*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 266421
  • จำนวนผู้โหวต : 247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
Oh What A Night

เพลงจาก Jersey Boys,West End, London

View All
<< พฤษภาคม 2011 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 23 พฤษภาคม 2554
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 6169 , 06:28:02 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน thetwit , BlueHill และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

Ireland ประเทศเล็กๆ ที่บางครั้งอยากจะเรียกตัวเองว่า Island จากทำเลที่ตั้งเป็นเกาะที่ถูกโอบไว้โดยมหาสมุทรแอทแลนทิก

 

ไอร์แลนด์อยู่ทางฝั่งซ้ายของเกรทบริเทน และไปมาหาสู่กันที่ Liverpool อย่างสนิทสนมจนแอบถือ Liverpool เป็นเมืองหลวงของตัวเอง เสน่ห์ของไอร์แลนด์ไม่ใช่เพียงแค่ภูมิประเทศเขียวขจีเหมือนสีประจำชาติ หรือความร่าเริงของดนตรีไอริช สิ่งสำคัญที่ทำให้ไอร์แลนด์น่าสนใจ คือผู้คน

 

คนไอริชร่ำรวยอารมณ์ขัน มีลักษณะประจำชาติที่ดูเรียบง่าย ซื่อ จิตวิญญาณทางศิลปะสูง และเป็นคนเดินทาง เราจึงพบคนไอริชไปตั้งถิ่นฐานอยู่ทั่วโลก ทั้งที่ในประเทศตัวเองมีกันอยู่เพียงไม่ถึงสี่ล้านห้าแสนคน 

 

 

คนไอริชดูอารมณ์ดี  ทั้งที่ชาติผ่านความลำบากถึงที่สุดมานับครั้งไม่ถ้วน ความยากจน ภาวะอดอยาก และการกดขี่ จากคนใกล้เคียงคืออังกฤษเสียส่วนมาก แม้ปัจจุบันคนไอริชจะสนิทสนมกับคนอังกฤษ แต่ความบาดหมางคาใจกันนั้นเป็นรอยลึกมาเนิ่นนาน

 

ศัตรูที่สำคัญของคนไอริชและเว้ลชที่พูดกันติดปากในกีฬารักบี้ว่า The old enemy จึงอยู่ไม่ไกลตัว...แค่อังกฤษนี่เอง หากใครชนะอังกฤษได้ ก็จะดีใจร่วมกันหมด

 

ไอร์แลนด์เป็นส่วนหนึ่งของอังกฤษภายใต้ The Acts of Union 1800 ที่รวมไอร์แลนด์เข้ามาอยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2344

 

อันที่จริงแล้วกรณีพิพาทมีมาเนิ่นนานตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17-18 และมูลเหตุของความขัดแย้งก็มีเรื่องของศาสนามาเกี่ยวข้อง สาเหตุดั้งเดิมที่ก่อให้เกิดการสู้รบ และสงครามแม้ในยุคปัจจุบันนี้

 

ขอลำดับประวัติศาสตร์ให้พอเห็นความเป็นมา

 

ก่อนเข้าศตวรรษที่ 17 สเปนตั้งท่าจะมาตีอังกฤษ ตอนนั้นเป็นสมัย Elizabeth I ด้วยความที่ไอร์แลนด์เป็น Catholic ด้วยกันกับสเปนและมีแรงปะทุที่จะต่อต้านอังกฤษอยู่แล้ว ก็ชวนสเปนมาตั้งท่าที่ไอร์แลนด์ ศึกครั้งนั้นรู้จักกันว่า Spanish Armada ที่สุดท้ายสเปนแพ้ หมดสภาพของเจ้าสมุทรไป หลังจากนั้นหกปีไอร์แลนด์ก็มารบกับอังกฤษกลุ่มที่เข้ามาปกครองบางส่วนของไอร์แลนด์ ได้แรงสนับสนุนจาก Irish Catholic ที่ต่อต้าน Protestantism เกิดเป็น ‘Nine Years War’ ที่สเปนก็ส่งคนมาช่วยรบ

 

ไอร์แลนด์จบ ‘สงครามเก้าปี’ ด้วยความพ่ายแพ้ อังกฤษได้ทีออกกฎหมาย Penal Laws มาเป็นชุด เพื่อริดรอนอำนาจและบทบาทของไอริชที่เป็น Roman Catholic ตอนแรกพระบรมวงศานุวงศ์อังกฤษไม่ต้องการให้ใช้กฎหมายนี้ เพราะยังหวังพึ่งไอริชที่เป็น Roman Catholic ในการกำราบพวกต่อต้านที่หลงเหลือมาจากสงครามเก้าปี แต่ในที่สุด สถานการณ์ก็ผลักดันให้กฎหมายนี้ถูกนำมาบังคับใช้ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ยุคของ Cromwell ซึ่งเป็น Protestant อย่างรุนแรง

 

พออังกฤษเข้าสู่ยุค Victorian Era และยุคอุตสาหกรรม มีความเจริญเติบโตทุกด้าน แต่ไอร์แลนด์ไม่สามารถขยับตามได้ทัน ทั้งที่ Penal Laws ที่โหดร้ายถูกยกเลิกไปหลายสิบปีก่อนหน้าแล้ว

 

ความโหดของกฎหมายที่ว่า กีดกันไอริชที่เป็น Catholic ไว้ลึกล้ำ ตั้งแต่การห้ามถือครองและเช่าช่วงที่ดิน ห้ามเลือกตั้ง ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง ห้ามประกอบสัมมาอาชีพ ห้ามเรียนหนังสือ ... คือห้ามทุกสิ่งที่ทำให้ชีวิตเจริญ

 

พอเข้าปี พ.ศ. 2388 เคราะห์กระหน่ำไอร์แลนด์ด้วยวิกฤติการณ์อดอยาก (Famine) ครั้งใหญ่ ไอร์แลนด์ประสบภาวะขาดแคลนอาหาร จากโรคติดต่อในมันฝรั่ง ซึ่งเป็นอาหารหลักของชนในชาติ ความอดอยากที่มาซ้ำเติมความยากจนและการไม่มีงานทำเป็นเวลาถึงเจ็ดปีเต็ม ส่งผลต่อความเจริญของชนชาติทุกด้าน

 

จำนวนประชากรที่คาดว่าจะมีในช่วงเวลานั้นคือเกือบเก้าล้านคน เมื่อทำการสำมะโนประชากรปี พ.ศ. 2394 ลดลงเหลือหกล้านห้าแสน ประเมินกันว่าจำนวนหนึ่งล้านถึงหนึ่งล้านห้าแสนคนเสียชีวิตจากการขาดอาหารและโรคภัย ในขณะที่อีกประมาณหนึ่งล้านกว่าอพยพหนีตายออกนอกประเทศ

 

 

พอถึงปี พ.ศ. 2397 จำนวนคนอพยพออกไปมีถึงประมาณสองล้าน จุดหมายปลายทาง คือเมืองท่าไหนก็ตามที่เรือเดินไปถึง ที่ไปกันเยอะก็คือ New World หรือประเทศใหม่อย่างอเมริกา จึงเกิดการตั้งรกรากของคนไอริชที่ Boston, Massachusetts (ตอนนั้น 1/4ของประชาชนเป็นไอริช) New York City, Philadelphia (Pennsylvania) และ Baltimore (Maryland)

 

จึงไม่น่าแปลกใจที่คนอเมริกันเชื้อสายไอริชมีอยู่มากมายแม้กระทั่งตระกูล Kennedy และเงินสนับสนุนสู่ขบวนการ IRA (Irish Republican Army) ก็มาจากอเมริกาเสียมาก

 

ความขัดแย้งของไอร์แลนด์และอังกฤษกรุ่นอยู่เรื่อยมาตั้งแต่ยุคอดอยาก จนอีกกว่าครึ่งศตวรรษไอร์แลนด์จึงประกาศตัวเป็นอิสรภาพได้ใน พ.ศ. 2462 และเกิดเป็น Free State of Ireland เต็มตัวเมื่อปลาย พ.ศ. 2465 โดย Northern Ireland ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของเกรทบริเทน

 

ในขบวนการต่อสู้นั้น มีหลายเหตุการณ์ที่ปะทะนองเลือดและสูญเสียชีวิตกันทั้งสองฝ่าย สองครั้งที่สำคัญ อยู่ระหว่างหัวเลี้ยวหัวต่อของการประกาศอิสรภาพ เรียกเหตุการณ์ว่า Easter Rising ในปี พ.ศ. 2459 และ Bloody Sunday ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2463

 

 

Bloody Sunday นั้น เป็นเหตุการณ์ที่กระทบใจคนถึงปัจจุบันนี้ เพราะเกิดขึ้นที่ Croke Park ซึ่งเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของชาติ และเป็นศูนย์กลางของ Gaelic sports (กีฬาประจำชาติไอร์แลนด์ คือ Gaelic Football ที่มีกติกาของตนเอง และ Hurling) ในวันนั้นเป็นเกมระหว่าง Dublin และ Tipperary ฝ่ายอังกฤษบุกเข้าไปกราดยิงผู้คนเสียชีวิตไปทั้งหมด 14 คน เป็นการตอบโต้ที่เจ้าหน้าที่อังกฤษถูกฆ่าตายไปเหมือนกันในวันเดียวกันนั้นเอง

 

ที่ Croke Park หนึ่งในผู้เสียชีวิต คือกัปตันทีม Tipperary ชื่อ Michael Hogan ภายหลังจึงมีอัฒจรรย์ชื่อ Hogan ไว้เป็นที่ระลึกถึง

 

เมื่อถึง พ.ศ. 2550 เป็นครั้งแรกที่ทีมรักบี้อังกฤษ จะเดินทางมาแข่งกับไอร์แลนด์ เกิดกระแสวิจารณ์และต่อต้านในวงกว้าง เพราะจะเป็นครั้งแรกด้วยที่เพลงชาติอังกฤษจะถูกนำมาร้องที่สนามนี้ ในวันนั้นเหตุการณ์ตึงเครียด มีการเตรียมการรักษาความปลอดภัยเต็มที่ แต่ก็ผ่านไปด้วยดี ไอริชให้เกียรติ God Save The Queen เพลงชาติของอังกฤษด้วยความสงบ แล้วไปเอาชนะในเกมจนอังกฤษแพ้หลุดรุ่ย

 

การต่อสู้ที่ยาวนานของคนไอริช สูญเสียชีวิตไปมากมายเพื่อแลกกับอิสรภาพของชาติ บริเวณพื้นที่แห่งการต่อสู้ของช่วงปีเหล่านั้นโดยเฉพาะคราว Easter Rising จึงถูกจัดสร้างขึ้นมาเป็นอนุสรณ์สถาน เรียกว่า Garden of Remembrance

 

สำหรับอีกฟากของ Irish sea ย้อนกลับไปหนึ่งร้อยปีพอดี การเสด็จเยือนไอร์แลนด์ของ George V ใน พ.ศ. 2454 เป็นครั้งสุดท้ายที่ราชวงศ์อังกฤษเยือนไอร์แลนด์ ทั้งที่การเสด็จเยือนครั้งนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น คนไอริชถวายการต้อนรับอย่างเต็มใจจน George V และ Queen Mary ทรงประทับใจ

 

ในรัชสมัยปัจจุบันของ Elizabeth II ทรงเสด็จเยือนนานาประเทศมาแล้วเป็นจำนวน 129 แห่งทั่วโลกยกเว้นไอร์แลนด์ การตอบรับคำเชิญเสด็จเยือนไอร์แลนด์อย่างเป็นทางการ เป็นประเทศที่ 130 ของพระองค์ท่าน ตั้งแต่วันที่ 17 – 20 พฤษภาคม นี้ จึงเป็นก้าวสำคัญสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษและไอร์แลนด์

 

การสำรวจของคนไอริชกว่า 40% ไม่ต้องการให้มีการเสด็จเยือนครั้งนี้

 

 

ประเด็นที่ไม่อยากเชิญเสด็จก็มีเรื่องการถวายความปลอดภัยซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก และรัฐบาลได้วางมาตรการเข้มงวดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่สิ่งที่ผู้คนรู้สึก คือ จะเป็นการเปิดแผลร้าวใจในสิ่งที่เคยถูกอังกฤษกระทำไว้เพื่ออะไรกัน แต่คนที่กราบบังคมทูลเชิญเสด็จ คือ ประธานาธิบดี Mary McAleese ของไอร์แลนด์ คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องล้างความรู้สึกเก่าและก้าวต่อไป

 

เดอะควีน ทรงตอบรับคำเชิญเสด็จไปทุกที่ ที่รัฐบาลไอร์แลนด์เสนอมา

 

 

แม้จะไม่ทรงอยู่ในฐานะที่จะสามารถตรัสขอโทษเรื่องราวในประวัติศาสตร์ได้เลย แต่พระราชกรณียกิจที่ทรงปฏิบัติในระยะเวลาสี่วันนั้น จับใจคนไอริชอย่างยิ่ง

 

 

เดอะควีนทรงแสดงว่าตั้งพระทัยในการเสด็จเยือนครั้งนี้ แม้ในเรื่องปลีกย่อยอย่างฉลองพระองค์สีเขียวในวันแรก และฉลองพระองค์ในวันที่รัฐบาลถวายการเลี้ยงรับรอง ประดับประดาไปด้วย Shamrocks ที่ปักด้วยมือกว่า 2000 ชิ้น และเข็มกลัดคริสตัลรูป Harp (พิณ) สองสัญลักษณ์ของชาติไอร์แลนด์

 

 

ภาพการเสด็จวางพวงมาลาที่ Garden of Remembrance และการประทับนิ่งอยู่ที่ Hogan Stand ภายในสนามกีฬา Croke Park ช่วงหนึ่ง ทำให้ไอริชสูงวัยจำนวนมากน้ำตาซึม

 

การมีพระราชดำรัสในงานเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการ ด้วยการกล่าวขึ้นต้นเป็นภาษาไอริช ทำให้แม้กระทั่ง President Mary McAleese อ้าปากค้างและออกอุทาน ‘Wow’ ถึงสองครั้ง Mark Simpson ผู้สื่อข่าวของ BBC ประจำไอร์แลนด์ สรุปไว้น่าฟังว่า พระราชดำรัสของเดอะควีน ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งชะล้าง the ghosts of the past อดีตที่หลอนคนทั้งชาติเอาไว้ได้อย่างดี แต่ยังจะเป็น The Queen’s Speech ที่สำคัญยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของไอร์แลนด์

 

Pat O’Connell คนขายปลาในตลาดสดที่ Cork มีโอกาสสนทนากับเดอะควีนอยู่พักใหญ่ พูดประสาชาวบ้านไว้น่าฟังว่า การเสด็จเยือนของเดอะควีนครั้งนี้ประสบความสำเร็จมาก 99.99% ของคนไอริชตื่นเต้นอย่างที่สุด

 

O’Connell ตบท้ายสไตล์ไอริชว่า ‘The woman has just shown such dignity, such grace…’

 

ก้าวพระบาทที่เสด็จลงบนแผ่นดินไอร์แลนด์ในครั้งนี้ จึงดึงคนสองแผ่นดินเข้ามาใกล้กันได้สนิทใจอย่างแท้จริง ...


…………………………………………..

Reference: ทุกสำนักข่าว และ BBC, The Telgraph, The Guardian / ภาพจากสำนักข่าวตามที่ระบุ / Shamrock คือ three-leafed clover เป็น National emblem of Ireland.



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 24/05/2011 เวลา : 07.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

ควีนอลิซาเบ็ททรงสง่างามและน่ารักมากจริงจริงเลยค่ะ อุ๋มชอบท่านมากมากเลย ปล.ได้มีโอกาสให้คุณจาก Funchal ดู Funchal ผ่านบล็อกหรือยังคะ ฝากบอกด้วยค่ะว่า เกาะเขาสวยมากกกกกก ประทับใจมากกกกค่ะ อ้อ เขามีผลไม้อะไรไม่ทราบเราซื้อนึกว่าเป็นกล้วยนะคข แต่ข้างในเหมือน passion fruit ค่ะ แปลกดี

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
SW19 วันที่ : 23/05/2011 เวลา : 23.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

...ไม่เหมือน "คิง ของไทย" ที่พระองค์สด็จไปในทุกๆ ที่ เพราะ "ทุกๆ ที่เป็นแผ่นดินของพระองค์-และทุกข์ของราษฎร์คือทุกข์ของพระองค์"
....
....
....

จริงอย่างที่สุดแล้วเรื่องในหลวงของเรา


..ผมไม่เคยทราบมาก่อนว่า พระองค์ไม่ค่อยเสด็จไปไอรแลนด์..

....
....


คุณ NN1234

เพราะฉะนั้นจึงเป็นเหตุให้คิดว่าวาระโอกาสนี้พิเศษ และ 'ขลัง'
โดยเฉพาะเมื่อเราติดตามมาอย่างใจหายใจคว่ำคราว God Save The Queen มีโอกาสไปร้องกันที่ Croke Park

เรื่องของ Ireland และ Northern Ireland ยังสร้างความกระอักกระอ่วนที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังอีก เมื่อคนเชื้อชาติเดียวกันต้องเลือกที่จะเป็นตัวแทนชาติใดดีกว่ากัน

จะเป็น 'ไอริช' หรือ 'บริทิช'?

โปรดติดตาม...

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
NN1234 วันที่ : 23/05/2011 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

อ่านแล้วทำให้เข้าใจได้หลายอย่าง...
อย่างหนึ่งคือ การดำรงอยู่ของขบวนการ IRA
การสนับสนุนกองกำลังลับๆ แบบนี้มีอยู่ดาษดื่นในโลก (แม้กระทั่งบ้านเราเองก็ตามที)

ผมไม่เคยทราบมาก่อนว่า พระองค์ไม่ค่อยเสด็จไปไอรแลนด์ ทั้งที่พระองค์เป็น "ควีน ออฟ เกรท บริเต็น"
ไม่เหมือน "คิง ของไทย" ที่พระองค์สด็จไปในทุกๆ ที่ เพราะ "ทุกๆ ที่เป็นแผ่นดินของพระองค์-และทุกข์ของราษฎร์คือทุกข์ของพระองค์"

การเสด็จเยือนไอร์แลนด์ครั้งนี้จึงได้แง่คิดหลายประการ ธรรมเนียมปฏิบัติที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แม้เราจะเป็นประเทศที่มีกษัตริย์เช่นเดียวกันก็ตาม......?

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
BlueHill วันที่ : 23/05/2011 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผมเอาใจช่วยไอริชมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

แม้กระทั่งฟุตบอล ผมก็เชียร์ยักษ์เขียว

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
SW19 วันที่ : 23/05/2011 เวลา : 21.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19


คุณแม่มดเชื่อหรือไม่ว่า ในบางช่วงบินจากลอนดอนไปกลับดับลิน คือ 19.99pounds รวมภาษีทุกอย่างแล้ว

ความที่บ้าน SW19 รักพวก Celtic โดยเฉพาะไอร์แลนด์สุดขีด เลยละล้าละลังในการเขียนถึงอยู่นาน

แถมคนบ้านนี้เชียร์รักบี้ทีมชาติคนละทีม
คนหนึ่งเป็นมังกรสีแดง ก็จะอยากแต่จะข้ามแม่น้ำ Severn ไป Wales
อีกคนเป็นไอริชก็คิดถึงแต่ Liffey ปันใจกันไม่ออก
คนมีน้ำใจมากล้นเหมือนแม่น้ำ

เราเคยไปสำรวจบริเวณรอบสนามกีฬาในเกมใหญ่ที่ไอร์แลนด์ก่อนเวลาแข่งว่าควรเอารถ(เช่า) ไปหาที่จอดหรือไปรถเมล์ดี(เพราะมันเลิกดึก) มีคนกวักมือหยอยอยู่ไกลๆ เราก็ตกใจว่าคงไล่แน่ ปรากฏว่า คุณคนนั้นบอกว่ามานี่เลย จอดที่หน้าบ้านชั้นนี่หล่ะ แล้วบอกทางว่าเดินห้านาทีก็ถึงสนามกีฬา

คนใจดีอย่างนี้เป็นปกติ เลยให้ความมั่นใจได้ว่า แล้วคุณแม่มดจะชอบไอร์แลนด์

แต่ทั้งสองประเทศนี้ก็น่ารักไม่แพ้สกอตแลนด์นะคะ/ครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
SW19 วันที่ : 23/05/2011 เวลา : 21.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19


คุณพาจรเป็นคอเดียวกันกับเราเลย โดยเฉพาะ The Corrs
แต่มีอีกวงที่อยากให้ฟัง โดยเฉพาะเพลงนี้
http://www.youtube.com/watch?v=NrAwK9juhhY

เพลงนี้สะท้อนชีวิตพวกไอริชอพยพไปอยู่ New York กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของคริสมัสที่อังกฤษ คือถ้าไม่ได้ยินเพลงนี้ แปลว่าไม่ได้อยู่ที่อังกฤษช่วงนั้นแน่ Shane MacGowan นั้นคาแรคเตอร์ไอริชของแท้ คือ เมาได้ตลอด และแทบไม่เหลือฟันในปากแล้ว แต่เขาเจ๋งจริง และสำหรับหนัง อย่าลืมเรื่อง Once อีกเรื่อง อันนี้สะท้อนชีวิต Gaelic และความเรียบง่ายของคนไอริชได้อย่างที่สุด ไอร์แลนด์น่าเที่ยว คนใจดี จริงใจ มีความเป็นศิลปินสูง (พยายามเลี่ยงคำว่า “ศิลปิน” มาตลอด ตั้งแต่พวกค่ายเพลงอย่างแกรมมี่ เรียกคนแค่ร้องเพลงได้ว่าศิลปิน) ซึ่งก็คงสะท้อนให้เราเห็นและชอบในเพลงของเขาแหละ คนไอริชกินคล้ายคนไทยด้วยหนึ่งอย่าง คือกุ้งทอดกระเทียม ไม่เหมือนเสียทีเดียวแต่ไม่ต่างมาก

เคยผ่านตาว่าไอริชคอฟฟี่ไม่ยากขนาดนั้น มันเกิดเพราะไฟลท์ดีเลย์ที่สนามบินในเมืองเล็กๆ ชื่อ Foynes สนามบินจิ๋วนิดเดียวแต่สมัยก่อนที่นี่เป็นจุดที่ดีที่สุดที่บินไปอเมริกาได้ ประสาไอริชก็เลยชงกาแฟเติมเหล้าแจก

ถ้ามีโอกาสคงได้เห็น Monley Malone สักวัน

ดีใจและขอบคุณที่คุณพาจรแวะมาเยี่ยม..ครับ/ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 23/05/2011 เวลา : 19.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ไอร์แลนด์เป็นประเทศหนึ่งที่แม่มดวางแผนไว้ว่าจะแวะไป (เหมือนสก็อตแลนด์)
เคยไปเวลส์มา 2 อาทิตย์ หลงรักผู้คนที่นั่นไปเลย และรู้สึกหงุดหงิดเวลาได้ยินคนอังกฤษพูดถึงเวลส์แบบไม่น่าฟัง
อ่านบทความนี้แล้วเดาว่าคงจะชอบไอร์แลนด์ได้เหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 23/05/2011 เวลา : 19.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

ชอบหนังและเสียงเพลงจากไอซ์แลนด์ครับ เพลงจาหนัง The Commitment เยี่ยมสุดๆโดยเฉพาะเพลง Mustang Sally ....หนัง Johnny Ellis หนัง In the name of father
ส่วนเพลงนั้นชอบมากๆ ไล่มาตั้งแต่ Van Morrison เจ้าของเพลงที่คนไทยรู้จักแต่ไม่รู้ใครร้องก่อน Rod Steward ให้ตายสิ...Have i tole you lately.....Dixie Midnight Runner......U2 โบโน นักร้องนำเป็นนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยตัวยง เขาแต่งเพลง Walk on ให้กับ อองซาน ซู คยี ละเพลงได้รับรางวัลแกรมมี่.....Seneat O Cornner เป็นนักร้องสกินเฮดที่สวยที่สุดในโลก ผมชอบเสียงเธอมาก.....Doroles Doriolan เชื่อว่าคนไทยหลายแสนคนเคยฟังเพลงของเธอ เธอคือนักร้องนำของวง cranberie เพลง Zombie....ไง ....วงที่เป็นแฟชั่นสุดๆ คือ The Corr ที่มี พี่น้อง ๓ สาว ๑ ชาย.....หรือนักร้องสาวสวยมาดเท่ ไม่เหมือนใครเธอคือ Bjork
เหล่านี้ล้วนเป็นมรดกตกทอดมาจากไอซ์แลนด์ทั้งสิ้น หลายปีดีดักที่หากาแฟไอริสทานยาก เพราะมีกรรมวิธีมากมายเหลือเกิน...ผับที่ชอบที่สุดที่ป่าตองคือ Monley Malone Iris Pub.....ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
SW19 วันที่ : 23/05/2011 เวลา : 18.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ Hayyana

All is forgiven?

ตอบยากอยู่นะ
คนอังกฤษทำเอาไว้แยะ โหดเข้าขั้น
แต่เมื่อเข้าสู่ยุคที่ต่างออกไป อังกฤษก็พยายามมากมาย
โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่มีแม้ความช่วยเหลือส่วนตัว
นอกเหนือจากส่วนรวม (EU)

และอย่างน้อยได้เริ่มอีกก้าวอย่างนี้
น่าจะดี / ได้มากกว่าเสีย



คุณสยุมพร

ขอบคุณสำหรับความเห็นที่เป็น/และสร้างความรู้สึกที่ Positive มากมาย


George V (ปู่ของ Elizabeth II) ท่านก็พยายามแล้ว
แต่ตอนนั้นภาวะช่วงสงครามโลกและมีตัวแปรที่เข้ามาแทรกแซงเป็นช่วงๆ
เรื่องถึงยืดเยื้อมาช้านาน

The Queen ท่านก็พยายาม เพราะหลายเรื่องเป็น post fact
ความคิด และการปฏิบัติก็เปลี่ยนแปลง
จึงถึงเวลาก้าวต่อไปแล้ว


Obama ให้สัมภาษณ์รายการที่นี่เมื่อวันอาทิตย์
พูดได้ดีว่า การใช้กำลังและการต่อสู้กับ Al Qaeda อย่างเดียว ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น ถ้าไม่มีพยายามใช้การเจรจาเข้ามาร่วมด้วย

ถ้าทำได้จริงตามที่พูด
การตัดตอนวงจรของการฆ่าฟัน
และตัดกรรม คงมีทางเกิดขึ้น

...................
...................
...................




ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สยุมพร วันที่ : 23/05/2011 เวลา : 13.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ooddee

ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
สำหรับเรื่องราวดี ๆ
ที่ทำให้คนไทยสูงวัย
น้ำตาซึมไปด้วย

หวังว่าการเสด็จเยือน
ไอร์แลนด์ครั้งนี้
ของเดอะควีน
จะช่วยรักษาบาดแผล
ในใจของชาวไอริช
ให้หมดสิ้นไป
และเริ่มต้นสานมิตรภาพ
ที่ดีต่อกันใหม่

นี่คือตัวอย่างที่ดีของ
การขออภัยและให้อภัย
ที่เดอะควีน ในนามของคนอังกฤษ
และชาวไอริช
แสดงให้ชาวโลกรับรู้

ขอชื่นชม
ด้วยโหวต นะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
hayyana วันที่ : 23/05/2011 เวลา : 08.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

เพิ่งดูข่าวควีนไปเยี่ยมเหมือนกันครับ เขาเขียนว่า All Is Forgiven?

นึกถึง U2 Sunday Bloody Sunday

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน