*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 266494
  • จำนวนผู้โหวต : 247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
Oh What A Night

เพลงจาก Jersey Boys,West End, London

View All
<< สิงหาคม 2011 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม 2554
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 4378 , 05:38:03 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน rosawan , thetwit และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

เมื่อการจลาจลสงบลง เกิดหลายคำถามตามมา คนเหล่านั้นคือใคร อะไรเป็นสาเหตุ และเราจะก้าวไปอย่างไร

 

ในช่วงของความคลุมเครือ เกิดทฤษฎีหลากหลายอันเกี่ยวเนื่องกับพื้นเพ ความเป็น ‘ผู้ดี’ สมญาที่เรียกกันนอกเกาะ ผู้อพยพจากอาณานิคม คนผิวสี ความไร้สมรรถภาพของตำรวจ รัฐบาล จึงเป็นโอกาสให้เราได้ทำความรู้จักกับเรื่องเหล่านี้เพิ่มเติม ... ก่อนที่จะปักใจไปกับข้อสันนิษฐานใดๆ

 

ผลกระทบและปฏิกิริยาจากแต่ละหน่วยของสังคม

 

การสูญเสีย Mark Duggan ชนวนของการประท้วง เป็น post fact ที่เกินการแก้ไข และตกเป็นประเด็นรองเมื่อเทียบกับการจลาจลที่ตามมา ความคลางแคลงในวิธีการสังหารของตำรวจ หรือประเด็นสมาชิกแก๊งของ Duggan อยู่ในขบวนการ Inquiry สอบสวน ที่ข้อเท็จจริงจะปรากฏในเร็ววัน

 

ผู้สูญเสียจากการเผาผลาญที่ข่าวไปไม่ถึงทั่วโลกแต่เป็นผู้เคราะห์ร้ายตัวจริง มีจำนวนมากกว่าภาพที่เห็น ส่วนใหญ่ชั้นบนของอาคารพาณิชย์คือที่อยู่อาศัยของคนทั่วไป ทั้งที่เป็นเจ้าของเองหรือเช่าอยู่ ผู้พักอาศัย 26 ครอบครัวบนตึกแรกที่ถูกเผาที่ Tottenham และอีกหลายครอบครัวที่ต้องหอบลูกเต้าหนีอัคคีภัยจึงกลายเป็นคนไร้บ้านในวันนี้

 

ครอบครัว Reeves ดำเนินกิจการผลิตเฟอร์นิเจอร์มาร้อยกว่าปีเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน Croydon ผ่านสงครามโลกทั้งสองครั้ง ผ่าน The Blitz ที่ลอนดอนถูกถล่มทิ้งระเบิดมาอย่างปลอดภัย ก็มาหมดสิ้นจากเปลวเพลิงคราวนี้

 

แม้ว่าตามกฎหมาย (The Riot Act 1886) เมื่อเกิด Riot จลาจลขึ้น จะเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลและตำรวจในการนำความสงบกลับคืนสู่สังคม ความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติการบกพร่องของตำรวจ รัฐบาลต้องรับผิดชอบชดใช้ แต่เมื่อความสูญเสียที่มีถึงขั้นชีวิต และ ‘บ้าน’ ที่หมายถึงครอบครัวและความทรงจำไม่สามารถชดใช้กันได้ คนจึงประณามผู้ก่อจลาจลอย่างรุนแรง และเรียกร้องคำอธิบายถึงจำนวนตำรวจที่ไม่พอเพียง และหย่อนประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาเบื้องต้น

 

ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ Front line ที่มีโอกาสให้สัมภาษณ์เปิดใจ ย้ำเรื่องการแบ่งระดับหน้าที่ การพกอาวุธ และความต่างระดับการฝึกรับสถานการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในช่วงเริ่มของเหตุการณ์ไม่ใช่หน่วยที่ดูแลเรื่องการจลาจล และไม่พกอาวุธ จึงไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทันท่วงที ส่วนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ไม่เคยต้องพกอาวุธก็เจอการขัดขวาง ขว้างปาอย่างรุนแรง

 

แม้ประชาชนยอมรับและชื่นชมตำรวจที่ปรากฏตัว ว่าปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ

แต่...ผู้เสียหายบอกว่า คนวางเพลิงนั้นมีการวางแผนมาดี ไฟประทุแล้วก็หายหัวหมด ตำรวจที่อยู่ตรงนั้นเพียงแค่กันฝูงชนที่ไม่เกี่ยวข้องออกนอกบริเวณ แต่ก็มีบางจุดที่โวยว่าไม่มีตำรวจมาดูเลย

จากการสำรวจความเห็นประชาชนว่าใครปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง   35% คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่ 71% คิดว่านักการเมือง

 

ก่อนหน้านี้รัฐบาลตัดอัตราจำนวนตำรวจไปแล้วหลายพันนาย แม้จะยังไม่ถึงเป้าที่ตั้งไว้ 20% ก็ควรเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องทบทวนชี้แจง กลับมีนักการเมืองอ้างว่าเหตุการณ์สงบลงเพราะนายกรัฐมนตรีกลับมาบัญชาการเอง ตำรวจจึงตอกกลับว่า ธรรมชาติของการควบคุมเหตุจลาจลนั้นไม่มีทางเกิดผลร้อยเปอร์เซ็นต์ทันที ตำรวจต้องใกล้ชิดสถานการณ์และปรับใช้วิธีการจนกระทั่งเกิดผล

 

ระบบตำรวจของบริเทน (British model) แม้ตำรวจส่วนใหญ่ไม่ได้รับการติดอาวุธ แต่ประชาชนมีสิทธิ์คาดหวังให้ตำรวจรักษาความปลอดภัยและความสงบได้เต็มที่ เพราะสำหรับอาชญากรร้ายแรงนั้นจะมีหน่วยพิเศษ (independent police service) จัดการตามวิธี โดยประกอบกับ Judiciary system (ระบบตุลาการ)  

 

แปลความ คือ ผิด ก็จับ และขึ้นศาล

อย่าแปลกใจที่เห็นตำรวจส่วนใหญ่ตามท้องถนนพกแต่กระบอง และจงเตรียมตัวระวัง (be vigilant) ทันที หากพบตำรวจติดอาวุธออกมาเดินสะพายปืนชี้ลงพื้นเตรียมพร้อม

 

Aftermath บทลงโทษกับ looters, muggers สู่ arsonists และ murderer...จะล้อมคอกกันอย่างไร?

 

คนเกเรก่อเหตุครั้งนี้ ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับตำรวจ จึงไม่สามารถหลบหนีแรงแห่งกฎหมายได้นานนัก ภาพจากกล้อง CCTV ที่มีจำนวนมากในอัตราประมาณหนึ่งกล้องต่อประชาชน 40 คน จึงถูกดึงออกมาเผยแพร่ชัดแจ๋ววันต่อวัน จนวันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม หนึ่งสัปดาห์จากวันแรกของการจลาจล จึงมีการจับกุมแล้ว 2,275 คน ศาลต้องเปิดทำงานในวันเสาร์อาทิตย์ การพิจารณาคดีและตัดสินเกิดขึ้นไปแล้วกว่า 1,000 ราย

 

 

Shop a Looter เป็นแสลงอังกฤษ to shop แปลว่า to get jailed หรือจับขัง แม่บางคนที่มีใจยุติธรรมพอ ก็ร่วมขบวนการ Shop ครั้งนี้ด้วยการลากคอลูกส่งถึงมือตำรวจ  

 

การก่อเหตุที่เกิดขึ้น เริ่มต้นจากเพียงการฉก ชิง วิ่งราว แต่เมื่อเหตุการณ์บานปลาย เกิดเพลิงไหม้ การต่อสู้ป้องกันทรัพย์สินตนเองที่มีผลลัพธ์ถึงชีวิต ข้อหาที่เกิดขึ้นจึงขยายวงออกไปเรื่องการวางเพลิง (Arson) การพยายามฆ่า (Attempted murder) และฆาตกรรม (Murder)

 

 

เมื่อความเสียหายมหาศาล ข้อหาเข้าข่ายโทษร้ายแรง ผู้ต้องสงสัยเป็นที่คุ้นหน้า การตามตัวได้ถึงแหล่งที่อยู่ ซึ่งส่วนมากเป็น Council flat (คล้ายการเคหะแห่งชาติ) และชุมชนคนรายน้อยได้ที่ต้องพึ่งการช่วยเหลือของรัฐบาล รัฐบาลจึงเกิดความคิดหนึ่งขึ้น

 

ตามข้อกำหนด ซึ่งปรากฏในรูปสัญญากับผู้อาศัยใน Council Flat คือ หากสร้างความเดือดร้อนในชุมชนนั้น ถือว่าผู้นั้นละเมิดสัญญาและมีสิทธิ์ถูกขับไล่ออกทันที

 

แปลความได้ว่า ครอบครัวใด ที่ลูกหลานไปก่อเหตุในคราวนี้ จะต้องถูกอัปเปหิออกจากบ้าน

 

ข้อเสนอนี้ ถูกปฏิเสธจาก Council ทั้งหลายว่าเป็นเพียง Knee jerk reaction ของรัฐบาลที่เกิดเส้นกระตุกขึ้นมา ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา

 

เมื่อเริ่มเกิดเหตุ ก็ปรากฏการเปรียบเทียบการจลาจลใน Los Angeles (1992 Rodney King) และปัญหาอาชญากรรมใน New York จนนำมาสู่การแต่งตั้ง Bill Bratton อดีตนายตำรวจอเมริกันที่มีประสบการณ์มาจากสองเมืองนั้น โดย David Cameron ให้เป็นที่ปรึกษาด้านปราบปรามอาชญากรรม

แน่นอนว่า ประชาชนและตำรวจอังกฤษประณามการตัดสินใจนี้เต็มที่ อย่างเป็นเหตุเป็นผลด้วย ตามที่จะเห็นต่อไป

 

แล้วคนพวกนี้เป็นใครกัน?

 

เมื่อเหตุการณ์เริ่มประทุ เกิดนานาทรรศนะเกี่ยวกับที่มาของคนเหล่านี้

คนหลากเชื้อชาติที่สร้าง Multi cultural society ให้เกรทบริเทนนั้นต่างจากที่อื่นในโลก (โดยเฉพาะอเมริกา) แต่ไม่ได้ซับซ้อนลึกซึ้ง หากเข้าใจพื้นฐานของที่มาและตัดความอคติว่าคนดีคนเลวมาจากชาติไหน เพราะคนทั้งสองประเภทนั้นมีทุกชาติ

 

ในเกรทบริเทน คำว่า Asian British หมายถึง อินเดีย ปากีสถาน บังคลาเทศ คนเอเชียนอื่นนั้นรวมเรียกว่า Other Asian และ Chinese คือคนเชื้อสายจีน

 

ส่วนคนผิวสี (Black British) กลุ่มหลักคือ Black Caribbean, Black African ที่มาจาก West Indies, Jamaica โดยธรรมชาติไม่ใช่พวกใช้ความรุนแรง* แม้จะมีกลุ่มที่สร้างปัญหา ก็ไม่อาจสรุปว่าเป็นปัญหาวิกฤติที่ตำรวจเพ่งเล็งเป็นพิเศษ

 

คนอพยพเข้ามาในเกรทบริเทนนั้น ถอยไปได้ถึงพวกฝรั่งเศสลี้ภัยศาสนา (Huguenots) ในศตวรรษที่ 16 และ 18 จนหลังสงครามโลกก็เปิดประตูเชื้อเชิญคนจาก West Indies, India, Pakistan มาเป็นแรงงานอย่างเต็มใจ คนเหล่านี้เป็นมุสลิมที่ต่างจากอาหรับ อัฟริกันที่เข้ามาก็ต่างจากพวกทางเหนือ (ส่วนใหญ่เข้าไปฝรั่งเศส) ที่รับอิทธิพลจากพวกอาหรับมามากกว่า

ปัญหาเรื่องอิสลามหัวรุนแรง (Extreme Islamists) นั้นมี แต่ไม่ใช่กลุ่มใหญ่ ‘แขก’ ทั่วไปในชาติจึงคบได้

ประเด็นว่าเป็นปัญหาจากคนที่มาจากประเทศอาณานิคมจึงควรตัดทิ้งไป

Looters หรือคนที่ก่อปัญหาในเหตุการณ์นี้ คือ คนอังกฤษนั่นแหละ แม้จะมีพื้นเพจาก Ethnic groups เชื้อชาติใด คนเหล่านี้คือ บริทิชที่เป็นคนอังกฤษ

 

คนพวกนี้มาจากไหน?

ไม่ใช่แค่ Tottenham จุดเริ่มเหตุ แต่คนเหล่านี้มาจากก้นบึ้งของสังคม จากครอบครัวที่มีรายได้ต่ำที่ต้องพึ่งการช่วยเหลือของรัฐบาลเรื่องที่พักอาศัยและเงินสวัสดิการต่างๆ ชุมชนที่มีประชาชนลักษณะนี้มากเข้า จะใช้เวลาอันสั้นในการแปลงสภาพเป็น Ghetto ‘แหล่งชุมชนของคนจน’  

คนที่คิดบวก หาหนทาง และตะกายออกไปสู่สังคมที่ดีขึ้นก็มี

แต่คนที่อ่อนแอ ก็จะตกเป็นเหยื่อของ Gang Culture ที่ส่งผลมาถึง Gun & Knife Crimes ที่เป็นปัญหามาช้านาน หาดูได้จากเยาวชนที่อยู่ใน Hoodie Society ใส่เสื้อมีหมวกปิดหัวเป็นสัญลักษณ์

เยาวชนเหล่านี้ เติบโตมาจากพ่อแม่ที่ต้องตะกายเลี้ยงปากท้อง ขาดเวลาใส่ใจลูกซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับกลุ่มแก๊งรอบบ้าน เมื่อหมดช่วงเวลาเรียนฟรี ขาดเงินสนับสนุน ขาดที่พึ่งให้คำแนะนำอย่าง Community Centre หรือ Job Centre เพราะรัฐบาลตัดงบประมาณช่วยเหลือองค์กรเหล่านั้นแล้ว การหางานทำเพื่อส่งตัวเองเรียนต่อจึงยากยิ่ง ผลักดันชีวิตให้ก้าวสู่ช่องทางที่ผิดได้ง่ายดาย 

เจ้าหน้าที่ Youth Centre หลายคนยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้ เป็นปัญหา และเป็นระเบิดเวลา

 

อะไรคือ Trigger จุดชนวน?

 

Mark Duggan อาจไม่ใช่ต้นแบบ (Role Model) ของทุกคน เหมือนกับที่ไม่ใช่ประเด็นที่คนต้องต่อสู้เรียกร้องให้ แล้วอะไรคือชนวนกระทบใจให้เกิดการทำลายชุมชนและบ้านเมืองตนเองได้ขนาดนี้

มีหลายข้อสันนิษฐานที่น่าสนใจ**

ความรู้สึกต่อต้านสังคม สืบเนื่องจากการไม่ได้รับการยอมรับ เป็น Bottom of society ที่คนอยู่สูงสุดไม่เคยมองเห็น

ความรู้สึกเป็นส่วนเกิน แปลกแยก ขาดความรู้สึกร่วมในชุมชนเพราะไม่เคยถูกนับเข้าพวก

ในเวลาเดียวกันสิ่งที่เยาวชนเหล่านี้เห็น คือ พฤติกรรมของคนในส่วน Top ของสังคมที่หลุดรอดจากความผิดและการถูกประณาม ทั้งการโกหก การคดโกงของนักการเมืองที่ไม่เคยปรากฏกลับถูกนำมาตีแผ่มากขึ้นทุกวัน ความเห็นแก่ตัว ความโลภ โดยเฉพาะการทำเศรษฐกิจล่มจมของนายธนาคารก็ไม่ต่างจากการ ‘ขโมย’ เงินของประชาชน

 

คนเหล่านี้ มักไม่ไปใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง ด้วยไม่เห็นว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีกับสภาพชีวิตได้ เมื่อไม่ Vote ก็ยิ่งเกิดปัญหาวน เพราะนักการเมืองไม่สนใจเป็นตัวแทนให้คนไม่ออกเสียง

 

ก้าวต่อไป

 

พื้นฐานอันแข็งแกร่งในการกำกับดูแลคนหลากชนชั้นในสังคมเกรทบริเทน คือ กฎหมาย

กฎหมายที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นตัวสลายความเหลื่อมล้ำให้ทุกคนเท่าเทียมกัน จึงเป็นหัวใจที่ทำให้คนมีความสุขกับสถานภาพของตนเอง เกรทบริเทนไม่เคยมีรัฐธรรมนูญ (The British Constitution) เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ใช้ข้อกำหนดกฎหมายและองค์กรต่างๆ รวมถึงสื่อมวลชน เป็นกลไกในการควบคุมและตรวจสอบกันเอง

เมื่อเกิดสื่อมวลชนที่เลว จึงเป็นเรื่องสะเทือนสังคมอย่างยิ่ง เพราะ Free Press คือหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำกับดูแลรัฐบาล

 

พื้นฐานทางเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม (Socialist State) เป็นอีกส่วนที่ทำให้คนเท่าเทียมกันมากขึ้น ส่วนของรายได้ที่ส่งเป็นภาษีเข้ารัฐ จะย้อนกลับมาเป็นสวัสดิการดูแล

เมื่อเกิดการตัดงบประมาณผิดจุด ทุกคนจึงเสียสมดุลและเกิดผลกระทบที่รุนแรง

 

พื้นฐานทางสังคมที่ยึดคุณค่าความสุจริต การประพฤติตรงเผงตามความถูกต้องที่ยึดมั่นกันมา (Christian values) จนเกิดเป็นภาพของ ‘ผู้ดี’ ในสายตาชาติอื่น

เมื่อเกิดปัญหาที่สร้างความเหลื่อมล้ำของพื้นฐานทางสังคม (Social background) ที่ไม่ใช่การเหยียดผิว (Racism) จึงกระทบกับจิตสำนึกในความดีงาม คุณค่าของชาติ และคนในชาติ

 

สิ่งที่หลงเหลือหลังเหตุการณ์ไม่ใช่ซากจากเพลิงไหม้ แต่เป็นความสั่นคลอนในสังคมครั้งใหญ่ หากเราไม่ต้องการเห็นเยาวชนเผาทำลายชุมชนอย่างวันนี้ เราก็ไม่ควรให้คนมีอำนาจในบ้านเมืองขุดรากถอนโคนทำลายคุณค่าที่ยึดเหนี่ยวสังคมเราเข้าไว้อย่างผิดวิธี

จะด้วยการทำลายคุณค่าที่เคยมี หรือสร้างเงินตราให้มีอำนาจเหนือความถูกผิดก็ตามแต่

 

ที่ David Cameron บอกว่าการกระทำครั้งนี้ unacceptable และ unjustifiable ออกจะผิดเวลา เพราะมันเกิดขึ้นแล้ว ณ เวลานี้ สิ่งสำคัญคือการยอมรับว่า ‘มีปัญหา’ แล้วหาทางแก้ไข  

ทุกประเทศมีปัญหาของตนเอง แม้จะไปหาข้อมูลเรียนรู้จากผู้อื่น ก็ยังต้องแก้ด้วยวิธีที่เหมาะกับตัวเอง

การเอานายตำรวจจากที่อื่นมาแก้ปัญหาที่เป็นเรื่องรากเหง้าทางสังคมจึงดูไม่ตรงประเด็นนัก

การเริ่มต้นกันใหม่ เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว จึงต้องกลับสู่สามัญของปัญหาพื้นฐาน ฟื้นฟูคุณค่าของสังคมทั้งระบบ และสิ่งสำคัญที่ทุกระดับของสังคมต้องตระหนัก คือ สิทธิ – หน้าที่และความรับผิดชอบ เป็นของที่มาคู่กันของพลเมืองทุกคน

สิ่งที่เกิดขึ้นที่อังกฤษวันนี้ ให้ข้อคิดมากมาย หากเรียนรู้และปรับใช้ให้เหมาะย่อมเกิดประโยชน์กับประเทศชาติของตนเอง   

 

 

Reference:

* ขอละ Brixton Riots (1981, 85) ไว้ก่อน แม้เหตุการณ์จะมีความคล้ายคลึง

**มีการวิเคราะห์อีกหลายสิบทฤษฎี ขอเลือกจากสิ่งใกล้ความเป็นจริงที่เห็นอยู่รอบตัว โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ข้อมูลที่ใช้ คือ Live debate 2 ครั้ง (Channel 4 & BBC) ที่เชิญผู้รับผลกระทบและเกี่ยวข้อง ทั้งธุรกิจ บ้านที่ถูกเผา ตำรวจ นักการเมือง social worker, youth worker และตัวเด็กใน Ghetto เอง

และความเห็นที่น่าสนใจของ Russell Brand:London riots David Cameron



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 25/08/2011 เวลา : 17.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

โฟร์ซีซั่นส์ ก้อคือ โรงแรมรีเจ้นท์เดิมอ่ะค่ะ นั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีราชดำริ ออกทางออกที่ 4 รับรองถึงแน่นอนค่ะ คุณ SW19 ขา

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 25/08/2011 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

โฟร์ซีซั่นส์ ก้อคือ โรงแรมรีเจ้นท์เดิมอ่ะค่ะ นั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานีราชดำริ ออกทางออกที่ 4 รับรองถึงแน่นอนค่ะ คุณ SW19 ขา

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 22/08/2011 เวลา : 07.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

อรุณสวัสดิ์เช้าวันจันทร์จากเมืองไทยค่ะ ขอบพระคุณมากเลยค่ะที่ให้คำตอบมาอย่างรวดเร็วและดีมากมากเลยค่ะ พอได้ยินว่าแท็กซี่หาไม่ยากในช่วงปีใหม่ก้อชัก เอ๊ะ!หรือจะไปกันดีขึ้นมาอีกแล้วคะ อุ๋มกำลังทำครอบครัวพิจารณ์กันอย่างหนักเลยค่ะ แล้วจะแจ้งความคืบหน้าผลการพิจารณ์ให้คุณ SW19 ทราบในทันทีเลยล่ะค่ะ/ครับ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 21/08/2011 เวลา : 17.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

มาขออนุญาตถามเพิ่มเติมอีกนิดคะ ช่วงวันที่ 28 ธค-2 มค คุณ SW19 ว่า จะหารถแท็กซี่เพื่อเดินทางไปไหนมาไหนยากไหมคะ? ขอบพระคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 21/08/2011 เวลา : 17.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

มาสวัสดียามเย็นอีกครั้งค่ะ มาขอบพระคุณอย่างมากมายกับคำแนะนำแสนอร่อยที่แค่อ่านก้อแทบจะอยากเหิรฟ้าไปลอนดอนในบัดดลคะ จะรีบจดบันทึกไว้ในสมุดโน้ตความอร่อยเลยค่ะ เพราะถึงจะไม่ได้ไปช่วงปีใหม่นี้ ก้อต้องได้ไปสักครั้งในเร็ววันนี้แน่นอนค่ะ และต้องไปตามรอยความอร่อยกันให้ครบถ้วนเลยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ และ อร่อยกับอาหารค่ำนะคะ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 21/08/2011 เวลา : 10.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณ SW19 ขา มารายงานความคืบหน้าแผนที่ว่าจะไปเคานท์ดาวน์ที่ London น่ะค่ะ ไม่แน่ใจว่า ตกลงจะไปดีหรือไม่ (อีกแล้วค่ะ อิ อิ ) เพราะลองเช็คร้านอาหารดูน่ะค่ะ ส่วนใหญ่จะปิดช่วงวันที่ 28 ธันวา ถึง 2 มกรา นะคะ ช่วงที่อุ๋มคิดจะไปพอดีน่ะค่ะ เลยไม่แน่ใจว่า ถ้าไปจะมีร้านทานหรือเปล่าน่ะค่ะ แล้วอย่างห้างสรรพสินค้าต่างๆ เขาจะปิดไหมคะ? ยังทำครอบครัวพิจารณ์กันอยู่ค่ะ คุณ SW19 ขา

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 21/08/2011 เวลา : 10.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณ SW19 ขา มารายงานความคืบหน้าแผนที่ว่าจะไปเคานท์ดาวน์ที่ London น่ะค่ะ ไม่แน่ใจว่า ตกลงจะไปดีหรือไม่ (อีกแล้วค่ะ อิ อิ ) เพราะลองเช็คร้านอาหารดูน่ะค่ะ ส่วนใหญ่จะปิดช่วงวันที่ 28 ธันวา ถึง 2 มกรา นะคะ ช่วงที่อุ๋มคิดจะไปพอดีน่ะค่ะ เลยไม่แน่ใจว่า ถ้าไปจะมีร้านทานหรือเปล่าน่ะค่ะ แล้วอย่างห้างสรรพสินค้าต่างๆ เขาจะปิดไหมคะ? ยังทำครอบครัวพิจารณ์กันอยู่ค่ะ คุณ SW19 ขา

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 20/08/2011 เวลา : 10.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

รีบมาขอบพระคุณเป็นอย่างสูงเลยค่ะสำหรับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์มากมากสำหรับครอบครัวอุ๋มในการตัดสินใจว่าจะไปเคานท์ดาวน์สู่ปี 2012 ที่ลอนดอนดีไหมค่ะ ซึ่งอ่านจากคำแนะนำแล้วดูดีมากค่ะ ร้านอาหารที่กรุณาให้คำแนะนำมา คุณพ่อบอกว่าเราจะตามไปทานคะ ส่วนที่พัก ตามธรรมดาถ้าเราไปลอนดอนจะพักที่โรงแรม Park คะ โรงแรมเล็กๆแถวมิวเซียมวิทยาศาสตร์ค่ะ ขอบพระคุณมากมากเลยค่ะ จะขออนุญาตมาปรึกษาเป็นระยะๆนะคะ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 19/08/2011 เวลา : 07.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

มาขออนุญาตถามความเห็นจากผู้รู้ค่ะ ถ้าเราจะไปเที่ยวลอนดอนช่วงสิ้นปีเพื่อไปฉลองปีใหม่ที่นั่น ดีไหมคะ? บรรยากาศเค้าคึกคักไหมคะ? มีร้านอาหารและร้านรวงต่างๆเปิดกันบ้างไหมคะ คุณ SW19 ขา

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
rosawan วันที่ : 17/08/2011 เวลา : 05.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rosawan
AT  THE  END  OF  THE  STORM  THERE'S  A  GOLDEN  SKY.

ขอบคุณข้อมูลเชิงลึกที่ละเอียดรอบด้าน และไม่ยากเกินกว่าจะอดทนอ่าน
ได้ความรู้มากๆเลยค่ะ


ความคิดเห็นที่ 25 (0)
SW19 วันที่ : 17/08/2011 เวลา : 04.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอบคุณความเห็นของคุณ NN1234 ตั้งแต่ปรากฏในลำดับที่ 5 SW19 ตั้งใจจะขยายความต่อเนื่อง ก็ติดขัดจนถึง Broadband หยุดชะงักครึ่งวันเช้านี้

หลายประเด็นนำมาตอบได้เป็นอีกหนึ่งบทความ
ขออนุญาตจับเป็นประเด็นหลักเรื่องตำรวจมาเล่าสู่กันฟังก่อน เผื่อได้ความคิดจากเมืองอื่นสู่การคิดอ่านเสนอแนวทางที่ดีขึ้นต่อประเทศชาติ

British Policing Model นั้นต่างจากประเทศไทยมากนัก เพราะระบบการบริหารจัดการของตำรวจเป็นอิสระ และไม่ขึ้นกับหน่วยงานใด ทั้งด้านการเมืองและราชการ คือไม่ขึ้นกับ Home Office ที่เปรียบเทียบได้กับกระทรวงมหาดไทย ความแตกต่างอย่างอื่น เช่น ไม่มีตำรวจจราจรแบบไทย ไม่มีตำรวจทั้งในและนอกราชการรับงานเฝ้าร้านค้า ไม่เกี่ยวกับดีหรือไม่ดี แต่ไม่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ

การทำงานของตำรวจคือดูแลความสงบเรียบร้อย ดูแลกำกับให้ผู้คนปฏิบัติตามกฎหมาย หากมีการฝ่าฝืน วิธีการคือนำเข้าสู่ขบวนการยุติธรรม การดูแลด้านความมั่นคงของชาติเป็นเรื่องของ MI5 และ MI6 (ที่อาจได้ยินจาก James Bond) ทำงานร่วมกับเรื่องการต่อสู้ป้องกันประเทศของทหาร

จุดนี้จึงเป็นความต่างอย่างหนึ่งของการที่ทหารตบเท้าออกมาดูแลประเทศ ที่เป็นภาพที่ไม่คุ้นกับสายตาโลก ไม่เฉพาะจากบริเทน

โดยทั่วไปตำรวจไม่พกอาวุธ ยกเว้น independent police service ที่จัดการโดยเน้นการใช้ระบบศาลมาเป็นตัวกำกับลงโทษ ตำรวจทั่วไปแบ่งเป็นหลายระดับตามหน้าที่การจัดการ แต่ แต่ละระดับต้องเคารพ รักษา และใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือลำดับแรก หากเกิดการต่อต้าน ขัดขืนก็เรียกกำลังสนับสนุนตามมา คราวนี้ก็เต็มที่เลย

การปฏิบัติงานเช่นนี้ พวกเราบริทิชทุกคน มีความสุขดี เพราะสิ่งที่มีอำนาจสูงสุดคือกฎหมาย ไม่ใช่เจ้าพนักงาน เจ้าพนักงานไม่สามารถ bully (ข่มขู่ หรือแอบอ้าง บังคับใดๆ ได้) หรือทำตัวเหนือกฎหมาย ชี้เป็นชี้ตายกับผู้ต้องสงสัยหรือผู้ต้องหา

การใช้กำลังรุนแรงในการปราบจลาจลนั้นไม่เคยเป็นที่รับได้ในสังคมบริทิช เพราะเหตุผลง่ายๆ ว่ารับไม่ได้ และเป็นเรื่องการคุ้มครองของ human rights ประเทศอังกฤษผ่านการประท้วง จลาจล ความไม่สงบมามากนัก การใช้การควบคุมสถานการณ์เท่านี้ก็เป็นที่พอใจกันมาตลอด การแก้ปัญหาการจลาจลที่มีการนำเสนอให้ใช้ Water cannon และกระสุนพลาสติก ก็เป็นเรื่องตะขิดตะขวงใจสำหรับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่และประชาชนอย่างเราๆ

ภาพที่เล่าให้ฟังน่าจะให้เห็นความแตกต่างกับการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่สามารถวิจารณ์ว่าที่ใดดีกว่ากัน แต่ขอยืนยันว่าสิ่งที่เป็นอยู่เป็นที่พอใจของคนบริทิช

สิ่งที่คนบริทิชไม่พอใจ คือเรื่องการตัดจำนวนตำรวจ ตามมาว่าเมื่อคนน้อยก็มีเจ้าหน้าที่มาไม่ทันเวลา และไปเฉ่งกับนักการเมืองในลำดับต่อไป

ตามปกติ การไถ ปรับไร้เหตุผลของตำรวจไม่มี เรื่องคอรัปชั่นก็ไม่มีให้เห็น (คือไม่เป็นข่าว ไม่มีคนโวยวาย ไม่มีเหตุเสียหาย จะมีจริงก็คงเป็นไปได้ เพียงแต่มัน unlikely) ไม่นานมานี้ มีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่เจอข่าวฉาวก็ถูกปลดก่อนทันที ล่าสุด เรื่อง Phone hacking ก็หาว่าตำรวจรับเงินขายเบอร์โทรศัพท์ผู้เคราะห์ร้าย เป็นกรณีร้ายแรงมากที่สืบสวนกันอยู่ ที่นายใหญ่ที่สุดของตำรวจ (Police commissioner) ถึงลาออกไว้ก่อน เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นไม่นานนักใน The Met (Metropolitan Police Commissionerเหมือนกรมตำรวจ)

ตามปกติ ตำรวจและทหารที่อังกฤษ ไม่เล่นเกมและการเมืองอย่างประเทศไทย เพราะไม่สามารถเอาอำนาจมาใช้ข่มขู่ใครได้ การเมืองที่ผันผวนไปรุนแรงอย่างไรก็ไม่มีใครยอมให้ทหารหรือตำรวจมายุ่งได้

สำหรับเหตุการณ์ที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ที่เสียไปตกอยู่ที่นักการเมืองและรัฐบาลมากกว่า การเรียกความเชื่อมั่นกลับมาจากประชาชนไม่ค่อยเป็นประเด็นที่พูดถึงกันจากประชาชนเดินถนนทั่วๆ ไปนัก ความเชื่อมั่นที่ชาวโลกรู้สึกได้ และที่คนนอกประเทศรู้สึกคลางแคลงคงมีผลลบแน่นอน โดยเฉพาะโอลิมปิกที่จะมาถึงปีหน้า แต่นั่นก็เป็นปัญหาของรัฐบาลอีก

เรื่องที่มาของผู้ก่อเหตุ หรือลักษณะที่มานั้น เป็นคำถามกันมากจากคนนอกประเทศ มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนกันมากด้วย ความเหลื่อมล้ำก็แตกต่างจากที่พบกัน สงสัยต้องขออธิบายยาวเป็นอีกเรื่องต่างหาก ในส่วนนี้ คุยกันในวงคนบริทิชด้วยกัน เราก็ไม่ค่อยถูกหูนัก เพราะปัญหาที่เห็น ที่เกิดขึ้น เป็นลมหายใจของเราทุกวันนี้ถูกตีความเป็นอื่น ก็คงคล้ายกับคนไทยโกรธสื่อต่างชาติที่ตีความและรายงานผิด ฉันใดก็ฉันนั้น

แต่ทั้งนี้ บทเรียนที่ England ครั้งนี้มีค่ามากพอที่ Thailand จะนำไปพิจารณา เพราะมันมีประเด็นมากกว่าความคล้ายกัน อย่างที่คุณสังเกตเห็น และมีความเป็นไปได้บน platform ที่เพียงต่างออกไป

ประเด็นของมุสลิมนั้น คนอังกฤษโดยรวมมีใจเป็นธรรมพอที่จะมองเห็นว่าคนมุสมิมที่ก่อเหตุไม่ใช่ตัวแทนของมุสลิมทั้งหมด คนจากอียิปต์ออกมาพูดแนะนำอังกฤษเรื่องการจลาจลครั้งนี้ที่ทำให้เราย้อนกลับไปว่าปัญหามาจากคนละส่วน คนละแบบกับที่บ้านเขา วิธีการจัดการจึงต้องต่างกัน และไม่เห็นเป็น domino effect

เหตุที่เกิดที่อังกฤษคราวนี้ เป็นปัญหาหมักหมมหมกใต้พรมของชาติมานาน มากกว่าจะเป็นอิทธิพลจากนอกประเทศ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ก.รัตนไตรมิตร วันที่ : 16/08/2011 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/album
การเริ่มต้นคือการมองคนข้างๆและบอกตัวเองว่านี่แหละคู่แข่ง

แวะมาเยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
Dr.Kaew วันที่ : 16/08/2011 เวลา : 13.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/learning

เข้ามาร่วมเรียนรู้
กับ Multi cultural society

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
SW19 วันที่ : 16/08/2011 เวลา : 04.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ NN1234

ขอติดคุณไว้อีกนิดนึง..นะ

มัวแต่ไปตอบคุณนันทเดชที่หน้าของท่าน

พรุ่งนี้ตื่นมาจะรีบมาคุย เพราะมีหลายประเด็นที่น่าถกกันต่อ ขอบพระคุณที่อดทน

...........................

คุณ นันทเดช

ขอบพระคุณสำหรับความเห็นของท่าน แม้อ่านแล้วจะยังงงเรื่องของผู้อพยพ

อย่างไรก็ตามได้ไปตอบไว้ในหน้าของท่านแล้ว
เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้แลกเปลี่ยนความเห็นกัน
เพราะผลที่ได้น่าจะเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านท่านอื่นอีกมากด้วย

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
SW19 วันที่ : 16/08/2011 เวลา : 04.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ Bluehill
คุณ Joseph

ขอบคุณสำหรับความเห็น
เรื่องเหล่านี้เป็น ลมหายใจของคนลอนดอนเกินกว่าจะละเลย จึงพอมีเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง

..................
คุณแม่มด

หากปัญหาเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องความเหลื่อมล้ำ ที่ไม่สามารถลามปามไปเป็นปัญหาการเมืองได้ก็น่าจะหมดห่วง

แต่ปัญหาการเมืองส่วนใหญ่มันมาจากเรื่องความเหลื่อมล้ำและปากท้อง อันนี้จึงเป็นเรื่องน่ากังวลอย่างยิ่ง อย่างที่คุณแม่มดว่าปัญหาเมืองไทยน่ากลัวกว่า

.................................

คุณ สยุมพร

ขอบพระคุณสำหรับการติดตาม
ความสนใจ
ความห่วงใย
หากมีประเด็นที่จุดประกายให้เราช่วยชาติได้
ในแต่ละหน่วยของสังคม
SW19 ก็ดีใจเสมอค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 16/08/2011 เวลา : 01.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

ผมเพิ่งไปอ่านที่คุณไปเยี่ยมในบล๊ออคผมครับเขียนตอบไว้เรียบร้อยแล้วครับเชิญแวะไปอ่านอีกครั้งหนึ่งขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 16/08/2011 เวลา : 00.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

ความพยายามป้องกันตัวเองไม่ให้เป็นตัวปัญหาของสังคมของกลุ่มผู้อพยพ
ที่รักสงบทำให้การขยายผลในทางลึกของหน่วยงานด้านความมั่นคงของอังกฤษ
ได้ผลขยายออกไปอย่างมากครับ นี่คือผลดีส่วนหนึ่งของการจราจลที่เกิดขึ้นเพราะในพื้นที่ต้นเหตุเคยเกิดปัญหาในลักษณะนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่การขยายผลการสืบสวนทำได้ลำบาก ผู้อพยพรักกันมาก แต่คราวนี้เริ่มมีคนร่วมมือกับ จนท.มากขึ้น สิ่งที่ดีขึ้นอีกอย่างหนึ่ง คือการเอาจริงกับผู้ก่อเหตุร้าย เพื่อให้รู้จักหน้าที่เสียบ้าง
(ในไทยยังไม่มี)เขียนมาเล่าให้ฟังอีกซิครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
4BANK วันที่ : 16/08/2011 เวลา : 00.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bankbank
4BANK

กองทุนช่วยเหลือสุนัขจังหวัดนคร​พนม" ธนาคารกรุงเทพ สาขาโลตัส จังหวัดนครพนม เลขบัญชี 666-009-7947

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
สยุมพร วันที่ : 15/08/2011 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ooddee

สวัสดีค่ะ
เข้ามาอ่านทุกบรรทัดทุกตัวอักษร
ด้วยความสนใจอย่างยิ่ง
ทุกความคิดเห็นมีประโยชน์
ต่อการแก้ปัญหาของประเทศไทย
แม้ว่าต้นตอของสาเหตุ จะแตกต่างกัน
จะขอเป็นผู้อ่านอย่างเดียวค่ะ
ด้วยความชื่นชม

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 15/08/2011 เวลา : 17.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

แม่มดมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษเป็นปัญหาความเลื่อมล้ำในสังคม แต่ปัญหาในประเทศไทยเป็นปัญหาการเมืองและความมั่นคงของประเทศ
ปัญหาของเมืองไทยน่ากลัวกว่ามาก

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
NN1234 วันที่ : 15/08/2011 เวลา : 17.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ขอบคุณที่ให้เครดิตในแนวคิดที่ว่า ผมควรจะเขียนบล็อกในเรื่องเดียวกันนี้ รวมทั้ง"นายยั้งคิด"ที่ได้กล่าวถึงนั้น

เรื่องที่กล่าวถึงนั้น ได้มีรายงานของคณะกรรมสิทธิมนุษยชนทำการศึกษาเอาไว้แล้วครับ
ล่าสุดเพิ่งมีการเปิดเผยข้อมูลการสอบสวนนั้นออกมาในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลจากคุณอภิสิทธิ์มาเป็นคุณยิ่งลักษณ์
ผมไม่แน่ใจว่า การศึกษาฉบับนั้นจะมีประโยชน์ในการใช้เป็นบทเรียนแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องกันบ้างหรือไม่
เกรงก็แต่ว่า นักการเมืองจะเอามาใช้เป็นเครื่องมือในการทำลายล้างกันต่อไป แต่สุดท้ายคนที่สูญเสียกลับเป็นประชาชน ...
มันมิใช่นักการเมือง..? (ซึ่งเป็นคนเริ่มต้น)

น่าแปลกใจที่เหตุการณ์ที่อังกฤษ กับที่ประเทศไทย ....ช่างคล้ายคลึงกัน ส่วนมันจะเหมือนที่เป็น"โดมิโน"จากลัทธิการเอาอย่างกัน และการโค่นล้มระบอบเผด็จการที่กำลังเกิดขึ้นในทั้วโลกและโดยฉพาะประเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียน..หรือไม่นั้น สอบสวนไม่ได้หรอกว่ามันเกี่ยวเนื่องต่อกัน
แต่"ลัทธิเอาอย่าง"กันนั้น..มันเป้นประวัติศาสตร์ที่มนุษย์โลกเรียนรู้ซึ่งกันและกันมาโดยตลอด

ประเด็นเรื่องมุสลิมนั้น คงต้องยกอุทาหรณ์เรื่องปัญหาชายแดนใต้ของไทย ซึ่งคนที่ก่อเหตุไม่ใช่มุสลิมทั้งหมด (จนท.รัฐเองก็เป็นผู้ก่อการร่วมด้วย) แต่ข้อบัญญัติที่กล่าวถึงนั้นไม่มีบทบัญญัติใดที่ส่งเสริมให้มุสลิมก่อเหตุความไม่สงบหรือสันติให้เกิดขึ้นในแผ่นินที่มุสลิมคนๆ นั้นอาศัยอยู่
คนที่ก่อเหตุใดๆ ก็ตามที่ทำลายความสงบสุข สันติภาพต่อมนุษยชาติด้วยกันนั้น ก็เป็น"พวกนอกรีต" และ เชื่อว่าในโลกหน้า(โลกอาคีเราะห์)นั้น พระเจ้าก็จะลงโทษเขาอย่างหนัก ไม่เพียงแค่ดินฝังกลับใบหน้าเขาเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Joseph วันที่ : 15/08/2011 เวลา : 17.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Joseph
God Bless You, Michael Joseph

เป็นบทวิเคราะห์ที่ชัดเจนและละเอียดมากครับ....

ทำให้เข้าใจยิ่งขึ้น ว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
BlueHill วันที่ : 15/08/2011 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

วิเคราะห์ได้ยอดเยี่ยมมากครับ
ชอบบล็อกนี้จริง ๆ
ตอนแรกผมนึกว่าพวกคนต่างชาติที่อพยพไปอยู่อังกฤษเสียอีก ที่เป็นต้นตอของปัญหา

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
SW19 วันที่ : 15/08/2011 เวลา : 15.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ NN1234

ดีใจที่เห็นความเห็นจากคุณ
เป็นจุดเริ่มให้มีเรื่องให้แลกเปลี่ยนกันอีกมาก
บังเอิญกำลังจะออกไปข้างนอก ..สายแล้ว ใกล้สิบโมงเช้าที่นี่

ขอติดไว้ก่อนจะเข้ามาคุยกันอีกที


คุณ นายยั้งคิด

England Riots ครั้งนี้ Ed Miliband เรียกร้องให้รัฐบาลเปิด Inquiry เพื่อสืบสวนหาข้อมูล ข้อเท็จจริง ทุกด้าน โดยกล่าวว่า หากรัฐบาลไม่ทำ Labour พรรคฝ่ายค้าน จะทำเอง

คำว่าทำเอง คือจ่ายเงิน จ้างคนกลางทำ

ก็เป็นไอเดียที่ดีสำหรับเมืองไทยเหมือนกันว่า หากไม่มีใครทำ พรรคประชาธิปัตย์ก็น่าจะถือโอกาสทำได้เหมือนกัน คนคงชื่นชมแน่นอน

เรื่องราวที่เกิดขึ้น เรามองเห็นเป็นประโยชน์ในการมองเขาแล้วกลับมาดูตัวเรา ส่งข้อมูลมาจุดประกาย (จุดชนวนมากกว่า) เชื่อว่าคุณ NN1234 น่าจะคิดเขียนวิเคราะห์อะไรให้เราคิดพิจารณาตามได้แน่นอน


เพราะดูท่าทางคุณ NN1234 ก็ไม่น่าจะขัดข้องอะไรนี่นา

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
SW19 วันที่ : 15/08/2011 เวลา : 15.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ arattikron

ไม่แน่ใจว่าโพลที่เอ่ยถึง หมายถึงที่ไหน
แต่สำหรับที่ประเทศอังกฤษ Riots ครั้งนี้ ไม่ใช่นักการเมืองอยู่เบื้องหลังแน่

เพราะมันไม่มีประโยชน์ต่อนักการเมือง ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน
ใน democracy ที่ developed แล้ว การเหตุการณ์ไม่สงบไม่มีประโยชน์ทางการเมืองสำหรับพรรคการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น

ในวันประชุมสภาฉุกเฉินเมื่อพฤหัสที่ผ่านมา Ed Miliband ผู้นำ Labour ประกาศชัดเจนว่า เราจะ stand in unity และแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก่อน
เรื่องจบแล้ว Red Ed ตามกัดรัฐบาลแน่...


ประเทศที่เจริญแล้ว ไม่มีทางเอาความมั่นคงของประเทศชาติมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง เหมือนอย่างที่เราเห็นใครก็ไม่ทราบยุยงคนเสื้อแดงเผากรุงเทพฯ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
SW19 วันที่ : 15/08/2011 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณเต็งพ้ง

เด็กทุกคนใน UK ไม่เรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย เพราะที่นี่ระบบ Apprenticeship ยังแข็งแรงมาก คือ การเริ่มทำงานตั้งแต่จบโรงเรียน เรียนรู้ฝึกงาน เพราะหลังจบโรงเรียนที่เรียนฟรี เด็กส่วนมากต้องส่งตัวเองเรียน

การฝึกงาน ที่เริ่มจาก job ทำให้หลายคนก้าวต่อไปยึดเป็นอาชีพ คือ career หลายคนรู้ความต้องการที่ชัดเจน

การขึ้นค่าเรียนระดับมหาวิทยาลัย จึงไม่ใช่ end of tunnel ที่ไม่มีแสงสว่าง เพราะอย่างที่ว่าไม่ทุกคนไปมหาวิทยาลัย แต่การตัดงบช่วยเหลือให้คำแนะนำ โดยเฉพาะ job centre ที่เด็กเข้าไปหาทางมีงานทำได้ หรืองบในการแนะนำเรื่องเรียน

ค่าแรงขั้นต่ำในการทำงานใน UK นั้น มีหลายระดับขั้นต่ำ แบ่งประเภทตามอายุของผู้ทำงาน เพราะคนที่นี่ทำงานกันได้ไม่เลือกว่าต้องรอให้เรียบจบก่อน

เล่าเพิ่มเติมยืดยาว แต่ก็มีข้อสรุปเดียวที่ตรงกันว่า การศึกษาคือทางแก้ไขในระยะยาว ... ที่ควรจะใช้ได้ในประเทศไหนๆ ได้ด้วย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
SW19 วันที่ : 15/08/2011 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ hayyana

การไล่ออกไปก็น่าสะใจอยู่

แต่การทำโทษและการแก้ปัญหาเป็นคนละเรื่องกัน
ถ้าการทำโทษทำให้การแก้ปัญหายากขึ้น
มาตรการที่จะเลือกมาใช้ในการทำโทษก็ต้องพิจารณากันให้ดี

โดยเฉพาะเราเป็น Socialist state ยังไงก็ต้องเลี้ยงดู และถ้าไล่ไปเฉยๆ ก็คงไปสร้างปัญหาต่อที่อื่นไม่จบสิ้น


...บ้านเราเหมือนจะสายไปแล้วเพราะเผาไปแล้วด้วยความอลังการ...


ประเด็นที่อยากส่งออกไป คือประโยคที่ตามมาว่า
...จะด้วยการทำลายคุณค่าที่เคยมี หรือสร้างเงินตราให้มีอำนาจเหนือความถูกผิดก็ตามแต่...


ดูเหมือนใครบางคน ได้ริเริ่ม Economic Dictatorship ขึ้นในเมืองไทยแล้ว

'สัญญา' เรื่องการแจก iPad และอื่นๆ ไม่ใช่นโยบายในการบริหารประเทศระยะยาว แต่ดูเป็นการ bribe ติดสินบนล่อใจ และสร้างค่านิยมให้วัตถุสิ่งของ เงินตรา มีคุณค่าเหนืออื่นใด

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
SW19 วันที่ : 15/08/2011 เวลา : 14.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณอุ๋ม

ขอบคุณมากในความห่วงใย
เราสองคนโอเค ยังออกไปตะลอนดูเมือง หาของกินอร่อยประสาตะกละ ครับ/ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 15/08/2011 เวลา : 13.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

อยากขอให้BG NN1234 โพสต์วิเคราะห์เกี่ยวกับการชุมนุมนุมกดดันรัฐบาลในประเทศไทย ให้ครอบคลุมตั้งแต่สาเหตุจนถึงการระงับเหตุและการป้องกันจังเลยครับ ถ้าท่านศรัทธาที่จะทำครับ เพราะต้องเป็นประโยชน์ต่อการนำไปสู่การปฏิบัติแน่เลย

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 15/08/2011 เวลา : 13.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ถ้ามีการวิเคราะห์วิจัยบทบาทของคนเสื้อแดงในประเทศไทย โดยสถาบันการศึกษาหรือองค์กรอิสระบ้างก็น่าจะดีไม่น้อย เพราะจะเป็นการป้องกันการก่อเหตุรุนแรงได้อย่างคุ้มค่าเลยทีเดียว แต่อย่าให้คอป.ทำเป็นอันขาด เพราะเจตนาของคอป.มีเป้าหมายเพื่อการปรองดอง จึงอาจจะเบี่ยงเบนประเด็นไปบ้าง ไม่ตรงตามข้อเท็จอย่างที่ทำรายงานขณะนี้

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
NN1234 วันที่ : 15/08/2011 เวลา : 13.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

กล่าวถึงเรื่อง ประสิทธิภาพการควบคุมฝูงชน คงต้องพูดถึงทั้งในแง่ quantity และ quality ในที่นี้เราคงหมายถึง ตำรวจและเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเครื่องมือในการช่วยควบคุมฝูงชน เครื่องมือปราบจราจล และมาตรการบทลงโทษทั้งการกระทำผิดซึ่งหน้าและลับตาเจ้าหน้าที่ฯ
ข้างต้นนั้น คือสิ่งที่ input เข้าไปในระบบการบริหารจัดการเมื่อมีการประท้วง,ต่อต้าน,การทำให้สังคมสูญเสียความสงบสุข

ไทยและอังกฤษนั้นมีความแตกต่างกัน เช่น ไทยเราใช้กำลังตำรวจจำนวนมาก เพราะ การชุมนุมได้มีการกระทำที่ต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน การบริหารจัดการก็มีประสบการณ์มาก่อนล่วงหน้า เพระาได้เคยมีการชุมนุมมาแล้วหลายๆ กลุ่ม
เครื่องมือฯ ไทยก็มีการพัฒนาให้มีคามทันสมัย ทันต่อรูปแบบการชุมนุมมากขึ้น
(แต่..ก็ทำให้สงสัยว่า ทำไมการควบคุมการชุมนุมของไทยจึงไร้ประสิทธิภาพ...?)
ตำรวจไทยแม้จะได้มีการฝึกฝนมาแต่ก็ตำรวจเสียเองที่เป็นฝ่ายทำตัวอ่อนข้อต่อกลุ่มผู้ชุมนุม เพราะไม่ชอบรัฐบาล

ด้านผู้ก่อการ เรื่องความเป็นมาของผู้คน ไม่ว่ามาจากที่ใด เชื้อชาติใด ก็มีสัญชาตญาณเดียวกันทั้งสิ้น คือ การการก่อกวนการทำงานของรัฐบาลและตำรวจ(ที่ส่งมาปราบฯ) คนเหล่านี้ย่อมสวมวิญญาณเดียวกัน คือ โจร คือการไม่เคารพกฎหมาย การก่อให้เกิดความเสียหาย ความสูญเสีย ซึ่งเป้นสัญลักษณ์ของ"อนาธิปไตย"(ซึ่งเริ่มจากคณาธิปไตย หรือการชุมนุมกันด้วยกฎหมู่)

ด้านกระบวนการ(process)
การชุมนุมย่อมมีสาเหตุที่มา มีการปลุกปั่น การปลุกเร้า
ที่น่าแปลกคือ ไทย มีการปลุกเร้าโดย"นักการเมือง"ฝ่ายที่อยู่ข้ามผู้กุมอำนาจรัฐ(คือรัฐบาล) เพื่อหวังให้รับบาลเกิดความเพลี่ยงพล้ำจากการใช้อำนาจในการเข้าปราบปรามประชาชน
บางฝ่ายถึงกับส่ง"กลุ่มชายชุดดำ"เข้ามาเพื่อยิงใส่ประชาชนและทหาร(ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ในการปราบปรามฯ)
ในเรื่องนักการเมืองฝ่ายค้านของอังกฤษคงมีความแตกต่างกันอย่างแน่นอน เพระาเขาต่างก็มีเจตนาที่ดีต่อบ้านเมือง ไม่เล่นการเมืองนอกเกม

ด้านผลลัพธ์ ต่างเป็นความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน การเสียภาพลักษณ์ และระยะเวลาของการฟื้นตัวเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนและชาวโลก

เมื่อพิจารณาถึงกลุ่มผู้ชุมนุม เราพบว่าทั้งสองประเทศมีลักษณะที่มาที่คล้ายๆ กัน คือ ความยากจน ซึ่งได้รับการดูแลจากรัฐบาลไม่เท่าเทียม หรือมีความเหลื่อมล้ำกันจริง
ผมเชื่อว่า ความเหลื่อมล้ำมีอยู่จริงในทุกสังคม เพียงแต่รัฐบาลจะทำอย่างไรให้กลุ่มที่เป็นคนยากจน คนชายขอบ ผู้พิการ คนไร้โอกาส ฯลฯ ยอมรับสภาพตัวเองได้ด้วยเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้เขาเชื่อว่า"เท่าเทียม"
และรัฐต้องไม่ทำให้พวกเขาเห็นว่า ชนอีกกลุ่มได้รับการดุแลอย่างสุดยอด เพราะจะยิ่งทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนเหล่านั้นถอยห่างออกจากกันมากขึ้นทุกทีๆ
การปลุกเร้าคนยากจน คนที่รู้สึกต่ำต้อยเพื่อให้เข้ามาต่อต้านอำนาจรัฐนั้นทำได้ง่าย
แต่คนยากจน ฯลฯ ก็ควรรู้ได้ว่า การเข้ามาชุมนุมนั้นไม่ได้ตกอยู่ในการหวังผลของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ผู้ใดผู้หนึ่งที่ทำการปลุกปั่น ปลุกเร้า เพราะผลประโยชน์สุดท้ายก็หวนกลับไปอยู่ที่พวกคนเหล่านั้น แต่ผู้ที่สูญเสียคือ ประชาชนและประเทศชาติ ในขณะเดียวกันที่ ความเหลื่อมล้ำ ความยากจนนั้นไม่ได้ถุกทำให้หายไปจากสังคมได้เลย จะมีก็เเต่"การโฆษณาชวนเชื่อ"ว่ามันหายไปแล้วเท่านั้น
เคยมีนักการเมืองที่ฉลาดได้เคยใช้แนวคิดอันนี้มากลบเกลื่อนด้วยวิธีการต่างๆ โดยเฉพาะการสร้างความหวังว่าประชาชนจะมีชีวิตความเป้นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งก็เป็นแนวคิดอันเดียกันกับการทำให้ความรู้สึกต่ำต้อย-เหลื่อมล้ำนั้นหดหายไปจากใจผู้คน

การปราบปรามผู้ชุมนุม เื่ชื่อว่า ที่ใดมีการฝึกฝนเจ้านหน้าที่เพื่อรับมือการกับการชุมนุมหรือการก่อการร้ายที่นั่นย่อมมีประสิทธิภาพ และความสูญเสียก่็จะไม่เกิด หรือเกิดน้อย เราจึงเรียกว่า มีประสิทธิภาพ
การเคารพกฎหมายด้วยการเคารพสิทธฺของผู้อื่น ทุกสังคมต้องปลูกฝังให้เกิดขึ้น เพราะความสูญเสียนั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ยากที่จะเรียกหวนกลับมาคืนได้

บทเรียนที่ England และ Thailand มีความแตกต่างกัน แต่ก็มีบางอย่างที่คล้ายๆ กันนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
arattikron วันที่ : 15/08/2011 เวลา : 12.19 น.

อย่างที่โพลบอก อาจมีนักการเมืองมาเกี่ยวข้องครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
tengpong วันที่ : 15/08/2011 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

การต่อยอดให้เยาวชน ในการศึกษาต่อหรือมีอาชีพ ก่อนที่พวกเขาจะกลายเป็น hoodies society. จึงน่าจะเป็นจุดหนึ่งของการแก้ปัญหาระยะยาว
ก่อนที่อำนาจเงินจะมาอยู่เหนือกฏหมาย. แต่ช้าเร็วแค่ไหน อยู่ที่เวลาและความตั้งใจที่บริสุทธิ์ของผู้เกี่นวข้อง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
hayyana วันที่ : 15/08/2011 เวลา : 08.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

"สร้างความเดือดร้อนในชุมชน"ก็อาจต้องถูกอัปเปหิออกไปอยู่ที่อื่นซ๊ะ ข้อนี้สะใจดีจริงๆ

"เราก็ไม่ควรให้คนมีอำนาจในบ้านเมืองขุดรากถอนโคนทำลายคุณค่าที่ยึดเหนี่ยวสังคมเราเข้าไว้อย่างผิดวิธี "
บ้านเราเหมือนจะสายไปแล้วเพราะเผาไปแล้วด้วยความอลังการ
ขึ้นอยู่กับว่าจะแก้ยังไง แต่เห็นคนสั่งเผายังเดินปากกล้าหน้าสลอนกันอยู่แล้วผมปลงระบบของสังคมจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 15/08/2011 เวลา : 08.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

คุณ SW19 และครอบครัวปลอดภัยดีทุกคนนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน