*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 266301
  • จำนวนผู้โหวต : 247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
Oh What A Night

เพลงจาก Jersey Boys,West End, London

View All
<< มิถุนายน 2014 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน 2557
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 2972 , 04:20:41 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 16 คน joepiya , พาจรดอทคอม และอีก 14 คนโหวตเรื่องนี้

Dylan Thomas เกิดที่ Swansea ไปเสียชีวิตที่นิวยอร์คด้วยอายุเพียง 39  

เวลาที่มีในชีวิตนับว่าแสนสั้นแล้ว คนจำนวนมากยังเลือกจำแต่บุคลิกขี้เมา ปนความอ่อนไหวที่หลงใหลในสตรีเพศ จนมองข้าม และหรืออาจจะไม่เคยรู้จัก Dylan Thomas เลย

 

 

Dylan ชอบให้คนอื่นเรียกตัวด้วยชื่อแรก ดิล-ลั่น แต่ไม่อ่าน ดัล-ลั่น แบบ Welsh 

Paul McCartney เล่าว่า Bob Zimmerman เปลี่ยนตัวเองเป็น Bob Dylan ก็เพราะ Dylan

เหมือนกับที่ John Lennon เริ่มต้นเขียนเพลง ก็เพราะ Dylan

ด้วยความคมคายทำให้คำพูดของ Dylan ถูกใช้อ้างถึงมากถัดจาก Shakespeare และผลงานถูกถ่ายทอดสู่ภาษาอื่นมากเป็นที่สองรองจาก T.S. Eliot

 

 

 

Dylan ควรจะเป็นกวี แต่เมื่อความสามารถในการใช้ภาษาหลากหลาย จากบทกวี ก้าวสู่บทรายการวิทยุ โฆษกวิทยุ ละครวิทยุ ไปเขียนเรื่องสั้น จนถึงบทภาพยนตร์ Dylan จึงเป็น multi-media star คนแรกที่ได้เซ็นชื่อแจกทั้งบนปกหนังสือและแผ่นเสียง การใช้ภาษาโดยไร้ขีดจำกัดของขอบเขตและรูปแบบทำให้เกิดผลงานแขนงใหม่ และกลายเป็นหนึ่งในบริทิชรุ่นแรกที่มีอิทธิพลต่อสังคมอเมริกา

 

 

แต่สิ่งที่มีสีสันที่สุดของ Dylan กลับเป็นตัวตนและการใช้ชีวิตของตัวเอง

Dylan เริ่มเขียนบทกวีเมื่ออายุ 16

คนสมัยนั้นเริ่มต้นชีวิตเร็ว ปีถัดมา Dylan ก็ออกจากโรงเรียน เริ่มทำงานหนังสือพิมพ์ งานเขียนก็ยังทำอย่างต่อเนื่อง ถึงอายุ 20 ได้รับรางวัลและมีผลงานตีพิมพ์แล้ว ชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยนเอาเมื่อตัดสินใจย้ายเข้ากรุงลอนดอน

 

 

อิทธิพลที่ทำให้งานของ Dylan เป็นเลิศ เริ่มจากวัยเยาว์ในครอบครัว

พ่อของ Dylan ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้านภาษาอังกฤษ ใช้ภาษา Welsh คล่องแคล่ว และทั้งที่สอนภาษา Welsh ให้ลูก ก็กระตุ้นให้ลูกพูดภาษาอังกฤษเป็นหลักตามความนิยมของยุคสมัย ที่เป็นผลสืบเนื่องจากเหตุผลทางการเมืองหลายร้อยปีก่อน

Wales มีรากฐานการใช้ภาษาของตนเองอย่างต่อเนื่องไม่เคยขาดตอนมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 เมื่อภาษาอังกฤษถูกบังคับใช้เป็นทางการ ก็เป็นเวลาใกล้เคียงกับที่มีการแปล Bible เป็นภาษาของตนเอง – ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ภาษาสืบทอดผ่านศาสนาในเวลาที่โรงเรียนและระบบการศึกษายังไม่เกิดขึ้น – วรรณกรรมในภาษาเว้ลชช์จึงอยู่รอดมาได้

จิตวิญญาณความเป็น Welsh ในงานของ Dylan สัมผัสได้ชัดจากเนื้อหา แต่ไม่เคยปรากฏในรูปของภาษา

งานทุกชิ้นของ Dylan เป็นภาษาอังกฤษ รูปแบบการเขียนคล้ายนักเขียนชาติ Welsh ทั่วไปที่อยู่ภายใต้สภาพสังคมซึ่งไม่มีคนชั้นกลาง คนรวยยิ่งมีน้อยก็หาผู้อุปถัมภ์ทางการเงินช่วยนักเขียนยาก หนังสือจึงเป็นของฟุ่มเฟือย สิ่งชูใจกลายเป็นการร้องเพลง และรักบี้ซึ่งเป็นกีฬาสมัครเล่นมาจนถึงพ.ศ. 2538  ผูกใจคนให้เอาเวลาว่างจากงานเหมืองมาเล่น คนเขียนหนังสือเจียดเวลาจากการทำมาหากินนำจินตนาการมาปลดปล่อย ได้งานเสร็จเป็นเรื่องสั้นมากกว่านวนิยายเรื่องยาว งานร้อยแก้วและร้อยกรองล้วนบรรเจิดด้วยภาษางดงาม ทรงพลัง ไม่มีงาน Satire เสียดสี เนื้อหาข้องเกี่ยวกับบรรยากาศชีวิตที่ Wales ซึ่งเป็นของแปลกสำหรับตลาดผู้อ่านในสังคมเมืองใหญ่ และสำนักพิมพ์ในลอนดอน

ภายหลังเมื่อ Dylan ไปท่องโลกกว้างและเมืองใหญ่อย่างลอนดอนและนิวยอร์ค เนื้องานยังคงจุดประกายมาจาก Wales บนความเรียบง่ายของเมืองเล็ก Swansea ที่เกิด เติบโต และที่อยู่ในช่วงสุดท้ายก่อนเสียชีวิต 

จากในบ้าน พ่อเคยอยากเป็นนักประพันธ์จึงมีหนังสือมากมาย

Dylan ติดใจ Just William เรื่องสั้นเกี่ยวกับเด็ก ไปจนถึงเนื้อหาและภาษาของ Bible และข้ามสู่หนังสือที่เริ่มจากพ่ออ่านให้ฟังอย่างงานของ de Quincy, Blake และ Shakespeare

 

 

 

 

บริเวณใกล้บ้าน มีสวนครึ้มด้วยไม้ใหญ่ อุดมด้วยวัตถุดิบหล่อเลี้ยงจินตนาการ

 

 

 

 

 

 

Cwmdonkin Park ทั้งสงบและมีเสน่ห์ เดินเอื่อยเพียงชั่วครู่ก็คล้อยตามได้ง่ายว่า สวนเขียวแห่งนี้เป็นจุดเริ่มให้ Dylan ถ่ายทอดความรู้สึกให้งานหลายชิ้นได้อย่างสมบูรณ์ รวมทั้ง The Hunchback in the park ที่โด่งดัง

 

 

 

 

บางประโยคยังสื่อถึงมนตร์ขลังของสถานที่ซึ่งไม่เคยจืดจางไปตามกาลเวลา เหมือนลูกบอลที่ขว้างไปก็ยังไม่ตกถึงพื้น  เสมือนความผูกพันที่ไม่จบสิ้น

“The ball I threw while playing in the park

Has not yet reached the ground.”

‘Should lanterns shine’

 

 

 

 

 

 

 

Cwmdonkin Park จึงเป็นด้านกระจ่าง สร้างสรรค์ ต่างจากบรรยากาศหดหู่ของเมืองที่ถูกอุตสาหกรรมชี้นำความเป็นอยู่

 

 

 

 

ชีวิตของ Dylan เลยมีทั้งส่วนเรียบง่าย และโลดโผน

บนความเรียบง่าย คือ เกิดเป็นเว้ลชช์ ใช้ชีวิตปกติแบบเว้ลชช์ ไม่เคยเสียคนกับเรื่องสุราและสตรี เพื่อนฝูงที่คบค้าใช้ชีวิตแบบ ศิลปิน Bohemian มีทั้งกวี คีตกวี นักดนตรี นักเขียน นักวาด กินดื่มอย่างปกติในละแวกท้องถิ่น Swansea อย่าง No Sign Wine Bar บาร์เก่าที่สุดซึ่งก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2233 และที่ Kardomah Cafés จนได้ชื่อกลุ่มก๊วนว่า Kardomah Gang

 

 

 

บนความโลดโผน ของชีวิตแบบศิลปินนั้น จิตวิญญาณสำคัญกว่าเงิน และไม่เคยรู้วิธีใช้เงิน ยามมีเงินก็ใช้อย่างสุดเหวี่ยง Dylan และภรรยา Caitlin จึงไม่เคยมั่งมี แต่ไม่เคยขัดสน ความช่วยเหลือจากมิตรสหายไม่เคยอัตคัด

เมื่อความโลดโผนหลุดมาผสมกับความเรียบง่าย งานของ Dylan จึงก้าวข้ามทุกนิยาม

 

 

 

 

ถึงยุคที่ Dylan เข้าเมืองหลวง บรรยากาศของวรรณกรรมกลางมหานครลอนดอนกำลังเคลื่อนขยับกันเต็มแรง นักเขียนและศิลปินพบปะกันสม่ำเสมอ ใน Soho จนลามข้ามฝั่งมหาสมุทรแอทแลนทิกไปถึง New York

 

แต่สิ่งที่มากับประสบการณ์ในเมืองใหญ่ ยังมีด้านมืด

ชีวิตในสองมหานครของ Dylan คลาคล่ำไปด้วยสุรา และแทบจะไร้ผลงาน

 

 

 

งานส่วนใหญ่ของ Dylan ยังคงเกิดขึ้นที่ Swansea

 

 

 

ความเป็นเมืองอุตสาหกรรมน่าชัง ปนวัฒนธรรมของสังคมชาวบ้าน ถูกสะท้อนออกมาเป็นของวิถีชีวิตคนที่จริงใจ เมื่อเขียนออกมาอ่านก็สนุก ใส่เสียงเป็นละครวิทยุก็น่าติดตาม ธรรมชาติงดงามในด้านสว่างถูกถ่ายทอดออกมาขับไล่ความหดหู่อย่างนุ่มนวล Under Milk Wood จึงได้รับความนิยมอย่างสูง

 

 

จากละครวิทยุ ถูกปรับเป็นละครเวที เป็นภาพยนตร์ ผู้ให้เสียงมีตั้งแต่ตัว Dylan เองและ Welsh ด้วยกันอย่าง Richard Burton เมื่อเปลี่ยนรูปเป็นภาพยนตร์ Richard Burton ร่วมแสดงกับ Elizabeth Taylor และ Peter O’Toole มาถึงฉบับปัจจุบันของพ.ศ. 2557 มีอีกหลายคนดัง Welsh ร่วมแสดง เช่น Michael Sheen และนักร้อง Tom Jones, Catherine Jenkins และ Charlotte Church

 

งานของ Dylan มีผู้ชื่นชมร่วมกันอ่านเผยแพร่อีกมาก รวมถึง Sir Anthony Hopkins ดารา Welsh และ Prince Charles – Prince of Wales ผู้สามารถรับสั่ง Welsh ได้ด้วย 

 

Prince Charles reads Dylan Thomas Fern Hill poem for National Poetry Day: Uploaded by Royalsdirect

 

ก่อนเสียชีวิต ด้วยความปรารถนาที่จะย้ายกลับไป Swansea ที่ให้สมาธิในการสร้างงานมาตลอด Dylan ผู้ซึ่งไม่เคยมีเงินก็ตั้งใจหาความลงตัวให้ชีวิตครอบครัว ด้วยการตัดสินใจไปอเมริกาอีกครั้งเพื่อรับงานใหญ่พูดและอ่านผลงานของตนเอง

 

 

การเดินทางและงานพูดยาวนาน ทำให้ Dylan ทรุดลงจนต้องเข้าโรงพยาบาล และจากไปไม่กี่วันหลังจากนั้น

การเสียชีวิตของ Dylan แวดล้อมไปด้วยปริศนา ข้อสันนิษฐานเรื่องสุราถูกกล่าวถึงหนาหู แต่อีกหลายประเด็นยังเงียบหาย อย่าง โรคเบาหวานที่ไม่รู้ตัว มอร์ฟีนเกินขนาดที่แพทย์นิวยอร์คสั่ง อะไรก็ตามที่พา Dylan ไปจากโลกนี้ ก่อนเวลาอันควร ทิ้งความเศร้าโศกไว้ให้เพื่อนฝูง พวกพ้องนักเขียน ศิลปิน และผู้ชื่นชมผลงาน 

 

 

 

 

ชื่อของ Dylan ไม่เคยเงียบหายไปจากสาธารณชน ผลงานของ Dylan กลับได้รับการกล่าวถึงมากขึ้น

 

 

 

 

 

หลายปีต่อมา Dylan ได้รับเกียรติให้ปรากฏนามอยู่ที่ Poet’s Corner ที่ Westminster Abbey แต่สำหรับ Wales แล้ว ที่ของ Dylan อยู่ที่ Swansea

 

 

ถึง พ.ศ. 2538 Jimmy Carter ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ผู้ชื่นชมงานของ Dylan เดินทางมาเปิด Dylan Thomas Centre ที่ตึกโบราณ Old Guildhall ให้เป็นสถานที่ถาวรเพื่อเล่าเรื่องและแสดงผลงานของ Dylan ให้คนรุ่นหลังรู้จัก และเป็นศูนย์กลางวรรณกรรมและวัฒนธรรมของ Swansea

 

 

ที่ Cwmdonkin Park ยังเก็บมุมสงบไว้ให้ Dylan พักผ่อน Memorial stone ที่นั่งนิ่งอยู่ริมบ่อเก็บประโยคสุดท้ายจาก Fern Hill ไว้ให้คนคิดถึง

 

 

 

เวลาแสนสั้นในชั่วชีวิตของ Dylan ยาวพอที่จะสร้างผลงานที่อายุยืนยาว ไม่เคยตกสมัย และไม่เคยหายไปจากความทรงจำของผู้คน

 

 

ถึง พ.ศ. 2557 ก็เป็นโอกาสเหมาะที่จะทักทายกับงานของ Dylan Thomas (1914-1953)

ในวาระครบรอบหนึ่งร้อยจากปีเกิด

ที่ Swansea – an ugly lovely town แสนขี้เหร่แห่ง Cymru

 

  

 

Only Boys Aloud: Calon Lan Eisteddfod

Uploaded by OBAloud

*********

 

ย้อนตอนที่1 รู้จักCymru

 

หมายเหตุ

Calon Lân เป็นเพลงผูกพันกับ Welsh Rugby Union นิยมร้องก่อนการแข่งขันโดยเฉพาะเมื่อทีมชาติเล่น คำมีความหมายถึงจิตใจที่บริสุทธิ์

Only Boys Aloud เป็นวง Choir ถือเป็นลูกแตกหน่อของ Only Men Aloud ก่อตั้งใน South Wales Valleys เพื่อหากิจกรรมฉุดเด็กให้พ้นจากอบายมุข ไม่เคยปฏิเสธเด็กที่มา audition และใช้สถานที่ของรักบี้คลับท้องถิ่นเป็นที่ฝึกซ้อม

President Carter on Dylan Thomas: http://www.bbc.co.uk/programmes/p01yb01n  



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
BlueHill วันที่ : 29/06/2014 เวลา : 16.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อ่านเพลินเชียวครับ
หนังสือของ Dylan Thomas มีแปลเป็นภาษาไทยบ้างหรือเปล่าครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
BlueHill วันที่ : 29/06/2014 เวลา : 16.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อ่านเพลินเชียวครับ
หนังสือของ Dylan Thomas มีแปลเป็นภาษาไทยบ้างหรือเปล่าครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
แม่หมี วันที่ : 28/06/2014 เวลา : 15.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

มาอ่านเรื่องราว

มาชื่นชมกับภาพสวยๆ

มาบอกว่าคิดถึงจัง

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
SW19 วันที่ : 24/06/2014 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน -๑๕-

ซิมเมอร์แมน กับ ซาร์เจ้นท์ (sergeant? น่าจะ) ไม่รู้จักเหมือนกัน
รู้แต่ว่าอัลบั้ม Sergeant Pepper ของ Beatles นั้นก็ยังเอารูป Dylan ไปใส่ไว้
..
..

ตั้งแต่ส่วนที่คุณหนอนพูดเรื่องวรรณคดีในอดีต เห็นด้วย ถูกต้องทั้งหมด ขอแค่ขยายความว่าจากที่เล่าไปอาจจะพูดไม่ชัดเจนเองว่า ในประเทศไทยเราโตช้ากว่าที่อื่น เมื่อเทียบปีกัน เอ้า ยกตัวอย่าง French Revolution เกิดขึ้นแล้ว-เอาปีเฉลี่ยๆ ไป ก็ราวๆ พ.ศ. ๒๓๐๐ คิดง่ายๆ เราก็เพิ่งต้นรัตนโกสินทร์ วรรณคดีของไทยเราเองที่จะผลักดันการเมืองยังไม่มี ที่ฝรั่งเศสวรรณคดี งานประพันธ์ที่จะผลักดันการเมืองก็ยังไม่มี ช่วง FR การอ่านออกของคนฝรั่งเศสได้ประมาณ ๕๐% ของผู้หญิงน้อยกว่านั้น
เพราะฉะนั้น ที่พูดว่าวรรณคดี วรรณกรรมผลักดันการเมืองได้ มันจะมีผลเป็นกรณีไป ไม่ใช่ทุกประเทศ อย่างที่มีผลต่อชาติอย่างไทยได้ เพราะเป็นกรณีที่เหตุการณ์ของเราตามหลังเขา เราเคยอ่านของเขา – หลายอย่างกลายเป็นการอ่านประวัติศาสตร์ละ แล้วเอามาจุดประกาย (มากกว่าจะอ่านในสิ่งที่เขียนเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงในสังคมนั้นๆ เป็นเฉพาะเจาะจง) แต่เขาเอง ในเวลาที่เกิดเหตุการณ์ revolution นั้น เขาไม่มีวรรณคดีอะไรมาอ่านเพื่อผลักดัน
ถกกันเล่นน่ะคุณหนอน ยืนคนละด้าน มองคนละมุม แล้วเอามาบอกกัน จะได้แตกยอดความคิด

วรรณกรรมอีกแง่หนึ่งที่น่าสนใจ ติดค้างมิตรรักหนึ่งคนที่อยากอ่านมาหนึ่งปีแล้ว ไม่มีเวลาต่อเนื่องพอที่จะละเลงทีเดียวให้จบ เกี่ยวกับการล้างประวัติศาสตร์ คือ พี่หอกสั่นของคุณหนอนนี่ล่ะ ที่รับงานใหญ่เขียนงานสร้างความชอบธรรมให้ราชสกุลทูเดอร์ เมื่อข้ามฝั่งแม่น้ำเซ้เวิ่นจากเวลสส์มาครองบัลลังค์ที่อังกฤษ เขียนในสมัย Elizabeth I เพื่อป้ายสีให้กับเจ้าองค์ก่อนที่ถูกโค่นลง เรื่องนี้น่าสนใจมาก น่าจะถือเป็นนักเขียนรุ่นแรก ที่รับสินจ้างรางวัลเขียนงานตามสั่ง เขียนดีจนคนนึกว่านั่นเป็นประวัติศาสตร์จริงเลยเชียว
กลับจากเดินทางคราวนี้ ถ้ามีโอกาสเรียบเรียงจะเอามาเล่าสู่กันฟัง คงมีเรื่องสนทนากันได้อีกหลาย

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
SW19 วันที่ : 24/06/2014 เวลา : 16.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19


เอาอันนี้มาฝากคุณอุ๋ม ติดใจเพราะเคยฟัง version ที่คุณ Dylan อ่าน แล้วผู้รู้มาอธิบายความลึกของภาษาว่าแสงสว่างวาบขึ้นมาในขณะนี้ไม่มีแดดออก เหมือนสว่างขึ้นที่กลางใจ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
SW19 วันที่ : 24/06/2014 เวลา : 16.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ภาษา Welsh เป็นแบบตามเพลงเลย ภาษาเขียนตัวหนังสือเรียงเป็นพรืด
คำขึ้นชื่อ คือ คำนี้
Llanfairpwllgwyngyllgogerychwyrndrobwllllantysiliogogogoch

เป็นชื่อหมู่บ้านใน Anglesey มีชื่อเล่นว่า Llanfair PG อ่านคร่าวๆประมาณ แคล็นแฟร์ พีจี
เพราะ Ll ตามกันจะออกเสียง เคลอะ – thcl
พอละ เดี๋ยวคุณเวียนหัว

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
driftworm วันที่ : 24/06/2014 เวลา : 12.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เพื่อนในห้องสวนกุหลาบใน FB มาทักที่ลิ้งค์ที่ผมแปะว่า เขารู้จักแต่ Bob Dylan
เลยย้ำให้เขาเข้ามาอ่านจะได้รู้ที่มาของอีตา Zimmerman
เขาเข้ามาอ่านแล้วบอกว่าเพลงท้ายเรื่องเพราะดี
เพื่อนคนนี้ผมไม่ลืม เป็นคนที่เอาหนังสือเกี่ยวกับพุทธทาสฯมาชวนให้ผมอ่านเป็นครั้งแรก
เมื่อเข้าไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯใหม่ ๆ

ผมเคยได้ยิน ซิมเมอร์แมน อีกคน เป็นนักวาดภาพสีน้ำที่เก็บละเอียดราวภาพถ่าย
เคียงคู่มากับ ซาร์เจ้นท์ (ผมจำตัวสะกดภาษาอังกฤษไม่ได้)
........
คห.๑๑
จะว่านั่นแหละคงเป็นที่มาของคำว่า จับ จด จับจด
จนถึงกับว่าเป็นพื้นนิสัยคนไทย เหมือนการเอาแต่บันเทิง พนันขันต่อ
ก็ยังไม่อยากสรุปอย่างนั้น มีการทำวิจัยกันมาเป็นที่แน่นอนแล้วรึเปล่านะ
(นี่แปลว่าผมเองก็ไม่ได้แข็งขันในการสืบสาวให้รู้เรื่องด้วยเหมือนกัน นิสัยเสีย ฮ่าฮ่า)

กับเรื่องที่ว่าวรรณกรรมคงไม่มีอำนาจถึงขนาดบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลง
ทางการเมืองของสังคมไทย จะเพราะด้วยนิสัยคนไทยเคยชินกับวรรณคดี
ประเภทที่มีนัยประหวัดถึงกาพย์กลอนและเนื้อเรื่องแบบชาดก .. ก็ว่าไม่ได้อีก

และจะว่าวรรณคดี(ในอดีต)ไม่เกี่ยวกับการเมืองเลยสำหรับเมืองไทยก็ว่าไม่ได้อีก
มันเกี่ยวข้อง แต่ในสถานะเป็นเครื่องมือหล่อหลอมของรัฏฐาธิปัตย์
ที่ตั้งขึ้น (established) โดยเฉพาะในช่วงเวลาสถาปนาใหม่ ตั้งขึ้นใหม่
แบบปลดแอก ประกาศอิสรภาพ ไม่ขอขึ้นกับใคร ต้องการมั่นคงด้วยตัวเอง
ดังเช่น การสร้างระบบอักษรไทย แม้จะอิงอักษรขอม คำเขมร คำแขกอยู่
ก็ขอให้ “มีของตัวเอง” ขึ้นมาก่อน ในการที่จะเป็นอิสระจากขอม

ในคราวที่ รัชกาลที่ ๑ ปราบดาภิเษกก็เช่นกัน มีการชำระกฎหมาย
สังคายนาพระไตรปิฎก ฟื้นฟูส่งเสริมวรรณคดี เรื่อยมาจนรัชกาลที่ ๔

อืม อาจต้องขมีขมันทำนิสัยตามข้อสังเกตคุณ SW19 ก็ได้ละมั้ง
ศึกษาอะไร ก็ให้ครบถ้วนกระบวนความ ด้วยการวิจะยะ (ตามหลักพุทธ-คือวิจัย)
ทั้งด้วยการให้มีการส่งผ่านต่อเนื่อง

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 24/06/2014 เวลา : 10.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

ชีวิตกวีตัวจริงเสียงจริงมักจะคล้ายกันนะคะ ไม่แน่ใจว่ามันเป็นลิขิตสวรรค์หรือเปล่าที่ใครก็ตามที่เกิดมาเพื่อเป็นกวี เพื่อเป็นศิลปิน เขาจะต้องมีชีวิตเช่นนี้ มันเต็มไปด้วยความเศร้าเหมือนกันนะคะ แต่มันก็คงเป็นแรงบันดาลใจเช่นกัน ชอบจังค่ะ หลายบทกวีของเขาที่คุณ SW19 ยกมาไว้ในที่นี้ เพราะจัง

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
hayyana วันที่ : 24/06/2014 เวลา : 08.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

เคยเห็นตามร้านหนังสือ แต่ตามภาษาคนนอกวงการวรรณกรรมเลยไม่รู้จักครับ
ภาษาเวลส์เป็นงัย
ต้นไม่เยอะดีจัง
สงสัยตั้งแต่ต้นว่าตับแข็งตายหรือเปล่า สรุปแล้วเป็นปริศนา
แต่ดีจัง มีบุญ เมาได้ตลอดแถมไม่ขัดสนทางเศรษฐกิจ
เพลงเพราะนะครับ ฟังหลายรอบละ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
SW19 วันที่ : 24/06/2014 เวลา : 04.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ดีใจที่คุณเพลงกระบี่ เคยได้ยินชื่อ ได้หนังสือเก่าจากปู่-ย่า เพราะเรื่องของ Dylan ไม่เป็นที่รู้จักในเมืองไทยนัก ขนาดที่ว่าล่าสุดสองสามเดือนก่อน มีเรื่องตื่นเต้นของคนที่ Wales กับข่าวการประกาศว่าจะนำงานของ Dylan มาแปลเป็นภาษาจีน Mandarin เป็นครั้งแรก

ลุงเอสก็กำลังจะเดินทาง ถึงได้มีเรื่องมาเล่าติดๆ กันเลย
ขอให้ครอบครัวคุณเพลงกระบี่และเจ้าสำนัก เดินทางสนุกสนานปลอดภัย และมีความสุขดี

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
SW19 วันที่ : 24/06/2014 เวลา : 04.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน

[..คนไทยอ่านหนังสือปีละ ๘ บรรทัด..]
ถ้ามันจริงก็ไม่น่าแปลกใจในสิ่งที่เห็นกันวันนี้ แต่เอ ไอ้ที่เห็นกันวันนี้ก็น่าจะทำให้เชื่อได้ว่ามันจริงสินะ

คนไทยจะอ่านกี่บันทัดก็น่าคิดอยู่ แต่ที่น่ากลุ้มคือ การเลือกอ่าน และความสนใจให้กับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความสนใจพื้นฐานและปลายจมูกตนเอง กับอีกประเด็นคือ (อันนี้อาจจะผิด ถ้าผิดก็รบกวนคุณหนอนบอกแล้วกัน) คนไทยสนใจหาความรู้และข้อมูลเป็นก้อนๆ แยกจากกัน เหมือนยืนหรือนั่งเพ่งอะไรที่วางอยู่บนโต๊ะ ห่างๆ ก้มหน้ามาดู อะไรทำนองนั้น ในขณะที่บางวิธีการทางการศึกษาของชาติอื่น พิจารณาสิ่งของร่วมกัน หยิบขึ้นมาส่อง มองขึ้นไปจากรอบด้าน พลิกไปมา หลายวิชาของซีกโลกนี้ถึงยังไม่ตาย และเติบโตเป็นทั้งส่วนประกอบและสนับสนุนวิชาอื่นๆ ไปได้เรื่อยๆ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
SW19 วันที่ : 24/06/2014 เวลา : 04.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๗-
คุณหมอแวะมาอ่าน แล้วยังคว้าอะไรที่ถูกใจติดมือไป SW19 ก็ดีใจแล้ว
ตอนเอาเรื่อง Dylan มาเล่า คิดแค่ว่าหากคนจำไปเชื่อมกับ Bob Dylan ที่ชื่อเขาคุ้นหูกว่าได้ก็พอใจแล้ว เพราะวรรณกรรมต่างภาษา ต่างวัฒนธรรมเชื่อมโยงกันได้ยาก แต่ยังก็อยากเล่าเพื่อเป็นข้อมูลให้เพื่อนผู้อ่านอีกฝั่งเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกอีกด้าน - นั่งดูแล้วเลือกคว้าเอาสิ่งที่ถูกจริตก็ได้นี่นา
ขอบคุณคุณหมอที่ทิ้งข้อความไว้

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เพลงกระบี่ฯ วันที่ : 24/06/2014 เวลา : 02.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plaengkrabi
http://www.oknation.net/blog/krabinoi   **BE GENTLE WITH THE EARTH**

สวัสดีคะลุงเอส หมู่นี้เพลงกระบี่ฯไม่ค่อยได้เข้ามาโอเค เพราะเตรียมตัวเดินทางไกลคะ
มาทันเปิดหูเปิดตากับเรื่องราวของนักเขียน เพลงกระบี่ฯ เคยได้ยินแต่ชื่อ เคยอ่านบทกวีผ่านตาบ้าง แต่ไม่สนิทสนมกัน ได้หนังสือบทกวีของเขาคนนี้มาตอนรื้อของเก่าบ้านปู่-ย่า จนป่านนี้ยังไม่ได้เปิดอ่านถ้วนถี่ มัวหลงอยู่กับบทกวีของGoethe และ Hesse ไปไม่พ้นเยอรมันสักที ขอบคุณที่ลุงสองคนถกกันทำให้หลานได้ฟังอะไรดีๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
driftworm วันที่ : 23/06/2014 เวลา : 20.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๕-

สุชาติ สวัสดิ์ศรี เคยเปิดประเด็นเรื่อง "อำนาจของวรรณกรรม" ในการส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
(ไม่ต้องกับเปลี่ยนการเมือง ? ... จำไม่ค่อยแม่นแล้ว)
โดยตั้งคำถามว่า อำนาจวรรณกรรมมีจริงหรือ , ยังมีอยู่หรือ .. ในนิตยสารโลกหนังสือที่เขาเป็นบรรณาธิการ
(ออกตลาดช่วงทศวรรษ ๒๕๒๐)
และในนิตยสารเรื่องสั้น ช่อการะเกด (ออกราย ๔ เดือน)

คำถามนั้นดูจะเกี่ยวโยงกับตัวเลขผลสำรวจ คนไทยอ่านหนังสือปีละ ๘ บรรทัด
เกี่ยวโยงกับภาวะซบเซาของวงการหนังสือ ตลาดหนังสือ
ที่ยอกพิมพ์ ๑๕๐๐ เล่ม หรือ ๒๐๐๐ ก็ขาย(ทั่วประเทศ)กันข้ามปี แล้วที่สุดยังเหลือจนต้องนำมาลดราคา ก็ยังไม่หมด
ฯลฯ
(นน๑๒๓๔ น่าจะให้ข้อมูลได้ดีกว่าผม)

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
สมชัย วันที่ : 23/06/2014 เวลา : 17.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ขอบคุณที่เปิดโลกกว้าง มีสิ่งดีๆให้ซึมซับ ผมไม่สันทัดบทกวี แต่ดื่มด่ำไปกับสวนที่นำเสนอ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
SW19 วันที่ : 23/06/2014 เวลา : 17.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณแม่มดเดือนMarch

Swansea, New Port และกระทั่ง Cardiff เมืองไม่ได้สวยเลย ความสวยออกมาจากความจริงใจของผู้คนมากกว่า
Swansea น่าเกลียดน่าชัง แต่ก็มีสวย บ้านน่าอยู่อย่างแถบ Cwmdonkin park ส่วนที่ Mumble นั้น คนมีสตังค์อยู่ อาหารการกินศิวิไลซ์กว่าในตัว Swansea ทั้งที่ห่างกันนิดเดียว
Borth เราไม่เคยพัก เพราะไปถึง Aberystwyth หาที่พักเป็น cottage กลางเขา ทำอาหารจากวัตถุดิบๆ ของ Wales สะดวกกว่า B&B
หน้าตาคุณ Alan คงไม่ต่างจากคุณ Dylan เท่าไหร่ เพราะ gene pool ของ Welsh 3 ล้านคน ถ้าคุณแม่มดดูรักบี้ต้องแย่แน่ เต็มไปด้วย Williams, Jones, Thomas แถมใส่หมวกปิดหัว หน้าเหมือนกันหมด

แล้วตกลงคุณแม่มดได้เห็น Dylan Thomas Centre ที่ Swansea หรือเปล่า ศิลปินที่จะเป็นอัจฉริยะได้มักมีชีวิตนอกกรอบ น่าเสียดายที่มัก die young

ความคิดเห็นที่ 5 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 23/06/2014 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน

[..แม้จะคาใจว่าต้องมีมากกว่านี้..]
มี.. ยังมีตอนต่อไป คุณหนอนอย่าเพิ่งอิ่มนะ

เรื่อง วรรณรูป ไม่เคยได้ยิน ไม่แน่ใจว่าการจัดแต่งเรียงตัวหนังสือ เพื่อเอาสวยงามอย่างเดียว หรือเพื่อให้การอ่านถูกวรรคตอนง่ายขึ้น ประสบการณ์ทางนี้ ทั้ง poem ทั้ง prose นิยมการอ่านให้ฟัง เพื่อให้คนฟังเข้าใจการแบ่งวรรคตอน การหยุดจังหวะ เท่าที่รู้ Charles Dickens (Oliver Twist, A tale of two cities, Christmas Carols and etc.) โด่งดังมากมายก็เพราะเอาเรื่องตัวเองมาอ่านให้ฟัง ถึงยุค Dylan มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบทกวีมากมายเหมือนกัน ที่เราก็ไม่เข้าใจแตกฉาน บางอย่างอ่านยาก บางเล่มของ Dylan อ่านแล้วภาษาสวยแต่เรื่องผีหลอกยังไงไม่รู้ แต่บางเล่มอ่านแล้วต้องอ่านอีก บางประโยคเมื่อมีคนอ่านออกเสียงฟังแล้วขนลุก เข้าใจก้นบึ้งคนเขียนได้ทันที บางอันเขียนให้พ่อตัวเองอย่าง Deaths and Entrances ตอนที่พ่อใกล้จะตายเขียนอีกบท ขึ้นต้นว่า Do not go gentle in that good night … มีความหมายแฝงให้เข็มแข็ง ให้ต่อสู้ หลายคนอ่านถ้าไม่ใช่ตัว Dylan เอง เช่น อย่าง Richard Burton ก็ไม่ได้ความรู้สึกเท่า Anthony Hopkins (Hannibal, Silence of the lamb) หาฟังได้ตาม You Tube – รับประกัน

ทั้งนี้ ที่ต้องการเอามาเล่าสู่กันฟัง คือ บรรยากาศวรรณกรรม ไม่ได้หยุดแค่เขียนออกมา แต่เป็นอ่านให้ฟัง (เพราะอะไร เดี๋ยวตามมา) สังคมเกรทบริเทนเป็นสังคมวิทยุ ทุกวันนี้คนรุ่นเราๆ ยังฟังวิทยุจากทีวี ทีวีที่ตั้งช่องสำเร็จมาในเครื่อง ช่อง ๙๐๐ กว่าเป็นวิทยุทั้งหมด ช่องที่อ่านเรื่องสั้น กลอน ไปจนละครวิทยุ ก็ยังฟังกันทุกวันนี้ Radio 4 (BBC4) ที่ว่างๆ บางทีก็เปิดฟัง ละครวิทยุ The Archers เล่นมาตั้งแต่สมัยหลังสงครามโลก (1950) ฟังตั้งแต่เด็ก เดี๋ยวนี้ก็ยังอยู่ ซื้อมาฟังเป็นซีดีก็ได้
อ้อ คนบริทิช 'ฟัง' กีฬาสดทางวิทยุเก่งมากด้วย เป็นความสุขอีกอย่างที่คนพากษ์เก่งระดับเซียนสามารถพูดให้คนตามติดแต่ละการเคลื่อนไหวทางหูได้อารมณ์ไม่ต่างจากทางตา

ย้อนกลับมาได้ ๒ ประเด็น
๑. การอ่านให้ฟัง เกิดขึ้นเพราะคนยังอ่านหนังสือไม่ออก
๒. วัฒนธรรมไทยแบบนี้ หายไปไหน (เสนีย์ บุษปะเกศ ใช่ไหมท่าน ไม่ค่อยแน่ใจ ขออภัยถ้าจำสับสน) เป็นคำถามเรื่องที่คุยกันค้างเรื่องการกลืนวัฒนธรรม ของบางอย่างเราไปแล้วไปเลย รับของใหม่แล้วถีบทิ้งของเก่าหมดจด ลืมราก ไปชอบใส่หัวโขนแต่ไม่ดูโขน – เอ๊ะ ไม่เกี่ยวกัน
เรื่องการอ่านให้ฟัง เพราะคนยังอ่านหนังสือไม่ออก ทำให้มีข้อคิดเกิดอีกมุมว่า did literature really change society - politically? มีบทความน่าสนใจที่อาจจะบังเอิญสนับสนุนข้อสันนิษฐานของตัวเอง ที่ไม่ค่อยคล้อยตามเรื่องวรรณกรรมมีบทบาททางการเมืองในแง่อิทธิพลการชักจูง ผลักดัน

นักคิดจำนวนมากทางนี้มองวรรณกรรมเป็นเครื่องบันทึกสังคม ไม่ใช่เครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนสังคม บทความที่ว่านั้นเอาข้อมูลการอ่านออก(*)ของคนมาประมวลกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองในประวัติศาสตร์โลกหลายครั้งรวมทั้ง French Revolution ตั้งแนวคิดว่า ตัวหนังสือมีผลเพียงเพื่อการให้คนอ่าน propaganda (จากเอกสารเผยแพร่ทางการเมือง) มากกว่าจะได้ผลเปลี่ยนแปลงทางการเมือง (จากผลงานวรรณกรรม) เพราะวรรณกรรมมาไม่ทัน คนสมัย French Revolution ข้าวยังไม่มีกิน ไม่ต้องคิดเรื่องเอาเงินไปซื้อหนังสือ เหมือนที่ Dylan Thomas เขียนหนังสือ ไปขายได้ที่ลอนดอน เพราะที่ Wales คนไม่มีเงิน คนเขียนก็เขียนได้แต่ short story เพราะต้องเอาเวลาไปมาหากิน หนังสือของคนรุ่นนั้นเวลาออกมาเป็นหนังสือ จึงต้องเป็นรวมเรื่องสั้น

(*) ที่ว่า เพราะอ่านออก และเขียนได้ ของคนเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน การวัดเรื่องการเขียนได้ เอามาจากการเซ็นชื่อแต่งงานและเป็นทหาร

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
SW19 วันที่ : 23/06/2014 เวลา : 17.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ดีใจที่คุณลูกเสือหมายเลข9 ไม่เห็นเป็นน่าเบื่อ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 23/06/2014 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ได้ไป Swansea กับ Mumble ค่ะ
เมืองไม่สวยจริงๆแต่ผู้คนที่ได้พบก็มีน้ำใจจริงๆเหมือนกัน
คุณ Dylan หน้าตาเหมือน Alan เจ้าบ้านคนโปรดที่ Borth
ความเป็นไปในชีวิตของ artists ดูจะมีแบบแผนเดียวกันไปหมด
หวั่นไหว วูบวาบ ปราดเปรื่อง อ่อนวินัยและไม่ยืนยาว
เหมือน Mozart เหมือน Schiller
เพลงเพราะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
driftworm วันที่ : 23/06/2014 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อ่านและดูจนจบแล้ว
แม้จะคาใจว่าต้องมีมากกว่านี้
แต่ก็ อิ่ม
..........................

อิ่มนี้เป็นอิ่มใจฤๅ .. ไม่เชิง
อาจเป็นความชื่นชมในวิถีงานและจิตวิญญาณ (appreciation ?)
ถ้าเป็นเพราะเหตุนั้น มันไม่ได้ต้องการอะไรที่มากความ

........................
ภาพปกหนังสือ Deaths and Entrances ความตายกับปากทาง(ไปหาพระผู้เป็นเจ้า?)
ทางขวาเป็นหน้าหนึ่งของเนื้อหาในเล่ม มีการจัดวางประโยคให้เกิดรูปทรงรวมเสมือนรูปลักษณ์
สิงห์สนามหลวง (สุชาติ สวัสดิ์ศรี) เคยกล่าวถึงวิธีการนี้อยู่เนือง ๆ
ทั้งในนิตยสารโลกหนังสือ และในบัญชรบ่นวรรณกรรมที่ นสพ.ผู้จัดการรายวัน ช่วงหนึ่ง
ต่อมาที่นิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ในช่วงถัดมา โดยริเริ่มใช้คำแทนวิธีนี้ว่า วรรณรูป

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 23/06/2014 เวลา : 09.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เพลินเลย..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน