*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 266271
  • จำนวนผู้โหวต : 247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
Oh What A Night

เพลงจาก Jersey Boys,West End, London

View All
<< มกราคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 24 มกราคม 2555
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 2988 , 06:51:39 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน พรายพิลาศ , สยุมพร และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้

ความสูญเสียในสงครามที่ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ มักถูกกล่าวถึงจากแง่มุมของมนุษย์ ทั้งจำนวนผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ และความเสียหายของบ้านเมือง ทั้งที่เผ่าพันธุ์ชีวิตที่เดินทางสู่สงครามมีเกินกว่านั้นมาก

 

สังคมบริทิชรักและผูกพันกับสัตว์ และให้ความสำคัญกับบทบาทของสัตว์หลากหลายชนิดที่มีส่วนร่วมรบเคียงกันมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง อย่างเท่าเทียมกับมนุษย์ หรือบางครั้งมากกว่า ด้วยเหตุผลว่าสัตว์เหล่านั้น ‘ไม่มีโอกาสเลือก’

 

 

ภายใต้เกรทบริเทนและประเทศในเครือจักรภพ จึงมีเหรียญกล้าหาญขั้นสูงสุดให้เป็นเกียรติแก่ผู้เสียสละในการศึกสงครามเทียบเท่ากันได้ถึงสองชนิด คือ Victoria Cross สำหรับทหารสองเท้าเช่นมนุษย์ และ Dickin Medal (PDSA Dickin Medal) ที่มอบให้กับสัตว์ ...ทั้งสองเท้าและสี่เท้าที่นับเป็นสหายร่วมรบ

 

Dickin Medal เกิดขึ้นตามชื่อ Maria Dickin ผู้ก่อตั้ง PDSA (People’s Dispensary for Sick Animals) ใน พ.ศ. 2460 เพื่อช่วยเหลือให้คนยากจนแถบ East Ends ฝั่งขวาของกรุงลอนดอน นำสัตว์เจ็บป่วยมารับการรักษาได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สัตว์ที่ร่วมสังคมของกรุงลอนดอนสมัยนั้นมีทั้งสัตว์เลี้ยงเช่น หมา แมว และสัตว์ที่ใช้ทำงาน อย่างม้า ลา ตามแผงของคนขายผัก ผลไม้ ไปจนถึงถ่านหิน

 

เวลานั้น เป็นช่วงกลางของสงครามโลกครั้งที่หนึ่งที่สัตว์จำนวนมากถูกเลือกตามความสามารถและสัญชาตญาณเฉพาะประเภทเข้าสู่สงครามร่วมกับมนุษย์ เช่น ม้า ลา ล่อ หมา แมว นกพิราบ

และกระทั่ง หนอน แมลงที่เรืองแสง ก็ยังถูกนำมาใช้ช่วยส่องดูแผนที่

 

 

ความสง่างามของม้ายามย่างก้าวหรือโจนทะยานอย่างปราดเปรียวยากจะหาสัตว์อื่นเทียบได้ ม้าชั้นดีจึงเป็นพาหนะสำหรับผู้นำบุกแนวรบ ขณะที่ ‘ล่อ’ ซึ่งเป็นสัตว์ผสมของลาตัวผู้และม้าตัวเมียจะมีน้ำอดน้ำทนสู้งานหนักในการขนอาวุธ สัมภาระ และคนเจ็บได้มากกว่า ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่งนั้น ประมาณว่าม้าแปดล้านตัว ล่อและลาอีกนับไม่ถ้วน ล้มตายไปในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่

 

 

หมา ในสงครามก็มีหน้าที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร ความฉลาดเฉลียวและการถูกฝึก ทำให้หมาสามารถช่วยได้ตั้งแต่งานง่ายอย่างการส่งสาร ลาดตระเวน วาง (คาบ) สายโทรเลข ไปจนถึงดมหากับระเบิดและผู้บาดเจ็บ

 

 

เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองเกิดขึ้น แม้ว่าม้าจะหมดหน้าที่หลักในการออกสู่แนวรบ แต่บทบาทและหน้าที่ของม้าและสัตว์อื่นก็มิได้ลดน้อยลง เช่น นกพิราบที่ยังมาบินร่วมรบด้วยถึงสองแสนตัว

Maria Dickin ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องสัตว์ที่อยู่เคียงข้างมนุษย์ในยามสงคราม ถึงขั้นคิดทำเหรียญพิเศษเพื่อระลึกถึงวีรกรรมเหล่านั้น

 

เหรียญ Dickin Medal มีข้อความสั้นๆ แต่ความหมายยิ่งใหญ่ว่า

For Gallantry สำหรับผู้กล้า

We Also Serve เราร่วมรับใช้ชาติด้วย

ถูกมอบให้นกพิราบ หมา ม้า และแมว รวม 54 ตัวในช่วงสงครามนั้น อย่างเหมาะสมกับความกล้าหาญ ที่ยืนยันได้จากบางตัวอย่าง

 

Rob (War Dog No. 471/332 SAS) หมาพันธุ์ Collie ร่วมโดดร่มกว่า 20 ครั้ง เพื่อใช้จมูก หู ตา ช่วยลาดตระเวนที่อิตาลี

Beauty, Peter, Irma และ Jet ทีมหมากู้ภัย ช่วยค้นหาผู้บาดเจ็บจาก London Blitz ที่ถล่มลอนดอน

Paddy นกพิราบสังกัด Royal Air Force ช่วยสื่อสารระหว่างปฏิบัติการที่ Normandy และ Winkie ที่บินไกลถึง 129 ไมล์ ทั้งที่ปีกชุ่มด้วยน้ำมัน เพื่อส่งข่าวช่วยเหลือเครื่องบินที่ถูกยิงตก   

 

หากนับถึงปัจจุบัน  รายล่าสุดที่ 63 คือ Treo หมา Labrador ที่ร่วมปฏิบัติการในอัฟกานิสถาน

 

 

ใน พ.ศ. 2547 ปีที่ 90 แห่งการเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เมื่อ Animals in War ปรากฏขึ้นใกล้ Hyde Park กรุงลอนดอน เพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญของมวลหมู่สัตว์ในสงคราม กับอีก 54 ตัวที่รับเหรียญ Dickin Medal จึงเป็นเรื่องน่ายินดีที่เรื่องราวของสัตว์เหล่านั้นได้รับการบันทึกและยกย่องอย่างเป็นทางการ

 

อันที่จริง การยอมรับบทบาทของสัตว์ในสังคมบริทิชเกิดขึ้นมาทุกยุคสมัย ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรในหนังสือหลายเล่ม แต่ที่ถูกนำมาเผยแพร่ในหลายรูปแบบคงเป็นเรื่อง War Horse

 

Michael Morpurgo ผู้ประพันธ์ เล่าย้อนถึงเหตุการณ์ราว 30 ปีก่อน ณ ผับเล็กๆ ใน Iddesleigh ชนบทของ Devon ประเทศอังกฤษ ที่เกิดบทสนทนากับผู้สูงอายุอดีตทหารผ่านศึก เกี่ยวกับเรื่องม้าๆ ที่เข้าสู่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งพร้อมกัน

 

แม้เรื่องม้าเหล่านั้นจะมาจากมุมมองของ ‘บริทิช’ ด้านเดียว แต่ก็สะท้อนให้เห็นการให้ความสำคัญ ให้เกียรติแก่สัตว์ที่ไม่มีโอกาสเลือก และไม่มีทางป้องกันตัวเอง ม้าซึ่งมีบทบาทเหนือกว่าสัตว์ชนิดอื่นในช่วงเวลาแห่งการปะทะ จะได้รับการปกป้องให้ได้รับความเจ็บปวดน้อยที่สุดหากตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงชีวิตขณะต่อสู้ เช่นติดอยู่ในแนวลวดหนามบริเวณ No man’s land ที่แยกแยะไม่ได้ว่าเป็นดินแดนของฝ่ายใด

ในแนวรบนั้น หากฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำ ทหารสองเท้าที่เป็นมนุษย์ต่างต้องถอดใจรับชะตากรรมของเชลยสงคราม ขณะที่ม้าจะเป็นชีวิตที่มีค่า ได้รับการละเว้นและดูแล ให้พัก ให้อิ่ม ให้อุ่น ไม่ว่าจะเป็นจากทหารบริทิช ฝรั่งเศส หรือเยอรมัน

 

เรื่อง War Horse เริ่มขึ้นเมื่อสงครามทำให้เกิดการพลัดพรากระหว่างม้าและนายน้อย เด็กชายที่วิ่งเล่นจากเล็กจนโตขึ้นมาด้วยกัน ม้านั้นพร้อมเข้าสู่สงครามได้แล้ว แต่ Albert นายน้อยอายุยังไม่ถึงเกณฑ์ ทั้งที่ทหารร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งนั้น ล้วนแล้วแต่เพิ่งพ้นสภาพความเป็นเด็กได้ไม่นาน

 

สิ่งที่ทำให้ War Horse น่าสนใจ เกิดขึ้นจากวิธีดำเนินเรื่องที่ถูกบอกเล่าผ่านสายตาของ Joey ม้ารุ่นเยาว์ ที่เห็นสงครามจากต่างมุมมองกับมนุษย์

 

ม้าเมาเรือตลอดการเดินทางสู่สมรภูมิรบ ขณะที่ทหารเด็กเหล่านั้นยังร่าเริงได้บนเรือ เมื่อม้าได้แตะเท้าทั้งสี่ลงบนแผ่นดิน ก็คืนสู่ความเป็นธรรมชาติปกติ ต่างกับมนุษย์ที่ขวัญและกำลังใจเริ่มถดถอยเมื่อเห็นขบวนผู้บาดเจ็บที่ถูกหามมารอขึ้นเรือเที่ยวกลับ  

 

Joey ต่อสู้ในการศึกอย่างกล้าหาญ ในขณะที่ Albert เฝ้ารอเวลาที่จะสมัครเข้าร่วมสงครามเพื่อหวังจะได้พบม้าที่ผูกพันกันอีกครั้ง

 

สิ่งที่น่าเศร้า คือ เมื่อสงครามจบ ม้าที่รอดชีวิตไม่ได้รับโอกาสให้ร่วมเดินทางกลับบ้านได้พร้อมกัน แต่ถูกขายทอดต่อให้พ่อค้าเนื้อในฝรั่งเศส ที่คนบริโภคเนื้อม้ากัน

 

War Horse พิมพ์ครั้งแรกใน พ.ศ. 2525 พลาดรางวัล Whitbread Prize อย่างเฉียดฉิว จากนั้นมาหนังสือก็ไปได้เรื่อยๆ แม้ไม่หวือหวาแต่ก็ไม่เคยขาดหายไปจากร้าน อาจจะเนื่องจากชื่อเสียงของผู้ประพันธ์ที่มีผลงานหนังสือเด็กกว่า 100 เล่ม รวมทั้งการร่วมกับภรรยาก่อตั้งองค์กรการกุศล Farms for City Children ให้เด็ก ‘เมือง’ มีโอกาสได้สัมผัสกับชีวิตชนบท รู้จักการดำเนินชีวิตในท้องทุ่งและการเลี้ยงสัตว์

Morpurgo จึงมีโอกาสเข้าใจ และเข้าถึงจินตนาการของเด็กได้ดี และมีผลงานหนังสือเด็กได้รับรางวัล Children’s Laureate (2003-2005) ด้วย

 

เมื่อ National Theatre ต้องการนำ Handspring Puppet Company ผู้ชำนาญการเล่นหุ่นมาเปิดการแสดง จึงเริ่มมองหาเรื่องราวที่เหมาะสม และมาจบลงที่ War Horse ซึ่งทีมงานใช้เวลาอีกสองปีในการเตรียมการ

 

พ.ศ. 2550 เรื่องราวของ War Horse จึงฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาอีกครั้งที่กรุงลอนดอน เกิดเป็นการแสดงที่ผสมผสานรูปแบบของละครเวทีและการเชิดหุ่นเข้าไว้อย่างสมจริงจนได้รับรางวัลหลายสาขา ต่อมายังได้รับการดัดแปลงเป็นเรื่องเล่า (ละครวิทยุ) ทาง BBC Radio 2 ที่นำมาออกอากาศซ้ำในวัน Remembrance Day ที่ 11 เดือน 11 ปี 2011

 

 

War Horse อาจเป็นเพียงเกร็ดย่อยของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง จากคำบอกเล่าของทหารผ่านศึกที่ถูกถ่ายทอดมาเป็นหนังสือ เป็นการแสดง หรือกลายเป็นภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของผู้กำกับชื่อดังไปแล้ว แต่ประเด็นที่น่าสนใจของ War Horse อยู่ตรงเรื่องราวที่สะท้อนความผูกพันลึกซึ้งระหว่างคนและสัตว์ที่เข้าใจได้ง่ายสำหรับเด็ก และทิ้งภาพความเสียสละ มิตรภาพ ความอ่อนโยนในท่ามกลางความโหดร้าย และความรู้สึกที่ดีที่ยากจะเกิดขึ้นได้ในยามสงคราม ไว้เป็นแง่คิดให้ผู้ใหญ่

 

 

และที่สำคัญที่สุด คือเป็นการบันทึกและยกย่องบทบาทอันสำคัญของมวลหมู่สัตว์ที่ร่วมรบเคียงคู่กับมนุษย์มาทุกยุคสมัยไว้ได้อย่างสวยงาม

 

 

* * * * * * * *

 

Reference:

www.pdsa.org.uk

Animals in War 

Warhorse London at National Theatre 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
tengpong วันที่ : 18/03/2012 เวลา : 22.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ทุกครั้งที่ผ่านไฮด์พาร์ค ก็ได้แต่พูดถึงการที่นักการเมืองนำวิธีการหาเสียงในที่สาธารณะมาเผยแพร่ที่บ้านเรฺ และใช้กันผิดจฺกเขา แต่ก็ยังดันเรียกวฺ่เปิดไฮด์ปา์ร์ค

และเม฿่อผ่าน Inimals in war ก๏ไม่ได้ขสายความอุไรมาก ซ้ำยังไม่ฟราบข้อมูลที่มาจฺก PDSA

ต่อจาฉนี้หากมฺที่ลอนดอนอีก คฏได้กล่าฯถึงเพื่อนร่วมโลฉ ที่ร่วษรบเพื่อ๋ห้ผู้คน์ด้รับกันมากขึ้น(เพื่อยกส่องพวกเชาให้สมเฉียรติ...ผมสัญญาฌรับ
------WebKitFormBo}ndaryouyCrMLrEV|1BE4c--

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
สยุมพร วันที่ : 30/01/2012 เวลา : 11.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ooddee

เป็นเรื่องราวทีซาบซึ้งอย่างยิ่ง
เป็นการตอบแทนบุญคุณ
แผ่นดินเกิดของบรรดาสัตว์เหล่านี้
สมควรให้อมนุษย์บางคน
ไปกราบไหว้เคารพบ้าง
เผื่อว่าจิตวิญญาณจะกลับใจ
หันมารักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ขอโทษที่มาช้านะคะ
เพราะมัวเสียเวลา
เอาใบหน้าไป landing
บนพื้นถนนแถวหน้าบ้าน
ผลคือ หน้าพังไปหนึ่งแถบ ฮา...
โหวต ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 27/01/2012 เวลา : 07.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

ซาบซึ้งใจมากมากค่ะ คุณ SW19 ขา เป็นเรื่องที่ดีจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 27/01/2012 เวลา : 07.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

สวัสดีครับ คุณ SW19 ผมเพิ่งกลับมาจากอินเดียเมื่อคืนวาน บินกลับจากดคชิ - กัวลา ลัมเปอร์- ภุเก็ต เป็นการเดินทางที่นานที่สุดสำหรับประเทศอินเดียประเทสเดียว มีเรื่องเล่าสนุกมากมาย อินเดียไม่ได้เป้นอย่างที่คนคิดไปเสียทั้งหมด เหมือนกับทุกสังคมที่มีดี มีเลวปะปนกัน...รีบมาอ่านเรื่องเล่าของคนและสัตว์ที่มีความผูกพันธุ์ บ้านเราก็มีความสัมพันธืของคนกับควายมาช้านาน จนกระทั่งควายได้กลายเป้นควายเหล้ก หากเราน่าจะนำเรื่องราวของนาข้าว กับสัตว์ที่ช่วยทำนา มาทำเป็นพิพิธภัณฑ์ดังเช่นที่รัฐเคดาห์ ในมาเลเซีย ที่นั่นมีพิพิภัณฑ์ข้าว ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้แหล่งที่มาของอาหารหลักของเรา เด็กรุ่นใหม่ซื้อข้าวสารบรรจุถุง แต่หารู้ที่มา หรือบางคนไม่เคยเห้นนาข้าวมาตั้งแต่เกิด และต่อไปที่นาหดหาย เพราะที่นาถูกเปลี่ยนไปเป้นสวนยางพารา บ้างก็เป็นห้างสรรพสินค้า....อ่านเรื่องราวแล้วชื่นชมคนต้นคิดที่ให้ความสำคัญกับอีกชีวิตที่ร่วมรบในสงคราม เช่นกันกับควายที่เคยช่วยทำนาในบ้านเรา และสัตวืที่ช่วยทำงานจากทั่วโลก ล้วนมีความสำคัญต่อมนุษย์ทั้งสิ้นครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 26/01/2012 เวลา : 08.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ดีมากครับ อยากอ่านเลยทีเดียวไม่รู้มีภาคภาษาไทยหรือเปล่า
ความจริง เรื่องความสนิทสนมคุ้นเคยกันนี่เป็นธรรมข้อหนึ่งนะครับ คนกับสัตว์ถ้าคุ้นเคยกันเหมือนญาติ ก้พึ่งพากันได้ยามยาก ยิ่งกว่ามนุษย์ด้วยกันเสียอีก
เคยดูเรื่องฮิลดาโก มัียครับ ที่เขาแข่งขันขี่ม้าข้ามทะเลทราย ดูเรื่องนั้นแล้ว รู้สึกถึงพลังแห่งธรรมชาติเลยครับ
เรื่องนี้น่าดูนะครับ ขอบคุรที่นำมาเล่า เอ้นทรี่ที่เขียนดี ๆ แบบนี้ หาสำนักพิมพ์ รวมเล่มขายได้เลยครับ ยอดมากชาวโอเคเนชั่นเรา

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
สายรุ้งสีน้ำ วันที่ : 25/01/2012 เวลา : 12.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rainbow13

ประเทืองปัญญาเช่นเคยค่ะ

คิดถึงตอนเด็กๆดูหนังสงครามที่มีม้าอยูในเรื่อง แล้วม้าต้องถูกฆ่าทิ้งไปด้วย
จำได้ว่าน้ำตาไหลสงสารม้าในเรื่องมากกว่าคนเเสียอีก

อยากหา War Horse มาอ่านบ้างแล้ว

ขอบคุณสำหรับเอ็นทรี่ให้สาระที่แตกต่างค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Dogstar วันที่ : 25/01/2012 เวลา : 11.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogstar

ด้วยความสะเทือนใจที่ได้อ่าน ขอระลึกถึงวีระกรรมของเพือนยากเหล่านี้ที่ได้เสียสละ อย่างกล้าหาญ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
BlueHill วันที่ : 25/01/2012 เวลา : 11.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงช้างศึกของไำทยเราที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับบรรพชนไทย กู้ชาติบ้านเมืองมากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

อนิจจา ปัจจุบัน ลูกหลานช้างไทยเราถูกนำมาเดินขอทานกลางกรุง แถมบางตัวยังถูกฆาตกรรมเพื่อเอางาเอาอวัยวะเสียอีก

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
thetwit วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 23.17 น.

อ่านเป็นรอบที่สองแล้วซาบซึ้งค่ะ อ่านแล้วทำให้อยากจะไปหา War horse มาอ่าน แต่อ่านแล้วเศร้ามากที่พอช่วยทำสงครามเสร็จก็ขายผมซะนี่นี่แหละคน..โหดของแท้ครับ...คนไทยก็ไม่ค่อยซาบซึ้งเรื่องสัตว์เท่าไรนัก จะว่าซาบซึ้งในช้างที่ร่วมรบทัพจับศึกกันมาแต่โบราณ..แต่ก็ยังไปไล่เข่นฆ่าช้างเพียงเพราะอยากได้งา อยากได้อวัยวะเพื่อนำไปขาย หรือไล่จับหมาไปส่งขายตามชายแดน ตามที่เห็นเป็นข่าวกันอยู่เดี๋ยวนี้...แล้วมนุษย์เรามา
บอกว่ามนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ พวกสัตว์ทั้งหลายเป็นเดรัจฉาน แต่ไอ้สิ่งที่มนุษย์ทำกับสัตว์นี่มันบอกยากมากเลยว่ามนุษย์เราเป็นสัตว์ประเสริฐจริงหรือ...น่าสงสารสัตว์เดรัจฉานทั้งหลายที่มักถูกสัตว์ประเสริฐรังแก

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 21.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ของไทยเรามีแต่การยกย่องให้ช้างศึกเป็น'พระยา'นะครับ เช่น พระยาปราบไตรจักร ช้างทรงของสมเด็จพระนเรศวร เป็นต้น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
SW19 วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 15.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณแม่มดเดือนMarch


War Horse ถูกเลือกโดย Imperial War Museum ให้เป็นหนึ่งในห้าเล่ม สำหรับเด็กอ่าน เกี่ยวกับสงคราม เมื่อปีที่แล้วในนิทรรศการสืบเนื่องจาก 11-11-11 Remembrance Day

เป็นหนังสือที่ม้าเล่าเรื่องท่ามกลางสงครามที่ทำให้น้ำตาซึมไปพร้อมๆ กับหัวเราะได้ในย่อหน้าถัดไป
ม้า (Joey) บอกว่าถึงแม้จะรู้ว่าคน (ทหาร) จะดีกับตัวเองอย่างไร แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีความสามารถมาขี่บังคับตัวเองได้ เพราะ Joey ยอมรับการมี Owner ที่เปลี่ยนไปตามสถานการณ์ แต่ Master มีได้คนเดียว

เพราะฉะนั้น คนไทยแบบแปลกๆ อาจจะฝึกยาก เกินกว่าที่จะให้เจ้าสี่ขาพวกนี้ยอมรับเสียด้วยซ้ำ


....................

คุณ backpacker4x4

ปลาโลมา ก็ยังติดกลุ่มสหายร่วมรบด้วย เพราะช่วยหาระเบิดได้น้ำได้ บางกระแสก็ว่าช่วยวางระเบิดได้ด้วยซ้ำ เพราะสังกัดอยู่ที่ SeAL เลยไม่ค่อยเป็นที่พูดถึงกันมากนัก


....................

คุณลูกเสือหมายเลข9




....................


คุณ NN1234


...สัตว์จำนวนมากถูกเลือกตามความสามารถและสัญชาตญาณ...

แมวก็เช่นกัน สัญชาตญาณง่ายๆ ในการจับหนู ทำให้ Simon The Cat สร้างวีรกรรมในปี 1949 (Yangtze Incident) เมื่อจีนกระหน่ำยิงเรือบริทิช Simon ก็บาดเจ็บไปด้วย แต่ขณะเดียวกัน ในระยะเวลา 101 วันที่เรือรบหลวง HMS Amethyst ถูกกักบริเวณ Simon ปฏิบัติหน้าที่ในการจับหนูเพื่อปกป้องอาหารที่เริ่มร่อยหรอลงเรื่อยๆ ทั้งที่บาดเจ็บนั่นแหละ ต่อมา Simon จึงได้รับ Dickin Medal เมื่อเสียชีวิตไปแล้ว

ช้างได้รับ Recognition จากบริทิชเช่นกัน คงเห็นจากในรูป

ช้าง ม้า การทั่งควายในประวัติศาสตร์ไทยมีบทบาทสำคัญในการรบเหลือเกิน แต่คนไทยคงไม่สนใจบันทึกเรื่องสัตว์เท่าคนบริทิช

ประวัติศาสตร์ของมวลมนุษย์ คนไทยบางประเภทยังบิดเบือนกันเป็นปกติ นับประสาอะไรกับเรื่องของสัตว์


....................

คุณ คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

สัตว์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ม้า ลา ล่อ หมา แมว นกพิราบ หนอน แมลงที่เรืองแสง ก็ยังถูกนำมาใช้ช่วยส่องดูแผนที่ นี่มันโรงละครสัตว์หรือสัตว์ที่ช่วยในสงครามครับเนี่ย?
vote+

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
NN1234 วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 11.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ไม่แน่ใจว่า แมว ถูกใช้ในกิจการสงครามอย่างไรบ้าง เพราะนึกไม่ออกนอกจากเป็นสัตว์ทดลองทางวิทยาศาสตร์(สารเคมีที่ใช้ในทางสงคราม) เด็กๆ คงอยากรู้ว่าแมวนั้นเราจะบังคับมันได้อย่างไร เมื่อมันอาจไม่มีทิศทางที่แน่ชัดในการเดินทางไป ยกเว้น"เดินทางกลับบ้าน"

สัตว์คู่กับสงครามมาแต่ไหนแต่ไร นับตั้งแต่มนุษย์รู้จักฝึกและใช้สัตว์ เช่นเดียวกับ "ช้างไทย"ก็คู่กับการสร้างชาติไทยมา เคียงข้างกับ"จอมทัพไทย"(พระมหากษัตริย์)
แต่ไม่เห็นมีใครเห็นความสำคัญมากนัก (นอกเป็นองค์ประกอบฝยกาารยกย่องและเป็นองค์ประกอบสถาปัตยกรรมรูปปั้นที่กษัตริย์ทรงช้างในการสงคราม)

ไม่อยากให้ใครๆ ก็มาบ่นเรียกร้องว่าเราไม่ให้ความสำคัญแก่"ช้าง-สัตว์สงคราม" (รวมถึงม้าด้วย)แล้วก็ถูกมนุษย์รังแกเหมือนที่เป็นข่าวอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าทึ่งมากครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
backpacker4x4 วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 09.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaisawang
http://jimchaisawang.spaces.live.com/

มีหลายเรื่องที่เหลือเชื่อมาก

เช่น ใช้แมว หรือนกพิราบ เข้าไปอยู่ในลูกระเบิด เพื่อให้มันช่วยนำวิถีระเบิดให้พุ่งไปที่เป้าหมาย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 24/01/2012 เวลา : 07.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

คุ้นเคยกับนักเขียนคนนี้ (ผ่านตัวหนังสือ) เพราะซื้อหนังสือของเขาให้ลูกมดอ่านตั้งแต่ลูกเริ่มอ่านภาษาอังกฤษได้แตก
แต่เรื่องนี้ยังไม่เคยอ่านค่ะ
รับคนไทยแบบแปลกๆที่เมืองไทยไปฝึกให้รู้จักรักและรับใช้ชาติบ้างไหมคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน