*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 266241
  • จำนวนผู้โหวต : 247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
Oh What A Night

เพลงจาก Jersey Boys,West End, London

View All
<< ตุลาคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 10 ตุลาคม 2554
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 4400 , 03:40:40 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน ช้างเผือกในเมือง , thetwit และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

Prince of Wales สร้างข้อตกลงกับสื่อมวลชนบริทิชตั้งแต่ครั้ง Prince William, Duke of Cambridge และ Prince Harry ยังเล็ก ให้ละเว้นการติดตามแบบไล่ล่าหาข่าวเพื่อให้พระโอรสทั้งคู่สามารถใช้ชีวิตปกติได้อย่างสงบสุข เมื่อเจริญวัยเข้าสู่ช่วงของการปฏิบัติราชกรณียกิจแล้วจะยินยอมให้ตามข่าวกันใหม่

 

คำขอนั้น ปรากฏผลเต็มที่หลังการสูญเสีย Diana, Princess of Wales ซึ่งมีหนึ่งเหตุปัจจัยจากการตามล่าของ Paparazzi ช่างภาพ (Photojournalists) ที่ชำนาญเฉพาะทางในการแอบเก็บภาพบุคคลมีชื่อเสียง

 

ข่าวของสองพริ้นซ์ที่หลุดรอดมาบ้างจึงเป็นประเภท Tabloid ของหนังสือพิมพ์ที่เน้นข่าวชาวบ้าน ซุบซิบ เขียนข่าวเองให้เกินความจริงไว้ก่อน เรื่องวีรกรรมวัยเยาว์ในการสังสรรค์สนุกสนานของ Prince Harry เป็นข่าวยอดนิยม ส่วนความก้าวร้าวที่กระแทกกลับช่างภาพทั้งหลาย ได้รับความเห็นใจจากสังคมบริทิชที่เข้าใจความรู้สึกของผู้ที่สูญเสีย ‘มารดา’ จากผลทางอ้อมของการกระทำของสื่อมวลชน

 

ภาพพจน์เจ้าสำราญ เที่ยวกลางคืน จึงเป็นเรื่องคุ้นตามากกว่าตัวตนที่แท้จริงของ Prince Harry

 

‘ตัวตน’ ที่ BBC และสื่อมวลชนบริทิชเคยร่วมใจกันปกปิดจากประชาชน

 

 

ก่อนคริสต์มัส พ.ศ. 2550 พริ้นซ์แฮรี่ออกเดินทางไปร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับทหารบริทิชที่อัฟกานิสถาน หลังจากผิดหวังมาหนึ่งปีก่อนหน้าเมื่อถูกยกเลิกการไปร่วมรบที่อิรักอย่างกะทันหัน

 

 

การเดินทางไปอัฟกานิสถานครั้งนี้ ถูกเตรียมการล่วงหน้าอย่างรอบคอบ BBC (British Broadcasting Corporation) และ MoD (Ministry of Defence กระทรวงกลาโหม) หารือกันห้าเดือน จนได้ทำความเข้าใจร่วมกันและตกลงว่าจะนำวิธีการปิดข่าว News Black-out มาใช้ โดยทุกฝ่ายต้องเก็บเรื่องการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ของพริ้นซ์แฮร์รี่เป็นความลับ เพื่อความปลอดภัยของ ‘ทหาร’ ทุกนาย รวมถึงพริ้นซ์แฮร์รี่ด้วย

 

BBC และสื่อมวลชนบริทิชได้รับสิ่งแลกเปลี่ยนเป็นการเข้าถึงตัวพริ้นซ์แฮร์รี่ เพื่อการสัมภาษณ์ บันทึกภาพ ทั้งก่อนหน้าการเดินทางและในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ (หากเกิดกลัวจะกลับเมื่อไหร่ก็ได้) แต่ห้ามเผยแพร่ต่อสาธารณชน

 

 

สื่อมวลชนทุกฝ่ายให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี กระทั่งช่วงคริสต์มัสที่ตามธรรมเนียมสมาชิกราชวงศ์จะประทับร่วมกันและมีภาพออกสู่ประชาชน BBC ก็อธิบายเพียงว่าทั้งสองพริ้นซ์หายไปประจำการที่กรมกองของตนเอง โดยพริ้นซ์วิลเลี่ยมก็อาสาอยู่เวรจริง เพื่อให้การหายตัวของแฮร์รี่ดูมีน้ำหนัก

 

พริ้นซ์แฮร์รี่มีความสุขอยู่กับสิ่งที่รับสั่งว่าเป็น ‘บทบาทและหน้าที่ของทหารอาชีพ เพื่อรับใช้ชาติ และเดอะควีน – his grandmother ย่า’ เพียง 10 สัปดาห์ในบริเวณ Helmand Province จุดอันตรายในอัฟกานิสถาน ความลับก็แตกโดย The Drudge Report สื่อมวลชนอเมริกัน

 

ประชาชนบริทิชหงุดหงิดสื่ออเมริกัน ส่วนพริ้นซ์แฮร์รี่ผู้ซึ่งต้องเดินทางออกจากพื้นที่ทันทีก็ขอบคุณ all the British media for keeping their mouths shut สื่อบริทิชที่อุตส่าห์เก็บปากเก็บคำสนิท 

 

 

ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในอัฟกานิสถาน พริ้นซ์แฮร์รี่มีความเป็นอยู่เยี่ยงนายทหารทั่วไป ไม่มีข้อยกเว้นพิเศษ ไม่มีน้ำอาบคราวละหลายวัน ใส่เครื่องแบบเน่า เวลาไปยั่วเย้าสาวนักบินก็ถูกเอามา ‘เผา’ เท่าเทียมกัน นอนรวมกันโดยมีโอกาสที่จะถูกงูเลื้อยมาซุกหาความอุ่นในยามดึกที่อุณหภูมิลดลง

 

 

พริ้นซ์แฮร์รี่อยู่ร่วมกับทหารกุรข่า (Gurkha) ที่ผูกพันรักใคร่กับบริทิชมากว่าสองร้อยปีและดูแลทุกคนอย่างดี กินแกงแพะแกะร่วมกัน สนิทชิดเชื้อพอที่จะถวายชื่อเล่นว่า ‘ตัวดึงดูดกระสุน’ พริ้นซ์แฮร์รี่ก็ถูกใจ แถมพกมีด Kukri ที่กุรข่าถวายเป็นเกียรติยศ และตั้งใจกลับไปเยี่ยมกันในช่วงคริสต์มัส แม้จะรู้ว่ากุรข่าไม่มีธรรมเนียมฉลอง

 

เมื่อข่าวรั่วออกไป กองทัพก็มีคำสั่งให้พริ้นซ์แฮร์รี่ออกจากพื้นที่ทันที ปฏิกิริยาของผู้ใกล้ชิดมีแตกต่างไป

 

เดอะควีนรับสั่งชมว่า แฮร์รี่ทำดี ทั้งที่อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ง่ายเลย

ส่วน Prince Charles แม้จะต้องยุ่งยากเรื่องปิดข่าวให้แฮร์รี่ ใครถามหาก็รับสั่งเพียงว่า He’s on exercise somewhere. คงไปฝึกอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ก็ยังหงุดหงิดแทนเรื่องการถูกส่งกลับก่อนกำหนด เพราะรู้ดีว่าแฮร์รี่อยากกลับพร้อมเพื่อนทหารคนอื่น

 

 

พริ้นซ์แฮร์รี่ ในวัย 23 รับสภาพที่ต้องเดินทางกลับเกรทบริเทน แต่ไม่เคยล้มเลิกความคิดที่จะออกสู่ส่วนหน้าอีกครั้ง และเพิ่มความผูกพันกับทหารและครอบครัวของผู้สูญเสียชีวิตจากสงครามมากขึ้นเรื่อยๆ

 

พริ้นซ์แฮร์รี่ ให้สัมภาษณ์ว่า กว่าจะเรียนจบและฝึกมาได้ขนาดนี้ต้องใช้เงินมหาศาล หากไม่ได้ออกไปปฏิบัติหน้าที่ก็จะเป็นเรื่องสูญเปล่า ที่สำคัญ... my heart was in the Army.

 

แล้วก็ยืนยันมั่นเหมาะว่า ตราบใดที่ยังมีทางเป็นไปได้ ก็จะกลับไปรับใช้ชาติเฉกเช่นเดียวกับทหารทั่วไป ถ้าสถานการณ์สงบก็ดี แต่หากเป็นยามสงครามก็พร้อมต่อสู้ร่วมกับพรรคพวกพี่น้อง

 

“As long as my military career allows it and politically it’s allowed, then I will serve my country as any other soldier.

“If we could be at peace then fantastic but if we’re at war then you want to be with your brothers in arms.”

 

เมื่อกลับมาประจำการที่อังกฤษ พริ้นซ์แฮร์รี่ ในยศร้อยเอกแห่งกองบินทหารบก (Army Air Corps) ขะมักเขม้นกับการฝึกเป็นนักบิน Apache helicopter ขณะนี้อยู่ในช่วงการฝึกแบบใช้กระสุนจริงที่ Naval Air Facility El Centro ในสหรัฐอเมริกา ที่เคยใช้ถ่ายภาพยนตร์เรื่อง Top Gun หลังจบการฝึกในปีหน้า ก็พร้อมปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ที่ต้องใช้ Apache รวมทั้งในอัฟกานิสถาน

 

 

สิ่งที่ปรากฏชัดหลังภารกิจที่อัฟกานิสถานของพริ้นซ์แฮร์รี่ คือ ความสัมพันธ์กับพวกพ้องทหาร ครอบครัวของผู้สูญเสีย ทหารผ่านศึก และการเป็นองค์อุปถัมภ์ของ Walking with the Wounded 

 

การก้าวเข้าสู่สงครามแต่ละครั้ง แม้จะเพียงการเข้าเป็นตัวกลางยุติข้อขัดแย้ง หรือเกิดจากเหตุปัจจัยทางการเมือง ที่นักการเมืองผู้ผลักดันให้ชาติเข้าสู่สงครามไม่สามารถคาดเดาผลลัพธ์หลังสงครามได้ แต่ประชาชนทั้งชายหญิงที่ยึดอาชีพเป็นทหาร รู้ดีว่าผลกระทบและความสูญเสียทั้งร่างกายและจิตใจเกิดขึ้นได้กับทุกฝ่าย  

 

เมื่อไปรบก็เสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิต หากบาดเจ็บหรือพิการเมื่อกลับคืนสู่ครอบครัวก็ต้องเผชิญกับสภาพการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผัน ทหารผ่านศึกเหล่านั้นจึงต้องการความช่วยเหลือด้านการเรียนรู้ (Re-education) และฝึกชีวิต (Re-training) ใหม่ เพื่อให้มีอาชีพและอยู่รอดได้ทั้งในครอบครัวและสังคม

 

กว่าจะมาถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 ครบ 10 ปีที่เกรทบริเทนเข้าร่วมสงครามอัฟกานิสถาน จึงมีกิจกรรมหลายอย่างเพื่อจัดหาทุนในการเตรียมความพร้อมกับการสร้างชีวิตใหม่ให้ทหารทุพพลภาพ

 

กลางเดือนเมษายน พ.ศ. 2554 ทหาร 4 นาย ที่มีทั้งเสียแขน เสียขา แขนเป็นอัมพาต และกระดูกสันหลังร้าว ร่วมใจกันเดินทางระยะ 250 ไมล์ มุ่งสู่ขั้วโลกเหนือภายใต้อุณหภูมิติดลบ 38ºC ที่สำหรับคนธรรมดาก็ยังยาก ตั้งเป้าหมายระดมทุนช่วยเหลือทหารจำนวนสองล้านปอนด์

 

 

ลำพังการใช้ชื่อพริ้นซ์แฮร์รี่สนับสนุนก็มีผลด้านประชาสัมพันธ์มากแล้ว เมื่อพริ้นซ์แฮร์รี่ตัดสินใจร่วมเดินกับนายทหารทั้งสี่ด้วยจึงเป็นเรื่องใหญ่ พริ้นซ์แฮร์รี่ต้องการสร้างแรงบันดาลใจให้ทหารบาดเจ็บทั้งมวลต่อสภาพใหม่ของชีวิต และให้ประชาชนบริทิชตระหนักถึงความเสียสละของเพื่อนทหาร ที่พริ้นซ์แฮร์รี่โปรดใช้คำเก่า Brothers-in-arms เปรียบเสมือนพี่น้องตามธรรมเนียมดั้งเดิมของทหารอังกฤษโบราณ ที่นับสังกัดของตนเป็นครอบครัว

 

 

ก่อนการเดิน The North Pole Expedition พริ้นซ์แฮร์รี่คลุกคลีกับทีม ทั้งร่วมฝึกซ้อมที่นอร์เวย์ เป็นธุระหน้าฉากให้ David Bailey ถ่ายภาพหมู่ลง GQ เพื่อหาเงินบริจาคจากยอดจำหน่ายนิตยสาร – ที่มักจบด้วยการลากทุกคนไป Pub หาเบียร์กินสร้างความผูกพันเพิ่ม

 

สภาพภูมิอากาศของขั้วโลกเหนือทำให้การออกเดินทางล่าช้ากว่ากำหนดหลายวัน พริ้นซ์แฮร์รี่จึงร่วมเดินกับพวกพ้องได้ไม่ตลอด เพราะติดงานหลวง Royal Wedding ของพี่ชายเมื่อเมษายน แต่ก็ตั้งท่าใหม่แล้วว่า จะไปไต่ Everest 2012 ร่วมกับ Walking with the Wounded

 

ความผาดโผนที่ปรากฏชัดของพริ้นซ์แฮร์รี่ คงอธิบายถึงความแก่น เฮี้ยว เอาเรื่อง ที่บรรดา Tabloid ชอบเรียกว่า ‘wild child’ ได้เป็นอย่างดี และด้วยบุคลิกส่วนพระองค์แบบนี้ ทำให้พริ้นซ์แฮร์รี่เป็นที่รักและถูกนับเป็นพรรคพวกกับทหารบริทิชอย่างแนบแน่น กระทั่งบรรดาแม่ๆ ของทหารเหล่านี้ที่มารุมกอดรัดเมื่อพบกันเสมอ

 

 

เมื่อเจริญวัยมากขึ้นเท่าไหร่ อารมณ์ขัน และท่าทางของพริ้นซ์แฮร์รี่ก็ถอดแบบ ‘ปู่’ Duke of Edinburgh อย่างชัดเจน รวมทั้งน้ำเสียงที่เป็นเนื้อเดียวกันกับ Prince Charles ลบล้างข้อครหาที่โมเมเอาจากสีผม แล้วไปอ้างกันว่าพริ้นซ์แฮร์รี่เป็นผลผลิตของ James Hewitt ผู้ซึ่งมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ Diana, Princess of Wales เสียที

 

 

Prince Henry Charles Albert David หรือ Prince Henry of Wales นั้น ถูกเรียกว่า Prince Harry (ชื่อเล่นของชื่อ Henry) อย่างตั้งใจจาก The Prince & The Princess of Wales 

 

ขณะนี้ Prince Harry เป็นองค์รัชทายาทลำดับที่สาม ถัดจาก Charles, Prince of Wales และ Prince William, Duke of Cambridge และเพิ่งฉลองครบรอบ 27 ชันษาไปเมื่อ15 กันยายน

 

Happy (belated) Birthday, Prince Harry.  

 

**********

Reference:

Prince Harry website

ภาพ walkingwiththewounded - north pole 2011

ฟังสัมภาษณ์ Harry called a 'bullet magnet'

Photos in Afghanistan: courtesy of BBC, PA

Clip: Telegraph TV

เรื่อง BBC News 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
driftworm วันที่ : 15/10/2011 เวลา : 10.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ขอบคุณ คุณ SW19 ครับ ที่ไปให้ความกระจ่างเรื่อง "Take Gap Year" และ "La Vacance" ถึงที่บ้านเลย

กระทู้นี้ ไล่ลงมาอ่านประโยคแรกใน คห.๑๐ ของคุณ nn1234 แล้ว อื่ม น่าสนใจ
ทำให้อยากรู้ด้วยว่าในเนื้อเรื่องพูดอะไรไว้
ปกติ ผมไม่สนใจเรื่องคนในวัง แค่อ่านหัวข้อผ่าน ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
driftworm วันที่ : 15/10/2011 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ขอบคุณ คุณ SW19 ครับ ที่ไปให้ความกระจ่างเรื่อง "Take Gap Year" และ "La Vacance" ถึงที่บ้านเลย

กระทู้นี้ ไล่ลงมาอ่านประโยคแรกใน คห.๑๐ ของคุณ nn1234 แล้ว อื่ม น่าสนใจ
ทำให้อยากรู้ด้วยว่าในเนื้อเรื่องพูดอะไรไว้
ปกติ ผมไม่สนใจเรื่องคนในวัง แค่อ่านหัวข้อผ่าน ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
driftworm วันที่ : 15/10/2011 เวลา : 10.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ขอบคุณ คุณ SW19 ครับ ที่ไปให้ความกระจ่างเรื่อง "Take Gap Year" และ "La Vacance" ถึงที่บ้านเลย

กระทู้นี้ ไล่ลงมาอ่านประโยคแรกใน คห.๑๐ ของคุณ nn1234 แล้ว อื่ม น่าสนใจ
ทำให้อยากรู้ด้วยว่าในเนื้อเรื่องพูดอะไรไว้
ปกติ ผมไม่สนใจเรื่องคนในวัง แค่อ่านหัวข้อผ่าน ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
NN1234 วันที่ : 12/10/2011 เวลา : 21.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

วิธีการที่ Prince of Wales พยายามสร้างข้อตกลงกับสื่อมวลชนอังกฤษเอาไว้ตั้งแต่ครั้ง Prince ทั้งสองยังเล็กๆ อยู่นั้น น่าจะเริ่มเกิดจากการที่ PW เองมาจากสามัญชน และด้วยเรื่องพระจริตกิริยามารยาทก็ดูสง่างาม ทำให้เป็นที่สนใจของประชาชนทั้งโลก
ด้านสื่อ Paparazzi เองก็เป็น “ภาพและข่าวที่ขายได้เงินอย่างงาม” และเรื่อง “ซุบซิบ”การเขียนข่าวเพื่อปรุงแต่งให้เกินความจริง เพื่อให้มีคนซื้ออ่านมากๆ ก็เป็นการส่งเสริมให้เกิดอาชีพ Paparazzi อย่างเต็มคราบสื่อ
แต่..คำขอที่แลกมาด้วยชีวิต PW และความสูญเสียของราชวงศ์และความเสื่อมของสื่อมวลชนที่ Free จนเกินขอบเขตนั้นเป็นสื่อที่ “อันตราย”ที่สุด น่าจะเป็นการล้ำเส้นระหว่างกันที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมา
พริ้นซ์แฮร์รี่ ในวัย 23.....ก็อาจจะเป็นหรือเป็นไปแล้วกับกรณีที่เคยเกิดขึ้นกับราชวงศ์ ดังคำถวายสมัญญานามว่า ‘ตัวดึงดูดกระสุน’ (ฟังดูแล้วเสียว)
อาชีพสื่อก็เหมือน”แมลงวัน” จมูกไว แต่”ไร้จริยธรรม” โดยเฉพาะประเทศที่อารยะไม่พอ เช่น สื่ออเมริกัน ที่ไม่มีราชวงศ์(แต่ก็สร้าง Elite person อย่างตระกูล Kennedy เอาไว้) ความเป็น Free Press โดยขาดความรับผิดชอบต่อวิชาชีพตนเองก็”เป็นอันตราย”ต่อสังคม
มันจึงต้องถูก Limit โดยวิธีการที่ต้อง limited by themselves and limited by morals.


ขอบคุณที่นำเรื่องเบาๆ มาคั่นกลางระหว่างเทอม

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 11/10/2011 เวลา : 07.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

สวัสดีครับ คุณ SW19 อ่านแล้วประทับใจครับ... ชื่นชมความเป็นสามัญของเจ้าชายแฮร์รี่ ..ส่วน Brother-in- arm ทำให้ผมนึกถึง มาร์ค นอร์ฟเลอร์ นักร้องและมือกีต้าร์แห่งวง Dire strait ครับ..

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
สยุมพร วันที่ : 11/10/2011 เวลา : 03.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ooddee


ได้อ่านเรื่องดี ๆ น่าชื่นชม
ในพระจริยาวัตรของของเจ้าฟ้าชายแฮรี่
ทำให้ ส.ว.มีความสุข
ในขณะที่กำลังทุกข์ร่วมไปกับ
พี่น้องชาวไทยที่ต้องผจญกับน้ำท่วม
โลกกำลังเปลี่ยนแปลง จริง ๆ ด้วย
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนปลอดภัยค่ะ
โหวต 3 ให้กับเรื่องดี ๆ ของราชวงศ์
และเป็นกำลังใจ ในการค้นคว้าหาข้อมูล
คิดถึง นะคะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
จอมโจรเทวะ วันที่ : 10/10/2011 เวลา : 20.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kpkk

หล่อจริงไรจริงเจ้าชายองค์นี้....



ความคิดเห็นที่ 6 (0)
BlueHill วันที่ : 10/10/2011 เวลา : 17.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ไม่มีความลับที่ไหนปิืดปากไว้ภายใต้่การรับรู้่ของสื่อมวลชนหรอกครับ โดยเฉพาะสื่ออเมริกันนั้นไซร้ชอบนำเสนอประเด็นข่าวของราชวงศ์อังกฤษยิ่งนัก

จะช้าเร็วอย่่างไรก็ต้องทราบกันครับ

เจ้าชายแฮรี่ ดูมีความเป็นสามัญชนมากนะครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
srdtrue วันที่ : 10/10/2011 เวลา : 13.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/srdtrue

ชอบเจ้าชายองค์นี้

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พี่โบเดีย วันที่ : 10/10/2011 เวลา : 12.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/borderline

ชอบอ่านเรื่องราวราชวงค์อังกฤษมากค่ะ
ขอบคุณค่ะ มีเวลา เล่าอีกบ่อยๆๆนะคะจะติดตาม

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
hayyana วันที่ : 10/10/2011 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

แวะมาอ่านครับ
ผมเดาๆว่าคนที่ต้องอยู่ในกฏประเพณีที่เคร่งครัดคงจะต้องอึดอัดบ้าง
โดยเฉพาะประเทศอังกฤษที่เก่าแก่คงจะมีอะไรยุ่งยากพอสมควร
(แต่ผมว่าคงน้อยกว่าญี่ปุ่นเยอะ แค่เห็นบริษัทญี่ปุ่นทำงานกันก็เครียดแล้ว ไม่ต้อในวังหรอก)
ในสถานการณ์แบบนั้นก็คงอาจจะอยากทำอะไรที่เหนือกฏบ้าง ใช้ชีวิตแบบอื่นดูบ้าง
แต่พวกสื่อนี่บางทีเหลือเกินจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 10/10/2011 เวลา : 07.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

น่ารักมากมากเลยค่ะเจ้าชายแฮรี่ ดูเป็นธรรมชาติและสดใสค่ะ ปล. ขอบพระคุณมากมายค่ะสำหรับร้านอาหารแนะนำใน Lyon อุ๋มก้อว่าจะไปเที่ยวเมืองนี้และ Ville-Morgon ด้วยค่ะ จะต้องพยายามไปลองร้านสเต๊กที่ช่วยแนะนำมานะคะ น่าลิ้มลองมากค่ะ ขอให้คุณ SW19 very happy and delicious and safe trip in Toulouse นะคะ เอ็นจอยไส้กรอกเผื่อด้วยค่ะ กระเทียมม่วงเป็นอย่างไรคะ ชื่อน่าสนใจจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
bene วันที่ : 10/10/2011 เวลา : 04.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

ชื่นใจจริงๆค่ะ ในที่สุดลูกเป็ดขี้เหร่ ก็กลายเป็นบุรุษรูปงาม (ตอนเด็กๆดูเฮี้ยวๆ พี่ชายดูหล่อสุขุมนุ่มลึกกว่า)

ขอบคุณเรื่องราวดีๆ ค่ะ

(รออ่าน บล็อก คุณ SW19 นะคะ แรกๆอ่านเข้าใจอยากแต่เนื้อหาแน่น จริงๆ )

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน