*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 266490
  • จำนวนผู้โหวต : 247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
Oh What A Night

เพลงจาก Jersey Boys,West End, London

View All
<< กุมภาพันธ์ 2013 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 5490 , 04:28:19 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 24 คน ณัฐรดา , นายยั้งคิด และอีก 22 คนโหวตเรื่องนี้

         British Library เป็นหอสมุดแห่งชาติที่อายุยังเยาว์ถ้านับจากปีเกิดตามกฎหมายเมื่อ พ.ศ. 2516 แต่หากย้อนเวลาเมื่อแรกปรากฏอยู่กลาง British Museum ตั้งแต่ พ.ศ. 2300 บริทิชไลบรี่ก็มีความเป็นมาอันยาวนาน

 

 

         เกรทบริเทนมีกฎหมายเก่าสืบค้นกลับไปได้ถึงสมัย พ.ศ. 2153 เรื่อง Legal Deposit บังคับควบคุมว่า สิ่งพิมพ์ทุกชิ้น ทั้งหนังสือ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร จุลสารทุกประเภท ที่จำหน่าย จ่าย แจกในเกรทบริเทน จนเลยข้ามชาติออกไป Ireland ต้องส่งให้ British Library มีเก็บไว้

 

         ส่วนอีก 4 หอสมุดในแต่ละประเทศ  คือ Bodleian Library ที่ Oxford และUniversity Library ที่ Cambridge ของ England

         National Library ของ Scotland และ Wales

         กับนอกเกาะที่ Trinity College ของ Ireland

         มีสิทธิ์ได้สิ่งพิมพ์นั้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเช่นกัน แต่ต้องทำเรื่องขอ

 

         ทุกปีผลงานใหม่ประมาณ 3 ล้านชิ้น จะเดินทางสู่ British Library ส่งให้ยอดทั้งหมดมีเกินกว่า 150 ล้านชิ้น คิดอย่างง่ายว่าดูงานวันละ 5 ชิ้น จนครบหมดต้องใช้เวลา 80,000 ปี

 

         หนังสือและสิ่งของจำนวนมหาศาลเหล่านี้เป็นเพียงส่วนงอกเงยตามกาลเวลา เสาหลักแห่งความรู้สูงค่าของ British Library คือ Foundation collections กลับไม่ใช่เพียงหนังสือเป็นเล่ม แต่ยังมีต้นฉบับลายมือ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ แผนที่ วัสดุสิ่งของ รวบรวมอยู่ด้วยกันตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 จากการบริจาคและสมบัติส่วนพระองค์ใน King’s Library และ Old Royal Library

         การบริจาคส่วนสำคัญมาจาก Sir Robert Cotton, Sir Hans Sloane และ Robert Harley

 

 

         Sir Robert Cotton ครอบครองเอกสารเป็นลายมือต้นฉบับจำนวนมาก

         ย้อนสู่ช่วง King Henry VIII ประกาศ Dissolution of the Monasteries ที่ตามคำจำกัดความ คือ การยกเลิกเขตสงฆ์ หรือ Church แต่ความหมายทางปฏิบัติ คือการเพิกถอนสิทธิ์ของ Rome และ Pope เพื่อเปลี่ยนเป็น Church of England ทำให้สามารถนำเงินมากมายที่ Church สะสมไว้เพื่อคอยส่งส่วยให้โรม มาใช้รบกับฝรั่งเศสได้

 

         เหตุการณ์ช่วงนี้ ประวัติศาสตร์นอกเกาะเข้าใจเพี้ยนอยู่มุมเดียวว่า เพียงเพื่อให้ Henry VIII สามารถแต่งงานใหม่ได้

 

         ผลของการยกเลิกนั้น ทำให้บรรดาสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ทั้งเอกสารและสิ่งของที่ Church ครอบครองอยู่ เริ่มถูกผ่องถ่าย แตกฉานซ่านเซ็น

         Sir Robert Cotton เริ่มติดตามหาซื้อสมบัติเหล่านั้น มาฟื้นฟูสภาพและเก็บรักษา

         การสะสมดำเนินไปสู่รุ่นลูกและหลาน จนขยายขนาดขึ้นมหาศาล ในที่สุดก็มอบให้เก็บเป็นสมบัติของชาติที่ Old Royal Library แต่ยังคงชื่อ Cottonian Library ของครอบครัวไว้

 

 

         Sir Hans Sloane พื้นเพเป็นไอริช สนใจด้านการแพทย์และธรรมชาติวิทยาจึงย้ายมาอยู่กรุงลอนดอนเพื่อศึกษาหาความรู้

         Sir Hans เดินทางไปทั่ว เก็บตัวอย่างชิ้นส่วนพืชพรรณทางธรรมชาติ และเป็นผู้นำเมล็ดโกโก้จาก Jamaica กลับมาประยุกต์วิธีดื่มโดยการผสมนม เป็นที่นิยมจน Cadbury เริ่มผลิตขาย

         Sir Hans เป็นแพทย์ประจำราชสำนักถึง 3 รัชกาล ในช่วงสุดท้ายแห่งชีวิตก็ห่วงของสะสมทั้งหลายว่าจะกระจัดกระจาย จึงทำพินัยกรรมยกให้ชาติผ่านการถวาย King George II และขอพระราชทานเงินเพื่อทดแทนแก่ทายาท 20,000 ปอนด์ อันเป็นจำนวนที่เทียบไม่ได้กับคุณค่าของ เงินตรา เหรียญตรา ตัวอย่างทางชีววิทยา บันทึกลายเส้น ภาพเขียน หลักฐานความเป็นไปและการพัฒนาของหลายกลุ่มสังคมมนุษย์

         เมื่อสมบัติมีถึงกว่าเจ็ดหมื่นชิ้น รัฐสภาจำเป็นต้องออกกฎหมายรับมอบ กำหนดให้สร้าง British Museum เป็นสถานที่เก็บตั้งแต่ พ.ศ. 2296

 

 

         สองปีก่อนที่ British Museum จะพร้อมเปิดสู่สาธารณะ King George II ก็พระราชทาน Old Royal Library ให้อีก

         ความล้ำค่าของ Old Royal Library คือ Manuscripts ‘ลายมือ’ ราวสองพันชิ้นของ Kings and Queens of England ตั้งแต่ช่วง พ.ศ. 2000 สมัย King Edward IV ของทุกชิ้นยังใช้คำ ‘Royal’ นำหน้า  

 

         King’s Library ความมหัศจรรย์ของหมู่หนังสือโบราณ

 


 

         King’s Library จุดเด่นของ British Library สูงหกชั้นตระหง่านอยู่ใน King’s Library Tower เรือนกระจกผสมโครงสร้าง Bronze ควบคุมอุณหภูมิ ความชื้นภายใน และตัดแสง UV คุ้มครองให้พ้นการสึกกร่อนตามกาลเวลา แต่ไม่เคยกีดกันจากสัมผัสของนักค้นคว้า และยังนำออกมาให้ใช้ไขปัญญาอยู่จนปัจจุบัน

 

 

 

 

         หนังสือกว่า 65,000 volumes มาจากยุค Age of Enlightenment ที่มีความเคลื่อนไหวและก้าวหน้าทางศิลปะวิทยาการอย่างสูง เกิดจากสะสมของ George III หลานปู่ของ George II    

 

 

 

 

         เมื่อ George III ขึ้นครองราชย์ ก็ไม่มีสมบัติตกทอดเป็นหนังสือหรือบันทึกใดเลย เพราะ ‘ปู่’ ยก Old Royal Library ให้ British Museum ไปหมดแล้ว จึงตั้งใจสร้างห้องสมุดขึ้นใหม่เอง

 

 

         George III ค่อนข้างอาภัพ มีความผิดปกติทางจิต ไม่ใช่คนฉลาดปราชญ์เปรื่อง แต่มีมานะยิ่งยวดในการเรียนรู้ เมื่อได้ The Earl of Bute ที่ภายหลังเป็นนายกรัฐมนตรีมาเป็นครูที่ต้องใจ ก็รับอิทธิพลในการค้นคว้า แสวงหาวิทยาการ และโปรดให้กว้านซื้อหนังสือดีจากเส้นสายวงการค้าหนังสือทั่วยุโรปมาครอบครองมากมาย ถึงขั้นซื้อทั้งห้องสมุด

         แม้อาการป่วยเริ่มทำให้ George III ‘เพี้ยน’ มากขึ้น จนช่วง 10 ปีสุดท้ายที่ครองราชย์ต้องมีผู้สำเร็จราชการ แต่ก็ไม่เคยมีคำสั่งยุติการซื้อ ‘หนังสือ’

 

 

 

         หนังสือใน King’s Library มีทั้งประวัติศาสตร์เกรทบริเทนและยุโรป วรรณคดีคลาสสิกภาษาอังกฤษ อิตาเลี่ยน งานพิมพ์ยุคแรกของ William Shakespeare สิ่งพิมพ์สำคัญ คือ บันทึกทางศาสนา และแผนที่โบราณ

 

         เมื่อลูกชายของ George III ขึ้นครองราชย์เป็น George IV ได้มอบหนังสือทั้งหมดเป็นสมบัติของชาติให้คนค้นคว้าโดยทั่วหน้าที่ Reading Rooms, British Museum ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กรุงลอนดอนถูกถล่ม มีระเบิดลูกเล็กตกสู่ Reading Rooms หนังสือจำนวนหนึ่งเสียหาย เมื่ออพยพคนหนีระเบิด จึงเกิดการอพยพหนังสือหลบภัยไปด้วยกันสู่มหาหอสมุด Bodleian Library, Oxford จนสิ้นสุดสงคราม

 

สมบัติทางปัญญาจำนวนมากที่ตกทอดอยู่ตาม Museum ในเกรทบริเทน

มาจาก Private Collections ของคนหลายชั้นวรรณะที่มีทุนส่วนตัว ทั้งสะสมของในชาติ และเก็บเกี่ยวจากการเดินทาง

ปฏิบัติมาช้านานก่อนเกิดยุคอาณานิคม  ต่างจากที่มีคนเข้าใจว่าไปยึดครองของชาติอื่นมาเสียทั้งหมด

 

 

 

         สิ่งล้ำค่าต่อการเรียนรู้ของโลกที่ British Library รักษาไว้ให้ดูโดยไม่เก็บเงิน มีเช่น The Beowulf manuscript   ต้นฉบับกาพย์อายุพันปี   บันทึกของ Leonardo da Vinci   ต้นฉบับนับแสนชิ้นจากรุ่น Jane Austen สู่ James Joyce   อีกทั้ง score เพลงของ Handel ที่อยู่อังกฤษนานจนแปลงเป็นสัญชาติบริทิช ถึงยุค Beatles

 

         หนึ่งในต้นฉบับล้ำค่า ด้านการปกครองเมื่อครั้งยังเป็นประเทศอังกฤษ คือ Magna Carta เอกสารยุติข้อขัดแย้งทางการปกครองระหว่างกษัตริย์และอำมาตย์

 

 

         ในยุคนั้น แต่ละภูมิลำเนามีอำมาตย์และขุนนางเป็นใหญ่ปกครองที่ดินอยู่อาศัยและทำกิน มีข้าทาสบริวารตามระบบ Feudalism อย่างสมบูรณ์ แต่เวลานั้นระบบกษัตริย์เกิดขึ้นแล้ว และมีผู้นำทางศาสนา

         อำมาตย์ ไม่ต้องการตกอยู่ภายใต้อำนาจกษัตริย์ เพราะมีระเบียบปกครองของตนเอง

         กษัตริย์ ต้องการกำลังพล กำลังเงิน อันหมายถึงกองทัพและการเก็บอากรภาษี เพื่อใช้ป้องกันประเทศ และมีเงินสร้างชาติ

Church อาศัยทำเลที่ตั้งอยู่บนเกาะที่ไกลตาและแยกตัวออกมา เพื่อเลี่ยงการอยู่ภายใต้ Rome และไม่เต็มใจส่งส่วยภาษี

 

         เมื่อสังคมขยายเติบใหญ่ขึ้นเรื่อยมาและขัดแย้งกันถึงที่สุด ก็เกิดการร่าง Magna Carta เมื่อ พ.ศ. 1758 ในรัชสมัย King John

 

         

         กำหนดบทบาทของทุกคนที่อยู่ร่วมกัน มีใจความสำคัญ 3 ประการ คือ

         ปกป้องเสรีภาพและรักษาสิทธิ์ของ English Church

         ให้อิสรภาพแก่อำมาตย์ ให้ปกครองทรัพย์สินและข้าทาสของตนเอง

         ส่วนสำคัญที่สุด คือ พิทักษ์สิทธิอันชอบธรรมของประชาชน ให้มีความเท่าเทียมกันภายใต้กฎหมายของแผ่นดิน อันเป็นการกำหนดขอบเขตของพระราชอำนาจแห่งพระมหากษัตริย์ให้มีความชอบธรรมในการปกครอง

 

         สมัยนั้น การตีความ Magna Carta ไม่ลึกซึ้งนัก จนร้อยกว่าปีต่อมา รัฐสภายึดความตามข้อสุดท้ายบังคับให้มีคณะลูกขุนในการพิจารณาคดีความ ไม่ใช่ให้ใครก็ตามตัดสินตามชอบ แปลความว่า อำนาจในการไต่สวนอยู่ในมือประชาชนแล้ว

 

         กฎข้อนี้  เป็นพื้นฐานที่อเมริกานำไปใช้ร่างกฎหมาย Bill of Rights และ Universal Declaration of Human Rights ในเวลาต่อมา

 

         Magna Carta ไม่มีข้อกำหนดทางกฎหมาย 63 หัวข้อที่ปรากฏเป็นเพียงการวางแนวทางหลักการให้สิทธิ์และการควบคุมอำมาตย์ และการสร้างกระบวนการปกครองที่ยุติธรรม

         Magna Carta เป็นภาษา Latin แปลว่า The Great Charter คือ ‘มหา-ธรรมนูญ’ อีกนัยหนึ่งที่อ้างถึงกันว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของโลก

 

         ผลของ Magna Carta ทำให้อำมาตย์ต้องยอมรับการเสียภาษีอากรให้แผ่นดิน และกษัตริย์มีสิทธิ์ระดมคนของขุนนางมาตั้งทัพ ไขความที่สหราชอาณาจักร ไม่เคยมี Royal Army เพราะกษัตริย์ไม่เคยมีกองกำลัง

         เกรทบริเทนจึงเรียกกองทัพบกว่า British Army

         ทัพที่มีกำเนิดจากกษัตริย์มีเพียง Royal Navy และ Royal Air Force

 

 

         เมื่อสามหลักการของ Magna Carta ยังมีผลครบถ้วนอยู่จนปัจจุบัน ทั้งที่การปกครองของเกรทบริเทนไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษรแม้แต่ข้อเดียว การเรียนประวัติศาสตร์ของราชวงศ์บริทิชจึงจำต้องย้อนให้ถึงรัชสมัยของ King John อันเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางด้านการปกครองของชาติ

         ให้รู้ความสำคัญลึกซึ้งของ Magna Carta ที่เป็นหลักฐานระบุว่าประชาชนทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ภายใต้กฎของแผ่นดิน  

         ไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะนำกฎหมายมาตีความเพื่อประโยชน์ส่วนตน

         หรือลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเพียงหลักการที่ใช้ควบคุมกฎหมาย

 

 

 

 

 

 

         British Library ไม่เคยหวงความรู้ที่สะสมไว้ แม้จะเป็นของโบราณและบันทึกของชาติที่ต้องรักษา การเข้าถึงข้อมูลจึงเป็นไปได้ แต่ไม่ง่าย ต้องผ่านกฎเข้มว่าเป็นความจำเป็นที่แท้จริง ชัดแจ้ง ก่อนได้ Reader Pass ให้มีแค่ดินสอกับมือที่ต้องแห้งสะอาด

         ติดตัวผ่านเข้าสู่สิ่งที่หยิบให้ ‘ดู’ แต่ไม่ให้ยืมตามสถานะ Reference Library

 

 

 

 

 

 

 

         กรุสมบัติอื่นของ British Library ที่หมุนเวียนนำออกให้ชมก็ครบเครื่องทั้งศาสตร์และศิลป์ ไม่ต่างจากความนัยที่บอกผ่านงานชิ้นเบ้อเริ่มหน้าอาคาร

 

 

 

         ประติมากรรมสร้างจากภาพเขียน Newton ของ William Blake เป็นอารมณ์ขันคำโต เพราะ Blake ต่อต้านยุค Enlightenment ที่ Sir Isaac Newton เป็นแกนสำคัญ จึงวาดภาพกระทบให้ Newton นั่งเปลือยอยู่ก้นทะเล จับวงเวียนและเข็มทิศง่วนกับการค้นคว้า

 

 

 

         Blake มีศรัทธาและเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ของ God เมินเฉยต่อการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ไม่เชื่อว่าทุกปรากฏการณ์ในโลกต้องมีคำอธิบายเป็นเหตุเป็นผล จนกล่าวทิ้งไว้ว่า

 

Art is the Tree of Life. Science is the Tree of Death.

 

 

         เมื่อ British Library ไม่ใช่เพียงคลังของข้อมูลเป็นตัวอักษร

         แต่เป็นกรุสมบัติทางวัฒนธรรมและความรู้ สัญลักษณ์แทนตัวของทั้ง Blake และ Newton จึงรวมกันอยู่ได้ ณ ที่นี้

 

 

* * * * * * * * *


 

Reference:

Water Music ของ Handel ประพันธ์ขึ้นเพื่อบรรเลงถวาย George I ระหว่างการเสด็จทางชลมารค ณ The River Thames 1717

Uploaded by: Kasun Kulathunya

 

ข้อมูล British Library

ดูรูป Newton ของ Blake

กรุ่นกลิ่นหนังสือเก่าที่Trinity College Library Dublin



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 52 (0)
tengpong วันที่ : 27/05/2013 เวลา : 21.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

มาส่งข่าวข่าวครับว่า
เมื่อวันที่ ๒๑ พ.ค.ที่ผ่านมา พาคณะเข้าไปเยี่ยมชมรัฐสภาอังกฤษ
และได้เล่า Magna Carta ให้ลูกค้าฟัง แล้วจึงได้ถามเจ้าหน้าที่ที่พาดูสถานที่ ถึงเรื่องนี้ เขาดีใจกับคำถามนี้และได้พาออกนอกเส้นทางไปชม Copy ของ Magna Carta ที่ตรงห้องสมุดของ สว. และเล่าให้ฟังว่าหากอยากดูของจริงให้ไปดูได้ที่ชั้นใต้ดินของหอสมุดแห่งชาติ.....
เต็งพ้ง หน้าบาน

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 24/05/2013 เวลา : 13.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

Blake มีศรัทธาและเชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ของ God เมินเฉยต่อการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ ไม่เชื่อว่าทุกปรากฏการณ์ในโลกต้องมีคำอธิบายเป็นเหตุเป็นผล จนกล่าวทิ้งไว้ว่า
Art is the Tree of Life. Science is the Tree of Death.

คนอังกฤษก็เคยมีความเห็นต่างกันมากนะครับ แต่เขาก็กลับมายอมรับกันได้เมื่อประจักษ์ความจริงนะครับ

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
rattiya วันที่ : 04/04/2013 เวลา : 23.54 น.

อ่านจนตาลายเลยค่ะ เเต่ได้ความรู้ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 49 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 04/04/2013 เวลา : 13.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

แวะมาอ่านคอมเม้นท์
เผื่อวันหลัง-วันหน้า
จะได้ชมงานศิลปะทางนี้บ้าง

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 20/03/2013 เวลา : 05.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

สวัสดีค่ะ
ตรึงตากับกรุสมบัตินี้มาก
ขอบคุณสำหรับความรู้ในเรื่องเล่าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
แม่หมี วันที่ : 07/03/2013 เวลา : 00.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขออนุญาติ ก็อปคำตอบที่บล็อกมาวางไว้จะได้สะดวกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)

แม่หมี วันที่ : 07/03/2013 เวลา : 00.26 น.
http://www.oknation.net/blog/mamaomme
ip : 58.8.68.110/192.168.52.83
ค่ะคุณSW19...เด็กๆในเมืองไทย หลายคนอ่านหนังสือมากขึ้นก็เพราะอ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์นี่ล่ะค่ะ ลูกๆอ่านฉบับแปล ส่วนหลานสาวนี่เขารออ่านฉบับแปลไม่ไหว เขาอ่านเล่มภาษาอังกฤษเลย ต้องขอบคุรเจเค ดรว์ลิ่งด้วย ที่ทำให้การอ่านเป็นเรื่องน่ารื่นรมย์

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
SW19 วันที่ : 26/02/2013 เวลา : 05.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ hayyana

[แล้วกษัตริย์มีบทบาทอย่างไรหรือเปล่ากับ Royal Air Force & Royal Navy ครับ]

พูดถึง Royal Navy ก่อน
บทบาทสำคัญเกิดขึ้นตั้งแต่สมัย Henry VIII ที่เมื่อเป็น "ทัพเรือของฉัน" ก็ทรงใส่ใจ สนับสนุน (ไม่ใช่ไม่สนทัพบก แต่ทัพบกเป็นของอำมาตย์ ที่ไม่ทรงมีอำนาจเหนือส่วนนั้นได้ ไม่ได้ชี้ถูกผิดเป็นตายได้) ก็เกิดความแข็งแกร่ง จนไปชนะสเปนที่ Armada, Cape Trafalgar ย้ำความแข็งแรงของราชนาวีบริทิช
จนเมื่อมีการคิด Chronograph ติดเรือได้ น่านน้ำบริทิชก็แผ่ขยาย เพราะมีนาฬิกาดี คำนวน longitude ได้ ทิศทางได้ การเดินเรือก็ยิ่งก้าวหน้า
พอไล่เรื่อยสู่ยุคถัดมา มีการออกเดินเรือไปถึงไหนๆ เกิดการเข้าไปสู่บริเวณที่เป็นอินเดียวันนี้โดยฝ่าย "พาณิชย์" คือ East India Company เมื่อไปตรงนั้น เวลาเกิดปัญหาก็เป็น British Navy ของ "เจ้า" ไปแก้ปัญหาให้

ถามว่า "เจ้า" บงการทุกอย่างหรือไม่ ก็ไม่ใช่ เพราะรัฐบาลก็มามีบทบาทร่วมในการตัดสินใจแต่ละความเคลื่อนไหว

ที่เจ้าเข้ามาได้ตั้งแต่ต้น เพราะไม่มีใครมีเงินทองพอที่จะลงทุนพัฒนาทัพเรือได้ เจ้าเอาเงินมาจากศาสนา จากการล้มเลิกการส่งส่วยให้ Pope เพราะเลิกอยู่ภายใต้ Roman Catholic ก็เอาเงินที่ Church ต้องคอยเก็บงำไว้ส่งส่วย ยึดมาเสียอย่างนั้นเพื่อพัฒนาทัพ

ส่วน Royal Air Force เกิดขึ้นในยุคหลัง สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง มั้ง
ตอนเริ่มต้นของ Royal Air Force เป็นส่วนหนึ่งของ Royal Navy คือเป็น Fleet Air Arm
ตอนหลัง คิดว่าหลังจาก WWI ก็ถูกรัฐบาลสถาปนาขึ้นเป็น Royal Air Force และรับไปดูแล

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
SW19 วันที่ : 26/02/2013 เวลา : 05.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๔๓- คุณ hayyana

เรื่องอ่าน เรื่องหนังสือ มันคล้ายกับ demand/supply แต่ละชาติอาจพัฒนาไม่เท่ากัน แต่มันควรต้องปลูกจิตสำนึก ต้องให้คนเห็นคุณค่า เรื่องฉีกหนังสือ มันคงมีได้ทุกที่ แต่เรื่องการปรับให้บริการห้องสมุดทันสมัยก้าวหน้านี่จำเป็น ไม่รู้เมื่อไหร่ไทยจะทันเขา เข้าไปหาข้อมูลหอสมุดแห่งชาติก็ไม่เคยได้อะไรนอกจากรายชื่อหนังสือ

Magna Carta ลึกซึ้งมากๆ ถ้ามีเวลาเข้าไปที่ www.bl.uk/treasures/magnacarta/themes จะได้ไอเดียบรรเจิด เขาเล่าเรื่องคิงที่ดีบ้างไม่ดีบ้าง ทำไมต้องมาเข้าระบบนี้ เรื่องที่มา/ผลกระทบของแต่ละฝ่าย ให้ข้อคิดกับปัญหาบ้านเมืองสมัยปัจจุบัน แล้วแต่ว่าสองคนยลตามช่อง ใครจะเห็นอะไรนะ

เรื่อง Free Press ที่เขียนไป ยังเป็นแค่ introduction คนไทยไม่คุ้น ต้องทยอยเล่าตัวอย่างที่ทำกัน ที่ให้แนวคิด ให้วิธีอ่านเหตุการณ์ วันนี้ยังไม่เห็น วันข้างหน้าอาจจะเกิดมุมมองอีกแบบก็เป็นได้

ว่าแต่ว่า คุณแวะไปอ่านเรื่องกีต้าร์หรือยัง ชวนคุยไว้มากมายเรื่องนู้นเรื่องนี้


ความคิดเห็นที่ 44 (0)
SW19 วันที่ : 26/02/2013 เวลา : 05.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๔๒- คุณครูรวงข้าว

รู้สึกปลื้มที่ครูไว้ใจอยากรู้เรื่องจากเรา ถ้าไม่ติดขัดอไะร จะพยายามเรียบเรียงฝากคุณครูแน่นอนค่ะ/ ครับ

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
hayyana วันที่ : 26/02/2013 เวลา : 00.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

ใจกว้างกันดีมาก
ผมเคยเข้าไปในห้องสมุดที่เก็บเอกสารต้นฉบับหายากของจีนทิเบตและมองโกลก็ได้บรรยากาศขลังๆ (ออกจะผีๆหน่อยๆ) แบบนี้เช่นกันครับ
ไม่ค่อยมีคนเข้าไปดูหรอก. หลายๆอย่างเขาสแกนไว้ให้ค้นคว้าออนไลน์ได้สำหรับนักศึกษา

หอสมุดแห่งชาติของไทยนั้นเคยอ่านเจอว่ามีหนังสือหายากที่มีผู้บริจาคมาให้ถูขโมย.
ส่วนหนังสือทั่วไปโดนฉีกบ้างก็มี. เรื่องข้อมูลออนไลน์หาไม่ค่อยได้
รวมทั้งห้องสมุดของมหาวิทยาลัยต่างๆด้วย พอหาไม่ได้ดั่งใจสุดท้ายก็ต้องฝ่ารถติดไปคุ้ยเอาเอง
แต่หลังๆนี้เขาเริ่มแชร์งานวิจัยให้สาธารณะกันแล้ว
เรื่อง Magna Carta ผมแค่คุ้นๆชื่อว่าจะเคยเรียน
แล้วกษัตริย์มีบทบาทอย่างไรหรือเปล่ากับ Royal Air Force & Royal Navy ครับ
หรือก็เหมือนๆกับ British Army

ปล. ผมแวะไปอ่านคอมเม้นท์เรื่อง free press มา

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 25/02/2013 เวลา : 20.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

เข้ามาอีกรอบค่ะ นำคอมเมนท์บ้านนู้นมาฝากค่ะ ติดใจ ชักอยากจะเห็นภาพอะค่ะ

...
Ceres ที่คุ้มครองดูแลเรื่องเกษตรกรรม ความอุดมสมบูรณ์ เป็นต้นกำเนิดหลายคำเช่น corn ข้าวโพด และ Cereal แปลว่าพวกเมล็ด เม็ดพืชต่างๆ ที่คุ้นกันในการเรียกอาหารเช้า "ซีเรียล" นั่นเอง
.................................................................

ตอบ คุณ SW19

ขอบคุณมากกค่ะ ที่เข้ามาแชร์ความคิดกัน ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป วันหลัง เขียนกระทู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้

บ้างสิคะ อยากเห็นภาพอะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 41 hayyana ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 22/02/2013 เวลา : 12.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ผมเองเคยเขียนความเห็นไว้ที่หนึ่งในนี้ สองปีแล้ว มื่อคราวที่มีนักการเมือง (ร่วมกับพระบางกลุ่ม?)
เคลื่อนไหวผลักดันให้ประกาศให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ว่านั่นเป็นการสร้างประเด็นความขัดแย้งที่อ่อนไหวมาก
กับเรื่องที่เป็นความเชื่อในใจคน และกับปัญหาทางนามธรรม (ที่มีคนพยายามแปลงให้เป็นรูปธรรมแล้วจะได้แสวงหาประโยชน์โภคผลง่าย)
เรามีในหลวงทรงรับเอาเป็นพระราชภาระ เท่ากับทรงเป็นเสมือนเบาะกันชน เป็น buffer รับแรงกระแทกมหาศาล
หากสังคมไทยเราไม่มีกลไกพระราชอำนาจ พระราชวินิจฉัย พวกชอบปั้นโครงการจากอากาศให้เป็นตัว เพื่อแปลงเป็นแหล่งสร้างเงินตราเข้าพกเข้าห่อคงทำอะไรตามอำเภอใจอย่างไม่มีขอบเขต ไม่มีหิริโอตตัปปะ
.. ป่านนี้สังคมไทยจะเละเทะไปถึงไหนแล้ว
.

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
driftworm วันที่ : 22/02/2013 เวลา : 11.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ต้องยกเอความเห็นตอบจากคุณ SW19 (ไปตัดส่วนที่ชื่นชมยกยอหนอนออก)
ไปลงต่อจากความเห็นเดิมของผมในเฟ้ซบุ๊ค (ที่ก็เอาจาก คห.ล่างไปนั่นแหละ)
เขย่ากบาลบางคนบางพวกให้หายตกตะกอน

เดี๋ยวมีประเด็นอะไรเพิ่ม ค่อยมาเขียนต่อ
.

ความคิดเห็นที่ 39 hayyana ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 22/02/2013 เวลา : 03.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๓๘-
เป็นการใคร่ครวญที่ไตร่ตรองมาดีเยี่ยม จนไม่ต้องการประเด็นเสริมเพิ่มเติมอีกแล้ว
แต่ประสาจุ้นชอบคุย ก็อดใจต่ออีกนิดไม่ได้

อันที่จริงระบบขุนนาง อำมาตย์ นั่นแหละมีมากับสังคมช้านาน ไม่ว่าตะวันตกตะวันออก พวกลูกหลานวงศ์วานว่านเครือที่มาร่ำเรียนวิชานั้น ไม่ได้มากันเองแต่เพียงแค่นั้น ถ้าอ่านประวัติศาสตร์ก็เห็นได้ตั้งแต่ต้นที่ลูกหลานเจ้านายท่านยังโตไม่ทันนั้น “เจ้า” ท่านก็ให้ลูกหลานขุนนางนั่นแหละมาเป็นรุ่นแรกเลย

อำมาตย์ และขุนนาง โดยธรรมชาติแห่งกำเนิด และสันดานที่สั่งสมในระหว่างการเติบโต ทำให้ออกมาในพิมพ์นิยมที่คล้ายกัน จนถึงเดียวกัน คือ การปกป้องพวกพ้องในวงศ์วานที่ดูแลปกครองอยู่ การชิงดีเพื่อให้ได้ของดีที่จะอำนวยให้มีปัญญา(ทรัพย์)ปกครองต่อไปได้ ก็ย่อมทำให้เกิดแต่ความเห็นแก่ตัว -- เรื่องพวกนี้พูดกันชัด เอาเป็นว่าในเกาะนี้เป็นที่วิจารณ์ชัดกันในแต่ละยุคสมัย... ที่ผ่านมาทั้งเจ้าที่ดี เจ้าที่ด้อย จนถึงเจ้าชั้นเลวก็มี ที่ใช้ไม่ได้เรื่องความยุติธรรม ความฉลาดในการปกครอง ตบตีกันกับอำมาตย์ขุนนางที่มีทั้งดีและร้ายไม่ยิ่งหย่อน

การมีคิงและควีนนั้น ทำให้ยังมีคนที่อยู่ในสถานะที่ “ทุบ” พวกอำมาตย์ได้ ในเบื้องหลังมันจะคิดแค้นอย่างไรก็ว่าไป แต่เบื้องหน้า ซ่ากันนัก ก็ยังมีคนทุบ พวกข้าทาสแบบ Peasants (พวก เพ๊ะ-เซ่นซ เป็นโคตรของ Proletariat) นั้นยังพอใจให้มีเจ้า เพราะเจ้าทุบไอ้พวก Landed Gentry พวกอำมาตย์มีที่ดิน นายจ้างของพวกขี้ข้าต่างๆ ซึ่งมาก่อนพวก Bourgeoisie พวก บู-จวัว-ซี่ (เขียนแบบเรานะ ถูกผิดตามหลักหรือเปล่าไม่รู้) ที่มามีเอาเมื่อตอน Industrial Revolution แล้ว อันได้แก่คนชั้นกลาง หรือ ก็พวกขุนน้ำขุนนางอำมาตย์เงิน รุ่นใหม่น่ะ (อำมาตย์เงินที่มีมากในสังคมไทยรุ่นใหม่)

กลับมาที่ประเทศไทย เมื่อมีคนมาปราบดา บอกว่าไม่ให้มีแล้วเจ้า แล้วมันขึ้นมาครองอำนาจแทนเจ้า แล้วมัน ๑) ทำได้อย่างเจ้าไหม ... ยุติธรรม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม เสียสละ ฯลฯ ๒) มันทำได้แค่เห็นประโยชน์ส่วนตน และพวกพ้อง ก็อำมาตย์นั่นแหละ ๓) แล้วมันก็คุมกันเองไม่ได้ เพราะมันมาเท่าๆ กันหมด มันหาใครมามีบารมีมากกว่าใครไม่ได้

การล้มล้าง และความพยายามล้มล้างระบบเจ้าที่มีมาตลอดนั้น ไม่ได้เพื่ออะไรกับบ้านเมือง เท่ากับเพื่อตัวเองทั้งสิ้น

ความผิดของประชาธิปไตยที่มาหาว่าสร้างเอาไว้น่ะ นอกจากจะเอามาครึ่งๆ กลางๆ แล้ว ยังสร้างอำมาตย์รูปใหม่ สร้างเจ้ารูปใหม่เป็นเผด็จการ
สิ่งที่เลว คือ ริดอำนาจพระมหากษัตริย์ออก ให้ทรงอยู่ “ใต้กฎหมาย” บอกว่าจะได้เท่าๆ กัน เจ้าท่านก็ยอม

แล้วที่เลวที่สุด คือยกไอ้กลุ่มที่สร้างขึ้นมา “ให้เหนือกฎหมาย” ให้อำนาจสูงสุดมาจากปกาศิตของปากมัน
แล้วพอมันเลวกันเอง คราวนี้ ก็ไม่มีใครอยู่ในสถานะที่ทุบใครได้
แล้วเป็นไงล่ะ

เคยคิดหรือไม่ว่า ประชาธิปไตยที่มีอยู่ในประเทศไทย ถึงจะเป็นครึ่งใบเสี้ยวใบ ที่มีอยู่ได้ ก็เพราะในหลวง เพราะพระบารมี ถ้าไม่ใช่พระองค์ท่าน คิดหรือว่าไอ้ทหารพวกนี้มันจะปล่อยให้มีเลือกตั้ง

สำหรับปัจจุบัน เผด็จการใหม่ ต้องอำนาจตำรวจแล้วคุณหนอน

ความคิดเห็นที่ 38 hayyana ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 21/02/2013 เวลา : 11.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ลองมาใคร่ครวญเรื่องดูอีกสักหน่อย
ความจริงแล้ว ก่อนหน้าอาณาจักรสยาม เราเป็นอาณาจักรศรีอยุธยา รูปแบบก็คล้าย ๆ ฟิวดั้ล
คือมีตระกูลหนึ่งหรือก๊กหนึ่งตั้งตัวเป็นใหญ่ขึ้นมา อาจด้วยพลกำลัง บารมีส่วนตน หรือด้วย
บรรดาอำมาตย์ ขุนนางทั้งหมดพร้อมใจกันอวยขึ้นมา ความเป็นก๊กแต่ละก๊กของอำมาตย์แต่
ละคนก็ยังดำรงอยู่ ดังนั้นอำมาตย์ขุนนางก็จะมีทั้งอำนาจอิทธิพลในขอบเขตของตนอยู่ มี
กองกำลัง ไพร่พล ข้าทาสในอาณัติของตนอยู่ แต่อยู่ภายใต้ข้อตกลงที่กษัตริย์สามารถเรียกระดม
ไพร่พลในอาณัติของอำมาตย์มารวมกันทำศึก ไม่ว่าจะศึกขยายอาณาเขต หรือรับศึกรุกรานก็ตาม

ระบบความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์กับอำมาตย์แบบนี้มาพังทลายลง (ตรงนี้ยังไม่แน่ใจว่าพัง
ลงไปหรือไม่) ก็คราวพม่ารุกมาคราวเสียกรุงครั้งที่ ๒ บรรดาอำมาตย์ที่เคยร่วมข้อตกลงอยู่
ในอาณัติกษัตริย์ ต่างเริ่มมองหาที่ทางที่ตัวเองจะเป็นใหญ่ขึ้นมาแทน และคนที่ไม่ใช่อำมาตย์
ในระบบ แต่เป็นคนที่ว่าพอจะมีฝีมือตามหัวเมือง มีคนมาขึ้นด้วยมาก ก็คิดหาลู่ทางขึ้นเป็น
ใหญ่ด้วย ที่ประวัติศาสตร์บรรยายว่เป็นชุม เป็นก๊ก หัวหน้ชุมเป็นโจรก็มี เป็นพระก็มี คำว่าเป็น
โจรนั้น ผมว่าไม่ใช่ในความหมายที่เป็นพวกกเฬวรากหาคุณความดีไม่ได้ แต่เปรียบก็คล้าย
แบบโรบินฮู้ด คือเป็นคนมีกำลัง มีฝีมือพอที่จะจัดการชุม หรือชุมชนของตนให้อยู่ร่วมกัน
ได้ เป็นคนไกล่เกลี่ยมูลความในชุมชน เป็นคนออกหน้าปกป้องคุ้มภัยให้คนในชุมของตัว

พอพระยาตากปราบดาภิเษก เรียกว่ากำราบชุมอื่นลงราบใต้อำนาจได้หมด ไม่รู้ว่ายังมีระบบ
อำมาตย์อยู่หรือไม่ ที่อำมาตย์แต่ละคนยังมีอิสระควบคุมอาณาจักรย่อยของตัวเองอยู่

พอพระยาจักรี (ต่อมาเป็น ร.๑) ปราบดาภิเษกอีก นี่ก็ไม่รู้ว่ายังมีระบบอำมาตย์แบบเดิมนั้น
อยู่อีกหรือเปล่า ....... หนอนนี่โง่จริง ๆ
แต่ที่นึกได้ตอนนี้คือมีการตั้งลูกหลานวงศ์วานว่านเครือที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วให้ "ทรงกรม"
ไปปกครองหัวเมืองที่โน่นที่นี่ มีการตั้งคนมีฝีมือที่ไม่ใช่วงศ์วานว่านเครือขึ้นมาเป็นขุนนาง
ตั้งแต่ระดับล่าง ๆ คือ หลวง ขุน พระ พระราชทานที่ดินให้ไปใช้หาประโยชน์ ที่เรียกว่าศักดินา
หรือที่นาตามศักดิ์
ตรงนี้ไม่รู้ว่า ระบบความสัมพันธ์แบบอำมาตย์อิสระแต่ร่วมทำข้อตกลงยกอำนาจให้กษัตริย์
ยังคงมีอยู่อีกหรือไม่ เพราะขุนนางเกินครึ่งค่อนก็เป็นวงศ์วานว่านเครือทั้งนั้น จะมีก็แต่ใน
บรรดาวงศ์วานว่านเครือกันเองที่มีความระหองระแหง กินแหนงแคลงใจกัน (ความกินแหนง
แคลงใจกันในหมู่ว่านเครือกันเองนี้ ยังปรากฏในคราวปฏิวัติ ๒๔๗๕ ด้วย เมื่อบรรดาขุนน้ำ
ขุนนางที่มาจากวงศ์วานว่านเครือปรับรูปแบบมาเป็นขุนทหารกันเป็นอันมากแล้ว แต่ยังใช้
ชื่อบรรดาศักดิ์แบบขุนนางอำมาตย์อยู่ ไม่ว่าจะหลวง ขุน พระ อย่างหลวงวิจิตรวาทการนั่นก็
ครองยศพลตรี เป็นต้น ขุนทหารเหล่านี้มีความไม่ลงรอยกันบ้างเพราะผลประโยชน์ บ้างก็
แนวความคิดเรื่องความเปลี่ยนแปลง ในยามที่บ้านเมืองเผชิญกระแสลมความเปลี่ยนแปลง
อย่างขนานใหญ่มาตั้งแต่รัชกาลที่ ๓, ๔, ๕, ๖ มากขึ้น ๆ ทุกที
ผู้ที่ริเริ่มแนวความคิด ดิหม็อคกราซี่ ก็พวกลูกหลานวงศ์วานว่านเครือที่ถูกส่งไปร่ำเรียนวิชา
ที่เมืองนอกเมืองนานั่นแหละ ทำการปรึกษาหารือกันตั้งแต่ยังเรียนอยู่เมืองนอก
นายปรีดี พนมยงค์ ก็มาจากลูกชาวนา ที่ได้บรรดาศักดิ์เป็นหลวงประดิษฐ์มนูธรรม มียศทหาร
ด้วยหรือเปล่าหว่า ... หนอนโง่อีกแล้ว)

ดู ๆ ไปแล้ว เรื่องบ้านเมือง เรื่องแนวคิดจัดการบ้านเมือง มันปน ๆ อยู่กับความกินแหนงแคลงใจ
ระหว่างสายเชื้อ ปน ๆ อยู่กับความบาดหมางเพราะแนวคิด ความบาดหมางเพราะแนวคิดก็มี
ทั้งที่มาจากผลประโยชน์ของตน กับทั้งจริตนิสัยทัศนคติเห็นแก่ส่วนรวมหรือส่วนตน

จาก ๒๔๗๕ มา เราจะจับจุดอธิบายได้ไหมว่ามีการ ปราบดาภิเษก ขึ้นอีกแล้ว แต่ไม่ใช่ในรูปแบบ
ของกษัตริย์ แต่เป็นรูปแบบของอำนาจทางทหาร

ยิ่งนับจาก ๒๔๙๐ ขึ้นมา การปฏิวัติรัฐประหารโดยขุนทหารหลายท่าน มันก็ลักษณะเดียวกับ
การปราบดาภิเษก เลย
.

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
driftworm วันที่ : 21/02/2013 เวลา : 10.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ผมพิมพ์ตกอีกแล้ว
เกินดี หมายความว่า สำนวนสื่อความได้ดี
..................

ส่วนคำภาษาอังกฤษสองคำนั่นน่ะ กระบือ เหมือนกัลลลล

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
SW19 วันที่ : 21/02/2013 เวลา : 05.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

เอ..กาสร = buffalo หรือ water buffalo นะ

(เอ๊ะ ฝรั่งกับไทย ควายต่างกันไหม )


ความคิดเห็นที่ 35 (0)
driftworm วันที่ : 20/02/2013 เวลา : 20.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

น่านงั้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย ธ่อ .... ประชาธิปไตย ประชาธิปไตย
เราสู้ เผา เพราะต้องการประชาธิปไตย ต้องแก้รัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะมาตรา ๑๑๒ ก็เพราะประชาธิปไตย !!!
เดี๋ยวก็สบถแบบในเฟ้ซบุ๊คซะเลย ที่แปลว่ากาสรน่ะ เออ เออ อ้ายกาสร เรียกร้องอยู่ได้
สยามเรามีก๊กเจ้าที่ดินพร้อมข้าทาส เป็นก๊กอิสระหลายก๊ก แบบฟิวดั้ลรึไง
... ถึงได้ว่า ไปคว้าเปลือกเค้ามา
..........

ส่วนตรงที่ "ที่ว่าค่อนข้างดี ไม่ได้หมายถึงสำนวนพูด/เขียนนะ ........"
ผมพิมพ์ตกไปเหมือนกัน ต้องเติมในช่องว่าง จุด จุด จุด ว่าเพราะสำนวนมันเกินดีแล้ว

แฮ่ ๆ ๆ จริงนะ สาบานได้ นี่ไม่ใช่เอาใจ ทำไม่เป็นหรอก

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
SW19 วันที่ : 20/02/2013 เวลา : 17.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน –๓๒-
ความเห็นที่ ๓๐ ตกใจความสำคัญมากหนึ่งประเด็น

จากข้อ (๕), (๖)

ได้ข้อสรุปว่า เกิด “พื้นฐานของหลักการ” อย่างหนึ่งขึ้นแล้ว
หลักการที่เกิดขึ้นนั้น มีสองส่วน เป็นสองส่วนที่ต้องดำเนินไปคู่กัน

ส่วนแรก คือ ให้ทุกคน “เท่าเทียมกัน” ภายใต้กฎหมายเดียวกัน

ส่วนที่สอง คือ ทุกคนมี “หน้าที่” มีบทบาทที่กำหนด กำกับปะตูดมาด้วย ตามที่อธิบายในเรื่องว่า คิงได้กำลังทหาร ได้เงินจากภาษีอากรของอำมาตย์ เสียอำนาจเบ็ดเสร็จลงมาอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน

อำมาตย์ได้สิทธิ์ในการปกครองในพื้นที่ของตน ต้องเสียภาษี และต้องยอมให้กำลังพลไปช่วยรบ (ต่อไปก็มีสายพวกพ้อง ตามมาอีก เอาไว้เล่าใหม่ได้อีกหลายตอน)

....

เมื่อความไล่เรื่อยมาถึง ยุคสมัยปัจจุบัน “พื้นฐานของหลักการ” นั้นกลายมาเป็นคำว่า ประชาธิปไตย

ชาติที่ได้ประชาธิปไตยก่อนประชาชนมีความพร้อม (ก็หนีสันดานดิบที่ทุกคนคว้าประโยชน์ของตนไว้ก่อนไม่พ้น) ความเท่าเทียมกัน ก็ถูกนำมาเรียกว่า สิทธิเสรีภาพ (ของกู) และแปลความเป็นประโยชน์ “ส่วนตน”

แล้วถีบทิ้ง “หน้าที่” ไว้ที่ยุคพันปีก่อน

..

[(ค่อนข้างดีไม่ได้หมายถึงสำนวนการพูด/เขียน แต่หมายถึงพอจะเริ่มจับประเด็นได้)]

ปั้นความ และจิ้มพิมพ์อยู่ตั้งนาน นึกว่าจะชม

-๓๓- เจอเงิน แล้วมาอย่าลืมมาอวดนะ

..
..

ขอบคุณ คุณรินรู้ดี และ คุณ MT-PONG

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
driftworm วันที่ : 20/02/2013 เวลา : 12.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

โอ๊ะ เจออะไรในกระเป๋าหลังตุง ๆ ละเว้ยเฮ้ย เนี่ย !!!!!!!!!
........
.....
...
ธ่อ แค่ผ้าเช็ดหน้า

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
driftworm วันที่ : 20/02/2013 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อ่าน คห.๓๐ แล้ว เห็นภาพชัดขึ้นมาอีกหน่อย ถ้อยความเรียงได้ค่อนข้างดี
(ค่อนข้างดีไม่ได้หมายถึงสำนวนการพูด/เขียน แต่หมายถึงพอจะเริ่มจับประเด็นได้)
จนอยากคัดลอกไปแปะหน้าเฟ้ซบุ๊ค เผื่อให้พวกเรียกร้องอยากแก้ รธน. แก้ไขมาตราเรื่องกษัตริย์
กับพวกที่ฝ่ายโน้นพูดทีก็ เออ จริง ฝ่ายนี้พูดทีก็ เออ มีเหตุผล
ในเฟ้ซบุ๊คมีตรึม (ตรึม แปลว่า vast อิอิ)

แต่หนอนอย่าเพ่อใจร้อนดีกว่า ซักไซ้คุณ SW19 ให้ชัดอีกหน่อยน่าจะดี
เดี๋ยวพวกนั้นในเฟ้ซบุ๊คจะว่าหนอนไม่แค่สลิ่ม แถมยังเสล่ออีก ๕๕๕๕
แต่ตอนนี้ยังแคะไค้จุดซักถามไม่ออก .. กำลังซักผ้า หาแบ๊งค์ห้าร้อยหลงหูหลงตา เอาไปใช้หนี้สินค้าหน่อย
เครื่องผมไม่ใช่อัตโนมัติ ช่วงซักเลยมีเวลาแวบไปแวบมา
เสร็จแล้ว จะเปิดฝาหลังเครื่องดูหน่อย มันมีเสียงดังเหมือนเหล็กแป๊บตีกันโคล้งเคล้งข้างใน
แล้วก็จะไปประกอบรถจักรยานให้ตัวเปียกเหงื่ออีกแล้ว อากาศร้้อนชื้นแบบหมา ๆ แมว ๆ มาหลายวัน
..........
ตอนเรียนมัธยม หนังสือสังคมศึกษา กับตอนเรียนมหาลัย หนังสือการปกครอง
พูดถึงแม็กนาคาร์ต้าแค่สามสี่บรรทัดเอง ไม่พูดเรื่องสาเหตุความเป็นมาถึงจุดเปลี่ยนผันแบบที่คุณ SW19 พูดในนี้
ว่า แค่คนแย่งกันเป็นใหญ่ ฮุบผลประโยชน์ในสังคม (ถ้าเป็นยุคโบราณก็ ของเผ่า ของชุมชน)

ในไทย สังคมมันก็เคลื่อนไหวคลีคลายมาจนเห็นตัวชัดขึ้นว่าใครแย่งกับใคร
ฉะนั้น ไม่ถึงกับเป็นไปไม่ได้
แต่การแย่งชิง อดไม่ได้ที่จะลากคนอื่นมาเป็นพวกให้ได้ตีกันเลือดไหลล้มตายกัน
ถ้าทำความเข้าใจมาก ๆ มีประสิทธิภาพ + บริหารวิกฤติอย่างมีประสิทธิภาพ ก็อาจไม่ต้องล้มตายกัน
.

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
driftworm วันที่ : 20/02/2013 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อ่าน คห.๓๐ แล้ว เห็นภาพชัดขึ้นมาอีกหน่อย ถ้อยความเรียงได้ค่อนข้างดี
(ค่อนข้างดีไม่ได้หมายถึงสำนวนการพูด/เขียน แต่หมายถึงพอจะเริ่มจับประเด็นได้)
จนอยากคัดลอกไปแปะหน้าเฟ้ซบุ๊ค เผื่อให้พวกเรียกร้องอยากแก้ รธน. แก้ไขมาตราเรื่องกษัตริย์
กับพวกที่ฝ่ายโน้นพูดทีก็ เออ จริง ฝ่ายนี้พูดทีก็ เออ มีเหตุผล
ในเฟ้ซบุ๊คมีตรึม (ตรึม แปลว่า vast อิอิ)

แต่หนอนอย่าเพ่อใจร้อนดีกว่า ซักไซ้คุณ SW19 ให้ชัดอีกหน่อยน่าจะดี
เดี๋ยวพวกนั้นในเฟ้ซบุ๊คจะว่าหนอนไม่แค่สลิ่ม แถมยังเสล่ออีก ๕๕๕๕
แต่ตอนนี้ยังแคะไค้จุดซักถามไม่ออก .. กำลังซักผ้า หาแบ๊งค์ห้าร้อยหลงหูหลงตา เอาไปใช้หนี้สินค้าหน่อย
เครื่องผมไม่ใช่อัตโนมัติ ช่วงซักเลยมีเวลาแวบไปแวบมา
เสร็จแล้ว จะเปิดฝาหลังเครื่องดูหน่อย มันมีเสียงดังเหมือนเหล็กแป๊บตีกันโคล้งเคล้งข้างใน
แล้วก็จะไปประกอบรถจักรยานให้ตัวเปียกเหงื่ออีกแล้ว อากาศร้้อนชื้นแบบหมา ๆ แมว ๆ มาหลายวัน
..........
ตอนเรียนมัธยม หนังสือสังคมศึกษา กับตอนเรียนมหาลัย หนังสือการปกครอง
พูดถึงแม็กนาคาร์ต้าแค่สามสี่บรรทัดเอง ไม่พูดเรื่องสาเหตุความเป็นมาถึงจุดเปลี่ยนผันแบบที่คุณ SW19 พูดในนี้
ว่า แค่คนแย่งกันเป็นใหญ่ ฮุบผลประโยชน์ในสังคม (ถ้าเป็นยุคโบราณก็ ของเผ่า ของชุมชน)

ในไทย สังคมมันก็เคลื่อนไหวคลีคลายมาจนเห็นตัวชัดขึ้นว่าใครแย่งกับใคร
ฉะนั้น ไม่ถึงกับเป็นไปไม่ได้
แต่การแย่งชิง อดไม่ได้ที่จะลากคนอื่นมาเป็นพวกให้ได้ตีกันเลือดไหลล้มตายกัน
ถ้าทำความเข้าใจมาก ๆ มีประสิทธิภาพ + บริหารวิกฤติอย่างมีประสิทธิภาพ ก็อาจไม่ต้องล้มตายกัน
.

ความคิดเห็นที่ 30 hayyana , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 20/02/2013 เวลา : 04.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน

Magna Carta เป็นเรื่องที่คนต้องรู้จัก

สำหรับคนที่นี่ ประมาณว่านายกรัฐมนตรี David Cameron เยือนอเมริกาครั้งสุดท้าย ไปออกรายการสนทนา ถูกผู้จัดถามว่า Magna Carta แปลว่าอะไรแล้วตอบไม่ได้ ก็ถูกประนามเละ (โดยเฉพาะจาก Press ที่เข้าข้างตัวเองนั่นแหละ)

เพราะ Magna ก็คือ Magnum ยิ่งใหญ่ ใหญ่ยิ่ง แบบไอติม แมกนั่มน่ะ
Carta ก็คือ Charter คือข้อบัญญัติ คือกฎหมาย คือธรรมนูญ

สิ่งที่ทำให้ Magna Carta ยิ่งใหญ่จนวันนี้มาจาก

๑) เป็นครั้งแรก ที่เกิดข้อตกลงระหว่างคนกลุ่มเหล่านี้ คือ คิง อำมาตย์/ขุนนาง Church และประชาชน
๒) อำมาตย์ ขุนนาง ต้องการสิทธิ์ในการปกครองประชาชนของตน ในพื้นที่ของตน คือต้องการเป็นเจ้าเหนือหัวในพื้นที่ของตน

พื้นๆ (basically ) อำมาตย์ต้องการบอกคิงว่า จะเอาอะไร ต้องผ่านฉัน
๓) คนที่นำเสนอให้มี Magna Carta คือ พวกขุนนาง อำมาตย์ทั้งหลายเองนั่นแหละ
๔) คนในข้อ (๓) ต่างคนก็ต้องการเสนออะไรที่ให้ประโยชน์เข้าทางตัวเองที่สุด ก็เดาได้ว่า การสร้างข้อเสนอย่อมไม่มีวันหาข้อสรุปได้โดยง่าย
๕) การจะหาข้อสรุปให้ลงตัว ต้องหาข้อสรุปที่ทุกคนพอใจ คือการให้ทุกคนได้เท่าเทียมกันหมด
สลายขั้ว สูงสุดกลับสู่สามัญ ตัดอิทธิพลของคิง (อำมาตย์มีสิทธิพิเศษของมัน เพราะมันอยู่ตาม Feudal system ของมันอยู่แล้ว)
๖) จึงเป็นพื้นฐานของการสร้างข้อเสนอ ที่มีข้อสรุปว่า ทุกคนจะอยู่ร่วมกัน อย่างเท่าเทียมกัน
จะเท่าเทียมได้ ก็คือ ได้ดี มีผิด มีชั่ว ถูกตัดสินภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน เงื่อนไขนั้น ก็คือ กฎหมายเดียวกัน ถูกตัดสินโดยคนที่เท่าเทียมกัน (Peers – their own peers) โดยสรุป คือ มีการไต่สวน ตัดสิน อย่างปราศจากอิทธิพลของใครคนใดคนหนึ่ง
ในสมัยนั้น คนใดคนนั้น คือคิง
คิงสร้างอำนาจพิเศษพิศดารของตนไม่ได้ ต้องยอมรับกฎที่ทำให้คนหลายกลุ่มก้อนยอมรับ เพื่อการอยู่ร่วมกัน
basically สิ่งที่เกิดขึ้น คือ กฎหมายยิ่งใหญ่กว่าใครทั้งสิ้น รวมทั้งคิง
๗) ‘to be judged by their peers’ คือ การพัฒนาและเป็นที่มาของ Jury คือ การมีคณะลูกขุนเป็นผู้ตัดสินในศาล (Jury เป็นผู้ตัดสิน และอ่านคำตัดสิน ส่วน Judge เป็นแค่ผู้พิจารณาว่าโทษตามคำตัดสินของ Jury ว่าสมควรเป็นเท่าไหร่ กี่ปี กี่เดือน หรือฆ่าทิ้ง)

ตรงนี้ เป็นจุดต่าง เพราะระบบไทย “ไม่มี Jury”

ระบบไทย ดันไปเอาอย่างฝรั่งเศส มีผู้พิพากษาสามคน เป็นสิ่งที่สืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยการรัฐประหาร พ.ศ. ๒๔๗๕

สิ่งที่น่าสนใจและเป็นจุดของการแนะนำ Magna Carta สู่คนไทย คือ การกำหนดบทบาทของคิงมีมานานแล้ว และเหล่าคิงและควีนก็ยอมรับการเปลี่ยนแปลงตามข้อถกแถลงและข้อสรุปกันออกมาได้นานแล้ว รวมทั้งในหลวงของเรา ท่านก็เข้าใจดี ลึกซึ้งกว่าใครทั้งนั้น และทรงปฏิบัติพระองค์อย่างเคร่งครัดภายใต้รัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่ประเทศชาติมี/สร้างขึ้นมา

แล้วทำไม ไอ้อี ต่างๆ นอกจากจะทำไม่ได้อย่างพระองค์ท่านแล้วยังลาม
Basically (อีกแล้ว) คือ กฎหมายเราไม่ศักดิ์สิทธิ์
เวลาจะแก้ปัญหา จึงควรแก้ให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่แก้รัฐธรรมนูญ

ไอ้ที่แก้มาแล้วสิบกว่าครั้งทำให้อะไรดีขึ้นหรือ เพราะไอ้สิ่งที่แก้กันมา ๑) ไม่ได้แก้ที่ปัญหา ๒) ไม่ได้แก้เพื่อประโยชน์ส่วนรวม

กลับมาดูที่รากเหง้าของปัญหา มันไม่ได้อยู่ที่รัฐธรรมนูญ มันอยู่ที่นักการเมือง และประชาชน และความศักดิ์สิทธ์ของกฎหมาย

การแก้ปัญหาที่ลามไปถึงขั้นแก้รัฐธรรมนูญ หากหวังเพื่อประโยชน์ส่วนตน ก็ยังไม่ได้ช่วยอะไรกับส่วนรวมอีกอยู่เหมือนเดิม

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
SW19 วันที่ : 19/02/2013 เวลา : 23.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณเต็งพ้ง –๒๗-

ไหนๆ ก็จะเอาไปบรรยาย เลยขอมาเติมไข่ ใส่สีเสียหน่อย นักเดินทางไทยส่วนมากจะได้มีเรื่องจำง่าย


Sir Hans Sloane ได้รับการยอมรับนับถือมากมาย ตายไปแล้วก็ไม่มีใครอยากจะลืม ก็เลยเอาชื่อมาใช้เสียอีกมากในกลางกรุงลอนดอน ดังนั้น

นามสกุลถูกนำมาใช้ตั้งชื่อ Sloane Square ที่เป็นต้นถนน King’s Road มีสถานีรถไฟใต้ดิน ชื่อ Sloane Square Tube station

ชื่อหน้า เอามาเป็นชื่อถนน Hans Street, Hans Crescent, Hans Place และ Hans Road ถนนที่ว่าเกาะกลุ่มกันอยู่ที่บริเวณ Harrods ที่ถนนด้านหน้า คือ Old Brompton Road นั่นแล
คราวหน้า นำคณะถึงสถานที่ที่คนไทย (ชอบต้องเห็น) ให้ลองแหงนดูชื่อถนนที่ปะข้างตึกของ Harrods ต้องเห็น HANS CRES. S.W.1 ถึงจะของแท้

ส่วน Sir Robert Cotton บ้านเดิมถูกสร้างทับด้วยตึกใหญ่กว่า กลายเป็น Houses of Parliament ไปเสียแล้ว

ป.ล. จังหวะเหมาะ พบกันเมษา รับรองไม่หนีบ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
SW19 วันที่ : 19/02/2013 เวลา : 23.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอบคุณ..
คุณพาจรดอทคอม
คุณ LittleLee
คุณเกสรมาเฟีย
ที่ทิ้งรอยโหวตไว้ ..



คุณแม่หมี –๒๕-
ขอบพระคุณที่ให้ความกระจ่างเรื่องคำไทยที่ถูกต้องของพระคัมภีร์อัลกุรอ่าน



คุณหนอน –๒๖-
เดี๋ยวมาแปลไทยเป็นไทย อีกรอบ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
tengpong วันที่ : 19/02/2013 เวลา : 22.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

เห็นสถิติการอ่านของคนบ้านเราแล้วเศร้า และอาย(ประเทศอื่น)
หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี ที่ยังใช้ระบบเดิมๆมาตั้งแต่เปิด จะมีเพิ่มก็คือการค้นหาหนังสือผ่านคอมฯ แต่เด็กสมัยนี้จะรู้จักท่าวาสุกรีกันกี่คน
ดังนั้นไม่ต้องไปถามหารัฐธรรมนูญฉบับแรก หรืออะไรสักอย่างที่เป็นรากเหง้า เพราะพวกที่เรียกตัวเองว่าผู้ใหญ่ในประเทศนี้ก็ยังไม่ค่อยจะรู้
และประเทศนี้ก็ไม่มีห้องสมุดประจำจังหวัด ประจำอำเภอ อย่างเป็นเรื่องเป็นราวซะด้วย และที่สำคัญบ้านเราไม่ค่อยมีคนอย่าง Sir Robert Cotton หรือ Sir Hans Salone. ของสำคัญของชาติมันเลยไปอยู่แถวๆร้าน แอนทิค ซะเป็นส่วนใหญ่
.
ป.ล. เกรงว่าจะถูกหนีบจนตัวลีบ เดือนเม.ย. ปีนี้ มีคิวไป UK สองรอบ คงได้อ่านเรื่องนี้อีกหลายรอบ เอาไปบรรยายซะเลย

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
driftworm วันที่ : 19/02/2013 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๔- คุณ SW19

ผมยังทำความเข้าใจ การเกิดขึ้นของแม็กนาคาร์ต้า ได้ไม่ชัดเจน (สงสัยสติยังมาไม่ครบ)
ขอดูซ้ำหลาย ๆ เที่ยวก่อนครับ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
แม่หมี วันที่ : 19/02/2013 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เขียน พระคัมภีร์อัลกุรอ่าน ก็ได้ค่ะ อย่างลุงหนอน พระคัมภีร์กุรฺอาน ก็ได้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
SW19 วันที่ : 19/02/2013 เวลา : 15.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน

Koran เป็นหนึ่งวิธีสะกด Quran ก็เป็นอีกวิธี
นึกว่าคุณหนอนจะคุยเรื่อง Magna Carta เสียอีก

SW19 ต้องรีบออกจากบ้านเช้านี้ ขอมาคุยต่อตอนกลางคืนเมืองไทยตามเวลาโปรดของคุณหนอน... นะ

ความคิดเห็นที่ 23 hayyana , BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 19/02/2013 เวลา : 15.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณจิตราภรณ์

เล่าให้คุณชาลีฟังไปว่า ที่นี่มีห้องสมุดของทุกชุมชน ประมาณห้องสมุดประจำเขตลาดพร้าว ห้องสมุดประจำเขตบางนา

เมื่อเดือนก่อนมีข่าวใหญ่ของเรื่องเล็กที่ชูใจมาก อยากเล่าสู่กันฟัง
ที่ UK มีคนประเภทที่เรียกว่า Squatter เป็นพวกบุกรุกเข้าไปอยู่ตามตึกร้าง ห้องว่าง ที่เจ้าของไม่ดูแล (บางทีก็ดูแต่เผลอ) ปัญหา Squatter สมัยก่อนมีหนักหนามาก เพราะเข้าไปยึดแล้ว ไล่ยาก ทีนี้มีห้องสมุดเล็กๆ แห่งหนึ่งถูกปิดเพราะรัฐบาลตัดงบประมาณ Council เตรียมยึดสถานที่เพื่อปิดไปทำอย่างอื่น (ทำตามหน้าที่และคำสั่ง) ก็เลยมีคนตั้งใจ ทำตัวเป็น Squatter เข้าไปยึดพื้นที่ ต่อสู้กันมากมาย จนขั้นศาล ข่าวที่ออกมา คือ พวก Squatter กลุ่มนี้ชนะคดี ได้อาคารนี้และทำการส่งมอบให้คนในพื้นที่เพื่อเปิดเป็นห้องสมุดต่อไป ข่าวสรุปว่า case นี้จะเป็นตัวอย่าง ชี้โพรงให้ห้องสมุดอีกหลายที่ที่ประสบปัญหาเดียวกัน

ปัญหาและอุปสรรค คงต้องใช้สำนึกของคนมาช่วย ปัญหาใหญ่เลยกลายเป็นว่าคนที่รักหนังสือและรักการอ่าน และเห็นความสำคัญของหนังสือน้อยลงเรื่อยๆ (หรือเปล่า)

และปัญหาในชาติมีแต่ปัญหาเฉพาะหน้า การวางฐานรากของอนาคตกลายเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญ จำเป็น ส่องหน้าประชาชนให้โต้เป็นเข่ากระตุก กว่าจะมีเวลากลับมามองปัญหาที่ไม่ด่วน ปัญหานั้นก็กลายเป็นต้นเหตุของปัญหาอื่นที่ตามมาไปอีกแล้ว

ขอบคุณ คุณจิตราภรณ์ สำหรับข้อมูลที่คนอีกมากไม่เคยได้ทันคิด ส่วนข้อมูลของ SW19 ปะแปะได้ตามสะดวกด้วยความยินดีเลย

ความคิดเห็นที่ 22 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 19/02/2013 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอบคุณ ของครูรางข้าว

ขอรับคำประท้วงคุณ NN1234 แต่โดยดี ถ้ามาแล้วจะจูงไปดูที่อยากเห็นแน่นอน

ขอต่อว่าเนื้อย่างที่สกลนครของลุงตุ่ยวันก่อน ต้องเขียนเรื่องนี้ไปกลืนน้ำลายเอื้อก

คุณแม่มดเดือนMarch ตามความคิดและการสังเกตของตัวเอง (ที่อาจผิด) เด็กไทย (โดยเฉพาะ) รุ่นใหม่อ่าน “หนังสือ” น้อยมาก ไม่ว่าจะมีเครื่องมือ access สู่ข้อมูลทุกรูปแบบเทคโนโลยี่ แต่ไม่อ่าน เหมือน culture ของการอ่านหนังสือมันหายจ้อยไปไหนไม่รู้

เห็นด้วยกับคุณอุ๋มทุกประการ

ความคิดเห็นที่ 21 hayyana , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
driftworm วันที่ : 19/02/2013 เวลา : 14.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อ้างถึง คห.๑๑
พระคัมภีร์กุรฺอาน เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักที่ สะกดขึ้นต้นด้วยตัว Q
ไทยเราเคยเขียน โกหร่าน โก้หร่าน จนมาเป็นกุรอ่าน
.....................

ประโยคของ Blake น่าคิดดีจัง
ก็ไอ้ความเป็น digital ไม่ใช่หรือที่ทำให้เราหยาบขึ้น ทำอะไรคิดอะไรโดดข้ามเป็นห้วง ๆ
และสังเกตดี ๆ มันส่งผลกระทบ ๆ ๆ ๆ มาถึงสุขภาพกาย สุขภาพจิตที่เลวลงทุกวัน
อายุขัยเฉลี่ยของเราเริ่มสั้นลงช้าาาาา ๆ ๆ ๆ ๆ จนไม่รู้สึกตัว แต่ถ้าเทียบรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่ง
จะเห็นตัวเลขที่ขยับลง

วิทยาศาสตร์คือ ทางลัด เช่น ใช้ยาสังเคราะห์ทางเคมี (digital) แทนสมุนไพร (analog)
การโคลนหรือตัดต่อพันธุกรรม (digital) แทนการสืบพันธุ์แบบสองเพศ (analog)
... แน่นอน มันคือทางลัดไปสู่ยมโลกด้วย
.......................

แต่ที่พูดมานั้น ไม่ใช่ว่าผมเห็นด้วยกับ Blake
และผมไม่ได้รังเกียจวิทยาศาสตร์
ผมเพียงรู้ คิด รู้สึก ตามมุมมองของผม ซึ่งยังไม่เป็นที่สุด
ผมดูมันอยู่ ดูมันเดินไป ทั้งด้านที่ดีและด้านที่เป็นโทษ ผมก็แค่ดู รู้ แต่ไม่ต่อต้าน
ให้มันเป็นไปของมัน

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
จิตราภรณ์ วันที่ : 19/02/2013 เวลา : 13.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jitrapon
ครั้นว่าได้ฮัก.....ฮักแล้วบ่ขืน....ครั้นว่าได้ลืน....บ่คืนออกได้....หมายถึง....รักแล้วรักเลย...ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด

ต้องขอแชร์ไปไว้หน้าเฟสบุ๊คของที่ทำงานแล้วค่ะ

งานห้องสมุดในเมืองไทย
นับได้ว่าน่าน้อยใจถึงน้อยใจมากที่สุดล่ะค่ะ

นับตั้งแต่สถานที่ในการจัดสร้าง
เงินงบประมาณในจัดการบริการจัดการที่น้อยนิด
บุคลากรที่ขาดแคลน

ทั้งหมด....บรรณารักษ์ต้องบริหารจัดการ
อย่างประหยัด คุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด

การส่งเสริมการอ่านโดยการตั้งงบจัดซื้อ นสพ.
สำหรับห้องสมุดประชาชนจังหวัดคือ ๒ ฉบับต่อวัน
ค่าวารสารและหนังสือพิมพ์สำหรับให้บริการ
๑๒ เดือนบริหารจัดการในวงเงิน ๑๙,๒๐๐ บาท

นสพ.ที่มีความต้องการอ่านมากกว่า ๒ ฉบับต่อวัน
บรรณารักษ์ต้องบริหารจัดการจากเงินที่ต้องขอรับบริจาค
ใช้จ่ายอย่างกระเหม็ดกระแหม่
บางรายการก็ต้องควักจ่ายเองหลาย ๆ ครั้ง
เราดูแลห้องสมุดเหมือนบ้านหลังหนึ่งของเรา
ก๊อกน้ำ ไฟฟ้า ระบบประปา ระบบห้องน้ำ
ของบางอย่างเสียทีละชิ้นสองชิ้น
อย่าถามหางบประมาณค่ะ

แก้ปัญหาภายใต้เงื่อนไขของความขัดสน ขาดแคลน

และ....ค่าจัดซื้อหนังสือ ๕๐,๐๐๐ บาทค่ะสำหรับ
การส่งเสริมการอ่านทั้งปี

น่าชื่นใจกับความสำเร็จในการส่งเสริมการอ่านจริงเชียวค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 19/02/2013 เวลา : 13.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

ชอบห้องสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสืออันทรงคุณค่าคะ อยากให้คนอ่านหนังสือให้มากๆ ไม่ใช่ติดอยู่แต่กับทุกอย่างบนเครื่องคอมพิวเตอร์คะ

ความคิดเห็นที่ 18 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 19/02/2013 เวลา : 05.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

สำหรับบ้านเรา แม่มดไม่กังวลว่าเรามีหนังสือเก่าหรือใหม่ มากหรือน้อยแค่ไหน
แม่มดเป็นห่วงว่า ไม่มีคนอ่านหนังสือ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 21.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีดีครับ

ความคิดเห็นที่ 16 hayyana ถูกใจสิ่งนี้ (1)
NN1234 วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 20.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ขอประท้วง...อ่านเอนทรี่นี้แล้ว แทนที่จะพาไปดูชั้นวางหนังสือในห้องสมุด กลับได้รู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่มีห้องหนังสือมาเกี่ยวข้องตั้งแต่ยุคโบราณกาล

ยิ่งทั้งเรื่องกษัตริย์ ศาสนา กฎหมาย ...... เรื่องหนังสือในห้องสมุดเลยได้รู้น้อยที่สุด

British Library จึงสมควรแล้ว ที่จะเรียกได้ว่า........ "More than the Library"
......................................

เด็กๆ ที่นี่ (ตั้งข้อสังเกต) ผมเห็นแล้วว่า บ้านของเขา (ร่วมสิบครอบครัวที่ตรงนี้) ไม่มีหนังสือประเภทอ่านเล่นเลย ยิ่งหนังสืออื่นๆ ยิ่งไม่มีอย่างแน่นอน ผมเชื่อ...
พวกเขาวิ่งมาอ่านเมื่อว่าง, ไม่รู้จะทำอะไร, ..เพื่อได้มาอ่านหนังสือประเภทอ่านเล่น เช่น นิทาน เทพนิยาย และมีตัวต่อจิ๊กซอว์ให้เล่นด้วย

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 18.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 






ความคิดเห็นที่ 14 เพลงกระบี่ฯ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 17.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณเพลงกระบี่ฯ

เราเองกลับแอบไปชื่นชม “โปสการ์ดเก่า(ของเขา)” (จนอยากเห็นลายมือสมัย 13 เสียนี่ )
แต่เผอิญไม่ทันทิ้งรอยไว้

ความคิดเห็นที่ 13 hayyana , แม่หมี และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
SW19 วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 17.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณชาลี
และเผื่อถึงคุณแม่หมี เรื่องห้องสมุดในไทย

ความในใจของ SW19 คือ ทุกครั้งที่เล่าเรื่องทางนี้ จะคิดเสมอว่า เอ แล้วตรงนี้ในประเทศไทย เป็นอย่างไรนะ จะเช็คเสมอว่ามีอะไรคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว ที่เราเห็นทางนี้ว่าทำดี จริงแล้ว เมืองไทยก็มีนะ ทำมานานแล้ว... อะไรทำนองนี้

แล้วก็ผิดหวังเสียส่วนใหญ่ เพราะเรายังไม่ค่อยก้าวไปไหน
บ่อยครั้งจึงคับข้องใจว่า ปัญหาเฉพาะหน้าของไทย ทำให้เราไม่ค่อยเหลือเวลากลับไปต่อรอง ต่อล้อต่อเถียงให้ได้มาซึ่งสิ่งประเทืองชีวิตและปัญญาในด้านอื่น

เรื่องหอสมุดแห่งชาติไทยนั้น เข้าไปดูบ่อย (จาก www แต่ไม่เคยได้อะไร) เวลาเขียนเรื่องราวอะไรที่อยากได้ความถูกต้องของข้อมูล เรื่องนี้ตอนแรกยังทะเลาะกันอยู่ว่า ทำไม “ห้องสมุด” ทำไม “หอสมุด” จนได้ความกระจ่างพอใจ

ก่อน post เรื่องเมื่อคืนก็ยังเข้าไปดูอยู่ http://www.nlt.go.th/th_index.htm
เรามีความเป็นมาช้านานไม่แพ้ใคร แต่เรามีอุปสรรคในการแบ่งปัน และการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ต้องการค้นคว้า อาจจะด้วยทัศนคติ

ที่ Website ของหอสมุดแห่งชาติไทย จึงมีแต่รายชื่อหนังสือ หาอะไรต่อไม่ได้
ไม่รู้เป็นเรื่องเดียวกับที่คุณชาลีบ่นว่า ห้องสมุดในไทยและอีกหลายที่เปลี่ยนเป็น digital library หรือเปล่า

สำหรับเรา การไปหาอ่านที่ห้องสมุดทำได้ง่าย เรามีเหมือนห้องสมุดประจำลาดพร้าว ห้องสมุดประจำบางนา ฯลฯ แต่บางทีก็สะดวกถ้าเข้าไปดูได้ online
ซึ่ง British Library นี้ อยากรู้อะไร หาเอาซิ หาเจอเปิดอ่านได้เลย เขาคุยว่าได้มีการแปลงเป็น digital file ได้เป็นล้านๆ ชิ้นงานแล้ว มันก็ตอบความต้องการแบบที่คุณอะหนึ่งสนใจได้ประมาณหนึ่ง คือ อ่านได้ ดูได้ โดยไม่ต้องมาถึงลอนดอน
แต่ถ้าอยากชมความศักดิ์สิทธิ์และดมกลิ่น ยังไปเดินดูได้ ยังมีเก็บไว้ครบถ้วน ตึก British Library สูงให้เห็น 9 ชั้น และฝังลงดินอีก 5 ชั้น และมีโกดังสำรองอีก การขอค้นข้อมูลจากหนังสือ หากได้ reader pass แล้ว ใช้เวลาเจ้าหน้าที่ไปหยิบ 70 นาที ถึง 48 ชั่วโมง ตามทำเลซุกซ่อนของหนังสือ

สัญญาว่าถ้าคุณชาลีมาเยี่ยม จะพาไปดูให้ขนลุกไปด้วยกันเลย (หนีบคุณเต็งพ้งไปด้วยอีกคน) เราเองเคยขนลุกกับแสตมป์สมัยรัชกาลที่ห้ามาแล้ว ที่กลับไปเมืองไทยก็ยังนึกไม่ออกว่าจะไปหาดูที่ไหนได้สะดวกและครบถ้วน

ความคิดเห็นที่ 12 rattiya , hayyana และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
SW19 วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 16.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ usakanay

เรื่องคนบริทิชคิดอย่างไรกับการทหาร มีโอกาสคงได้นำมาเล่าให้ฟัง ถ้าตอบง่ายๆ สั้นๆ ตอนนี้ คือ น่าจะคิดต่างจากคนไทยอยู่มาก คือ

คิดว่าทหาร มีหน้าที่ตามหลักการในการดูแลความมั่นคงของชาติ และของประเทศอื่นที่คิดว่าจะมีผลกระทบกลับมาสู่ชาติ
คิดว่า ให้ความเคารพในบทบาทหน้าที่ ให้ความเป็นห่วง ให้เกียรติ อย่างสูง มี campaign ที่ดูแลกันทั้งทหารและครอบครัวอยู่เสมอ
และคิดว่า ทหารไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดการภายในประเทศ

ส่วนแรก เป็นประเด็นร้อนเสมอมาเรื่องการต้องไปช่วยชาติอื่น ตามการตัดสินใจของนักการเมืองพาชาติกระโดดเข้าไปเอง หรือตามการลากจูงของผู้อื่น เช่น UN หรือ US ประชาชนบริทิชอึดอัดเสมอมาเรื่องการไปอิรัก อัฟกานิสถาน ข่าวจะเป็นอย่างไรในระดับรัฐบาล แต่ระดับประชาชนเราพูดกันว่า Bring our boys back.

ประชาชนมองการเข้ามายุ่งเกี่ยวของทหารในกิจการภายในชาติ บ้านเมือง เป็นเรื่องร้ายแรง ชี้นำไปถึงเผด็จการ เพราะไม่ใช่หน้าที่ และมีตำรวจดูแลอยู่แล้ว (ช่วงโอลิมปิก บริษัทรับเหมาดูแลความปลอดภัยงี่เง่ามีคนไม่พอ ต้องนำทหารมาช่วย เป็นเรื่องมากจนต้องมีการตั้งคณะตรวจสอบ เพราะทหารไม่มีหน้าที่เหล่านี้)

ที่สำคัญมีทหารน้อยมากที่ข้ามมาเล่นการเมือง หรือมีบทบาททางการเมือง ทั้งที่กำลังพลอะไรก็มี แต่เมื่อไม่เกี่ยว ก็ไม่ยุ่ง

เรื่องงานอวกาศ เป็นเพราะเราไม่มีเงิน ยุโรปโดยรวมก็ไม่ค่อยมีเงินกัน
นอกจาก Imperial College London แล้ว สถานศึกษาขึ้นชื่อทางด้านวิศวกรรม โดยเฉพาะพวก aeronautical engineering ขึ้นเหนือไปสู่สกอตแลนด์ได้เลย

ถามว่ามันสมองมีไหม มั่นใจว่าคนเก่งมีอีกมาก คนคิดเครื่องคิดเลขได้ คนคิด world wide web ได้ และคนออกแบบหลายๆ i ของ Apple เป็นคนบริทิช (ขอโทษที่ไม่ได้เช็คว่าบริทิชเชื้อสายอะไร อังกฤษ สกอตติช หรือ เว้ลชช์ คือคนที่นี่ชอบให้เรียกตัวเองเป็นบริทิชถ้าไม่รู้แน่ว่ามาจากประเทศไหนในบริเทน คือบางคนจะเคืองถ้าเราเรียกเขาว่าอังกฤษ ทั้งที่เขาเป็น เว้ลชช์ เป็นต้น เราเองก็ติดปากด้วยความชินกับธรรมเนียมนี้ ว่าเรียกบริทิชปลอดภัยเสมอ)

ขอบพระคุณที่ชอบเรื่องที่นำมาเล่าให้ฟัง เป็นความรู้สึกที่ดีมาก มาก ... อิ่มเอม จนเดี๋ยววันนี้จะงดข้าวกลางวันละ

ความคิดเห็นที่ 11 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 16.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณแม่หมี

SW19 จะบอกว่าเราน่ะ ดูไป ขนลุกขนพองไปเลย เห็นหนังสือโบราณ ในห้องทึมๆ (ไม่ให้เจอแสงจ้าเพื่อรักษาสภาพ)

มีที่อยากจะเล่าให้คุณแม่หมีฟัง คือ มี Koran (ขออภัยที่ใช้คำนี้เพราะไม่แน่ใจคำไทยที่ถูกต้องเหมาะสม) เก่ายุคแบกแดด สวยมาก มหัศจรรย์จริงๆ เป็นของศตวรรษที่ยังเป็นเลขตัวเดียว ขอโทษที่จำรายละเอียดมากกว่านี้ไม่ได้ แต่พูดเรื่องนี้แล้วเราสนใจ ตอนเด็กๆ มี room mate เป็นมุสลิมมาจากปากีสถาน เขาเล่าให้ฟังแยะ ดูสารคดีของโพรเฟซเซอร์คนบริทิชทำ เล่าไปถึงสมัยรุ่งเรืองของแบกแดด ที่คิงให้ทองสูงเท่าตัวเพื่อเป็นค่าแปลงานเป็นภาษาอารบิก เพื่อให้ทุกคนอ่านออกใช้ได้ และคนมุสลิมพูดรู้เรื่องกันหมด ขนลุก อยากไปดูตามรายการนั้นมาก

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เพลงกระบี่ฯ วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 15.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plaengkrabi
http://www.oknation.net/blog/krabinoi   **BE GENTLE WITH THE EARTH**

ยิ่งใหญ่ อลังการ ดูขลัง อ่านแลวยิ่งรักหนังสือคะ
ชอบความเห็นของคุณอะหนึ่งและคุณsw19. จัง

ความคิดเห็นที่ 9 rattiya , แม่หมี และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
BlueHill วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 15.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ห้องสมุดทั่วไปในเมืองไำทยและอีกหลายประเทศ
ทำลายคุณค่าและประวัติศาสตร์ของหนังสือไป
โดยปรับไปใช้ห้องสมุดแบบดิจิตอลแทน

เพราะเห็นว่าสามารถค้นหาได้รวดเร็ว
ประหยัดพื้นที่และเงินในการจัดเก็บ

ความศักดิ์สิทธิ์และเสน่ของห้องสมุด
ในความรู้สึกแบบเดิมๆ
หดหายไปเยอะเชียวครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
usakanay วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/usakanay

ชอบทุกเรื่องเลยครับ ติดตามอ่านมาโดยตลอด ชอบความเป็นอังกฤษของคนอังกฤษ ขอความกรุณาเขียนเกี่ยวกับการกลาโหมของอังกฤษบ้างนะครับ ผมอยากรู้ว่าคนอังกฤษคิดอย่างไรกับการทหาร อีกเรื่องหนึ่งคืองานด้านอวกาศ ทำไมอังกฤษจึงไม่มีงานด้านอวกาศของตนเอง แต่ไปร่วมกับยุโรป จะด้วยงบประมาณหรือขาดแคลนนักวิทยาศาสตร์ด้านนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
แม่หมี วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 14.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เห็นหนังสือมากมายในห้องสมุดนี้แล้วตื่นตาตื่นใจ มาอ่านเรื่องราวที่ทำให้เห้นความสำคัยของหนังสือ

การเก็บหนังสือเก่าของเขาระมัดระวังมาก หนังสือจึงไม่เสียหาย

เอ...หอสมุดแห่งชาติของบ้านเรา เขาเก็บกันแบบไหนน้อ....

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
SW19 วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 14.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณลูกเสือหมายเลข9

ไม่แน่ใจว่า เรื่องแบบนี้ คือแบบไหน
ถ้าเป็นหลายเรื่องที่คนไทยยังไม่ยอมเรียนรู้ ชาติก็เป็นได้เท่าที่เห็น

ความคิดเห็นที่ 5 อะหนึ่ง , hayyana และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
SW19 วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 14.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณอะหนึ่ง

คิดอยู่แล้วว่าต้องได้ยินเรื่องอาณานิคม


ของแบบนี้ มีทั่วไป ที่พอไม่ใช่ของตัวก็อดคิดไม่ได้ แต่ถ้ามีเป็นของตัวก็ไม่สนใจดูหรอก


แค่ผลงานของคนบริทิชเองตั้งแต่สมัยอาณานิคมยังเป็นวุ้นอยู่ไหนไม่รู้ ก็แทบไม่มีที่ให้เก็บแล้ว
ลายมือ Kings and Queens of England คงหาไม่ได้จากอาณานิคม
Book trade ในยุโรป เกิดขึ้นมาหลายร้อยปี พ.ศ. 1800 ก็เริ่มพิมพ์บนผ้าได้แล้ว เรื่องศาสนา คำสอน มีเยอะแยะ ขนาดนั้นยังช้ากว่าจีนเป็นพันปี
ของซื้อของขายมีทั่วไป อยู่ที่ใครสนใจ
เหมือนปลาตายที่ชาวบ้านไม่สนใจ แต่ Charles Darwin เก็บมาดอง จนรู้มากกว่าใคร นั่นก็เก็บมาจากไหนไม่รู้ นอกชาติแถมไม่ใช่อาณานิคมเสียด้วย

แต่วันนี้แล้ว อย่างคุณอะหนึ่งว่า มันเป็นสมบัติของมวลมนุษย์โลก ไม่ต้องผ่านปาก SW19 ก็ทำสำเนาให้คนไปแล้วกว่า 100 ล้านชิ้น ตามคำขอจากทั่วโลก มี online catalogue ให้ดูไม่เคยหวง อย่างน้อยต่างจากข้อมูลออนไลน์อะไรสักอย่างของไทย ที่คนจะเข้าไปดูต้องเป็นคนไทยเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
SW19 วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 13.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ NN1234

แสดงว่าเด็กๆ เข้าข่ายข้อสองของรูปสุดท้าย


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 09.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

คนไทยไม่คุ้นเรื่องแบบนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 เพลงกระบี่ฯ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อะหนึ่ง วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 09.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

ผู้ยิ่งใหญ่แห่งตะวันตก นอกจากออกล่าอาณานิคมแล้ว
ยังยึด(หลักฐาน)สมบัติทางปัญญาจากชนชาติอื่นจำนวนมาก
ไปเก็บไว้เป็นสมบัติ(สะสม)ของชาติตนเอง
ยังไงสมบัติเหล่านี้ มันก็ตกเป็นสมบัติแห่งมวลมนุษยชาติ
ถึงแม้ชาติเจ้าของจะตามไปชมสัมผัสได้ยากสักหน่อย(เพราะอยู่ไกลตัว)
แต่เหมือนผู้ล่าไปครอบครองเก็บไว้
จะรู้อนาคตล่วงหน้าว่า...สักวันหนึ่งโลกจะพัฒนา
ให้เจ้าของทรัพย์สมบัติโดยแท้จริง
สัมผัส ค้นคว้าได้ ผ่านโลกออนไลน์
โดยใครคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นสื่อ

ก็อย่างที่คุณ SW19 บอกเล่ามาให้ชมกัน...

ความคิดเห็นที่ 1 แม่หมี , อะหนึ่ง ถูกใจสิ่งนี้ (2)
NN1234 วันที่ : 18/02/2013 เวลา : 07.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ยิ่งใหญ่จริงๆ ..... British Library

ที่นี่...ห้องสมุดสำหรับบเด็กที่ทำไว้ที่หน้าบ้านของผมเอง เห็นร่องรอยรื้ออ่านกระจุยกระจายหลังกลับจากทำงาน แค่นี้ก็ดีใจแล้วครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน