*/
  • SW19
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-08-19
  • จำนวนเรื่อง : 94
  • จำนวนผู้ชม : 266321
  • จำนวนผู้โหวต : 247
  • ส่ง msg :
  • โหวต 247 คน
Oh What A Night

เพลงจาก Jersey Boys,West End, London

View All
<< มิถุนายน 2016 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 21 มิถุนายน 2559
Posted by SW19 , ผู้อ่าน : 3325 , 06:37:39 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 17 คน joepiya , Kalavit และอีก 15 คนโหวตเรื่องนี้

รัตนโกสินทรศก 113

เจ้าฟ้า แห่งสยามเสด็จทางเรือไปศึกษาต่อในทวีปยุโรป

ถึง รัตนโกสินทรศก 116

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสยุโรปเป็นครั้งแรก

...

 

 

พระราชหัตถเลขาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระโอรสนั้น  ให้ความกระจ่างว่า เจ้าฟ้า เจ้านายทรงมีหน้าที่ไปศึกษา ณ ทวีปยุโรป ก็เพื่อไปเรียนรู้ให้ได้เท่าทัน เข้าใจต่างธรรมเนียม และนำความรู้กลับมาพัฒนาชาติ  

 

 

ทำให้เห็นความคิดก้าวหน้าของเจ้านายสมัยก่อน

เห็นความรู้ ความทันสมัย เรื่องการใช้ภาษาต่างชาติ ในรั้วพระบรมมหาราชวัง

เห็นความรักใคร่ ห่วงใย และผูกพันในหมู่พระบรมวงศานุวงศ์เป็นสามัญเหมือนชาวบ้าน และเห็นความต่างที่ปลูกฝังกันมาแต่ยังเป็นเจ้านายองค์น้อยในเรื่องของสำนึก และภาระที่มีต่อชาติบ้านเมืองก่อนสิ่งอื่น

 

 

ที่สำคัญ พระราชหัตถเลขา และลายพระหัตถ์ มีคำสอนที่ไม่เคยล้าสมัย ให้คนทุกชนชั้นนำไปคิดได้

 

 

 

 

สมัยก่อน การสืบสานราชวงศ์เกิดภาวะ in breeding ที่แต่งงานเกี่ยวดองในหมู่พระประยูรญาติอยู่มาก

ในบริเทนมีข้อห้ามการแต่งงานของเจ้านายกับ commoner สามัญชน ศตวรรษที่ผ่านมาจึงมีเจ้านายที่เป็นเจ้าแผ่นดินเกี่ยวดองกันเป็นรุ่นหลาน เหลน ของ Queen Victoria อยู่ทั่วประเทศในทวีปยุโรป

ความใกล้ชิดทางสายเลือดมีผลให้หลายพระองค์สิ้นเสียแต่ยังเยาว์ เจ้านายสายรัสเซียยิ่งโชคร้าย มี  haemophilia ความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ถึงแก่ชีวิต ด้วย

และก็ยังมีที่กลับทาง ส่งให้พระปรีชาสามารถบางด้านโดดเด่นเกินปกติ

 

 

สองปีแรกในยุโรปนั้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ประทับอยู่ ณ ประเทศอังกฤษ ทรงลองเรียนภาษาเยอรมัน อย่างเล่นๆ’ อยู่เดือนหนึ่ง  ได้ผลดีถึงขั้นเกือบรับสั่งตอบโต้ได้ เป็นที่ประหลาดใจแก่มองซิเออบูริเยอร์ ผู้ดูแล จนออกปากว่าไม่เคยเห็นว่าเด็กคนไหนเรียนรู้ได้รวดเร็วขนาดนี้มาก่อน

เมื่อความทราบถึงพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าที่ทรงมีพระชนม์ 15 พรรษา ย้ายไปเข้าศึกษาต่อในวิชาทหาร ที่ประเทศเยอรมนี ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนทหารดีที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป

 

 

 

ด้วยฐานะพระราชโอรสในพระมหากษัตริย์  การเข้าศึกษาในโรงเรียนนายร้อยทหารที่เข้มงวดขนาดหนัก จำเป็นต้องได้รับพระบรมราชานุญาตจาก Emperor Kaiser Wilhelm II และหนังสือยินยอมจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย

ทูนหม่อมบริพัตร ทรงเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์แรกที่เสด็จไปศึกษาวิชาทหารที่เยอรมนี บันทึกการติดต่อของเจ้านายสองราชวงศ์จึงมีตามมาไม่ขาดตอน เฉกเช่นความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตัดสินพระทัยเสด็จประพาสยุโรปเป็นครั้งแรก เพื่อสานสัมพันธไมตรีกับประเทศในยุโรปด้วยพระองค์เอง เป็นช่วงที่ทูนหม่อมบริพัตรทรงโยกย้ายไปประเทศเยอรมนีและทรงติดทั้งการมอบตัวเข้าเรียน การเข้าเฝ้า Emperor Kaiser Wilhelm II ทำให้ต้องเสด็จไปเฝ้าพระพุทธเจ้าหลวง ในเรือพระที่นั่ง ที่สวีเดน

 

 

 

 

 

9 ปี ใน Deutschland ของทูนหม่อมบริพัตรนั้น หมดไปกับวิชาทหาร

 

 

แรกเริ่มทรงเสด็จไป The Cadet School, Potsdam โรงเรียนนายร้อยชั้นประถม เพียงปีเดียวก็ได้เลื่อนชั้นสู่ Unter Sekunde โรงเรียนนายร้อยชั้นมัธยม Chief Cadet School ที่ Gross Lichterfelde, Berlin ภายหลังทรงสอบได้ Portepeefähnrich เป็นนักเรียนว่าที่นายร้อย และต่อชั้นสูงขึ้นอีกจนทรงจบการศึกษาด้วยคะแนนสูงลิ่ว ที่ทำให้ไม่ต้องสอบปากเปล่า ได้รับพระราชทานยศ Fähnrich – นายร้อยตรี

ทูนหม่อมบริพัตร ได้ทรงเข้าถวายงานเป็น Lieutenant of the Koenigin Augusta Regiment ในกรมทหารรักษาพระองค์ที่ 4 ของพระบรมราชชนนี และทรงเป็นที่โปรดปรานของ Emperor Kaiser Wilhelm II ที่โปรดให้ทูนหม่อมบริพัตรเข้าสมทบในหมู่พระราชวงศ์ในการพระราชพิธีอยู่เสมอ

 

 

ตลอดเวลา 9 ปี มีเพียงครั้งเดียวที่ทูนหม่อมบริพัตรได้เสด็จกลับเมืองไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชโทรเลขขอประทานอนุญาตจาก Emperor Kaiser Wilhelm II

 

 

 

 

ในระหว่างการศึกษาที่เข้มงวด หนักหน่วง ทูนหม่อมบริพัตรทรงแบ่งเวลาไปศึกษาดนตรี มีรับสั่งประทานพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทุรัตนา พระธิดาว่า

 

ถ้าพ่อเลือกได้ พ่อจะเรียนดนตรีและภาษา และจะทำงานด้านดนตรีอย่างเดียว

แต่พ่อเลือกไม่ได้ เพราะพ่อเกิดมามียศตำแหน่ง ต้องทำงานเพื่อประเทศชาติ ทูนหม่อมสั่งให้พ่อไปเรียนวิชาทหาร เพื่อกลับมาปรับปรุงกองทัพไทย พ่อก็ไปเรียนวิชาทหาร

บางครั้งพ่อเบื่อวิชาที่ต้องเรียนจนทนไม่ไหว ต้องเก็บเงินค่าใช้จ่ายส่วนตัวเอาแอบไปเรียนดนตรี เพราะพวกผู้ใหญ่สมัยนั้นเห็นว่าวิชาดนตรีไม่เหมาะกับชายชาติทหาร เมื่อได้เรียนดนตรีที่พ่อรักก็สบายใจ เกิดความอดทนที่จะเรียนและทำงานที่พ่อเบื่อ…’

 

 

การศึกษาดนตรีที่ทูนหม่อมบริพัตร ทรงอาศัยเป็นการแก้เบื่อนั้น ทรงทำได้ดีจนสามารถประพันธ์เพลงและควบคุมวงได้ โดยที่วิชาทหารที่ทรงศึกษาก็ไม่เสียหาย เมื่อทรงได้รับการเลื่อนยศเป็นนายร้อยโท Emperor Kaiser Wilhelm II ทรงมีพระราชโทรเลข มาแสดงความยินดีกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย

ภายหลังที่ทรงจบหลักสูตรจาก Kriegs Schule, Kassel ก็ทรงได้ประกาศนียบัตรชมเชยเป็นพิเศษจาก Emperor Kaiser Wilhelm II อีก

 

 

 

พระราชหัตถเลขาที่พระราชทานทูนหม่อมบริพัตรอย่างสม่ำเสมอ บอกเล่าความสนิทชิดเชื้อทั้งยามห่างไกล และยามที่ตระเตรียมความพร้อมให้พระราชโอรสรับรู้สภาพความเป็นไปของบ้านเมือง อย่างตรงไปตรงมา เมื่อถึงเวลาเสด็จกลับมา‘ทำงาน’ ให้ประเทศชาติ

 

 

ทูนหม่อมบริพัตรทรงเริ่มชีวิตรับราชการหลังเสด็จกลับสู่ประเทศไทยไม่กี่วัน เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ไปดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารบก ในเวลาว่าง ก็เริ่มทรงดนตรีอีกครั้ง ณ ที่ประทับตำหนักไม้  

ตำหนักไม้ วังบางขุนพรหม นี้เอง ที่เป็นที่เกิดของวงพิณพาทย์วังบางขุนพรหมวงแรก

ความรู้ด้านดนตรีที่ทรงศึกษาจากเยอรมนีมีรอบด้าน ทูนหม่อมบริพัตรทรงสามารถอ่านโน้ตสากล แต่งเพลง และกำกับวงดนตรี เพลงที่ทรงนิพนธ์มีหลากหลาย ทั้งไทยและสากล เพลงที่ทรงปรุงแต่งเพลงของเดิมให้มีเสียงประสาน หรือขยายความยาว หรือทรงดัดแปลงเพลงเดิมบางส่วนหรือทั้งหมด รวมทั้งทรงนิพนธ์เพลงสำหรับขับร้อง  บางเพลงกลายเป็นเพลงบรรเลงอย่างเป็นทางการที่ใช้กันทั่วไทย เช่น เพลงมหาฤกษ์

เพลงโศก ทรงดัดแปลงจากพญาโศก ซึ่งเป็นเพลงปี่พาทย์มาเป็น funeral march สำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระพันปีหลวง เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงฟัง มีพระราชดำรัสว่า ให้ใช้เป็นเพลงโศกประจำชาติต่อไป การบรรเลงเพลงโศก จึงใช้กันในงานศพของสามัญชนขึ้นไปจนถึงชั้นพระบรมศพมาจนบัดนี้

บทบาทที่เด่นชัดทางด้านดนตรีของทูนหม่อมบริพัตร คือ ทรงเป็นบุคคลสำคัญในการพัฒนา Thai Brass Band แตรวง ตลอดจนทรงนิพนธ์เพลงสำหรับแตรวงประทานไว้ให้บรรเลงในโอกาสต่างๆ ดังที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้า ศิริรัตนบุษบง พระธิดา มีรับสั่งไว้

ครั้นต่อมาเมื่อพระองค์ได้รับพระบรมราชโองการจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ ในพ.ศ. 2447 นั้นนอกจะทรงปรับปรุงกองทัพเรือขนานใหญ่ชนิดถอนรากถอนโคนแล้ว โดยที่ทรงเห็นว่ากองทัพเรือ จำเป็นจะต้องมีแตรวงของตนเองขึ้นเพื่อใช้บรรเลงในโอกาสต่างๆ กัน จึงโปรดให้ตั้งกองแตรวงทหารเรือขึ้น และเสด็จไปฟังการซ้อมเป็นประจำ เป็นการสำราญพระทัย’  

 

 

พุทธศักราช 2559

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีรับสั่งกับคุณสินนภา สารสาส ผู้เป็นพระสหายที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย และทายาทชั้นหลานของทูนหม่อมบริพัตร ถึงการนำเพลงพระนิพนธ์มาเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จัก โดยใช้ผู้บรรเลงดนตรีจากวงโยธวาทิตของทัพไทย

The Siam Symphonic Band จึงเกิดขึ้นตามรับสั่งเพื่อบันทึกเพลงพระนิพนธ์ของทูนหม่อมบริพัตร

พ.ศ. 2559 ยังมีความหมายเป็นวาระครบ 135 ปี วันประสูติทูนหม่อมบริพัตร 29 มิถุนายน การรำลึกถึงทูนหม่อมบริพัตร ที่ทรงได้รับการศึกษาและอิทธิพลทางดนตรีจากเยอรมนี จึงเป็นเหตุและเวลาอันเหมาะสมที่จะเชิญเพลงพระนิพนธ์กลับมาบรรเลงที่ประเทศเยอรมนี

การตระเตรียมทั้งคน สมาชิก 37 นายจากวงดุริยางค์ทหารบก เรือ และตำรวจที่ฝึกซ้อมร่วมกันเป็นเดือน เครื่องดนตรีและอุปกรณ์ จนสู่การฝึกซ้อมครั้งสุดท้ายบนแผ่นดิน Deutschland หลังการเสด็จมาถึงของเจ้าฟ้าไทยพระองค์แรกเมื่อ 122 ปีก่อน จึงเริ่มขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

The Siam Symphonic Band มิเพียงแต่เชิญ มรดกทางดนตรี Legacy ที่ทูนหม่อมบริพัตรทรงประทานไว้กลับมาเยือนยุโรป การแสดงครั้งนี้ยังเป็นเครื่องหมายแห่งสัมพันธไมตรีอันยาวนานของสองประเทศด้วย

คราวหน้า

The Siam Symphonic Band: 14 – 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ใน 4 เมืองของประเทศเยอรมนี

 

*********

Soke: Prince Paribatra



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 31 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 25/06/2016 เวลา : 13.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๒๙-
ขอบคุณคุณชาลีที่ติดตาม
และขอบคุณที่กรุณาให้เกียรติตามความเห็นที่ ๒๕

ความคิดเห็นที่ 30 เฟื่อง ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 25/06/2016 เวลา : 13.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๒๘-
ขอบคุณคุณเฟื่องล่วงหน้าสำหรับซุปหางวัว
และ เอ่อ.. กรณี Brexit เมื่อวาน SW19 เลยหายไปเพลียมา

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
BlueHill วันที่ : 25/06/2016 เวลา : 07.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อ่านเพลินเเลยครับ
เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องติดตามอ่านโดยละเอียด
และเห็นด้วยอย่างยิ่งกับ ความคิดเห็นที่ 25 ของท่านพลโทนันทเดชครับ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
เฟื่อง วันที่ : 24/06/2016 เวลา : 12.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/creativeworld

๒๖

"....สงสัยต้องรอดูซุปหางวัวจากคุณเฟื่องก่อนแล้วล่ะ"

ได้ค่ะ ...แต่เป็นที่เมืองไทยค่ะ เพราะยังไม่มีตารางไปอินโดเลย
...
"คุณเฟื่องเห็นหลังคุณมิ เดินพาไปชม concert แรกในภาพก่อนสุดท้ายหรือยัง"

อุ๊บ .... ว่าแล้วเชียว มีหมวกด้วย โก้จริงๆ

เฟื่องจะรออ่านbrexitนะคะ ขอบพระคุณล่วงหน้า อ้อ.. ฟังเพลงโศกมากไม่ดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
SW19 วันที่ : 24/06/2016 เวลา : 00.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๒๕-
[…ผมจึงอยากให้ช่วยเขียนเรื่อง"เบร็กซิต"ให้อ่านหน่อยครับ…]

คุณนันทเดช ขอบพระคุณที่ออกปาก
SW19 กำลังงมทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย และควักบทเรียนจากเรื่องยุ่งยากมาให้ช่วยกันคิดอยู่เหมือนกัน เลยต้องพักมาฟังเพลงโศก

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
SW19 วันที่ : 24/06/2016 เวลา : 00.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณเฟื่อง -๒๔-

เราน่ะอยากกลับไปมาก แต่แค่เมืองไทย ยังจัดเวลาได้คราวละน้อย
อินโด๊ะของ SW19 นั้นย้อนได้ถึงสมัยที่เก่ามาก ไปยกยา Jogja จากนั้น ระยะหลังที่ต้องไปด้วยเรื่องงาน ก็ไปจาการ์ตาซึ่งครั้งสุดท้ายน่าจะกว่า ๑๕ ปี (นานน่าตกใจพอดู )
สงสัยต้องรอดูซุปหางวัวจากคุณเฟื่องก่อนแล้วล่ะ

คุณมิ รื้องานทูนหม่อมบริพัตรมาเมื่อ ๑๕ ปีก่อน ตอนนั้นครบ ๑๒๐ ปีประสูติทูนหม่อมบริพัตร งานนี้ คุณมิ คุมอัดเสียง The Siam Symphonic Band เพื่อเตรียมจำหน่ายด้วย ซึ่งทำเสร็จไปแล้วที่เมืองไทย เมื่อวงมาเดินสาย ก็ต้องตามมาแน่นอน

คุณเฟื่องเห็นหลังคุณมิ เดินพาไปชม concert แรกในภาพก่อนสุดท้ายหรือยัง

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 23/06/2016 เวลา : 22.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

ให้รายละเอียดได้ดีมาก ผมจึงอยากให้ช่วยเขียนเรื่อง"เบร็กซิต"ให้อ่านหน่อยครับ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
เฟื่อง วันที่ : 23/06/2016 เวลา : 10.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/creativeworld

เฟื่องสบายดีค่ะ ขอบคุณ

จากจาการ์ตาไปบันดุง รถติดมหากาฬค่ะ คุณ SW19 เราไปเยี่ยมโรงงานทำเสื้อผ้าและรองเท้าที่นั่น รับประทานอาหารเที่ยงที่ร้านไก่ลีอชื่อ มาดามอะไรจำไม่ได้ แล้วก็ได้ลองอาหารพื้นเมืองของบันดุงด้วย แต่ไม่ใช่ซุปหางวัวแน่นอน ไว้มีโอกาสไปใหม่ จะลอง แล้วมาเล่าให้ฟังนะคะ

คุณมิ หรือเฟื่องเรียกว่ามิ เพราะเธอเป็นรุ่นน้องที่คณะ ช่วยหาสปอนเซอร์ให้หนังสือน้องใหม่ที่เฟื่องเป็นสาราณียกร เก่งทั้งดนตรีไทย และสากล ช่วงที่อยู่ Butterfly ได้เสวนากันบ่อย เพราะเฟื่องส่งงานให้Butterflyทำ jingle อยู่ประจำ
เพิ่งทราบว่า ทำวงนี้
สืบสานทูนกระหม่อมตาได้อย่างน่าภาคภูมิใจ
คงร่วมคณะไปเยอรมนีด้วยสิคะ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
SW19 วันที่ : 23/06/2016 เวลา : 04.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๒๒-

คุณเฟื่อง

พระราชหัตถ์เลขา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และลายพระหัตถ์ สมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี ไม่ล้าสมัยและคมกริบจริงๆ
ภาษาอังกฤษที่ทรงใช้มีความลึก แต่ก็เป็นธรรมชาติ ทรงใช้คำว่า indeed แล้ว
ยัง ‘อินตรีก – intrigue’ อีก
และลงท้าย kisses น่ารักจริง
คุณมิ สินนภา มีความสามารถทางดนตรีสูง และเป็นหนึ่งในสองที่สืบสายเลือดทางดนตรี
แต่ส่วนใหญ่ เชื้อสายทูนหม่อมบริพัตร ที่สืบจากพระธิดา ก็ไม่ได้ใช้นามสกุลบริพัตร คนก็จะไม่ค่อยรู้ หลายๆ อย่างของเจ้านายสายนี้ก็อาจจะเลือนไป แม้กระทั่งสี่แยกราชเทวี ก็มาจาก พระนาม พระอรรคราชเทวีพระองค์นี้ คือ สมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี

คุณเฟื่องเดินทางบ่อย หากมีเวลาลองแวะไปดู ดาหาปาตี เขาว่า sop buntud คือซุปหางวัว อร่อยแบบขึ้นชื่อเลยแหละ จะได้เอามาเล่าสู่กันฟังบ้าง

SW19 หวังว่าคุณเฟื่องจะสบายดี

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
เฟื่อง วันที่ : 23/06/2016 เวลา : 02.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/creativeworld

สวัสดีค่ะ คุณ SW19

พระราชหัตถเลขาและพระโอวาท ไม่ได้ล้าสมัยจริงๆด้วยค่ะ ยังใช้ได้กับพ่อ แม่สอนลูกปัจจุบัน ทำให้เฟื่องคิดว่า สมัยก่อนไม่มีโทรศัพท์ จดหมายแทนความใกล้ชิด และความห่วงใยได้ดีกว่า ยิ่งเก็บยิ่งมีคุณค่า
ภาษาทั้งไทย และอังกฤษงดงามทั้งสองพระองค์ ทรงตระหนักถึงการพัฒนาประเทศชาติเป็นหลักใหญ่
ทูนหม่อมบริพัตรท่านทรงเป็นศิลปืน จำพระทัยต้องเรียนทหารแต่ด้วยขัตติยะมานะ ท่านก็ทำสำเร็จ และได้ทรงดนตรีที่รักด้วย
ไม่แปลกใจเลยที่คุณมิ สินนภา ได้สืบสายเลือดความสามารถทางดนตรีมา
..
ไปบันดุงแล้วคิดถึงเรื่องตอนคณะราษฎร์ขับไล่บรรดาราชนิกูลที่ทรงสร้างคุณงามความดีให้บ้านเมืองแล้วสะเทือนใจ
สมัยนั้น คงลำบาก ทั้งไกล และน่าหดหู่ ถึงแม้จะมีธรรมชาติ และภูมิประเทศที่สวยงามก็ตาม

ความคิดเห็นที่ 21 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 22/06/2016 เวลา : 18.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๑๘-
คุณแม่หมี

เรื่องบันดุง มีเหตุการณ์อีกหลายฉาก เอาเค้าโครงมาทำนวนิยายน่าจะอ่านสนุก มีหลายชีวิต หลายความเคลื่อนไหว ในเวลานั้น

แรกไปถึง ตั้งหนึ่งเดือนเศษกว่าจะทูนหม่อมบริพัตรจะทรงหาบ้านเช่าได้ หลังจากนั้นอีกปี ถึงทรงซื้อที่ดินสร้างตำหนักชั้นเดียวประทานนามว่า ตำหนักประเสบัน มีสวนเล็กๆ ชื่อว่า สตาหมัน มีตำหนักเล็กๆ อีกสองหลัง ชื่อ ชื่อ ปันจะรากัน และดาหาปาตี มีเรือนข้าหลวงมหาดเล็กตามสมควร (คุณหมอพูนพิศ เขียนเล่าเอาไว้)

ความลำบากมีแน่ เพราะสมัยนั้นสงครามโลก มีญี่ปุ่นบุก แต่ก็ทรงประทับอย่างอบอุ่น กับผู้ใกล้ชิดทั้งครอบครัว พระชายา พระโอรส พระธิดา

ความแปลก ในทางดี ที่ทรงได้มาในสายเลือด คือ ด้านภาษา รับสั่งเยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศสได้คล่องแคล่วอยู่แล้ว มาอยู่บันดุง ก็ทรงได้มลายู ได้ Dutch พระธิดา เล่านิทาน อ่านหนังสือสลับภาษากันเป็นว่าเล่น

ตำหนักต่างๆ ที่บันดุง นั้นยังอยู่ ตำหนักประเสบัน กลายเป็นโรงเรียนอนุบาล
ตำหนักดาหาปาตี เป็นร้านอาหาร

บางครั้งอดนึกไม่ได้ว่า พวกคณะบุคคล ฉกฉวยเอาอะไรไปจากท่านได้สารพัด แต่เห็นจะเอา Dignity และความรู้ความสามารถ ไปจากพระองค์ท่านไม่ได้หรอก

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
SW19 วันที่ : 22/06/2016 เวลา : 18.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๑๗-
ขอบคุณคุณซันญ่าที่กรุณาเล่าเรื่องส่วนตัว ประสบการณ์ชีวิต

ครั้งเดียวในช่วงที่ประทับอยู่ในยุโรป เมื่อทูนหม่อมบริพัตรเสด็จกลับมาเมืองไทย เป็นเวลาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จแปรพระราชฐานไปประทับ ณ เมืองนครสวรรค์ ทูนหม่อมบริพัตรจึงเสด็จไปเฝ้า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่นครสวรรค์ จึงพระกรุณาโปรดเกล้าให้เปลี่ยนพระนามทรงกรมจากเดิม กรมขุนมไหสุริยสงขลา มาเป็น กรมขุนนครสวรรค์วรพินิต เมื่อ ๒๒ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๔๔ ด้วยทรงพระดำริว่า

‘… เพราะการที่ใช้คำอื่นขึ้นน่าชื่อ มีแต่เจ้าคนเดียวไม่เข้าที คิดจะเปลี่ยนเปนนครสวรรค์ ซึ่งเปนเมืองลูกหลวงเก่า ที่แท้ได้เปนเมืองหลวงคู่ผลัดกันกับเมืองสุโขทัยนี้ด้วย…’

คุณซันญ่าโชคดีที่ได้เข้าไปสัมผัสที่ประทับ วังบางขุนพรหมอย่างใกล้ชิด
เมื่อครั้งต้องทิ้ง ‘บ้าน’ แห่งนี้ วิธีการ และเหตุการณ์เป็นความขมชื่น คนที่ได้รับการเลี้ยงดูมาในวังบางขุนพรหมนี่เอง ถึงได้เข้าออกได้ประชิดพระองค์
พระธิดา นั้นถูกปืนจ่อศีรษะ ให้ไปลงเรือออกไปจากวังเลย ที่ท่าน้ำนั่นเอง

เมื่อเสด็จออกจากประเทศไทยไปแล้ว ราชสกุลสายนี้จึงไม่ใส่ใจเรื่องการกลับเข้ามายุ่งเกี่ยวกับ ‘บ้าน’ ที่ต้องเซ็นมอบให้รัฐบาลเพื่อจะได้มีสิทธิ์ออกนอกประเทศ

เนิ่นนานถึงสมัยนี้ จึงไม่ค่อยมีพระญาติใส่ใจจะก้าวกลับเข้าไป
ครั้งหนึ่ง ที่นานมากแล้ว เมื่อพระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์ พระโอรสองค์สุดท้องของทูนหม่อมบริพัตร เสด็จเดินเลาะเลียบรั้ววังบางขุนพรหม มีเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยมาไล่ ถามว่า ... ลุง มาทำอะไร...

ท่านรับสั่งตอบแค่ว่า ‘ฉันมาดูบ้านพ่อฉัน’

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
SW19 วันที่ : 22/06/2016 เวลา : 17.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๑๖-
คุณ Sleepypanda

เจ้านายก็คนธรรมดานั่นเอง ชีวิต ความเป็นอยู่ ไม่ต่างจากคนธรรมดา
สิ่งที่ต่าง คงเป็นที่มา กำเนิด ภาระที่ต้องรับผิดชอบจากกำเนิดนั้น ความอดกลั้น อดทนที่แตกต่างจากคนธรรมดา และภาระงานหนักที่ต้องทำมากกว่าคนธรรมดา
บทบาท สิทธิพิเศษ ความเหนือมนุษย์แบบกษัตริย์สมัย Medieval นั้นน่าจะหมดไปนานแล้ว และกลายเป็น modern Monarchy ที่เราเห็นทรงงานหนักในทุกซีกโลกที่ยังมีเจ้า

ของไทย ภายในส่วนพระองค์ ก็ใช้ภาษาธรรมดา เรียก ‘แม่’ เรียก ‘ยาย’ ลงท้าย จ๊ะ จ๋า ธรรมดา
แต่ถ้ามีบุคคลอื่น หรือ เป็นการอ้างก็ต้องให้เกียรติกันตามปกติ ตามฐานะ ลำดับชั้น/ยศ จะเอ่ยถึงเป็น ท่าน เป็น ทูนหม่อม หรือ ตามพระนามเต็ม ลงท้ายเป็น กระหม่อม หรือ หม่อม หรือ เพคะ ก็ว่าไปตามลำดับชั้น

ของที่นี่ Prince George องค์น้อย ก็เรียก เสด็จทวด - ควีน ว่า Gan gan เข้าใจว่า น่าจะมาจาก grand nan
Prince Charles เวลาออกงานกึ่งหลวง กึ่งไม่ทางการ จะใชคำแรกว่า Your Majesty, แล้วก็ตามด้วย Mummy

ที่แปลกในภาษาไทย ที่ชอบแปลกันไป คำว่า Prince หรือ Princess ใช้ว่า เจ้าชาย เจ้าหญิง ซึ่งเหมือนในนิทาน ที่ถูกต้อง/อย่างน้อย ควรใช้ว่า เจ้าฟ้าชาย เจ้าฟ้าหญิง

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
แม่หมี วันที่ : 22/06/2016 เวลา : 11.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เข้ามาอ่านอีกครั้ง ครั้งนี้ได้อ่านคำตอบที่คุณSW 19 ที่ตอบคอมเม้นท์เพื่อนๆชาวโอเค ยิ่งทำให้มีความรู้สึกเทิดทูนพระองค์ยิ่งนัก ท่านต้องไปจากเมืองไทย เมืองที่พระองค์ท่านต้องการนำความรู้มาดูแลบริหารประเทศ เพียงเพราะความหวาดกลัวของคณะบุคคล

บอกตรงๆว่า อ่านแล้วน้ำตาซึม มีนิยายหลายเรื่อง มีละครหลายเรื่องที่ทำให้เราผู้อ่าน ผู้ดูละครเห็นว่า เป็นเรื่องที่ทุกข์ใจไม่ว่าพระองค์หรือผู้ตามเสด็จ

แค่เราจากบ้านไปหลายๆวันยังคิดถึงบ้านเลยค่ะ

ตอนนี้มีนิยายที่กำลังในขวัญเรือน เรื่อง "บุหงาบาติค" ประพันธ์โดย "พงศกร" เขียนเรื่องเจ้านายไทยไปอยู่ที่นั่น แต่ก็แค่นิดเดียวว่า นางเอกเป็นผู้ทำสารคดี และไปทำสารคดีที่เมืองบันดุง นอกจากไปทำสารคดีแล้วนางเอกยังรับภารกิจจากคุณย่า เพื่อไปสืบหาเรื่องราวของ"คุณภพ" ที่ตามเสด็จเจ้านายไปอยู่ที่นั่น นิยายเรื่องนี้คงไม่สามารถติดตามได้โดยตลอด เพราะจะซื้อได้ก็ต่อเมื่อไปโรงพยาบาล แล้วก็เป็นรายปักษ์เพราะพอพลาดแล้วก็พลาดเลย จะฝากลูกๆซื้อเขาก็บอกกลัวจะซื้อผิด คงต้องรอตอนรวมเล่ม

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ซันญ่า วันที่ : 22/06/2016 เวลา : 07.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

กลับมาเล่าเรื่องส่วนตัว กับพระราชวังบางขุนพรหม พระตำหนักไม้ เพื่อทบทวนความจำของซันย่า ช่วง ระยะ พ.ศ. 2528 เข้าไปสำผัส ในธนาคารแห่งประเทศไทย แบบไปทำงานในถานะคนงานของบริษัทที่รับเหมาทำความสะอาด และได้ใช้บัตร ส.เสือ ติดที่หน้าอกด้านขวา ทุกวันที่ทำงานแทนการเดินเข้าออกในห้องต้องห้าม ของธนาคาร และในระยะที่ทำงานทุกวัน ไม่เว้นเสาร์อาทิตย์ (สำหรับเราพนักงานต้องความสะอาด ล้างพื้นแต่ละชั้น ด้วยความละเอียด ปราณีตมากๆ ก็ได้มีโอกาส ขึ้นไปทำความสะอาด ตึกพระตำหนักไม้ นี้ด้วย อ่านประวัติ ของ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ได้ขึ้นไปกวาดถู ห้องที่เคยทรงงาน ห้องพระบรรทม ทั้งตำหนัก ทุกวัน จะเอาจิต ไปจดจ่อขอพรว่าลูกภูมิใจมากที่ได้เกิดเป็นคนนครสวรรค์และอาจเป็นคนเดียวที่มาเดินตามรอยพระบาท ในพระตำหนักของพระองค์ ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ก็ได้รับความไว้วางใจเพียงคนเดียว จากเจ้าหน้าที่นักการเปิดประตูให้ ระยะนั้น ความสวยงามของตำหนักยังเหลืออยู่สมบูรณ์มากๆค่ะ ชอบห้องทรงงาน ที่มองเห็น รอบ 360 ซีกตะวันออกมุมฝั่งทิศใต้ จะยื่นออกเหมือนเรานั่งมองกล้องวงจรปิดเห็นได้ทั่ว มีสมุดเล่มใหญ่ ลายพระหัตถ์วางอยู่ .....แบบสมุดปกแข้ง สีหม่นเดี๋ยวนี้ อาจถูเก็บ อย่างดีเพราะกระดาษ เริ่มเก่า แล้ว สมัยนั้น ชำนาญเรื่องการทำความสะอาด ด้วยการใช้น้ำยาเคมีทำความสะอาด รักษาพื้นบ้านไม้ และเรื่องการจัดการ ดีกว่าเพื่อนที่เข้ามาทำงานจึงได้เลื่อนหน้าที่ จากบริษัทแม่ ให้เป็นหัวหน้า ดูแลเพื่อนร่วมงาน ในตึกธนาคารชาติ อีกฝั่งตรงข้ามพระตำหนัก 25 คนรวมกัน เป็นอีกประสพการณ์หนึ่งที่เดิน วนเวียน ในวังบางขุนพรหม 4 ปีเช่าหอพักอยู่หลังโรงพิมพ์ธนบัตร ปัจจุบัน มีทางสะพานตัดข้ามเชื่อมฝั่งธนบุรีและกรุงเทพเพิ่มขึ้นไปอีก มีท่าเรือ ข้ามฟาก ศูนย์ร้าน อาหารของธนาคาร และชีวิตก็ก้าวไปข้างหน้า ไปอเมริกา หลังจากนั้น 5 ปีกลับมาเมืองไทยก็กลับเยี่ยมน้าๆ ลุงนักการ ที่สนิทกันและเพื่อนๆที่ยังเป็นคนทำงานประจำที่แบงค์ชาติก็จะได้ ความสะดวก จากน้าหัวหน้า รปภ.ให้ติดบัตรส.เสือ ไปเดินในพระตำหนักอีก จิตที่รำลึกจึงได้บอกตัวเองว่า ลูกได้ไปทำงานใช้แรงงานในอีกฝั่งซีกโลกทางตะวันตกแล้วค่ะ ..........เรื่องนี้ ทำให้ตั้งใจคอมเมนต์ส่วนตัว เพื่อจะได้จำได้ 20 กว่าปี ไปอยู่อเมริกา ....ไปรู้จักการมีชีวิตต่างแดนแบบโรบินฮู๊ด ................แต่ทุกวันนี้ ชาวต่างชาติเยอรมันนีจะมาพักด้วยตลอดปี ที่อ่าวไทย ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ สวีทเซอร์แลนด์ อิตารี่ แคนนาดา อเมริกา คือทุกประเทศ ที่เข้ามาสะพายเป้เที่ยวต้องมาพักด้วยที่เกาะพะงัน ...........มันเลยเป็น ตำราเล่มใหญ่ ที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ระหว่าง ลูกค้า และเรา ........ธรรมดาที่ ไม่ธรรมดา ค่ะ มีภาพพระบรมฉายลักณษ์ ที่หลายพระองค์เสด็จมาประทับ ที่หาดธารเสด็จ บนเกาะพะงัน เล่าเรื่องจาก การเสด็จประพาส ทางน้ำของ สมเด็จพ่อร.5 16 ครั้ง พระองค์ท่าน พากันมาที่นี่ ด้วยการมาสำรวจ และนำน้ำจืดใส่เครื่องยนต์ ที่ใช้ความร้อนจากไอน้ำ ในจดหมายเหตุประพาส น่าสนใจอ่านแล้วปลื้มชื่นใจ ............

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
Sleepypanda วันที่ : 22/06/2016 เวลา : 04.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sleepypanda

สวัสดีค่ะคุณ SW19
เคยนึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่า เวลากษัตรย์มีพระราชปฎิสันถารกับพระโอรสหรือพระธิดานั้น มีการใช้ราชาศัพท์กันไหม แต่พออ่านจดหมายของท่านแล้วก็ประทับใจมากค่ะกับคำสามัญธรรมดาที่ท่านใช้ คำสั่งสอนที่แฝงไปด้วยความรักและความห่วงใย

อีกเรื่องที่น่าสนใจมากคือ ประเด็นของ inbreeding ในสมัยก่อน นอกจากจะเกิดในราชวงศ์กษัตริย์ในตะวันออกและตะวันตกแล้ว เพิ่งรู้เหมือนกันค่ะว่านักวิทยาศาสตร์อย่างไอน์สไตน์และ Charles Darwin ก็ยังแต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องตัวเองเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
SW19 วันที่ : 22/06/2016 เวลา : 02.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณรัตน์ -๑๓-

[… การ ‘รู้เขา’ มากกว่าจะทรงปฏิเสธ ‘ไม่เอาเขา’ เป็นลักษณะของเจ้านายที่ค่อนข้างจะคล้ายกันทุกราชวงศ์ …]

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ ทรงเห็นความสำคัญของการดำเนินนโยบายทางการทูตมากกว่าการทหาร ขณะเดียวกันก็เห็นว่าต้องปรับปรุง บำรุงการทหารให้ทันสมัยเท่าเทียมกับโลกด้วย

ทูนหม่อมบริพัตร ทรงเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่ ๘ พรรษา
พอ ๑๓ พรรษา ในพ.ศ.๒๔๓๗ ก็มีพระราชพิธีโสกันต์ ถือว่าพ้นวัยพระราชกุมาร พูดแบบชาวบ้านคือ พ้นวัยเด็ก ควรจะต้องเสด็จไปเรียนต่อ หาความรู้ในประเทศยุโรป

เหตุผล คือ พ.ศ. ๒๔๓๖ หรือ ๒๔๓๖ ลบด้วย ๒๓๒๔ จะเท่ากับ ร.ศ. ๑๑๒ ที่สยามมีกรณีพิพาทกับฝรั่งเศส ก็ทรงเห็นว่าไม่มีใครช่วยเราได้ เราต้องรู้เท่าทันเขา ต้องศึกษาให้เท่าทัน และต้องมี allies คือ มิตรในยุโรป

เจ้านายไทย ที่เสด็จมาเรียนที่ยุโรปรุ่นนั้น มี ๓ พระองค์ ที่ถูกกล่าวถึงอย่างชื่นชมในรายงานของเจ้าพระยาอภัยราชา (กุสตาฟ โรแลง ยัคมิน) ที่ปรึกษาต่างประเทศของรัฐบาลไทย ทูลเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้

‘ทรงกำหนดสำคัญพระทัยว่าทั้ง ๓ องค์นี้ เปนพลอย ๓ เมด ซึ่งสำหรับประดับมงกุฎแห่งกรุงสยาม’ (จากลายพระหัตถ์ สมเด็จพระนางเจ้า สุขุมาลมารศรี)

พลอย ๓ เม็ด นั้น คือ (รูปที่อยู่หลังคำสอน ๖ ข้อ ของสมเด็จพระนางเจ้า สุขุมาลมารศรี)
ทูนหม่อมบริพัตร (องค์ซ้าย) รัชกาลที่ ๖ (ประทับนั่งองค์กลาง) เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ (องค์ขวา)

ทูนหม่อมบริพัตร เสด็จไปเยอรมนี
รัชกาลที่ ๖ เสด็จอังกฤษ
เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถ เสด็จรัสเซีย
ไม่มีเจ้านายชั้น เจ้าฟ้า เสด็จฝรั่งเศส เพราะการเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ ต้องเสด็จไปในที่ที่มีเจ้าเหมือนกัน พูดภาษาชาวบ้าน เจ้านายมีเครือข่ายความสัมพันธ์กัน รู้จักกัน
แต่ฝรั่งเศสไม่เหลือเจ้านายแล้ว เป็น republic ไปแล้ว เวลานั้นจึงไม่มีเครือข่ายกับใครเลย

พลอย ๓ เม็ด จึงทรงมีความสำคัญในการสานสัมพันธไมตรีระหว่างราชวงศ์สำคัญในยุโรป
การรู้ - - ทั้ง รู้จัก รู้ภาษา รู้ธรรมเนียม จึงสำคัญมาก การไม่เอาเขา คือ ไม่รับรู้อะไรของใครเลย ก็เป็นเรื่องลำบาก

เจ้านายบริทิชก็ไม่แตกต่าง คือต้องเรียนรู้เรื่องคนอื่น โดยเฉพาะในด้านภาษา ทั้งจากเรียนหนังสือ และการมีเชื้อสายดองกัน เวลาผู้นำฝรั่งเศสมา ควีนจะรับสั่งฝรั่งเศสด้วย เสมือนฉันรู้ภาษาเธอ เจ้านายแต่ละองค์ก็จะแบ่งกันเรียนรู้ไป เช่น Prince Charles รับสั่งภาษา Welsh ได้ อาระบิคได้ เยอรมันก็ได้กันหลายองค์

ขอโทษ ที่ตอบอาจจะเรียบเรียงไม่ดี/วกวน และจะขออนุญาตไปดู debate ใหญ่ของ Leave/Remain ก่อน

ถ้าสงสัย ซักทิ้งไว้ได้

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
SW19 วันที่ : 22/06/2016 เวลา : 01.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณรัตน์ -๑๑-

ขยายความให้เต็ม ตามที่ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล เคยเขียนเล่าเอาไว้ว่า

‘… พระศพของทูลกระหม่อม กลับถึงเมืองไทยเมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน พ.ศ.๒๔๙๑ แล้วอัญเชิญมาตั้งบำเพ็ญพระกุศล ณ พระที่นั่งทรงธรรม วัดเบญจมบพิตร ทุกวันที่มีงาน วงดนตรีทั้งปี่พาทย์และโยธวาทิต จะผลัดกันมาบรรเลงเพลงพระนิพนธ์ถวาย คุณหญิงไพฑูรย์เล่าว่า ท่านร้องเพลงกับเต้นร้องไปพลางร้องไห้ไปพลางจนจบเพลง โดยไม่ผิดจังหวะ คนฟังฟังแล้วนั่งร้องไห้กันไปด้วย จนถึงเดือนเมษายน พ.ศ.๒๔๙๓ จึงได้ถวายพระเพลิง ณ พระเมรุท้องสนามหลวง…’

คุณหมอพูนพิศ ท่านอายุจะ ๘๐ แล้ว ได้ร่วมขบวนการแสดงครั้งนี้ด้วย จากรูปข้างบนจะเห็นว่าคุณหมอ (ในเสื้อสีเหลือง) ยังกระฉับกระเฉงพอที่จะยืนบนเก้าอี้ ถ่ายภาพ ถ่ายหนัง อยู่นาน

(คุณหญิงไพฑูรย์ กิตติวรรณ)

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
rattiya วันที่ : 22/06/2016 เวลา : 01.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

สนใจข้อความนี้ คห.7

"การมองไกล และการรู้และเท่าทัน"

"ดูจะเป็นลักษณะการเท่าทันด้วยการ ‘รู้เขา’ มากกว่าจะทรงปฏิเสธ ‘ไม่เอาเขา’ เป็นลักษณะของเจ้านายที่ค่อนข้างจะคล้ายกันทุกราชวงศ์ ที่ต้องศึกษาเรื่องที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติให้ได้มากที่สุด"

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
SW19 วันที่ : 22/06/2016 เวลา : 01.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาร่วมรับรู้เรื่องราว
และที่กรุณาทิ้งรอยโหวตไว้ - คุณ february26, คุณ ni_gul, คุณ NN1234, คุณเฟื่อง และคุณผจญ


ความคิดเห็นที่ 11 (0)
rattiya วันที่ : 22/06/2016 เวลา : 01.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

คห.6
อ่านเเล้วเศ้ร้ามาก ไม่เคยอ่านจากที่อื่นมาก่อน ไม่ทราบ/ไม่เเน่ใจว่าจะมีคนไทยสักกี่คนทราบเรื่องนี้

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
SW19 วันที่ : 22/06/2016 เวลา : 01.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

-๕-
[..สง่างามและชื่นใจมากๆ ค่ะ...]

คุณซันญ่า ใช้คำได้เหมาะสมที่สุด
ในกรณีนี้ สำหรับคนที่อยู่ ณ สถานที่นั้น เห็นการแสดงดนตรีที่สะท้อนความสามารถในการประพันธ์เพลงของเจ้านายไทย ในระดับที่ไม่ธรรมดา ยิ่งเป็นความภูมิใจจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
SW19 วันที่ : 22/06/2016 เวลา : 01.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณแม่หมี
ขอบพระคุณที่มาร่วมรู้ เห็น เรื่องราวที่ไม่ค่อยมีแพร่หลาย และฟังเพลงพระนิพนธ์ด้วยกัน
'คำพ่อสอน' และ 'คำแม่สอน' ให้ข้อคิดมากมาย
บางฉบับของสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี เวลาท่าน ‘เอ็ดลูกชาย’ ท่านคม ลึกซึ้งมาก แต่อ่านแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ เพราะท่านก็สอนด้วยความเป็นจริง

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
SW19 วันที่ : 22/06/2016 เวลา : 01.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณอุ๋ม เมื่อได้ฟังเพลงสรรเสริญพระบารมีนอกประเทศไทย ความรู้สึกที่ตรงที่สุด คือ ขนลุกเกรียว

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
SW19 วันที่ : 22/06/2016 เวลา : 01.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณสิงห์นอกระบบ

การมองไกล และการรู้และเท่าทัน ที่ส่งผ่านออกมาได้ด้วยการใช้ภาษาอังกฤษของเจ้านายสมัยนั้นเป็นอัจฉริยะจริงๆ และมีให้เห็นโดดเด่นชัดๆ ในสมัยรัชกาลที่ ๔
ลายพระหัตถ์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี – หรือจดหมายที่ทรงเขียนโดยขึ้นเสมอว่า ‘ถึงลูก’ นั้นทรงใช้ภาษาอังกฤษปะปนอย่างคล่องแคล่วมาตลอด ดูจะเป็นลักษณะการเท่าทันด้วยการ ‘รู้เขา’ มากกว่าจะทรงปฏิเสธ ‘ไม่เอาเขา’ เป็นลักษณะของเจ้านายที่ค่อนข้างจะคล้ายกันทุกราชวงศ์ ที่ต้องศึกษาเรื่องที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติให้ได้มากที่สุด

ขอบคุณคุณสิงห์นอกระบบที่แวะมาทักกันสม่ำเสมอ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
SW19 วันที่ : 22/06/2016 เวลา : 01.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณรัตน์ ขอบคุณที่ตื่นมาอ่านแต่เช้า

[...ภาพและเอกสารเก่ามาก…]

ทูนหม่อมบริพัตรสิ้นพระชนม์เมื่อ มกราคม พ.ศ.๒๔๘๗ ที่บันดุง ชวา ที่ประทับสุดท้ายหลังจากที่คณะราษฎร ขับไล่ท่านออกไปอย่างน่าเกลียด ด้วยความหวาดหวั่นในพระองค์ท่าน ว่าจะทรงขวางทางการยึดอำนาจจากการรัฐประหาร พระศพจึงฝังอยู่ที่บันดุงถึงสี่ปี กว่ารัฐบาลจอมพลป. จะ ‘อนุมัติ’ ให้อัญเชิญพระศพกลับกรุงเทพฯ

พระศพของทูนหม่อมบริพัตร กลับถึงเมืองไทย เมื่อ ๒๘ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๑ แล้วอัญเชิญมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเบญจมบพิตร
กว่าจะได้ถวายพระเพลิง ก็ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๓ ณ ท้องสนามหลวง

เรื่องราวหลายส่วนมาจาก หนังสือที่จัดพิมพ์ ในงานพระเมรุ – มีทั้งเล่มนี้ และ อิเหนา ที่ทรงแปลจากต้นฉบับภาษามะลายู (ทรงสะกด มะลายู) ที่ทรงจ้างครูมาสอน ในเวลาที่ถูกส่งออกจากประเทศไทย
และยังมีภาพและเรื่องราวที่ตกทอดกันมาจาก witnesses ของยุคที่คณะราษฎรทำรัฐประหาร

เรื่องที่เล่ากันมาของเจ้านายตรงนั้น เป็นภาษาธรรมชาติ คือ ธรรมดาทั้งการพูดจา และความรักความผูกพัน การอบรม หรือดุ ถ้าจะดูลายพระหัตถ์ หรือ พูดอีกอย่าง คือ จดหมายถึงลูก ที่ถ่ายมาลงไว้ก็จะพอเห็นได้
(ส่วนกรณีเราคุยถึงท่านในระหว่างกัน ก็ไม่ต้องเกร็งเรื่องการใช้ภาษา คุยธรรมดาได้)

ป.ล. เราดึกมากเมื่อคืน ต้องขอโทษที่กลับมาคุยช้า

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ซันญ่า วันที่ : 21/06/2016 เวลา : 18.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

สง่างามและชื่นใจมากๆค่ะ เดี๋ยวนี้ชาวยุโรปก็กลับมาเที่ยวเมืองไทยกันมากจริงๆ จากอาชีพท่องเที่ยวที่มีบ้านให้ผู้มาเยือนพัก ตลอดปี ในอ่าวไทย ได้สนทนาและก็อวดอ้างกับพวกเขาได้ ..........
ว่าเกาะพะงันที่เราอาศัย พระเจ้าแผ่นดิน 4 พระองค์และ เจ้าฟ้า เจ้าหญิงเสด็จมา พักผ่อนมา พักเรือเอาน้ำจืดเติมเครื่องยนต์ก่อนออกทะเลไปสู่โลกกว้าง เยี่ยมเยือน ยุโรป ........https://www.facebook.com/cici.thai2

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แม่หมี วันที่ : 21/06/2016 เวลา : 16.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านด้วยความปลื้มปิติ. เรื่องราวที่ไม่เคยรับรู้อย่างละเอียด
"คำพ่อสอน" ทุกข้อล้วนเป็นสิ่งที่ให้ข้อคิด.
โชคดีจริงๆที่ได้มีโอกาสชื่นชมเอกสารอันทรงคุณค่า
ขอบคุณมากค่ะสำหรับเรื่องราวอันเป็นมงคลยิ่งนัก

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 21/06/2016 เวลา : 12.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

ได้ความรู้และความรู้สึกซาบซึ้งครบถ้วน เอกสารเพียบมากค่ะ น่าสนใจทั้งนั้นเลย ถ้าได้ไปฟังกับหูคงจะเป็นบุญมากๆ เลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 21/06/2016 เวลา : 09.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
หากไม่ด้วยพระอัจฉริภาพและพระวิสัยทัศน์ที่ยาวไกลของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๔ และล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ แล้ว ไทยก็ไม่แคล้วเป็นอาณานิคมของยุโรปประเทศใดประเทศหนึ่งอย่างแน่นอนครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
rattiya วันที่ : 21/06/2016 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

แปลกใจใช่ไหมรัตน์มาเเจมเเต่เช้าเชียว เวลาที่เยอรมนีขณะนี้คือตี 4 กว่า เมื่อคืนเข้านอนเร็วไปหน่อยเลยตื่นแต่เช้า ทำอะไรก็ไม่สะดวกคนอื่นเขายังนอนกันอยู่ เลยหาอะไรอ่านดีกว่า
เห็นภาพ เอกสาร เก่ามาก แปลกใจไปหามาได้อย่างไรค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน