*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 266416
  • จำนวนผู้โหวต : 247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
Oh What A Night

เพลงจาก Jersey Boys,West End, London

View All
<< เมษายน 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 24 เมษายน 2554
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 4065 , 16:51:00 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน BlueHill , hayyana และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

Prologue: เกริ่นนำ

The Royal Wedding ได้รับความสนใจจากผู้คนทั่วโลก และมีข่าวคราวออกมาต่อเนื่องเสียจนคิดว่าการนำมาเล่าต่ออาจเป็นสิ่งไม่จำเป็น

กระทั่งบริทิชหลายคนในวงสนทนาตั้งประเด็นว่าเหตุการณ์นี้ คือเรื่องธรรมเนียม British ของแท้ เกี่ยวข้องกับประเพณีและเกร็ดหลายอย่างที่ไม่ค่อยรู้กัน จึงเป็นที่มาของเรื่อง The Royal Wedding ที่จะทยอยนำมาเล่าสู่กันฟัง โดยไม่จำกัดวงอยู่เพียงแค่คู่บ่าวสาว

lll

เมื่อมีข่าวการประกาศหมั้นในวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 และตามด้วยกำหนดการแต่งงานของ Prince William & Ms Catherine Middleton นั้น เกิดกระแสวิจารณ์ต่างกันไป เป็นเรื่องที่ Controversial แย้งกันได้ไม่จบ ขึ้นอยู่กับความเห็นและการเลือกเสพข่าวของแต่ละบุคคล สื่อแต่ละสำนักก็มีจุดยืนของตนชัดเจนในการนำเสนอและวิจารณ์

เมื่อการเตรียมการจัดงาน และการรักษาความปลอดภัยเข้าสู่ช่วงสุดท้าย หลายแผนการที่เตรียมประท้วง Royal wedding ก็เริ่มปรากฏออกมา ข่าวจากบางสื่อดูน่ากลัว แต่ดูโดยรวมก็ไม่ต่างจากพรรคการเมืองขวารุนแรง (BNP) ที่ประกาศทุ่มเงินทุกเม็ดที่ควรใช้ในการหาเสียง ไปจ่ายขับไล่คนเชื้อสายอื่นออกจากบริเทนแทน แล้วก็ถูกบริทิชกันเองกระหน่ำโจมตีขั้นทำร้ายร่างกาย

ท่ามกลางกระแสวิจารณ์สารพัด ในหมู่คนบริทิชปกติ มีหนึ่งเรื่องที่เห็นตรงกัน คือ วันหยุดยาว

Good Friday ในวันศุกร์ที่ 22 เมษายน เป็นวันเริ่มต้น Easter Holiday ซึ่งไปจบลงวัน Easter Monday ที่ 25 และเมื่อ Royal Wedding ในวันที่ 29 กลายเป็นวันหยุดเพิ่มก่อนถึง May Day Holiday ในวันที่ 2 พฤษภาคม จึงเกิดโอกาสของวันหยุด 11 วัน ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน บางคนจึงเต็มใจเรียกช่วงเวลานี้ว่า Willie Holiday

และ Willie Holiday นี้เอง ที่ทำให้คนได้มีโอกาสเห็นงานพิธีการหลวงอย่างค่อนข้างสมบูรณ์

ในสมัยก่อน คิงและควีนเลือกสถานที่จัดงานอภิเษกสมรสต่างกันไป มาถึงช่วงร้อยกว่าปีที่ผ่านมา กรุงลอนดอนกลายเป็นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยใช้วิหารหลวงภายในพระราชวังเป็นสถานที่จัดงาน จนกระทั่ง พ.ศ. 2462 Westminster Abbey จึงถูกเลือกใช้เป็นครั้งแรกในรอบ 650 ปี

สามปีให้หลัง เวสมินสเตอร์แอบบีถูกเลือกเป็นสถานที่ประกอบพิธีสำหรับพระราชธิดาของ King George V คือ Mary, Princess Royal กับ Viscount Lascelles และคู่สำคัญต่อมาคือ Prince Albert, Duke of York กับ Lady Elizabeth Bowes-Lyon ที่ภายหลังคือ King George VI & Queen Elizabeth The Queen Mother พระราชบิดามารดาของ Queen Elizabeth II ที่เรื่องของพระองค์ท่านถูกนำมาเป็นภาพยนตร์ King’s Speech  


และเมื่อ 63 ปีที่แล้ว มี Royal Wedding ที่สำคัญเกิดขึ้นอีกครั้งที่นี่ คืองานพระราชพิธีของ The Queen ในฐานะ Princess Elizabeth & Lieutenant Philip Mountbatten ในวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490

 

จากนั้นมา มีงานพระราชพิธีของ Royal Family ที่เวสมินสเตอร์แอบบี อีกเพียงไม่กี่คู่ คือ Princess Margaret พระขนิษฐาของเดอะควีน กับ Mr Antony Armstrong-Jones (ภายหลังคือ Earl of Snowdon)

Princess Alexandra (‘พระธิดา’ ของ ‘อา’ ของเดอะควีน – ขออธิบายอย่างง่าย) กับ Hon. Angus Ogilvy (Sir Angus ภายหลัง)

 

Princess Anne พระราชธิดาองค์เดียวของเดอะควีน กับ Captain Mark Phillips

 

งานสุดท้าย คืองานของ Prince Andrew กับ Miss Sarah Ferguson เมื่อ พ.ศ. 2529 เพราะ Prince Edward พระราชโอรสองค์สุดท้องของเดอะควีนนั้น ไปจัดงานเสียที่ St George’s Chapel, Windsor

 

สำหรับ Prince of Wales พระบิดาของ Prince William นั้น คราวอภิเษกสมรสกับ Lady Diana Spencer ในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2524 นั้น ต้องไปประกอบพิธีการที่ St Paul’s Cathedral เพราะมีจำนวนแขกรับเชิญมากถึง 3,500  ส่วนการอภิเษกสมรสครั้งที่สองกับ Mrs Camilla Parker Bowles จัดที่ St George’s Chapel, Windsor

 

ตามธรรมเนียมของ Royal Wedding นั้น Royal Family จะนั่งรวมกันทางฝั่งขวาของโบสถ์ ส่วนแขกของคู่บ่าวสาวที่ไม่ใช่ราชวงศ์จะนั่งฝั่งซ้าย

 

 

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Royal Family คือเรื่องของนามสกุล

การเอ่ยพระนามของสมาชิกราชวงศ์สามารถทำโดยการเรียก พระนามของราชวงศ์ (The Royal House) หรือ นามสกุล (Surname) ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นชื่อเดียวกัน และเป็นเรื่องปกติที่จะไม่ใช้นามสกุลเลย

 

บันทึกในประวัติศาสตร์จะเอ่ยพระนามตามประเทศที่ปกครอง เช่น The Queen of England คิงและควีนจึงลงพระนามด้วยชื่อหน้าชื่อเดียวมาตลอดจนถึงปัจจุบัน

 

การเรียกพระนามตาม The Royal House นั้น เป็นเช่นเดียวกับการที่ลูกสืบทอดนามสกุลจากพ่อ การที่องค์รัชทายาท ‘รับ’ ชื่อ House นั้นมาจากพระราชบิดา เช่น Edward VII พระราชโอรสของควีนวิคทอเรียและ Prince Albert of Saxe-Coburg-Gotha จึงทรงเป็น Edward VII of Saxe-Coburg-Gotha และสืบทอดมาถึง George V พระราชโอรสของ Edward VII ด้วย โดยสมัยนั้นยังไม่มีการใช้นามสกุล

 

อย่างไรก็ตาม หลังจาก George V (‘ปู่’ ของ Queen Elizabeth II) ขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ใน พ.ศ. 2460 โดยทรงเปลี่ยนมาใช้ Windsor เป็นทั้ง ‘House’ และ ‘นามสกุล’ ให้ใช้กับองค์รัชทายาทฝ่ายชายทุกพระองค์และหญิงที่ยังไม่แต่งงาน (แต่งแล้วก็ตามแต่)

เป็นจุดเริ่มของ The House of Windsor ซึ่งเป็นราชวงศ์ปัจจุบันของเกรทบริเทนนี้

 

เมื่อเดอะควีนทรงขึ้นครองราชย์ ก็ทรงสืบทอดราชวงศ์วินเซอร์นี้ต่อมาด้วย จนกระทั่งภายหลังโปรดให้มีนามสกุลที่บ่งบอกเชื้อสายของพระองค์ท่านได้ชัดเจน โดยไม่ต้องแบ่งแยกออกจาก Windsor จึงโปรดให้พระโอรส-ธิดา ใช้นามสกุล Mountbatten-Windsor

 

ในกรณีนี้ หาก Charles, The Prince of Wales ยังคงใช้ The House of Windsor ต่อไปเมื่อขึ้นครองราชย์ ลูกหลานรุ่นต่อไปจากสายท่านก็จะยังเป็น Mountbatten-Windsor

 

King Constantine II ซึ่งเป็น Godfather ของ Prince William เพิ่งพระราชทานความเห็นว่า ผู้สืบทอดราชบัลลังค์รุ่นต่อไปควรเป็น Prince Charles ตามธรรมเนียมมากกว่า หยุดกระแสคาดหวังข้ามรุ่นสู่ Prince William ไปทันที – เพราะไม่มีเหตุผล

 

แม้ชื่อของ Prince William บนเครื่องแบบ RAF Valley, Anglesey, Wales จะเป็นเพียง William Wales หลัง Royal Wedding นี้ Miss Catherine Middleton จะได้รับการขนานนามว่า Her Royal Highness Princess William of Wales แต่ถ้าหาก Prince William ได้รับการพระราชทานบรรดาศักดิ์ (Dukedom) ใดๆ Miss Middleton ก็จะได้รับการขนานนาม เป็น Duchess of … ตามด้วย

 

ในเมื่อเป็น Willie Holiday แล้ว หลายคนมีแผนการกับวันหยุดยาว จึงไม่น่าแปลกใจที่การขออนุญาตปิดถนนจัดงานฉลองกันในคราวนี้ มีเพียงแค่ประมาณ 4,000 ราย แต่หลายคนเล่าว่าลูกหลานตั้งใจกลับมาใช้เวลานั่งดื่ม กิน และดูการถ่ายทอด Royal Wedding ร่วมกันในครอบครัว คนรุ่นเยาว์ก็เกิดไม่ทันงานใหญ่เมื่อสามสิบปีที่แล้ว คนสูงอายุคิดว่าอาจจะไม่ได้เห็นพิธีการครบขั้นตอนอีกแล้วในชั่วชีวิต ทั้งยังเป็นโอกาสที่ได้เห็นความตระการตาของเวสมินเตอร์แอบบี ที่เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของโลกแห่งหนึ่ง  

 

บางคนสรุปสั้นๆ ว่า ความสำคัญของงานนี้ไม่ต้องพาดพิงถึงสถาบัน หรือความนิยมในตัวของ Miss Middleton หรืออื่นใด  

‘It is a tradition. This is a historic moment.’

และสิ่งที่สำคัญกว่า เมื่อยังเป็นประชาชนของแผ่นดินนี้ คือ

‘Prince William is the 2nd in line to the throne – he is a future king.’

 

********************************************

ตอนต่อไป

แขกเชิญในวันงาน 29 เมษายน พ.ศ. 2554

 

Reference

Silent Newsreel footage: The wedding day of Duke of York and Lady Elizabeth Bowles-Lyon

ภาพภายใน Westminster Abbey: The Queen’s Birthday 21st April 2011เป็นโอกาสที่วันคล้ายวันเกิดของเดอะควีนตรงกับ Maundy Thursday พฤหัสบดีก่อน Good Friday การถ่ายทอดพระราชพิธี จึงเสมือนเป็นการซ้อมใหญ่สำหรับวันงาน Royal Wedding ด้วย

อ่านเรื่อง Westminster Abbey In London: Westminster

ข้อมูล Royal Family: TheBritishMonarchy



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
SW19 วันที่ : 28/04/2011 เวลา : 16.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

จริง คุณชาลี...
มีกลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า Republican เป็นตัวตั้งตัวตีในการประท้วง สร้างเวปไซด์ส่อเสียด อ้างว่ามีพวกเป็นจำนวน 20% ของประชาชน ขณะเดียวกันกลุ่มประชาชนธรรมดากลุ่มใหญ่จาก Luton ก็เตรียมตัวเข้ามารอที่ลอนดอน ท้าทายพวก Republican ว่าหากสร้างเรื่อง จะโดนเหยียบจากกลุ่มนี้ก่อน ไม่ต้องรอตำรวจมาหรอก

สำหรับคนจำนวนมาก ลูกเล็กเด็กแดง เริ่มไปปูผ้านอนจองที่รอบๆ Westmister Abbey แล้วตั้งแต่คืนวันพุธ หลายคนมาไกลจากต่างประเทศด้วยซ้ำ

อันที่จริงงานนี้ก็คืองานมงคลของคนสองคน ก็ควรให้โอกาสที่เขาควรมีเยี่ยงประชาชนทั่วไปด้วย การเป็นเจ้าไม่ได้แปลว่าต้องริดรอนสิทธิเหล่านี้ทิ้งเสีย...นะ...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 28/04/2011 เวลา : 16.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เห็นว่า มีคนอังกฤษประท้วงการจัดพิธีแต่งงานของราชวงศ์ด้วย ใช่ไหมครับ อ้างว่า สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ

แต่เท่าที่ทราบคนส่วนใหญ่ก็ยังคงชื่นชอบราชวงศ์นี่ครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
SW19 วันที่ : 26/04/2011 เวลา : 14.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอโทษคุณผู้อ่าน ถ้าเห็นเรื่องสั้นกุดไปหนึ่งช่วงแล้วอาจจะงง

SW19 เข้ามาแก้คำผิดหนึ่งคำ แล้วทำเรื่องหายไปค่อนเรื่อง

......................................

ขอบคุณสำหรับความเห็นจากทุกท่าน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
hayyana วันที่ : 26/04/2011 เวลา : 10.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

นึกถึงแฮรี่พ๊อทเตอร์ ไม่รู้เป็นไง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
NN1234 วันที่ : 25/04/2011 เวลา : 19.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

เป็นอีกครั้งนึ่งของชีวิตผมที่....
จะได้เห็นภาพประวัติศาสตร์ที่เคยเห็นเมื่อพระราชพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าฟ้าายชาร์ล และเจ้าหญิงไดอาน่า
ครั้งนี้จะต้องจดจำไปจนวันตายอีกภาพหนึ่ง แม้ว่าจะไม่ได้เหี่ยวข้องอะไรกัตัวเราเองก็ตาม
ก็เช่นเดียวกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์การขึ้นไปเหยีบบนดวงจันทร์ของตัวแทนแห่งมนุษยชาตินั่นแหละ..
ส่วนรายละเอียดของเรื่องราว(ที่จะเกิดขึ้น)ทุกคนที่เกี่ยวข้องก็จะเป็นผู้มีส่วนในการสร้างประัวัติศาสตร์หน้าใหม่ ...เราท่านก็คงอยากจะมีส่วน...แม้แต่ที่ยืนในที่ตรงนั้น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
tengpong วันที่ : 24/04/2011 เวลา : 17.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ปูเรื่อง ได้น่าสนใจ น่าติดตามดี ครับ และเห็นด้วยว่า

"เพราะนี่ไม่ใช่เพียงประเพณี แต่นี่คือช่วงเวลาของประวัติศาสตร์"

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน