*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 266337
  • จำนวนผู้โหวต : 247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
Oh What A Night

เพลงจาก Jersey Boys,West End, London

View All
<< กรกฎาคม 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 28 กรกฎาคม 2557
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 3143 , 07:40:15 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 19 คน Kalavit , joepiya และอีก 17 คนโหวตเรื่องนี้

จากหุบเขา South Wales Valley แหล่งชุกชุมเหมืองถ่านหินสุดปลายทางใต้ของ Wales มุ่งขึ้นเหนือ ยังมีเทือกเขาขวางกั้นเป็นแนวกว้าง ครอบคลุมอีกหลายยอดเขาระฟ้า ทิ้งควันดำจากอุตสาหกรรมให้ค่อยจางหาย แทนที่ด้วยความงดงามและไอหมอกที่โอบล้อมอยู่รอบทิศ เส้นโค้งของแนวเขาสีเขียวลากเป็นฉากลวงสายตาย้อนไปไกลโพ้น สู่ยุคที่ความเร้นลับของธรรมชาติอยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์

 

 

เรื่องเล่าเมื่อราวสมัยกลางของยุโรป บอกถึงการครองคู่ของหนุ่มชาวไร่กับสตรีเลอโฉมผู้ปรากตัวขึ้นอย่างลึกลับที่ริมทะเลสาบ การตอบรับรักมาร่วมอยู่กินขอเพียงเงื่อนไขข้อเดียว มิให้ใช้ความรุนแรงในตลอดช่วงชีวิตคู่ หากพลาดพลั้งเกิดขึ้นเกินกว่าสามครั้ง ฝ่ายหญิงจำต้องกลับคืนสู่ที่จากมา

แล้วชะตากรรมก็นำพาสู่โศกนาฏกรรม สาวงามนั้นมีวิชาอาคมติดตัวหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ปฏิกิริยาของการ ‘รู้’ ทำให้ฝ่ายชายเข้าใจผิด การแตะต้องสะกิดเตือนเพียงเบามือถึงสามครั้งจึงทำให้สตรีนั้นหายลับกลับลงสู่ทะเลสาบ ทิ้งลูกน้อยสามคนไว้กับพ่อให้โศกเศร้าอยู่มิวาย

 

 

เมื่อลูกชายเติบโต อำนาจวิเศษที่ถูกถ่ายทอดจากมารดาก็ปรากฏชัด ทั้งสามเลือกใช้พลังพิเศษเพื่อเยียวยารักษาผู้คนแทนการสู้รบสร้างอำนาจ

บางตำรับยาโบราณของสามพี่น้องพบเป็นบันทึกภาษา Welsh ใน The Red Book of Hergest ที่เก็บรักษาไว้ ณ Bodleian Library มหาห้องสมุดเก่าแก่แห่ง Oxford Jesus College ขณะที่เรื่องราวของสตรีเลอโฉมริมทะเลสาบ กลายเป็นที่มาของตำนาน The Lady of the Lake and Excalibur ดาบชี้ชะตาของ King Arthur

 

 

Brecon Beacons เทือกเขาที่ยังคงร่องรอยจากยุคน้ำแข็งให้เห็น มีหกยอดเขาสูงเป็นฉากช่วยสร้างจินตนาการ ขับกลิ่นอายความลึกลับของธรรมชาติให้ไม่เคยเจือจาง หลายร้อยปีหลังจากที่พวกโรมันใช้เป็นค่ายทหารม้า เบร็คค่อน บีค่อนซ กลายเป็นสนามฝึกของ British Army ปัจจุบันผู้ร่วมใช้พื้นที่ยังมี Royal Marine Commandos และ SAS หน่วยรบพิเศษ ขั้นเข้มข้นของการฝึกดำรงชีพในสถานกาณ์ทรหด

 

 

Brecon Beacons พรางตัวซ่อนความดิบของภูมิประเทศที่ไร้การรบกวนจากโลกภายนอกอย่างแนบเนียนไว้เบื้องหลังบรรยากาศสงบนิ่งงัน ขณะฝูงแกะเคลื่อนไหวตัวอย่างเงียบกริบ ภายใต้อากาศสะอาดโปร่งเกินจริง ให้ผู้สัญจรเป็นทางผ่านได้อิ่มเอมชั่วครู่ ก็เข้าสู่มุมเหนือสุด ปลายทางที่ Gelli

 

 

Croeso i'r Gelli - Welcome to Hay-on-Wye

Gelli เป็นชื่อ Welsh ของ Hay ชื่อที่เติม River Wye แม่น้ำทางใต้ของเมืองเข้าไปด้วยนั้นมาที่หลัง ไปโด่งดังจนโลกรู้จัก Hay-on-Wye ว่า The Town of Books ทำให้เสน่ห์อื่นที่พ่วงมากับภูมิประเทศ และ River Wye สายน้ำหลักที่ยาวเป็นลำดับห้าของเกาะเกรทบริเทน แหล่งตกปลาแซมม่อนชั้นเลิศ เรือพาย Canoe กลายเป็นเรื่องรอง

 

 

Hay เป็นเมืองเก่า แม้ไม่สืบสาวไปจนถึงปราสาทรุ่นศตวรรษที่ 12 ความเป็นมาก็ยังย้อนไปถึงใกล้พันปี บ้านเรือนปลูกสร้างสมัยศตวรรษที่ 16 ราวกลาง พ.ศ.2000 เป็นต้นมา ยังเป็นที่อยู่อาศัยของผู้คน ที่เทียบขึ้นม้ายุคโบราณมีให้เห็นอยู่หน้าบ้าน ที่เมือง Hay การขึ้นทะเบียนอนุรักษ์อาคารเก่าจึงเลือกยากเมื่อแต่ละหลังเก่าไม่น้อยหน้ากัน อยู่ดีและพอเพียงสำหรับประชากร 1,500 คน

 

 

ในจำนวนพลเมืองน้อยนิดของ Hay ยังมีคนที่ผลิกผันให้เมืองเป็นที่รู้จักระดับโลก

Hay เป็นเมืองเล็ก อยู่ในชนบทสวยงาม ออกจะเข้าถึงสะดวกจาก Hereford ชายแดนใกล้เคียงด้านอังกฤษด้วย แต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อเทคโนโลยี่เปลี่ยนทิศ อุตสาหกรรมของชาติชะลอตัว เศรษฐกิจของ Hay ได้รับผลในทางถดถอยไปด้วย

Richard Booth เกิดที่ Hay ไปเรียนที่ Rugby School แล้วไป Oxford กลับเมืองเกิดในเวลาที่ต้องครุ่นคิดถึงวิธีให้คนรุ่นเยาว์สามารถดำรงชีวิตเลี้ยงชีพอยู่ได้ในชนบทเมืองเล็ก โดยไม่ต้องทิ้งถิ่น ด้วยจังหวะชีวิตและที่ทางซึ่งได้รับตกทอด ประจวบเหมาะกับช่วงที่มหาวิทยาลัยในอเมริกาโละหนังสือเก่า ผนวกเข้ากับความเป็นคนแผลงที่มุ่งสร้างเนื้อสร้างตัว Booth จึงเดินทางไปเหมาซื้อหนังสือเก่าขนลงเรือ กลับมาเปิดร้านแรกที่ Hay ใน พ.ศ. 2505

 

 

Booth ประสบความสำเร็จ และชี้ให้ชาวเมืองเห็นช่องทางทำกิน ดำเนินรอยตามจน ณ เวลาหนึ่ง เมืองเล็กแห่งนี้มีร้านหนังสือมากกว่า 30 แห่ง ขึ้นชื่อเรื่องหนังสือเก่าและหนังสือเฉพาะทาง

 

 

ไม่นานนัก ผลกระทบจากฝุ่นควันอุตสาหกรรมก็จางหาย กลิ่นหมึกและหนังสือเก่าที่กรุ่นเข้ามา ไม่ใช่เพราะชาวเมืองนิยมอ่านอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องปากท้องที่ทำให้ Hay กลายเป็นศูนย์กลางของหนังสือเก่าที่ใหญ่ที่สุดของโลก และเชื่อกันว่าน่าจะเป็น Book town แห่งแรกในโลกด้วย

 

 

ต้นยุค 70s เมื่อ Booth ได้ครอบครอง Hay Castle ปราสาทเก่าของเมือง ก็ดัดแปลงเป็นร้านหนังสืออีก สร้างชื่อ Hay ให้เป็นที่ดึงดูดความสนใจคนรักหนังสือเก่าจากทั่วโลก Booth ยังปล่อยมุกตลกหน้าตายสถาปนาตัวเองเป็น King of Hay เจ้าของ Kingdom of Hay ใน พ.ศ. 2520

จากเมืองเล็กที่มีที่พักเพียงสี่แห่ง ก็กลายเป็นร้อย

ยิ่งมีข่าวให้คนพูดถึงเท่าไหร่ ความคิดแตกขยายของ Booth ก็ทยอยตามออกมา ตั้งแต่การขายตำแหน่ง Dukedoms เป็น Duke หรือ Duchess จนถึงการออกหนังสือเดินทาง Kingdom of Hay ส่วนร้านหนังสือนั้น Booth ขายไปนานแล้ว มาเปิดร้านใหม่ใช้ชื่อสมตัวว่า The King of Hay

 

 

ความกึ่งเพี้ยนในตัว Richard Booth ให้คุณกับ Hay เป็นที่รู้จักระดับโลก แต่ตลาดหนังสือก็ยังคงมีกลไกที่หมุนไปตามธรรมชาติ โดยเฉพาะเมื่อนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยม Hay ไม่ใช่ผู้ที่มาเพื่อซื้อหนังสือเป็นหลัก ระยะหลังร้านหนังสือปิดตัวลงไปมาก รายได้ที่หายไปไม่ใช่ผลจาก e-books เป็นสำคัญเท่ากับการสั่งซื้อจาก online retailers ซึ่งสะดวกและบ่อยครั้งราคาย่อมเยากว่า การเผลอตัวไปตัดราคาสู้ไม่ใช่ทางออก

 

 

23 ร้านหนังสือที่เหลืออยู่ จำต้องปรับวิธีค้าขาย บริหารจำนวนหนังสือหมุนเวียนและคงคลัง เพิ่ม online sales ปรุงแต่งโฉมด้วย food & films ขายอาหารเครื่องดื่ม มีห้องฉายภาพยนตร์ สร้างกิจกรรมเพื่อดึงดูดคนและสร้างรายได้เพิ่ม

 

 

ทุกวันพฤหัสบดีแม้ฟ้าฉ่ำ ถนนแฉะ ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับคนเกาะไม่เคยรู้สึกรู้สากับ bad weather ว่าอากาศแย่ ถ้าเลือกสวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสม ตลาดนัดของ Hay จึงมีคนท้องถิ่นออกมาเดินปะปนกับนักท่องเที่ยวไม่เคยขาด เสียงพูดคุย ความจริงใจและตรงไปตรงมาของคนพื้นบ้านเป็นธรรมชาติที่น่าดึงดูดใจ โดยไม่ต้องอาศัยสิ่งเคลือบแฝง

 

 

แต่หัวใจของ Hay ที่แท้จริงเกิดจากการเป็น Market town เมืองที่คนสมัยก่อนเดินทางมาซื้อหาและค้าขาย Hay เคยเป็นศูนย์กลางตลาดแกะ ตลาดเนย ตลาดชีส และ Antiques ของเก่าที่มีร่องรอยของกาลเวลาแฝงอยู่ ให้ฉงนกับเรื่องราวของผู้ถือครองคนก่อนหน้า

 

 

แม้ของเก่าทำเทียมจะหาง่ายขึ้น ขายปะปนไปกับของเก่ามีวิญญาณ การหาของเก่าที่นิยมยังต้องเป็นตามตลาดเก่าในเมืองเล็ก ร้านของเก่าใน Hay มีมากทั้งจำนวนร้านและสิ่งของ ความน่าสนใจดูจะทัดเทียมกับร้านหนังสือ

 

 

ตลาดหนังสือเป็นสินค้าที่ Hay ขาย ณ ช่วงหนึ่งของเวลา  – ที่จะมีวันเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพตลาดอย่างที่เสน่ห์ของเมืองค้าขายควรจะเป็น แม้ตลาดของ Hay จะมีอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมาพยุง ของที่มีมาเสนอขาย ก็ยังเปลี่ยนไปได้ไม่รู้จบ

Jim Saunders นักเขียนในพื้นที่เชื่อว่า แม้จะไม่เหลือร้านหนังสือเลย Hay ก็ยังอยู่ได้

ของใหม่ที่ Hay นำเสนอ คือ Ideasความคิดและสิ่งใหม่ที่คิดค้นอย่างไม่หยุดนิ่ง ถึงพ.ศ. 2533 จึงเป็นปีเริ่มต้นของ Hay Festival ที่คราวนี้นำคนและมูลค่าเงินเข้ามาสู่ Hay อีกมหาศาลยิ่งกว่าเดิม ทุกปี

 

 

Hay Festival จึงเป็นมุมใหม่ของเมือง ที่มีของให้ชวนติดตามอีกร้อยแปดพันอย่าง กับอีกหนึ่ง ที่ขาดไม่ได้ – คือ หนังสือ

 

*********

Wales ก่อนหน้า: Dylan Thomas คนพิเศษจาก Swansea

Wales ต่อไป: Hay Festival 2014

 

Elton John's Music - Words by Dylan Thomas - Bonnie Tyler sings "I Loved a Man" (1988)

Uploaded by RonnieFriend

 

ละครวิทยุอย่าง Under Milk Wood ของ Dylan Thomas มีเสียงนกร้องจิ๊บจิ๊บ ปนเสียงกระซิบสนทนา

ดูจะเหมาะกับบรรยากาศชนบทแบบ Hay 

และความเศร้าของการสูญเสียคนรัก

โดยเสียงร้องของ Bonnie Tyler สาว Welsh



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 41 SW19 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
อะหนึ่ง วันที่ : 12/08/2014 เวลา : 02.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  


...หวังว่าจะไม่ทำให้คุณอะหนึ่ง งงหนักเข้าไปใหญ่...

ข้าพเจ้าฯอ่านคำตอบแล้ว ก็ยิ่งงงเข้าไปอีก เลยต้องเสียเวลาไปนั่งสนทนากังลุงกูเกิลต่อ
ทำความรู้จักกับความเป็น เกรท บริเทน United Kingdom
อันเป็นที่รวมกันของ England , Wales , Scotland , Northern Ireland
เหมือนกะ...เมืองซ้อนเมือง รัฐซ้อนรัฐ ประเทศซ้อนประเทศ
อ่านไปอ่านมา ดูแผนที่ประกอบ ก็พอเข้าใจแบบงงๆ เหมือนเดิม (ฮา)

ลองสะกดรอยตามคุณ SW19 เที่ยวเมือง Hay on Wye ผ่านกูเกิลสตรีท ด้วยซะเลย
เมืองเก๋าๆ น่าไปเที่ยวจัง ไม่ค่อยเห็นมีคนเดินถนน แต่มีร้านหนังสือ, ร้านอาหารอยู่ทุกตึก
เค้าจะขายใครกันหนอ...
............
เชื่อว่าคนไทยอีกมาก ที่เคยเรียนวิชาภูมิศาสตร์โลก มาจากชั้นเรียน ที่ไม่ได้เจาะลึกมาก
ก็คงเข้าใจแต่เพียงว่า ประเทศอังกฤษ ก็คือประเทศอังกฤษ นั่นแหละ
ผมเองก็มาสงสัยใคร่รู้ เอาเมื่ออ่านบล็อกคุณ SW19 นั่นเอง
...ขอบคุณ :-)

ความคิดเห็นที่ 40 อะหนึ่ง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 11/08/2014 เวลา : 01.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ติดคุณอะหนึ่งเสียหลายวันเรื่องของเมือง

ภาษาไทยคงง่ายกว่าแยะ เพราะในภาษาอังกฤษใช้หลายคำ ทั้ง town และ city ที่จริงแล้วไม่มีคำจำกัดความบอกความแตกต่างระหว่างแต่ละคำชัดเจน สิ่งที่บ่งบอกได้ชัดกลับเป็นเรื่องการบริหารท้องถิ่น เลยขอยกตัวอย่างของเกรทบริเทน เพราะอย่างของเยอรมนีเมืองคุณแม่มดเดือนมีนา ก็แตกต่างกัน เราไม่รู้พอ

ที่เกรทบริเทน ขอเรียกย่อว่า UK แบ่งการเรียกพื้นที่ ที่มีชุมชนไปตั้งบ้านเรือนเป็น village – town – city – county – country
เรารู้กันว่า village แปลว่าหมู่บ้าน town, city คือ เมือง ส่วน county ไทยแปลว่ามณฑล แต่ตอนนี้ขอทับศัพท์ไปก่อนเพราะความหมายไม่เหมือนกันทีเดียว

Village คือที่มีการตั้งรกรากเป็นชุมชน ใน village ที่มีผู้คนมาอยู่มากขึ้น เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของชุมชน มีการ ‘ติดตลาด’ ที่คนใน village ใกล้เคียงต้องมาค้าขาย ก็จะเรียกว่า town หรือ ชื่อเต็มๆ คือ market town นั่นคือตัวอย่างของการที่ UK มี charter หรือน่าจะพระราชกำหนดเรื่องตลาดมาหลายร้อยปีแล้ว (- ว่าต้องมีตลาดในรัศมีเท่าไหร่ๆ - เคยเล่าไว้เรื่องกินปลาแบบเกาะ)
อย่าง Hay เป็น เมือง - town – เพราะเป็น market town

สำหรับ City จะได้ฐานะนี้มา ต้องเป็นการพระราชทาน / โปรดเกล้าแต่งตั้งเท่านั้น ทั้ง United Kingdom มี city อยู่เพียง 69 cities (คือ 51 – England, 6 – Wales, 7 – Scotland, 5 – Northern Ireland)

เมืองบางแห่งมี city ติดมากับชื่อ แต่ไม่ได้แปลว่ามีฐานะเป็น city เพราะไม่ได้รับการแต่งตั้ง
ขณะเดียวกัน towns ใหญ่ๆ บางแห่ง เช่น มีคนมากกว่า 200,000 ประมาณว่าใหญ่กว่า city เล็กๆ บางแห่งด้วยซ้ำ แต่ไม่ได้รับการแต่งตั้ง - - ก็ไม่เป็น city

ตามธรรมเนียบดั้งเดิม การเป็น town หรือ city มีข้อแตกต่างที่เห็นชัด คือ town จะมีแค่โบถส์ หรือ church แต่ city จะมี cathedral ที่ไทยแปลว่ามหาวิหาร แต่ถ้าเข้าใจไม่ผิด ความแตกต่างคือการมีพระชั้นผู้ใหญ่ประจำของ cathedral ไม่ใช่เพราะขนาด ‘มหา’

County ภาษาไทย แปลเป็นเมืองเทศมณฑลบ้าง มณฑลการปกครองบ้าง แคว้นบ้าง จนถึงราชอาณาจักร อันที่จริงอย่าแปลเลย เพราะ county เป็นการรวมพื้นที่ในการบริหาร จัดการ ดูแลงบประมาณ สาธารณูปโภค ในลักษณะทำนองนั้น ก็จะมีหลาย city, town และแน่นอน village มารวมกันอยู่ในนี้

ไม่นานมานี้ คำว่าแคว้นยังใช้กันสับสนอยู่ โดยใช้เรียก Wales ว่าแคว้นเวลสซ ในขณะที่ฐานะของ Wales เป็นประเทศ คือ country เสมอมา ไม่เคยเป็นอย่างอื่น

ที่น่าสนใจคือ province เราเคยชินว่า คือ จังหวัด ในขณะที่ ในเชิงของประชากร จำนวนของ city และหรือ town ที่ประกอบกันเป็น province มันมากได้เสมือนกับภาคหนึ่งภาคของประเทศไทย เช่น Ireland มีทั้งหมด 4 provinces ยกตัวอย่างมาหนึ่ง province คือ Ulster มี 9 counties ซึ่ง 6 counties เป็นประเทศนอร์ทเทอร์นไอร์แลนด์เลย

ไหนๆ ถามแล้ว มีข้ออยากบอก คือ เวลาอ่านข่าวแล้วข่าวบอกว่า UK government จะทำอย่างนั้นอย่างนี้ เรามักแปลว่ารัฐบาลอังกฤษ / นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่ใช่ เพราะ UK government คือรัฐบาลของสี่ประเทศ คือ England, Scotland, Wales และ Northern Ireland

หวังว่าจะไม่ทำให้คุณอะหนึ่งงงหนักเข้าไปใหญ่

ความคิดเห็นที่ 39 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 07/08/2014 เวลา : 00.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๓๖-
ดีใจที่คุณแม่หมีตามมาเที่ยวด้วยกัน เห็นคุณแม่หมีรู้สึกหมองๆ SW19 รู้สึกผิดจังเลย ต่อไปเวลามีที่เที่ยวสนุกจะไปจูงมาเลย เรื่องคำพูดของสามีมุสลิมเหมือนคุ้นๆ ว่าเคยอ่านที่คุณแม่หมีนำมาเล่า เป็นกุศโลบายที่ยอดเยี่ยมจริงๆ คนเราอะไรจะเชือดเฉือนก็บาดลึกไม่เท่าคำพูด เจ็บนาน หายช้าอีกต่างหาก
อยากให้คนอ่านได้สัมผัสความรู้สึกที่เบร็คค่อนบีค่อนซ จะคล้อยตามเรื่องมนต์มายา อาคมขลังตามแบบอัศวินโต๊ะกลมไปเลย อันที่จริงทั้งพวกสกอตแลนด์และเวลสซ ต่างคนจะอ้างว่า คิงอาเธอร์เป็นของตนเอง SW19 เคยตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเชื่อใครดี พอมายืนนิ่งแอบดูแกะที่นี่แล้ว บวกกับเป็นชาติที่เอามังกรมาเป็นธงชาติ เลยยกให้เวลสซทันที


-๓๗-
หนังสือที่ Hay ซื้อยากจริงๆ คุณแม่หมี ขนาดเราชอบๆ มักเป็นเรื่องเฉพาะทาง แต่ดูของเก่าแทนก็ได้

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
SW19 วันที่ : 07/08/2014 เวลา : 00.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๓๕-
คำถามของคุณอะหนึ่ง นานๆมาที SW19 ปล่อยออกมาได้อีกเรื่องเชียว ขอเวลาเขียนแป๊ปเดียว อยากจะเทียบเคียงกับเมืองไทยให้เข้าใจง่าย

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
แม่หมี วันที่ : 06/08/2014 เวลา : 22.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ชอบร้านหนังสือมากๆ. แต่เข้าไปคงได้แต่ลูบๆคลำๆภาษาอังกฤษแม่หมีน่ะแย่มาก
แต่ถ้าเป็นภาษาไทยก็โอเคเลย

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
แม่หมี วันที่ : 06/08/2014 เวลา : 22.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

แค่เห็นคำเชื้อชวนให้มาอ่านก็สัมผัสได้ถึงความห่วงใย
เมื่อเข้ามาอ่านและดูภาพประกอบทำให้ลืมความทุกข์ไปชั่วขณะ
เรื่องเล่าในตำนานน่าสนใจและมโนภาพไปด้วย
ตามด้วยเรื่องราวที่เคยสัมผัสจากเรื่องกษัตริย์อาเธอส์. ดาบเอ๊กซ์คาลิเบอร์ที่เราได้ดูจากภาพยนตร์. อ่านจากหนังสือ. ความทุกข์ก็จางไป
ภาพสวยๆสีเขียวๆที่ทำให้สบายตา. ขอบคุณมากค่ะที่ชวนมาอ่านเอ็นทรี่นี้
เรื่องเล่าชีวิตคู่ถ้าเกิดความรุนแรง3 ครั้งนั่น. แม่หมีเลยนึกไปถึงเรื่องราวของอิสลาม. หากสามีพูดว่า ฉันขอเลิกกับเธอซ้ำกันสามครั้ง(ไม่ต้องใช้ความรุนแรง. แค่เพียงคำพูดเท่านั้น)ก็ถือว่าความเป็นสามีภรรยาก็ต้องจบลง. หากจะมาอยู่ด้วยกันใหม่ก็ไม่สามารถทำได้. อุย...ถ้าเล่าเดี๋ยวจะยาว. แต่เป็นกุศโลบายไม่ให้สามีพูดจาโดยไม่ไตร่ตรอง
ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความห่วงใยที่มีให้. รักคนสองคนนี้จังค่ะ. จริงๆนะ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 06/08/2014 เวลา : 02.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

กลับจากบ้าน แม่มดฯ แวะมาถนนสาย SW19
เล่าเรื่องเมืองเก๋าๆ พอๆกัน
อ่านดึกๆแล้วยังอิ่ม...
ไปกับหนังสือ และของเก่า ณ เมือง Hay
ช อ บ จั ง
.................
เวลาอ่านเรื่องเล่าเมืองนอกแล้วสงสัย
(ทั้งบล็อกแม่มดฯ และคุณSW19)
เวลาใช้คำว่า เมือง....
มันเทียบเท่าระดับไหนกับเมืองไทย
จังหวัด...อำเภอ...ตำบล...หมู่บ้าน
หรือแค่ชุมชนหนึ่งๆ ที่เคยเจริญมาก่อนแล้ว

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
SW19 วันที่ : 03/08/2014 เวลา : 22.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๓๓-

ความคิดเห็นที่ 33 อะหนึ่ง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 02/08/2014 เวลา : 20.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓๒-

เป็นความเห็นที่เป็นความเห็นจริง ๆ (แล้วที่คุย ๆ กันมาหลายกระทู้แล้วนั่น ไม่ใช่ความเห็นรึ
หนอนนี่ชักจะเพี้ยน ๆ ชอบกล .. เอาเป็นว่า คห.๓๒ นี่ให้ความรู้สึกมากเป็นพิเศษ)
จนรู้สึกเหมือนคนสูงวัยกับคนเริ่มจะสูงวัยนั่งคุยกันที่โต๊ะกาแฟหินอ่อนในร้านกาแฟชงถุงผ้า
หน้าตลาด
คุยตอบเรื่องที่ง่ายที่สุดก่อน จากย่อหน้าสุดท้ายของความคิดเห็นนั่น
ที่สามชุกนี่มีห้างเท้สโก้โลตั๊สมาเปิดด้วย และมีร้านหนังสือเครือข่ายของซี-เอ็ดมาเปิด
พนักงานไม่สวยแต่ก็น่ารัก และผ่านกรอบรมในระบบงานมาดี
เมื่อไปหาดูหนังสือผ่านรอบคัดเลือกรางวัลซี-ไร้ท์ ดูที่ชั้นหนังสือแผนกวรรณกรรมไม่เจอ
พนักงาน ที่ไม่สวยแต่น่ารัก (หนอนก็พล่ามไปงั้น สายตาคนไม่เหมือนกันหรอก) ก็จะถามหา
ชื่อเล่มหนังสือ กับชื่อคนเขียน (โปรดสะกดให้ครบถ้วนและถูกต้องด้วย) ไปพิมพ์ป้อนเข้า
เครื่องสมองกลเชื่อมต่อเครือข่าย (ค็อมพิ้วเต้อร์ออนลายน์) ในร้าน
ถ้าหาจากบัญชีหนังสือของซี-เอ็ดเองไม่เจอ ก็จะไปหาจากบัญชีหนังสือรับมาจัดจำหน่าย
ถ้ายังไม่เจออีกก็จะไปหาจากบัญชีหนังสือสำนักพิมพ์คู่ค้าที่มีข้อตกลงรับส่งกัน
หลายครั้งหนังสือที่ผมหาจะได้จากบัญชีที่สามนั่น หลังจากวงมัดจำ รับใบเสร็จแล้ว ...
“หนังสือจะมาถึงวันมะรืนนะฮะ ต้องมารับเองที่นี่ วันนี้เราส่งคำสั่งซื้อไป พรุ่งนี้เจ้าหน้าที่
จะไปเอาหนังสือจากสนพ.มารวมที่สนง. คัดแยกปลายทางนำส่ง มะรืนถึงจะส่งมาที่นี่ก่อนสี่โมงเย็นนะฮะ”

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
SW19 วันที่ : 02/08/2014 เวลา : 05.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๓๐-

อ้า.. อันนี้กระตุกต่อมได้ดีเชียว ถ้าคุณหนอนไม่พูดถึง Lang Law ก็คงไม่ทันนึกถึง เพราะนานมากจริงๆ

แต่ผลกระทบของเรื่องหนังสือ ในแง่ร้าน/ยอดขาย/ยอดคนอ่าน/ผู้ซื้อ ไม่แน่ใจว่าเห็นข้อมูลเหมือนกันหรือไม่ เพราะตัวแสบที่ทำร้านหนังสือพัง คือซูเปอร์มาร์เก็ต และทำร้ายนักเขียนเป็นกลไกต่อเนื่อง – อันนี้จากข่าวที่อ่านผ่านมาเป็นระยะ
และก็เลยไปเปิดข้อมูลให้แน่ใจอีกที ให้ได้ความชัดเจน เล่าได้เต็มปาก

กฎหมายที่คุณ Lang ทำนั้นของเราก็มีเป็นข้อตกลง เรียกว่า New Book Agreement (NBA) ออกมาบังคับใช้ พ.ศ.๒๔๔๓ อยู่ดีมาเรื่อย ตามประสาบริทิช (ขออนุญาตนอกเรื่องนิดหนึ่ง แต่เกี่ยวกันว่า ประสาบริทิชว่า ไม่มีรัฐธรรมนูญเป็นตัวบทแต่ใช้องค์กรมาคะคานกัน) กรณีนี้ก็เหมือนกัน วันหนึ่ง ในพ.ศ. ๒๕๐๕ ก็ตกลงให้มีการตรวจสอบว่า ที่ห้ามลดราคาหนังสือใครได้ประโยชน์กันแน่ สำรักพิมพ์หรือเปล่า คือ ทำให้สำนักพิมพ์สามารถเอาเงินจากหนังสือขายดี (bestselling) มาถัวกับหนังสือดีแต่ไม่ขาย หรือขายน้อย ทำให้คนที่เริ่มเสียเปรียบกลายเป็นนักเขียน – เงินถูกตัดน้อยลง
มาถึงยี่สิบกว่าปีที่แล้วนี่เอง ร้านเริ่มลองของกับข้อตกลงนี้ เพราะมันมีจุดไม่ชัดเจนอีก คือ
- ไม่บอกว่ากฎนี้ใช้บังคับหนังสือชำรุด หรือหนังสือที่เคยถูกครอบครองมาก่อน
-ในทางการค้า และสินค้าคงคลัง ถ้าจะโละหนังสือในคลังที่มันเก่าเก็บแต่ขายไม่ได้ ถ้าทำไม่ได้ ร้านก็อยู่ไม่ได้
ร้านก็เลยใช้วิธีสร้างตำหนิเสียเองจะได้เอามาลดราคาได้ วิธีการก็คือ เจาะรู (แบบเข้าแฟ้มเก็บเอกสาร) กับการเอาปากกาสีเน้นข้อความป้าย อย่างหลังนิยมกว่า เพราะทำง่ายกว่า
มาถึงสิบปีที่แล้ว Office of Fair Trading ตัดสินใจเข้ามาทบทวนข้อตกลงนี้ เพราะมันขัดกับประโยชน์ของผู้บริโภค สำนักพิมพ์ใหญ่เองก็อยากถอนตัวจากที่ตกลงไว้ (อย่าง HarperCollins)
ที่สุด พ.ศ.๒๕๔๐ ก็ยกเลิกกันไป ร้านเครือข่ายก็ลดราคา จนขายดี แต่ที่มาฮุบประโยชน์ไปเต็มๆ เป็นซูเปอร์มาร์เกต ที่โฉบเข้ามาเล่นด้วย ไม่เล่นมากเล่ม แต่เล่นแรง คือเลือกลดราคากระหน่ำมากมายกับหนังสือ bestselling ไม่กี่ฉบับ โดยใช้วิธีหักคอ publishers คนเจ็บตัวที่สุดคือนักเขียน ได้เงินสุดท้ายอย่างดีเล่มละ 3p จากที่เคยได้เฉลี่ยเล่มละ 60-70p (อย่างถูกยังได้เล่มละ 35p)

มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า
๑.ตัวเลขจาก พ.ศ.๒๕๕๒ มีร้านเล็ก รายย่อยปิดตัวลง ๕๐๐ ร้าน (ข่าว BBC)
๒.การปิดตัวของร้านเล็ก (independent bookshops) น่าจะเป็นผลจากทางเศรษฐกิจ เพราะมีการปิดตัวกันลงในเยอรมนี และฝรั่งเศสด้วย ทั้งที่สองประเทศนั้น ข้อตกลงกำหนดราคาหนังสือยังมีผลบังคับใช้อยู่
๓.การปิดตัวลงของร้านเล็กในเกรทบริเทน มีจำนวนต่ำกว่าที่คาดกันไว้ และกลับมีการพิมพ์หนังสือออกมาใหม่ (new titles) มากขึ้นกว่าเดิม (ข้อมูลจาก The Benefits from Competition: Davies/Wilson)
๔.สุดท้าย ยอดจำหน่ายของหนังสือในสหราชอาณาจักร เพิ่มขึ้น ๓๐% ในช่วงเวลาจาก พ.ศ. ๒๕๓๘ – ๒๕๔๙

ข้อมูลที่คุณหนอนเล่ามา คงต้องมาดูว่าเราจะมองในแง่ไหน
คนขาย- คนเขียน- คนอ่าน
ไอ้ระบบของเรามันเลวกับผู้เขียน กว่าจะเขียน จนพิมพ์เป็นเล่มออกมา ขายแล้วได้เงินนิดเดียว การขายเป็น e-book นักเขียนได้มากกว่า ที่นี่ตอนหลังนักเขียนมาขายเอง เป็น e-book เขาได้มากกว่า คุ้มกว่า

คนอ่าน ไม่ขาดทุนเลยสักทาง จะซื้อเล่มก็ซื้อไป ต้องเดินทางหนักตัวก็ซื้อ e-book เอาไว้พกอ่านก็สะดวกดี เราเองหลายเล่มที่ชอบมักจะมีทั้งสองรูปแบบ อยู่บ้านเอาไว้เปิด ไว้ดม ก็ดูจากเล่ม อ่านค้างอยู่จะเดินทางก็อ่านในแผ่น ราคามันถูกจนต้องยอมทำเสียคน

ในแง่คนขาย ไม่รู้ว่าต้องมองในภาพของอุตสาหกรรม หรือ มองระหว่าง ร้านเล็ก-ร้านเครือข่าย-ร้านออนไลน์

เพราะร้านเล็ก ก็มักมีขายออนไลน์ของตนเอง
ร้านเครือข่าย (chain) ก็มีขายออนไลน์ของตัวเองอีก
(ทั้งสองไม่ได้พึ่งคนกลางทางออนไลน์อย่างเดียว แต่ทำเองด้วย)

ตอนอยู่เมืองไทย ก็อาจจะเข้า Amazon หาหนังสือสั่ง แต่อยู่ที่นี่ ยังมีทางเลือกตรงเข้าร้านออนไลน์ของร้านหนังสือที่ชอบไปเลย ที่ขึ้นชื่อเรื่องของหายาก เช่น Foyles ซึ่งเจ๋งจริงๆ หรือร้านที่ซื้อประจำ มีบัตรสะสมแต้มไปโน่นเลย

พูดถึงเรื่องนี้ อยากจะบอกว่า บางทีกลไกของตลาดโดยรวมก็มีผลกับ ‘การซื้อหนังสือ – สถานที่ซื้อหนังสือ’ ประเด็นคือ ในค่าเช่าที่แพงขึ้น สินค้าในคลังไม่มีทุกรายการเสมอไป ตอนนี้ ในร้านค้าเกือบจะทุกร้าน ในสินค้าเกือบจะทุกประเภท (ซูเปอร์มาร์เกต ร้านหนังสือ โทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้า เป็นต้น) จะมีสถานีออนไลน์ (terminal) ของตนเอง หาของในร้านไม่เจอ มาเลย (ร้านหนังสือแหละเป็นมาก) เข้า website พนักงานทำให้ สั่งให้ จะมารับเองวันรุ่งขึ้น หรือให้ส่งที่บ้าน.... เลือกเอา

Economic reasons ของที่นี่ คือค่าเช่าที่สำหรับร้านค้าปลีกสูงมาก ร้านหนังสืออิสระ ขนาดเล็กจำนวนมากที่ปิดตัวลง เพราะสู้ค่าเช่าที่ไม่ไหวแล้ว สภาพร้านค้าที่นี่ เป็นโชคดีอย่างหนึ่งว่า (โดยเฉพาะกลางเมืองลอนดอน) หน้าตายังเป็นตึกแถว แบบร้านโชว์ห่วยอยู่มาก กลางโซโหจะหาอาคารศูนย์การค้าไม่ได้เลย ปกติหนึ่งห้องแถว เขาก็แบ่งๆ กันเช่าเป็นชั้นๆ กันไป ชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย (ของคนอื่น ไม่ใช่ที่อยู่ของคนค้าขายชั้นล่าง)

เพราะฉะนั้นสำหรับร้านหนังสือ เงื่อนไขอย่างอื่นจึงมีผลค่อนข้างสูง
การขายออนไลน์กลับเป็นตัวช่วยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะเมื่อระบบไปรษณีย์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
SW19 วันที่ : 02/08/2014 เวลา : 05.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๓๐-
คุณหนอนมาเงียบๆ เราก็ไม่ทันรู้ตัว แถไปหาข้อมูล ‘เห่าหอน’ อยู่ก็พบว่าไม่รู้จัก เลยว่าจะทำเนียนหายไปเสีย

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
driftworm วันที่ : 01/08/2014 เวลา : 16.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

จากเว็บเผจ นายเรืองเดช จันทรคีรี ในเฟ้ซบุ๊ค ....

เมื่อปี 2524 ฝรั่งเศสออกกฎหมาย Lang Law ตรึงราคาหนังสือ (รวมทั้งอีบุ๊ค) โดยห้ามลดราคาเกิน 5% เป็นเวลาสองปีนับจากหนังสือออก กฎหมายนี้เรียกชื่อตาม Jack Lang รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมผู้ผลักดัน
เมื่อเร็วๆนี้ รัฐสภาฝรั่งเศสได้ออกกฎหมายอีกฉบับเพื่อปกป้องร้านหนังสืออิสระ นั่นคือ ห้ามร้านออนไลน์ลดราคา 5 เปอร์เซ็นต์พร้อมส่งฟรี
ร้านออนไลน์จะต้องเลือกเพียงอย่างเดียว ว่าจะลด 5 เปอร์เซ็นต์ หรือขายตามราคาปกโดยไม่คิดค่าส่ง จะเอาทั้งสองอย่างไม่ได้
ฝรั่งเศสมีร้านหนังสืออิสระ 3,000 ร้าน หรือ 1 ร้านต่อประชากร 22,000 คน (เฉพาะในปารีสมีร้านหนังสืออิสระ 370 ร้าน--เฉลี่ย 1 ร้านต่อ 4,000 คน)
ร้านหนังสืออิสระในฝรั่งเศสมีส่วนแบ่งรายได้ 45% ของยอดขายหนังสือทั้งประเทศ
ต่างจากอังกฤษที่ยกเลิก Fixed Book Price ร้านหนังสืออิสระปิดตัวลง 1 ใน 3 นับแต่ปี 2548 และร้านหนังสืออิสระมีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 4% เท่านั้น
...

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
driftworm วันที่ : 31/07/2014 เวลา : 22.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

มาอ่านสองวันแล้ว
แต่ทำไมผมหมดมุขไปเฉย ๆ ก็ไม่รู้สิ

อ้อ เอามุขนี้ก็แล้วกัน
ไม่มีใครในไทยรู้จักดิลลั่น ธ็อมมัส หรอก (ผมก็เพิ่งมารู้จากบล๊อกนี้)
เขารู้จักแต่ อัลเลน กินสะเบิร์ก กับหนังสือ เห่าหอน (HOWL) ของเขา
พอแระ ถ้าพูดต่อเดี๋ยวมีกัด "กวีซีไร้ท์" ของไทย

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
SW19 วันที่ : 31/07/2014 เวลา : 04.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณชาลี SW19 มีโอกาสไปถามที่ร้าน Asia Books เมื่อเดือนก่อนที่ผ่านไปกรุงเทพฯ เรื่องหนังสือของ Dylan Thomas
ปรากฏว่า อย่าว่าแต่ฉบับแปลเลย ต้นฉบับภาษาอังกฤษคนขายยังไม่รู้จัก ประมาณว่าเรายังถูกเอ็ดซ้ำว่าจำชื่อคนแต่งมาถูกหรือเปล่า แถมตอบก็ไม่ได้ว่างานเขียนเกี่ยวกับอะไร อยู่หมวดไหน

ความคิดเห็นที่ 27 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 31/07/2014 เวลา : 04.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอบคุณคุณณัฐรดาที่แวะมาเยี่ยมกันสม่ำเสมอ
ชีวิตดูช้าลงจริงๆ ที่เมืองนี้ เขาพอเพียง ดูจิตใจดีและเป็นมิตร ความโอภาปราศรัยของชาวเมืองยิ่งสร้างความรู้สึกดีๆ แก่ผู้มาเยือนมากมาย

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
SW19 วันที่ : 31/07/2014 เวลา : 04.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอบคุณ คุณสมโชคที่กรุณาทิ้งความเห็นไว้
คนเมืองไม่มากเท่าไหร่ แต่คนมาเที่ยวมีสม่ำเสมออย่างเหลือเชื่อ โดยเฉพาะช่วง festival แต่บ้านเมืองก็ยังสะอาดสะอ้าน น่าไปเที่ยวดี

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
BlueHill วันที่ : 30/07/2014 เวลา : 21.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

คุณSW19 สมเป็นหนอนหนังสือตัวยงทีเดียว
ส่วนผมเห็นหนังสือเล่มใหญ่ๆหนาๆ แล้วปวดหัวทุกที
ยกเว้นนิยายประโลมโลก

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 30/07/2014 เวลา : 19.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ดูสวยงามและสงบดีจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 30/07/2014 เวลา : 07.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

บรรยากาศภูเขาทะเลสาบสวยงามมาก บ้านเมืองเงียบสงบสะอาดสอ้าน ผู้คนไม่ค่อยมากนะครับ

ความคิดเห็นที่ 22 เหล่าซือสุวรรณา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 29/07/2014 เวลา : 19.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอบคุณเหล่าซือสุวรรณาที่แวะมาเยี่ยม SW19 ก็แวะไปเยี่ยมบ้านเหล่าซือเงียบๆ อยู่บ่อยๆ
..
..
ขอบคุณคุณชายสามหยด - Hay มีเอกลักษณ์ของตัวเองจริงๆ เมืองเล็กบางแห่งก็ไม่ได้แบบนี้
..
..
คุณ INDYLOVE – บรรยากาศของเส้นทางสมควรให้คนที่นี่เชื่อว่า King Arthur เป็น Welsh อย่างจริงจังด้วย
..
..
ขอบคุณ คุณสิงห์นอกระบบ คุณชาลี คุณ thewit ที่แวะมาเที่ยวเมือง Hay ด้วยกัน

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
INDYLOVE วันที่ : 29/07/2014 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveindy
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำความประทับใจ ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และอาหาร

สวัสดีค่ะ คุณ SW19

ตามมาอ่าน The Lady of the Lake and Excalibur ดาบชี้ชะตาของ King Arthur ด้วยคนค่ะ เรื่องราวและภาพน่าสนใจมาก ขอบคุณเรื่องราวดีๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ชายสามหยด วันที่ : 29/07/2014 เวลา : 13.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

ชอบบรรยากาศของเมืองและร้านของเก่ามากครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
เหล่าซือสุวรรณา วันที่ : 29/07/2014 เวลา : 09.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chineseclub
泰汉语与文化比较  张碧云博客

เห็นจากบรรยากาศที่คุณ SW19 ถ่ายทอดผ่านภาพถ่ายและคำบรรยายแล้ว รู้สึกเหมือนเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมืองนี้
ภาพเหล่านี้ เป็นภาพชีวิตประจำวันที่เห็นกันทุกวัน แต่พอผ่านมุมกล้องของคุณ เป็นภาพที่งดงามมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 wansuk ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 29/07/2014 เวลา : 03.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ hayyana อาหารน่าจะต้องตามมาแยกกัน – มันแยะ ประสาตะกละ โรคไม่อยากแบกเป็นเหมือนกัน โดยเฉพาะเวลาเดินทาง สังขารไม่อำนวยเสียแล้ว ยิ่งแถบนี้เวลาเพิ่มน้ำหนักคิดยุ่บยั่บ
..
..

คุณบีน ดูท่าน่าจะกินได้เฉยๆ เลย และก็คงอร่อยแล้ว
..
..

คุณวันศุกร์ ดูคนมาเที่ยวจะมากกว่าคนอยู่ แต่คนอยู่ก็ดูโอภาปราศรัยดีรับแขกเหลือเกิน

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
wansuk วันที่ : 28/07/2014 เวลา : 23.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

เป็นเมืองที่น่าอยู่ทีเดียวค่ะ
ดูสงบนิ่ง ผู้คนไม่มาก
นั่งอ่านหนังสือ เดินชมดอกไม้
ของเก่าก็น่าซื้อทั้งนั้นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
bene วันที่ : 28/07/2014 เวลา : 19.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

ขนมปัง แบบนั้น ต้องปิ้ง ย่างก่อนกินมั้ยคะ ?

ใหญ่มาก


ร้านหนังสือ เห็นทีไรก็ห้ามตาเหล่ มองไม่ได้ค่ะ
แต่ต้องตัดอกตัดใจ เหตุผลเดียวกับคุณ Hayyana

ความคิดเห็นที่ 15 bene ถูกใจสิ่งนี้ (1)
hayyana วันที่ : 28/07/2014 เวลา : 18.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

ไปหาหนังสือเสียชนบทเลย
ที่สุดในโลกเชียวหรือครับ น่าไปเยี่ยมเยือนจริงๆ
อากาศครึ้มมาก
งานนี้ไม่มีอาหารมาโชว์บ้างหรือครับ
ปัญหาของคนเดินทางบ่อยๆคือไม่มีปัญญาแบกหนังสือครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
SW19 วันที่ : 28/07/2014 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ลุงตุ่ย ใจตรงกับ SW19 เลย

ความคิดเห็นที่ 13 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 28/07/2014 เวลา : 18.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณรัตติยา ตลาดนัดนี่เป็นของต้องเช็คข้อมูลก่อนเดินทางอย่างแรกของบ้านเรา ยิ่งตลาดของกินนี่ห้ามใจลำบาก

เรื่องใช้หนังสือค้นข้อมูลคงเป็นคล้ายกัน โดยเฉพาะเวลาเปิดแผนที่ ที่ต้องเปิดข้ามหน้า เร้าใจไปอีกแบบ แผนที่ยังดีเล่มเก่าตกรุ่นก็ยังใช้ได้แต่ของที่ไม่น่าเชื่อคือ dictionary ที่ต้องคอยตามข่าวเรื่องศัพท์ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น
เราเองเช็คทั้งหนังสือทั้ง online บางส่วนที่อยากรู้ข้อมูลล่าสุด
เรื่องเพลง คุณรัตติยาลองเปิดตรงจากนี้ http://youtu.be/nMa1N34Qvxk เสียง Bonnie Tyler มีเสน่ห์มาก

ความคิดเห็นที่ 12 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 28/07/2014 เวลา : 18.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ฝากคุณหมอสมชัยดู The Excalibur อีกเรื่อง – รับประกันครบรส

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
SW19 วันที่ : 28/07/2014 เวลา : 18.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณอุ๋ม
OKnation วันนี้ ถ้าเป็นมือใหม่ต้องนึกว่าคุณชาลีทดสอบความตั้งใจล็อกอิน ทางนี้กว่าจะเข้าได้ก็ป่านนี้
บรรยากาศและการเดินเรื่อยๆ สบายๆ ถนนเล็กๆ ... แบบนี้ รอคุณอุ๋มอยู่ ... อีกเดือนเศษเอง

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
SW19 วันที่ : 28/07/2014 เวลา : 18.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณลูกเสือหมายเลข9
[ เมืองน่าอยู่...]
จริง. แต่บ้านยิ่งเก่าราคายิ่งดุ ที่ Hay ก็ไม่น้อยหน้า เมืองเล็กแต่ราคาบ้านแพงกว่า Swansea ได้ถึง ๕ เท่า

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 28/07/2014 เวลา : 18.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

ชอบเมืองนี้มากเลยครับ
ชอบร้านหนังสือ
ชอบร้านขายของเก่า
ชอบร้านขายขนมปัง

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
rattiya วันที่ : 28/07/2014 เวลา : 14.05 น.

ปล. ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ฟังเสียงไม่ได้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 28/07/2014 เวลา : 13.59 น.

รัตติยาชอบไปตลาดนัดมาก ทั้งตลาดนัดของเก่าเเละตลาดทั่วไป ไม่ไช่หนอนหนังสือเเต่ชอบชื้อ รัตติยาใช้หนังสือเป็นเครื่องตกเเต่งห้องนั่งเล่น เวลาว่างก็หยิบมาอ่าน เวลามีข่าวเกี่ยวกับประเทศต่างๆ เราจะหาข้อมูลทางภูมิศาสตร์เพิ่มเติม แฟนจะใช้ Notebook รัตติยาใช้หนังสือ encyclopedia เเข่งกันมาใครจะหาเจอก่อน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สมชัย วันที่ : 28/07/2014 เวลา : 13.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

เห็นภาพหุบเขาภาพแรกๆ ทำให้นึกถึงหนังเรื่อง Braveheart แต่นั่นเป็นเหตุการณ์ในสก๊อตแลนด์ แต่ภาพถัดๆมา เป็นภาพในเมืองที่แสนสงบและอบอุ่น ยิ่งมีภาพร้านหนังสือเล็กๆ ทำให้นึกถึงหนังเรื่อง Notting Hillขึ้นมา เห็นแล้วอยากไปขุดหนังสองเรื่องนี้มาดูอีกครั้ง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 28/07/2014 เวลา : 10.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

โหวตไม่ได้เลยอ่ะค่ะ โอเคเค้าหาว่าอุ๋มไม่ล็อกอิน เม้นท์เลยแล้วกันค่ะ ชอบมากมากมากถึงมากที่สุดเลยค่ะ บรรยากาศแบบนี้ล่ะค่ะ บรรยากาศโปรดของอุ๋มเลย ยิ่งทำให้อยากไปอังกฤษแบบทั่วๆ สักครั้งค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 28/07/2014 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เมืองน่าอยู่..

ความคิดเห็นที่ 3 แม่มดเดือนMarch ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 28/07/2014 เวลา : 08.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

เข้าใจความรู้สึกตุณแม่มดเดือนMarch อย่างยิ่ง
เป็นความรู้สึกเดียวกัน ที่ฝนตกแดดออก เราก็ยังต้องไปร้านหนังสือประจำทุกอาทิตย์
เมือง Hay ยังน่ารัก ยังน่าไปชม
แต่มันต่างกันมากจริงๆ
สภาพการเดินซื้อหนังสือในร้านที่เมือง Hay ไม่ใช่แบบร้านหนังสือทั่วไป หนังสือจำนวนมากเป็น reference books เป็นของเฉพาะทาง เช่น แผนที่ แม้อยากสนับสนุนแต่เลือกยาก
Hay จึงต้องมีทางออกให้ตัวเองอยู่เหมือนกัน
ไปดู ไปลูบคลำ ยังทำได้ ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 28/07/2014 เวลา : 08.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

บางโอเคมีอะไรที่ลึกลับอีกแล้ว
แม่มดโหวตให้เอ็นทรี่นี้ตั้ง ๒ ครั้งแล้ว โหวตไม่ขึ้นเลย
เดี๋ยวมาใหม่ละกัน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 28/07/2014 เวลา : 08.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ขอบคุณและขอบคุณ
"Jim Saunders นักเขียนในพื้นที่เชื่อว่า แม้จะไม่เหลือร้านหนังสือเลย Hay ก็ยังอยู่ได้"
ก็คงอย่างนั้น แต่ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น
แม้ตัวเองจะสั่งซื้อหนังสือจาก internet บ่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก Amazon ก็ยังชอบเดินร้านหนังสือ
ไปเห็น ไปดู ไปลูบคลำจับต้อง
เสน่ห์และเสน่หาต่อร้านหนังสือทั้งเก่าและใหม่อยู่ตรงนั้น
internet แทนที่ไม่ได้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน