*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 266462
  • จำนวนผู้โหวต : 247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
Oh What A Night

เพลงจาก Jersey Boys,West End, London

View All
<< สิงหาคม 2014 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 21 สิงหาคม 2557
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 2510 , 06:11:28 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 21 คน Kalavit , thetwit และอีก 19 คนโหวตเรื่องนี้

ปลายพฤษภาคมของทุกปี ช่วงสิ้นสุดรอยต่อที่ไม้ใบและดอกเริ่มผลิยอดหลังพ้นหนาวยาวนาน ก่อนก้าวเข้าสู่ฤดูร้อนในเดือนมิถุนายน ดินฟ้าอากาศจะเป็นอย่างไร เมือง Hay ก็แสนวุ่นวายกับงานประจำปี

 

กำเนิดของงาน เริ่มคุยกันจากในครัว ตั้งใจให้เป็นเพียงปลายสัปดาห์หนึ่งที่คนคุ้นเคยเรื่องเขียนอ่านหาเหตุมาพบปะสนทนา เล็งทำเลให้สะดวกสักหน่อย บางทีได้สถานที่ของโรงเรียนประถมก็ดีแล้ว ระยะแรกคนมาดูมีถึงหนึ่งพัน

มองผาดคงคล้ายงานสัปดาห์หนังสือ มีคนในวงขีดเขียน มีของมาขาย

เข้าปีที่ 27 ของ Hay Festival ใน พ.ศ.2557 คนมาชมงานใกล้สามแสน รูปแบบของงาน ถูก‘ส่งออก’ ไปอีกหลายประเทศ นำเงินอีกหลายล้านปอนด์พร้อมความภูมิใจกลับมาสู่เมืองเล็กในชนบทของประเทศ Wales และผู้จัดซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร

รูปแบบของ Hay Festival ไม่ธรรมดาเสียแล้ว

 

 

Hay Festival เทียบเคียงได้กับ Woodstock ที่ New York อันเกินเลยกว่าแค่การแสดงดนตรี สู่ขั้นมหกรรมของความคิด และจินตนาการ ที่อุบัติขึ้นมาแล้วทำให้โลกของเสียงเพลงเปลี่ยนไปอย่างพลิกผัน ตั้งแต่สมัย Jimi Hendrix เพิ่งย้ายมาอยู่อังกฤษ สู่ยุค Santana เมื่อยังไม่มีสังกัด – สัญญา ไม่มีคนรู้จัก หรือ The Who ที่อเมริกันเพิ่งได้ยิน

หาก Woodstock ให้ความหมายได้เท่ากับอิทธิพลที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของสังคม การเปิดโลกและเปิดใจสู่สิ่งใหม่ และการยอมรับในวิวัฒนาการของสังคม – ที่ไม่เพียงจำกัดอยู่ในเรื่องของดนตรี

Hay Festival ก็เป็นอีกปรากฏการณ์ที่จุดประกายความคิดได้ไม่แตกต่างจาก Woodstock

 

 

Hay Festival ยุคแรกเริ่มอาจจะมีขนาดจ้อย จนมาถูกขยายให้เหมาะกับชื่อเต็ม Hay Festival of Literature & Art ที่อธิบายชัดเจนว่า แม้กำเนิดของงานจะเริ่มต้นจากหนังสือ แต่สาระกลับเป็นเรื่อง ‘ความคิด’ ที่ถ่ายทอดออกมาได้ในศิลปะรูปอื่นอย่างดนตรีและภาพยนตร์ด้วย

 

 

Hay Festival จึงไม่ได้นำเสนอหนังสือลดราคา หรือแค่ให้สำนักพิมพ์ที่เป็นผู้สนับสนุนมาออกร้าน – ร้านหนังสือเป็นเพียงส่วนเติมความสมบูรณ์ของงาน

 

 

สถานที่จัดงานเป็นเพียงมุมของเมืองที่ให้พื้นที่ตั้งเพิง ขึงผ้าใบได้เหมาะสม

 

 

ปีนี้เหมือนจะเกินกว่าความบังเอิญที่ท้องทุ่งตรงเนินจัดงานเรียกกันว่า Milk Wood สอดคล้องกับหนังสือ Under Milk Wood ที่กำลังมีการฉลองครบรอบหนึ่งร้อยปีของ Dylan Thomas คนเขียน

 

 

กระท่อมน้อยเขียนหนังสือของ Dylan จึงถูกนำมาจำลองไว้กลางสนาม

 

การแนะนำหนังสือ คือ การสนทนากับผู้เขียนถึงที่มาแห่งความคิด

 

 

หากหนังสือเป็นบันทึกความเปลี่ยนแปลงของผู้คนและสังคม มีหัวข้อและหมวดหมู่ได้ไม่จบสิ้นเพียงใด ก็ย่อมมีผู้คนที่เกี่ยวข้องในส่วนนั้นเอาเรื่องราวจากประสบการณ์มาบอกเล่าหรือแลกเปลี่ยนความคิด ในประเด็นที่เป็นความสนใจของโลกได้ไม่ขาดแคลน

คนเขียนหนังสือ จึงไม่จำกัดอยู่เฉพาะนักเขียน

 

 

ในอดีต นอกจากนักเขียนผลงานโด่งดังแล้ว ยังมีผู้คนจากหลากสาขาอาชีพ ที่มี ‘ประเด็น’ ส่งเสียงสู่สังคม ทั้งนักวิชาการ นักกฎหมาย เช่น Cherie Booth (ภรรยา Tony Blair)รวมทั้งผู้นำอย่างอดีตประธานาธิบดี Bill Clinton และ Jimmy Carter มาร่วมงาน

Hay Festival 2014 ปีครบร้อยแห่งการเกิดมหาสงครามจึงมี Sir Max Hastings และนักประวัติศาสตร์ชั้นนำของโลกมาร่วมสนทนา มี Sir John Gurdon ศาสตราจารย์ผู้รับรางวัลโนเบลเอาความคืบหน้าของการค้นคว้าทางการแพทย์มาบอก มี Dame Judi Dench (M – James Bond) มาเล่าเรื่องงานของ Shakespeare และมี Sir Geoff Hurst นักฟุตบอลคนเดียวในโลกที่เตะ hat trick ใน World cup final และ Ossie Ardiles มาเกริ่นความก่อนเข้าช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก

 

ดนตรี ก็เป็นอีกรูปแบบของการสื่อสาร

คนทำดนตรีมีเกร็ดของอารมณ์ที่ก่อให้เกิดเพลง มีเบื้องหลังเส้นเสียงของอุปกรณ์มาเล่า และแม้กระทั่งเมื่อคนดนตรีอย่าง Brian May (ด้อกเตอร์ มือกีต้าร์ของ Queen) เพิ่งออกหนังสือ

 

 

บริเวณจอแจของงานจึงเป็นห้องขนาดย่อมกระจายเป็นหย่อมไปทั่ว แขกรับเชิญหมุนเวียนมาพูดคุยหรือเล่นดนตรีทั้งวัน ตลอดระยะเวลาของงาน เฉพาะส่วนนี้เท่านั้นที่ผู้ใหญ่ต้องซื้อบัตรเข้าชมราคาย่อมเยาว์

คนเที่ยว Hay Festival เลยหลากหลาย นอกจากมีบุคลิกตามกิจกรรมแล้ว ยังแยกย่อยตามกลุ่มอายุ เด็กถูกแบ่งเป็นเด็กเล็กและวัยรุ่น เป็นสีสันสดใสที่แยกชื่องานไว้ต่างหากว่า Hay Fever

 

 

ความตั้งใจของ Hay Fever คือการนำศิลปะและวรรณกรรมเข้ามาหาเด็กถึงที่ ในชนบทห่างไกลเมืองโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเลย ขบวนเด็กจึงยกมากันทั้งโรงเรียนมีเรื่องสนุกให้ทำตามวัย ตั้งแต่อ่านด้วยกัน หัดเขียน ชี้ให้มอง รับรู้กับสิ่งรอบตัว หัดให้มีความเห็นต่อโลกและสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำ

 

 

จนถึงการจับรวมกลุ่ม หาขนมให้ขบเคี้ยวแล้วถกกันเรื่องข่าวและหนังสือ เพื่อหัดคิดและเขียนออกมาเป็นนิตยสารรายภาคการเรียน

 

 

ภาคธุรกิจและร้านค้า ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับสังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม สนับสนุนทรัพยากรท้องถิ่นที่ Hay ยังมีให้ค้นหาอีกมากนอกเหนือจากหนังสือ

 

 

รอยต่อช่วงเปลี่ยนฤดู เลี่ยงความชื้นแฉะได้ยาก แต่ธรรมชาติของคนเกาะเคยชินกับการปรับตัวเข้ากับอากาศ มากกว่า คาดหวังให้อากาศเป็นใจ

 

 

มี Wellies สีสดใสสักคู่ก็ไปได้ทั่วงาน  สนุกไปกับ Hay festival ที่ดูเหมือน Mud festival ใกล้ลักษณะของ Woodstock เข้าไปอีกนิด

เมื่อมองผ่านสิ่งที่งานนำเสนอ ความคาดหวังในการเปลี่ยนแปลงวิธีที่สังคมมองโลก การเปิดใจกว้างแล้วยอมรับความแตกต่าง แนวคิดของ Hay Festival ไม่แตกต่างจากสิ่งที่เกิดขึ้นในวงการดนตรีที่ Woodstock

สมควรแล้วที่ Bill Clinton ออกปากว่า Hay Festival คือ The Woodstock of the mind

 

Kelly Jones Acoustic Live Local Boy In The Photograph

Uploaded by Stereorw 

*********

 

Kelly Jones นักร้องนำ Stereophonics เกิดและโตแถว Hay-on-Wye เป็นหนึ่งในนักดนตรีที่มานั่งคุยและเล่นเพลงให้ฟังที่ Hay Festival

 

Mark Knopfler มานั่งคุย น่าสนใจมาก (uploaded by DogSwede1)

เรื่องเมือง Hay

Cymru: สุดปลายเขาที่ Hay-on-Wye



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
JornBorder วันที่ : 14/12/2014 เวลา : 07.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baannana

คงไม่มีบรรยากาสแบบนี้ในเมืองไทย...คนไทยอ่านหนังสือน้อย...

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
พาจรดอทคอม วันที่ : 03/09/2014 เวลา : 21.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pajondotcom
Pajondotcom

คล้ายๆเพลง Local hero ของมาร์ค นอฟเล่อร์ ครับ

ความคิดเห็นที่ 39 JornBorder ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 29/08/2014 เวลา : 19.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เป็นงานที่เหมาะสำหรับหนอนหนังสือ ทุกวัย

บ้านเล็กๆจำลองน่ารักมาก

อ่านเรื่องราวแล้วก็มาอ่านคอมเม้นท์ชอบคุณSW 19 ตอบคอมเม้นท์ สนุกดีเหมือนมาร่วมวงนั่งถกกัน แค่มานั่งร่วมวงก็สนุกแล้ว โดยเฉพาะการคุยกันระหว่างคุณกับลุงหนอน สนุกดี

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 28/08/2014 เวลา : 23.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

ตอนนั้นไปได้แต่ไปวิ่งเล่นแถวปราสาท ไม่ค่อยหาอะไรประเทืองปัญญาเหมือนอย่างนี้ ชอบค่ะ

ความคิดเห็นที่ 37 JornBorder ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 28/08/2014 เวลา : 10.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

อยากพาน้องเอมไปจังเลยค่ะ หนังสือ Happily Ever After ดูดีจัง อยากอ่านค่ะ ถ้ามีโอกาสต้องขอพาน้องเอมไปให้คุณ SW19 สละเวลาพาไปเที่ยวหน่อยได้ไหมคะ^_^

ความคิดเห็นที่ 36 JornBorder ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 27/08/2014 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓๕-

"กรรมกำหนดกระมัง..."

ไม่รู้
ผมมีปณิธานมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ ว่า "เรื่องอย่างนี้" มีโอกาสเมื่อไหร่ ตรงไหน ก็จะเขียนออกมา
พันเอาหนึ่ง หมายความว่า คนอ่านพันคน ปิ๊งหนึ่งคน หนอนก็รู้สึกเหมือนขึ้สวรรค์แล้ว
แม้จะปิ๊งแค่แง่เดียว ,ย่อหน้าเดียว, ประโยคเดียว, กระทั่งเพียงคำเดียว หนอนก็ว่าคุ้มแล้วที่เขียนเป็นร้อยเป็นพันคำ

"... ถ้าอยากบันทึกไว้ วัตถุรองรับบันทึกย่อมเปลี่ยนไปตามกาล..."
ขอโม้นิด (ความจริงก็เคยเขียนในเว็บนี้ ในกระทู้ตัวเองหรือไปเม้นท์ที่ไหน จำไม่ได้)
ในงานพิมพ์ .. press ..
แม่พิมพ์อ๊อฟ-เส็ทเป็นแผ่นเผลท
วัสดุรองรับ สมัยใหม่เป็นกระดาษ แผ่นพล้าสติกพีวีซี อะไรก็ตามที่รองรับการกด press เรียกว่า stock
(ถูกไหม)
รูปรอยที่ปรากฏจากการกดประทับ ไม่ว่าภาพ อักขระ เรียกรวมว่า image
หนังสือแผ่นของจีนโบราณ แผ่นกระดาษเยื่อที่รองรับการกดพิมพ์อักษรก็เรียก stock

(ตอนทำงานบริษัทออกแบบกร๊าฟฝิคส์ ผมเป็นคนร่างในเสนอราคาให้ลูกค้าบริษัทฝรั่ง ก็ใช้ศัพท์พวกนี้
ซึ่งไม่เคยเห็นที่ไหนใช้ คือ ผมลงหัวข้อว่า Stock : Matt art paper 160 gr.
แต่เห็นทั่วไปจะลงไปดุ่ย ๆ ว่า Paper, cover : กับ Paper เนื้อใน ฮ่าๆๆๆๆๆ
ถ้าเป็นผม ผมจะใช้คำว่า spreads)

แต่หนังสือแผ่นหนัง แผ่นใบลาน แผ่นหิน แผ่นไม้ ไม่ได้มีการกดประทับพิมพ์ จึงไม่เรียก stock
มาถึงยุคกระดานชนวนไฟฟ้า หนังสือไฟฟ้า ภาพปรากฏยังคงเรียก image ได้อยู่
แต่ไม่มี press และ stock อีกแล้ว

................
เอ รึว่า กรรมกำหนด จริง ๆ ฟร่ะ

อยั่งไร วันนี้ได้เสียงอ่านอีกคำ ไลบรี่ ฮ่ะฮ่ะ ไลบรี่

สุดท้าย หนอนอย่าลืมเซ้ฟก่อนกดเอนเทอนะเฟ้ย เดี๋ยวเป็นเรื่อง

ความคิดเห็นที่ 35 driftworm ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 27/08/2014 เวลา : 03.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน ชอบคำนี้เหลือเกิน

... ถ้าอยากบันทึกไว้ วัตถุรองรับบันทึกย่อมเปลี่ยนไปตามกาล...

ใช่ว่าจะดัดจริต
แต่เมื่อเคยมีโอกาสไปยืนดู Magna Carta ของจริงที่มหาห้องสมุดบริทิชไลบรี่ ภายใต้แสงสลัวเพื่อรักษาคุณภาพของหนังที่ถูกเขียน (..จาร..?) บันทึกไว้ ก็ให้พิศวงว่า อาณุภาพของการเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของโลก ไม่ได้เสื่อมถอยลง แม้หนังที่ใช้บันทึกจะเปื่อยยุ่ยไปตามกาลเวลา แต่ประชาธิปไตยอุบัติขึ้นแล้ว
จะดีเลว ล้มลุกคลุกคลาน เป็นเรื่องที่เกินความคิดคำนึง
ไม่รู้จะมีการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกผันให้ทันเห็นในชั่วชีวิตหรือไม่
ไม่คาดหวัง
สรรพสิ่งต้องเป็นไป
..
..

ที่จริง เขียนออกมาแล้ว มีคนมาคิด ร่วมคิด ตำหนิ ติติง เป็นความรู้สึกที่ดีของคนคิดคนเขียนทุกรุ่น เพราะฉะนั้น ที่ว่า ... ดีนะที่หนอนไม่ถอดใจ ยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันเวลาที่ SW19 เคลื่อนมาสู่ ...

กรรมกำหนดกระมัง...

(ไม่รู้กรรมใคร )

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
driftworm วันที่ : 26/08/2014 เวลา : 21.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

สักหน่อยน่า
ที่ผมโม้ว่าเข้าใจได้ตั้งแต่อ่านย่อหน้แรกคือท่อนนี้ครับ
"กำเนิดของงาน เริ่มคุยกันจากในครัว ตั้งใจให้เป็นเพียงปลายสัปดาห์หนึ่งที่คนคุ้นเคยเรื่องเขียนอ่านหาเหตุมาพบปะสนทนา .... "

คือก่อนหน้าผมกำลังคิดเรื่องบรรดานักเขียนนักปรัชญาชอบคุยถกเถียง
อยั่งไงมันก็ที่หาทางมาสุมหัวพูดคุยกันจนได้แหละ
แล้วจากนั้น ถ้าจะปล่อยมันเป็นอนิจจังก็ให้มันไปกับสายลม
ถ้าอยากบันทึกไว้ วัตถุรองรับบันทึกย่อมเปลี่ยนไปตามกาล
(ผมยังนึกถึง the movable feast ด้วยซ้ำ)

พอมาอ่านย่อหน้าแรก ๆ ก็โพละเลย

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
driftworm วันที่ : 26/08/2014 เวลา : 21.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ที่ว่าตอนท้ายก็รูดและคัดลอกได้สำเร็จ ก็คือทำกับเครื่องโน้ตบุ๊คนี่แหละครับ
ส่วนที่แท็บเบล็ต ก็บังเอิญไปรูดเลื่อนดู คห.ใน FB มันมีแถ็บกั้นหน้หลังสีฟ้าให้เลื่อนกางหุบขึ้นมาเหมือนกันแฮะ
กดทิ้งแล้วลองรูดใหม่ กะน้ำหนักกดหนักเบาสี่ห้าระดับ ไม่ขึ้นอีกเลย ว้าาาาา

ส่วนไอ้ที่ว่าเขียนสรุปได้ดีทั้งหมดนั้นก็เคยเป็นคดี เนื้อหาแบบเนี่ยแหละที่เคยมีบล๊อกเก้อร์
ขึ้นเรื่องชวนคนมาดูว่า เนี่ย ดูซิ มีใครอ่นรู้เรื่องมั่ง
ดีนะที่หนอนไม่ถอดใจ ยังมีชีวิตอยู่จนถึงวันเวลาที่ SW19 เคลื่อนมาสู่

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
SW19 วันที่ : 26/08/2014 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

อ่านไปๆ กำลังคิดในใจว่า copy บนกระดานชนวนมันทำได้น้า
แต่ดูจะยาก เหมือนเล่นกับการจิ้ม กด แล้วค่อยๆ ลากไอ้แถบฟ้าๆ ให้มันแยกจากกันมาพาดคลุมข้อความ แล้วเลือกกระดาษซ้อนกันสองแผ่น แปลว่า ลอกเอาไว้
แต่อ่านตอนจบลุงก็รูดแล้วคัดลอกได้แล้วนี่นา
..
..
สิ่งที่คุณหนอนเปรียบเปรยชัดเจนมาก เปรียบซะภาษาสวยงาม แต่ความหมายแดกดัน ดุเดือด

ชอบการเปรียบเทียบที่เรากำลังติดยึด รูป ที่สัมผัสได้ แต่ก็สงสัยว่าแล้วเราได้แก่น สาระ จากรูป หรือ เราต้องการแก่น สาระจากรูปนั้นเพียงไหน
..
ความเห็นของคุณหนอนสมบูรณ์ในตัว เป็นบทสรุป การเดินทางผ่าเขา กลางฝนพรำ ไปลุยโคลน ดูเฟสติวั่ลคราวนี้ได้ดีจัง – คุ้มแล้วแหละ ที่โดน OKNation เขาหยอกล้อ ไม่ให้ log in
Comments for members only นั่นน่ะ เขาคาดโทษไว้ ว่าอย่าหายหน้าไปนาน ได้ Laptop แล้วกลับมาเขียนเรื่องบ้างสิลุง อยากฟังผู้อาวุโสบ่น

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
driftworm วันที่ : 26/08/2014 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เออ ใช่ แวนเจลิส จิน ๆ แหละ เฮ้ออออ

เรื่องอาฆาต .... นะ
เวลาเราทุ่มเททำอะไรลงไปแบบเต็ม ๆ ยอมถ่วงเวลาตัวเองไม่ไปเก็บหน้าร้านทั้งที่ฝนกำลังจะตก
ฟ้าร้องฮึ่มฮั่ม ชาวบ้านเขาเก็บกันหมดเหลือแต่ร้านเราโด่เด่
แล้วพอกดเอนเทอร์ .... แป้บบบบ ... คุณจะลงความเห็นได้ต้องล็อกอิน
นั่นคือ
๑. มึงไม่มีตัวตนตอนนี้ อย่าปลอมตัว (อ้าว ที่จริงก็ล็อกแล้ว และทุ่มเทเวลาฉิบหายวายป่วง สี่สิบนาทีเข้านี่แล้ว)
๒. ฝนสาดของหน้าร้านเสียหายนิดหน่อย (เราตัดสินใจให้เวลาให้ความสำคัญกับอีกสิ่งหนึ่ง
ยอมรับความเสียหายกับอีกสิ่งหนึ่ง แต่แล้วกลับเหมือนตะปบมือไปในความว่างเปล่า ไม่ได้อะไร ทรัพย์ที่มีก็เสียหาย
๓. รวม ๆ เวลาที่เสียไปแบบนี้ เกือบร้อยชั่วโมงได้มั้ง โอ๊ย พระเจ้า หนอนเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ หะโหย หะโหย
รวม ๆ เนื้อความคิดที่เสียไปกับเรื่อง absurd อย่างนี้ (เราไม่มีโอกาสรู้เลยว่าความว่างเปล่าเท่านั้นที่รอเราอยู่
ขณะที่เราก้มหน้าก้มตารีดเค้นเนื้อความคิด) เป็นกระบุงแล้วมั้ง เรื่องบางอย่างอาศัยความสด (improvise)
สูญแล้วก็สูญเลย
๔. เราไม่ได้รับความตระหนักอยู่ในสายตาว่าคงอยู่ตรงนี้ (บาลีว่า เคารพ สันสกฤตว่า คารวะ)
คุณพบความว่างเปล่าก็เรื่องของคุณ เราไม่มีเวลามา คารวะ ว่าคุณอยู่ตรงนั้น
ยังมีคนอื่นอีกถมถืดที่เรากำลังคารวะความมีอยู่ของพวกเขาอยู่ ไปเลยไป

ข้อ ๔ นั้น คืออัตตวาทุปาทาน ซึ่งผมได้ใส่ไว้ในความเห็นที่สูญหายไปด้วย ในข้อที่ว่า
ความอาลัย (บาลีแปลว่า ติดที่ ติดในสิ่งแวดล้อมที่ประกอบตัวตน) อาวรณ์โหยหาใน
หนังสือ กระดาษและกลิ่นหมึกพิมพ์ เป็นเรื่องเฉพาะตัว (individual) หรือไม่
เพราะว่าชีวิตคนรุ่นหนึ่ง ๆ ย่อมโต ย่อมถูกหล่อหลอมด้วยอารมณ์ (บาลีแปลว่าความรับรู้)
จากกิจกรรมเหลือคณานับในสังคม รวมถึงการใช้สื่อกระดาษถ่ายทอดความคิดวามต้องการ ประสบกรณ์ตกผลึก
คนรุ่นหนึ่ง ๆ ย่อมมีภาวะแวดล้อมหล่อหลอมเป็นของรุ่นตน ๆ
กล่าวได้อีกอย่างว่า คำอ้างว่า องค์ปัญญา ภูมิความรู้ ความรู้สึกดี ๆ ที่ "หนังสือกระดาษ"
ได้หล่อหลอมพวกเรามา กำลังจะสูญหายไปพร้อมสื่อกลางถ่ายความ (media) ที่เป็นกระดาษไปด้วยแล้ว .. นั้น
คือความรู้สึกเฉพาะตน ที่มาจาก สมมุติสัจจะ (rational truth) ที่ตนประกอบสร้างขึ้นมา
จากความทรงจำแวดล้อมที่หล่อหลอมตนพร้อมกับคนในรุ่นขึ้นมา

น่าสงสัยว่าคนยุคโพ้นนู้นได้มีกระแสรำพึงรำพันหรือไม่ว่า ตายแล้ว ใบลานแห้งจารด้วยเหล็กแหลม
แล้วถมด้วยผงถ่านเข้ายางไม้ กำลังจะสูญสลายไปจากวันเวลานี้แล้ว น่าเสียดายภูมิปัญญาที่จารึกในนั้น
ตายแล้ว แผ่นหนังควายจารด้วยเหล็กแหลม ถมด้วยหมึกยางไม้กำลังจะสูญสลายไปจากวันเวลานี้แล้ว น่าเสียภูมิปัญญาที่จารึกในนั้นนัก
ตายแล้ว แผ่นหินจารด้วยเหล็กสกัด เป็นรูปรอยเครื่องหมายแทนภูมิความรู้กำลังจะสูญไปจากวันเวลานี้หมดแล้ว
ฯลฯ

องค์ความรู้ ปัญญา ไม่ได้สูญไป มันแค่เปลี่ยนภาชนะรองรับมัน
มันแค่เปลี่ยนวิถีที่รองรับย่างก้าวของมัน

ความรำพึงรำพันถึงภาวะสูญสลายของหนังสือ เจือมากด้วยอารมณ์เชิงพาฝัน (romantic)
ที่ประกอบสร้างช่วงชีวิตตน (... เออ จะลากไปถึงปมโอดิปุ๊สของซิกมุนด์ ฟร็อยด์ ดีมั้ย ๕๕๕
สักนิดละกัน มันเจือด้วยตัณหาในความหมายทางพุทธอยู่ด้วย ตัณหามีที่ทางเพราะมีสังขาร
และสังขารทั้งหลายนั้นคือตัวเดียวกับ rational truth ที่ประกอบสร้างตัวตนคน ๆ หนึ่ง
.. เอาละ ขี้เกียจลากยาวต่อไปถึงว่า "สังขารประกอบสร้างคน ๆ หนึ่ง และโลก ๆ หนึ่งขึ้นมาได้ด้วยกระบวนการของ image
อัตตวาทุปาทานก็เป็นแค่ image ล้วน ๆ ไม่มีอยู่จริง)

ทั้งหมดนี้ เขียนขึ้นจากความคิดที่วาบขึ้นจากการอ่านเรื่องนี้แค่ย่อหน้าแรกย่อหน้าเดียว

เมื่ออ่านต่อลงมา เออ คนจัดงานคิดถูกแล้ว สิ่งสำคัญคือ "การคิด" "การรู้จักคิด" "การได้คิด" "การส่งเสริมกระตุ้นให้คิด"

(คราวนี้ต้องไม่ลืม รูดแล้วคัดลอก กันเหนียวไว้ก่อน คราวที่แล้วในแท็บเบล็ต รูดเท่าไหร่ มันไม่ขึ้นเมนูคัดลอกให้ เลยต้องเสี่ยงดวง)


น่านไง ... ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
Comments for members only
ฮะโหย ฮะโหย ฮะโหย ฮะโหย
ดีว่าผมสำเนาตัวตนไว้อีกโลกหนึ่งไว้แล้ว

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
SW19 วันที่ : 26/08/2014 เวลา : 05.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหนอน
พี่มาร์ค ไม่เคยใช้อุปกรณ์อะไรเสริมนิ้ว แกใช้สามนิ้วนั่นแหละส่งเสียง
แต่รู้สึกว่า Chariots of Fire จะเป็น Vangelis เป็นคนทำเพลง ไม่ใช่พี่มาร์ค
..
..
ก็ลุงน่ะ นะ ไปอาฆาตเขา เขาเลยให้ล็อกอินหลุด

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
driftworm วันที่ : 25/08/2014 เวลา : 16.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อ้าว คลิปที่เอามาลงนี่ก็ theme เรื่องนั้นนี่หว่า


ความคิดเห็นที่ 28 (0)
driftworm วันที่ : 25/08/2014 เวลา : 15.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เขาว่าม้าร์ค น็อฟเล่อร์ สวมปลอกนิ้วขยี้สายกีต้าร์ใช่มั้ยครับ
ในเพลงชุดประกอบหนัง the Local Hero
แต่ในหนัง Chariots of Fire คงไม่สวม
.

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
driftworm วันที่ : 24/08/2014 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อ้าว แล้วเดี๋ยวจะพิมพ์ยังงาย
เครื่องใหญ่ส่งไปเพิ่ม RAM card อยู่
ใช้ทอระสับเครื่องนี้เดี๋ยวล็อกอินก็หลุดอีก
เดี๋ยวได้อาฆาตถึงชาติหน้า

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
driftworm วันที่ : 24/08/2014 เวลา : 17.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อ้อ ลืมไป
ต้องมีนี่ด้วย
...
....
อิอิ อิอิ อิอิ อิอิคึคึ
ไหน ไอค่อนแหกปากหัวร่อหายไปไหน .....

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
driftworm วันที่ : 24/08/2014 เวลา : 17.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เขียนยาวไปมั้ง พอกดส่ง ล็อกอินหลุด
เดี๋ยวเก็บร้าน กินข้าว แล้วมานั่งรื้อความจำที่อุตส่าห์เขียนไป
ไม่ครบไม่เลิก ไม่อ่งไม่อ่านมันแล้ว
สาบาน ไม่ได้โกรธอะไร ..... จริงจริ๊ง ....แม๋มเอ๊ย

ความคิดเห็นที่ 24 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 23/08/2014 เวลา : 22.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณรัตติยา ขอให้เดินทางราบรื่น เที่ยวสนุก ทางนี้อากาศเริ่ม เย็นๆ แล้ว คุณรัตเที่ยวเผื่อกันด้วย เที่ยวปลายซัมเมอร์น่าจะสบาย ไม่แพง และไม่จอแจ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
SW19 วันที่ : 23/08/2014 เวลา : 22.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณวันศุกร์ ชนกันที่ไหนก็ต้องจำได้แน่นอน

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
SW19 วันที่ : 23/08/2014 เวลา : 22.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหมอสมชัย … นั่นสิ
อ่านเรื่องรับจ้างสอบของคุณหมอเมื่อวันก่อนแล้วก็สะท้อนใจ
การศึกษาก็ปัญหาหนึ่ง ค่านิยมนี่ก็อีกปัญหาหนึ่งที่ยิ่งน่ากลัว
เห็นเด็กไทยบางส่วน (เท่าที่มีโอกาสเห็น) ที่มาเรียนหนังสือที่นี่ แล้วก็ปลง ความใส่ใจเรื่องหน้าที่ในการเรียนรู้ดูไม่ใช่ความสำคัญลำดับแรกแล้ว ความสนใจเรียนรู้สิ่งแปลกแตกต่างในสังคมอื่นยิ่งไม่มีเลย ค่านิยมของการมาเรียนต่อต่างประเทศก็เปลี่ยนไป สมัยหนึ่งเรียนจบปริญญาตรี ก็ต้องไปเรียนต่อปริญญาโทบริหาร จบมาจากสายไหนก็ต้องมาต่อบริหาร – ต้องอเมริกาด้วย (สมัยนั้นปอนด์หนึ่ง ๗๐ บาท สหราชอาณาจักรไม่เป็นที่นิยม) ก็ยังดีมาแล้วเรียน มาถึงรุ่นนี้ ที่มาคือแค่ขอมาชุบตัว ให้ได้ชื่อว่าผ่านต่างประเทศ เคยถามเด็กคนหนึ่งตรงๆ ว่า พ่อแม่ส่งเสียมาขนาดนี้ทำไมไม่หาที่เรียนที่ดี ให้ได้อะไรกลับไป (ทำไมหาแต่โรงเรียนภาษาห้องแถว เรียนบ้างไม่เรียนบ้าง) เขาตอบว่า หายมาทู่ซี๊อยู่ได้สักปี กลับไปโอกาสหางานก็ดีขึ้นแยะแล้ว เรียนทำไมกันให้เหนื่อย
เคยฟังจากเพื่อนฝูงในเมืองไทยที่มีลูกน้องเป็นเด็กๆ ว่าเด็กสมัยนี้เปราะบาง ไม่สู้งานหนัก ไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
rattiya วันที่ : 23/08/2014 เวลา : 17.26 น.

เข้ามาอ่านความคิดเห็นของคนอื่นบาง
รัตติยา ลาพักร้อน 2 อาทิตย์เดินทางไปมิวนิค+เเฮนโนเวอร์ อาจจะหายหน้าไปบาง
จะอ่านตามที่หลังค่ะ ถ้ามีเรื่องใหม่ออกมา

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
wansuk วันที่ : 23/08/2014 เวลา : 08.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

หนังสือ ดนตรี ศิลปะ สินค้าพื้นเมืองงานฝีมือ เข้าทางวันศุกร์ไปเสียทุกอย่างค่ะ

ถ้าอยู่ใกล้ๆต้องเดินชนคนโอเคบ้างแน่นอนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 23/08/2014 เวลา : 06.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

"ความรักในหนังสือ ร้านหนังสือ และความรู้จากหนังสือ เป็นคนละเรื่องกันหมด"
ดูสัปดาห์หนังสือที่จัดที่หอประชุมทุกปี แทบเหยียบกันตาย แต่กลับมีวิจัยว่าคนไทยอ่านหนังสือน้อยมาก และเด็กไทยมีการบ้านมากมาย
มันต้องมีอะไร ที่ผิดพลาดแน่นอน ยอมรับว่างุนงงมากกับ ไทยแลนด์โอนลี่

ความคิดเห็นที่ 18 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 23.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19


อีกร้านที่เพิ่งจะปิดตัว หลังจากลดขนาดมาแล้ว ทั้งที่อยู่ในดงคนเดินที่ Soho และเป็นเครือข่ายใหญ่
ขณะเดียวกัน ร้านเก่าแก่ฝั่งตรงข้าม Foyles ก็ขายดีจนย้ายมาใช้พื้นที่ทั้งหมดของอาคารเรียน central St Martin's School of Art

ยอดขายของตลาดหนังสือที่นี่ไม่ได้ตกลง ร้านจะเจ๊งจึงไม่ใช่เพราะขายไม่ได้ ขายไม่ดีอย่างเดียว แต่สู้ค่าใช้จ่ายในการตั้งอยู่ตรงนั้นไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
SW19 วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 23.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณนันทเดช – งานน่าเดินจริงๆ แต่คนไม่น้อยเลย แค่ไม่เบียดกันเพราะกิจกรรมแยกเป็นห้องกระจาย เวลาเด็กแตกรังน่าสะพรึงกลัวมาก

ความคิดเห็นที่ 16 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 23.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณชาลี นกน่ะ มีทั้งตัว ทั้งหนังสือเลยเชียว แถมกาแฟให้นั่งดูนกด้วย เพราะงานน่ะอยู่ในทุ่ง

ความคิดเห็นที่ 15 NN1234 , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
SW19 วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 23.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๕- -๖- -๗-
ขออนุญาตคุยกันคราวเดียวจากประเด็นเรื่องร้านหนังสือปิดตัว

เข้าใจความรู้สึกที่คุณ NN1234 พูด
จำเรื่อง You’ve got mail ของคุณลูกเสือฯ ได้ดี
และนึกภาพที่คุณรัตน์พูดถึงได้ออก

แต่ในความเห็นส่วนตัว ที่เป็นคนติดร้านหนังสือ และซื้อหนังสือสม่ำเสมอ มองมาจากอีกมุมที่อาจจะฟังแปลกออกไป คิดว่าหลายอย่างมันเกี่ยวข้องปนกันจนบางครั้งทำให้เรามองรวมกันเกินไป

ความรักในหนังสือ ร้านหนังสือ และความรู้จากหนังสือ เป็นคนละเรื่องกันหมด

ร้านหนังสือ คือ ร้านค้าที่มีหนังสือ เป็นสินค้าหลัก มีโอกาสที่จะอยู่จะไปได้ด้วยหลายปัจจัยไม่แตกต่างจากร้านขายสินค้าทั่วไป จะอยู่รอดยังต้องมีเรื่องของการค้าขายให้มีกำไร ร้านหนังสือที่ปิดตัวลงในเมืองเล็ก และเมืองใหญ่ น่าจะมีเหตุผลที่ต่างกัน

เพิ่งคุยกับคุณหนอนไว้ในเรื่องก่อนหน้าว่าการปิดตัวลงของร้านหนังสือ คือ การที่ร้านไม่มีกำไรมากพอที่จะต่อสู้กับค่าเช่าที่ที่แพงขึ้น เมื่อตลาดของการผลิตหนังสือมีต้นทุนที่คงที่และอาจจะขยับสูงขึ้นไปเรื่อยด้วยซ้ำ แต่กำไรหดลงสม่ำเสมอ ตามการเปลี่ยนแปลงของกลไลในตลาด เช่น การลงมาเล่นเป็นผู้ขายด้วยของซูเปอร์มาร์เกต ที่กดราคา เลือกเอาแต่หัวหนังสือดี top / best selling ไปลง ร้านหนังสือก็อยู่ไม่ได้

การผลิตหนังสือเป็นของแพง กำไรต่ำ แต่ถ้าขายได้มากก็ยังพอถูไถ

การดำเนินงานร้านหนังสือยิ่งเป็นของแพง กำไรต่ำเท่าเดิม ขายมากขายน้อยต้องลุ้น แต่ค่าโสหุ้ยขึ้นไปทุกวัน แนวโน้มของร้านหนังสือเครือข่าย มักมีร้านใหญ่ เป็น flagship store และร้านสาขาที่ทยอยลดขนาดลง

สิ่งที่น่าสังเกตของร้านหนังสือที่นี่ คือ การมีจุดบริการลูกค้าในร้านมากขึ้น เพื่อเช็คหนังสือที่ต้องการ ดำเนินการสั่งให้ พื้นที่ร้านเล็กลงก็ตัดพื้นที่เก็บตามไปด้วย บริการ online ไม่ได้ทำให้ร้านแย่ลงเสมอไป ร้านหนังสือโดยเฉพาะเครือข่าย และเครือข่ายที่ดี เน้นเรื่องความรู้ของพนักงานมาก เรื่องพนักงานไม่รู้เรื่องแบบ You’ve got mail ไม่ค่อยเจอ – ไม่ได้แปลว่าไม่มี แค่เราไม่เคยเจอ ร้านส่วนใหญ่พนักงานต้องอ่าน ต้องมี ‘staff pick’ ไว้มุมหนึ่ง ว่าพนักงานคนนี้ชื่อนี้ แนะนำเล่มไหนของสัปดาห์นี้ มีความเห็นเขียนโดยลายมือเจ้าตัว โย้เย้กำกับไว้ด้วย

(หมายเหตุ ที่เจอ กลับไปเจอที่ Asia Books ตอนไปถามหาหนังสือ Dylan Thomas ให้คุณชาลี ที่คนขายเหวอ บอกว่าไม่มี แล้วก็หันไปคุยกันต่อ ไม่มีสงสัยหรือคิดหาข้อมูลต่อสักนิดเดียว)

ร้านหนังสือในเมืองใหญ่ปิดตัวลงก็ด้วยเหตุอย่างหนึ่ง
ร้านในเมืองเล็กก็คงอีกอย่าง อย่างร้านที่ Hay ไม่ได้มีไว้ขายคนที่ Hay ทำให้ได้คิดว่า เมืองที่เป็น book town ไม่ได้แปลว่า คนเมืองรักการอ่านทุกคน เสมอไป หรือในทางกลับกัน เมืองที่ไม่ได้เป็น book town ไม่ได้แปลว่าคนไม่อ่าน

การที่ร้านในเมืองเล็กและไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวปิดตัวลง ก็ต้องย้อนกลับมาดูวิถีทางดำเนินชีวิตของคนที่เปลี่ยนไป
และการที่ร้านหนังสือปิดตัวลง ไม่ได้แปลว่า ความรู้ / แหล่งข้อมูลหายไป
ประเด็นสำคัญ คือ การทำให้คนอ่าน

Prince Charles รักการอ่านมาก Hay Festival ก็เสด็จมาเปิด หนังสือของ Dylan Thomas ก็ช่วยเอามาอ่านออกเสียง เคยรับสั่งเสียดายและเสียใจที่ JK Rowling ยุติการเขียน Harry Potter ท่านว่า ตั้งแต่มีหนังสือเล่มนี้ มีเรื่องกลับมาให้เด็กยังอ่านหนังสือกันมากมาย
ในเวลาเดียวกัน ท่านก็เป็นคนต่อต้านการใช้กระดาษ ทั้งที่แน่นอนว่าท่านรักหนังสือกระดาษมากมาย ท่านว่าการใช้กระดาษในยุคปัจจุบันนี้ เป็น cost ที่สูงเกินไปแล้ว การทำหนังสือกลายเป็นเรื่องยากที่จะคุ้มทุน – ทั้งแง่การลงทุน และการใช้ทรัพยากร

หนังสือพิมพ์ Evening Standard ต้องเปลี่ยนมาเป็นแจกฟรี หาเงินเอาจากผู้ลงโฆษณา ถึงอยู่ได้ หากพิมพ์ออกมาแล้วขายอย่างเดิม คงต้องปิดกิจการไปนานแล้ว เพราะไม่ซื้อ – ไม่ต่างจากที่คุณรัตน์เล่าเรื่องเพื่อนที่มีโรงพิมพ์ที่เยอรมนี

ทุกวันนี้ กลไกในการค้าขาย และช่องทางเปลี่ยนไปมาก อันที่จริงก็เพื่อตอบสนองตัวเราที่เปลี่ยนไปตามสิ่งที่เทคโนโลยี่พาไป บางอย่างน่าเสียดาย บางอย่างเป็นของจำเป็น ถ้าไม่เปลี่ยนก็สูญพันธุ์

อ่านที่คุณ hayyana เล่าวันก่อน เรื่องหนังสือแนะนำการปฏิบัติตัวเมื่อไปญี่ปุ่น ว่าเล่มละ ๒๖๐ – แพงเกินไป น่าจะสัก ๑๐๐ จะได้มีคนอ่านมากขึ้น
น่าคิดมาก – ถ้าราคาลดลงมาจริง จะมีคนอ่านมากขึ้นตามไหม
ไม่แน่อีกนั่นแหละ
ถ้าไม่แน่ เป็นคนเขียน จะยอมเสี่ยงลดส่วนที่ควรจะได้มากขึ้น ให้มีกำไรให้อยากทำออกมาหรือไม่ / หรือที่ต้องขาย ๒๖๐ เพราะจำนวนพิมพ์ต่ำ – คนเขียนไม่กล้าเสี่ยงพิมพ์จำนวนมาก

เราเองคงต้องถามตัวเองอีกหลายคำถามว่า ปริมาณการบริโภคหนังสือของเราเป็นอย่างไร เราซื้อหนังสือครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ทำไมจึงซื้อ ราคาเท่าไหร่ที่ยอมซื้อ ประเภทไหนที่จะซื้อ ฯลฯ

กับอีกสองคำถามสำคัญว่า เราอ่านกันมากน้อยแค่ไหน และ...
บทบาทของห้องสมุดในปัจจุบัน – เปรียบเทียบกับ online search

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 22.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

งานน่าดูมากครับ คนไม่มากนักกำลังเดินสบาย ของไทย"แน่นมาก"

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
BlueHill วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 17.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

มีหนังสือว่าด้วยเรื่องนกกับเขาบ้างหรือเปล่าครับ
ผมชอบอ่านนะแนวนี้ ถนัดที่สุด

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
SW19 วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 16.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอบคุณเหล่าซือสุวรรณา คุณ bene คุณสิงห์นอกระบบ คุณณัฐรดา ที่กรุณาทิ้งรอยไว้

ขอแว้ปไปธุระเดี๋ยวเดียว อยากกลับมามีเวลาคุยดีๆ กับประเด็นที่คุณ NN1234 คุณลูกเสือหมายเลข9 และคุณรัตน์เปิดไว้

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
SW19 วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณวรรณสุข
ทั้งคัน ทั้งแฉะ แต่สนุกจริง ขอคำยืนยันจากเด็กๆ ในงานได้เลย

ความคิดเห็นที่ 10 แม่มดเดือนMarch ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 16.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณแม่มดเดือนMarch

Woodstock อยู่ในยุคประท้วง ฮิปปี้ ยุคที่ทุกคนควรจะรักทุกคน เลิกรบกัน ปีที่เริ่มเขาเรียกว่า the summer of love และเป็นจุด height ของการประท้วง Vietnam war สมัย Hanoi Jane นักร้องที่มาก็ร้องเพลงประท้วงสงครามกัน

Woodstock จึงมีความหมายเป็นการแหวกออกมาจากกรอบ มองใหม่ เปลี่ยนวิธีคิด ต่อสังคม – โลก – สิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เฉพาะดนตรีอย่างเดียว ก่อนหน้านั้นก็ไม่มี festival แบบนี้
เป็นลักษณะเดียวกันที่ทำให้ Hay Festival แตกต่าง

เพราะไม่ใช่งานขายหนังสือ ร้านหนังสือมีจุดเดียว แถมไม่ได้ลดราคา แต่เป็นการแผ่ กระจาย idea คนที่มางานไม่ได้มองงานในโลกของหนังสือเป็น step forward แต่มองเป็น step sideway คือขยับไปอีกมุม สร้างอะไรใหม่ๆ กระตุ้นความคิดในอีกทางที่ไม่เคยมอง ผ่านหัวข้อที่เอามาถก คนที่มาพูด
ทำให้บรรยากาศมัน electrifying!! จุดประกายสมองสว่างไสวดี

อยากให้มาเที่ยวกันอยู่ดี

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
SW19 วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 16.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๒- คุณรัตน์ เดี๋ยวมาคุยทีเดียวกับความเห็นหลังๆ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
SW19 วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณ hayyana
- ลุยโคลนได้ไม่ผิดหวังแน่นอน งานปิดถนนตั้งแต่ทางเข้าเมือง ทุกมุม จัดที่จอดรถให้ ไม่ว่ามาทางไหน รถไฟ ฯลฯ ทุกคนต้องนั่งบัส ตั๋วซื้อครั้งเดียว ร่อนไปมา กี่รอบก็ได้
- กุฏิพระเรียกกันว่า shed เป็นเพิงเล็กๆ มักเอามาตั้งไว้หลังบ้าน เก็บของ เครื่องไม้เครื่องมือ
แต่ปรากฎว่ามันขยายประโยชน์ใช้สอยไปมาก นักเขียนชอบปลีกวิเวก Roald Dahl ก็มี
- เครื่องดื่มประกอบการสร้างอารมณ์สุนทรีย์ มีทั้งเบียร์ ทั้งไวน์เพียบ ส่วนกาแฟของบก. หอมไปทั้งงาน
- Stereophonics เป็น local boys - เก่ง
- Mark Knopfler เท่าที่ฟังสัมภาษณ์ก็ยังทำอะไรอยู่ แต่ทำเงียบๆ เป็นคนเรียบง่าย เลิกทัวร์ใหญ่แล้ว-บอกว่าเดินไปแล้วไม่รู้จักคนขับรถขนอุปกรณ์ - มันผิดแล้ว ออกเดินสายอีกความหมายคือกลายเป็นครอบครัวที่ต้องรู้จักกันทุกคน เคยนั่งคุยในผับ จับกีต้าร์เขา ตอนนั้นยังไม่ดังที่นี่ เพราะเพลงเขาไปดังที่อเมริกาก่อน จนเพื่อนส่งกลับมาให้ฟัง อ้าว...

ความคิดเห็นที่ 7 NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 14.11 น.

อ่านคห.ของคุณ NN1234 เเล้วให้นึกถึง E-book ไม่รู้ว่าอนาคตร้านหนังสือจะยังคงอยู่ได้เเค่ไหน

ตอนนี้ที่เยอรมนีบริษัทผลิตกระดาษ เช่นเเถวรัตติยาอาศัยอยู่ต้องปิดตัวลง เพราะความต้องการกระดาษน้อยลง ขาดทุน

เพื่อนของแฟนมีโรงพิมม์ งานพิมม์น้อยลง ขาดทุน ก็ต้องเลิกกิจการไปทำงานเป็นลูกจ้างเขา

ความคิดเห็นที่ 6 rattiya , NN1234 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 12.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

คอมเมนต์ที่5 ของคุณหมอ ทำให้ผมนึกถึงหนัง you've got mail
ร้านหนังสือเล็กๆของนางเอก ต้องปิดตัวเพราะร้านหนังสือเชนรายใหญ่ของพระเอกมาเปิด และมีกิจกรรมมากมาย
เด็กๆก็จะขาดหนังสือสำหรับเด็ก เพราะพนักงานร้านใหญ่ไม่รู้จักหนังสือเด็กๆที่จะต้องแนะนำ

ความคิดเห็นที่ 5 rattiya , ลูกเสือหมายเลข9 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
NN1234 from mobile วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 10.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ขอบคูณมากครับที่นำเสนอเรื่องนี้ได้โดนใจมากที่สุดในรอบปี (หลังจากที่ จขบ.หายตัวไปพักใหญ่ๆ)

มีเรื่องเศร้าใหญ่ในเมืองที่ห่างไกลเมืองหลวง เมื่อร้านหนังสือเอกชนท้องถิ่นเล็กๆ ที่เจ้าของอยากทำให้ออกมาคล้ายๆ เป็น"อุทยานหนังสือ" เจ้าของเป็นคนในครอบครัวกงสีมาแต่เก่าก่อนของเมือง อยากให้คนในเมืองมีสติปัญญา
ร้านหนังสือของเขามีกิจกรรมต่างๆ มากมาย มีหลักฐานปรากฎเป็นลายเซ็นของนักเขียนนักคิดนักดนตรี ถ่ายรูปใส่กรอบไว้ ร้านนี้ตั้งอยู่ได้หลายสิบปี
จนเมื่อเจอร้านหนังสือในห้างสรรพสินค้ามาเปิดตัวปิดล้อมร้านท้องถิ่นในถิ่นคนเดินเมืองเก่า ร้านนี้จึงต้องปิดตัวลง
ผมยกให้เป็น ข่าวเศร้าของเมืองๆ หนึ่ง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
วรรณสุข วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 09.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

น่าไปเดินจริงๆ
กระท่อมน้อยของ Dylan น่ารักจริงๆ เลย
Hay Fever ฟังแล้วคันจมูกยังไงไม่รู้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 21/08/2014 เวลา : 20.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

Bill Clinton ออกปากว่า Hay Festival คือ The Woodstock of the mind
ตรงนี้แม่มดไม่ค่อย get ความที่ไม่ค่อยได้สนใจเทศกาลดนตรีทำนองนั้นแต่แน่ใจว่า Hay Festival ต้องน่าไปเที่ยวชม
ก็อะไรที่เป็น Wales ต้องน่ารักแน่ๆอยู่แล้วแม้แต่ Hay Fever
เรื่องลุยโคลนก็ไม่เกี่ยง (แถวนั้นไม่มีทากใช่ไหมคะ )

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
rattiya วันที่ : 21/08/2014 เวลา : 16.34 น.

ชอบข้อความนี้มากค่ะ

"หากหนังสือเป็นบันทึกความเปลี่ยนแปลงของผู้คนและสังคม มีหัวข้อและหมวดหมู่ได้ไม่จบสิ้นเพียงใด ก็ย่อมมีผู้คนที่เกี่ยวข้องในส่วนนั้นเอาเรื่องราวจากประสบการณ์มาบอกเล่าหรือแลกเปลี่ยนความคิด ในประเด็นที่เป็นความสนใจของโลกได้ไม่ขาดแคลน
คนเขียนหนังสือ จึงไม่จำกัดอยู่เฉพาะนักเขียน"


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
hayyana วันที่ : 21/08/2014 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

น่าไปลุยโคลนทางสมองด้วย
บ้าน Dylan เหมือนกุฏิพระเลย
เน้นเด็กนี่มีเบียร์ขายหรือเปล่าครับ
Stereophonic ผมชอบเพลง Maybe Tmr. จากหนัง The Wicker Park เรื่องนี้เพลงเยี่ยมๆทั้งนั้นเลย
Mark Knopfler ไปเล่นวง Notting Hillbillies ฟังเย็นๆดีมาก แต่ไม่รู้ยังทำเพลงอยู่อีกหรือเปล่า


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน