*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 266306
  • จำนวนผู้โหวต : 247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
Oh What A Night

เพลงจาก Jersey Boys,West End, London

View All
<< มิถุนายน 2011 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 10 มิถุนายน 2554
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 4096 , 05:11:13 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน สยุมพร , thetwit และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

เคยมีคำเปรียบเปรยให้ยอกใจว่า หาก Paris is a city of love. แล้วนั้น

London is a city of lust.  

สองมหานครใหญ่ ที่นับเป็นเมืองหลวงหลักคู่กันของยุโรป มีความใกล้ชิดและคล้ายคลึงกันหลายอย่าง ผู้คนสองฝั่งข้องแวะกันอย่างคุ้นเคย แต่เวลาเดียวกันก็ต่างบุคลิกกันชัดเจน

ในความสัมพันธ์อันเนิ่นนานนั้น มีทั้งกระทบกระทั่ง รบกันเอง ปรองดองกันเป็นช่วง ทว่าชิงไหวชิงพริบกันในที เมื่อฝรั่งเศสเข้าสู่ French Revolution อังกฤษก็เอาเวลาไปสร้างความยิ่งใหญ่ทางทะเล เมื่อฝรั่งเศสจบการปฏิวัติยังไม่หายช้ำก็เข้าสู่ Napoleonic War ที่สุดท้ายมาแพ้ทัพของ Duke of Wellington แห่งอังกฤษยับเยินที่ Battle of Waterloo - ศึกครั้งสุดท้ายที่อังกฤษและฝรั่งเศสรบกันเอง

 

ช่วงที่อังกฤษใกล้เข้าสู่ความรุ่งเรืองของยุควิคทอเรียนนั้น ฝรั่งเศสต้องเจอปฏิวัติ July Revolution อีกครั้ง และเมื่อ Napoleon องค์สุดท้ายของฝรั่งเศสถูกโค่นลง ก็อพยพราชวงศ์ที่หลงเหลือมาอาศัยแผ่นดินอังกฤษรัชสมัยของควีนวิทอเรียเป็นที่ลี้ภัย

  

Bertie ชื่อที่ประชาชนคุ้นเคยของพระราชโอรสองค์โตของควีนวิคทอเรียนั้น เป็นพริ้นซ์เจ้าสำราญและโปรดปารีสมากพอกับที่ถูกปารีเซียงหลงรัก การเสด็จไปสังสรรค์ของ Bertie ช่วยทำให้กรุงปารีสดู ‘Grand’ และแต้มสีสันให้สังคมในยามที่ฝรั่งเศสหมดยุคของราชวงศ์ Bourbons ไปแล้ว

เมื่อ Bertie ขึ้นครองราชย์เป็น Edward VII ไม่นานก็มีการลงนามในข้อตกลง Entente cordiale (1904) แปลตรงตัวคือ cordial agreement ที่มาผูกไมตรีกัน เป็นการยุติข้อขัดแย้งเกือบพันปีระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศส

ในยุคปัจจุบัน ประธานาธิบดี Nicolas Sarkozy ตั้งเป้าขยายถึงขั้น Entente Amicale คือ ขยับความสัมพันธ์ให้แนบแน่นเป็นมิตรรัก การข้ามไปมาของคนสองฟากช่องแคบ English Channel เป็นเรื่องแสนสะดวก แม้กระทั่งเส้นทางจากลอนดอนสู่ปารีส

 

ที่ปารีส The Seine ไหลเรื่อย ชวนให้คิดถึง River Thames ซึ่งแบ่งเมืองเป็นสองฝั่งเฉกเช่นเดียวกัน จะต่างก็แค่การเรียกแต่ละด้านของแม่น้ำเซนน์ ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์แทนลักษณะชีวิตที่เคลื่อนไหวในฝั่งซ้ายและขวา

 

 

การแบ่งฝั่งนั้น ดูตามกระแสน้ำที่ไหลลงสู่ปากแม่น้ำ แม่น้ำเซนน์ไหลลงสู่ทิศตะวันตก ด้านใต้ของแม่น้ำ (South bank) เรียกว่าฝั่งซ้าย ด้านเหนือก็เป็นฝั่งขวา (Right bank)

 

Rive Gauche (รีฟ โกจช์*) นั้นไม่เพียงแปลว่า Left Bank แต่มีความนัยแฝงถึงปารีสสมัยก่อน ที่เป็นแหล่งสถิตย์ของเหล่านักคิด นักเขียน ศิลปิน ที่ค่อยๆ คืบมารวมตัวจนเกิดเป็น Artistic community ในฝั่งซ้ายของเดอะเซนน์ ... สร้างบรรยากาศของ Bohemianism ที่หล่อเลี้ยงและจุดประกายสร้างสรรให้งานศิลปะแขนงต่างๆ

บรรยากาศ Bohemian style นั้น รับรู้ได้จากประสาทสัมผัสทุกส่วนไม่เพียงแค่สายตา ท่ามกลางลมแม่น้ำโชยยามอุ่นสบาย หรือความเย็นเยือกกลางสายหมอกในช่วงหนาว แทรกระหว่างบทสนทนาด้วยกาแฟเข้ม และควันบุหรี่ที่ของแท้ต้องเป็น Gitanes หรือ Gauloises **   

ตามความหมายแล้ว Bohemianism คือวิถีชีวิตที่ไม่เป็นรูปแบบสามัญ ปรากฏในยุโรปมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ชีวิตที่ดำเนินเข้าข่ายเป็น Bohemian มักข้องแวะกับดนตรี ศิลปะ การอ่านเขียน มี Free spirit ที่จะร่อนเร่ และเดินทางเผชิญโลก มีความเห็นต่างเรื่องการเมืองและสังคม

ในฝรั่งเศส คนแบบโบฮีเมียน เกิดจากการที่ศิลปินไปอาศัยอยู่ในแหล่งของพวกยิปซี หรือชาวรอมมานี่ (Romani) ซึ่งเข้าสู่ยุโรปผ่านบริเวณ Bohemia  

ที่รีฟโกจช์ ชุมชนใหญ่ของศิลปินอยู่ที่บริเวณ Montparnasse

มงท์ปาห์นาซเป็นถิ่น ‘คนคิด’ ทุกคนมีอิสระที่จะแสดง (express) ตัวเองออกมา จะคิดเป็นภาพ เป็นตัวหนังสือ หรือเป็นเพลงก็แล้วแต่ ไม่มีอะไรที่ดี เลวแม้จะเห็นต่างกัน เมื่อบุคลิกนี้ของสถานที่เริ่มเป็นที่รู้จัก จึงดึงดูดให้คนชอบคิด มีที่มานั่ง ‘ถก’ กัน

Montparnasse เริ่มเฟื่องฟูมาตั้งแต่ราวต้นศตวรรษที่แล้วจนถึงช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ในฐานะของแหล่งรวมมันสมองทางความคิดและศิลปะ ที่ส่วนมากมาถึงมงท์ปาห์นาซแบบถังแตก มองหาห้องพักที่ถูกที่สุด น้ำไม่ต้องไหล เครื่องทำความร้อนไม่มี ชื้นอับ มีหนูเป็นของแถมให้เลี้ยง

เขาเหล่านั้นมีทั้งนักวาด นักปั้น นักกลอน นักเขียน และนักประพันธ์เพลงจากทั่วโลก ที่มีชื่อก้องโลกในวันนี้ รวมตัวสมาคมกันตามคาเฟ่และบาร์ที่มีอยู่ดาษดื่น

แต่ที่เด่นชื่อ Café de la Rotonde ที่เจ้าของมีใจเอื้อเฟื้อเป็นพิเศษ การนั่งเสวนาบ่มเพาะความคิดกันทั้งวันคิดค่ากาแฟเพียงไม่กี่ซองตีม (100 Centimes = 1 Franc) คุยกันจนหลับคาโต๊ะก็ไม่ปลุก ทะเลาะกันจนมีเรื่อง - ซึ่งมีบ่อย จากประเด็นที่ถกกันหรือเมาก็แล้วแต่ ก็ไม่เคยเรียกตำรวจ ที่สำคัญ หากไม่มีเงินจ่ายก็ให้ทิ้งรูปเขียนติดกำแพงไว้แทน มีเงินก็มาเอากลับไป

ช่วงจอแจของมงท์ปาห์นาซมาเริ่มเอาราว พ.ศ. 2453 มีแกนหลักอย่างเช่น Zola, Manet, France, Degas, Fauré ไปจนถึง Pablo Picasso, Arthur Rimbaud, Paul Verlaine, Henri Matisse, Jean-Paul Sartre, Amedeo Modigliani, Salvador Dalí, Edgar Degas, Samuel Beckett

วงโคจรของอัจฉริยะเหล่านี้ ก่อให้เกิดงานอย่างที่ครั้งหนึ่ง Sergei Diaghilev รัสเซียนผู้โด่งดังเรื่องการแสดงบัลเล่ท์เชื้อชวน Jean Cocteau เขียนบทประพันธ์มาประลองกันเสียหน่อย ได้ผลงานมาเป็นเรื่อง ‘Parade’ ที่ Diaghilev อำนวยการผลิต ได้ Picasso เป็นผู้ออกแบบ และ Erik Satie ทำดนตรี...ซึ่งสังคมดนตรีที่มงท์ปาห์นาซไม่เคยด้อยอยู่แล้ว

 

สิบปีให้หลังพวกอเมริกันจึงเข้ามามาก อย่าง Henry Miller, Peggy Guggenheim, Edith Wharton และ Robert McAlmon, Maria & Eugene Jolas ที่เข้ามาพิมพ์แมกกาซีน Transition ที่ปารีส  

 

ส่วน Harry Crosby กับภรรยา Caresse มาตั้ง Black Sun Press (1927) เพื่อพิมพ์ผลงานคนที่กำลังจะดังอย่าง D. H. Lawrence, Archibald MacLeish, James Joyce, Kay Boyle, Hart Crane, Ernest Hemingway, William Faulkner รวมทั้ง Man Ray ที่มาเริ่มต้นชีวิตช่างภาพที่นี่ด้วย

ขณะที่บรรยากาศของมงท์ปาห์นาซเป็นไปในทางศิลปะและวรรณกรรมที่อิสระในสไตล์โบฮีเมียน ก็ยังเป็นที่หลบภัยที่อบอุ่นสำหรับ ‘คนการเมือง’ อย่าง Vladimir Lenin, Leon Trotsky, Porfirio Diaz และ Simon Petlyura ด้วย

เมื่อเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่สอง ทุกอย่างแตกกระจายไปคนละทิศ ยากที่จะหวนกลับมาสู่สมัยรุ่งเรืองสนุกสนานให้คนรุ่นหลังได้เห็นอย่างแต่เก่าก่อน

แต่ความใกล้ชิดระหว่างคนกันเองรุ่นนั้น ไม่ได้หายไปไหน เพียงแค่ย้ายไปอีกมุม

Cimetière du Montparnasse เป็นสถานที่รวมตัวสุดท้ายในบริเวณมงท์ปาห์นาซนั่นเอง สุสานแห่งนี้ก่อตั้งมาราวช่วง พ.ศ. 2343 สมัย Napoleon (คนไหนไม่ระบุ) เป็นสุสานหลักสำหรับคนรีฟโกจช์ หลายคนที่ระดับชาติมากอย่าง Voltaire, Rousseau, Victor Hugo และ Émile Zola ก็ถูกเชิญไปฝังที่ Panthéon แต่ก๊วนอาร์ทิสดั้งเดิมส่วนใหญ่ของมงท์ปาห์นาซจะมีที่พำนักถาวรที่สุสานแห่งนี้

 

ณ สุสานที่มีต้นไม้รายล้อมเขียวขจีนี้ แบ่งพื้นที่เป็นตารางมีถนนตัดผ่านเป็นระเบียบ สำหรับที่ฝังศพประมาณ 35,000 จุด ของผู้จากไปถึงกว่า 300,000 คน หลายจุดเป็นที่ฝังศพของครอบครัวที่นำทุกคนมารวมกันไว้อีกครั้ง  

 

คนรุ่นหลังที่สนใจร่องรอย และย้อนระลึกถึงผู้สร้างตำนานแห่งศิลปะ การแสดง และวรรณกรรมเมื่อร้อยปีที่แล้ว จึงสัมผัสกับแหล่งสุดท้ายของบุคคลเหล่านั้น ได้ที่นี่...

 

 

เมื่อแม่น้ำเซนน์แบ่งปารีสออกเป็นสอง จึงมีสะพานเชื่อมสองฝั่งเข้าไว้ด้วยกันมากมายถึงประมาณ 37 แห่ง แต่ละแห่งมีความเป็นปารีสในมุมที่ต่างกันไป

Pont des Arts เป็นสะพานที่เชื่อมสองฝั่งแม่น้ำเซนน์ช่วง Musée du Louvre และ Institut de France เริ่มสร้างมาตั้งแต่พ.ศ.2345 มีจุดเด่นของวัสดุก่อสร้างเป็นโลหะแห่งแรกในปารีส ที่ Napoleon Bonaparte ไปเอาแบบมาจากของอังกฤษ Pont หรือ สะพานแห่งนี้ถูกเรือชนบ้าง ชำรุดเสียหายไปจากระเบิดในสมัยสงครามโลกทั้งสองครั้ง จึงมีการปรับปรุงใหม่เมื่อราว พ.ศ. 2524 นี่เอง จากนั้นมา สะพานนี้ก็มีหน้าที่เพิ่มเป็นสถานที่จัดแสดงงานศิลปะ และเป็นมุมโปรดของช่างภาพ นักเขียน ใช้เก็บบรรยากาศริมแม่น้ำเซนน์ ซึ่งสวยถึงขึ้นปรากฏในภาพยนตร์ของฝรั่งเศส ชื่อ Le Pont des Arts ด้วย

 

ทัศนียภาพของสองฟากที่ด้านหนึ่งเป็น The Louvre น่าจะยืนยันความงดงามของปารีสได้มากพอแล้ว แต่บรรยากาศและความโรแมนติกของบริเวณนี้คงมีอิทธิพลเกินกว่านั้น ตั้งแต่ พ.ศ. 2551 จึงเกิดปรากฏการณ์ที่คู่รักต่างนำ padlock มาคล้องไว้ที่นี่ โดยธรรมเนียมที่ครบถ้วน ล็อคแล้วต้องโยนกุญแจทิ้งลงแม่น้ำ

 

 

กำเนิดของกุญแจคล้องใจนี้ว่ากันว่าเริ่มจากอิทาเลี่ยน เอาอย่างนิยายของ Frederico Moccia ที่คู่พระนางใช้ล็อคที่สลักชื่อกันคล้องไว้กับเสาไฟฟ้าบนสะพาน Ponte Milvio เมื่อจูบลากุญแจแล้วก็ขว้างลงแม่น้ำ Tiber

รัสเซียนอ้างว่าทำมาก่อนที่ Luzhkov Bridge ขณะที่ Brussels หรือ Kiev ก็มี และที่ขาดไม่ได้ย่อมต้องเป็นบ้านเกิดของ Romeo & Juliet ที่สะพาน Ponte Pietra (Venice)

 

แต่ถ้าดูจำนวน ‘Love locks’ ที่มีมากกว่า 2,000 และมากขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นเหตุให้ทางการหาวิธีปลดทิ้ง คงต้องยกให้ Pont des Arts เป็นสะพานยอดนิยมที่สุด

และสมควรให้ปารีสครองตำแหน่ง City of Love อย่างเต็มภาคภูมิ

............................................................................

Reference/หมายเหตุ

*ภาษาฝรั่งเศสที่ได้มาไม่ผ่านภาษาไทย จึงสะกดเพียงตามคำอ่าน แต่คงไม่ถูกต้องตามธรรมเนียมการใช้พยัญชนะที่พบทั่วไป ทั้งคำนี้และคำอื่นที่กำกับคำอ่านภาษาไทยไว้

**โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน บุหรี่ไม่ได้สร้างศิลปิน แต่บุหรี่ จิตาน และ โกวลูวาซ คือส่วนประกอบของวัฒนธรรมและบรรยากาศยุคสมัยนั้น เหมือนกับที่ James Bond ตามบทประพันธ์ต้องสูบบุหรี่ Egyptian Oval ที่ซื้อจาก Burlington Arcade บนถนน Piccadilly ที่ลอนดอนเท่านั้น

สำหรับการสูบบุหรี่ Gauloises ในระหว่างสงครามโลกทั้งสองครั้งนั้น ยังเปรียบเสมือนการแสดงออกถึงความรักชาติ (Patriotic) และความผูกพันธ์ในความเป็นฝรั่งเศส

***ใครเป็นใครที่ Montparnasse Cemetery: Cimetiere Montparnasse 

ขอบคุณ เรื่องของคุณมะอึก มา ณ ที่นี้ ที่ทำให้เพลงเล่นได้เองสำเร็จคราวนี้ (หวังว่า)



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 15/06/2011 เวลา : 10.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

ขึ้นเครื่องกลับมาเมื่อไหร่ ต้องแวะไปลองลิ้มชิมรส ชมสถานที่เขาดูหน่อยนะคะ ที่เขาสวยจริงๆ ค่ะ ตอนนั่งเรือไปก้อโรแมนติคมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
สยุมพร วันที่ : 12/06/2011 เวลา : 21.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ooddee

ขอโทษด้วยค่ะ
ที่ต้วมเตี้ยมเข้ามาอ่านช้าหน่อย
แค่ได้ฟังเพลงก็ กรี๊ด แล้วค่ะ
ถูกใจมากมาย
ฟังเพลงไป ละเลียดอ่านไป
สุขใจเหลือเกินค่ะ
คิดถึงปารีส เหลือหลาย
หลงรักยุโรป หมดหัวใจ
คงต้องอ่านหลาย ๆ รอบ
ให้สมใจอยากเลยนะคะ
โหวต ทุกอย่างเลยค่ะ
ขอบคุณ ขอบคุณ และ ขอบคุณ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สยุมพร วันที่ : 12/06/2011 เวลา : 21.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ooddee

ขอโทษด้วยค่ะ
ที่ต้วมเตี้ยมเข้ามาอ่านช้าหน่อย
แค่ได้ฟังเพลงก็ กรี๊ด แล้วค่ะ
ถูกใจมากมาย
ฟังเพลงไป ละเลียดอ่านไป
สุขใจเหลือเกินค่ะ
คิดถึงปารีส เหลือหลาย
หลงรักยุโรป หมดหัวใจ
คงต้องอ่านหลาย ๆ รอบ
ให้สมใจอยากเลยนะคะ
โหวต ทุกอย่างเลยค่ะ
ขอบคุณ ขอบคุณ และ ขอบคุณ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
NN1234 วันที่ : 11/06/2011 เวลา : 22.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ขอบคุณมากครับที่อุตส่าห์ไปเที่ยวแบบทำการบ้าน(ให้ผมด้วย)
หากแต่....กลับทำให้ผมต้องพลอยทำการบ้านหนักตามไปด้วยหลังอ่านเรื่องในเอนทรี่นี้ของคุณ SW19
.
ก่อนนี้ไม่กี่วัน ผมหยิบวรรณคดีฝรั่งเศสเปิดหายุคสมัยบางห้วง ราวกับว่า กำลังโหยหาใครบางคน
เมื่อดูรูปประกอบ...ฝรั่งเศส(น่าจะ)ยังคงเดิม เช่นเมื่อร้อยสองร้อยปีให้หลัง
"ได้บรรยากาศดินแดนแห่งตักศิลา"ในอดีต ได้กลิ่นน้ำหมึกและชีวิตผู้คน และ Bohemianism เหมือนกำลังดูหนังด้วยฟิล์มนัวร์
ขอบคุณที่พาไปชมหลุมศพของคนดัง พาชมแม่น้ำเซนน์ ...จนอยากไปเดินเสพเสียเอง(แล้วต้องมีไกด์กิตติมศักดิ์ไปด้วย...๕๕๕)

ขอให้มีความสุขในชีวิตคู่และประทับใจในการเที่ยวครั้งนี้ตลอดไปครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 10/06/2011 เวลา : 21.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

แต่สำหรับอุ๋มแล้วทั้งสองเมืองเป็น City of Rest(aurant)ที่อร่อยมากมากทั้งคู่เลยค่ะ Je veux manger en Angleterre et en France ka.

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
hayyana วันที่ : 10/06/2011 เวลา : 19.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

มาฟัง Django จบไปหลายรอบละ แต่เพิ่งอ่านจบ
ชอบสังคมที่ยกย่องนักคิดนักเขียนครับ
ไม่ใช่วันๆตีพิมพ์แต่พวกนักธุรกิจที่ฟันเงินเยอะๆ

ถ้าพูดถึงยาสูบผมนึกถึงเชอร์ล๊อคโฮล์มครับ ต้องเก็บไว้ในรองเท้าแตะเปอร์เซีย

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
แฝดนรก วันที่ : 10/06/2011 เวลา : 19.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nicharda
 เราชื่อ สุ

สวยจัง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 10/06/2011 เวลา : 15.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

วันนี้ กว่าจะโหลดบล็อกนี้มาอ่านได้
ใช้เวลานานเหลือเกิน
เน็ตที่ออฟฟิศ ไม่ค่อยดีนะครับ เป็นมา 3-4 วันแล้ว

เรื่องอ่านเพลิน ได้ความรู้มากมายทีเดียวครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
SW19 วันที่ : 10/06/2011 เวลา : 15.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ความคิดเห็นที่ 1
Supawan:

ปารีส มีอะไรให้ดูอีกมากมายด้วยจริงๆ ครับ/ค่ะ

...........

ความคิดเห็นที่ 2
แม่มดเดือนMarch

เจ้าของบ้านฝ่ายชายเคยทำตัวเป็น Bohemian อยู่หลายปี จึงคิดว่า 'เหล่านี้' คือของต้องเห็นครับ

ส่วนบรรยากาศในการเดินใน Cemetery Montparnasse ให้ความรู้สึกหลายอย่าง โดยเฉพาะเมื่อดูชื่อที่ร่วม tomb เดียวกัน วันเดือนปีที่จากไป เห็นเลยว่าหลายครอบครัวหายไปตอนสงครามโลกทั้งบ้านค่ะ

ความรู้สึกที่ทั้งเศร้าและโรแมนติกรวมกันในที่เดียวกันได้ เป็นเอกลักษณ์ของปารีสนะคะ



.........
ความคิดเห็นที่ 3
khunphai

จะยังมีปารีสตามมาฝากอีกนิดหน่อยเร็วๆ นี้ ครับ/ค่ะ


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
khunphai วันที่ : 10/06/2011 เวลา : 13.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

บ้านเมืองสวยจัง
ชาตินี้คงไม่ได้ไปเที่ยวแต่เมืองไทย
ก็ไม่ค่อยมีตังค์ละ 555

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 10/06/2011 เวลา : 13.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

เจ้าของบ้านช่วยกันทำการบ้านมาดีระดับ AAA เลยค่ะ
ขอบคุณมากมายสำหรับงานเขียนที่จรุงใจและเจริญปัญญา
ดนตรีก็สอดคล้องนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 10/06/2011 เวลา : 07.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

อยากไปปารีส ... มากมาย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน