*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 266461
  • จำนวนผู้โหวต : 247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
Oh What A Night

เพลงจาก Jersey Boys,West End, London

View All
<< ธันวาคม 2012 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 22 ธันวาคม 2555
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 4155 , 06:02:32 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 18 คน february26 , พันธุ์สังหยด และอีก 16 คนโหวตเรื่องนี้

   

         ความสำคัญของการปกป้อง Ypres ในฐานะจุดยุทธศาสตร์หลักของมหาสงครามที่ว่ามากแล้ว ก็ยังไม่เทียบเท่าความจำเป็นที่ต้องยืนหยัดรักษาเมืองสร้างขวัญให้ประชาชนเบลเยี่ยมมีที่ยึดเหนี่ยวกับ ‘เมืองสุดท้าย’ ที่รอดจากการยึดครองของเยอรมนีและคงไว้ซึ่งประเทศเบลเยี่ยม

 

         กว่าศึกทั้งห้าครั้งตลอดช่วงเวลาสงครามจะเสร็จสิ้น Ypres ก็สุดจะล้า สิ่งก่อสร้างคู่เมืองตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ก็ราบสู่พื้นดิน ทั้ง Cloth Hall และหอระฆัง Belfry ความศิวิไลซ์ที่เคยมีปรากฏอยู่ในเศษซากอิฐ ปะปนกับสิ่งที่หายไปจำนวนมหาศาล คือ ชีวิต

         ทั้งวิญญาณและร่างที่สูญสิ้นไม่ทิ้งร่องรอยให้ย้อนหา

         ชีวิตทหารที่สูญเสียในพื้นที่มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใด

         กว่าหกแสนชีวิตที่เสียไปในเบลเยี่ยม เกือบทั้งหมดจากไปใน West Flanders ที่สมรภูมิ Western Front

 

         ขณะที่เบลเยี่ยมนับ Ypres เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งของประเทศขนาดจ้อย ที่ฮึดสู้ชาติใหญ่อย่างเยอรมนี เกรทบริเทนรำลึกถึง Ypres ในฐานะสถานที่แห่งความสูญเสียครั้งใหญ่ของชาติ เมื่อเกือบครึ่งของผู้เสียชีวิตเป็นบริทิช ... เป็นTommy

 

         ในห้วงเวลาแห่งสงคราม เส้นทางสู่สนามรบ Western Front ด้านตะวันออกของเมือง Ypres คือ Menenpoort

         Poort หมายถึง Gate ความหมายดั้งเดิมจึงเป็น ประตูสู่เมือง MenenหรือMenin Gate

         บางช่วงที่ Menenpoort ตกเป็นเป้ากระสุนถี่นัก เส้นทางออกรบจะถูกเบี่ยงไป ถึงกระนั้นทหารที่เดินผ่านประตูที่มีลักษณะเพียงแค่ช่องทางเดินนี้ ก็ยังมีหลายแสน

         ทหารทุกนายรู้ดีว่า เมื่อก้าวพ้นประตู ก็คือการเข้าสู่แนวหน้า แต่สิ่งที่ทหารเหล่านั้นไม่เคยคาดคิด คือเพื่อนร่วมรบถึง 300,000 คน ไม่มีโอกาสได้ย้อนกลับมาอย่างมีชีวิต และถึง 90,000 คนในจำนวนนี้จากไปอย่างไร้ร่องรอย อย่างที่เรียกว่า ‘no known graves’

 

         เมื่อทุกอย่างเงียบสงบและการต่อสู้จบสิ้น รัฐบาลบริทิชตั้งใจออกเงินรื้อซากแห่งสงครามออกเพื่อสร้างอนุสรณ์สถานให้ทุกชีวิตที่ร่วงหล่น แต่สำหรับชาวเมือง แม้ทั้งเมืองจะราบลงสู่เศษอิฐ Ypres ก็ยังเป็น ‘บ้าน’ ที่ผู้เคยอยู่อาศัยในยามสงบปรารถนาจะกลับมาดำเนินชีวิตต่อไป 

         รัฐบาลเบลเยี่ยมจึงออกปากให้เกรทบริเทนใช้ Menin Gate ให้เป็นประโยชน์

         Menin Gate ในความหมายใหม่จึงกลายเป็นอนุสรณ์สถานสำหรับผู้เสียชีวิต

 

 

         ณ เวลานั้น มีสุสานของทหารตามสัญชาติชัดเจนหลายแห่ง ทั้งเบลเยี่ยม ฝรั่งเศส เยอรมัน อเมริกัน Commonwealth และพลเรือนเบลเยี่ยม รวมทั้งทหารผิดชาติไปจากทัพ อย่างนักโทษอิตาเลี่ยนในทัพเยอรมัน หรือทหารรัสเซียในกองทัพบริทิช

         แต่พวก No known graves ก็ยังเคว้งคว้างอยู่ต่อไป แม้การขุดหายังดำเนินอยู่จนปัจจุบันนี้

         รัฐบาลบริทิช จึงเลือกให้ Menin Gate เป็นที่ระลึกถึง The Missing ของกองทัพ British and Commonwealth เพื่อหาหลักแหล่งให้ครอบครัวผู้อยู่เบื้องหลังได้ไประลึกถึง แม้จะมีเพียงแค่ชื่อ

 

         Sir Reginald Blomfield สถาปนิกที่มีผลงานการปรับปรุงย่านสำคัญกลางกรุงลอนดอน อย่าง Regent Street และ Piccadilly รับเป็นผู้ออกแบบจากโจทย์ที่ต้องขบให้แตกว่า ต้องมีที่พอเพียงในการจารึกชื่อ ด้วยทหารที่ร่วมรบมาจากทุกหน่วยที่มี

 

 

 

         ต้องให้ความสำคัญกับทุกชาติทั้ง Commonwealth คือ Australia, Canada, India, South Africa และ United Kingdom  

 

 

 

แม้จะมีเรื่องพูดกันไปว่า หากวันใดเศษส่วนที่พบเจอสามารถชี้ตัวได้

ชื่อที่ Menin Gate จะถูกลบทิ้งไป

ความสูญเสียที่เกิดก็ยังมากเกินกว่าจะมีพื้นที่บรรจุชื่อทหารได้ทุกนาย

ชื่อจำนวน 54,344 ที่ปรากฏจึงนับผู้สูญหายถึงแค่กลางปี พ.ศ. 2460 ก่อนสงครามจบ

 

 

 

         ทุกส่วนที่ปรากฏบน Memorial นี้ เจือความเป็นบริทิชที่คุ้นเคยสำหรับเหล่า Tommy  ทั้งคำในภาษาละติน Pro Patria และ Pro Rege ที่สะท้อนปฏิญาณของทหารบริทิชว่า 'For Country' และ 'For King'

 

 

สิงโตเหนือประตูโค้งเป็นสัญลักษณ์ ‘Strength and Heroism’

 

 

         จารึกข้อความทั้งหมดอันเรียบง่ายแต่กินใจ เขียนโดย Rudyard Kipling นักเขียนที่นำบทประพันธ์ภาษาอังกฤษขึ้นรับรางวัลโนเบลเป็นครั้งแรก

         Kipling มีบทบาทผูกพันลึกซึ้งกับมหาสงครามหลายเรื่อง ทั้งการเป็นพ่อของ John Kipling หนึ่งใน Tommy ที่มี No known grave ต่อท้ายชื่อ และกับทหารหนุ่มน้อยฝรั่งเศส ผู้รอดตายจากกระสุนที่ฝังเข้าไปในKim นวนิยายของ Kipling ที่พกแนบอกเสื้อ ความสนิทชิดเชื้อเริ่มขึ้นเมื่อทหารฝรั่งเศสส่งหนังสือที่มีกระสุนฝังอยู่ พร้อมเหรียญกล้าหาญฝรั่งเศสมาแสดงความขอบคุณที่ Kim ช่วยชีวิตไว้

 

 

Menin Gate Memorial to the Missing เปิดเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2470

 

 

         พอหนึ่งปีให้หลัง ประชาชนแห่งเมือง ‘อิ้ปเพ้อร์’ ริเริ่มธรรมเนียมระลึกถึงและแสดงความขอบคุณ Tommy

 

         คนอิ้ปเพ้อร์ รู้ว่าการได้กลับมาอยู่ใน ‘บ้าน’ ของตนเองได้ดังเดิม เกิดจากความเสียสละของทหารที่ยังเยาว์และกล้าหาญจำนวนมาก เดินทางมาจากนานาประเทศใน Commonwealth ทุกสารทิศทั่วโลก เอาชีวิตมาทิ้งเพื่อปกป้องเมืองอิ้ปเพ้อร์

 

         จาก พ.ศ. 2471 ‘ทุกวัน’ ไม่ว่าอากาศจะแปรปรวนอย่างไร ณ เวลา 20.00 นาฬิกาตรง ตำรวจจะปิดถนนสายเล็กตรง Menin Gate ให้ชาวเมืองดำเนินพิธีการ The Last Post

 

ประเพณีดั้งเดิมของกองทัพบริทิชจะเป่า Bugle หรือ แตร เป็นสัญญาณของการจบภารกิจในแต่ละวัน

 

         The Last Post ของ Ypres คือการเป่า Bugle โดยอาสาสมัครจากหน่วยดับเพลิงของเมือง เพื่อส่งเสียงเป็นสัญญาณอำลาทหารที่เสียชีวิต

 

 

         ทุกวันชาวบ้านใกล้เคียง จะเปิดประตูออกมายืนหน้าบ้านในเวลาของ The Last Post และไม่เคยมีสักหนึ่งวันที่ Menin Gate จะขาดคนมายืนสงบใจกับกิจวัตรของการระลึกถึงที่เรียบง่าย จริงใจ ที่จะครบครั้งที่ 30,000 ในวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 หนึ่งร้อยกับหนึ่งปีหลังการเริ่มต้นของมหาสงคราม

 

 

         บนความโชคร้ายที่ต้องสูญเสียชีวิต ความโชคดีที่หวังได้นอกจากการหาร่างของผู้เสียชีวิตเจอ คือ การที่คุณงามความดีของผู้ตายถูกจดจำอย่างถูกต้อง

         และการพลิกสมรภูมิรบคืนเป็นภูมิลำเนาให้ผู้อาศัยดั้งเดิม

 

         ความเหี้ยมโหดของสงครามครั้งนั้น เหนือการคาดคิดของผู้ใดและสภาพของสงครามอื่นใดแม้ในยุคปัจจุบัน ทหารที่เข้าสู่ศึกล้วนอายุเกินผู้เยาว์อย่างเฉียดฉิว การเผชิญสถานการณ์ตึงเครียดที่หาทางออกไม่ได้ ส่งผลสะท้อนแตกต่างกัน

 

 

         Siegfried Sassoon ผ่านการศึกษาที่ Cambridge ถึงเรียนไม่จบก็มีความสามารถทางการประพันธ์ เขียนบทกวีเสียดสีสงคราม และความโหดเหี้ยมของ Trench ว่าเป็นเพียงผลจากความทะนงหลงตัวของพวกอวดดี เมื่อ Sassoon ออกประจำการที่ Western Front ก็รบอย่างกล้าหาญ จนวันหนึ่งเมื่อเพื่อนรักเสียชีวิต Sassoon เขียนจดหมายเปิดผนึก ปฏิเสธการออกสู่สนามรบเป็นการประท้วง จดหมายถูกนำไปอ่านในรัฐสภา วิธีการของ Sassoon เข้าข่าย Treason ที่เป็นความผิดสูงขั้นกบฏ

         Sassoon โชคดี ไม่ถูกตัดสินลงโทษ แต่ถูกส่งไปรักษาตัวด้วยอาการทางประสาทจากความกดดันและความเครียด เมื่อดีขึ้นก็ตัดสินใจออกสู่สนามรบอีกครั้ง

 

         แต่ Victor Manson Spencer ทหารเด็กจาก New Zealand ไม่โชคดี ความกดดันจากหลายศึกทำให้ Spencer ไม่ยอมกลับสู่ Trench และกลายเป็นบุคคลสุดท้ายในสงครามโลกครั้งที่ 1ที่โดนตัดสินประหารชีวิตในข้อหาหนีทหารที่ Ypres ในพ.ศ. 2461

 

         อาการของ Sassoon และ Spencer เรียกว่า Shell shock เป็นอาการของความกดดัน ที่เกิดจากสถานการณ์ในแนวรบ ทั้งเสียงระเบิด กระสุน ที่สร้างความเครียดถึงขีด ให้เกิดการตื่นตระหนกตลอดเวลา พบเป็นครั้งแรกเมื่อสงครามเริ่มไม่นาน แต่เป็นของใหม่ที่กว่าจะเข้าใจ หาทางบรรเทา และแยกแยะได้ว่ารับผลกระทบจริง การประหารชีวิตก็เกิดไปแล้ว

 

 

         พ.ศ.2543 รัฐบาลนิวซีแลนด์ประกาศนิรโทษกรรมให้ Spencer

         หลายปีต่อมา Spencer ผู้สืบเชื้อสายจาก Maori ได้รับ ‘Wakahuia’ กล่องไม้แกะสลักที่ตามธรรมเนียมใช้เก็บสิ่งมีค่าที่สุดของแต่ละบุคคล จากญาติที่มาคารวะที่หลุมศพ

 

          

         ภายใน Wakahuia บรรจุประวัติ จี้ห้อยคอสมบัติส่วนตัวของ Spencer และเอกสารอภัยโทษจากรัฐบาลนิวซีแลนด์

 

       

         เมื่อเงินชดใช้จากสงครามมาถึง Ypres การสร้างเมืองใหม่ก็เริ่มขึ้น

 

 

         Cloth Hall, Belfry และ Town Hall ถูกสร้างขึ้นตามแบบเดิมอย่างเคร่งครัด และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีส่งท้ายศตวรรษแห่งสงครามนั้น

 

 

 

 

ส่วนอื่นของเมืองคงรูปแบบเก่าผสมการประยุกต์ไปตามกาลเวลา

 

 

 

 

         ตราบจนปัจจุบัน เมื่อมีการพัฒนาเมืองและเกิดสิ่งปลูกสร้างใหม่ที่ต้องพลิกพื้นดิน ร่างของทหารจากสงครามยังโผล่มาย้ำเตือนผลลัพธ์ของความขัดแย้งอย่างไม่เคยหมดสิ้น

 

 

         Ypres จึงกลายเป็นที่อยู่สุดท้าย ของคนนานาชาติจำนวนหลายแสน ทั้งที่คนอิ้ปเพ้อร์ในวันนี้มีเพียง 35,000 น้อยกว่าที่เคยมีถึงสี่หมื่นในช่วงก่อนสงคราม

 

 

 

 

         แต่ Ypres ก็ไม่เคยขาดเพื่อน Ypres มีเมืองคู่แฝดอีกหลายแห่ง แต่ที่ผ่านประสบการณ์ใกล้กันคือ Hiroshima

         จุดร่วมของสองเมือง ที่เป็นแห่งแรกในโลกของสิ่งที่ไม่มีใครปรารถนา คือ Chemical warfare ครั้งแรกที่ Ypres และ Nuclear warfare ที่ Hiroshima ทั้งคู่ร่วมกันผลักดัน 2020 Vision Campaign เพื่อรณรงค์กำจัดอาวุธนิวเคลียร์ให้สิ้นจากโลกภายใน พ.ศ. 2563

 

 

มหาสงคราม เกิดขึ้นจวนครบหนึ่งร้อยปีใน พ.ศ. 2557 นี้แล้ว แต่มวลมนุษย์ไม่เคยหยุด

การรบและสงครามเกิดขึ้นตามมาอีกมากมายในทุกซีกโลก

การรบกลับแปรเปลี่ยนจากระหว่างชาติกลายเป็นความขัดแย้งของคนร่วมชาติ

สิ่งคงที่กลับเป็นชนวนเหตุของความขัดแย้ง

ที่ไม่เคยหลุดพ้นจากความโลภ และไม่เคยพอของมนุษย์เอง

 

 

* * * * * * * * *

ตอนก่อนหน้า Ypres คือเป้าหมายปลายทาง

 

References:

เพลงที่เหมาะกับเรื่องราว, ความเป็น British และวาระการนำมาเล่าก่อน Christmas เห็นจะต้องเป็น John Lennon - Happy Xmas (War Is Over) uploaded by TheFabFour14

 

New Zealand and Newfoundland มี Memorials ต่างหาก แม้จะอยู่ใน Commonwealth

หลัง 15 August 1917 ผู้สูญหายอีก34,984 ถูกจารึกชื่อไว้ที่ Tyne Cot Memorial to the Missing

Rudyard Kipling ผู้ประพันธ์ The Jungle Book ที่ตัวเอกเป็น เมาคลีลูกหมาป่า

John Kipling อายุ 18 เมื่อเสียชีวิตในเดือนกันยายน พ.ศ. 2458 มาพบร่างที่เชื่อว่าเป็นเจ้าตัวใน พ.ศ. 2535 ยังรอการพิสูจน์ การเสียชีวิตของ John Kipling เป็นที่มาของ My Boy Jack โดย Rudyard Kipling ที่โด่งดังในภาคดัดแปลงทั้งละครเวทีและโทรทัศน์ มี Daniel Radcliffe (Harry Potter) แสดงเป็น John (Jack) Kipling

ข้อมูล: Imperial War Museum: Their past-Your future

www.lastpost.be



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 05/04/2013 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

สวัสดีค่ะ
มาอ่านเรื่องราวอันเป็นประวัติส่วนหนึ่งของมนุษย์ชาติ
ที่ยังทิ้งร่องรอยให้เห็น
ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 14/02/2013 เวลา : 12.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

แวะเข้ามาอีกรอบค่ะ เข้ามาขอบคุณ สำหรับคอมเมนท์ ที่ยาวๆ และมีคุณค่ามากกค่ะ จะเก็บคอมเมนท์ ไว้ให้เด็กๆอ่านนะคะ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 04/02/2013 เวลา : 10.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

เข้ามาอีกครั้ง เพื่อเข้ามาขอบคุณ สำหรับคอมเมนท์ที่บ้านนู้น ขอบคุณสำหรับมิตรภาพ กัลยาณมิตรที่ไร้พรมแดนนะคะ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 24/01/2013 เวลา : 13.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ต้องขอก็อปปี้ไว้ละเลี่ยดอ่านละครับ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 06/01/2013 เวลา : 20.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ขอบคุณมากกค่ะ ยังกะนั่งดูสารคดี เลยนะคะ

กระทู้นี้ สุดยอดเลยค่ะ ในความคิดของครู

ครูมองว่า ประเทศจะค้นพบความสงบสุขได้

คนดี คนตั้งใจทำความดีอย่างแท้จริง ต้องได้รับการยกย่อง ชื่นชมในวงกว้างอย่างแท้จริง ในขณะเดียวกัน

คนใดที่ทำความเลวชัดเจน ก็ควรประจานผ่านสื่อให้ชัดเจนเช่นกัน

การลงโทษคนทำผิดอย่างจริงจัง เด็ดขาด จะทำให้คนเลวไม่กล้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
แม่หมี วันที่ : 06/01/2013 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้คุณ SW19 และครอบครัวมีความสุขตลอดปี56 และตลอดไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 26/12/2012 เวลา : 10.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

คงจะเป็นความฝันอันสูงสุดที่โลกนี้จะไม่มีสงครามนะคะ เมอร์รี่ คริสต์มาสค่ะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
BlueHill วันที่ : 25/12/2012 เวลา : 21.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผู้ถูกกดฃี่ย่อมลุกขึ้นต่อสู้กับทรราช
ไม่ต่างกันครับ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินเก่า หรือแผ่นดินใหม่

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
เฟื่อง วันที่ : 23/12/2012 เวลา : 12.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/creativeworld

ฮิโรชิมาเป็นเมืองเศร้าที่เราประทับใจมาก เพิ่งทราบว่าเป็นคู่มิตรกับเมืองนี้

สงครามนำความสูญเสียให้ทุกครอบครัว และเป็นบทเรียนที่เจ็บปวดอย่างยิ่งของมนุษยชาติ

สันติภาพกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนแสวงหา

ปีนี้เป็นปีแห่งการสร้างสันติภาพของชาวโรตารีสากล โรแทเรียนทั่วโลกมีความพยายามร่วมกันที่จะปลูกฝังเยาวชนให้ตระหนักเรื่องนี้

แต่ดูเหมือนยุคนี้ เราไม่เพียงต่อสู้กับภัยจากสงครามหรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างเดียว
ยังมีภัยจากการรังแกธรรมชาติที่มนุษย์ทุกชาติทุกภาษาต้องน้อมรับอีกด้วยสิคะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
hayyana วันที่ : 23/12/2012 เวลา : 09.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

last post, เมืองคู่แฝดฮิโรชิม่า
อ่านจบแล้วทึมๆครับ
นอกจาก shell shock แล้วโรคภรรยาช๊อคก็มี เพื่อนผมเป็นกันหลายคน
อาการเดียวกันเลย

เดี๋ยวก็รบกันอีกล่ะครับคนเรา

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 23/12/2012 เวลา : 03.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ในสงคราม คนตัวเล็กๆทุกคนพ่ายแพ้
แต่น่าเสียดาย Wars will never be over.
แม่มดเกรงว่าจะเป็นเช่นนั้น

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
แม่หมี วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

หนังเรื่องWar Horse ได้ดูค่ะ หมีน้อยก็ดูด้วย เป็นหนังที่สื่อให้เห็นความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์ ความผูกพันที่คนไม่ได้เลี้ยงอาจไม่รู้ หนังเขาทำได้ดี(แม่หมีดูหนังเรื่องใดก็ว่าดี 555เสียเงินไปดูแล้วนี่ ไม่ใช่หรอกค่ะ ดูแล้วก็พยายามคิดว่าหนังให้อะไรกับคนดูก็เลยรู้สึกว่าดีซะทุกเรื่อง)
แม่หมีว่าเขาสื่อให้เห็นความผูกพัน ตั้งแต่ตอนแรกเมื่อพระเอก(จำชื่อไม่ได้) นำโจอี้(จำชื่อม้าได้แฮะ)มาฝึก ฉากนั้นก็น่าประทับใจ เมื่อม้าโจอี้ได้ถูกส่งเข้าสมรภูมิ แม่หมีนึกทุกขณะว่าเจ้าโจอี้ก็คิดถึงและโหยหาถึงเจ้าของ รวมทั้งการที่มันกลายไปเป็นม้าในหน่วยพยาบาล เพราะมันได้รับการฝึกมาจากพระเอก แม้กระทั่งตอนที่โจอี้วิ่งเตลิดแล้วไปติดลวดหนาม การพูดคุยของทหารทั้งสองฝ่ายที่พักรบเพื่อจะช่วยโจอี้ แม่หมีก็ประทับใจศัตรูที่ไม่เคยรู้จักกัน มาประหัตประหารกัน แต่ก็มาร่วมมือช่วยกัน รู้สึกทหารต่างชาติต่างภาษาเขาคุยกันอย่างมีไมตรีดีสงครามครั้งนี้เป็นสงครามโลกครั้งที่ 1 วิถีชีวิตของชาวบ้านก็ยังดูล้าหลังแต่ก็มีเสน่ห์ คุณปู่ที่มีหลานสาวตัวน้อยนั่นก็น่ารัก

ฉากที่โจอี้มาเจอกับพระเอกซึ่งไปรบและได้รับบาดเจ็บ ออกมาแสดงความเป็นเจ้่าของ ฉากที่นายทหารทำความสะอาดเท้าของโจอี้ที่เลอะโคลนเพื่อดูว่าเท้าทั้งสี่ข้างเป็นสีขาวเหมือนใส่ถุงเท้าขาว ฉากที่เช็ดหน้าผากของโจอี้ว่ามีสีขาวหรือไม่ ลุ้นตลอด ประทับใจในความผูกพันของคนและสัตว์ แต่ก็รู้สึกเกลียดสงครามเมื่อทหารเข้าไปใช้อำนาจยึดข้าวของเครื่องใช้กับชาวบ้าน

ในแง่มุมของความโหดร้ายก็มีความงามของจิตใจคน

ต้องบอกว่าผู้กำกับสตีเฟ่น สปีลเบิร์ก ไม่เคยทำให้คนดูผิดหวัง เขาเป็นพ่อมดที่ร่ายเวทมนตร์สะกดให้คนดู ใครจะนึกว่าหนังเรื่องม้าตามหาสุดชีวิตที่จะกลับมาอยู่กับเจ้าของ พล็อตเรื่องเท่านี้แต่ประทับใจมากมาย แอบปาดน้ำตาก็หลายหน...อินจัด

Saving Private Ryan ก็เป็นหนังสงครามที่ประทับใจเช่นกัน

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Ae^ วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 20.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

สงครามมีแต่ความสูญเสีย สถานที่เขาสร้างเป็นอนุสรณ์แห่งความทรงจำ ดูแล้วนึกถึง3จังหวัดชายแดนใต้ของไทย

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
SW19 วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 18.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอบคุณคุณกระเจี๊ยบสำหรับความเห็น


ความโลภไม่เคยให้ความพึงใจแก่ความรู้สึกของตนเองอย่างถาวร มีแต่ดันให้ “ระดับที่จะพึงใจได้” ขยับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จากสิ่งที่ได้มาครองแล้ว
อนิจจา.

..
..


คุณช้างเผือกในเมือง

ใช่ทุกอย่างที่ว่ามาเลย
แต่น่าเสียดายที่คนในสังคมทุกวันนี้ ความพอใจในสิ่งที่ตนมีมันเปลี่ยนไป โดยถูกครอบงำด้วยการสร้างภาพที่ให้ตน “มี” ตามกระแส ไม่ใช่ มีตามที่มีและที่เคยพอใจ
..
..

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
SW19 วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 18.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณแม่หมี

ดีจังเลยที่ คุณแม่หมีได้ดูเรื่อง My Boy Jack
จริงๆ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวมากบ้าง น้อยบ้างกับสงครามโลกทั้งสองครั้ง บ้าน SW19 ทำใจดูเรื่องสงครามที่รบกันจริงๆ ไม่ค่อยได้ แต่ชอบประเภทที่เป็นเรื่องของ “คน” มากกว่า ดูแล้วก็ส่งทิชชู่ให้กันเอง อย่าง Atonement (อังกฤษโดยตรง สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ถ้าคุณแม่หมียังไม่ได้ดูก็ขอแนะนำ) หรือ The Reader ซึ่งหนังทำดีมาก (เพราะอ่านหนังสือมาก่อนดูแล้วเนียน) และที่แนะนำให้หมีน้อยคือ War Horse เพราะมาจากหนังสือสำหรับเด็ก มันมีความอ่อนโยน ละมุนละมัย เป็นภาคของความรักที่เกิดขึ้นลดทอนความแรงของการรบได้มากมาย

เรื่องสงครามอ่านและดูเมื่อไหร่ก็หดหู่ สร้างแต่คำถามในใจ แต่มองในแง่ประวัติศาสตร์ ก็เป็นตัวอย่างที่ดี ว่าอะไรไม่ควรทำ ตอนครอบครัว SW19 ตอนเดินดูใน In Flanders Museum น้ำหูน้ำตาไหลกันทั่วหน้า ดูทหารแต่ละคนเด็กทั้งนั้นเลยลูก และมาจากหลากชาติ ภาษา ศาสนา หนึ่งรูปที่เลือกมาในเรื่อง (นึกถึงคุณแม่หมีด้วย) คือ ภาพสุสานที่มีสัญลักษณ์ของมุสลิมและภาษาอาระบิค ทุกคนได้รับ respect จากกันและกันอย่างดี

ที่เอามาเล่าเพราะมันเป็นตัวอย่างระดับโลกมีเรื่องให้เรียนรู้หลายแง่
เรื่องในช่วงเวลาสงครามที่เคยเอามาเล่า แบบน่าประทับใจก็มีเรื่อง Life in a Jar ถ้าคุณแม่หมีมีเวลาก็อยากเชิญไปอ่าน ตอนนั้นดูเหมือนเรายังไม่เคยคุยกัน http://www.oknation.net/blog/SW19/2011/08/06/entry-1

คุณแม่หมี ความเห็นที่8

หมีน้อยตลกจัง ถ้าไม่คิดขำแบบผู้ใหญ่มอง SW19 ว่าหมีน้อยต้องจดจำทุกคำที่คุณแม่สั่งเอาไว้ แล้วยึดว่านั่นแสดงถึงความรัก ความห่วงใย หมีน้อยเลยต้องจำมาพูดกลับให้คุณแม่รู้บ้างไง คุณแม่หมีก็...ยังไง SW19 ก็เข้าข้างหลานน่ะนะ
เรื่องตับ พอรู้งูๆ ปลาๆ ในการรักษาตัวเองว่า การออกกำลังช่วยได้ทุกอย่าง แม้ในผู้ป่วยโรคร้ายแรงที่ดูเหมือนขาดเรี่ยวแรง เพราะการออกกำลังให้สองอย่าง คือ ออกซิเจน (ต้องแบบแอโรบิค ที่ให้ร่างกายเหนื่อยหอบ ไม่ใช่ anaerobic) กับอีกอย่างคือ ได้อัตรา metabolism ที่สูงขึ้น ส่งผลให้สร้างตัวขจัดขยะในร่างกายออกไปได้เร็วขึ้น (คือช่วยตับ) กรณีคุณแม่หมี เดินก็ได้ถ้าเดินไหว เดินเร็วๆ ให้ร่างกายปรับระดับ metabolism ไม่ต้องทำทุกวัน แต่เวลาที่ทำต้องทำให้ได้ซัก 20 นาทีต่อเนื่อง ให้เหนื่อย ให้หัวใจเปลี่ยนสปีด นั่นแหละจะได้ผลโดยเร็ว ขอส่งความรักความปรารถนาดีมาเอาใจช่วยสำหรับการเจาะเลือดคราวหน้าของคุณแม่หมีด้วย

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
SW19 วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 17.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณพรายพิลาศ

ขอบคุณมากสำหรับความเห็น เราเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าปัญหาทุกอย่างมาจากมนุษย์เองนี่หละ

อันที่จริง สงครามในอีกมุม คือการสร้างชาติในใจคนโดยปริยาย ให้คนเกิดความรู้สึกร่วม รวมกัน ต่อสู้กับผู้อื่น ภายนอก นอกวง (แม้จะไม่ใช่ idea ที่ดีนักในการสร้างชาติ) อย่างฝรั่งเศสที่เอาความสูญเสียของสงครามโลกครั้งที่สอง เอา image ของ หน่วยต่อต้าน (resistance) มาสร้างความรักชาติ (Patriotism) เพราะตอนนั้นภาพของฝรั่งเศสเมื่อถูกเยอรมนีบุกรวบปารีส มันเป็นภาพที่ชาติเจ๊ง ก็เอารวมกันสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียว [กระทั่ง action man (ของเล่นตัวตุ๊กตุ่นไหม?) ที่เล่นตอนเด็ก ไม่มีหรอกในเครื่องแบบทหารฝรั่งเศส มันหมดจดไปเลย แล้วใครล่ะจะอยากเห็นชาติหมดจดไปแล้ว มาเริ่มกันใหม่ หรือนี่เป็นทางออกเดียวที่ต้องล้างกระดาน?]

แต่ความขัดแย้งในชาติ เป็นการสร้างพวกพ้องให้สำคัญกว่าชาติ กว่าส่วนรวม เมื่อเอาผลประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้งเมื่อนั้นชาติก็ไม่สำคัญแล้ว และเปรียบเสมือนการทำลายที่เลวร้ายกว่าสงครามเสียอีก

ซากที่หลงเหลือจากความแตกแยกกันเอง ก็ไม่มีใครปกครองได้แล้ว ต้องกลายเป็นเผด็จการได้สถานเดียว

แล้วเราจะทำใจปล่อยให้ชาติเป็นอย่างนั้นได้อย่างไร

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
SW19 วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 17.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ NN1234

เรื่องความโหดเหี้ยมของสงครามทั้งสองครั้ง มาจากเหตุที่ต่างกัน และกระทบคนในวงที่ไม่เหมือนกันทีเดียวนัก แต่มีผลต่อประชาชนรุนแรงปานกัน

สำหรับคนจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการรบ ทั้งเป็นชาติที่มีทหารมารบและเป็นชาติที่เป็นสมรภูมิ Ypres เป็นเมืองสำคัญ สัญลักษณ์หนึ่งของ First World War (ชอบคำเก่า ชื่อเดิมมากกว่า) ดีใจที่คนมาดู In Flanders Museum และร่วมทำความเคารพ (Observe) ในพิธี The Last Post เป็นเยาวชนมากมาย และ Ypres เป็นหนึ่งปลายทางของ School trip ของโรงเรียนใน UK ด้วย คนรุ่นใหม่จึงมีโอกาสรู้เหตุที่เกิดขึ้น และผลที่พึงคาดไว้ได้เลย ในยุโรปการเรียน เรื่องนี้ดูทุกเรื่องพร้อมกันไปจึงไม่ใช่วิชาประวัติศาสตร์อย่างเดียว แต่มีเรื่องเศรษฐกิจ สังคมด้วย ที่สำคัญ ทุกประเทศที่เกี่ยวข้องบันทึกหมด คนที่อ่าน ที่เรียนรู้ตรวจสอบความชัดเจนไปมาได้จนคำว่า “ประวัติศาสตร์เขียนโดยผู้ชนะ” ที่หลายคนนำไปพูดกันนั้น กลายเป็นเรื่องตลกที่เกิดแต่ในประเทศที่ไม่ศึกษาประวัติศาสตร์จากทุกด้าน และที่ตัวรัฐบาลบิดเบือนข้อมูลเสียเอง

สำหรับสงครามโลกครั้งที่สอง ความโหดต่อประชาชนมันมากเกินการนำมาพูดเล่น Tommy คนสุดท้ายของ First World war เพิ่งเสียชีวิตไม่ถึงสิบปี ดังนั้นคนที่ไปสงครามครั้งที่สอง ยังมีอยู่ คนที่ยังจำความยากลำบากของสงครามช่วงนั้น รวมทั้งช่วง The Blitz ที่ลอนดอนถูกถล่ม ก็ “ยังมีอยู่” เรื่องกลุ่มเด็กที่เชียงใหม่ที่เอาเรื่องนาซีมาเล่น จึงน่าตำหนิอย่างแรง คนรับผลตอนนั้นก็เสียใจ คนเยอรมันในปัจจุบันก็เสียใจ ทหารเวลานั้นไม่ใช่ทุกคนเห็นด้วยกับผู้นำ ขนาดสุสานทหารเยอรมันที่ Ypres เห็นแล้วก็สงสาร สุสานทั่วไปมีป้ายปักตั้งขึ้นให้เห็นสีขาว ของทหารเยอรมันเป็นแผ่นสีดำฝังราบลงพื้นเหมือนไม่ต้องการชะโงกหน้าออกมาพบใคร

สงครามที่น่ากลัววันนี้ ไม่ต้องอาวุธนิวเคลียร์ แต่เป็นความแตกแยกในใจคนชาติเดียวกัน เพราะ Hatred หรือความเกลียดชังรุนแรง กัดกร่อนความรู้สึกรวมกันของชาติ ที่ก็เหมือนทำลายชาติ และผลักดันกันลงเหวทั้งหมดได้เร็วกว่าแรงถีบจากคนอื่น
น่าเศร้านะ...

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
SW19 วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 17.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณรินรู้ดี

สมัย 60s ที่ย้ายมาใหม่ๆ มี Plumber (แบบช่างประปา แต่ที่นี่จะดูหม้อน้ำร้อน และระบบความร้อนในบ้านเสียมากกว่า) ชื่อ Kenneth เวลาที่บ้านโทรเรียกให้มาดูหม้อน้ำร้อน ลุงเคนเน็ธจะทิ้งทุกอย่าง ทุกนัดหมาย ตรงมาดูให้ทันที

ลุงเคนเน็ธบอกว่า ไปติดอยู่เมืองกาญจน์ ตั้งแต่อายุ 17-18 ได้ รอดมาได้ด้วยน้ำใจและความปรานีของคนไทย ลุงจึงจำคำว่า “คนไทย” ว่าสำคัญมาก ถ้ามีอะไรต้องทำให้ก่อน เพราะถ้าไม่มีคนไทยก็ไม่มีเคนเน็ธในวันนี้
ลุงเคนเน็ธวันนั้น เวลามา บางครั้งทำงานเดี๋ยวเดียวเสร็จแต่นั่งคุยต่อยาว ถ้ามีข้าวไทยทำไว้ ก็จะนั่งกินอย่างเปรมปรีดิ์

ที่ Ypres เป็นเมืองนิดเดียว แทบทุกตารางนิ้วคงเห็นมี Fallen ชีวิตที่ร่วงหล่นอยู่รายทาง เรื่องที่นำมาเล่าเทียบไม่ได้กับประสบการณ์ต่างที่บันทึกไว้ในมิวเซียมเลย และเรียกน้ำตาได้ทั้งจากชายและหญิง
Tommy คนสุดท้าย บอกว่าใครที่บอกว่าไม่กลัว คนนั้นโกหก ปู่คนนี้ไม่เอ่ยถึง Trench เลยจนกระทั่งเมื่อไม่ถึง 20 ปีก่อน

ขอบคุณมากที่คุณรินแวะมา ขอส่งความปรารถนาดีมาสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้า ณ ที่นี้ด้วย

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
SW19 วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 17.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ SU

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม

SW19 เชื่อว่านั่นเป็นหน้าที่ของคนรุ่นหลังที่ต้องรักษาประวัติศาสตร์ไม่ให้หายไปตามกาลเวลา
เมื่อเร็วๆ นี้เห็นคำพูดหนึ่งที่โต้ตอบเรื่องคนสมัยปัจจุบันไม่สนใจเรียนรู้จากอดีตว่า ประทับใจจนจำได้ เขาบอกว่า

A nation that forgets its history has no future.

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ช้างเผือกในเมือง วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 15.43 น.
 

จริงคะที่ สงคราม เกิดขึ้นจะครบหนึ่งร้อยปีใน พ.ศ. 2557 นี้แล้ว แต่มวลมนุษย์ไม่เคยหยุดการรบและสงครามเกิดขึ้นตามมาอีกมากมายในทุกซีกโลก
การรบกลับแปรเปลี่ยนจากระหว่างชาติกลายเป็นความขัดแย้งของคนร่วมชาติกันเอง และสิ่งที่เป็นเหตุของสงคราม ของความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ก็หนีไม่พ้นคำว่า ความโลภ และ ความไม่เคยพอของคนนั่นเอง....จริงดั่งคุณ SW19 กล่าวไว้ไม่มีผิด เพราะถ้ามนุษย์ทุกคนพอเพียงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีก็จะไม่มีสงครามเกิดขึ้นแน่นอนไม่ว่าจะระหว่างชาติหรือภายในชาติเดียวกัน.....ขอบคุณนะคะที่เขียนเล่าเรื่องตางให้อ่าน ตั้งแต่ต้นจนจบเพราะได้ทั้งความรู้และมีน้ำตาปนมาด้วยบางนิดๆหน่อยๆในขณะที่อ่าน....

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 15.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

สิ่งคงที่กลับเป็นชนวนเหตุของความขัดแย้ง

ที่ไม่เคยหลุดพ้นจากความโลภ และไม่เคยพอของมนุษย์เอง

เห็นด้วยที่สุดเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 กระเจี๊ยบ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 10.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เม้นท์ยาวจัง...นะแม่หมีเนี่ย

ขอบคุณนะคะ ที่ตั้งข้อสังเกตว่า หมีน้อยเข้มแข็งกว่าที่เราคิด

เมื่อเช้านี้แม่หมีไปหาหมอที่รพ.เซนต์หลุยส์ ตามนัดเรื่องตับ ตอนนี้งดวิตามินและอาหารเสริมตามที่คุณบอกแล้วค่ะ
แต่ผลก็ยังไม่ดีนัก ก๖้องเฝ้าระวังต่อไป

ไปกับหมีน้อย พ่อหมีไปส่งแล้วเลยไปทำงาน พี่หมีใหญ่ไปเรียนภาษาญี่ปุ่น หมีน้อยมีหน้าที่ดูแลแม่ ตอนที่นั่งรอในโรงอาหารของโรงพยาบาล(เนื่องจากรอผลเลือด) แม่หมีจะออกไปซี้อขนมมาทาน เพราะตอนเช้างดอาหารเพื่อมาเจาะเลือด
แม่หมีบอก "ซิดดิ๊ก คุณแม่จะไปซื้ออาหาร ลูกนั่งรอตรงนี้แหล่ะ"
หมีน้อย " ไปคนเดียวได้หรือครับ"
แม่หมี " ได้ซีครับ แม่เก่งแล้ว"
หมีน้อย "อ้อ...ระวังตัวด้วบล่ะ"

น่ารักมั๊ยคะ หลานคุณSW19 คนนี้



ความคิดเห็นที่ 7 (0)
แม่หมี วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านเรื่องราวที่มีความรู้ แต่ความรู้สึกหดหู่...

เคยดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่งจำชื่อไม่ได้ ตัวละครตัวหนึ่งมีอาการ Shell shock น่าสงสารมาก

สำหรับเรื่อง My boy Jack แม่หมีได้ดู ตอนแรกดูเพราะ Daniel Radcliffe เล่น เพราะชอบและเป็นแฟนพ่อมดน้อยตัวนี้เห็นความเจริญเติบโตจากภาคแรก จนภาคสุดท้าย แต่เมื่อมาดู Daniel Radcliffe ในบท Jack ชายหนุ่มสายตาสั้น แต่ชาญฉลาดและกล้าหาญ ต้องการที่จะไปร่วมรบในสงคราม Rudyard Kipling เองก็มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ลูกได้ไปทำสงคราม ในที่สุดก็ได้ไป และทำหน้าที่ของทหารอย่างสุดกำลัง เห็นความเป็นผู้นำของ Jack ดูไปก็น้ำตาคลอ คนสมัยก่อนหรือสมัยนี้ก็เถอะ หัวใจของแม่...จะรู้สึกอย่างไรเมื่อลูกต้องออกรบ ส่งลูกไปตายแท้ๆเทียว แต่เพื่อชาติต้องยอม ได้เห็นความร่วมมือร่วมใจของหญิงชาวบ้านรวมทั้งแม่ของJack ช่วยกันทำทุกอย่างเพื่อหาเสบียงเลี้ยงปากท้องของผู้คน สงครามมันพรากคนที่รักให้ห่างกัน และเมื่อรู้ว่าลูกเสียชีวิตทั้งๆที่ทำใจตั้งแต่แรกก็อดไม่ได้ที่จะเสียใจ เป็นหนังสงครามที่โหดร้ายแต่ก็ประทับใจ ประทับใจที่ครอบครัวไม่ขัดขวางและทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกได้เป็นทหารสมใจ....ชอบค่ะ ดูหลายครั้ง Rudyard Kipling เขียนเรื่องราวนี้เขาคงเขียนทั้งน้ำตา

Daniel Radcliffe ก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง บทและผู้กำกับทำให้ลบคราบพ่อมดน้อยออกไป....

จะขัดใจก็ตรงหนวด...ดูแปลกๆ

เรื่องราวความแตกแยกคงเป็นนิรันดร์ ก็มนุษย์...มักเป็นเช่นนี้

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
พรายพิลาศ วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 10.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับพี่ SW19
ทุกชาติทุกภาษาต่างก็มีสุภาษิตที่ให้เรียนรู้อดีต อละนำมันมาเป็นบทเรียน
แต่ในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันนี้ เหมือนไม่เคยมีสุภาษิตเช่นนั้นอยู่บนโลกเลย
รัฐชาติประกอบด้วยมนุษย์ รัฐชาติคือภาพตัวแทนของมนุษย์แต่ละชาติพันธุ์
แต่รัฐชาติไม่เคยมีความเป็นมนุษย์ เพราะมนุษย์เพียงหยิบมือเดียวที่เข้าไปบริหารอำนาจ
อ่านบทความนี้ของพี่ แล้วรู้สึกถึงความโหดร้ายของสงคราม แม้จะได้ยินเสียงปืนเสียงระเบิดเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
NN1234 วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 09.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ผมเพิ่งดูสารคดีเรื่อง สังหารหมู่ ค่ายเอ๊าชวิตซ์ (Auschwitz) ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว แม้คนละยุคคนละสมัยกับเอนทรี่ SW19 นี้ แต่ก็ได้บรรยากาศกลิ่นอายดินประสิว สงคราม และการทรมานชีวิตประชาชน ทหารท่ามกลางไฟสงคราม
ยิ่งทำให้ผมนึกถึงเอนทรี่เรื่องนาซีที่เคยเขียนถึง พอมาเห็นภาพประกอบในสารคดีนั้นก็ยิ่ง"แนบสนิทใจ" เช่น เห็นภาพปล่องจากหลังคาสำหรับหย่อนสารเคมีลงมารมควันพิษหลังจากใช้กระสุนยิงเหยื่อจนรู้สึกว่าสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
เห็นเส้นผมที่ถูกกล้อนเอามากองเตรียมไว้สำหรับทักถอเป็นถุงมือ จำนวนหลายตัน

สงครามไม่เคยหมดไปจากใจของมนุษย์เลยจริงๆ จนเดี๋ยวนี้มันอาจจะแปรรูปไปค่อนข้างมากแล้วก็ตาม สงครามโดยอาวุธนิวเคลียร์อาจจะถูกนำมาใช้อีกครั้ง และอาจพบว่ามันล้างมนุษย์จนสิ้นโลกแน่แล้ว มนุษย์จึงจะเข็ดขยาด

พ.ศ.2563 อาจจะยังหลงเหลือมีชาติใด(ที่ไม่เคารพข้อตกลงร่วมกันนั้น)ยังคงซ่องสุมอาวุธมหาประลัยนั้นอยู่อีก เหมือนที่เกาหลีเหนือได้พัฒนาและทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปและยิงมาตกใกล้ๆ กับฟิลิปปินส์เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา หรืออาจจะเป็นอิหร่าน อัฟกานิสถาน ฯลฯ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
รินรู้ดี วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 08.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinrudee

น้ำตาพาลจะไหลอีกแล้ว

ไม่มี สงคราม ใด ที่จะสร้างความงดงามให้กับโลกใบนี้

ทุกครั้งที่ รินได้มีโอกาสไปที่เมืองกาญจน์

รินมักจะแวะที่สุสานสัมพันธมิตรริมทาง

คำจารึกต่อจากชื่อของผู้วายชนม์

แม้แปลได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่รู้ว่า

คำไว้อาลัยของครอบครัวของทหารที่เสียชีวิต

ปะปนด้วยอารมณ์แห่งความคิดถึง ห่วงหา และอาลัย

ขอบคุณคุณ SW19 ที่เขียนเอนทรีนี้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
su วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 07.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

ทุกสถานที่มีเรื่องราวเสมอ มันจะยังปรากฏให้เห็นอยู่ หรือถูกกาลเวลาหลงลืมไปแล้วเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
SW19 วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 06.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณอะหนึ่ง!!!! SW19 กำลังจะไปนอนแล้วเชียว
ดีใจที่ได้ข่าว ตาเป็นอย่างไรบ้างแล้ว
ต้องดีขึ้นนะ จะได้อ่านโปสการ์ดได้อีก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 22/12/2012 เวลา : 06.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

สวัสดีครับ เจิมทักทายก่อน
ค่อยตามมาอ่านโดยละเลียด
เช้าๆตราปรือๆ 555+


ขอบคุณสำหรับโปสการ์ด ได้รับทุกใบครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน