*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 268866
  • จำนวนผู้โหวต : 247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
Oh What A Night

เพลงจาก Jersey Boys,West End, London

View All
<< กันยายน 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน 2554
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 3806 , 06:38:49 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน พรายพิลาศ , ช้างเผือกในเมือง และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

Prologue อารัมภบท

XV เป็นคำอ้างถึง Rugby Football ตามจำนวนผู้เล่น 15 คน

สิ่งที่สะท้อนออกมาในสังคมรักบี้ดูจะเป็นวัฒนธรรมมากกว่าเรื่องกีฬา

บางเรื่องน่าสนใจ ... โดยไม่ต้องเข้าใจและข้องแวะกับเกมและกฎกติกา

ในวาระของ

 2011 Rugby World Cup

จึงมี XV มาเล่า 3 ตอน

1. ที่มา XV: World in UNION กีฬาเจือวัฒนธรรม

2. (Royal) Wedding ที่ไม่เป็นข่าวของคนวงการรักบี้

 XV จะกลับมาตามวาระอันควร

…………………………………………………..

 

 

รักบี้มีอายุอ่อนเยาว์ในความเป็นกีฬาอาชีพ

แม้ว่า Rugby World Cup จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มการแข่งขันระดับสากลที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ 2011 Rugby World Cup นี้เป็นเพียงครั้งที่ 7 และจะย้อนกลับสู่ New Zealand ประเทศเจ้าภาพในการจัดครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2530

 

Rugby World Cup ที่ผ่านมา ไม่มีเบื้องหลังครั้งใดลึกซึ้งเท่าครั้งที่สาม พ.ศ. 2538 ที่ South Africa ชาติที่มีกวาง Springbok เป็นสัญลักษณ์ของทีม เรียกกันสั้นๆ แค่ Bok 

 

 

กีฬาฟุตบอลไปถึง South Africa ผ่านโรงเรียนคริสเตียนก่อนใครตั้งแต่ พ.ศ.2404 ไม่นานนัก Rugby rules ฟุตบอลที่เล่นตามกฎของโรงเรียนรักบี้ ก็เริ่มเป็นที่รู้จักและเล่นกันมากขึ้นเรื่อยๆ พอถึงยุคที่กองพันทหารบริทิชเข้าไปประจำการในเซาท์อัฟริการาวยี่สิบปีต่อมา รักบี้ก็กลายเป็นกีฬายอดนิยมไปแล้ว

 

ที่ประเทศต้นกำเนิดของรักบี้ ชาติในเกรทบริเทนและนอร์ทเทิร์นไอร์แลนด์รวมตัวกัน ริเริ่มธรรมเนียม The British Isles หรือ The British and Irish Lions (The Lions) เพื่อออกเดินสายไปเล่นกับเพื่อนสามประเทศขั้วโลกใต้ Australia, New Zealand และ South Africa 

 

เริ่มออกเดินทางครั้งแรกในพ.ศ. 2434 โดยมีจุดหมายที่ South Africa

 

การเยือนของ The Lions เป็นการแข่งระดับสากลครั้งแรกของ South Africa ที่มีผลดั่งการสร้างรากแก้วแข็งแรงให้กีฬารักบี้ ขนาดที่ว่าถัดมาสิบปีเศษ กลางศึก Boer War (1902) ต้องมีการพักรบเพื่อให้ Boers ได้เล่นรักบี้กับบริทิช

 

 

พวก Afrikaners หรือ Boers มีบทบาทสำคัญทางการเมืองของ South Africa อย่างยิ่ง

ใน South Africa ประชาชนสืบเชื้อสายมาจาก Africans และ Afrikaners

อัฟริกัน เป็นคนผิวดำที่สืบเชื้อสายมาจากคนเผ่าดั้งเดิมที่อยู่มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์

อัฟริคาน เป็นคนขาวที่เข้าไปตั้งรกราก มีทั้ง ดัทช์ ฝรั่งเศสและเยอรมัน

 

ตั้งแต่ พ.ศ. 2195 พวก Dutch สำรวจเส้นทางไปถึง Cape of Good Hope ที่ปัจจุบันคือ Cape Town เริ่มต้นทำการค้าเกิดเป็น Dutch East India Company และนำหนึ่งภาษาถิ่น คือ Afrikaans ไปทิ้งไว้ด้วย คนผิวขาวที่สืบทอดและพูดภาษานี้เรียกว่า คนอัฟริคาน (Afrikaners) หรือ Boers (เกษตรกร) ภาษาอัฟริคาน ยังรับศัพท์ Portuguese ที่ไปถึง South Africa ก่อนใครมาผสมปนเปด้วย

 

พอถึงยุค Napoleonic Wars สงครามติดพันระหว่างฝรั่งเศสกับหลายชาติยุโรป เนเธอร์แลนด์ตกอยู่ภายใต้การดูแลของฝรั่งเศส บริเวณ Cape Colony ที่ดัทช์อยู่กันจึงตกเป็นเป้าการยึดครองของบริเทน ที่ต้องการใช้เส้นทางเดินเรือบริเวณนั้น และไล่ราวีกับฝรั่งเศส ซึ่งอย่างหลังสำคัญกับบริเทนยิ่งกว่าการล่าอาณานิคม

 

เมื่อบริเทนมีชัยชนะในศึก Battle of Cape Town (1806) ก็ก้าวเข้าสู่การเข้าปกครอง South Africa โดยไม่สนใจเรื่องเกษตรกรรมตามลักษณะเด่นของภูมิประเทศอย่างพวกที่เข้าไปตั้งรกราก จึงตั้งมั่นอยู่ที่ Cape Town พวก Boers ที่ต้องการเลี่ยงการปกครองของ British ก็ย้ายขึ้นเขาไปรวมอยู่บริเวณที่เรียกว่า Boer Republics

British และ Boers ร่วมกันปกครอง South Africa แบบขาดๆ หายๆ และกระทบกระทั่งมาตลอดตั้งแต่บัดนั้น จนถึงยุคที่มีการพบเพชรและทอง บริเทนคงจะแพ้ความโลภและเกิดข้อขัดแย้งกันหนักขึ้น กลายเป็นชนวนของ Boer Wars ที่สุดท้ายบริเทนเป็นฝ่ายได้ชัยชนะใน พ.ศ. 2445

 

ช่วง พ.ศ.2474 – 2504 South Africa เป็นประเทศในเครือจักรภพ (Commonwealth Realms) มีคนขาวที่เป็น Anglo อยู่บ้าง แต่เหตุแห่งปัญหาใหญ่ของประเทศ คือ คนขาวอัฟริคาน คนส่วนน้อยของประเทศที่สร้างกฎเกณฑ์แบ่งแยกสีผิวของประชาชน (Apartheid) 

 

คนขาวอัฟริคาน ที่ตั้งรกรากทำมาหากิน มีจำนวนเพียงประมาณ 20% ของประชากรทั้งประเทศ แต่มีบทบาทในทางเศรษฐกิจและต้องการกดขี่คนส่วนใหญ่ที่เป็นผิวดำให้เป็นแค่ชนชั้นแรงงาน

 

เมื่อ Afrikaner National Party ของชนผิวขาวกลุ่มน้อยขึ้นมามีอำนาจใน พ.ศ. 2491 ก็ตั้งกฎเพื่อแบ่งแยกชุมชนของคนต่างผิวสี โดยให้อำนาจและอภิสิทธิ์แก่คนผิวขาวอัฟริคานเป็นหลัก การแบ่งแยกรุนแรง ลงรายละเอียดถึงทุกอย่างในชีวิตประจำวัน กระทั่งการแยกที่ยืน ที่คอยคิว ที่ซื้อของ การขึ้นรถบัส

 

การกำหนดนโยบายมีเป้าหมายที่จะควบคุมเศรษฐกิจและสังคมให้อยู่ภายใต้การปกครองของคนขาวอย่างเด็ดขาด เพื่อขยายวงของการแบ่งแยกเชื้อชาติ สีผิวอย่างที่สุด

 

ถึงปีที่ South Africa ออกจาก Commonwealth สถานการณ์เลวลงเท่าไหร่ การต่อต้าน Apartheid ของ Nelson Mandela ก็เข้มข้นขึ้นพอกัน

 

 

Mandela เริ่มการต่อต้านอย่างสันติ แต่รัฐบาลตอบโต้อย่างรุนแรง จนต้องหลบลี้ลงใต้ดิน และมาถูกจับจากเบาะแสที่รัฐบาลได้จาก CIA ใน พ.ศ. 2505 ด้วยข้อกล่าวหาประเภทที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ได้รับโทษจำคุกเริ่มต้นที่ 5 ปี จนกลายเป็นตลอดชีวิต

Mandela ได้รับการปล่อยตัวใน พ.ศ. 2533 รวมเวลาที่ถูกจองจำ 27 ปี

 

หลังการปล่อยตัวของ Mandela และการปิดฉาก Apartheid สี่ปีถัดมา South Africa จึงมีการเลือกตั้ง คนนับล้านทุกสีผิวต้องเข้าคิวกันถึงสามวันเพื่อใช้สิทธิ์ออกเสียงที่มีเป็นครั้งแรกอย่างเสมอภาค พรรค African National Congress ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล Nelson Mandela ขึ้นเป็นประธานาธิบดีเชื้อสายอัฟริกันคนแรกของประเทศ

 

 

แล้ว South Africa ก็สมัครใจขอกลับเข้ามาเป็นสมาชิก Commonwealth อีกครั้ง   

การเป็นอาณานิคมไม่ใช่เรื่องเลวทุกกรณี หากรู้จักหยิบฉวยสิ่งที่ดีมาเป็นแบบในการพัฒนาประเทศ การไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใครแล้วมักง่ายรับเอาแต่วัฒนธรรมที่ ‘ไม่ใช่’ และทำลายสิ่งดีงามในชาติกลับน่ากลัวกว่ามากนัก

 

เป็นการยากที่จะแยกเรื่องรักบี้ในเซาท์อัฟริกาออกจาก Apartheid (อะพาไธด์)

 

ช่วงการเหยียดผิว Rugby Union แยกเป็นหลายส่วนและห้ามสุงสิงกัน โดยแบ่งตามสีผิวของผู้เล่น ทั้งขาว ดำ และ Coloured สีผสมที่เกิดจากพ่อแม่ต่างผิว (แม้มีกฎห้ามการแต่งงานกัน) หรือชาติอื่น

 

คนอัฟริคาน มองรักบี้เป็นสิ่งที่ต้องเอาชนะ เพราะเกลียดบริทิช – ผู้ให้กำเนิดกีฬา คนอัฟริกันผิวดำไม่ได้เกลียดรักบี้ แต่เกลียด Springbok ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคนอัฟริคาน ตัวแทนของ Apartheid 

 

คนอัฟริกันผิวดำเป็นมิตรกับ The Lions ที่ทำกิจกรรมตามหลัก Good Christian values ร่วมกับคนท้องถิ่นและให้เกียรติเล่นรักบี้ด้วยกันเสมอ ที่สำคัญ ‘ผิวขาว’ของทีม The Lions สามารถเอาชนะ ‘ผิวขาวอัฟริคาน’ ได้

เป็นข้อพิสูจน์ให้ส่วนลึกของจิตใจรู้ว่า ‘อัฟริคาน’ไม่ได้แน่เสมอไป

 

‘All of the whites are cheering Springbok. All of the blacks are cheering England.’ – Nelson Mandela

 

เมื่อคนอัฟริกันผิวดำรังเกียจทุกอย่างของ Springbok และเชียร์ทีมขาวอย่าง The Lions ขาดใจ Mandela จึงมองรักบี้เป็นกีฬาที่จะรวมใจคนและสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชาติ ที่ต่างสีผิว และมี 11 ภาษาพูดต่างกัน หากคนในชาติรู้จักรวมใจ ส่งพลังเป็นอันหนึ่งอันเดียวในรักบี้ได้ ย่อมสมานรอยร้าวในอดีตได้บ้าง

 

 

หนึ่งปีหลังจากมีประธานาธิบดีเป็นอัฟริกัน Rugby World Cup เวียนมาอีกครั้ง เมื่อประเทศจบภาวะ Apartheid แล้ว South Africa จึงมีโอกาสเป็นเจ้าภาพ ให้การแข่งขันนี้เป็นเดิมพันการรวมชาติที่ยิ่งใหญ่ของ Mandela

 

ขณะที่อัฟริกันผิวดำต้องการโละ Springbok สัญลักษณ์ของอัฟริคานทิ้ง Mandela เอาประสบการณ์จองจำ 27 ปี ที่ผู้คุมขังเป็นอัฟริคานทั้งสิ้นมาเตือนสติว่า การรู้เขา รู้เรานั้นสำคัญกับชัยชนะที่แท้จริงและยั่งยืนอย่างไร

 

‘I studied them, learned their language, read their books, poetry.

I have to know my enemy before I could have prevailed against them.

Our enemy is no longer the Afrikaners. They are our fellow South Africans, our partners in a democracy. And they treasure Springbok rugby. If we take that away, we’ll lose them.’ – Nelson Mandela 

 

การได้สิทธิ์ในตัวตนเองกลับคืนมาเป็นสิ่งมีค่าที่สุด หากทุกคนต้องอยู่ร่วมกันในชาติเดียวกัน การไล่ล้างทิ้งทุกสิ่งของอัฟริคาน ไม่ใช่ทางออก แต่เป็นการทำลายคนร่วมชาติกันเอง

 

 ‘We proved that we are what they feared that we would be. We have to be better than that. We have to surprise them with the compassion.’ – Nelson Mandela  

 

แล้ว Mandela ก็เอา Springbok มาเป็นเครื่องหมายในการรวมชาติกันอีกครั้ง ผ่านรักบี้ 

 

 

การใส่เสื้อ Springbok ของ Mandela จึงเป็นการบอกอัฟริคานว่า คนผิวดำทุกคนก็มีสิทธิ์เป็น Bok และชี้ให้อัฟริกันผิวดำเห็นว่า Bok ไม่ใช่ของคนผิวขาวแต่ผู้เดียว

 

Mandela จับเอาตัว Francois Pienaar ซึ่งเป็นอัฟริคานและกัปตัน Springbok มาเป็นกระบอกเสียง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ทั้งทีมนำมาซึ่งชัยชนะ

 

ชัยชนะที่จะเป็นแรงบันดาลใจให้ชาติทั้งมวล

 

Pienaar พบกับ Mandela อย่างกระอักกระอ่วนใจ ด้วยพื้นฐานความต่างของเชื้อชาติ แต่ความลุ่มลึกทางความคิดของ ‘Madiba’ คำเรียก Mandela ตามชื่อเผ่า Xhosa ที่แสดงการให้เกียรติอย่างสูง ทำให้ ฟร็องซัวร์ พีนาร์ต้องยอมจำนน

 

 ‘รักบี้’ จึงได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์ในการสมานอดีตที่ร้าวฉานของการแบ่งแยก เหยียดผิวใน South Africa  

 

ภาพสายการบินแห่งชาติ SAA ที่ลดระดับมาส่งแรงใจให้ Bok ประธานาธิบดี Mandela กับเสื้อ Springbok เบอร์ 6 ... ส่วนหนึ่งของพลังขับที่ทำให้ Springbok ครองแชมป์โลกได้สำเร็จ เทียบไม่ได้กับความกึกก้องของการเปล่งเสียงร่วมกันร้องเพลงชาติที่เคยเป็นเพลง Anti-Apartheid ที่เสียบแทงคนอัฟริคาน และใช้ร้องตอน Mandela เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี

 

Pienaar ในเสื้อเบอร์ 6 ไม่เคยคิดจะร้องเพลงชาติที่มีถึงห้าภาษานั้น แต่สิ่งที่ได้ยินบอกให้รู้สึกได้อย่างเดียว ถึงเสียงคนจำนวนนับล้านรวมกันเป็นหนึ่งเพื่อสนับสนุน South Africa

 

 

  Springbok ในวันนี้ มีผู้เล่นคละสีผิวและไม่ใช่ทีมของอัฟริคานเพียงผู้เดียวอีกต่อไป การรวมใจของคนในชาติส่งให้สีผิวที่แตกต่างรวมกันงดงามเป็น Rainbow Nation และให้ Springbok นำ Web Ellis Cup กลับไปอวด Mandela อีกครั้ง จากชัยชนะ 2007 Rugby World Cup ครั้งล่าสุดที่ฝรั่งเศส

 

เมื่อความแตกแยกทางความคิดเรื่องการเมืองและการปกครอง ไม่ใช่ของใหม่ในประวัติศาสตร์การเมืองโลก การแบ่งสีที่มีบทเรียนให้ศึกษาร่วมกับวาทะลึกซึ้งของ Nelson Mandela จึงน่าจะเป็นข้อคิดให้คนในสังคมที่กำลังแตกแยกตระหนักก่อนที่จะสายเกินไป

 

 

 

Epilogue ส่งท้าย

ชวนดู Invictus

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของ South Africa ผสม 1995 Rugby World Cup

Clint Eastwood กำกับและบันทึกไว้ให้เข้าใจง่าย มีข้อเท็จจริง

ภาพยนตร์ Invictus ดูสนุกมากเมื่อรู้ที่มา

ความประณีตในการสร้าง รายละเอียดบุคลิกผู้แสดงตามทีมชาติจริง

ฉากการแข่งขันที่ต้องเล่นจริง ที่แฟนกีฬารักบี้ยังจำได้

2011 Rugby World Cup, New Zealand

9 กันยายน นี้

Reference:

SA National Anthem: Nkosi Sikelel iÁfrika, God Bless Africa 

– forever associated with Nelson Mandela and the other prisoners on Robben Island. (upload by MariusSoma)

nelsonmandela.org

BBC: South Africa 

rugbyfootballhistory: south africa

Froncois Pienaar พูดถึง Mandela



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 19/10/2012 เวลา : 23.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

ขอบคุณมากครับพี่

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 08/10/2011 เวลา : 18.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

Bon Voyage ค่ะ เที่ยวและทานในฝรั่งเศสให้สนุ้ก สนุก และอร้อย อร่อยนะคะ ครอบครัวอุ๋มบินถึงปารีสปุ๊บก้อจะตรงดิ่งมุ่งสู่เบอร์กันดีเลยค่ะ เราจะเที่ยวที่นั่นอย่างเดียวเลยค่ะ กลับมาค้างปารีสก่อนกลับคืนเดียวเท่านั้นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 04/10/2011 เวลา : 11.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

ขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำ Yo Sushi นะคะ จะต้องไปหาแล้วค่ะ ว่าอยู่ที่ไหน นี่กำลังวางแผนจะไปทานเนื้อย่างเวียนโคขุนโพนยางคำค่ะ ถ้าไปทานแล้วถ้าอร่อยจะมาเล่าให้ฟังนะคะ ถ้าทำก๋วยเตี๋ยวหลอดอย่าลืมนำมาเล่าสู่กันฟังมั่งนะคะ มีความสุขมากมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 22/09/2011 เวลา : 09.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

คุณ SW19 คะ ถ้าเป็นเครปใกล้โรงแรมปาร์ค คุณป้าขอรับไว้แทนคุณหลานเลยค่ะ เขาว่ากันว่าเป็นเครปอร่อยที่สุดในโลกใช่ไหมคะ ยิ่งไส้เกาลัดด้วยแล้ว อิ อิ ยังไม่เคยได้มีบุญทานเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 10/09/2011 เวลา : 12.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

เข้าใจความรู้สึกอยู่ แต่ทุกสีผิวก็มักจะลืมไปว่า ลอกหนังห่อหุ้มออกมาก็สีเดียวกันหมดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 10/09/2011 เวลา : 09.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

คุณ SW19 คะ ทอดมันแม่มาลี อตก. นี่ก้อเป็นทอดมันที่อร่อยที่สุดในโลก ณ ขณะนี้เลยค่ะ ถ้าคุณ SW19 มาเยี่ยมเมืองไทยบอกนะคะ อุ๋มจะได้บอกที่ตั้งแบบตรงเป๊ะให้ค่ะ หรือถ้าถึงวันนั้นไม่อร่อยแล้วจะได้บอกทันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Toitoi วันที่ : 09/09/2011 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Toitoi

แรงก็แต่ในเกมส์ ให้อภัย มีน้ำใจ รักบี้ นี่คือ กีฬาสุภาพบุรุษ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
NN1234 วันที่ : 09/09/2011 เวลา : 21.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ต้องนำเครื่องบินบินลงต่ำเฉียดสนามแข่งรักบี้ด้วยไหม??


ผมดูหนัง นอกจากจะเห็นถึง"มารยาทและน้ำใจนักกีฬา"อย่างเด่นชัดกว่ากีฬาอื่นๆ แล้ว ยังเห็นผู้เล่นการทำเสียแปลกๆ "อื้ออือ....."ใส่กันขณะที่แท็กไหล่ดันกัน ..
ถามว่า ทำเสียงเช่นนั้นไปทำไม?

ลืมบอกไปว่า ตอนที่ลูกสาวเรียนที่ มอ.หาดใหญ่ปี ๑ ปีที่แล้ว ที่นั่นมีการแข่งขันรักบี้มหาวิทยาลัยระหว่างคณะ
ลูกสาวเป็น ผจก.ทีมของคณะเศรษฐศาสตร์ เคยแวะไปเยี่ยมเขาสองหน เห็นอยู่ต้องนั่งเฝ้าพวก นศ.ชายที่ฝึกซ้อมกันถึง ๒-๓ ทุ่ม
ถามเขาว่า ผจก.ทีมต้องทำอะไรบ้าง? เขาตอบ "โทรตามลูกทีมให้มาซ้อม เตรียน้ำ ผ้าเย็น ประมาณนี้ค่ะ"

ปีนี้เธอไปเรียน ม.มหิดล ศาลายา ไม่มีกีฬาประเพณีนี้ที่นั่นอย่างเคย เธอหมดโอกาสที่จะได้สนุกสนานกับเพื่อนๆ และเรียนรู้การบริหารจัดการคนจากข้างๆ สนามรักบี้ และฝึกหัดตนเองหลายอย่าง

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
BlueHill วันที่ : 09/09/2011 เวลา : 16.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

คนนับล้านทุกสีผิวต้องเข้าคิวกันถึงสามวันเพื่อใช้สิทธิ์ออกเสียง

แม้จะผ่านตามาบ้าง แต่ก็ขนลุกทุกครั้งที่อ่านประโยคนี้ครับ

ขอบคุณสำหรับการแนะนำให้ชม Invictus
ผมพลาดเรื่องนี้ไปได้อย่างไรหนอ ทั้ง ๆที่เป็นแฟนคลับของปู่คลิ้นท์ทั้งในบทบาทการแสดง และในฐานะผู้กำกับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
SW19 วันที่ : 09/09/2011 เวลา : 16.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

พักครึ่งเวลาของเกมแรก หลังพิธีเปิดการแข่งขัน 2011 Rugby World Cup เลยมีเรื่องกลับมาเล่าให้คุณ NN1234 ฟังว่า

หากเพลิดเพลินกับการชม Invictus อยากให้ลองดูตอนจบเมื่อ Springbok ได้ชัยชนะเป็นแชมป์โลก ผู้เล่นมารวมตัวกันล้อมวง และ Pienaar บอกให้เพื่อนร่วมทีมอัฟริกันผิวดำเป็นผู้นำสวด ประเพณีการสวดมนต์หลังจบเกมเป็นสิ่งตกทอดที่ยังหลงเหลือให้เห็นจากที่มาของเกมที่ยึดหลัก Good Christian values ชาติพวกเกาะและ Bok ยังรักษาไว้เหนียวแน่น

อาจจะเป็นของแปลกจากกีฬาอื่น แต่เป็นของที่ทำให้รักบี้แตกต่างในเรื่องน้ำใจนักกีฬา และนับผู้เล่นผู้ชมทั่วโลกเป็น Rugby family

ช่วงก่อนพิธีเปิดเมื่อสักครู่ Pienaar ซึ่งนั่งเป็นหนึ่งในผู้บรรยายยังนำเรื่องราวของชัยชนะในปีนั้น และบทบาทของ Mandela มาพูดว่า เมื่อเดินเข้าโรงแรมที่พักเห็นคนผิวดำใส่เสื้อ Springbok ก็ให้ขนลุกว่า Mandela สามารถทำให้คนอัฟริกันผิวดำทั้ง South Africa พร้อมกันเชียร์ Bok ได้ทั้งชาติ Sean Fitzpatrick กัปตันของ NZ ในเกมนั้น ซึ่งมานั่งบรรยายคู่กันก็ยอมรับว่าเกมนั้นไม่ใช่แค่เล่นกับ Bok ทีมนั้น แต่เล่นกับคน South African ทั้งชาติ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
NN1234 วันที่ : 09/09/2011 เวลา : 12.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

อ่านแล้วได้แรงบันดาลใจ แต่ต้องดูไปพร้อมๆ กับภาพยนตร์เรื่อง INVICTUS จึงจะสมอารมณ์หายตามที่ จขบ.เขียนไว้ทั้งหมด

คอมเม้นท์แบบยาวๆ ไม่มีเม้ม ผมได้เขียนลงใน msg box แล้วครับ เผื่อว่าเราจะได้คุยกันถนัดๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
SW19 วันที่ : 08/09/2011 เวลา : 20.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอบคุณที่ผจญตามมาคุยกันอีก
ถ้าคุณผจญได้มีโอกาสหาหนังมาดู ขอบอกว่าบางตอนมันก็ขนลุกใช้ได้ Mandela ถูกขังคุกแบบทำงานหนักในเหมือง อดทนแล้วออกมาบอกว่าการเอาชนะที่แท้จริงคืออะไร ด้วยการทำให้ดู เป็นเรื่องน่านับถือ เพราะคิดดูแล้วไม่ใช่ทุกคนจะคิดได้อย่างนั้น แต่ก็ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า อาจจะแพ้ในศึก แต่ชนะสงคราม

เพลงชาตินี้เป็นเพลงต่อต้านการเหยียดผิวหนึ่งส่วนของพวกอัฟริกัน เอามารวมกับเพลงของพวกอัฟริคาน เอาตอน Mandela ขึ้นมา สุดท้ายเขาก็ร่วมใจร้องกัน รวมกันได้

เรื่องบ้านเรามีให้บ่นอีกมาก แต่เราก็ต้องช่วยกัน .. นะ
ขอบคุณครับ/ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 08/09/2011 เวลา : 20.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

."การเป็นอาณานิคมไม่ใช่เรื่องเลวทุกกรณี หากรู้จักหยิบฉวยสิ่งที่ดีมาเป็นแบบในการพัฒนาประเทศ การไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใครแล้วมักง่ายรับเอาแต่วัฒนธรรมที่ ‘ไม่ใช่’ และทำลายสิ่งดีงามในชาติกลับน่ากลัวกว่ามากนัก " เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดครับ.....และขอสนับสนุนความคิดของคุณแม่มดครับ....จริงๆแล้วผมดูหนังหลายเรื่องของ ฟรีแมน ชอบชอว์แชง มากๆ แต่เรื่องนี้ไม่เคยดู จะหาดูครับ........ส่วนเพลงชาติ ผมชอบทุกประเทศครับ เพราะเป็นเพลงที่ดีที่สุด จึงคัดมาเป็นเพลง แต่เสียดายความหมายของเพลงชาติเราดูจะจางลงจากการแบ่งแยกสี....เนลสัน เมลดาล่าเขาเป็นวีระบุรุษที่เป็นแบบอย่าง เขาเคยผ่านความเจ็บปวดมามากมายจากการแบ่งผิวสี บ้านเราจริงๆแล้วอยู่สบาย แต่คนชอบหาเรื่องแบ่งสี เพราะความที่ไม่เป็นเมืองขึ้นของใคร ภูมิใจเป็นหนักหนา ชอบเอาของเขามาโดยลืมว่าเราเคยเป็นเช่นไร...เหมือนคนไม่เคยพบกับความเจ็บปวด แต่ควานหาเรื่อง.......ตามมาอ่าน ตามมาบ่น ตามมาโหวดครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
SW19 วันที่ : 08/09/2011 เวลา : 16.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณแม่มดถูกต้องแล้วที่ Madiba เป็นคนเลือก Morgan Freeman ด้วยตนเอง ในความรู้สึกเราจะเห็นต่างออกไปว่า Freeman เล่นได้ดีมาก โดยเฉพาะการใช้เสียงออกมาเป็นสำเนียง African อย่างถูกต้อง แม้การ project เสียงจะออกมาจากคนละส่วนกับ Mandela ตัวจริง

Matt Damon ก็เปลี่ยนสำเนียงพูดเป็น Afrikaan ได้ดีเลย เพราะเป็นสำเนียงที่เลียนแบบยาก

ที่สำคัญรายละเอียดของหนังในส่วนที่เกี่ยวกับ Rugby World Cup คราวนั้นแม่นจริง

ความเห็นของคุณแม่มดทำให้เราภูมิใจที่คิด theme ของ XV ออกมาทื่อๆ ว่าเป็นเรื่องของวัฒนธรรมมากกว่ากีฬา
และดีใจเป็นที่สุด ที่คุณแม่มดเห็นประเด็นสำคัญเดียวกัน ว่า ชาติที่ลำบากมากมาย ทั้งพื้นเพ ความเป็นอยู่ เขาทะยานขึ้นได้อย่างสวยงาม ถ้าชาติที่ take things for granted อย่างเดียว โดยไม่สนใจในความรับผิดชอบใดๆ เลย ก็คงไปไม่ไกลเกินปลัก ... อย่างที่คุณแม่มดพูดได้ตรงที่สุด

ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ / ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
SW19 วันที่ : 08/09/2011 เวลา : 16.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ Strawb

ขอบคุณที่ติดตามเช่นกัน...

คนผิวสีที่ถูกกีดกันมีแต่ที่ South Africa สมัยนั้น ซึ่งกีดกันเผื่อไปถึงพวกคนเกาะ (Polynesian) ที่มาจาก New Zealand, Samoa, Fiji เมื่อไปถึง Bok ก็ไม่ให้แข่ง ประกอบกับสมัยดั้งเดิม รักบี้เริ่มมาจากโรงเรียนประจำ คนผิวสีที่ครอบครัวมีกำลังส่งให้เรียนมีน้อยมาก

สมัยหลังรักบี้มีการแบ่งเป็นรักบี้ League ที่เล่นเป็นกีฬาอาชีพและกฎต่างออกไปหน่อย ไม่มีชนชั้น คนก็คละกันมากขึ้น

ปัจจุบันมีคนเชื้อสาย Black African และผิวสี Coloured ปนเปอยู่ทุกทีมชาติ Brian Habana (Bok), Betsen (FR), Thierry Dusautoir กัปตันทีมชาติฝรั่งเศส ของอังกฤษทีมปัจจุบันก็มีอีกหลายคน ของ Wales ก็มี ที่ไม่มีคือ Ireland ที่ดูเหมือนจะมีคนผิวสีไปอยู่น้อย

Rugby World Cup มีแข่งกันแค่ 20 ชาติ เป็นสังคมไม่เล็ก แต่ก็ไม่กว้าง เพราะธรรมเนียมยังมีมาก ซ่าแซ่ดใส่ Referee ไม่ได้เลย ชาติหลักในยุโรป คือ England, Ireland, Scotland, Wales, France, Italy (6 Nations)

America ออกจะยาก เพราะโดยความจริงแล้ว เป็นชาติที่เล่นกีฬาที่ใช้ Stamina (ความอึด) ไม่ได้ อเมริกันฟุตบอล เป็นการเล่นแบบ stop & start เป็น planned move อย่างมากคราวละ 15 วินาที แต่รักบี้เป็นเกมต่อเนื่อง ที่มีการปะทะตลอด (Contact sport) แม้เขาจะมี บาสเกทบอลเป็น ‘contact sport’ แต่ก็คนละแบบ และไม่ได้อาศัย physical strength แบบรักบี้

Matt Damon ที่เล่นเป็น Pienaar ยอมรับว่าต้องหัดเล่นจริง เพราะดีไซน์การเคลื่อนไหวเพื่อถ่ายทำแบบอเมริกันฟุตบอลไม่ได้ Clint Eastwood เลือกตัวแสดงเป็นผู้เล่นจากนักเล่นรักบี้จริง แข่งจริง ถ่ายแล้วค่อยมาตัดต่อ

Argentina เล่นดีขึ้นทุกวัน ทีม Puma ใกล้ชิดกับ Wales เพราะคน Welsh อพยพไปอยู่ที่ Patagonia และเอารักบี้ไปเล่นด้วย

พิธีเปิดวันศุกร์นี้ น่าจะงดงาม ขนลุกได้ โดยเฉพาะหลัง earthquake ที่ผ่านมา ครอบครัวรักบี้ทั่วโลกส่งใจไปช่วยท่วมท้น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
SW19 วันที่ : 08/09/2011 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณผจญ ... เรื่องเรทติ้ง เห็นท่าเราจะไม่ไหว เพราะเรามีแต่เรื่องเก่า และข้ามน้ำมาไกล แค่แวะมาเยี่ยมกันก็ดีใจ เพราะหลายอย่างที่เห็นมันมีตัวอย่างให้หยิบคว้าเป็นข้อคิดได้ ไม่รู้คุณผจญชอบเพลงชาติเขาหรือเปล่า?

ขอบคุณคุณผจญมาก และรออ่านเรื่องต่อไปของคุณผจญอยู่เสมอ (แฟนเหนียวแน่น ไม่แพ้ช่างป๋องนะ)

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 08/09/2011 เวลา : 14.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ได้ดู Invictus นานแล้ว ได้ยินว่า Mandela เลือก Freeman ด้วยตนเอง
แม่มดเองในฐานะที่เป็นแฟนของ Eastwood และ Freeman ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไรเพราะบุคลิกของ Mandela กับ Freeman นั้นต่างกันมาก เลยดูหนังเรื่องนี้ไม่สนุกเท่าที่ควร

อ่านบทความเรื่องนี้แล้วทำให้มองรักบี้และการแข่งขันกีฬาโดยทั่วไปด้วยสายตาอีกแบบหนึ่ง เพราะตามปกติเป็นคนที่ห่างไกลจากแวดวงนี้มาก

คนไทยไม่เคยถูกแบ่งแยกและเหยียดหยามถึงที่สุดเหมือนชาติที่เคยตกเป็นอาณานิคมเลยกลายเป็นเด็กที่ถูก spoiled เอาแต่เรียกร้องและตักตวงจากบ้านเมือง ไม่ยอมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่รับผิดชอบทั้งตนเองและสังคม

ถ้าไม่สามารถเก็บรับบทเรียนในอดีตของผู้อื่นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองได้ ก็คงต้องจมอยู่ในปลักนี้ไปเรื่อยๆ

โหวตให้เจ้าของบ้านที่ทำการบ้านมาดีมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Strawb วันที่ : 08/09/2011 เวลา : 09.49 น.

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ นี้ครับ

เสียดายที่คนผิวสีเขาไม่นิยมเล่นรักบี้กัน (หรือว่าโดนกีดกัน) ทั้งที่สรีระเหมาะกับรักบี้มาก (คล้ายๆกอล์ฟ) ในทีม Springbok ถึงไม่มีผิวสี (หรือว่ามีแต่ผมไม่เห็นเอง) ผิดกับ AllBlack ที่ยังมีเมาลีบ้าง

อยากถามว่า
บนแผ่นดินใหญ่ของยุโรป นอกจากฝรั่งเศษแล้ว มีชาติไหนที่เล่นรักบี้บ้างครับ

อเมริกันนี้คงยากนะ ถ้ายังมีอเมริกันฟุตบอลอยู่

อเมริกาใต้ล่ะ รู้สึกว่ามีแต่อาร์เจนติน่าใช่ไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 08/09/2011 เวลา : 08.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

มาติดตามเรื่องราวดีๆ ที่ไม่มุ่งเรทติ้ง...ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน