*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 266282
  • จำนวนผู้โหวต : 247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
Oh What A Night

เพลงจาก Jersey Boys,West End, London

View All
<< ธันวาคม 2012 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 8 ธันวาคม 2555
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 4570 , 19:42:27 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 11 คน พันธุ์สังหยด , ช้างเผือกในเมือง และอีก 9 คนโหวตเรื่องนี้

      The Great War (1914 – 1918) เป็นมหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่ของโลกช่วงต้นศตวรรษที่ 20

 

      สี่ปีของสงครามจาก พ.ศ. 2457 - 2461 สร้างผลกระทบมหาศาลต่อมวลมนุษย์ เมื่อสงครามใหญ่ที่เกิดขึ้นอีกครั้งใน พ.ศ. 2482 ถูกเรียกว่าสงครามโลกครั้งที่สอง The Great War จึงเปลี่ยนเป็น First World War  

 

      The Great War มีเวทีใหญ่ของการรบพุ่งที่เบลเยี่ยมและฝรั่งเศส ประวัติศาสตร์กล่าวว่าความสูญเสียอย่างมหาศาลและรุนแรงนั้น เกิดจากการเปลี่ยนวิธีรบ และความก้าวหน้าในการคิดค้นอาวุธสังหารแบบใหม่ ที่ปลิดชีวิตของสรรพสิ่งอย่างรวดเร็วราวใบไม้ที่หลุดจากขั้วในฤดูใบไม้ร่วงของทุ่ง Flanders

 

      ผ่านเลยจาก Bruges ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ มีเมืองโบราณแห่งยุคกลางที่มีชื่อเสียงเรื่องสิ่งทอ ชาวเมืองค้าขายไปทั่วจนมั่งคั่งไม่แพ้กัน ทั้งผ้าลินินกับอังกฤษและผ้าที่ไปปรากฏถึงตลาดรัสเซีย เงินทองหลั่งไหลเข้ามาทำให้เกิด Cloth Hall หอกลางเมืองใช้ค้าขายและเก็บสินค้า มี Belfry หอระฆังสูงไม่ยิ่งหย่อนกว่าที่ Bruges นัก

 

      จากเมืองพ่อค้าวานิช ก็เกิดป้อมปราการปกป้องตัวเองตามธรรมชาติของยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง โดยไม่คาดคิดว่าวันหนึ่งเมืองเก่าแห่งนี้จะกลายเป็นเป้าหมายปลายทางของหลายทัพ  

 

      Ypres กลายเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญแห่ง The Great War

      ขณะที่ Bruges ถูกผ่านเลย

 

      ทันทีที่สงครามประทุอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2457 ทั้งเบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และเกรทบริเทนต้องร่วมแรงป้องกัน Ypres จากแนวรุกของเยอรมนี

 

      สิบปีก่อนหน้า ฝรั่งเศสให้คำจำกัดความยุโรปช่วงนั้นว่า Belle Époque หรือ  Beautiful Era ยุคที่ยุโรปงดงามและสงบจากการศึก ผู้คนรื่นเริง ศิลปะทั้งภาพเขียน วรรณกรรม ละครเวที เฟื่องฟูเต็มที่ในปารีส เกิดสิ่งประดิษฐ์แปลกใหม่ เงินทองแพร่สะพัด

 

 

      Peugeot เริ่มผลิตรถยนต์เปอโยท์เป็นเรื่องเป็นราว เวลาเดียวกับที่ Michelin ผลิตยางสูบลม

      โทรศัพท์ โทรเลข เริ่มมีให้ใช้

      Louis Pasteur ค้นพบ Antibiotics ยาปฏิชีวนะ และวัคซีนพิษสุนัขบ้า

      เศรษฐีใหม่อย่างสหรัฐอเมริกา เพิ่งเงยหน้าได้บ้างจากวิกฤติเศรษฐกิจ

      เกรทบริเทน อยู่ในรอยต่อของยุครุ่งเรืองแห่งควีนวิคทอเรียสู่ Edwardian Era

      เกิดชนชั้นกลางขึ้นมากมาย ความกระหายผลประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างไร้ขีดจำกัด

      ผลประโยชน์จากทรัพยากรและพืชพรรณบนทุกตารางของโลก ผลักสิ่งประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นให้มีทั้งเพื่อ ‘สร้าง’ พร้อมกับเป็นอาวุธเพื่อ ‘ทำลาย’ คู่แข่ง

 

      ความต้องการเป็นผู้ครอบครองเปลี่ยนเป็นความโลภที่ขมวดความตึงเครียดให้ถึงขีดสุด

 

      ในอีกมุมจาก Belle Époque ของฝรั่งเศส นักเขียนออสเตรียน Bertha von Suttner ร้องให้นานาประเทศเลิกใช้อาวุธผ่านงานเขียน Die Waffen Nieder! จนได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในพ.ศ. 2448 ทว่าการพัฒนาอาวุธและวิธีการรบที่ไม่เคยหยุดนิ่งทำให้ Jan Bloch นักธุรกิจโปลิชพยากรณ์การสู้รบในวันข้างหน้าว่าคงยากที่จะหาข้อยุติ

      แต่ ณ เวลานั้น รัฐต่างมีบทบาทอยู่ทุกแห่งหน การศึกษาเน้นเรื่องชาตินิยม ธงชาติ และเพลงชาติ

 

 

 

      การต่อสู้เพื่อชาติและองค์พระประมุขเป็นสัญชาตญาณ เยาวชนถูกสอนให้ภูมิใจในการเป็นทหารรับใช้ชาติ อาวุธของเล่น เครื่องแบบทหารของเด็กเกิดขึ้นมากมาย

 

 

 

กลางฤดูใบไม้ร่วง พ.ศ.2457 Ypres ตกเป็นเป้าหมายของทหารเยอรมัน

 

 

 

      แรกเริ่มเมื่อเบลเยี่ยมประกาศตัวเป็นอิสระจากเนเธอร์แลนด์ ก็วางตัวเป็นกลางมีบริเทนเป็นผู้รับรอง พอเบลเยี่ยมถูกบุกจึงเป็นภาวะบังคับให้ British Empire เข้าสู่สงครามเพื่อช่วยเบลเยี่ยมด้วยการผนึกกำลังกับฝรั่งเศส

 

 

      ภารกิจของแต่ละฝ่ายที่มุ่งหน้าสู่ Ypres นั้นแตกต่างกัน

      

      King Albert I แห่งเบลเยี่ยม รับสั่งโต้ความต้องการใช้เบลเยี่ยมเป็นทางผ่านว่า ‘Belgium is a nation, not a road.’ เป็นนัยว่า แม้ไม่มีกองกำลังแข็งแกร่ง ก็จะไม่นั่งนิ่งยอมแก่ผู้รุกราน

 

      การช่วยเบลเยี่ยมแค่ทำให้บริเทนเข้าร่วมสงครามเร็วขึ้น เพราะในที่สุดก็ยากที่จะหลีกเลี่ยง เมื่อต้องรักษาที่มั่นของเมืองท่าตามแนว English Channel ช่องแคบทางทะเลอันเป็นเส้นทางลำเลียงกำลังสำคัญ และนำความยิ่งใหญ่ของทัพเรือบริทิชมาช่วย

 

      ฝรั่งเศส ต้องป้องกันตอนเหนือของประเทศซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรม และจากการโอบล้อมตีของเยอรมนีสู่ปารีส

 

 

      ฝรั่งเศสก้าวสู่สงครามอย่าง ‘งดงาม’ ด้วย Tricolore สามสีในธงชาติ จนภายหลังจึงลดการล่อเป้าเหลือเพียงสีน้ำเงิน

 

 

 

      การยึด Ypres สำหรับเยอรมันนี คือการบรรลุเป้าหมายในการตัดเบลเยี่ยมจากภายนอก ยึดเส้นทางลำเลียงของบริเทน  เข้าฝรั่งเศสอย่างรวดเร็วเพื่อบุกปารีสจากด้านตะวันตก ความมั่นใจของทหารเยอรมันคงมาจากทีท่าไม่สั่งสมกำลังทหารบนจุดยืนที่เป็นกลางของเบลเยี่ยม บวกประวัติความพ่ายแพ้ Franco-Prussian War ในอดีตของฝรั่งเศส และขนาดย่อมเยาของกองทหารบริทิชในพื้นที่

 

 

      ผลการสู้รบ มีบันทึกแห่งสงครามเก็บรายละเอียดเป็นข้อมูลและหลักฐานทางประวัติศาสตร์

      แต่ยังมีบันทึกอีกส่วนบอกเล่าเหตุการณ์ จากมุมของผู้คนที่มีชะตาชีวิตร่วมกันบนทุ่ง Flanders Field

 

 

 

 

      เป็นบันทึกจากสมรภูมิรบ ที่รวบรวมเศษชิ้นส่วนของชีวิตที่หลุดปลิว เหลือทิ้งไว้เพียงความอาวรณ์อ้อยอิ่งให้ผู้อยู่เบื้องหลังได้สัมผัสอย่างแจ่มชัด แม้เวลาจะผ่านเลยเนิ่นนาน

 

 

      เป้าหมายปลายทางสู่ Ypres วันนี้ จึงเพียงเพื่อย้อนอดีตเกือบร้อยปี ดู Theatre สมรภูมิรบ สำคัญแห่ง The Great War และตามรอยของ Tommy

 

 

      ทุ่ง Flanders ถือเป็นทำเลหฤโหดที่ผู้หลุดรอดชีวิตมาไม่สามารถย้อนทบทวนความทรงจำอยู่นานนับหลายสิบปี ลักษณะการบุกสู่ฝั่งตะวันตกรุกคืบผ่านเบลเยี่ยมของทัพเยอรมัน เรียกว่า  Western Front

 

 

      การนำทัพด้วยทหารม้าเพื่อบุกประชิดตัวเริ่มแพ้แก่ปืนกลที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน  การขุดพื้นดินสร้างแนวร่องเป็นสนามเพลาะเรียกว่า Trench กลายเป็นกลยุทธป้องกันภัยจากกระสุนและระเบิดปืนใหญ่ให้หมู่ทหาร  วางแนวป้องกันเสริมด้วยลวดหนาม

 

 

 

 

      Trench ต้องวิ่งวกวนหักซ้ายขวาให้เลี่ยงความเสียหายเวลาถูกถล่ม ใช้กระสอบทรายเพิ่มความแข็งแรง ปูไม้ที่ฐานกันน้ำขังเพื่อรักษา Trench ให้แห้ง ต่อท่อน้ำดื่มปัจจัยอันสำคัญมาให้ใกล้ที่สุด ไม่เช่นนั้นก็บรรจุน้ำลงถังน้ำมันที่ส่งกลิ่นวิงเวียน  

 

 

 

 

 

      เมื่อต่างฝ่ายก็ต่างขุด จึงเกิด Trench ยาวเป็นแนวคดเคี้ยวจาก North Sea ถึงชายแดนฝรั่งเศสและสวิส ช่องกลางระหว่างสองแนวเป็น no man’s land ดินแดนอิสระจากทุกฝ่าย

 

 

      ทุกระยะในร่อง Trench มีความเสี่ยงจากการลอบยิง ที่ Snipers นิ่งคอยอย่างสงบอยู่ทุกจุด นอกเหนือจากระเบิดมือและปืนกล อาวุธเที่ยงตรงในการส่งระเบิดสู่เป้าระยะใกล้แค่แนวประชิดของสนามเพลาะ คือ ปืนครก เริ่มจาก Minenwerfer ของเยอรมันนีที่มาก่อนใคร ภายหลังจึงมี Stokes Mortar, Crapouillot และ Mortier Van Deuren ของบริเทน ฝรั่งเศส และเบลเยี่ยม

 

 

      เมื่อการรบระหว่าง Trench ไม่สร้างความคืบหน้าให้ฝ่ายใด อาวุธประหัตประหารจึงยิ่งทวีความรุนแรงถึงขั้นแกสพิษ

 

 

      เยอรมนีนำ Mustard Gas มาใช้ครั้งแรกวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2458 ที่ Ypres แกสพิษนี้จึงได้ชื่อ Yperite ตามชื่อเมืองด้วย 

 

 

      บันทึกการคิดค้นของทหารเยอรมันที่กล่าวถึงพิษสงรุนแรงกลับดูไม่น่าสะพรึงกลัวเท่าคำพูดของผู้รอดตายว่า

 

... ทั้งท้องทุ่ง Flanders นิ่งสนิทปราศจากสัญญาณแห่งชีวิต ความเงียบกริบจากความตายค่อยคืบคลานสู่มนุษย์ นกบนกิ่งไม้ ... กระทั่งแมลงที่ซุกซ่อนอยู่ที่ใดก็หนีไม่พ้นแกสที่แทรกซึมสู่ทุกอนู ...

 

 

      แต่สงครามก็ยังดำเนินต่อไป

      ขณะที่คนในร่องแนวของ Trench ดำรงชีวิตวันต่อวันอย่างสาหัส

 

      British Expeditionary Force (BEF) เป็นกองกำลังขนาดเล็กของเกรทบริเทนอยู่ที่ฝรั่งเศส ภายหลังกลายเป็นหน่วยสำคัญประจำการที่ฝรั่งเศสและ Flanders จนจบสงคราม

 

 

      ทหารบริทิชที่ออกสู่มหาสงครามนี้มีแสลงเรียกกันว่า Tommy ชื่อสามัญที่แม้กระทั่งหมู่ทหารเยอรมันใช้ตะโกนเรียกบริทิชข้ามแนว Trench พอกันกับที่บริทิชตอบกลับทหารเยอรมันว่า Jerry

 

      เมื่อแรกถึง Ypres เหล่า Tommy มีปัญหาการอ่านชื่อเมือง ไม่ว่าจะสะกดแบบฝรั่งเศส Ypres หรือ Ieper ในภาษาดัทช์  เมือง ‘อิ้ปเพ้อร์’ จึงถูก Tommy ตั้งชื่อใหม่ให้เรียกง่ายว่า Wipers

 

      Oxford English Dictionary อธิบายที่มาของ Tommy ว่าเป็นชื่อที่ปรากฏในตัวอย่างการกรอกเอกสารของทหารบริทิชมาเกือบร้อยปีก่อนหน้านี้แล้ว มีตัวตนทั้งชื่อและนามสกุลว่า Tommy Atkins มีความเชื่อเบื้องหลังว่ามาจาก Thomas Atkins ชื่อทหารผู้กล้าในศึกสมัยก่อนหน้านั้นอีก

 

      Tommy มีชีวิตลำบากแสนเข็ญภายใน Trench ที่ขุดกันไม่รู้จบ พื้นดินที่ชื้นแฉะ หนูที่ใหญ่โตกว่าแมวและอดโซพอที่จะกล้าแทะหนังรองเท้าจากทหารที่ยืนอยู่ หมัด เหา ออกฤทธิ์คันร้ายกว่าลูกปืน

 

      ที่จริงแล้ว ทหารทั้งหลายไม่ว่าฝ่ายไหนต่างเผชิญกับความลำบากและสูญเสียอย่างสาหัส

 

 

      The Battles of Ypres เกิดขึ้นถึงสามครั้ง แม้ฝ่ายเบลเยี่ยม ฝรั่งเศส และเกรทบริเทนจะรักษาพื้นที่ไว้ได้ แต่ทั้งเมืองก็ราบเรียบหมด

 

 

      Tommy มาจากหลายชนชั้น จำนวนไม่น้อยเป็นผู้มีการศึกษา ทำเนียบนักประพันธ์บริทิชแห่ง The Great War 16 คน จึงเป็น Tommy เกือบทั้งหมด แต่ละคนสะท้อนภาพและส่งข้อความต่อต้านสงครามแตกต่างกันไป เช่น Ivor Gurney, Siegfried Sassoon

 

 

 

 

      แต่งานจับใจที่คงอยู่ในความทรงจำถึงวันนี้ คือบทกวี In Flanders Fields ที่ John McCrae หมอชาวคาเนเดี้ยน เขียนขึ้นหลังจากเห็นดอกป๊อปปี้ในบริเวณที่ฝังเพื่อนผู้เสียชีวิตจากการรบที่ Ypres เบ่งบานเต็มท้องทุ่ง

 

…If ye break faith with us who die

We shall not sleep, though poppies grow

         In Flanders fields.

 

      จนเป็นที่มาของการใช้ Poppy เป็นสัญลักษณ์ระลึกถึงผู้เสียชีวิตใน The Great War ถึงปัจจุบัน

 

 

 

* *

 

ความแตกแยกในชาติก็ไม่ต่างจากการตกอยู่ในภาวะสงคราม

ที่ความหวังเป็นสิ่งขาดแคลน ทั้งที่ความหวังเป็นอย่างเดียวที่ทำให้ผู้คนรอดได้ในภาวะวิกฤติ

เมื่อสุดกำลังที่จะหวังระยะไกล ก็ให้คนคิดเพียงเฉพาะหน้า

เพียงเพื่อรอดจาก battle ที่รบเป็นครั้งคราว โดยไม่สนชัยชนะแท้จริงจาก war สงคราม

หากดูความย่อยยับแสนสาหัสจากคนอื่นในประวัติศาสตร์เป็นข้อคิด ชาติที่ไม่เคยผ่านวิกฤติแห่งสงคราม

ไม่เจอการดำรงชีวิตที่วิปริตผิดธรรมดาเป็นเดือนเป็นปี

และไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร

น่าจะนำคุณค่าแห่งการเป็นไทของตนเอง มาพัฒนาให้เกิดคุณค่าต่อประเทศชาติและคนส่วนรวมในชาติ

มากกว่าการคิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนตนที่ไม่สร้างสรรค์อะไรแก่ใครเลย

* * * * * * *

ตอนก่อนหน้า: Belgium: Bruges เป็นเพียงทางผ่าน  

ตอนหน้า: ยามเมื่อ Ypres กลับมางดงาม 

 

 

Reference:

1.  It’s a long way to Tipperary ประพันธ์โดย Jack Judge เป็น The Great War song และเพลง Anthem ติดปาก Tommy และเป็นที่รู้จักแก่ทหารทุกเชื้อชาติ ด้วยความรื่นเริงและให้ความหวัง ต่างจากเพลงมาร์ชสู่สงครามทั่วไปที่ปลุกใจอย่างเดียว

      It's A Long Way To Tipperary Sung By John McCormack

      WW1Photos Uploaded on Oct 21, 2009

      Sideshow Produced By www.WW1Photos.com

2.  ภาพและข้อมูล In Flanders Museum ตั้งอยู่ที่ Cloth Hall, Ypres, Belgium



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 24/01/2013 เวลา : 13.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

่น่าสนใจนะครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ช้างเผือกในเมือง วันที่ : 21/12/2012 เวลา : 01.43 น.
 

เข้ามาเรียนวิชาประวัติศาสตร์ชาติตะวันตกเพิ่มเติมคะ(ชอบมาก) สงครามไม่เคยทำให้อะไรดีขึ้นเลย(ในเวลานั้น) พังราบไม่เหลืออะไรเลย...

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 15/12/2012 เวลา : 22.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

แวะเข้ามาอ่านค่ะ เรื่องราวน่าสนใจ น่าติดตามมากค่ะ

ขอบคุณนะคะที่นำสารคดีย่อยๆมาให้อ่านกัน

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 15/12/2012 เวลา : 22.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

แวะเข้ามาอ่านค่ะ เรื่องราวน่าสนใจ น่าติดตามมากค่ะ

ขอบคุณนะคะที่นำสารคดีย่อยๆมาให้อ่านกัน

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
BlueHill วันที่ : 13/12/2012 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ชอบงานเขียนชุดนี้มากครับ
บอกไม่ถูกว่าชอบตรงไหน
เหมือนไำด้ชมสารคดีต่อเป็นซีรีส์ๆๆ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีอีกรอบครับพี่ SW19
เข้าไปอ่านมาแล้วครับพี่ น่าประทับใจมากครับสำหรับเกียรติที่ยกย่องให้กับมิตรต่างสายพันธุ์เหล่านั้น
หนังสือทั้งสองเล่มที่พี่แนะนำยังไม่เคยอ่านเลยครับ ซึ่งคงต้องหามาอ่านแน่ๆ
แต่ War Horse ที่เป็นหนังนี่โหลดเอาไว้นานแล้วแต่ยังไม่ได้ดูซักที
กำลังชั่งใจว่าหาหนังสือมาอ่านก่อนดูหนังน่าจะดีกว่ามั้ย เพราะเชื่อในงานเขียนมากกว่าหนังน่ะครับ
ขอบคุณพี่มากๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
แม่หมี วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 16.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

มาขอบคุณที่ห่วงใยหมีน้อยค่ะ เลยยกคำตอบมาวางไว้เลย...คงไม่ว่ากัน

ความคิดเห็นที่ 35 (0)

แม่หมี วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 16.54 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme
ip : 58.8.246.64/192.168.52.83
ขอบคุณมากค่ะ คุณ SW19 เมื่อคืนวานหมีน้อยร้องไห้ไปยกนึงแล้ว พ่อ แม่ พี่ ต้องข่วยกันปลอบ เพื่อนกลุ่มเขาสอบติด 2 คน ที่มหาวิทยาลัยราชมงคลเทคนิคกรุงเทพ เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งได้ การท่องเที่ยว ส่วนอีกคนติดคณะมนุษย์ศาสตร์ หมีน้อยเลือกวิทยาการคอมพ์ยากเพราะเด็กส่วนใหญ่เป็นวิทย์-คณิต แต่ก็เป็นสิ่งที่ชอบ ถ้าเลือกคณะที่คิดว่าเข้าง่ายแต่ไม่ชอบ แม่หมีว่ามันจะต้องฝืนใจเรียน ทั้งครอบครัวก็ปลอบกันพักใหญ่ แค่นี้หมีน้อยก็มาไกลเกินที่ฝันไว้แล้วค่ะ เด็กออทิสติกบางคนไม่สามารถเรียนหนังสือได้ กอดกันอยู่พักใหญ่ เฮ้อ....ไอ้ที่ป่วนๆ แว้นซิ่งกันเต็มถนน ไม่เรียนหนังสือไม่เห็นทุกข์ แต่หมีน้อยทุกข์จังเลย นี่ก็เปิดดูมหาวิทยาลัยเดิมตอนนี้เปิดรับตรง คราวนี้หมีน้อยเลือกสารสนเทศคอมพิวเตอร์ สมัครสอบไปแล้วค่ะ เอามหาวิทยาลัยที่ใกล้บ้านเพื่อให้หมีน้อยไป-กลับเองได้ ลุ้นกันต่อไป....แต่ถ้าไม่ได้จริงๆก็หันไปเอกชนดีกว่า หมีน้อยจะได้ไม่เครียด เห็นลูกร้องไห้แล้วน้ำตาแม่พาลจะไหลไปด้วย เฮ้อ....จริงจังเหลือเกิน หมีน้อยของเรา

ความคิดเห็นที่ 15 พรายพิลาศ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 15.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

Hello คุณพรายพิลาศ

All Quiet on the Western Front (Erich Maria Remarque) เป็นหนึ่งในนับสิบบันทึกจาก Western Front ถ้าไม่อ่านก็มีเป็นหนังด้วย
ที่ SW19 แนะให้อ่าน คือ War Horse ของ Michael Morpurgo ที่เป็นหนังเร็วๆ นี้ แต่เป็นหนังสือเล่มบางนิดเดียว อ่านไปน้ำตาซึมไม่รู้ตัว แม้กระทั่งผู้ชาย เล่มใหม่ล่าสุดเพิ่งออกของ Michael Morpurgo : A Medal for Leroy ยิ่งน่าอ่านมาก
เรื่อง War Horse ถ้าคุณพรายพิลาศยังไม่ได้ดูหนังหรืออ่านหนังสือ เราเล่าไว้ที่ Animals in War จากขบวนสัตว์สู่สงคราม ถึง War Horse ต้นตำรับ
(http://www.oknation.net/blog/SW19/2012/01/24/entry-1)
ขอรับรองว่าเป็นหนังสือน่าอ่าน (ในภาษาต้นฉบับบ ฉบับแปลไม่รู้จริงๆ )

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 12/12/2012 เวลา : 05.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับพี่ SW19
แนวรบ Western Front นี้จะใช่แนวรบเดียวกับในนิยาย All Quiet at Western Front หรือเปล่านะครับ
เดี๋ยวคงต้องลองไปเอามาอ่านอีกซักรอบแล้ว
ขอบคุณมากครับพี่ อ่านแล้วได้รู้อะไรใหม่ๆ เยอะเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 11/12/2012 เวลา : 10.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

ความรู้น่าสนใจเพียบค่ะ แต่อุ๋มมาสารภาพเรื่อง Steak Tartare ว่า ไม่เคยทานเองค่ะ มีคนบอกมาคะว่าที่ Bruges อร่อยสุด อุ๋มผู้อยากชิม Steak Tartare อยู่พอดีแล้วมาเห็นเรื่องเบลเยี่ยมที่ SW19 พอดีเลย อู้วววว อยากกิน อยากกินค่ะ แต่ตอนนี้ผ่อนคลายไปมากแล้วค่ะ เพราะได้กินเนื้อดีจากอังกฤษทดแทนไปแล้วคะ อร้อย อร่อยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
แม่หมี วันที่ : 10/12/2012 เวลา : 18.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

มาอ่านเรื่องราวของประวัติศาสตร์

ชอบประโยคนี้จังค่ะ

"แม้ไม่มีกองกำลังที่แข็งแกร่ง ก็จะไม่นั่งนิ่งยอมแก่ผู้รุกราน"

ความแตกแยกไม่ใช่เรื่องดี....แต่ทำไงได้เมื่อมนุษย์ทำให้เกิดความแตกแยก คงต้องยอมรับและต้องทำใจ

หากแค่คนในหน่วยงานแตกแยกงานก็ไม่เดิน ความก้าวหน้าและผลสำเร็จก็ไม่มี แล้วยิ่งปัญหาระดับประเทศก็ยิ่งลำบากใหญ่ เฮ้อ....เหนื่อย

ขอบคุณที่ไปเขียนเรื่องดนตรีกับในหลวง ได้ความรู้เรื่องเครื่องดนตรีมากเลย ส่วนเรืองหมีน้อยแม่หมีตอบไว้ว่า

.............................

ความคิดเห็นที่ 9 (0)

แม่หมี วันที่ : 10/12/2012 เวลา : 18.02 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme
ip : 58.8.202.208/192.168.52.83
ตอบคห.7 คุณSW19 ขอตอบเรื่องหมีน้อยด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง หมีน้อย "ได้สอบ" ค่ะ จึงสอบ "ไม่ได้"

ยังไม่เครียด ยังมีอีกหลายโอกาส ตอนนี้หมีน้อยก็เตรียมตัวดูหนังสือแบบชิวๆ หมีน้อยไม่เครียด....แม่เลยเครียดแทน

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
SW19 วันที่ : 10/12/2012 เวลา : 00.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอบคุณข้อมูลคุณเต็งพ้ง
เท่าที่รู้ทหารไทยไปสงครามโลกครั้งที่ ๑ มีมากกว่าหนึ่งระลอก รวมทั้งที่ไปไม่ทันเพราะสงครามจบก่อนด้วย และที่รู้คือคนที่ไปมีถึงระดับเจ้านาย อย่างหม่อมเจ้าฉัตรมงคล โสณกุล
ส่วนครั้งที่๒ ที่คุณเต็งพ้งว่า ใช่ที่เรารัฐประหารตัวเองกันเพื่อเปลี่ยนรัฐบาลกลางสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีผลพลอยได้ล้มเลิกสิ่งที่รัฐบาลเดิมเข้าข้างฝ่ายใดไว้แล้วย้ายไปอยู่ข้างผู้ชนะ?
ประเทศไทยยังต้องการอีกหลายอย่าง ดีและเก่งก็ดี แต่ที่ดีที่สุด คือ มีสำนึกเพื่อประเทศชาติและส่วนรวม ที่เห็นไม่ทันไร ก็เปลี่ยนข้างไปเพียงเพราะประโยชน์ส่วนตนเสียแล้ว ทีจริงภาคประชาชนเอง มีสำนึกเพื่อชาติบ้างก็ดีเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
tengpong วันที่ : 09/12/2012 เวลา : 20.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

สงครามโลกครั้งที่๑ ทหารที่ไทยเราส่งไปเสียชีวิตทั้งหมด
อนุสาวรีย์ก็อยู่ตรงใกล้ๆสนามหลวง ไม่รู้คนไทยกี่คนจะรู้กันหรือเปล่า
ส่วนครั้งที่สองเราก็ต้องตกกระไดพลอยโจรไปกับเขา
แต่ก็ได้คนดีคนเก่ง ช่วยให้ประเทศของเราเข้ามาอยุ่ในกลุ่มประเทศที่ชนะสงคราม......ตอนนี้ประเทศเรากำลังมองหาคนดีและคนเก่งเหมือนเช่นอดีตนั้นอยู่หรือเปล่า?

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
SW19 วันที่ : 09/12/2012 เวลา : 18.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ hayyana

ถามได้น่าสนใจมาก แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ แม้ว่าจะมีการอ้างกันว่าแมวหนูคู่นั้นได้ชื่อมาจาก Jerry Hawthorne and Corinthian Tom (จากเรื่อง Life in London.. ที่เขาว่าก็ไม่เกี่ยวกัน)
เพลง It’s a long way to Tipperary ร้องกันมาทุกสมัย ตั้งท่าไปไหนก็ร้องกัน หนังหลายเรื่องก็เอาไปใช้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสงครามอย่าง Das Boot

..
..


คุณลูกเสือหมายเลข9

รอไปตอนหน้าด้วยกันอีก SW19 จะมีสีสันให้ชมกว่าตอนนี้

..
..


คุณ NN1234
ขอบคุณสำหรับข้อมูลเพิ่มเติม
เชื่อว่าคราวนี้เบลเยี่ยมมีเรื่องดึงดูดท่านได้อีกแยะ

นึกว่าคุณจะตามต่อเรื่องงานประพันธ์แห่งช่วงนี้เสียอีก ทั้ง 16 นักเขียน of the Great War มีที่อยู่อย่างสงบ ที่ Poet’s Corner ใน Westminster Abbey ที่ต้องชมด้วยยามมาเยือน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
SW19 วันที่ : 09/12/2012 เวลา : 18.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณสิงห์นอกระบบ
The Great War ต้องเรียกว่าหฤโหด Tommy ที่เห็น Boys ทั้งนั้น ไม่ว่าฝ่ายใด
ยิ่งมีโอกาสได้ยืนอยู่ตรงนั้น ที่เห็นร่องรอย ความเป็นอยู่ ข้าวของส่วนตัว บอกได้คำเดียวว่า ..อึ้ง

..
..

คุณครูรวงข้าว ขอบพระคุณที่ติดตามและแวะมาทักทาย

..
..

คุณสายรุ้งสีน้ำ ดีใจจังที่ได้เห็นกันอีก ไปฝรั่งเศสทีไร ก็ต้องคิดถึงคุณเสมอ

..
..


คุณแม่มดเดือนMarch บทเรียนมีมากมาย หลังจากมหาสงครามนี้ ที่ท้าย Museum มีลำดับการสู้รบไล่มาจนกระทั่งศตวรรษนี้ยาวเป็นหลายวา เปลี่ยนหน้า เปลี่ยนสมรภูมิรบ ได้ไม่ซ้ำ เหมือนว่าไม่เจอกับตัวเองมนุษย์ก็ไม่เคยกลัว เรียกร้องหาแต่ความรุนแรงเป็นทางแก้ปัญหา
คุณแม่มดทิ้งท้ายว่า ทำไม
SW19 ถามบ้างว่าเมื่อไหร่จะได้คิด

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
NN1234 วันที่ : 09/12/2012 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

เห็นเล่าเรื่อง สงคราม พอดีให้นึกถึงเรื่องว่า เมื่อวานนี้เป็นวันสำคัญของไทยเรา คือ วันวีรชนไทย แต่สำหรับ จ.นครศรีธรรมราชนั้นมีความหมายมากกว่านั้น เพราะมี "อนุสาวรีย์พ่อจ่าดำ" ชื่ออย่างไม่เป้นทางการ หรือ พ่อจ่าดำ ก็เรียก ท่านเป้นทหารหาญที่หาญสู้กับทหารญี่ปุ่น โดยให้ดาบปลายปืนต่อสู้กันหลังจากหมดกระสุนยิง ทหารญี่ปุ่น 4-5 คนแทงท่านตายทั้งยืน (ไม่ล้มลงซบผืนดิน)
ปัจจุบันอนุสาวรีย์วีรชนไทยในค่ายวชิราวุธ ทภ.4 เรียกขนานนามนั้นว่า "พ่อจ่าดำ"

........................
8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 (ค.ศ. 1941)
สงครามโลกครั้งที่สองในประเทศไทย: กองทหารญี่ปุ่นบุกเข้าสู่ประเทศไทย
ทางด้านจังหวัดพิบูลสงคราม และยกพลขึ้นบกในเขตจังหวัดชายทะเลของไทย
ด้านอ่าวไทยรวม 7 จังหวัด คือ สมุทรปราการ ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี ทหาร ตำรวจ ยุวชนทหาร และประชาชนได้ร่วมกันต่อสู้ต้านทานอย่างแข็งขัน แต่ในที่สุดรัฐบาลไทยต้องยอมให้กองทัพญี่ปุ่นเดินทัพผ่านได้

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 09/12/2012 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

มาเที่ยวด้วยคน

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
hayyana วันที่ : 09/12/2012 เวลา : 06.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

อ่อ ที่่มาดอกป๊อปปี้ ขอบคุณครับ
แล้วเป็นที่มาของการ์ตูนอเมริกันแนวบู๊ล้างผลาญระหว่างหนูกับแมว Tom and Jerry ด้วยหรือเปล่าครับเนี่ย
เพลงเพราะมากครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 09/12/2012 เวลา : 05.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

เป็นการท่องเที่ยวที่หนักอึ้ง
สงครามมีแต่ผู้สูญเสีย
บทเรียนจากสงครามมีมากมายแต่มนุษย์ไม่เคยเรียนรู้และหลาบจำ
ทำไม

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สายรุ้งสีน้ำ วันที่ : 08/12/2012 เวลา : 23.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rainbow13

วันนี้มาโฉบที่โอเคเนชั่น เลยโชคดีได้ป๊ะเอ็นทรี่ใหม่นี้พอดี
เลยขอแวะทักทายด้วยความคิดถึงค่ะ

ระลึกถึงเสมอนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 08/12/2012 เวลา : 20.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ตามมาจากบ้านนู้น ตั้งใจแวะมาทักทาย

บังเอิญมาเจออาหารสมอง เลยได้อ่านเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ ขอบคุณมากกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 08/12/2012 เวลา : 20.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

การรบในยุโรป สงครามโลกครั้งที่ 1 โหดร้ายกว่าสงครามโลกครั้งที่ 2 นะครับ คุณSW19

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน