*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 266416
  • จำนวนผู้โหวต : 247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
Oh What A Night

เพลงจาก Jersey Boys,West End, London

View All
<< สิงหาคม 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 13 สิงหาคม 2555
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 4616 , 09:49:46 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 10 คน พันธุ์สังหยด , ก่อพงษ์ และอีก 8 คนโหวตเรื่องนี้

ด้วยธรรมชาติของการมีสโมสรกีฬาแถวบ้าน ที่ปลูกฝังความนิยมกีฬาสดจากสนาม ที่นั่งว่างเปล่าเป็นฟันหลอบนอัฒจรรย์จึงเหมือนดูแคลนความสนใจของประเทศเจ้าภาพยิ่งนัก เกิดเป็นจุดด่างสร้างอารมณ์แง่ลบเดียวใน LONDON 2012 

ทั้งที่ Quirkiness ความประหลาด คงอยู่ควบคู่กับมุขเหน็บตัวเองอย่างต่อเนื่องประสาบริทิช ยังสามารถสร้างเหตุการณ์ร้อยรวมความรู้สึกของคนได้งดงาม ความเห็นของนานาชาติที่มองเกรทบริเทน ก็ยังฟังดูรื่นรมย์ เมื่อรู้จักและเข้าใจธรรมเนียมขบกัดระหว่างกัน

 

*

 

 

สื่ออเมริกันให้คะแนนบรรยากาศของลอนดอนเทียบเท่ากับ Disneyland ความบันเทิงสูงสุดที่คนอเมริกันรู้จัก ให้กำลังใจว่าอากาศหมองแบบฟ้าฉ่ำฝนกลับสดใสขึ้นด้วย Games Makers กับผู้คนที่หลั่งใหลมาชมการแข่งขัน และเสื้อผ้า ‘silly flag-themed’ ลวดลายธงชาติที่บริทิชใส่กันอยู่นั่นแล้ว

*

 

*

 

 

แต่อเมริกันก็เก็บอาการอิจฉาไม่มิด The New York Times  ทึ่งชาติล้าสมัยอย่างเกรทบริเทนที่ถ่ายทอดกีฬาได้ล้ำหน้ากว่า เมื่อ NBC ไม่ถ่ายทอดสดทุกรายการ แต่ BBC เปิดช่องใหม่ 24 ช่อง (+24 HD) ถ่ายทอดกีฬา 24 ประเภท คนอเมริกันแฉการถ่ายทอดของตัวเองว่า ใครชนะไม่สำคัญ ขอสัมภาษณ์แต่นักกีฬาอเมริกันแม้จะเป็นที่โหล่ แล้วตัดกลับสู่เทปชัยชนะเก่าๆ จากการแข่งก่อนๆ ที่อเมริกันเป็นผู้ชนะ

ส่วน Global Times, China บอกว่าเกรทบริเทนหวังอาศัยกีฬาปลุกสภาพเศรษฐกิจ แต่ไม่สำเร็จ เพราะมี – limited potential ศักยภาพอันจำกัด

*

 

Jiefang Ribao Daily, Shanghai บอกว่า งบน้อย ฝึกซ้อมไม่พอ บริหารแย่ ทำอะไรเข้าตัวเองตลอด – Insufficient funds, inadequate training, sloppy management – why the constant own-goals at the London Olympic Games?

Taipei Times: เห็น London Games เป็นความสำเร็จทั้งด้านการเมืองและต่างประเทศของเกรทบริเทน ที่ไต้หวันใช้เรียนรู้ได้ดี

Trud หนังสือพิมพ์รัสเซียเรียกลอนดอนว่า romantic megalopolis เมืองใหญ่ที่ให้อารมณ์ละเมียด ที่ต้องรีบมาเยือน

*

 

Economic Times, India บอกว่า ถนนว่าง เมืองสงบ ... นี่หรือคือสิ่งที่เหตุการณ์ใหญ่ระดับนี้จะช่วยการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ

*

 

ใครว่าอย่างไรก็ไม่ถูกอัธยาศัยลอนดอนเนอร์สเท่า France คู่รักเก่าแก่ ที่ French ถูกใช้อีกภาษาเดียวในพิธีการเพื่อเป็นเกียรติแก่ Pierre de Coubertin ชาวฝรั่งเศสผู้ก่อตั้งโอลิมปิก

 

สื่อฝรั่งเศส (ซึ่งยังอกหักจากการพลาดเป็นเจ้าภาพ 2012)ไม่สนใจชัยชนะและเหรียญทอง เป็นห่วงเรื่องลอนดอนอย่างหนักว่าจะร้างเพราะคนหนีหายในช่วงการแข่งขัน และเปรียบลอนดอนเหมือนงานวัดประจำหมู่บ้าน มี Hyde Park เป็นสวนสนุกใหญ่ ที่คนบริทิชหอบร่ม หอบเสื่อ กระเป๋าปิกนิก ครีมกันแดดไปนั่งเชียร์กีฬาฟรี

เมื่อฝรั่งเศสฉงนใจว่า Team GB คว้า 7 เหรียญทองจาก 10 ของการปั่นจักรยานไปครองได้อย่างไร จึงถึงเวลาเอาคืน

*

*

 

บริทิชที่เพิ่งคว้าชัยชนะ Tour de France ก่อนเริ่ม LONDON 2012 เฉลยเคล็ดลับความสำเร็จว่า คือ ล้อจักรยานที่กลมเป็นพิเศษ จึงกลายเป็นข่าวใหญ่ให้สื่อฝรั่งเศสขุดคุ้ยหาแหล่งที่มาของผู้สร้างอุปกรณ์ทันที เรื่องนี้เป็นที่ขบขำในเกรทบริเทนอยู่นานจนความแตกว่าล้อจักรยานของ Team GB ทั้งหมดสั่งตรงจากประเทศฝรั่งเศส

*

*

 

สื่อนานาชาติว่าอย่างไรก็ตาม คนบริทิชก็มีมุมมอง และความกังวลในแบบของตนเอง

เรื่องเมืองจะร้างเกิดขึ้นช่วงไม่กี่วันแรก ทั้งที่รัฐบาลผ่อนผันกฎหมายค้าขายขยายช่วงเวลาให้เป็นกรณีพิเศษสำหรับกรุงลอนดอนในวันอาทิตย์เพื่อบริการนักท่องเที่ยว ก็ไม่อาจรับประกันยอดขายมากขึ้น เพราะเมื่อมีคนมาเดินเต็มถนนแล้วนั้น จำนวนไม่น้อยเป็นบริทิชถือโอกาสเข้ากรุงมาเที่ยวกันเอง แต่อีกมากก็เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ

(ทุกวันอาทิตย์ร้านค้าเปิดได้หกชั่วโมง ตามกฎหมายเก่าแก่ที่อิงศาสนา แม้กฎหมายจะโบราณและควรยกเลิกเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ คนบริทิชในฐานะผู้บริโภคไม่ได้เดือดร้อน)

เมื่อกรรมการโอลิมปิกต้องการเอาใจสปอนเซอร์ แล้วแนะผู้เข้าชมไม่ให้ใส่เสื้อผ้าของสินค้าคู่แข่ง คนบริทิชก็ข้องใจมากมาย รองเท้าได้ไหม อะไรได้ไม่ได้บ้าง จนเรื่องเงียบไป นิตยสาร Private Eye ที่ไม่เคยเข้าข้างใคร เอามาล้อเลียนขึ้นปกสนุกปากซ้ำ ถึงจะไม่เถียงเรื่องเสื้อผ้าที่มีข้อความทางการเมืองใดๆ ที่ถูกห้ามเข้าสนามเด็ดขาด

*

 

อนาคตของ Olympic Park ก็เป็นความห่วงใยที่นานาชาติมีให้

สาธารณชนบริทิชไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พอกันกับผู้เสนอประมูลเพื่อบริหารพื้นที่ต่อไปอีก 4 รายที่ยังรอการพิจารณา คือ West Ham United ที่มี Leyton Orient ฟุตบอลคลับรอร่วมสนับสนุน University of East London, University College of Football Business และรายล่าสุดที่อาจเปลี่ยนโฉมสถานที่อย่างสิ้นเชิงด้วยการดึงการแข่งรถ Formula One เข้าร่วม

*

 

เรื่องการถ่ายทอดโทรทัศน์มากช่อง เป็นธรรมดาของชาติ หากมีการแข่งขันที่ทีมชาติลงเล่นโทรทัศน์ส่วนกลางต้องได้รับสิทธิ์ในการถ่ายทอดก่อน โดยช่องเอกชนสามารถถ่ายทอดด้วยได้

เมื่อ BBC ประกาศจำนวนช่องมากมายที่ถ่ายทอดกีฬา เป็นชาติอื่นคงชอบ แต่บริทิชต้องโวยวายถามหารายการปกติก่อน

*

 

พอถึงเวลาจริงก็ดู ดูกันถึง 90% และเมื่อเป็นกีฬาระดับนี้ นิสัยใกล้ชิดกันของผู้คน ทำให้ไปรวมกันเชียร์ร่วมกันจากจอยักษ์อย่างน้อย 8 แห่งทั่วกรุง รวมทั้งที่ Hyde Park

ไม่ต้องนึกถึงที่ Olympic Park ที่ยิ่งรวมคนทุกระดับ..ที่มีตั๋ว

*

*

 

เมื่อเกรทบริเทนมีความเป็นตัวเองเสียแบบนี้ ที่ไม่สมบูรณ์แบบ มีถูกและมีผิด มีที่ไม่พร้อมเพรียง แต่มีชีวิตชีวาและจิตใจ  ช่วงสั้นๆ ของ LONDON 2012 จึงมีหลายเรื่องเกิดขึ้น ที่ประชาชนบริทิชสนใจ และถูกใจ

แม้อาจไม่เหมือนใคร...

*

*

 

ตั้งแต่มุขเล็บงดงามเอาไว้คว้าเหรียญรางวัลของเจ้าภาพ รูปธง Union Jack แพร่ระบาดเป็นที่นิยมในกลุ่มนักกีฬาไม่จำกัดเชื้อชาติ

*

*

*

 

มีมุขลุ้น Bradley Wiggins ผู้ชิงเหรียญทอง Cyclist จากบริทิชทุกหัวระแหง

*

*

*

*

*

 

แรงเชียร์จากเพื่อนร่วมรบ

*

*

*

 

 

มีความภูมิใจกับสถานที่แข่งขันเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเมืองเก่าแก่

*

*

*

*

 

 

กับผู้แข่งขันที่เป็นหลานของ Queen Elizabeth II

*

*

*

*

 

มีเกียรติให้นักกีฬาเหรียญทอง ด้วยการทาตู้ไปรษณีย์สีทองในเมืองบ้านเกิด มีดวงตราไปรษณียากรให้เก็บเป็นที่ระลึก แม้ไม่มีเงินให้

*

*

*

 

ตื่นเต้นกับแค่หนึ่งเหรียญ สีอะไรก็ได้ในกีฬาแปลกหน้าที่ตั้งใจแนะนำให้คนรุ่นใหม่รู้จัก อย่าง Taekwondo, Judo และ Boxing หญิงที่เพิ่งบรรจุอยู่ในการแข่งขันครั้งนี้

 

มี Queen ใหม่ จากนักกีฬาขวัญใจมวลชน  Queen Victoria (Cyclist) และ Queen Jessica (Gold medal Heptathlon) และมีการคาดหมายว่าทารกเกิดใหม่เพศหญิงปีนี้จะมีชื่อตาม Jessica Ennis

*

*

*

 

มีความรักเบ่งบาน Golden couple เกิดอีกหลายคู่

*

*

*

 

สิ่งสำคัญที่สุด คือมี The Wall of Sound ที่ผู้บรรยายกีฬาออกปากถึงความกระหึ่มก้องของประชาชนบริทิช โดยมีนักกีฬาต่างชาติออกปากยืนยันว่าไม่เคยพบที่สนามใดมาก่อน

*

*

 

แถมมีทีมเชียร์ให้กำลังใจนักกีฬาไม่ซ้ำใคร

*

*

*

*

 

มีสิ่งน่าสนใจของการรวมกันเป็น British ที่มั่นคง

*

 

ตามปกติคนทุกชาติของเกรทบริเทน ตอบคำถามสัญชาติตนเองว่า ‘บริทิช’ เมื่อถูกถามว่าเป็นคนอะไรจึงจะตอบว่าเป็นอังกฤษ เว้ลช สกอตติช นอร์ทเทิร์นไอริช(ไอริช/บริทิช) ตามแต่กำเนิด การเรียกรวมคนบนเกาะนี้ว่า คนอังกฤษ บ่อยครั้งนับเป็นการดูถูกเชื้อชาติที่แท้จริง การเรียกว่าบริทิช จึงสุภาพและเหมาะสมกว่า

LONDON 2012 นี้ มีความหมายงดงาม เมื่อ Team GB ทั้งหมดและประชาชนบริทิชมีความเหนียวแน่น และใช้ Union Jack เป็นสัญลักษณ์รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ในการเชียร์กึกก้อง จนเกิดคำว่า The Power of Home Crowd 

การส่งเสียงเชียร์ของบริทิชไม่จำกัดเฉพาะ Team GB ในหลายกรณีบริทิชเชียร์ขาดใจกับนักกีฬาผู้มาเยือน โดยยึดที่เกณฑ์เดียว คือ Performance ความสามารถ

*

 

 

เรื่องที่หายไปชั่วคราว คือ การเมือง จากช่วงจังหวะ Summer recess ตามปกติของทุกปีที่ปิดสภาและนักการเมืองสามารถไปปฏิบัติภารกิจอื่นได้ แม้ 3 กันยายน จะเป็นกำหนดกลับมาทำงาน แต่เมื่อผลงานของ Team GB สร้างกระแสให้ประชาชนตื่นตัวอย่างฉับพลัน พ่อแม่รับรู้ได้ถึงความตื่นเต้นของลูกหลาน การสมัครเป็นสมาชิกกับศูนย์กีฬาแถวบ้านที่เป็นบริการของรัฐเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

*

 

จนนายกรัฐมนตรีอังกฤษพร้อมนักการเมือง รีบออกมาแสดงความเห็นในการตั้งงบประมาณด้านกีฬา และเพื่อสนับสนุนเรื่องสุขภาพพลานามัย ขจัดปัญหาสังคมอ้วนเทอะทะ จึงถูกประชาชนรุมกลับอย่างรุนแรง จากผลงานการตัดงบช่วยเหลือบริการสาธารณะที่รัฐบาลผสมชุดนี้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องและเลือดเย็น

คำพูดของ David Cameron ที่ต้องการให้สร้างบรรยากาศของการแข่งขันตั้งแต่ระดับโรงเรียน ถูก Queen Jessica ขวัญใจคนทั้งประเทศ  โต้ทันควันว่า การเล่นกีฬาต้องเกิด Enjoyment ความสนุกสนาน เป็นสำคัญ ก่อนเกิดอารมณ์ต่อสู้ชิงชัย

Alex Salmond ผู้นำรัฐบาลสกอตแลนด์ก็ไม่น้อยหน้า เสนอความคิดให้ Cyclist แยกทีมสกอตแลนด์จาก Team GB จึงถูก Sir Chris Hoy หัวหน้าทีม Cyclist ผู้ครองเหรียญทองมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกรทบริเทน ตัดบททันควันว่ามีความภูมิใจที่เป็นส่วนของ Team GB ทั้งที่เกิดมาเป็น Scottish และสัญชาติ British

*

 

LONDON 2012 ปิดฉากลงแล้ว ความสำเร็จของแต่ละชาติคงต้องวัดจากความตั้งใจและวัตถุประสงค์ที่ต้องการบรรลุ ไม่ว่ายุคสมัยใดบทบาทของกีฬาไม่เคยถูกกำหนดให้เป็นเครื่องสร้างความเกรียงไกรกว่าใครอื่น ชาติที่ยังไม่บรรลุเป้าหมายตามฝันยังมีโอกาสพิจารณาทบทวนสร้างเป้าหมายที่เป็นไปได้ และยังประโยชน์แก่ประชาชนของตนเองอย่างแท้จริง

*

 

สำหรับเกรทบริเทน ชาติที่รวมสี่ประเทศเข้าไว้ด้วยกันแล้วยังมีประชาชนเพียง 62 ล้านคน   ส่งนักกีฬาเข้าแข่งขัน LONDON 2012 ราว 550 คน และ Paralympics อีก 350 คน มีเคล็ดลับที่โจ่งแจ้ง คือเป้าหมายของการสร้างคนที่มีจิตใจแข็งแรงสมบูรณ์ มีการสนับสนุนจากครอบครัว เพื่อให้รู้จักการใช้ชีวิตกับเพื่อนร่วมโลก

ไม่ใช่ชัยชนะจากการแข่งขัน ไม่ใช่แค่การรู้แพ้รู้ชนะ

*

*

 

บางที ข้อคิดที่เป็น Legacy มรดกส่งให้คนรุ่นถัดไปได้ น่าจะมาจากคำพูดของ Oscar Pistorius  ที่บริทิชเชียร์ขาดใจใน Memorable moment หนึ่งของเหตุการณ์นี้ 

*

 

Pistorius เสียขาทั้งสองข้างตั้งแต่อายุ 11 เดือน ไม่เคยย่อท้อหยุดเพียงแค่การใช้ชีวิตเยี่ยงคนปกติ แต่มีความสามารถถึงขึ้นเข้าร่วมแข่งขันกับคนปกติได้ Kirani James ผู้ชนะในการแข่งนั้น บอกกับ Pistorius ว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมวิ่งด้วย และขอแลกป้ายชื่อเป็นที่ระลึก

*

 

Pistorius ให้สัมภาษณ์กับ BBC ภายหลังถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้ก้าวมาถึงขึ้นนี้ว่า

Don’t dwell on your disability, use your ability…

ใช้ความสามารถที่มี

อย่าจมอยู่กับความง่อยเปลี้ยของตนเอง

*


* * * * * * * * *

adidas | Team GB Don't Stop Me Now

 Published on Aug 12, 2012 by adidas



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 58 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 04/09/2012 เวลา : 09.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

อรุณสวัสดิ์จากกรุงเทพฯค่า

ความคิดเห็นที่ 57 (0)
tengpong วันที่ : 01/09/2012 เวลา : 13.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

คิดถูกที่แวะกลับมาอ่านอีกรอบ
ไม่ใช่เพราะชอบเรื่องอย่างเดียว
แต่ชอบการสนทนากับลุงหนอน ที่สนุกไม่แพ้เรื่อง

ความคิดเห็นที่ 56 (0)
SW19 วันที่ : 17/08/2012 เวลา : 17.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

[คุณ SW19 สบายใจได้ เรื่องขี้บ่นเนี่ย ผมทำมาเยอะแล้วในสองสามเว็บแล้ว ๕๕๕๕๕
และมันจะไม่ทำให้ประเทศไทยขยับตัวแม้สักนิดด้วย
ไม่บาปครับ]

เด็ดขาด!!!!! ตกลง เอาด้วย


แต่สาวคนนั้นน่ะ มาอยู่เกาะนี้ตายห้าแน่เลย เพราะตัว r ในชาตินี้เป็น เขาเรียกว่าอะไรล่ะแบบ silent sound น่ะ ดังนั้นถ้าหล่อนมาก็จะกลายเป็น พวกอเมริกัน (มั้ยนะ ยังสงสัย)หรือไม่ก็โจรสลัด (สำเนียง Cornwall ที่หนังโจรสลัดทุกเรื่องต้องมาเอาไปใช้) ก็จะผิดที่ ผิดทางไปนิดนึง

ไม่เอาดีกว่า ไม่นินทา ไม่ปากเสีย ไม่ขี้บ่น
ไปเที่ยวดีกว่า
คุณหนอนรีบทำการบ้านให้เสร็จ เดี๋ยวจะกลับมารออ่าน

ความคิดเห็นที่ 55 (0)
แม่หมี วันที่ : 17/08/2012 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ไปดูคลิปRosieมาแล้วค่ะ

มีกำลังใจมากขึ้นและคิดว่าเราคงพาลูกไปถูกทาง

แต่พออ่านคอมเม้นท์ที่คอมเม้นท์คลิปของRosieบางคนก็น่ารัก บางคนก็ไม่น่ารัก ในสังคมไทยเพื่อนบางคนก้ใจแคบแต่บางคนก็เข้าใจ

อยากให้ใครๆเข้าใจออทิสติกให้มากขึ้น เขาอาจดูแปลกอาจดูแตกต่างแต่เขาก้เป้น "มนุษย์ํ" เช่นเดียวกัน

ขอบคุณเพื่อนบ้านคนนี้มากค่ะ จะไปส่งต่อให้แม่ที่มีลูกเป็นน้องออฯได้ดูต่อๆกัน จะได้รู้ว่า เราไม่โดดเดี่ยวและเราจะก้าวผ่านความยากของชีวิตไปให้ได้

ความคิดเห็นที่ 54 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2012 เวลา : 11.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ผมลืมให้ข่าวไปครับ
สองสาม คห.ในนี้ ผมเอาไปขึ้นกระดานในหน้าเฟ้ซบุ๊คของผมตามลิ้งค์นี้ครับ
https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99/257446950939405
(ลิ้งค์ยาว เพราะเอาอักษรไทยไปเข้ารหัส ชื่อเว็บผมเป็นภาษาไทย)
ทั้งหลายทั้งปวงไม่ใช่ว่าที่ผมคิดอ่านมันถูกต้องแล้ว ครบถ้วนแล้ว
ใครไม่เห็นด้วยก็เถียงสิ แม้แต่เถียงในใจตัวเอง ไม่ต้องมาบอกผม ผมก็ถือว่านั่นดีแล้ว
อย่งน้อย เมื่ออ่านเสร็จ มันจะอยู่ในใจคุณไปตลอด วันหน้าคงได้มีโอกาสรื้อฟื้นขึ้นมาในใจตัวเองใช้ประโยชน์
สำคัญที่มันต้องมีคนเริ่ม มีคนตั้งประเด็นเริ่มต้น
ผมก็เลยทำ อย่างไม่กลัวก้อนอิฐ

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2012 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ไอ้นมข้นนำเข้าจากมาเลเซียที่อยู่เกลื่อนชั้นในร้านสะดวกซื้อตอนนี้
มันก็เอามั่งสิครับ
ยี่ห้อ Tea pot มันถอดเป็นไทยมาเขียนบนสลากข้งกระป๋องว่า ที-พอด
โอ๊ย ตายๆๆๆๆๆๆๆๆ ที-พอด แล้วดันโฆษณาออกโทรทัศน์ทั่วประเทศด้วยเสียงอ่าน ที ผ็อด
ผ็อต เสียงสั้นด้วยนะ เ้อ้า

ประเทศไทยไม่เริ่มฉิบหายแต่วันนี้ แล้วจะเมื่อไหร่ละ
ภาษา คือแกนของชาติ นี่นา

สี่สิบปีก่อนรบกับญี่ปุ่นมันเป็นสิบปีกว่ามันจะยอมเปลี่ยนชื่อบนสลากของมัน
จาก อายิโน๊ะโม๊ะโต๊ะ
มาเป็น อายิโนะโมะโต๊ะ
ฮา ฮา

เรื่อง ทีผ็อด ของมาเลเซีย (แต่คนในสนง.โฆษณาของไทย เป็นคนถอดคำ)
กับเรื่องสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส แต่อ่านว่า ไท-พี-บี-เอ๊ดสึ เนี่ย
กัดไม่เลิก กัดด้วยความเอ็นดู ชกกันฉันท์มิตร

ความคิดเห็นที่ 52 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2012 เวลา : 11.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

มี trend อันนึง ไม่ถึงกับเป็นกระแส เป็นเทร็นด์ แต่เป็นกับบางคน
เช่นคนอ่านสารคดี รายงานข่าว บางคน (คล้ายกับเน้น) ออกเสียงคำฝรั่ง
แบบกระดกเสียง ร เรือ (ตัว r) ท้ายคำ เช่น ล็อนด็อนเน่อ รฺ
โดยเฉพาะกับชื่อคน แต่ก็ไม่ได้สามารถเก็บ ร เรือ หางคำเช่นนี้ได้ทุกคำไปที่ปรากฏในบทรายการ
ยิงกว่านั้น ถ้าจะเล่นกระดกเสียง ร เรือ หางคำ
คุณยังต้องนึกถึงหางเสียงคำที่ลงท้ายด้วย l หรือ le ด้วยนะจ๊ะ
เช่น table ก็ไม่ใช่ เท้ เบิ้ลลลล แต่มันคล้าย ๆ เท้ เบลอะ

หนอนไม่อยากปากตะไกร ก็จะไม่ว่าเธอกระแดะนะจ๊ะ แค่ว่าเธอ "เข้าใจผิด"
และขอให้ความเข้าใจผิดนั้น อยู่กับเธอคนเดียวด้วยนะจ๊ะ อย่าแพร่ไป

นี่ไง ที่หนอนถึง "เล่น" ด้วยหลักว่า เอามันตามเสียง ตามลิ้น ตามวรรณยุกต์ของเราคนไทยนี่ละวะ
ในบทความภาษาไทย ในการสนทนาประสาคนไทย ซัดลงไปตรง ๆ ว่า เทเบิ้น เลย
ไม่ต้องไปกระดกลิ้นอะไรทั้งนั้น
ค็อมพิ้วเต้อร์ ไปเล้ย ไม่ต้องไปลักลั่นว่า เขียน คอมพิวเตอร์ แต่(เจือก)อ่านค็อมพิ้วเต้อร์
เขียน อินเตอร์เน็ต แต่อ่าน อินเตอร์เหน็ต
แต่
เขียน เน็ตเวิร์ค ดันอ่าน เน็ด- เหวิก ... ชิชะ
เขียน ช็อต (มาตราตวงกาแฟ, การเก็บภาพด้วยกล้อง) ดันอ่าน ฉ็อด
...............
คุณ SW19 สบายใจได้ เรื่องขี้บ่นเนี่ย ผมทำมาเยอะแล้วในสองสามเว็บแล้ว ๕๕๕๕๕
และมันจะไม่ทำให้ประเทศไทยขยับตัวแม้สักนิดด้วย
ไม่บาปครับ

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2012 เวลา : 11.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๕๐-

กระทู้ใหม่ยังร่างไม่ได้ที่ เลยแวะมาโม้ก่อน

[ที่นี่ไม่เคยเห็นการจิ๊จ๊ะกับเด็กด้วยภาษาที่เพี้ยนตามเด็ก]

เมื่อสามสี่สิบปีก่อน มีเพลงป๊อปจากฝั่งอังกฤษหรืออเมริกา ไม่แน่ใจ
ขึ้นต้นเพลงเป็นท่อนสร้อยว่า Yummy, yummy ............

กับเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อนมีเพลงของ Madonna ....
Close your eyes, gimme your hand

ผมเคยได้รับคำอธิบายว่า gimme เป็นสำเนียงเด็กอ้อแอ้ เวลาอ้อนว่า give me (something)
แต่ไม่ทราบว่าฝั่งอังกฤษมีใช้แบบนี้ไหม

คำตลาดของไทยเมื่อยี่สิบปีก่ิอน ยังใช้อยู่จนวันนี้ เรียกอาการที่ทำเลียนเด็กไม่รู้ความว่า คิกขุ-อาโนเนะ
เช่น ทำท่าคิกขุ พูดจาอาโนเนะ นิสัยคิกขุอาโนเนะ

ตอนเพื่อนฝรั่งเศสมาเที่ยวไทยครั้งแรก สามสิบปีก่อน เราเดินคุยกัน
เธอพูดถึง อะไรที่ใคร ๆ ก็ทำกันเป็นปกติ ที้ปปิค่อล
ผมงงเป็นไก่ตาแตก หา อะไรนะ เธอก็ย้ำ ที้ปปิค่อล จนชักมีอรมณ์จนหน้แดงก่ำ
สุดท้ย ให้เธอสะกดคำให้ควังหน่อย ฮ่าๆๆๆๆๆ t y p i c a l
ผมร้อง อ๋ออออ ไท้ ปี ค่อล ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕
เธอสะบัดหน้าพรืด โน้ป ... ที้ปปิค่อล
.................

(ผมพูดว่าควัง ยืมสำเนียงคนบ้านนอกคอกนามาใช้ ก็ไม่เชิงย้ำความเปิ่นเทิ่นของตัวเองหรอก
บางทีแค่เป็นอารมณ์ nostalgia ครั้งเป็นเด็ก เพื่อนร่วมชั้นมันพูดยังงี้

คำว่า โน้ป สงสัยเธอติดสำเนียงอเมริกัน ในการ์ตูนช่อง .. Nope .. ฮาๆๆๆ)
.

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
SW19 วันที่ : 17/08/2012 เวลา : 01.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

มัน "matter" น่ะซิคุณหนอน

เพราะไอ้พวกที่มาแล้วพูดไม่รู้เรื่องก็เพราะเอาสำเนียงนั้นออกนอกประเทศไทยด้วย แต่อันนั้น (ฮาร์ลีย์) ไม่สำคัญหรอก เพราะว่าพูดไปมา อธิบายมันก็รู้เรื่องจนได้

แต่ประเภท BOW เป็นตัวอย่างที่เข้าทางมาก เพราะออกเสียงแต่ละอย่างที่ผิดไป ก็ผิดความหมาย ถึงได้บอกว่าต้องดู context clues เพื่อให้รู้ว่าความหมายไหนเป็นไหน

เช่น bow เมื่ออ่านว่า โบว (ไม่ใส่การันต์เพราะไม่ต้องการสะกด (สะกดแบบร่ายมนต์น่ะ)ตัว ว ให้เงียบเสียง) ก็คือ ลักษณะการผูกเหมือนเป็นโบว์ หรือริบบิ้น
เมื่อไหร่ที่อ่านว่า บาว ก็คือ การก้มหัวแบบโค้งคำนับ หรือกราบหน้าเรือ

คำว่า row เมื่ออ่านว่า โรว แบบว่าพายเรือ กรรเชียงเรือ
เมื่อไหร่ที่อ่านว่า ราว แปลว่าทะเลาะกัน

นี่กระมังที่ทำให้การแปลผิดเพี้ยนได้

บางเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ เช่น route ภาษาอังกฤษแบบถูกต้อง ที่คนไทยเรียกว่า British English แต่คนในเกรทบริเทนเรียกว่า Proper English นั้น อ่านว่า รู้ท ขณะที่ อเมริกัน อิงลิช อ่านว่า เร้า
เหมือน drugstore ที่บอกคุณหนอนไปไม่ครบว่า ที่นี่ไม่มี เพราะคำนั้นใช้ที่อเมริกา แทนคำว่า Chemist ของที่นี่

เราไม่ซีเรียสกับเรื่องนี้หรอก เพราะแล้วแต่ความสนใจของคน และแล้วแต่ใครจะประณีตบรรจง ใจความสำคัญที่ต้องการสื่อสาร คือ คนที่นี่ยังพูดชัดเจนไม่ขาดคำแต่ละตัว คนไทยใช้คำย่อไม่แปลก มันมากับธรรมเนียมของอุปกรณ์สื่อสารที่เปลี่ยนไป และวิวัฒนาการของภาษา แต่ถ้าพูดแล้วละการออกเสียงไปมากๆ ความหมายมันเปลี่ยน แถมสำเนียงพูดไทยยังเปลี่ยน คุณหนอนอาจไม่รู้สึก แต่ขอสารภาพว่า กลับไทยล่าสุด มีปัญหากับบัตรเบิกเงิน โทรไปสายเคแบงค์นั่นแหละ สาวรับสายพูดไทยสำเนียงลอยฟ่อง สูง ต่ำ ผิดเผ่าพันธุ์ไปนิด สวัสดีค่ะ มันก็กลายเป็น สวัสดีค้า อันนี้ไม่ไหว

การพูดไม่ชัดต่างหากเป็นการทำลายภาษา ถ้าเราไม่ใส่ใจ ให้อีกหนึ่งชั่วโคตร เราคงพูดแบบภาษาลาว

หรืออย่างที่เจอบ่อยๆ ยิ่งช่วงกีฬา คนไทยอ่านชื่อ แอนดี้ มารี ชื่อสะกดแบบนี้ ไม่ใช่เฉพาะเกาะนี้ อเมริกา ออสเตรเลีย หรือที่ไหน ก็อ่านมารี คนไทย คิดว่า (กูจะ) เมอร์เร่ย์ซะอย่าง ยิ่งสื่อมวลชนที่ควรสนใจเช็คซะหน่อย มันไม่ได้ยาก เจ้าของชื่อคงไม่โกรธหรอก แต่ว่ามันไม่ใช่สมัยเซอร์ยอน บาวริ่งแล้วน่ะ สมัยนั้นน่ะ อย่าว่าแต่ภาษาต่างชาติเลย ภาษาไทยเอง คนมีจำนวน อ่านออกเขียนได้ (literacy) อยู่แค่ไหน

ส่วนที่คุณหนอนว่าเรื่อง "คับ" คำอธิบายเข้าใจได้ รับได้ แต่ไม่ได้ต่อความเพราะเราต่างวัฒนธรรม ที่นี่ไม่เคยเห็นการจิ๊จ๊ะกับเด็กด้วยภาษาที่เพี้ยนตามเด็ก เหมือนที่ไม่เจอการขู่เด็กงอแงว่าตำรวจจะมาจับ .. มันไม่มีน่ะ คือคิดคนละทางมั้ง อย่างเด็กพูด elephant ไม่ได้ แล้วพูดเป็น hefferlump คำนี้ก็เลยกลายเป็นคำที่รู้จักกันว่าเป็นความหมายถึงช้าง

เล่าสู่กันฟังน่ะคุณหนอน อย่าซีเรียสนะ
รออ่านเรื่องใหม่แล้วกัน คุณหนอนไม่ต้องเสียเวลารำคาญเราขี้บ่น



ความคิดเห็นที่ 49 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2012 เวลา : 00.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เดี๋ยว เดี๋ยว แถมไว้นิด
ตอนเขียน คห.สุดท้ายก็ตงิด ๆ ว่าลืมไปเรื่องหนึ่ง
เรื่องคนไทยอ่านออกเสียง ฮาร์เล่ย์ นั่นน่ะครับ
ผมว่เรื่องนี้ไม่น่าถือจริงจังเท่าไหร่ เราเรียกของเราในสังคมไทย
เหมือนเราเคยเรียกนายยอน บาวริ่ง, นายหันแตร บาระนี, ท้าวทองกีบม้า (มาดามกีม่าร์)
แต่เมื่อเราจะต้องพูดคุยติดต่อกับฝรั่งต้นทางเป็นประจำ หรือคนที่มีหน้าที่ต้องทำอย่างนั้น
ถึงจะน่าใส่ใจเรื่องการออกเสียงของฝรั่งต้นทาง

บางทีเป็นเื่รื่องลิ้นที่แก้ไม่ได้ ประเภท คราย คาย ไค ไค้

บางทีเป็นเรื่อง ทางของภาษา
เช่น คำฝรั่ง bow อ่านโบวมั่ง บาวมั่ง ก็ต้องจำเอาเป็นคำ ๆ
ส่วนคำไทยอย่าง ทรวดทรง ฝรั่งก็จะงง ทำไมไม่อ่าน ทฺรวดทฺรง (ทวด ทง มี ร เรือ กล้ำ)
กลับอ่าน ซวด-ซง ไปซะฉิบ

บางทีเป็นคำตลาดเฉพาะสังคมใครสังคมมัน อย่างคำว่า gas ใช้เรียกแทน gasoline

อย่งไรก็ดี ผมมั่นใจว่าพวกที่เรียนคณะอักษรศาสตร์ในสถาบันที่มีมาตรฐาน ออกเสียงไม่พลาดแน่

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
driftworm วันที่ : 17/08/2012 เวลา : 00.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๔๖-

ร่างไว้ในหัวนิดหน่อยครับ
สงสัยมันใกล้เวลาเข้าดักแด้แล้ว สองสามวันนี้ผมนั่งหลับไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

พรุ่งต้องรีบโม่
.

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
bene วันที่ : 16/08/2012 เวลา : 19.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

มาขอบคุณ (อีกครั้งค่ะ)

ที่มาเฉลย "ความนัย" ของคนบริทิช

แนวคิดตะวันออก(ประเพณี) กับตะวันตก ..หลายอย่างสวนทางกัน

ภาพที่เห็นจากงานปิดฯ(ไม่ได้ดูวันที่เขาเปิดงาน เอ๋ออยู่ใไหนไม่ทราบค่ะ)
ก็เข้าใจว่า เขาก็มีความเป็นตัวเองสูง

เชื่อว่า ..ถ้ามีโอลิมปิคที่ไทย(ถ้าโลกไม่แตกก่อน)
ฝรั่งๆทั้งหลายก็คงจะแปลกใจว่า...

"พูดกล่าว เปิด-ปิดงานอะไรนักหนาวะ!! เป็นชั่วโมงๆ"


ความคิดเห็นที่ 46 (0)
SW19 วันที่ : 16/08/2012 เวลา : 18.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

[แต่ที่สำคัญ ต้องอย่ามักง่าย เลินเล่อ สับเพร่า คิดว่ามันเป็นคำมาตรฐาน เอาคำตลาดพวกนี้ไปใช้ใน ... ระดับนักเรียนนักศึกษาก็อย่าเอาไปใช้ในข้อสอบ รายงาน]

นั่นซิ คุณหนอน
นี่หรือเปล่า ตัวปัญหา

เมื่อไหร่คุณหนอนจะเขียนเรื่องที่ว่าจะเขียนซะที รออ่านอยู่นะคุณหนอน

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
driftworm วันที่ : 16/08/2012 เวลา : 11.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๔๒-

[เหมือนคำว่า เม้น แหละ ให้เป็นฝรั่งหน่อย ก็ เม้นท์ (สงสัยเขียนแบบนี้สะดุ้งกันทั้งบาง และด่า SW19 แน่ว่าดัดจริตมาจากไหน)]

ไม่กระแดะ ดัดจริตหรอกครับ เพราะหนอนเองเขียนในเฟ้ซบุ๊ค ทั้งในห้องกลุ่มของคนจากโอเคเนชั่น
ห้องกลุ่มศิษย์เก่า ห้องของตัวเอง ห้องของเพื่อนทั่ว ๆ ไป ผมใช้ว่า เม้นท์ ตลอด
หากรีบ ๆ หรือมีเจตนาจะทำเป็นเดะ ๆ (ทำเล่นเป็นเด็ก ๆ kidding) ผมก็จะแค่ตัด ท์ ออก เหลือว่า เม้น
ผมพยายามไม่ลืมกำกับวรรณยุกต์ครับ

เรื่องคำย่อ Great เป็น Gr8 ของคนอังกฤษ ผมเข้าใจได้เลยในปราดแรกที่อ่าน เพราะผ่านประสบการณ์มาแล้ว
จากชื่อปั๊มน้ำมัน Q8 คูเวต เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน
ให้ตายสิ เขียน คูเวต ทำไมอ่าน คูเหวต ไปได้ ผมต้องจดไว้อีกหนึ่งคำว่าเมื่อไหร่ผมใช้คำนี้ จะสะกดตามเสียง
..... ผมเคยลองเขียนเทเหล็กซ์ ต้องพึ่งคู่มือเหมือนกัน ค่าส่งมันคิดตามจำนวนพยัญชนะ

เรื่องคำว่า คับ ที่มาจาก ครับ เป็นการทำ kidding เด็กวัยอนุบาลจะยังพูดคำควบกล้ำไม่ได้
เวลาผู้ใหญ่ปลอบเด็กอนุบาล หรือล่อหลอก ปะเหลาะให้ทำดี หยุดร้องได้ ก็จะทำเลียนเสียงของเด็กนั้น เช่น
"น้องเต้ วางปืนก่อนนะคับ มากินข้าวกันก่อนนะค้าบ" (ส่วนมากมักเป็นผู้หญิง ฮิ ที่พูดกับเด็กแบบนี้)
เด็กบางคน อาการหนักกว่านั้น ชอบพูดลิ้นคับปาก เลยออกมาเป็น "คัฟ" มีเสียงออกไรฟันด้วย
(ตอนผมเรียน ป.๒ เพื่อนคนหนึ่ง ขออนุญาตครูจะไปปัสสาวะ ลุกขึ้นเรียกครูที่หน้าชั้น "คูวับ คูวับ ขอยาดไปปัดวะคัฟ")

พวกเหล่านี้เป็นทิศทาง ที่ทางเฉพาะ วงแคบ ๆ ที่เป็นธรรมดาที่จะเกิดขึ้น การที่คนไทย "เคยปาก"
เรียก โปร แทนโปรโมชั่น มันเกิดราวยุคแปรสนามรบเป็นสนามการค้า (พล.ต.ชาติชาย เป็นนายกฯ
ยุค นสพ.ธุรกิจเบ่งบาน ยุคเห่อหนังสือชื่อ In Search of Excellence -- แน่ะ ดูนั่น ^ ผมสะกด นายกฯ มี ฯ เห็นมั้ยละ ๕๕)
ผมถือเป็นภาษาตลาด+เฉพาะถิ่น ยิ่งกว่านั้นยัง + เฉพาะช่วงสมัยหนึ่งอีกด้วย ไม่นาน มันจะเลิกไป
แต่ที่สำคัญ ต้องอย่ามักง่าย เลินเล่อ สับเพร่า คิดว่ามันเป็นคำมาตรฐาน เอาคำตลาดพวกนี้ไปใช้ใน
เอกสารสำนักงาน เช่น รายงานการขาย บันทึกช่วยจำ ระดับนักเรียนนักศึกษาก็อย่าเอาไปใช้ในข้อสอบ รายงาน
.... มีเกิดขึ้นจริงและบ่อยมากด้วย ในทั้ง ๒ กรณีข้างบน ^ คงเพราะมีใครสักคนเกียจคร้านจะจ้ำจี้จ้ำไช

เรื่องคำว่า แปร ผมมีภาพความเข้าใจ (ก่อนจะเขียนลงมาใน คห.) คล้าย ๆ ที่คุณ SW19 ใช้ว่า transformation ครับ
ผมคิดถึงทุกเรื่องแม้แต่ความต้องการในใจที่ถูกแปรเป็น สัญญะ (sign) ที่คนสองคนขึ้นไปตกลงนัดกันรู้ความหมาย
เอ ผมเริ่มคิดในใจอีกแล้วว่า แล้วรวมถึง encoding ด้วยไหม ในกระบวนการ interpretation

คำอธิบาย thesaurus ที่ให้มา ผมนึกถึงหนังสือประเภทปทานุกรมที่มีในตลาดเมืองไทย ใช้ว่า พจนานุกรมศัพท์หมวด
แต่ผมเข้าใจว่าวิธีการรวมคำมาเป็นหมวด ๆ ของฝรั่งกับของไทยคงจะต่างกันอีก เพราะรากความเป็นมาของความคิด

ถ้าเป็นศัพท์จากฝรั่งพวก technical terms จะใช้ชื่อระบุไปเลยว่า พจนานุกรมศัพท์ช่าง พจนานุกรมศัพท์การแพทย์
ทั้งสองเล่มนั้น เล่มแรกผมมีอยู่ ซุกอยู่ในลังตรงไหนสักแห่ง เล่มหลังเป็นของพี่ชาย อยู่คนละบ้าน ลูกชายเขาคงทิ้งไปแล้ว

เรื่องคำเรียกว่า ปทานุกรม / พจนานุกรม ผมนึกไม่ออกว่ามีการเปลี่ยนไปเพราะการบัญญัติจากราชบัณฑิตสภาหรือไม่
หรือเพราะสาเหตุอื่นใด ผมควรจะปล่อยเรื่องนี้คาทิ้งไปหรือไม่หนอ .. แบบว่าธุระไม่ใช่ ฮ่า ๆๆๆๆๆๆ
จะได้ไม่เป็นคนตกกระแส เป็นคน in trend ก็ยุคนี้มันยุค "ธุระไม่ใช่" เป็นยุคที่ใส่ใจแต่เรื่อง individual
ฮา ฮา ฮา ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
.

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
ช้างเผือกในเมือง วันที่ : 16/08/2012 เวลา : 02.08 น.
 

ประทับใจทั้งพิธีเปิดและพิธีปิดคะ.....เพราะดูแล้วทำให้เข้าใจและรู้จักคนบริทิชได้เป็นอย่างดี

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
ช้างเผือกในเมือง วันที่ : 16/08/2012 เวลา : 02.08 น.
 

ประทับใจทั้งพิธีเปิดและพิธีปิดคะ.....เพราะดูแล้วทำให้เข้าใจและรู้จักคนบริทิชได้เป็นอย่างดี

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
SW19 วันที่ : 16/08/2012 เวลา : 00.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน

ที่ไปเปิดหาศัพท์นี่ไม่ลำบากหรอก และไม่ต้องมา “แขวะ” ว่าเราจะรู้จักคำนี้ไหม


เราไม่แย่ขนาดนั้น เพียงแต่มีพจนานุกรม(หน้าปกเรียกตัวเองอย่างนี้ ก็ไม่รู้ต่างจากปทานุกรมอย่างไร) เวลาเขียนเรื่องก็จะตรวจความถูกต้องของการสะกด ให้ผิดน้อยที่สุด

จริงแล้วที่คุณหนอนใช้คำว่า แปร ก็ไม่ต่างจากที่เราเคยคุยกัน แต่ แปรของคุณหนอน จะเท่ากับเป็นการแปรในระหว่างภาษา คือ transformation หรือ การตีความ interpretation เป็นก้อนหนึ่ง
แล้วการแปลความ translation เป็นอีกก้อนหนึ่งหรือเปล่า อันนี้ถามจริงๆ


อ่านตามแล้วคิดลามไปถึงไหนก็ไม่รู้ โดยเฉพาะที่ว่า
[นี่ทำให้เมื่อเราที่ใช้ภาษาไทย ไปได้ฟังคนอีกชาติพันธุ์เรียกสิ่ง ๆ เดียวกันด้วยภาษาของเขา ก็ใช่ว่าเรากับเขาจะมีความเข้าใจตรงกันไปอย่างหมดจด ไม่มีช่องว่าง คำว่า ข้าว ของคนทางเอเซีย ไม่ได้ตรงกับคำว่าข้าวของคนทางยุโรป]
เพราะบางทีคำนามที่เราใช้กัน มันมาจากคำบางอย่างที่เรา “แปรรูป” ให้มันเป็น generic noun (สามัญนาม..ใช่นะ?) เหมือนแฟ้บ กลายเป็นคำแทนผงซักฟอก แม้กระทั่งคำว่า “ข้าว” แปลว่า อาหาร (meal) เช่น ช่วงพักกลางวันเราชวนกันไปกินข้าว - - ใช้คำว่า “ข้าว” แต่เราไม่ได้หมายความว่าไปกินข้าวแกง อาจเป็นก๋วยเตี๋ยวก็ได้และเมื่อเราบอกว่า “เออ เจอกันคราวหน้าไปกินข้าวกัน” มันหมายถึงว่า พูดไม่จบ มีต่อว่า ไปกินข้าวกัน จะได้คุยกัน
หรือเราพูดกันเองว่า ไปทำข้าวกินกันเถอะ เราก็ไม่เคยทำ “ข้าว” เสียที แต่ดันไปหมายถึงทำ “อะไร” กินกัน
อันนี้เป็นลักษณะของภาษาไทยไหม ไม่ได้มีถูกผิด แต่เราใช้กันทั้งชาติ จนใครไม่ใช้ หรือไม่เข้าใจ มันแปลก อันนี้คือการแปรหรือเปล่า
หรืออย่าง เจอคนไทย เราชวนไปกินข้าว เขาบอกว่าไม่กินเนื้อนะ เราก็ อ้าวตายละ ต้องหาที่มังสะวิรัต เข้าใจว่าเขาเป็น vegetarian…? เปล่า... เนื้อของคนไทย กับเนื้อของภาษาอังกฤษคนละเรื่องไปเสียงั้น
“เนื้อ” ของคนไทย คือ Beef เนื้อวัว “เนื้อ” ที่เราเข้าใจ คือ meats เนื้อสัตว์ทุกชนิด
ทีนี้คำที่จำกัดความไว้แล้วในพจนานุกรม มันแปรรูป เปลี่ยนไปจากรูปในภาษาเขียนความหมายเดิม เป็นภาษาพูดใหม่แล้ว จะเรียกว่าอะไร
แล้วยังคำที่คนไทยตั้งเองจากคำฝรั่งอีกล่ะ คือ ถ้าตั้งเองจากคำไทย ไม่ว่ากัน แต่ไปเอาคำฝรั่งมาตั้งเอง เรียกเอง เหมือนที่คุณหนอนว่า [อนึ่ง ที่ผมพูดเสมอว่า สิ่งใดมาก สิ่งนั้นถือว่าจริง] แล้วตั้งไปก็เชื่อว่าที่ตัวเองตั้งน่ะถูกต้อง จนจำฝัง อันนี้เป็นการแปรรูปด้วยหรือเปล่า
ตัวอย่าง เจอโฆษณาบนรถไฟฟ้าบ่อย เจอคนพูด/ใช้บ่อย เรื่องคำว่า “โปร” แรกๆ ก็งง “อันนี้มีโปร” เอ้า นานๆ กลับที ไปซื้อซิมโทรศัพท์ใช้ “เอาโปรแบบไหน” พูดมากๆ เข้า โปร มันยังกลายเป็น โป (อีกหน่อยก็ใช้ตัวหนังสือลาวได้แล้ว) แล้วจะรู้ไหม โปร บ้านเธอ กับโปรบ้านฉันมันเหมือนกันไหม จาก Pro เฉยๆ มีตั้งสามคำ (Pros and Cons ข้อดีข้อเลว จน Pro ย่อของ Professional และ Pro ที่แปลว่า สนับสนุน ) ไปจน Probation แถมยัง pre-pro, post-pro ทีมาจาก pre-production, post-production ที่กลับไปเดี๋ยวนี้กลายเป็น พีโพ ไปแล้ว
ดังนั้น ก็ยาวเลย กว่าจะรู้ว่าคนไทยใช้โปร แปลว่า Promotion
จะพูดทับศัพท์ไม่ว่ากัน แต่จะทับทั้งที ก็ทับให้มันครบคำไม่ได้เหรอ
เหมือนคำว่า เม้น แหละ ให้เป็นฝรั่งหน่อย ก็ เม้นท์ (สงสัยเขียนแบบนี้สะดุ้งกันทั้งบาง และด่า SW19 แน่ว่าดัดจริตมาจากไหน)



ไม่ได้ดัดจริตเรื่องภาษา แต่บางครั้งคนไทยชุ่ย เรื่องการใส่ใจพูดให้ถูก และย่อคนละแบบกับภาษาอังกฤษ
คนไทยย่อเพราะต้องการตัดคำให้สั้นลงทั้งการเขียนและการพูด ซึ่งมันก็เป็นทุกที่แหละ โดยเฉพาะที่นี่เป็นวัฒนธรรมยุค texting ที่คนส่งข้อความย่นย่อกัน ทางเครื่องมือสื่อสาร แต่เราย่อกันคนละวิธี อย่างคำว่า Great เกรท เราย่อเหลือว่า Gr8 เอาเสียงพ้องของ Gr-eight (จี-เอ้ท) แต่เวลาพูดก็พูด “เกรท” ธรรมดา wait ให้รอก็ w8 แล้วที่ไทยย่อ ครับ เป็น “คับ” เนี่ย เวลาพูดทำไม ร เรือ หายล่ะ

เริ่มไปไกล กู่ไม่กลับอย่างคุณหนอนบ้างแล้ว


ขอต่ออีกนิดเดียว เรื่อง แปล ที่เคยบ่น คนไทยชอบแปลตรงๆ เอาคำแปล ไม่เอาความหมาย เพราะความหมายจะหาได้จาก Thesaurus (พจนานุกรมที่รวมคำที่ความหมายคล้ายคลึงไว้ด้วยกัน) ที่โรงเรียนไทยไม่สอนให้เด็กใช้ ในการขยายคำศัพท์ และการแปลของไทยเราไม่ชอบสนใจประโยคแวดล้อม (context clues) เพื่อบอกว่าคำศัพท์นั้น น่าจะใช้ความหมายใดที่ตรงกับเรื่องมากที่สุด น่าเสียดายที่ไม่นานมานี้ กลับไปพลิกดูเรื่องแปลเป็นภาษาไทยในร้านหนังสือ เลือกจากบางเรื่องที่เพิ่งอ่านจบ ไม่ประทับใจเอาเสียเลย เกิดความสงสัยในอรรถรสที่คงต้องหายไปมากโข ไม่ต้องนึกถึงความผิดเพี้ยนของเนื้อความ
..


ส่วน drugstore ที่นี่ไม่มี (ขอแขวะบ้าง ฮ่า ฮ่า) ที่นี่มีแต่ Chemist ที่ขายยาและเครื่องสำอางต่างๆ (รวมกันมานานแล้ว แบบร้าน Boots ที่ไปเปิดที่เมืองไทย) ที่เป็นแบบนี้ เพราะที่นี่ยาประเภทเหนือเคาน์เตอร์มีน้อยมาก ทำให้ต้องมีของขายร่วม ไม่งั้นอยู่ไม่ได้ แต่ที่เมืองไทย ยา ยังเป็นยาเสียส่วนใหญ่(sad facts สำหรับไทยหรือเปล่าไม่รู้) เพราะเราสามารถขายยาสารพัดชนิดได้โดยเสรี ขายยาอย่างเดียวก็เหนื่อยแย่แล้ว
Glossary ศัพทานุกรมหรือเปล่า ไม่รู้จัก แต่ความหมายคือ รายการอธิบายคำศัพท์ หรือการขยายความที่ไม่เหมะสมที่จะใส่เข้าไปในช่วงเนื้อหา เช่นเราอ่าน James Joyce แล้วมีคำอธิบายศัพท์ที่เป็นไอริช หรือความหมายที่คุณ จ จ๋อยส์ ตั้งใจใช้ในเรื่อง

ไปละนะคุณหนอน ไปหา “ข้าว” (ที่ไม่มีข้าว) กินบ้าง

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 16/08/2012 เวลา : 00.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

ร้อยเรียงเกร็ด โอลิมปิค ได้อย่างลงตัว อ่านแล้วรื่นรมย์ดีครับ
ผมชอบกราฟิค สตรีท ประดับ LONDON Game ทันสมัย ในเมืองเก๋า ดูเหมือนจะขัดแย้งกัน แต่เป็นกันเองด้วยโทนสีม่วง
(ตอน ปักกิ่ง เกมส์ สีมันฉูดฉาด มากเกินไป ดูเลอะๆแบบจีนๆ :-)

มุขลุ้น Bradley Wiggins ง.งง อยู่นานว่าอะไร จอนผม นะเอง ฮะๆๆ เข้าใจเล่น

ขอ Like ภาพและคำของ Pistorius ไปแชร์ ด้วยครับ

ดูข่าวช่อง 3 มีนักกีฬาผิวดำ คนหนึ่ง ที่ลงแข่งวิ่งมาราธอน
โดยไม่สังกัดชาติใด ไม่รู้เค้าได้เหรียญรางวัล หรือเปล่านะครับ

ชอบแสตมป์ อยากได้ๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2012 เวลา : 12.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อะไรนะ ศัพทานุกรม หรือ .. glossary น่ะ

.

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2012 เวลา : 12.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ทีแรก ผมก็นึกว่าตัวเองคิดพล่าม พูดพล่ามไปนะ
แต่ตอนนี้พบแล้วว่าการคิดอะไรแบบนี้ มีที่ใช้กันในวัดทิเบต
และในวัดของยิว (ศาสนายูดายห์)
................

เฮ้อ หนักเข้า หนอนเริ่ม "อาการหนัก"
สงสัยนักว่า หนอนเป็นใคร เออ คงเริ่มเพี้ยน
ไม่เอาละ เลิกคิดดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2012 เวลา : 12.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ถึงจะไม่ได้คำแนะนำ แต่ได้รับความเห็นกว้าง ๆ ออม ๆ ผมก็ยังรู้สึกดีและขอบคุณ
คือผมคิดว่าผมเก็บกอบสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้นมาใช้ได้ (มองเห็นประโยชน์ได้ไง อ๋อ ก็อ่านอย่างเปิดต่อมรับความรู้สึกนะสิ ฮ่าฮ่า)

นี่ทำให้คุณต้องไปเปิดปทานุกรมเลยรึ คงไม่ลำบากมากนัก ความหมายที่คุณเปิดได้จากคำว่า สารัตถะ ทำให้ผมมีเรื่องแขวะอีก
(แขวะ นี่คุณ SW19 คงรู้จักมั้ง เป็นคำกลุ่มเดียวกับ - พูดกระทบกระแทก แดกดัน ประชด ประเทียด เหน็บแนม ... satire ....
ภาษาตลาดว่า หยิก จิก กัด ก็มีใช้กัน)

คืองี้ครับ ต่อไปนี้ หนอนใช้การเดา สันนิษฐาน เพราะไม่เคยขวนขวายหาตำราเฉพาะด้านนี้มาอ่าน
การแปรความ (แปร นะ ผมจงใจหมายถึงแปลง form ของสารที่สื่อ) การตีความ นี่รวมอยู่ในคำว่า interpretation รึเปล่าหนอ
แต่ผมว่ามันไม่ใช่การ แปลความ - translation แน่นอน
การแปรความ (interpretation) กับการแปลความ (translation) เหมือนเป็นญาติสนิทกัน ถ้าให้ระบุความสัมพันธุ์ชัดลงไป
ผมคิด (เอาเอง) ว่า การแปรความเป็นญาติผู้ใหญ่ มีสายสัมพันธุ์คลุมทับ การแปลความ ที่เป็นญาติผู้น้อย

การแปรความ กินความรวมสารพัดวิธีที่จะทำให้อีกฝ่ายเข้าใจตรงกันในสิ่งที่อยากบอกให้รู้ จึงรวมทั้งวิธีการสื่อที่เป็นเฉพาะกลุ่ม
คือตกลงรู้กันในวงแคบ และรวมทั้งวิธีที่เป็นหลักยอมรับกันเป็นวงกว้างมากกว่า (เรียกว่าเป็นมาตรฐาน)
เมื่อเป็นมาตรฐาน คือเป็นข้อตกลงรับรู้กันในวงที่กว้างกว่า ก็ต้องมีกระบวนการทำให้มันดำรงอยู่ ตั้งมัน ตั้งแต่การประกาศข้อตกลง
ให้เป็นรับรู้ร่วมกัน การสร้างกระบวนการถ่ายทอด (โรงเรียน) การส่งเสริมให้ใช้ให้กว้าง ให้มาก (การใช้ภาษาที่ไหลเวียนในสังคม
ตามช่องทางต่าง ๆ ............. อนึ่ง ที่ผมพูดเสมอว่า สิ่งใดมาก สิ่งนั้นถือว่าจริง เท่ากับว่าเมื่อมีการประกาศอย่างนี้ ส่งเสริมอย่างนี้
ผลักดันอย่างนี้ ก็คือกระบวนการครอบครองพื้นที่ให้ได้มากกว่าของวิธีอื่น ๆ เพื่อตัวมันเองจะได้มีสัดส่วนมากกว่าและ "เป็นจริง")

สิ่งที่ผูกติดมากับวิธีการสื่อกัน ที่ถูกทำให้เป็นมาตรฐาน ให้คนจำนวนเยอะกว่ายอมรับใช้กัน ก็ตรรก - ทางของการคิด ที่ฝังอยู่ใน
ถ้อยคำแต่ละคำในภาษา ตรรกที่ฝังอยู่เป็นเครื่องบันทึกความสัมพันธ์ของสิ่ง ๆ หนึ่งว่าสัมพันธ์กับสิ่งอื่นอย่างไร และบันทึกว่า
มันเป็นมาอย่างไรจนมาถึงวันนี้ที่ใช้ถ้อยคำนั้นสื่อสารกันอยู่นี่
นี่ทำให้เมื่อเราที่ใช้ภาษาไทย ไปได้ฟังคนอีกชาติพันธุ์เรียกสิ่ง ๆ เดียวกันด้วยภาษาของเขา ก็ใช่ว่าเรากับเขาจะมีความเข้าใจตรงกัน
ไปอย่างหมดจด ไม่มีช่องว่าง คำว่า ข้าว ของคนทางเอเซีย ไม่ได้ตรงกับคำว่าข้าวของคนทางยุโรป หรือคนเอ๊สกิโม
ยังมีมิติทางวัฒนธรรม ฝังอยู่ในถ้อยคำทุกคำด้วย (เฉพาะหน้านี้นึกถึงคำว่า drugstore แปลดุ่ย ๆ ก็ว่าร้านขายยา แต่เราจะแปลมิติทาง
วัฒนธรรมที่คนอังกฤษเขาขายของเบ็ดเตล็ดผสมอยู่ในร้านด้วย ออกมาเป็นคำในอีกภาษาหนึ่งว่าอย่างไร)

ทั้งวิธีการที่รับรู้กันเป็นเฉพาะกลุ่ม มีวงแคบ กับวิธีการที่เป็นมาตรฐานคือยอมรับเป็นวงกว้าง ถือว่าเป็นการแปรความที่เป็นรูปแบบ (formal)
มันน่าจะยังมี การแปรความ ที่ไม่เป็นรูปแบบ (informal ไม่ใช่ non-formal) อย่างอื่น ๆ อยู่อีก น่าจะนะ .. น่าจะมี
....................................

ที่โม้มายืดยาวนี่ ก็อยากแสดงความเห็นว่า ที่เรียกว่า ปทานุกรม dictionary ที่มีการ "แปล" ถ้อยคำข้ามภาษานั้น มันหมายความว่า
ถ้อยคำของสองภาษาที่โยงกันด้วยตรรกว่า "เท่ากับ" นั้น เช่น rice = ข้าว ต่างเป็นถ้อยคำที่มีนัยว่าเป็นมาตรฐานอยู่ในเวลานั้น
ของทั้งสองชนชาติที่ใช้สองภาษานั้น
ส่วนพจนานุกรม (ภาษาอังกฤษเรียกไรไม่รู้) ก็คงจะเป็นหนังสือรวบรวมคำ และความหมายที่ตกลงกันในสังคม รวมทั้งบอกที่มา
ความเกี่ยวข้องกับความคิด ความเชื่อ วัฒนธรรม ที่ถือปฏิบัติกันมาด้วย
สารานุกรมละ คืออะไร หนอนไม่รู้ความหมายจริง ๆ .. สาร หรือ สาระ + อนุกรม มั้ง

แล้ว Thesaurus, Glossary ละ มันคืออะไร หนอนเคยอ่าน แต่มาถึงวัยนี้ เมื่ออยากรู้เรื่องราวของมันกลับไม่รู้
ยังมีหนังสือคล้าย glossary ของพวกเรียนเภสัชศาสตร์อีก ที่รวบรวมสูตรยาของแพทย์แผนปัจจุบันที่ใช้กันมาตั้งแต่เริ่มมีการ
สังเคราะห์ยาขึ้นใช้ รวบเอาไว้ทั้งชื่อเรียกสามัญ ชื่อทางเคมี ข่อบ่งใช้ ฤทธิ์ของมัน บริษัทอะไรผลิตบ้าง ในชื่อการค้าว่าอะไร
หนอนจำชื่อเรียกหนังสือนี้ไม่ได้เสียแล้ว เออ น่าจะเดินไปถามเจ้าของร้านยา ขอยืมมาดูหน้าปกสักหน่อย
.......................
สารัตถะ ที่คุณ SW19 ไปค้นมาจากพจนานุกรม ก็ได้ความหมายออกมาเป็นคำสั้น ๆ ที่ ถูก "จำกัด" ความ ไว้แล้วตามข้อตกลง
แบบ formal ที่ยอมรับกัน ว่าสังคมนี้จะถ่ายทอดความหมายที่จะสื่อกันแบบนี้ละ
แต่ผมอ่านอย่างเปิดความรู้สึก และแบบแกะรอยทาง
สารัตถะ ก็คือ สาร (ภาษาบาลีอ่านว่า สาระ) มาเข้าสนธิตามวิธีของภาษาบาลี กับคำว่า อัตถะ (เนื้อหาที่บ่ง) ได้ว่า สารัตถะ

ผมอ่านด้วยความคิดอีกอย่างซ้อนลงไปอย่างรวดเร็วแทบเป็นความคิดเดียวกันว่า (ความคิดในกบาลคนเรามันเร็วอยู่แล้ว)
สารัตถะ มาจาก สาร (สาระ แปลว่าเนื้อความ เนื้อเรื่อง ความในใจ - ผมแปลเอง) + อัตถ (อัตถะ ก็แปลว่าเนื้อหาที่บ่ง ที่ตกลงกัน)
ตกลงว่ามันเป็นคำที่ถูก "เล่น" ด้วยการเอาสองคำที่ความหมายใกล้กันมากมาผสมกันหรอกรึ

จากนั้นผมมีความคิดอีกอันซ้อนตามมาในเวลาอันรวดเร็วเช่นเคย ก็ของมันเคยแล้วนี่ครับ ว่า
คำว่า สาร มีนัยประหวัดถึงการเคลื่อนที่ออก ก็ "ส่ง" นั่นแหละ ส่งก็ส่งผ่านสื่อหรือตัวกลาง
มนุษย์ยังไม่สามารถส่งอะไรตรงจากใจถึงใจอีกดวงหนึ่งได้
ส่วน อัตถะ (สะกดอย่างนี้เป็นแบบบาลี ถ้าสันสกฤตจะสะกดว่า อรรถ) มีนัยประหวัดถึงเนื้อหาที่ดำรงอยู่ในตัว นิ่งอยู่ ไม่เคลื่อนไปไหน
(ยังกับผู้ใหญ่ที่มี maturity เลย ฮิ นิ่งสงบ)

สารัตถะ ก็คือเนื้อหาสาระเป็นแก่นแน่นหนักที่มีพร้อมให้ใช้ออกมา พร้อมจะถูกเคลื่อนออกมาเป็นประโยชน์
ผมคิดแผลง ๆ ต่อไปว่า สารัตถะ ก็คือการที่มนุษย์ไปเล่นกับธรรมชาติที่ดำรงอยู่ อัตถะที่ดำรงอยู่ ไปแยงอัตถะที่ดำรงอยู่ให้มันขยับตัว
เพื่อมองหาช่องทางใช้ประโยชน์ (สำนวนว่าอัตถะที่ดำรงอยู่ ฟังคล้ายสำนวนสำนักจิตนิยมพวกกรีก โซกราตี๊ส, เพลโต, อร้สโตเติ้ล ไหม)

คิดต่ออีก เอ้า การที่มนุษย์ไปแหย่ ไปแยงอัตถะตามธรรมชาติ ก็คือการพยายามไปแก้ไขดัดแปลงธรรมชาติ
ตามสำนวนของคุณคาร์ล ม้าร์กซ์ กับคุณเหมาเจ๋อต่ง ที่สมาทานหลักคิด "วัตถุนิยมวิภาษวิธี" (Dialectical Materialism) ไหม
ถ้าใช่ ก็แปลว่ามนุษย์กำเนิดว่าก็เป็นทั้งจิตนิยมบวกกับวัตถุนิยมวิภาษวิธีมาตั้งแต่ครั้งเป็น "ทารกรุ่นโบราณ" แล้ว
และว่าไปแล้ว กำเนิดโลกก็เป็นอย่างนั้น ไม่ได้มีแบ่งเป็นฟากจิตนิยมกับวัตถุนิยมมาแต่ต้น
มันขึ้นกับความถี่หยาบของสายตาที่มนุษย์มองเห็นธรรมชาติ
เต๋าบอกว่า
สรรพสิ่งเดิมมี หนึ่ง
ครั้นมีดำ เกิดขึ้น
เมื่อนั้น ขาวก็เกิดขึ้น
...............................
โฮ้ย ผมลากเรือออกมาไกลมากเลย กลับไม่ถูกแล้ว อยู่มันซะที่กลางทะเลนี่เลยก็แล้วกัน
นี่ผมว่าจะคัดลอก คห.นี้ไปแปะในเฟ้ซบุ๊ค ไปยั่วให้คันเล่น
หนอนใช้ศัพท์โบราณอีกแล้ว สมัยนี้ใครเขามานั่งคัดนั่งลอกกันอยู่อีก เขามีแต่ copy & paste กันหมดแล้ว ๕๕๕๕๕
.

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
SW19 วันที่ : 15/08/2012 เวลา : 03.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน

[ผมเห็นทีจะต้องขอปรึกษา หากจะเอาคห.๑๘ ของผมท่อนที่
เขียนเกี่ยวกับ "ความระหว่างบรรทัด" ของประโยค ๆ เดียว เอาไปขยายความเป็นกระทู้ (entry - ผมพยายามจะหาคำไทย
มาใช้ จะได้ไม่เคยตัว แต่ไม่มีคำเหมาะ ๆ)]

ด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง จะรออ่านเลย แต่คุณหนอนห้ามใช้ศัพท์สูงนะ

อย่าง สารัตถะ น. เนื้อหา, ใจความ
เนี่ยขอสารภาพว่าต้องไปเปิดพจนานุกรมไทย

ส่วนคำว่า เร่ว ไม่รู้จัก แต่เปิดแล้วได้ความว่า
เร่ว น. พืชมีเหง้าคล้ายข่า ใบเรียวปลายแหลม ดอกเป็นช่อ ...

เปล้า น. มีทั้ง ๑)พันธุ์ไม้ และ ๒) นก คุณหนอนจะเอาอะไร
อ้อ สกัดเป็นยา คงเป็นพันธุ์ไม้ (ถ้าเป็นนก คุณชาลีคงด่าเปิงไปนานแล้ว)

เรื่องการใช้ภาษา เราก็อยากขออนุญาตคุณหนอนเอาไปเขียนเพิ่มเติมบ้าง คันกับการกำกับการใช้ภาษาต่างชาติในภาษาไทย
ทั้งแง่ที่โบราณและควรปรับ
ทั้งแง่ความละเลย (ignorance) ไม่ใส่ใจของผู้ใช้เอง (เช่นมอเตอร์ไซด์ Harley เอามาเรียกเองว่า ฮา-เล่ แล้วก็ปักใจว่ามันอ่านว่าฮา-เล่ โดยไม่ยอมรู้ว่ามันคือ ฮาร์-ลี่ย์ พอมาพูดกับคนไม่รู้เรื่อง ก็โวยวาย ก็ไทยเราตั้งชื่อว่าฮา-เล่ นี่หว่า)
และความมักง่ายในการออกเสียง คิดปะปนว่าการออกเสียงคือสำเนียง โดยมองข้ามว่าการออกเสียงก็เหมือนการอ่าน การสะกดที่ครบพยัญชนะ ให้เกียรติผู้ฟังและผู้เป็นเจ้าของภาษา (เวลาคนมาอ่านภาษาไทยผิดซักนิด โอ้โห โกรธ)
เพราะสำเนียงน่ะ ไม่ใช่ของได้มาง่ายๆ สำเนียงต่างหากที่ควรใช้เปรียบเทียบว่าไม่ใช่ภาษาพ่อภาษาแม่เราที่จะเปล่งสำเนียงให้ถูกต้อง แต่การออกเสียง ถ้าออกครบทุกตัว มันได้เอง

ถ้าสังเกต ในข้อเขียน เราจะพยายามใช้คำไทยให้มากที่สุด ยกเว้นว่ามีข้อจำกัดในคำไทยที่รู้จัก บางครั้งไม่สามารถหาคำไทยได้อย่างตรงกับความหมายที่ต้องการจะสื่อ ก็จะใส่ภาษาต่างชาติและกำกับคำไทย "ที่คิดเอง" ว่าใกล้เคียง ทำให้เป็นคนเขียนงานช้า
ส่วนในช่องความเห็นจะปล่อยตัว ปล่อยของต่างชาติปนมาแยะ ไม่งั้นไม่ทัน อย่าง theme เห็นคนใช้ว่า "ธีม" กันแยะ แล้ว ธ สระอิ สระอี มันมีแค่สี่คำน่ะ (ธิดา ธิติ ธีรภาพ ธีรราช)อย่างนี้ไม่ชอบ (ไม่ใช่ว่าคิดดี คิดเด่น... แค่ไม่ชอบ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมไม่ชอบ) เอาไว้หาคำถูกใจได้แล้วจะบอกคุณหนอนเหมือนกัน
..
..

[นั่นแหละ จุดอ่อนผมคือเขียนเรื่องแล้วไม่ชอบเอาสารัตถะไปฝังเป็นความระหว่างบรรทัด เพราะหลายคนอ่านแล้วข้ามไป
ผม "กัด" ออกมาในเนื้อเรื่องโต้ง ๆ เลย ทุกทีไป
ขอคำแนะนำหน่อย พูดจริงนะ]

อันนี้กราบเลยคุณหนอน คุณหนอนถามผิดคนแล้วล่ะ
ไม่มีปัญญาแนะนำ มีแค่ปัญญาออกความเห็นว่าที่คุณหนอนเขียนน่ะตรงเข้าเป้าดีแล้ว เราอยากเอาอย่าง แต่พูดตรงๆ ไม่รู้คนรับได้ไหม ไม่อยากถูกมองว่า อ๋อ เอ็งพูดอะไรก็พูดได้ ไม่ได้อยู่ตรงนี้

จริงๆ ใช้คำผิด ถูกมองแบบนั้นน่ะ ไม่เคืองหรอก เพราะเรารู้ว่าเราเขียนด้วยเหตุและผล ไม่ได้เขียนด้วยอารมณ์ ถ้าอยากฟังความเห็นแบบเหมือนๆ กันไปก็คงไม่ต้องมาฟังเราหรอก จริงๆ ที่รู้สึกคือ พูดตรงเกินไปคนไทยรับไม่ได้ แม้กระทั่งในการออกความเห็น (เคยถูกด่ามาแล้ว )

เอาเป็นว่ารออ่านเรื่องใหม่ของคุณหนอนแล้วกัน
คุณหนอนห้ามช้านะ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
driftworm วันที่ : 15/08/2012 เวลา : 00.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓๒-
อ่า ... หนอนพูดไม่ชัดเจนเองว่าไอ้ที่ใช้คำว่าอลังการไปน่ะ คืออลังการงานสร้างแบบโรงงานฮ็อลลี่วู้ด
แข่งกันเป็นเลิศด้านเท็คหนิควิธีนำเสนอ ใช้มุขที่พึ่งพา Computer Graphics - CG ใช้แสงเลเซ่อร์ ใช้วิทยาการดิ๊จิต้อล
จะเรียกว่าอะไรดีละ Entertainment Direction ? หรือจะเรียกว่าหลงเพริดไปกับทิศทางของมายาภาพ แข่งกันที่ความเจ๋ง
ของการนำเสนอภาพมายาที่เค้นคิดกันออกมา
แต่อังกฤษ หรือเรียกเกร๊ทบริเตนนะ ได้ดึงจิตวิญญาณของกีฬานานาชาติ นานาเผ่าพันธุ์กลับคืนมาได้อย่างสวยงาม
ตาม คห. ๒๙ นั่นนะแล้ .................... (ไม่ได้ชมเลยนะเนี่ย หนอนชมไม่เป็น)
(เอ่อ ที่ผมสะกดเป็น เกร๊ทบริเตน เนี่ย อันนี้ไม่ใช่เป็นมุข "กัด" แต่ยืนยันจากความจำว่าได้อ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร
ของยุคก่อน ๒๕๐๐ จนข้ามมา ทศวรรษ ๒๕๐๐ ที่อยู่ในลังไม้ของพ่อ กับพี่ชาย เขาสะกดกันมาแล้วยังงั้น - ยืนยันอีกที)

คุณ SW19 เขียนคห.๓๒ ได้อย่างกับความเรียงดีดีชิ้นหนึ่ง ผมเห็นทีจะต้องขอปรึกษา หากจะเอาคห.๑๘ ของผมท่อนที่
เขียนเกี่ยวกับ "ความระหว่างบรรทัด" ของประโยค ๆ เดียว เอาไปขยายความเป็นกระทู้ (entry - ผมพยายามจะหาคำไทย
มาใช้ จะได้ไม่เคยตัว แต่ไม่มีคำเหมาะ ๆ) เพราะผมมานึกได้ว่านั่นใช้เป็นตัวอย่างของกระบวนการสั่งสม "สารัตถะ" ลง
ไปในคำ ๆ หนึ่งที่ "ไหลเวียนอยู่ในสังคม" ... ตามที่ผมอ้างคำพูดของ อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ มาหลายหนว่า คำหนึ่งคำมัน
อมความรู้ที่สังคมสั่งสมมาหลายรุ่น เมื่อสังคมทำให้คำหนึ่งคำหายไปจากระบบที่ใช้พูดกัน นั่นหมายถึงเราทำ "ความรู้
ชุดหนึ่ง" หายไปด้วย (ในเวลากะทันหันนี้ ผมฉุกคิดคำว่า "เร่ว" คุณ SW19 รู้จักไหม เราไม่ค่อยใช้กันแล้ว จนนึกไม่ออก
ยกเว้นพวกที่เรียนการแพทย์แผนโบราณ สมุนไพร เพราะว่าเรา "ชิน" กับชื่อตัวยาภาษาอังกฤษ โรมัน กรีก ที่เป็นภาษาเคมี
มากกว่าแล้ว ... ความชินเป็นทั้งตัวสร้างและตัวทำลาย ......... อีกคำหนึ่ง เอ้า เราลืมคำว่า เปล้า, เปล้าน้อย ไปแล้ว พอเปล้าน้อย
กลับมาแยงรูหูในสังคม มันก็มาพร้อมกับข่าวว่าถูกญี่ปุ่นฉกไปจดทะเบียนสูตรสารสะกัดจากเปล้าน้อยเป็นยารักษากระเพาะ
ไปแล้ว ผมรู้สึกแสบใจมาก แต่เมื่อพูดอย่างนี้ให้ใครฟัง พวกเขาล้วนบอกว่า ฮู้ย คิดมากไปเปล่า ทำใจไปเฮอะ โคตรไกลตัวเลย

นี่ก็เช่นเดียวกับที่ผมกระตุกเรื่อง หลักการถอดคำฝรั่งเป็นคำไทย ที่ไปอ่อนตามหลักอักษรโรมันที่ไม่มีวรรณยุกต์ ไม่ได้ฉุกคิด
เลยว่ามันค่อย ๆ กัดกร่อนระบบภาษาของเราเอง จนทุกวันนี้มันรวนไปหมด ... ย้อนไปใคร่ครวญคำพูดของ อ.นิธิ เรื่อง คำ กับ
ความรู้อันเป็นทรัพย์ร่วมของสังคม ข้างบนนั่นอีกที ใครว่ามันไม่เกี่ยวกันบ้าง

ก็ไม่รู้ว่า สถานีโทรทัศน์สาธารณะของคนไทย ที่แดะไปตั้งชื่อเป็นฝรั่ง (Thai PBS) ซ้ำถอดตัวสะกดกลับมาเป็นไทยว่า
ไทยพีบีเอส เนี่ย สายตาสั้นไปรึเปล่า ไม่รู้สึกอะไรเลย ฮิ ว่ากำลังเป็นคนไทยที่ เข้าใจ๊ เข้าใจ ความเป็นมาของ Public Broadcasting
Station เข้าใจอิบอ๋ายเลย จนลืมเฉลียวใจว่า ไทยพีบีเอส มันอ่านว่า ไท-พี-บี-เอด และกำลังกร่อนทำลายความมั่นใจของคนไทย
อย่างช้า ๆ และมองไม่เห็นในเร็ววัน
ผมรู้ ว่าเขาก็ว่าถือตามหลักการถอดคำหรั่งเป็นอักษรไทย ที่ราชบัณฑิตสภาของไทย "ประกาศ" (ออกมาอย่างมั่นใจ) นั่นแหละ
ก็ฝากย้อนกลับไปถึง "ปัญญาสูงสุดของชาติ" ด้วยเลยแล้วกันว่า เมื่อมันต้องตัดสินใจระหว่างความแม่นยำของคนอื่น กับความ
แม่นยำและสถาพรของเราเอง ควรพิจารณาใหม่มั้ย
สำหรับผม ผมเลือกเอาความสถาพรของภาษาเรา (=องค์ความรู้ และ Self confidence) ของเราเองเป็นหลัก ส่วนที่มาของฝรั่ง
นั้นจะสับสนปนเปอย่างไร เราทำคู่มือ หรือทำอะไรขึ้นมาเป็นเครื่องมือช่วยอีกที
ไม่ใช่ "ก็เอาตามเขา" ไปเลย ง่ายดี มันเป็นสากล .... มีคนปฏิเสธคำว่า สากล ขึ้นมาบ้างแล้วนะ เคยได้ข่าวมาน่ะ
เออ หรือว่า ปัญญาไทย ก็ต้องรอให้ฝรั่งมันเริ่มก่อนว่า ไม่ได้ โลกเป็นสากลไม่ได้ จะเสียความหลากหลาย เมื่อนั้นแหละ
เราชาวไทยแบบโคลนติดล้อถึงจะเออออ ตื่นตัวว่า แน่ะ ฝรั่งเขาพูดแล้ว แปลว่ามันต้องเจ๋ง เดี๋ยวส่งคนไปศึกษาแนวคิดนี้กับมันอีก
....................................................

นั่นแหละ จุดอ่อนผมคือเขียนเรื่องแล้วไม่ชอบเอาสารัตถะไปฝังเป็นความระหว่างบรรทัด เพราะหลายคนอ่านแล้วข้ามไป
ผม "กัด" ออกมาในเนื้อเรื่องโต้ง ๆ เลย ทุกทีไป
ขอคำแนะนำหน่อย พูดจริงนะ
............

ผมให้ความสนใจแง่นี้ มิใช่อย่างหมกมุ่น
แต่เหมือนนักกีฬานั่นแหละ เล่นไปตามแนวคิดของตัวเองให้ "ถึงที่สุด"
ได้แค่ไหนก็แค่นั้น
หรือที่สุดแล้ว ความเห็นของผมนี้ ผิดทาง เมื่อมีทางออกที่ดีกว่า
ผมก็หยุด

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
แม่หมี วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 22.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

มาขอAdd เป็นเพื่อนบ้านแล้วนะคะ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
แม่หมี วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

มาขอบคุณค่ะแล้วมาแปะคอมเม้นท์จะได้ไม่รบกวนการเดินทางไปบ้านแม่หมี แต่มีเรื่องดีๆไปบอกเลยค่ะ แม่หมีสนใจทุกเรื่อง

ความคิดเห็นที่ 46
แม่หมี วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 22.48 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme
ip : 58.11.86.211/192.168.52.83

ค่ะคุณSW19 เพื่อนบ้านกันมันต้องแบบนี้ มีอะไรดีๆก็มาบอกกัน แว่บไปดูคลิป Steven Wiltshire ในยูทูปมาแล้วค่ะ เขาเก่งมากๆค่ะ ในโลกนี้มีออทิสติกที่มีความสามารถในแต่ละด้านมากมาย อย่าง Steven Wiltshire นี่เขาสามารถจดจำรายละเอียดของกรุงโรมได้ในเวลาไม่นาน และเขียนรูปได้อย่างงดงามและมีมิติ ออทิสติกแบบนี้ทางแพทย์เขาจะเรียกว่าออทิลติกSavant (ซาวองก์)เป็นแบบอัจฉริยะ แต่ก็เฉพาะด้านแบบสามารถสุดๆไปในด้านใดด้านหนึ่ง แต่การมีปฎิสัมพันธ์กับชาวบ้านก็ยังคงไม่ดี หมีน้อยก็ยังไม่ถึงขนาดนั้น แบบเอาตัวรอดไปได้บ้าง คุณหมอเพียงบอกให้คอยสังเกตว่าเขาสนใจอะไร คุณแม่ก็คอยส่งเสริม หมีน้อยเขาจะเป็นแบบเป็ดๆว่ายน้ำก็ได้ขึ้นบกก็ได้ ชอบผีเสื้อ จำชื่อไดโนเสายาวๆทุกพันธุ์ พวกสัตว์ก็ชอบ ตอนนี้หันมาสนใจการแต่งเรื่องการ์ตูน วาดภาพประกอบแต่ก็ยังไม่ดีนัก เขียนเกมคอมพ์หาข้อมูลเพื่อนำมาใช้ในการทำเกม ชอบทำคอมพ์ อุ๊ย...เยอะค่ะคนนี้แต่ก็ไม่โดดเด่น แต่แม่หมีชอบอ่านเรื่องราวของออทิสติก ชอบใจมากๆเลยที่คุณแนะนำเรื่องนี้ให้ อยากรู้จังค่ะว่า เขาใช้ชีวิตอย่างไร ดูแลตัวเองแบบหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเองได้มั๊ย เวลาคุยกับคนอื่นจะพูดแต่เรื่องของตัวเองอย่างเดียวหรือเปล่าแบบคุยกับชาวโลกได้มั๊ย หมีน้อยกว่าจะคุยกับชาวโลกได้ เราก็ต้องคอยผลักเขาให้ห่างจากเพื่อนต่างดาวของเขา สนใจมากค่ะ ขอบคุณมากๆที่แนะนำเรื่องราวดีๆให้แม่หมี เพิ่งรู้เรื่องของ Steven Wiltshire ก็จากคุณนี่ล่ะค่ะ เด็กไทยเราที่มีลูกเป็นน้องออฯส่วนใหญ่พ่อแม่มักจะเก็บเงียบ แต่คุณหมอเคยเล่าว่า มีคนไข้ของหมอยังเด็กอยู่เลยค่ะ เห็นภาพตัวละครรามเกียรติ์แว่บเดียว วาดได้ละเอียดละออมาก เสียดายพ่อแม่เก็บเงียบเลย ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
SW19 วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 22.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน (๑๘)

เรื่องกีฬามันคงต้องแยกสองประเด็น

๑) คือต้องแข่งเอาแพ้เอาชนะแน่นอน ไม่งั้นก็ไม่มีเป้าหมาย และไม่สนุก
๒) หน้าที่ของกีฬา คืออะไร

อันนี้ที่สำคัญ เมื่อไหร่ที่เอา (๑) มารวมกับ (๒) แบบผิดๆ มันก็ฉิบหาย เพราะ
(๑) ก็จะหายสนุก (อย่างที่ควีนเจซเธอโต้นายกว่า คิดจะเอา competitiveness มานำความสนุกที่ผู้เล่นพึงได้รับไม่ได้)

หรือที่ผู้นำรัฐบาล Scotland ต้องการให้ Sir Chris Hoy แยกทีมออกมา อันนี้คือใช้ (๒) ในทางที่ผิด

ทีนี้กลับมาที่ (๑)
ถ้าคนสองทีม หรือสิบทีม แข่งกันเอาแพ้ชนะ เอามัน ดูสนุก ก็เป็นวิธีหนึ่งที่เราดูๆ กัน แพ้ก็..เอานะ นัดกันกลับมาเล่นใหม่ พอเป็นโอลิมปิกมันกลายเป็น ๒๐๐ ชาติ หมื่นกว่าคนมารวมกันแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ สี่ปีจะมีที ถามว่าคนแยะขนาดนี้คนแพ้ต้องมีมากมหาศาลหลายเท่ากว่าคนชนะ เป้าของแต่ละคนคืออะไร แค่ได้มา (แล้วหนีไปเลยอย่างทีม Cameroon 7 ชีวิต ที่ลงชื่อแล้วหายจ้อยตั้งแต่วันแรก) หรือได้เล่นกับคนลำดับต้น หรือได้ทำให้เกิด personal best ของตัวเอง

สำหรับโอลิมปิก นักกีฬาหลายชาติตะวันตก เล่นหลายประเภทด้วย passion ที่มีให้กีฬา อย่างที่ดูพายเรือแต่ละประเภท แล้วอดถามหากันเองว่า อ้าวแล้ว “กีวี่” อยู่ไหนล่ะ จนอ๋อ เจอละ เอาไปอีกหลายเหรียญด้วย (สมควร)
เรือใบก็อดมองหาทีมเดนมาร์ก สวีเดน นอร์เวย์ไม่ได้ รู้ๆ กันว่าพวกนี้อยู่กับท้องทะเลด้วยกัน ไม่เคยมองหาชาติจากอัฟริกาที่รู้ว่าเขาไม่มีทะเล แต่ก็มีคนจากอัฟริกา Niger อ่านว่าประเทศนีเจร์ มาด้วย แก่แล้วและเข้าสุดท้ายเลย แต่เราก็เชียร์ เชียร์กันใหญ่ เชียร์เพราะนับถือน้ำใจ

แม้อีกครั้งหนึ่งเราก็เชียร์กันขาดใจกับทีมจาไมก้าไปแข่ง Bobsleigh ใน 1988 Winter Olympic กลายเป็นที่กล่าวขวัญกัน เพราะ “ดูไม่มีทาง จากชาติที่ไม่มีหิมะ” แล้วไง ก็เพราะบ้า แล้วก็ไปได้โค้ชบ้าด้วยกัน จับทีมไปนั่งแช่ตู้เย็นฝึกทนความหนาว สุดท้ายไม่มีทางชนะการแข่ง แต่ชนะใจคนทั้งคนดู คนร่วมแข่ง ก็ไปแข่งยังต้องยืมอุปกรณ์จากชาติอื่น แล้วนักกีฬาชาติอื่นก็มาช่วยแนะตลอดทาง เรียกว่าได้ซ้อมไประหว่างการแข่งแต่ละนัด ได้ชื่อว่าเป็นกีฬาที่สร้าง Brotherhood ให้ทั้งคนดูและคนเล่น
เรื่องนี้เป็นเค้าโครงให้หนัง Cool Runnings

สำหรับข้อ (๒) ถ้าหน้าที่ของกีฬาตามที่ผู้ก่อตั้งโอลิมปิกวางไว้ มันก็คือ เอาความคิดมาจาก good Christian values (ตามที่อยู่ในการบ้านที่ให้คุณหนอนอ่าน ย่อให้ก็ได้ว่า Good Christian values อันได้แก่ ความเหมาะสม (Propriety) ความมีจริยธรรม ในการใช้ชีวิตและปฏิบัติต่อผู้อื่น)
ซึ่งคือการสร้างคนตามแบบที่ Thomas Arnold ผู้สร้างกีฬารักบี้วางไว้แล้ว Pierre de Cubertain มาติดใจ ดังนั้น ความหมายระหว่างบันทัด จึงเป็นคุณค่าอันนี้ ที่น่าจะเป็นหน้าที่ของข้อ (๒)

พวกจีนและอเมริกา ที่แข่งเกทับกันด้วยจำนวนเหรียญ เพื่อบอกว่า กีฬาของเธอไอ้พวกตะวันตก... "ที่ทำได้ ฉันก็ทำได้นะ" มันได้คุณค่ามาครึ่งเดียว

การเลียนแบบครึ่งเดียวแบบนี้ คงคล้ายกับที่คุณหนอนรำคาญไอ้พวกตามตูดฝรั่ง ที่เห็นอะไรแล้วคิดว่าดี ก็เอาแค่ที่คิด ไม่ได้เอามาทั้งหมด พอไม่ดีก็ด่าเขา

ดังนั้น โดยสรุป สำหรับ (๒) ชาติไหนที่ตั้งหรือกำหนดไว้เพี้ยนๆ ก็ทบทวนซะ ก็ไม่เสียหาย สร้างสิ่งที่ดีเป็นมรดกกับคนของชาติตัวเองจริงๆ จะเกิดประโยชน์กว่า การแข่งเพื่อชนะด้วยจำนวนเหรียญ

ขอลากออกปากอ่าวไปด้วยว่า มวยไทยที่แพ้น่ะ แพ้หรือชนะก็ตามแต่ มันทำให้คนในชาติ เยาวชนในชาติ ลุกขึ้นมาอนุรักษ์ หรือสืบต่อกีฬาที่เรามีแชมป์โลกมาตั้งหลายคน ให้มันคงความทันสมัย (เป็นที่นิยมอยากเล่น) และอยู่ต่อไปได้ไหม (สู้ไอ้วัฒนธรรมเกาหลี เด็กผิวสีซีด ฯลฯ ในสังคมไทย)

เพราะตอนนี้ Team GB ที่คึกคักกัน ก็พวกกีฬาตะวันออก ที่เคยกลัว เคยแหยง เหยาะแหยะ ก็เริ่มแหย่เท้าเข้าไปได้ข้างนึงแล้ว ตะวันออกบุกไปตะวันตกได้ ตอนนี้ตะวันตกก็อยากสวนทางกลับไปแล้วนะ
ไอ้ที่ฝึกหินโหดแบบหนัง Jackie Chan น่ะ ทำไงดีล่ะ (อันนี้ล้อเล่น ที่ดีก็นับถือ แต่อยากให้ผลักเด็กไปทางที่เล่นอย่างมีสิ่งที่เกิดกับ/ต่อตนเอง มากกว่าฝึกเป็นโรงงานผลิตเหรียญให้ชาติอย่างเดียว)

นักเล่น Team GB แต่ละคนจบแต่ละแข่ง จะพูดให้สัมภาษณ์ว่า ทำได้เท่านี้นะ มีความมากมายแล้ว สมใจตัวเองแล้วพอใจแล้ว แต่ก็ขอโทษที่ทำให้คนเชียร์ผิดหวัง ถ้าดูว่าได้เหรียญมาเยอะก็ต้องกลับไปดูว่า ที่ไม่ได้น่ะเยอะกว่าอีกหลายเท่า เล่นส่งไปเสียตั้งห้าร้อยกว่าคน ในฐานะที่ต้องเสียงบค่าเครื่องบิน คราวหน้า ถ้าจะให้ได้เท่าเดิมก็คงหืดขึ้นคอ
แต่ ..so what ..ช่างมันเหอะ


ความคิดเห็นที่ 32 (0)
SW19 วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 21.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน (๒๕)

[ดูโอลิมปิคคราวนี้ อังกฤษแก้ปัญหาแนวคิดพิธีการเปิดและปิด แบบหัก ฉีก ไปเลย
ว่าทำไมจะต้องเดินตามแนว "อลังการ" อยู่อีกละ]

อันนี้เราก็ว่าอลังการแล้วนา ทำไมคุณหนอนไม่เห็นล่ะ ปัดโธ่เอ๋ย

ความเห็นนี้ขอเฉลยในความเห็นที่ ๒๙ (ซึ่งคุณ นน๑๒๓๔ แอบกระซิบว่าชอบมาก เลยขอเอามายกหางหน่อย)


ความคิดเห็นที่ 31 (0)
แม่หมี วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 18.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

แม่หมีพาหมีน้อยมานั่งหน้าบล๊อก ให้ดูภาพ Pistorius และให้เขาอ่านที่เขาให้สัมภาษณ์ ถามหมีน้อยว่า "ลูกคิดอย่างไร" หมีน้อยตอบ "เขาเก่งจัง เขากล้าที่จะแสดงออก" แม่หมีจึงเสริมต่ออีกว่า "ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะท้อถอย อาจจะไม่ได้เป็นนักกีฬาแบบนี้ ไม่...แม้จะลงแข่งในพาราลิมปิคด้วยซ้ำ แต่เขาพยายามจนสุดกำลังที่จะออกมาโดดเด่น เขามีความพยายาม หมีน้อยก็เช่นกัน การเป็นเด็กออทิสติกไม่ได้เลวร้าย แต่ลูกต้องพยายามที่จะยินหยัดให้ได้ แม้จะล้มสักกี่ครั้ง อย่าท้อ...เราจะต้องสู้จนสุดทาง" ขอบคุณค่ะที่นำประโยคนั้นมาและนำรูปของPistorius มาลงไว้ เป็นแรงใจที่ทำให้หมีน้อยก้าวต่อไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
SW19 วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 17.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ Dekthep

ถูกต้องที่สุด กีฬาต้องมีผู้ชนะ ไม่งั้นไม่สนุกแน่
แต่ในโอลิมปิก มีตั้งสองร้อยชาติ และ ๑๐,๕๐๐ คนแข่ง ผู้แพ้ย่อมมีมากกว่าผู้ชนะแน่นอน ประเด็นที่น่าสนใจสำหรับการมีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันในกีฬาโอลิมปิก คือ การได้ร่วมแข่งในกับคนที่เป็นอันดับหนึ่ง หรืออันดับต้นๆ ในกีฬาประเภทนั้น หลายคนคิดว่าการลงวิ่งแข่งร่วม race เดียวกับ Usain Bolt ถือเป็นเกียรติแก่ career ของตนเองมากโขแล้ว
หลายคนที่แพ้ แต่ได้สร้างสถิติ personal best ของตนเองที่ภาคภูมิใจ
SW19 เพิ่งมีเวลาขยายความมุขของพิธีปิดไว้ที่ความเห็นก่อนหน้า ถ้าคุณ Dekthep อยากนำไปเผยแพร่ด้วย ก็เต็มใจยิ่ง

..
..

คุณอุ๋มที่รัก... ส่งกำหนดบินได้ทันที SW19 จะรอรับอยู่ที่สนามบินเลยล่ะ
..
..

คุณหนอน คุยกะคุณหนอนน่ะยาว... ขอตั้งตัวก่อนนะ



..
..
คุณ Ae^ ถ้าผ่านมาอีกครั้ง อยากให้อ่านข้อมูลเพิ่มที่ความเห็น 29 จะเข้าความเบื้อกๆ ของที่นี่ได้ชัดแจ๋วเลย
..
..

คุณแม่หมี

ขอบคุณที่คุณแม่หมีทิ้งความเห็นไว้ เพราะ SW19 แวะไปที่บ้านคุณแม่หมีเงียบๆ อยู่บ่อย หลายครั้งที่พบเจอวิธีคิดของทางนี้ก็นึกถึง คนที่นี่ให้ความสำคัญกับคนทุกคน ถ้าหมีน้อยได้มีโอกาสดูรายการของ BBC เด็ก ชื่อ CBBC http://www.bbc.co.uk/cbbc/ น่าจะชอบ เราเชื่อเด็กทุกคนมีความสมบูรณ์ในตัวเอง สิ่งที่มองไม่เห็นในหนึ่งด้านมักจะไปแอบอยู่อีกด้าน ... ที่หาเจอได้
ถ้ามีโอกาส อยากชวนคุณแม่หมีดูถ่ายทอด Paralympics ต่อด้วยกัน

..
..


คุณชาลี
เหรียญทองคราวนี้สงสัยต้องจารึกเพราะมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติเกาะแห่งนี้
คราวหน้าไม่รู้จะได้อีกไหม หลายคนก็ถึงเวลาเกษียณตัวเองไป ถ้ารุ่นใหม่มาทัน ก็ดี ไม่ทันก็เอาไว้คราวนู้น คราวโน้น
เหรียญทองตัวจริงอยู่ที่ลอนดอนเนอร์ส ข่าวเพิ่งออกมาสรุปว่า ที่คนเข้าใจว่าเมืองร้างนั้น คนจำนวนมาก (มีการสำรวจและ ติดเครื่อง monitor กับอาสาสมัคร) ยอมเปลี่ยนเส้นทาง ปรับเวลาเดินทาง ปรับชีวิตตนเองให้ไม่กระทบกับความคับคั่งในการเดินทาง ให้ผู้มาเยือนได้ความสะดวกสบาย
หลายคนที่ให้สัมภาษณ์ว่า “เฮ้อ..จบๆ ไปเสียที” ก็เลยมีแต่คนขำ ด้วยความเข้าใจและนับถือ ... ไม่ว่ากัน

..
..

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
SW19 วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 16.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอขยายความเรื่องพิธีปิด ที่เราเรียกกันว่า cheeky – cheesy – thrilling “แบบทะลึ่งตึงตัง เฉิ่มเชย” ที่หลายคนอดเปรียบเทียบกับความตระการตาของ Beijing 2008 ไม่ได้ ซึ่งมุขของเราเข้าใจยาก หากไม่รู้จักประวัติศาสตร์และที่มาของความเป็นเกรทบริเทน ที่เราต้องนับรวมโดยไม่สามารถบอกว่างานนี้เป็นเพียง London หรือ อังกฤษประเทศเดียว


นอกจาก LONDON 2012 จะไม่ได้คิดเปรียบเทียบกับประเทศจีนแล้ว เรายังยึดมั่นกับ theme ของงานอย่างเหนียวแน่น เรื่องการ Inspire a generation และ Legacy หรือ มรดกตกทอดที่เราจะส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป รวมทั้งบอกเรื่องราวของเราเพื่อให้โลกรู้จักเกรทบริเทนมากขึ้น ในมุมที่เรามองตัวเอง ไม่ใช่มุมที่คน perceive หรือทึกทัก


แม่งานหรือ Music Director ที่ควบคุมพิธีปิด คือ David Arnold มีเครดิตเป็นผู้ประพันธ์เพลงประกอบหนังระดับแถวหน้าของเกรทบริเทน มีผลงานทำเพลงประกอบหนัง James Bond 5 ตอน (รวม Casino Royale แต่ต้องปฏิเสธการทำเรื่องล่าสุดเพราะติดการเตรียมงานสามปีของพิธีปิดโอลิมปิกนี้) หนังชุดดังของของเราเอง คือ Little Britain, Sherlock และงานของ Shakespeare ให้ BBC เรื่องอื่นเช่น Stargate, Independence Day, Godzilla และ 2 Fast 2 Furious

David Arnold มีผู้ร่วมทีมอีกสอง คือ
Kim Gavin คนกำกับ Choreographer (ท่าเต้น) ให้การแสดงสดของ Take That และกำกับงาน 2007 Princess Diana concert
Es Devlin: Designer ที่สร้างฉากให้ concert ที่คนอย่าง Lady Gaga และ Rihanna จับไว้ไม่ปล่อย


Theme ของงานคือ A Symphony of British Music ผู้สร้างงานแปลความให้ว่า ถ้าพิธีเปิดเป็นช่วงพิธีการของงานแต่งงาน พิธีปิดน่าจะเป็น party หลังจากนั้น ที่ทุกคนเฮฮาสนุกร่วมกัน กับบรรดาดนตรีบริทิช
ส่วนสิ่งละอันพันละน้อยของงานคงไม่มีทางเล่าได้ครบถ้วน แต่เป็นความละเอียดทางความคิดและการแสดงออกสไตล์บริทิช เช่น

หนังสือพิมพ์ที่ปะติดบนรถ และสถานที่สำคัญในช่วงเปิดพิธี ใช้ข้อความมากมายที่นำมาจากผลงานวรรณกรรมของบริทิช ตั้งแต่ Beowulf, Chaucer, Milton และ Shakespeare จนถึง Tolkien และ Carol Ann Duffy

คนห้อยโหนตีกลอง คือ Stomp musical ของแท้ของลอนดอนที่สร้างเสียงและจังหวะจากถังขยะ

มี Churchill ที่ส่งเสียง Stop ให้คนรับเสด็จ Prince Harry

พื้นสนามออกแบบโดย Damien Hirst
แล้วจึงเป็น Street Party เอกลักษณ์ของบริทิชที่ออกมาเฮฮากันในท้องถนนของชุมชน ล่าสุดก็เมื่องานฉลอง Diamond Jubilee


และเมื่อถึงเพลง Imagine ของ John Lennon บรรดานักร้องประสานเสียงมาจาก Liverpool บ้านเกิดของ The Beatles
..
..

การรวมใจของชุมชน เพื่อส่งผ่าน Legacy มรดกให้คนในโลก และที่สำคัญคือให้คนในชาติเดียวกัน และ Inspire a generation นั้น ทำให้ LONDON2012 เลือกที่จะทำในแบบของเราเอง และรวมอาสาสมัครจากชุมชน ที่เต็มใจถ่ายทอด message นี้ออกไป

อาสาสมัครนับพันที่ “สมัคร” มาร่วมแสดง “เป็นอาสาสมัคร” มีเวลามาซ้อมเพียงช่วงเย็นหลังเลิกงานเป็นเดือน - - ไม่มีค่าจ้าง แม้มาจากมืออาชีพตัวจริง

ความพร้อมเพรียงที่เกิดขึ้น จึงมาจากใจ ไม่ใช่ความพร้อมเพรียงจากการฝึกหนักแบบประเทศจีน ที่ทำได้ดีกว่ามาก และไม่ได้มาจากการใช้เงินซื้อ

ความตั้งใจจึงเกิดจากความมุ่งมั่นต่อตนเองและชุมชนก่อน

ความภูมิใจของคนบริทิชของการส่งสารสู่โลกจึงสูงส่ง เพราะข้อความแฝง คือ การคงคุณค่าของ individual อันเป็นตัวตนส่วนบุคคล แล้วมาร้อยใจรวมกัน ได้เท่านี้ ถือว่าดี และเป็นประโยชน์ที่แท้จริง ที่จะเกิดขึ้นได้จาก a community of individuals ที่ทุกคนมีความสามารถเฉพาะตัว แล้วเอามาสร้างประโยชน์ต่อสังคมได้ ไม่ใช่เป็นความสามารถในการที่ทุกคนต้องทำเหมือนกันตามที่สังคมกำหนด “สั่ง”

การที่เกรทบริเทนเป็นประเทศที่จัดเป็นผู้สร้างสิ่งประดิษฐ์ได้มากที่สุดของโลก ตั้งแต่ ยุคการคิดค้นนาฬิกาที่ใช้บนเรือ จนถึงผู้ออกแบบ i ต่างๆ (iPod, iPad etc) ก็เป็นคนบริทิช (อังกฤษ) ก็ด้วยการเกิดขึ้นบนพื้นฐานเหล่านี้

เหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ GB อยากจุดประกายทิ้งเป็นมรดกให้บริทิชรุ่นต่อไป
..
..

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
BlueHill วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

Don’t dwell on your disability, use your ability…

คำนี้เด็ดขาดจริงๆ

เรื่องลอนดอนจัดโอลิมปิก ผมว่าประสบความสำเร็จมากทีเดียวนะครับ นักกีฬาอังกฤษเองก็คว้่าเหรียญทองได้เป็นกอบเป็นกำ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
แม่หมี วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 12.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

Pistorius ให้สัมภาษณ์ว่า
Don’t dwell on your disability, use your ability…
ใช้ความสามารถที่มี อย่าจมอยู่กับความง่อยเปลี้ยของตนเอง

จะเซฟไว้และจะให้หมีน้อยได้อ่านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
แม่หมี วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 12.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณที่เขียนรายละเอียดตั้งแต่เริ่มต้นของกีฬาในครั้งนี้หลายเอ็นทรี่ รวมทั้งเอ็นทรี่นี้ ทำให้เข้าใจในสิ่งที่คนบริทิชเป็นอย่างที่บริทิชเป็น ถ้าแม่หมีเป็นคนบริทิชก็จะภูมิใจในประเทศชาติของตนเอง

พิธีเปิดก็เปิดได้อลังการ พิธีปิดก็ประทับใจ

โดยส่วนตัวชื่นชมผู้จัดมากๆ ทุกอย่างดูดีอาจมีข้อผิดพลาดแต่ก็ไม่เสียหาย ทุกอย่างจะเพอร์เฟคท์ไปหมดคงเป็นไปไม่ได้ ชื่นชมมาก....

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
driftworm วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 11.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๑-
ลิ้งค์สองกระทู้นั้น ขอจดไว้นะครับ
(อูย หนอนใช้ภาษาโบราณมากเลย สมัยนี้ไม่มีใคร "จด" กันแล้ว เขามีแต่ "เซ้ฟ"
หรือไม่ก็ "ขอเข้ากูเกิ้ลก่อน)
ไม่ใช่ออกตัวแบบขอไปที ขอปฏิญาณด้วยเกียรติของลูกเสือว่า ตั้งไว้แล้วในใจว่าจะไปอ่าน

ตรงที่คุณพูดตรงนี้ "เรื่องนี้ดูก่อน ขี้เกียจก็อ่านแค่สองสามย่อหน้าแรกพอ จะเห็นเค้าว่าเรามาจากด้านไหน "
ด้วยนิสัยคิดเร็วด่วนได้ไปเองก่อน ผมจับเอาวลีนี้ "จะเห็นเค้าว่าเรามาจากด้านไหน"
มาเข้าคู่กับภาพในใจเมื่อคืนนี้ (หมายความว่าผมคิดสะระตะไตร่ตรองไปตามเรื่องหลังปิดเครื่อง)
ผมคิดไปถึงชื่อสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส .... สะกดอย่างนี้ แต่อ่านได้ไง ไม่เขินเลยนิว่า ไท-พี-บี-เอ๊ด
ไม่ว่าจะอ้างหลักการถอดคำที่ราชบัณฑิตตกลงใจไว้ก็ตาม อ้างโลกาภิวัตน์ที่จะใช้ภาษาอังกฤษปะปนมากขึ้นก็ตาม
เราก็เป็นได้แค่เอาหนังของสัตว์อื่นมาห่ม แต่ไม่มีทางได้ "จิตวิญญาณ" เขามา
ตรงจิตวิญญาณนี่แหละที่พ้องกับที่ผมคิดด่วนได้จากวลีนั้น ว่ากว่าเขาจะมาเป็น BBC เป็นอะไรต่ออะไร
เขาผ่านความขัดแย้งทางจิตสำนึก ทางอุดมการ การหล่อหลอมทางภูมิศาสตร์ การหากิน การรบพุ่ง
แต่อยู่ ๆ เราไปเอาหนังเขามาห่ม ว่า จะอ่านอย่างฝรั่งละ ว่า เขียน เอส แต่ จะอ่าน เอ๊ส เพราะวันหน้าจะเป็นสากล

เมื่อสถานีโทรทัศน์ (สื่อ>สาร>มวลชน) (ที่อ้างว่าเป็น) ของประชาชน มีนิสัยไม่เอาจิตวิญญาณ
แล้วก็ไม่มีจิตวิญญาณ ชั้นแต่ดูเบาในเรื่องถ้อยคำเรียก (identification) (คน) ไทยจะเหลืออะไรในวันหน้า
เพราะนีกำลังทำการหล่อหลอมจิตสำนึกสังคมอย่างขมีขมัน อย่างไม่มีวิญญาณ

ผมคิดมากไปหรือเปล่านี่
.
ป.ล. ถ้ารังเกียจ รำคาญ ตัวไม้ตรี มาก ว่าเขียนเป็นกร๊าฟฝิคแล้วไม่สวย ออกแบบยาก
ก็ใส่เป็นตัวจิ๋ว ๆ ไว้สักหน่อยก็ได้ เหมือนที่เราใส่สัญลักษณ์ registered trademark ยังหาทางใส่ได้เลย
เอื้อเฟื้อกับชนรุ่นลูกหลานให้เขามีเบาะแสทางปัญญาเอาไว้ไปขยายต่อยอดสักหน่อย
อย่าพากันลิดรอนกันซะเดี๋ยวนี้เลย

ว่าที่จริงแล้ว ทางด้านการออกแบบกร๊าฟฝิค นี่ถือเป็นโจทย์ท้ทายมากกว่า เมื่อตั้งเป้าแล้วมีอุปสรรค ก็เคี่ยวสมองเข้าสิ
จนได้ออกมาเป็นสิ่งใหม่ที่งดงาม เป็น synthesis ตามวัตถุนิยมวิภาษวิธี
แบบที่ซ้ายไทยพูดตอนนี้ไง
สิ่งใหม่ ถูกโยนโครมลงมา ก็อาจขลุกขลักในตอนแรก
แต่ในที่สุด มันก็จะขยับไปมาจนลงตัว เข้าที่ของมัน
(แปลว่าที่อ้าง ๆ มาตลอดเป็นความขี้เกียจแก้ปัญหามากกว่า)

ดูโอลิมปิคคราวนี้ อังกฤษแก้ปัญหาแนวคิดพิธีการเปิดและปิด แบบหัก ฉีก ไปเลย
ว่าทำไมจะต้องเดินตามแนว "อลังการ" อยู่อีกละ
คุณค่าเดิม ๆ แท้ ๆ ของกีฬา ของความเป็นมนุษย์ต่างหาก นำเสนอดี ๆ ก็็ยิ่งใหญ่ ประทับใจได้เช่นกัน
.

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
Ae^ วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

โอลิมปิคผ่านไปไวเหลือเกิน พออ่านรายละเอียดทำให้เข้าใจอังกฤษมากขึ้น

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 10.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

สวัสดียามสายเมืองไทยค่ะ หมดแรงไปพักนึงหลังจากเราไม่ได้เหรียญทองเลย แต่ตอนนี้มีแรงอีกแล้วค่ะ เพราะเราก็ได้เหรียญเงินสองเหรียญและเหรียญทองแดง ก็ดีที่สุดแล้วนะคะ ชื่นชมเจ้าภาพอังกฤษมากค่ะ ที่จัดโอลิมปิคครั้งนี้ได้ยอดเยี่ยมมากมาก อยากไปอังกฤษเลยค่ะ ปล. ตอนนี้คุณแม่ของคุณแก้วดังมากมากค่ะ น่าจะดังกว่าตัวคุณแก้วน่ะค่ะ :)

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
Dekthep วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 08.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dekthep
  บนเส้นทางมีจุดหมาย   ระหว่างจุดหมายมีเรื่องราว  

ผมติดตามดูโอลิมปิคครั้งนี้มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ส่วหนึ่งคงเป็นเพราะมีการถ่ายทอดทั้งสดและเทปผ่านช่องทรูหล่ยช่อง มีกีฬาหล่ยประเภทที่ไม่เคยดูก็ดู เช้นขี่ม้า ฮอกกี้ จักรยาน ผมว่ามุมกล้องที่ถ่ายทอดมาทั้งสีหน้าแววตานักกีฬาที่มุ่งมั่นและสภาพทิวทัศน์รอบนอกสวยงาม การแข่งขันก็เล้นสู้กันเต็มความสามาดำน้ำ ส่วนตัวคิดว่า การแข่งกีฬาจุดสำคัญคือความมุ่งมั่นเพื่อเอาชนะเป็นเลิศทางกีฬา เพราะถ้าขาดจุดนี้ ก็ดูลุ้นไม่สนุก คนไม่มีส่วนร่วมในอารมณ์. ผลที่ตามมาก็คือขาดพลังขาดแรงจูงใจที่จะพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมรรถภาพตัวนักกีฬารวมไปถึงเทคโนโลยี อย่างไรก็ตามทั้งหลายทั้งปวงต้องอยู่ในกฎกติกา มีจิตใจรู้แพ้รู้ชนะครับ

ส่วนเรื่องมวยกับแก้วที่แพ้นะ เห็นด้วยกับคุณเต้งพ้ง ถ้าเปลี่ยนพลังการโกรธแล้วมาดูนักการเมืองและร่วมแสดงพลังออกมาคงดีไม่น้อย

ติดตามข้อเขียนมาหลายตอน ผมไม่ค่อยรู้ความเป็เบื้องหลังที่มาที่ไป อ่านด้วยความสนุกในอีกมุมมอง ได้เห็นภาพสวยๆ เลยขออนุญาตินำไปเผยแพร่บางส่วนนะครับ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
SW19 วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 04.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน

คืนนี้หมดสภาพคุย อยากรบกวนคุณหนอนลองอ่าน (ขออนุญาตให้การบ้าน )

http://www.oknation.net/blog/SW19/2010/11/25/entry-4
เรื่องนี้ดูก่อน ขี้เกียจก็อ่านแค่สองสามย่อหน้าแรกพอ จะเห็นเค้าว่าเรามาจากด้านไหน

ตอนสามของเรื่องนี้ http://www.oknation.net/blog/SW19/2011/09/08/entry-1
เป็นเรื่องมีตัวอย่างของจริง ที่เป็นกุศโลบายของ Nelson Mandela ในการรวมชาติ South Africa

(ถ้าติดใจในวันหลังมีเวลาขอเชิญที่นี่ http://www.oknation.net/blog/SW19/2010/11/25/entry-4 ภาพใหญ่พื้นฐานคนบริทิช ดูกีฬา เล่นพนัน)
ทุกเรื่องเกี่ยวกับกีฬาที่ไม่เกี่ยวกับข่าวกีฬาหรือวิจารณ์กีฬา แต่เป็นเรื่องวัฒนธรรมมากกว่า ซึ่งคุณหนอนน่าจะอ่านได้โดยไม่เลี่ยน


ความคิดเห็นที่ 20 (0)
SW19 วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 04.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณลำชานบ้านบู สรุปได้ตรงกับหลายๆคนที่มาเยือนแล้วให้สัมภาษณ์เลยเชียว
สื่อและคนธรรมดาจำนวนมากไม่เชื่อว่าเมืองนี้ เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว คือสถานที่เกิดจราจล
..
..


คุณเต็งพ้ง เรื่องมวยนั้น เรามองดูจากอีกมุมเหมือนกัน และอย่างที่ว่าดูเป็นกระแสไปเสียแล้ว
จะว่าไปคะแนนสุดท้ายที่ทำได้คือ ๑๓ – ๑๐ นั้น จะถูกตัดเพิ่ม (อย่างยุติธรรมหรือไม่ ไม่ขอเปิดประเด็นตรงนี้) ยังไงก็ไม่ได้ชนะขาดอยู่แล้ว
..
..

คุณ hayyana

เขียนเลย อยากอ่าน รออยู่ เรื่องอย่างนี้อยากรู้ ชอบ
..
..

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
driftworm วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 01.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

แก้ไขครับ (แป้นพิมพ์ตัว สระ า ของผมมันโปเก

แต่อกรที่ถึงขั้น เหมือนหมาบ้า น้ำลายยืด ....
แก้เป็น ...แต่อาการที่ถึงขั้น เหมือนหมาบ้า น้ำลายยืด
.

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
driftworm วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 01.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๒- SW19

ผมไม่ใช่คนช่างสังเกตหรอกครับ ถ้าช่างสังเกตหมายถึงการใช้สายตา
มีอะไรใหม่ขึ้นมาในบ้าน หรืออะไรหายไป ถ้าไม่ถึงเวลาหยิบจับก็ไม่รู้
แต่เวลาอ่านเรื่องคุณ SW19 หรือบล๊อกเก้อร์อื่น ๆ ผมอ่านช้าโดยเปิดต่อมความรู้สึกไปด้วย
ข้อความที่เป็นประเด็นที่ผมยกมาพูดใน คห.๕ คือข้อความนี้
++ไม่ว่ายุคสมัยใดบทบาทของกีฬาไม่เคยถูกกำหนดให้เป็นเครื่องสร้างความเกรียงไกรกว่าใครอื่น ชาติที่ยังไม่บรรลุเป้า
หมายตามฝันยังมีโอกาสพิจารณาทบทวนสร้างเป้าหมายที่เป็นไปได้ และยังประโยชน์แก่ประชาชนของตนเองอย่างแท้จริง ++

มันเป็นประโยคแย้ง + เสนอ แยกดังนี้
ไม่ว่ายุคสมัยใดบทบาทของกีฬาไม่เคยถูกกำหนดให้เป็นเครื่องสร้างความเกรียงไกรกว่าใครอื่น // ชาติที่ยังไม่บรรลุเป้า
หมายตามฝันยังมีโอกาสพิจารณาทบทวนสร้างเป้าหมายที่เป็นไปได้

แปลความเป็นภาษาธรรมดาว่า
การกีฬาไม่เคยเป็นเรื่องการเอาแพ้เอาชนะสักหน่อย . . . ไม่ว่าใคร ชาติไหนก็ไม่ควรไปเน้น ไปเพ่งตรงนั้น //
... ตามทิศทางนี้ มันควรจะตามด้วยพลความในทำนองว่า ทุกชาติที่ส่งนักกีฬาเข้าร่วมควรเพ่งไปที่การที่มนุษย์ได้แสดง
ศักยภาพออกมา ดังที่ต้นกำเนิดของมันคือนักวิ่งส่งข่าวคนหนึ่งที่วิ่งข้ามเมือง เป็นที่มาของ marathon เวลาผ่านมาเป็นพันปี
มนุษย์ ผู้คนสมัยนี้ อยู่ในโลกที่เจริญด้วยวิทยาการสูงล้ำ แล้วศักยภาพของกล้ามเนื้อและทักษะที่อาศัยโครงสร้างร่างกาย
ของมนุษย์ทุกวันนี้ละ มันจะ "ทำได้" แค่ไหน สรีระของแต่ละเชื้อชาตินั้นไม่เสมอกันอยู่แล้ว เรามาเพ่ง มาเน้นไปที่
สิ่งที่เป็นอุดมการมาแต่แรกเริ่มการแข่งกีฬานานาชาติดีกว่า นั่นคือ "น้ำใจ" ที่จะหล่อหลอมด้วยกัน
แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า มนุษย์บางเผ่าที่เรียกตัวเองว่าอารยะ กลับเอาวิทยาการสูงล้ำนานา มารับใช้จุดประสงค์ที่จะทำ
ทุกวิถีทางใหก้บรรลุชัยชนะเพียงประการเดียว การออกแบบเสื้อผ้า อย่างนักวิ่งหญิงแทบจะเป็นชุดว่ายน้ำ 2 pieces รอมร่อ
หรือการออกแบบกางเกงว่ายน้ำด้วยเส้นใย lycra เบา การใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาของ เฟ้ลป์
ตอนนี้ นักคิดค้น ไอที หญิงอินเดียในสหรัฐ ประดิษฐ์ censor ฝังลงในลูก football ในอเมริกันฟุตบอลได้แล้ว มันส่งรายงาน
แบบเรียลไทม์ไปที่ค็อมพิ้วเต้อร์ของผู้ฝึกสอน หรือตัวนักกีฬาก็ดึงมาดูย้อนได้ ไม่ว่าจะการคว้าจับลูก ด้วยนิ้วไหนคว้าก่อน
แรงบีบเท่าไหร่ การถือประคองกี่จุดกี่มุม เวลาตั้งเตะ เข้ามุมไหน ความแรงเท่าไหร่ ความเร็วเท่าไหร่ หักลบข้อมูลกระแสลม
ในสนามขณะนั้น เป็นอย่างไร ........ แม๋ม เล่นกันขนาดนี้ ทีคำอ้างเพราะ ๆ ว่า in search of excellence

วานนี้ดูข่าว แร็กเก๊ตเทนนิสรุ่นทดลอง ยี่ห้อที่สืบย้อนไปถึงแรกกำเนิดเทนนิส และปัจจุบันยังเป็นที่นิยมอยู่ เป็นของ "เกร๊ทบริเตน"
นั่นแหละ ให้ราฟาเอล นาดาล กับอีกคนทดลองอยู่ ในแร็คเก๊ตฝังไมโครชิพรายงานข้อมูลละเอียดยิบแบบเดียวกับในลูกฟุตบอล
ที่เล่าข้างบนเลย

หรือคุณ SW19 ได้พูดไปแล้วก็ได้ พูดออกมาในรูป "ความระหว่างบรรทัด" ของประโยคนำนั้นแล้ว
** แต่แทนที่ประโยคตาม จะพูดถึงความบันดาลใจดั้งเดิมของการแข่งขันกีฬานานาชาติ กลับทรยศคนอ่าน(อย่างผม)
ไปเป็นว่า ก็เห็นดวยกับการแสวงความเป็นเลิศอยู่นั่นแหละ แต่ออกมาในรูปปลอบประโลม โอ๋ๆๆๆๆ คุณ ๆ ที่ผิดหวังไป
(แปลว่าด้อย) ก็ยังกลับไปตั้งเป้าหมายแล้วพยายามอย่างเข้มข้นต่อไป (แบบอเมริกันมันคลั่งขนาดที่เล่ามาข้างบนรึเปล่า)
วันหนึ่ง คุณ ๆ ก็จะประสบผลสำเร็จทัดเทียมกับ (ไอ้พวกบ้าคลั่งขนาดนั้น) ได้เหมือนกัน ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

เรื่องนี้ ไม่ต้องห่วง จีนเนี่ยแหละ มันฝึกกันอย่างหินโหดเลย พึ่งวิทยาการดิ๊จิต้อลแบบอเมริกันเหมือนกัน แต่พื้นฐาน
จีนยังใช้อุดมการเดิม ๆ แต่โบราณที่ใช้มา คือ ต้องเอาชนะขีดจำกัดของสรีระด้วยการขืนมัน ขืนยังกับฝนทั่งเลย
ที่ว่าเดิม โบราณ ก็ที่จีนขึ้นชื่อเรื่องกายกรรม ดัดตัว ตัวอ่อน ที่ปรับใช้กับยิมน้าสติคไง

แต่อกรที่ถึงขั้น เหมือนหมาบ้า น้ำลายยืด ในล็อนด็อนหนนี้ ผมนึกถึงหลักพุทธว่า คนเราขลุกอยู่กับอะไรนาน ๆ อย่างไม่
ลืมหูลืมตา มันจะเกิดอุปาทาน (แบบค่า default ในค็อมพิ้วเต้อร์) คือยึดถือมันเป็นชีวิตจิตใจ เมื่อนั้นก็ไม่ต้องฝืนใจอีกแล้ว
มันเป็นค่าปฏิบัติที่จะออกมาโดยอัตโนมัติ (เป็น default) ไปแล้ว
เคยฟังมาบ้าง ไม่รู้ว่าผิดหรือเปล่า ว่านักกีฬาจีนในเทศกาลนี้ผ่านการฝึกเอาชนะธรรมชาติสรีระชนิดที่ เจ็บปวดไปตาม ๆ กัน

สู้บริติ๊ช หรือล็อนด็อนเน่อร์ไม่ได้ เนาะ เคี่ยวเข็นขีดจำกัดแต่พองาม ไม่ถึงบ้าคลั่ง ขอได้สนุก ได้เฮ พอเป็นน้ำจิมให้ชีวิต
มีรสชาติ ก็ถึงแล้วซึ่งความหมายว่า นี่แหละชีวิต


พลอยนึกไปถึงคนรัสเซียกับคนไทย ว่ามีอะไรคล้าย ๆ กัน เป็นกสิกร อยู่กับไร่กับนา ก็เหมือนกัน
ทุกข์ยากไปตามประสาฝากชีวิตไว้กับฝนฟ้าก็เหมือนกัน หมดหน้านาก็ทำการละเล่นกินเหล้ายาปลาปิ้ง บันเทิง ๆ เหมือนกัน
หญิงชาวนากินเหล้าเก่งในหน้าเทศกาลก็เหมือนกัน (อยู่บ้านนอกนี่ ยังได้เห็นจนเจนตา แต่ไม่ใช่กับหญิงชนชั้นกลาง
ในเมืองที่ถูกย้อมด้วยค่านิยมใหม่ไปแล้ว ยกเว้นบ้างพวกดรุณีเฮฮาประสาเพื่อนฝูงยุงกัดมาด้วยกัน ก็มีให้เห็นเป็นปกติ
สมาชิกในบล๊อกโอเคนี่ก็มี ๕๕๕๕)
เวลาอ่านงานเขียนของกอร์กี้ ของด๊อสโตเยฟสะกี้ รู้สึกคุ้นและง่าย เจนใจมาก ไอ้นี่ด้วย ตอร์ตีญ่าแฝล็ต ของสะไตน์เบ๊ค
(ผมอ่านพากย์ไทยในชื่อ โลกียชน โดยประมูล อุณหธูป)

วรรณกรรมก็ยังถูกตอกป้ายสังกัดชนชั้นด้วยซี เอ้า เคยอ่านที่ไหนมาจำไม่ได้ ว่าตอนที่นิยายเรื่องแรกของไม้ เมืองเดิม
ไปเสนอให้เพื่อนของท่านเองที่เป็นบรรณาธิการ และขอให้ท่านเขียนส่งให้บ้าง ปรากฏว่ามันถูกดองอยู่ในลิ้นชัก
จนความมาเปิดเอาทีหลังจากปากคนนั่งโต๊ะใกล้ บ.ก.ว่า บ.ก.อ่นต้นฉบับแล้วหัวเสีย บ่นดัง ๆ ว่า "เรื่องไพร่ ๆ แบบนี้
ขืนพิมพ์ออกไปก็มีแต่เจ๊ง"
อ้าววววววววววว

งานของกอร์กี้ก็ได้รับเกียรติตอกป้ายให้เป็น Proletariat Literature

ไม่แปลกที่คุณ SW19 จะคุยเรื่องนั้นแล้วพลอยลากไปเรื่องโน้น อย่างไรก็สู้ผมไม่ได้หรอก
ผมละก้อ ขึ้นชื่อนักเรื่องลากเรือออกปากอ่าว แล้วส่วนมากไปแล้วก็กลับไม่ถูกทุกที

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
driftworm วันที่ : 14/08/2012 เวลา : 00.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คุณ hayyana ... ผมรออ่านนะ

V

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
hayyana วันที่ : 13/08/2012 เวลา : 23.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

5555 ล้อกลม..
Pistorius พูดได้เยี่ยมมากครับ
กล้องมุมสวยๆน่ารักๆดี
จีนบางทีก็บ้าๆบอๆครับ อย่าไปคิดมาก ของดีมีตั้งเยอะดันโล๊ะทิ้งไปก็อย่างเช่นตัวหนังสือ traditional character ไว้ว่างๆมีเวลาจะเขียนถึงเสียหน่อย

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
tengpong วันที่ : 13/08/2012 เวลา : 23.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

สื่อบ้านเราดูจะสนใจเรื่องแก้ว โดนปล้นชัยชนะ แบบเอาเป็นเอาตาย
แต่คนที่ปล้นบ้านปล้นเมือง กลับยอมปล่อยให้ลอยนวลเป็นสัมภเวสี หลอกหลอนประเทศชาติอยู่เลย.......

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ลำชานบ้านบู วันที่ : 13/08/2012 เวลา : 22.44 น.

สวัสดีครับ

หลายๆคนคงคิดถึง ลอนดอนไปอีกนาน ส่วนตัวแล้วทำให้มองเห็นลอนดอนเป็นเมืองที่น่าไปเที่ยวมากขึ้น เปลี่ยนมุมมองไปได้อีกเยอะ...
ลอนดอนเกมส์ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปจากโอลิมปิคครั้งก่อนๆ อิ่มอกอิ่มใจ สนุกสนาน อบอุ่น จริงใจ ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แต่คุณภาพ.
และมีความเป็นเพื่อนมากกว่าที่ผ่านๆมา.

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
SW19 วันที่ : 13/08/2012 เวลา : 22.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอบคุณคุณครูแดง และคุณผจญ ที่ทิ้งข้อความทักทายกันค่ะ/ครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
SW19 วันที่ : 13/08/2012 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน

คุณหนอนช่างสังเกตจัง ขอคารวะ

ตอนขึ้นต้นมันคิดแค่ว่า เรื่องบางอย่างไม่จำเป็นต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่จริงมีอีกมาก จะไปคิดอะไรนักหนา เด็กข้างบ้านทะเลาะกันแป๊ปเดียวก็มาเล่นกันใหม่ ผู้ใหญ่มายุ่งด้วยเมื่อไหร่ก็บานปลาย หรือเรื่องบางเรื่องไปยุ่งกับมันแล้ว “ได้อะไร” ขึ้นมาก็น่ายุ่ง บางเรื่องที่ยุ่งแล้วได้แค่อารมณ์สะใจ ก็เหมือนกินของแสลงสุขภาพ เอาแค่อร่อยพอหอมปากหอมคอจะดีกว่า

(เหมือนการเมือง จับไม่มีทิศทาง สะใจแล้วแต่ไม่เกิดประโยชน์อันใด ก็ต้องระงับยั้บยั้งไม่เพลินไปกับความสะใจจนลืมแก่น ... เอ ไม่รู้ลากไปได้ไง )


เรื่องสำนวนที่คุณหนอนทัก ไม่รู้หรอกว่าประโยคเป็นลักษณะไหน รู้แต่ว่าคงเผลอปล่อยความคิดคำนึงออกมาเป็น “ความระหว่างบันทัด”

ความที่คิดว่าพอมันไม่มีสงครามออกมาเป็นดัชนีชี้ว่าใครใหญ่กว่าใคร ใครแพ้ใครชนะชัดๆ ชาติที่เล็งกันไปมาจ้องกันอยู่ ก็จะต้องหาเวทีชี้ว่าข้าเก่ง ข้าแน่กว่าใครหรือเปล่า ซึ่งมันไม่มีประโยชน์ ไม่สร้างสรรค์
แล้วกลายเป็นว่าโอลิมปิกเป็นเวทีที่แต่ละชาติเอามาเป็นสนามเกทับกัน ด้วยการวัดจากเหรียญรางวัลหรือไง


อันนี้ลักษณะนิสัยประจำชาติบริทิชจะไม่ค่อยสน มีคนเคยเปรียบไว้ว่าคนบริทิช (อังกฤษจะเป็นมากหน่อย) ไม่ทักคนที่ไม่ได้รับการแนะนำอย่างเป็นทางการ แต่สามารถทักหมาที่แค่สวนทางกันมาได้ มันก็มีส่วนจริง เหมือนว่าหมาแมวไม่มีพิธีการ เห็นสวนมาอยากทักก็ทัก แต่คนนี่ซิ ไม่รู้จัก ไม่รู้ธรรมเนียมทักไปเดี๋ยวผิดคิวไม่เอาดีกว่า
พอมาเป็นเรื่องกีฬา ให้แข่งเพราะจะได้เล่นกีฬาของชอบ ให้จัดเพราะจะได้ดูกีฬาสะดวก ก็เอา
ต้องเอาชนะคะคานมากมายหรือเปล่า ไม่ต้องหรอก ของที่ชอบคือได้เล่น ได้ดู มันมาครบแล้ว


ที่ LONDON 2012 ตอนที่นั่งดูตารางผลเหรียญรางวัล เปรียบเทียบกับประชากร มันก็ให้แง่คิดนะ
UK มีคน ๖๒ ล้าน ส่งนักกีฬาราว ๕๕๐ คน
US มีคน ๓๑๔ ล้านส่งนักกีฬา ๕๓๐
จีนมี ๑๓๓๙ ล้าน ส่งนักกีฬา ๓๘๐
รัสเซียมี ๑๔๓ ล้าน ส่งนักกีฬา ๔๓๖
ดูสัดส่วนแล้วมันบอกหลายอย่าง บวกกับไปคิดจากข้อมูลที่จีน (รัฐบาล) อยากจะแข่งกับโลกตะวันตก (ตามข่าว) จากพื้นฐาน (platform) ที่ไม่รู้ว่ามีกีฬากี่ประเภทที่ตนเองให้กำเนิด เล่นอยู่ในสายเลือด
การจะหวังเป็นที่หนึ่ง เพื่อหวังอะไรแสดงอะไร หากจะบอกว่าเพื่อทัดเทียมแล้วทำได้อย่างชาติตะวันตกแล้ว แค่นั้นเองหรือเปล่า มันจำเป็นไหม ของดีที่จีนมี ในวัฒนธรรมและอื่นๆ อีกมากมายที่ชาติตะวันตกอิจฉา(แต่ไม่ต้องไปแข่ง) น่าจะรู้สึกภูมิใจได้แล้ว
ที่สงสัยเพราะ ทุกคนที่มาแข่งก็อยากชนะ แต่มันก็ต้องดูตัวเอง ดูความถนัดความชำนาญ ดูว่าเราจะพัฒนาอะไรให้คนในชาติได้

แล้วความคิดก็ลอยฟุ้งต่อไปถึงว่าประชาชนไทย ๖๖ ล้านน่ะ เราสร้างนักกีฬาส่งมา ๓๗ ดูมีโอกาสอีกรูเบ้อเริ่มมั้ย แล้วเราจะคิดยังไง สร้างแผนยังไงให้พัฒนาคนให้มีส่วนร่วมให้ได้ประโยชน์จากเหตุการณ์ เราคงไม่กระโดดจนเท่าเทียมใครข้ามคืน แต่เรามีทางพัฒนาจากสิ่งที่เราเห็น
หรือเราเลือกจะไม่เห็นอะไรเลย (เหมือนที่เราไม่สนใจไม่ดูชาติอื่นเรื่องการเมือง)

ปล
[แต่ผมมักมีปัญหาอย่างนี้ในการอ่านเรื่องแปล]

แต่เราไม่ใช่เรื่องแปลนะ



ความคิดเห็นที่ 11 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 13/08/2012 เวลา : 20.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

Don't dwell on your disability , Use your ability คือแรงบันดาลใจให้คนอีกมากมาย..ซึ้งครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ครูแดง วันที่ : 13/08/2012 เวลา : 19.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-ค่ะ..และแล้วมันก็ผ่านไปอีกครั้ง...

บรรยากาศดีมากนะคะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
SW19 วันที่ : 13/08/2012 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณลูกเสือหมายเลข9

คนบ่นก็มีให้ได้ยิน แต่ส่วนใหญ่ก็ว่าดี คนที่พบเจอตามท้องถนนหน้าตายิ้มแย้ม
นักกีฬาออกมาเดินมากมาย โค้ชที่ได้สนทนากัน บอกแต่ว่า Thank you London สำหรับความรู้สึกดีๆ ที่สัมผัสได้

..
..


คุณรินรู้ดี

ถ้าคุณรินมีโอกาสชมการถ่ายทอด Paralympics
Pistorius จะเป็นหนึ่งดาวเด่นที่ได้ใจคนบริทิชไปเต็มๆ หนุ่มคนนี้ พูดดี คิดดี จิตใจดี อย่างแท้จริง
ดีใจที่คุณรินแวะมา
ด้วยความระลึกถึงเสมอ

..
..


คุณ NN1234

ดีใจที่เป็นครอบครัวสุขสันต์ในช่วงที่ผ่านมา พวกฝรั่งเศสน่ะพูดถูกแล้วที่ว่าพวกเราแห่กันหอบสมบัติไปนั่ง เดิน เชียร์กีฬา ตัวเล็กๆ หลายตัวถูกพ่อแม่จับใส่รถเข็น ใส่เสื้อผ้าลายธงชาติออกไปตามท้องถนน รู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้าง แต่เชื่อว่าโตแล้วได้รู้ในสิ่งที่พ่อแม่พาตัวเองออกไป คงชื่นชม
อย่างน้อย ‘หลานชาย’ หนึ่งคนอีกซีกโลกคง enjoy เวลาดีที่ดูกีฬากับคุณพ่อ


ข้อตำหนิของการจัดงาน มีแน่นอน มีมากด้วยซ้ำ ประสาขี้บ่นแบบบริทิช บริทิชแท้บ่นบ้าให้แก้ไขแล้วก็แล้วกัน บ่นแล้วไม่สร้างสรรค์ก็ถูกกัดวิ่นไปเสียเอง งานยังไม่เริ่มก็บ่นรถติด พอรถไม่ติดก็บอกธุรกิจไม่ดี

สิ่งสำคัญที่พูดกันถึง LONDON 2012 คือ Legacy ว่าเราจะทิ้งมรดกอะไรไว้ให้คนรุ่นหลังบ้าง หลังจากเหตุการณ์ผ่านพ้น ไม่เฉพาะประเทศนี้ แต่รวมไปถึงประเทศแขกเยือน ได้อะไรกลับไปบ้าง อ่านเรื่องที่คุณว่า นักกีฬาไทยทยอยกลับบ้าน ก็ยังสงสัย ทำไมรีบกลับ ที่พักก็อยู่ฟรี (เท่าที่รู้มา หรือไทยเป็นอย่างอื่น อันนี้ไม่รู้) Zambia ที่เจอตื่นเต้นรอพิธีปิด ที่มี concept ให้เป็นงานเพื่อนักกีฬา ได้ฉลอง ได้ร้อง ได้เต้น ปลดปล่อยความเครียดอันยาวนานในเส้นทางฝึกซ้อม ได้เห็นว่าชาติอื่นเป็นอย่างไรกันบ้าง ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่มีเงินก็ทำไม่ได้อย่างนี้ ลอนดอนเนอร์สยังต้องรออีกนานกว่าจะเข้าไปวิ่งเล่นได้
มองอีกมุม จบแล้วก็ไปละ บ๋าย บาย ไม่คบกับชาวบ้านเลยหรือ

Lord Coe บอกว่า We lit a flame and we lit up the world.

หมายเหตุ
มองอีกมุมจาก Boxing ที่พูดกันมาก มวยสากลที่ชกกันนั้น อีกอย่างที่เรียกกัน คือการชกแบบ Queensberry Rules
ชื่อนั้นเอามาจาก Marquess of Queensberry
มาร์คี ออฟ ควีนสเบอร์รี่ ผู้เป็นพ่อของ ชาย ‘ชู้รัก’ ของ Oscar Wilde และเป็นต้นเหตุแห่งความขัดแย้งที่นำความพ่ายแพ้และจุดจบอันเป็นโศกนาฏกรรมของ OW เปรยเล่นๆ เผื่อให้คุณมีอะไรแคะมาเล่ากันไง


..
..


คุณ rosawan

มีหนึ่งตู้ไปทาผิดที่ ที่บ้านเกิดที่เจ้าตัวไม่ได้อยู่แล้ว Royal Mail เลยบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวตามไปทาสีอีกที่ได้

แสตมป์ที่ว่า มีขายเป็นปกติขนาดราคา ที่เรียกว่า First Class ใช้ส่งได้ทั่วเกรทบริเทน เราก็ไม่ตั้งใจเก็บ แต่มันสวยและเป็นเหตุการณ์พิเศษ ที่สำคัญถึงไม่ต้องรอมูลค่าเพิ่ม เวลา Royal Mail ขึ้นราคาแสตมป์ มันก็ขึ้นไปเองเพราะคนทำฉลาดพิมพ์แค่ 1st Class ไม่ได้ใส่ราคาตายตัวไว้ ขึ้นราคาเมื่อไหร่ก็ยังใช้ได้ตามราคาใหม่

..
..


คุณลุงตุ่ย

ถ้าคุณลุงตุ่ยได้มาคงถ่ายรูปเพลินแน่นอน

..
..


คุณแม่มดเดือนMarch

เราก็ตามแห่ไปทุกเหตุการณ์ โดยเฉพาะยามอากาศดีอย่างหายากยิ่งของลอนดอน ซึ่งมีพยากรณ์แล้วว่า แดดกำลังจากไปพร้อมกับกีฬา และฝนที่คิดถึงกำลังจะกลับมา เย้..
..
..


คุณบีน

พิธีปิดเขาบอก concept ล่วงหน้าว่า cheeky – cheesy - thrilling คือ ทะลึ่ง – เชย เฉิ่ม – ตื่นตาตื่นใจ

ในฐานะคนที่พอคุ้นเคยกับเรื่องบันเทิงและมุข (เฉิ่ม จริงๆ) ของที่นี่ นั่งดูแล้วก็หัวเราะไปตลอดกับเพลงและการแสดง เหมือนเดินย้อนรอยสู่อดีต
คุณบีนรอดู Paralympics ต่อด้วยกันนะ ตั้งแต่ 29 สิงหาคม – 9 กันยายน รับรองว่าจะดีแน่นอน


..
..


คุณหนอน

เดี๋ยวมา.. โปรดรอสักครู่

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
bene วันที่ : 13/08/2012 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

ภาพจุใจ ดีค่ะ ขอบคุณมากๆ โดยเฉพาะสองหนุ่ม
พี่น้อง ที่คนน้อง ทำหน้าไม่สบอารมณ์ ..ชอบ ชอบ

อังกฤษเขาดึงคนทุกผู้ทุกวัย ให้มาร่วมงานกันได้ดีนะคะ
เห็นจากภาพงานพิธีปิด..คนร้องเพลง หลายคนเป็นผู้สูงวัย
ทั้งนักร้องเดี่ยว และประสานเสียง เรียกว่างานนี้ไม่ใช่งาน
ของหนุ่ม-สาว อย่างเดียว

บีนก็คงเหงาและหงุดหงิดไปอีกสองสามวัน เพราะไม่มีรายการให้เฝ้า
ดู เหมือนคุณความคิดเห็นที่ 3 ค่ะ จริงๆเขาน่าจะจัดสักเดือนนะคะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 13/08/2012 เวลา : 15.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

มาติดตามเรื่องราวผ่านสายตาของเจ้าบ้านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 13/08/2012 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

ละเอียดครบทุกมุมเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
driftworm วันที่ : 13/08/2012 เวลา : 12.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คุณ SW19 เข้าใจเล่าเปิดมุมมองต่อการต่อว่าต่อขาน เหน็บแนม ระหว่างชาติต่อชาติ (ชาติติดกัน เพื่อนบ้านกัน)
ให้ลงมาเหลือประมาณว่าเพื่อนบ้านเรือนเคียงกัน หยอกล้อหยิกกันตามประสาปุถุชน ได้อย่างน่ารักทีเดียวครับ
ให้ความรู้สึกว่า ที่เสียดสีกันระหว่างประเทศ มันก็แค่เรื่องในซอยในหมู่บ้านที่ขยายระดับกว้างใหญ่ขึ้นแค่นั้นเอง
......................
ที่เขียนไว้ตรงนี้
[LONDON 2012 ปิดฉากลงแล้ว ความสำเร็จของแต่ละชาติคงต้องวัดจากความตั้งใจและวัตถุประสงค์ที่ต้องการบรรลุ
ไม่ว่ายุคสมัยใดบทบาทของกีฬาไม่เคยถูกกำหนดให้เป็นเครื่องสร้างความเกรียงไกรกว่าใครอื่น ชาติที่ยังไม่บรรลุเป้า
หมายตามฝันยังมีโอกาสพิจารณาทบทวนสร้างเป้าหมายที่เป็นไปได้ และยังประโยชน์แก่ประชาชนของตนเองอย่างแท้จริง]

...... ผมอ่านแล้วต้องหยุด มันเป็นสำนวนพูดที่น่าสนใจ คือมีประโยคสองประโยคที่ไม่สร้าง ประโยคที่ตัดกัน ตรงข้ามกัน
อย่างยืดยาด (แบบ ต.ย. ... แทนที่จะพูดว่า "ยังมัวเดินอยู่อีกทำไม ใคร ๆ เขาซื้อรถขับกันทั้งนั้น ผมขอให้คุณแก้นิสัยมา
ทำงานให้ตรงเวลาสักที" ก็จะเหลือสองประโยคที่อมความไว้แล้วในตัว มีเหตุผลรองรับในตัวแล้วว่า "ยังมัวเดินอยู่อีกทำไม
มาเข้างานให้ตรงเวลาได้แล้ว")
คุณ SW19 คิดเป็นภาษาอังกฤษ
ท่อนที่ยกมา เหมือนมี "ความระหว่างบรรทัด" ที่ละไว้ เพื่อให้เป็น expression แบบสุภาพหรือเปล่า
ก็ไม่ทราบว่านี่เกิดกับผมคนเดียว (ทำนองว่าคิดเรื่องไม่เป็นเรื่อง) หรือเปล่า แต่ผมมักมีปัญหาอย่างนี้ในการอ่านเรื่องแปล
.........................

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
rosawan วันที่ : 13/08/2012 เวลา : 12.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rosawan
AT  THE  END  OF  THE  STORM  THERE'S  A  GOLDEN  SKY.

น่าปลื้มจัง มีการทาตู้ไปรษณีย์สีทองในเมืองบ้านเกิดให้คนที่ได้เหรียญทองด้วย
แถมจัดทำดวงตราไปรษณียากรให้อีก
แต่ที่ว่าให้เก็บเป็นที่ระลึกเีนี่ย หมายถึงทำให้โดยเฉพาะหรือมีการขายด้วยคะ


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
NN1234 วันที่ : 13/08/2012 เวลา : 12.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ดูและเห็นมุขหลายๆ มุขในกีฬาลอนดอนเกมส์แล้วก็สุขใจ ตัวเองมองหน้าจอตลอด แม้ทีวีจะเก็บภาพไม่ได้เทียบเท่าช่างภาพนิ่ง แต่ก็เห็นคนเล่นกับกล้องมากขึ้น(กล้องมีเวลาไปจับคนดูมากขึ้น) ทำให้"กีฬาดูเป็นกีฬา"มากขึ้น หรือที่เรียกว่า "สีสัน" เพราะการดึงบรรยากาศเดินออกจากเกมแข่งขัน ที่มุ่งมั่นเอาแพ้ชนะหรืออยู่ในเกมที่อีกฝ่ายกำลังตกเป็นรอง ก็ไม่สนุกนักกับอีกฝ่าย

กีฬายังมีคนดูอีกมาก ที่มีจำนวนมากกว่าคนเล่น ในขณะเดียวกันถ้าหากขาดคนเล่นคนดูก็ไม่รู้จะทำอะไร จึงต้องฟอร์มดี ฝึกซ้อมมาดีทั้งคนดูและคนเล่น เกมส์ในสนามจึงสนุกสนานและ"เป็นกีฬา" (Being sport)

เกมส์เทเบิลเทนนิสที่นักกีฬาจีบูติไม่มีฟอร์มเอาเสียเลย (ได้เข้ามาด้วยสิทธิ์ไวด์คาร์ด..?) ก็ยังทำให้คนดูเบื่อหน่ายกับเกม แต่กล้องก็พยายามไปไล่จับคนดู บรรยากาศรอบสนามให้เห็น

(Table Tennis Women's Singles Preliminary Round - Brazil v Djibouti Full - London 2012 Olympic Games http://www.youtube.com/watch?v=KW8JfO595ME&feature=endscreen )

ก็ถือเป็นการให้เกียรตินักกีฬา ส่วนคนดูเด็กๆ กินขนมขบเคี้ยวกันไป หาว ง่วงนอนกัน ไม่มีลุกออกไป แม้แต่โค้ชบราซิลฝ่ายตรงข้ามก็ยังเขินที่กล้องหันไปจับตัวเองมากเกินไป

จึงต้องสมดุลหลายๆ อย่างจึงจะเรียกได้ว่า เป็นเกมส์กีฬาของมนุษยชาติจริง
มีข้อตำหนิบ้าง..ไม่มีการแสดงใดที่สมบูรณ์แบบหรอก แต่ความประทับใจก็อภัยให้แก่เจ้าภาพ คณะผู้จัดการ นักกีฬา โค้ช ผู้เกี่ยวข้อง และคนดูรอบสนาม

จบจากลอนดอนเกมส์ ไม่รู้คนในครอบครัว(เรา)นี้จะหันไปดูอะไรกัน เพราะบ้านนี้ชั่วโมงบินน้อยมากเรื่องละคร(เน่าและไม่เน่า)

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
รินรู้ดี วันที่ : 13/08/2012 เวลา : 10.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinrudee



รินคงจดจำกับชื่อ "Oscar Pistorius"

ไปอีกนานแสนนาน พอๆ กับ ความประทับใจกับทุกอย่าง

ที่เกิดในโอลิมปิค 2012 ลอนดอนเกมส์


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 13/08/2012 เวลา : 10.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ส่วนตัว..ผมว่าการจัดโอลิมปิคครั้งนี้ ประสบความสำเร็จมากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน