KGB ถูกสลายตัวไป แต่เรื่องความมั่นคงของชาติยังต้องมีอยู่ จึงมีหน่วยงานเข้ามารับผิดชอบเป็นลำดับ สุดท้าย FSB จึงถูกตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ มีหัวหน้าหน่วยงานระดับ Director

Director คนที่น่าสนใจเข้ามารับตำแหน่งเมื่อ พ.ศ. 2541 เป็นสายลับเดนตายชั้นดีของ KGB ที่ประจำการในเยอรมนีมาก่อน ชื่อว่า Vladimir Putin

 

ย้อนหลังไปราวสิบห้าปี ที่ Lake Komsomolskoye ทางเหนือของ St Petersburg มีหมู่ Dachas (บ้านพักตากอากาศ) ส่วนตัวริมทะเลสาบ ท่ามกลางหมู่ต้นสนสูง ที่คนกลุ่มหนึ่งซึ่งเรียกตัวเองว่า Ozero ที่แปลว่า ‘the lake’ ชอบมาพักผ่อนด้วยกัน

เมื่อมาถึง พ.ศ. 2551 คนกลุ่มนี้ได้เปลี่ยนสถานะจากคนชั้นกลางธรรมดา กลายเป็นทั้งระดับมหาเศรษฐีพันล้านดอลล่าร์ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของหลายองค์กร และธุรกิจ (Russia Inc.?) และผู้ยิ่งใหญ่ในชาติ อย่าง Vladimir Putin และ Dmitry Medvedev แขกคนเดียวของ Ozero ที่ต่างที่มาจากคนอื่น  

 

£ £

 

                       

สิ่งที่น่าสนใจ คือตัวร่วมที่เหมือนกันของคนเหล่านี้  ในการเป็นศิษย์เก่าสำนัก KGB

ที่ไม่น่าแปลกใจ คือวิธี ‘จัดการ’ หลายเรื่องในยุคสมัยของ Putin เป็นเครื่องหมายการค้าของ KGB ไม่ผิดเพี้ยน

                        -------------------------------------------------------------------------------

 

ขอยกยอดเรื่องฆาตกรรม KGB เก่าอย่าง Litvinenko

คดี Khodorkovsky

และบทสรุป

ในตอนจบที่จะตามมาภายในสัปดาห์นี้

ข้อมูล

Fortune Magazine (Europe Edition) 15 September 2008: Just How Scary is Russia? by Bill Powell, Russia’s Billionaire Boys Club by Nadira A Hira

Graphic: Fortune Magazine (Europe Edition)

BBC, Telegraph  



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
SW19 วันที่ : 07/03/2011 เวลา : 16.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอบคุณอย่างยิ่งสำหรับทุกความเห็น

ขอเชิญอ่านตอนจบได้ที่ http://www.oknation.net/blog/sw19/2011/03/07/entry-1

สำหรับการสนทนาเรื่องราวในตอนนี้ .....

อย่างคุณ Hayyana ว่าไว้ เรื่องของ Trotsky แทบไม่มีคนพูดถึง งานเขียนที่มีก็มากมาย หาอ่านก็ยาก เหมือนถูกล้างทิ้ง

และถ้าเรื่องนี้เป็นภาพยนตร์สมัยใหม่แล้ว Jason Bourne ให้ความตื่นเต้นและบรรยากาศการตามล่ากันทั่วยุโรปใกล้เคียง ไม่แพ้ Bond จาก 007 คุณชาลีว่ามั้ย?

คุณ NN1234 สิ่งหนึ่งที่เป็นตัวแปรสำคัญ คือ รัสเซียไม่มีคนชั้นกลางมาก่อน คนชั้นกลางเกิดจากอุตสาหกรรม และเป็นตัวสร้าง balance จากเงินทองที่มีและนำไปสู่การศึกษาที่มาคะคานกับคนกลุ่มน้อยระดับสูงได้มากขึ้น

คุณ Scarletibis ความแตกต่างที่ชัดเจนจากบทบาทหน้าที่ คือ
President = Head of State
Prime Minister = Head of Government

ขณะเดียวกันรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับการกำหนดของประเทศนั้นๆ ประเทศที่มีผู้นำทั้งสองตำแหน่งนี้ เท่าที่เคยรู้ คือ France, Hungary, Ireland, Italy, India, Sri Lanka และ Ethiopia ขอตอบหลวมๆ เพราะยังไม่ได้เช็คข้อมูลล่าสุด


Enjoy reading!!

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
hayyana วันที่ : 06/03/2011 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

หวัดดีครับ มาเยี่ยมครับ
ขอบคุณที่เอาลิงค์หนังอินเดียไปฝากครับ ผมเพิ่งเห็นคอมเม้นท์
พอดีผมฟลุ๊คไปเจอมาเหมือนกัน เคยเอามาโพสท์ไว้ด้วยในนี้ครับ 5555

http://www.oknation.net/blog/slipshod/2011/01/26/entry-1

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
scarletibis วันที่ : 04/03/2011 เวลา : 20.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/scarletibis

จะรออ่านด้วยใจจดจ่อค่ะ

อยากขอความรู้เกี่ยวกับประเทศที่มีทั้งประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีด้วยอ่ะค่ะ คือสงสัยว่าทำไมบางประเทศต้องมีทั้งสองตำแหน่งนี้ด้วยล่ะคะ แล้วจะแบ่งงานและบทบาทกันยังไงคะ

ขอบคุณมากค่ะ :)

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
NN1234 วันที่ : 02/03/2011 เวลา : 14.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

สรุปตอนท้าย(เรื่อง คนรวย) ก็ยิ่งทำให้ผมนึกถึงประเทศอิหร่าน...และดูไบ ในทันที..???

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
NN1234 วันที่ : 02/03/2011 เวลา : 14.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้มาให้อ่าน....
ทำให้นึกถึงสมัยเรียนวิชาสังคมฯ ตอนอยู่มัธยมฯ

Glasnost (นโยบายกลาส-นอสท์) ผมไม่รู้ว่า แปลว่าอะไรในตอนนั้น
เพราะในภาษาไทยก็ยังไม่มีศัพท์ รู้แต่เพียงว่า รัสเซียตอนนั้นกำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากระบบเก่า และการสั่งสมปัญหาที่เกิดขึ้นมาอย่างช้านาน
ตำรวจชั้นผู้น้อยต้องยืนรีดไถค่าบุหรี่อยู่ริมถนน....? (เหมือนประเทศไหนบ้างก็ไม่ทราบนะ..?)
ผมนึกถึงแต่คำว่า โปร่งใสๆ ...ท่องตามที่ครูสอน...!!!

มาในตอนหลังนี่ เพิ่งจะมีคำว่า "การสร้างธรรมาภิบาล" หรือ "การบริหารกิจการบ้านเมือง และสังคมที่ดี" หรือหลักการของ Good Governance

Equity หลักนิติธรรม, Integrity หลักคุณธรรม, Transparency แปลว่า หลักความโปร่งใส
แต่ผมเชื่อว่า ตอนนั้นไม่มีสิ่งนี้ คือ Participation หลักความมีส่วนร่วม จากประชาชน และ Accountability หลักความรับผิดชอบ
เพราะเขาเพิ่งลุกขึ้นแต่งตัวใหม่จากการเป็น USSR

ข้อมต่อมาคือ เปเรสตรอยก้า .... ก็เพิ่งจะมีคำใหม่ การรื้อปรับโครงสร้างสังคมใหม่ (Reconstruction)
ซึ่งคำและวิธีการนี้ เห็นจะเอามาใช้ระหว่างการแตกของฟองสบู่ในบ้านเรา

แสดงว่า รัสเซียใช้มาก่อน แต่....การใช้นโยบายบนพื้นฐานของความแตกต่างหลากหลายเชื้อชาติ(เพราะความใหญ่ของอาณาเขตประเทศ)
จึงทำให้เกิดการอ้างสิทธิ์แบ่งแยกอิสระในการปกครองตนเอง
แต่หากย้อนมองรัสเซียว่ายิ่งใหญ่ขึ้นมาได้อย่างไร? ....ระบอบกษัตริย์และการสร้างราชอาณาจักร คือสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนั้น...
ตอนหลังผมมาอ่านจากวรรณกรรมรัสเซียจึงได้ประมวลความรู้ทั้งหมดเข้าหากัน
และคิดว่า..ตนเองพอจะเข้าใจสังคมรัสเซียตามบริบทที่ทราบมาได้(ระดับหนึ่ง)

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
hayyana วันที่ : 01/03/2011 เวลา : 21.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

ขอบคุณมากๆที่เข้าไปช่วยตอบคำถามครับผม

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 28/02/2011 เวลา : 16.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อ่านเรื่องนี้แล้ว ทำให้ผมนึกถึง รหัส 007 ที่เข้าไปปฏิบัติภารกิจในดงน้ำแข็งของแดนหมีขาว

ดูไปดูมา รัสเซียยุคใหม่ยังสลับซับซ้อนเรื่องอำนาจ มากกว่าเดิมเสียอีก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
hayyana วันที่ : 28/02/2011 เวลา : 07.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

อ่านเพลินเลยครับ
ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดที่จริงรัสเซียนี่ประวัติศาสตร์ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองผมว่ามีนัยน้อยว่าชาติอื่น กษัตริยก์ก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาวุ่นวายเกือบจะไม่มีอะไรน่าสนใจเลยด้วยซ้ำยกเว้นบางพระองค์
แต่ตอนหลังเรียกว่าเปลี่ยนเร็วมาแรง

เข้าใจว่า Trotsky นี่เป็นบุคคลที่สตาลินพยายามลบทิ้ง
ออกไปจากประวัติศาสตร์และความทรงจำด้วย ไม่ใช่ไล่ล่าอย่างเดียว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน