*/
  • ชัยแสงทิพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ChaiSangthip@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-14
  • จำนวนเรื่อง : 188
  • จำนวนผู้ชม : 229456
  • จำนวนผู้โหวต : 396
  • ส่ง msg :
  • โหวต 396 คน
<< พฤษภาคม 2013 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


คนไทยกับรอยยิ้มบนใบหน้ามีมากน้อยแค่ไหน? เพราะอะไร?
พบเห็นโดยทั่วไป เพราะคนไทยใจดี ใจกว้าง มนุษย์สัมพันธ์ดี
23 คน
คนไทยรักอิสระ เปิดเผย จริงใจ คบง่าย เป็นกันเอง
8 คน
เห็นมากกว่าคนหน้างอ หน้าบูด ไม่รับแขกนะ
2 คน
คนไทยยิ้มสยาม สุจริต จริงใจเสมอ
2 คน
เห็นหน้ายิ้มแต่ระวังตัวไว้บ้างก็ดีนะ คนไม่ดีอาจแอบแฝงมากับรอยยิ้มนี้
1 คน
หลายคนยิ้มกว้าง เปิดเผย พูดไพเราะ แต่เจ้าเล่ห์ ยิ้มจึงวัดอะไรไม่ค่อยแน่นอนนัก
0 คน
ถ้าฝืนใจ อย่ายิ้มดีกว่า เฉยๆไว้ก็พอ
0 คน
คนหน้าตายิ้มระรื่นให้ระวังจงหนัก เพราะเขากำลังวางกับดักเรานะ
1 คน

  โหวต 37 คน
วันเสาร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2556
Posted by ชัยแสงทิพย์ , ผู้อ่าน : 877 , 16:26:03 น.  
หมวด : เกษตรกรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ชัยแสงทิพย์ โหวตเรื่องนี้

หลัก อ.9 ตามแนวของนิสสัย 4 และการสวดมนต์ ......พระอาจารย์ ดร.สิงห์ทน นราสโภ
avatar ศิษย์หลวงพ่อฯ

 

นิสสัย(นิสัย) 4-ที่พึ่ง ที่อาศัย ปัจจัยเครื่องอายของบรรพชิต 4 อย่าง คือ จีวร บิณฑบาตร เสนาสนะ คิลานเภสัช

เพื่อง่ายต่อการเข้าใจ โดยเฉพาะ อ.ที่ 2คือ อาหาร ที่ได้เน้น อาหาร 4 ตามที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ คือ

1)กวฬิงกราหาร-คือ ข้าวปลา อาหารคาวหวานทั้งหลาย

2)ผัสสาหาร-คือ อาหารทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ให้เกิดความสบายไม่เครียด หรือเรียกรวมกันว่า สบายกาย สบายใจ

3)มโนสัญเจตนาหาร-อาหารที่เกิดจากเจตนาที่ก่อให้เกิดวิบากกรรรม หรือที่เตือนใมห้รู้กฏแห่งกรรมว่า "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว"

4)วิญญาณาหาร-อาหารทางวิญยาณ คือ การอบรมจิต ด้วยวิธีการต่างๆ การสวดมนต์ เรียกได้ว่า เป็นอาหารชั้นยอดของจิต

หลัก อ.9 มีดังนี้.-

อ.ที่1-ต้องมีความอดทน อดกลั้น ซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ที่ปรากฏในบทสวดมนต์สอนเจ้สากรรมนายเวร ที่ว่า"ขันตี ปรมัง ตโป ตีติกขา นิพพานัง ปรมังฯลฯ เป็นต้น

มนุษย์-ที่จะเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ จะต้องอดทน อดกลั้น เพราะมนุษย์ไม่มีสัญชาติญาณ มนุษย์ถ้าไปอยู่กับกับสุนัข ก็จะคบาน 4 ขาเหมือนสุนัข เพราะฉะนั้น มนุษย์จะสมบูรณ์ จะต้องขึ้นอยู่กับการฝึก เช่น โลโก้ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่า "อัตตานัง ทมยันติ ปัณฑิตา" -จะเป็นบัณฑิตแท้จริง ต้องขึ้นอยู่กับการฝึกฝนตนเอง ให้มีความสามารถเป็นลำดับขึ้นไป การฝึกตนจะสำเร็จต้องอาศัยความอดทน

อ. ที่ 2-อาหาร ต้องเลือกรับประทานอาหารที่ไม่มีพิษตกค้าง หรืออาหารที่ไม่มีสิ่งเป็นพิษเจือปน หรือเกิดจากสารพิษต่างๆ

อ.ที่ 3-อากาศบริสุทธิ์ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อแปรสภาพอาหาร เป็นพลังงาน ต้องรับอากาศบริสุทธิ์ อาหารจึงจะเป็นพลังอย่างสมบูรณ์

อ.ที่ 4-ออกกำลังเพื่อเอาพลัง คนส่วนใหญ่พอพูดถึงการออกกำลังก็คิดว่า Exerciseตามแบบฝรั่ง ซึ่งหมายถึง เป็นการทำลายพลังส่วนเกินออกไปมากกว่า เพราะฝรั่งกินอาหารครบ 5 หมู่ มีอาหารเสริม มียาบำรุง ถ้าไม่ Exercise เอาไขมันออกก็จะทำให้อ้วน แต่คนไทยเรานั้น ทั้งคนป่วยไข้ ไม่มีอะไรเป็นส่วนเกิน ไม่ทนอาหารเหมือนฝรั่ง จะออกกำลังต้องคำนึงถึงว่า พลังมาจากไหน? ที่มาของพลัง คือ 1)หญ้า-ดินโดยธรรมชาติ 2)อากาศบริสุทธิ์ 3)อยู่กับต้นไม้ 4)รับแสงอาทิตย์ การออกกำลังกายจะเป็นการเดินจงกรม หรือวิ่งเหยาะๆ หรือเล่นโยคะ รำมวยจีน ต้องทำในบริเวณที่มีพลัง ขณะออกกำลังต้องมีจิตใจเบิกบาน-แจ่มใส-ไม่เครียด ถึงจะเรียกว่า "ออกกำลังเพื่อเอาพลัง" หากการออกกำลังแบบเพื่อหวังเอาชนะซึ่งกันและกัน จะมีแต่ความเครียด ไม่ดีเลย เช่น ชกมวย เล่นฟุตบอล เทนนิส เป็นต้น

อ.ที่ 5-อิริยาบถ 4 ต้องรู้จักผ่อนคลายอิริยาบถ ยืน-เดิน-นั่ง-นอน เพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย จึงจะไม่มีความทุกข์

อ.ที่ 6-เอาพลังจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ หรือเรียกว่า พลังสุริยันจันทรา เอ่พลังโดยตรง คือ รับแสงแดดโดยตรง รับผ่านใบไม้สีเขียว ในตอนเย็ยนก็รับพลังแสงอาทิตย์จนกว่าพระอาทิตย์จะตกดิน รับแสงโดยอ้อม คือ การทานผักผลไม้ ซึ่งเติบโตมาจากแสงอาทิตย์ และแสงจันทร์ การรับโดยอ้อมอีกทาง คือ ให้นำน้ำไปตากแดดรับแสงอาทิตย์ ตกแสงจันทร์ ให้ครบ 7 วัน แล้วเอาผสมกันในสัดส่วนเท่ากัน แล้วนำมาดื่มเป็น"น้ำสุริยันจันทรา".....

 

ผู้ตั้งกระทู้ ศิษย์หลวงพ่อฯ :: วันที่ลงประกาศ 2009-11-24 14:31:02 IP : 58.8.234.148

     [1]
ความเห็นที่ 1 (3131946)
แจ้งลบความคิดเห็น
avatar L'Chai 085-1637455

อ.ที่ 7-เอาพิษออก ปัจจุบันเรียก "ดีท็อกสวนกาแฟ" เข้ามามีบทบาท แต่ทางพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้ ซึ่งมีชื่อว่า "ยามหาวิภัต 4" คือ

1)มูตร-การดื่มน้ำปัสสาวะของตัวเองก่อนนอนและตอนเช้า ประมาณ 100 ซีซี 

2)คูถ-ถ้ารับพิษ ให้เอาอุจจาระหยอดที่ปาก ให้สำรอกพิษออก

3)เถ้า-ถ้ารับพิษเป็นกรด ให้ใช้ขี้เถ้าห่อผ้าขาวแกว่งน้ำให้เป็นด่าง ดื่มเพื่อสลายกรด

4)ดิน-ที่สัตว์ต่างๆอยู่กัน เอาดินมาแกว่งน้ำ เพื่อดื่มช่วยให้สลายพิษ และให้เกิดพลังได้

อ.ที่ 8-อบรมกาย อบรมจิต อบรมกาย คือ ฝึกลมหายใจให้ยาว ตามหลักของสติปัฏฐาน 4 หรือ ยืดลมหายใจให้ยาว โดยวิธีสวดมนต์ หรือ ดำน้ำ

การฝึกลมหายใจยาว-จะมีจิตใจที่สงบ-เยือกเย็น-มีความยับยั้งชั่งใจ-อดทน-อดกลั้น

อบรมจิต-คือ ยิ้มเสมอ-ไม่เครียด นึกถึงคนบ้าเป็นตัวอย่าง คนบ้ามีโรคสารพัดในตัว เพราะไม่เครียด จึงไม่เปิดโอกาสให้โรคต่างๆทำร้ายได้!!!!

ที่เรายิ้ม-ดีใจ เพราะเราชนะความเครียด

การชนะความเครียด-คือ ชนะตนเอง นั่นเอง ดั่งพระพุทธพจน์ที่ว่า"ชิตัง เม ชิตัง เม"-เราชนะแล้ว เราชนะแล้ว!!!.....ก็ยิ่งดี  ขณะที่คนแพ้ จะมีความเครียด

ต้องฝึกตนให้รู้จักการให้อภัย-ปลง-ปล่อยวาง

ดังนั้น วิธีการอบรมกาย-อบรมจิต จึงเป็นไปตามหลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตรัสสอนไว้ ทำให้กายและใจ มีปกติสุข มีความสงบสุข!!!

อ.ที่ 9-อิทธิปาฏิหาริย์ ยกตัวอย่าง เช่น คุณยายทองเจือ เป็นมะเร็งที่กระเพาะ ลำไส้ ต่อมาถูกตัดส่วนนั้นทิ้ง แล้วมะเร็งก็ยังลุกลามออกไป ทำให้เกิดความทุกข์มรมานยิ่ง จึงเข้ารับการรักษาผ่าตัดเป็นครั้งที่ 2 เมื่อแพทย์เปิดแผลดู ก็ปรากฏว่า มะเร็งกระจายขึ้นสมอง จึงพูดกันว่า ไม่ต้องทำอะไรแล้ว ปล่อยไว้อีก 7 วันก็ตาย!!!......

คุณยายตื่นขึ้นมา ได้ยินหมอพูด แทนที่จะเสียใจ กลับดีใจที่จะได้ตาย ช่วยให้พ้นทุกข์!!! ยิ่งตายในขณะนั้นยิ่งดี และดีใจอีกอย่าง ที่ยังมีเวลาเหลืออีกตั้ง 7 วัน จะได้ใช้เวลาที่เหลือสวดมนต์ตลอด เพื่อหวังจะได้ไปสู่สุคติ ทั้งๆที่ตัวเองไม่ใช่เก่งในการสวดมนต์ สวดได้แต่ นะโมตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ สังฆัง สรณัง คัจฉามิ" เท่านั้น

เมื่อตั้งใจสวดมนต์ ก็สวดตลอด สวดไปตั้งหลายเดือน ปรากฏว่าไม่ตาย!!! จึงให้ลูกพาไปหาหมอ ก็ไม่พบเนื้อมะเร็งร้ายอีกเลย !!!......คุณยายทองเจือ ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ผ่าตัดครั้งที่ 2 อายุ 46 ปี เดี๋ยวนี้อายุ 91 ปียังมีชีวิตอยู่(2548)......

จาก www.buddhapoem.com



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน