*/
  • driftworm
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-03-26
  • จำนวนเรื่อง : 71
  • จำนวนผู้ชม : 168561
  • จำนวนผู้โหวต : 40
  • ส่ง msg :
  • โหวต 40 คน
<< มีนาคม 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 4 มีนาคม 2555
Posted by driftworm , ผู้อ่าน : 4816 , 13:56:00 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน BlueHill , ผักบุ้งไต่ราว และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

.


 

ปูม - พื้นเรื่อง

 

เมื่อคนของ กองทัพของพระเจ้า (God’s Army) จำนวน ๑๐ คนในชุดพรางพร้อมอาวุธครบมือจี้รถสองแถวรับส่งนักเรียนจากอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี เข้ายึดตึกโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรีอย่างง่ายดาย และควบคุมคนไข้จำนวนหนึ่งตลอดจนเจ้าหน้าที่ในขณะนั้นไว้เป็นตัวประกัน เมื่อเช้าวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๔๓ นั้น ผู้คนที่ได้รับทราบข่าวล้วนนึกภาพของขบวนการก่อการร้ายขึ้นมาในใจทันที การจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ก็เต็มไปด้วยคำพูดและเรื่องราวที่ไม่หลุดไปจากความเป็นผู้ก่อการร้าย คำว่าผู้ก่อการร้ายเป็นภาพลบมาก ๆ

          ขบวนการต่อสู้ด้วยปณิธานเพื่อธำรงกลุ่มก้อนเชื้อเผ่าของหลายขบวนการเลือกใช้พฤติการณ์นี้เป็นการโจทก์ฟ้องไปยังชาวโลกทั้งมวลให้หันมาดูดำดูดีกลุ่มก้อนชนเชื้อเผ่าของตนบ้างว่าไฉนถูกชนเผ่าที่เถลิงอำนาจในนามประเทศหรือรัฐ-ชาติสมัยใหม่กระทำต่อพวกเขาราวกับพวกเขาไม่ใช่มนุษย์ร่วมโลก  ไฉนผู้คนในโลกอารยะทั้งหลายพากันทอดธุระ นั่งดูการย่ำยีกันราวไม่ใช่มนุษย์อย่างเฉยเมย

          มันฟังดูขัดกันเป็นอย่างยิ่ง กับการใช้พฤติการณ์ก่อการร้ายเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม กับการใช้พฤติกรรมประชดหรือตีวัวกระทบคราด ทำนองเช่น “คนเขารุมทำร้ายครอบครัวฉัน ใคร ๆ ทำไม่รู้ไม่ชี้กันหมด ถ้างั้นลองให้มันเกิดกับครอบครัวเอ็งบ้างเป็นไง นี่ นี่ นี่ ทีนี้ละเป็นไง สะใจไหม”  จริงอยู่ นี่มันรุนแรงจนไม่น่าจะเปรียบเทียบกันได้ แต่เชื่อเถอะว่ามันก็มาจากเหตุจูงใจพื้นฐานที่ไม่ต่างกัน

          ว่าวิธีเรียกร้องความสนใจของขบวนต่อสู้เพื่อ ‘ที่ยืน’ ของชนเชื้อเผ่าตัวเองเหล่านี้มันขัดกันในตัวเองอย่างสูงแล้ว ...

          มันยังมีพฤติการณ์ที่ขัดกันในตัวเองมากมายกว่านั้นอีกหลายเท่าโดยที่เรา ๆ ต่างชินกับมันอย่างไม่รู้สึกอะไรเลย นั่นคือพฤติการณ์ที่ประเทศ ๆ หนึ่งหรือรัฐ-ชาติหนึ่ง ๆ ไม่ว่าจะองค์กรบริหารสูงสุดหรือพลเมืองมีสำนึกว่าพวกตนเท่านั้นที่มีศักดิ์และสิทธิ์ที่จะใช้ชื่อประเทศหรือรัฐนั้นมาแปะติดตัวเองเหนือกว่าคนอีกมากมายที่ไม่ได้สุมหัวหรือจับกลุ่มกันอยู่ในเขตเมืองเช่นพวกตน  ทั้งยังเหมือนกับมีสำนึกอีกว่าคนพวกนั้นก็ให้พวกเขาอยู่ในป่าไปตามที่เขาชอบเถอะ ใครจะทำอย่างไรกับพวกเขาก็ เหมือนว่า มันไม่ต่างจากสัตว์ในป่าเท่าไหร่หรอก  ทำไม แค่ใบไม้ไม่กี่ใบร่วงลงในป่าใหญ่ จะไปใส่ใจให้เสียเวลาทำไม !!!!

          นี่ต่างจากพฤติกรรมของสัตว์รวมหมู่ตรงไหน


เมื่อองค์กรบริหารสูงสุดของรัฐ ๆ หนึ่งไม่ยอมรับรู้ความมีอยู่ของพวกเขา ก็ไม่ทำให้กฎหมายคุ้มครองครอบคลุมถึงพวกเขา  ดังนั้น ใครจะไปทำอะไร ๆ กับพวกเขา รัฐนั้น ๆ ก็ไม่สามารถเอื้อมมือไปช่วยเหลือประคับประคองพวกเขาได้ เพราะกฎหมายของสังคมหลักไม่อนุญาต !!!

ใครที่มีทัศนคติเอื้อเฟื้อในฐานะมนุษย์ต่อ ชนกลุ่มน้อย เหล่านี้ หากได้อ่านข้อเรียกร้องของพวกเขา ดังเช่นข้อเรียกร้องของกลุ่ม นักรบของพระเจ้า สิบคนนี้ (รายละเอียดที่ ก๊อดอามี่บุกยึดโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี) แล้ว หากมันไม่สั่นไหวลงลึกไปถึงก้นบึ้งหัวใจจนดลใจให้ลงมือสืบเสาะหาความจริงเพื่อนำมาตีแผ่ให้โลกรับรู้ว่ามีพวกเขาอยู่ที่นั่น และถูกกระทำเช่นไร  มันก็จะเป็นอีกด้านหนึ่งคือเพิ่มความจงเกลียดจงชังจนต้องขุดคุ้ยเขียนประณาม หรือก่นด่าสาปแช่ง

พอจะพูดได้ไหมว่า ในพวกแรกก็คือผู้สื่อข่าวที่มีวิญญาณนักข่าวอาชีพ สาธุชนผู้มีความรักในความเป็นธรรมอยู่ในหัวใจ  ส่วนในพวกหลังก็คือผู้สื่อข่าวกระแสหลัก มีความรับรู้เท่าที่รัฐจัดการให้รู้ ยึดมั่นในความเป็นหนึ่งเดียวกับองค์กรรัฐ เช่นเดียวกับพลเมืองที่อยู่แต่ในเมืองในชุมชนในสังกัดของรัฐนั้น

 

 

... พอจะพูดได้ไหมว่า ในพวกแรกก็คือผู้สื่อข่าวที่มีวิญญาณนักข่าวอาชีพ สาธุชนผู้มีความรักในความเป็นธรรมอยู่ในหัวใจ  ส่วนในพวกหลังก็คือผู้สื่อข่าวกระแสหลัก มีความรับรู้เท่าที่รัฐจัดการให้รู้ ยึดมั่นในความเป็นหนึ่งเดียวกับองค์กรรัฐ เช่นเดียวกับพลเมืองที่อยู่แต่ในเมืองในชุมชนในสังกัดของรัฐนั้น ...

 ถ้าสามารถพูดได้เช่นนั้น เรื่องสั้นเรื่องที่ ๒ ของเจด็จในเล่มนี้ก็ยืนอยู่ในมุมเดียวกับพวกแรก

 นั่นคือเจด็จใช้เรื่องสั้นเรื่องนี้เป็นปากเสียงแทนคนชายขอบ ชนกลุ่มน้อย ที่ถูกความเป็นรัฐ-ชาติ สมัยใหม่ (nation-state) กีดกันพวกเขาออกไปจากความเป็นมนุษย์ร่วมโลก เพราะว่าพวกเขาไม่ได้มีรูปแบบวิถีชีวิตที่สุมหัวกันอยู่ในเมืองหรือแม้แต่เป็นชุมชนกลุ่มก้อนที่เงื้อมมือกฎหมาย (อันเป็นเครื่องมือของรัฐสมัยใหม่ในการพ่นตราสังกัด และคุ้มครอง ยอมรับเป็นพวก) จะสามารถไปโอบหลังหรือจูงมือพวกเขาได้

มันเป็นเรื่องตลกขื่นด้วยว่าชนชาติกลุ่มน้อยนั้น ต่างเคยเป็นแว่นแคว้นที่ยิ่งใหญ่มาก่อนยุคสมัยแห่งรัฐ-ชาติ ยิ่งใหญ่ขนาดมีวรรณคดีของตัวเอง

 



 

ทีนี้ ลองมาสมมุติว่าถ้าเราเป็นนักเขียนหรืออยากเป็นนักเขียนเช่นเจด็จ แล้วมีมุมมองต่อเรื่องนี้เป็นเช่นนี้ เราอยากสื่อสารหัวจิตหัวใจที่เป็นมนุษย์จากเรื่องนี้ เราจะหยิบยกแง่มุมไหนมาสื่อสาร (สร้างแก่นเรื่อง) และจะสื่อสารอย่างไร (สร้างโครงเรื่อง)

 

สำหรับแก่นเรื่อง ตัวเจด็จเองเลือกหยิบเอาประเด็น ความเย็นชาของรัฐอื่น(ในกรณีนี้คือไทย)ที่จำเป็นต้องไปรับรู้และสัมพันธ์กับความขัดแย้งรบพุ่งนั้น และเลือกที่จะฟังความในประสารัฐต่อรัฐมากกว่า

ส่วนโครงเรื่อง เจด็จเลือกใช้การสร้างสถานการณ์แบบคล้าย ๆ กับกรณีก๊อดอาร์มี่บุกยึดโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี แต่จำลองมาในปริมณฑลที่เล็กลงเหลือขนาดเพียงชุมชนโรงเรียนของหมู่บ้านที่มีแต่สวนยาง และเหตุจูงใจที่ปฏิบัติการนั้นก็แคบลง แต่หดแคบอย่างน่าใจหายในความสมเหตุผลของมันด้วย มันใกล้ไปทางเป็นการประชดหรือแก้เผ็ด ที่จะเอาชีวิตตัวประกันในที่เล็ก ๆ แห่งนั้น แต่แล้วบทสรุปก็เป็นเช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรีเป๊ะเลย

เพียงแต่ในสถานการณ์ที่ผู้เขียนเป็นนายในเรื่องสั้นนี้ เขาสามารถกำหนดตัวละครให้เข้าไปสัมพันธ์รับรู้หัวจิตหัวใจของผู้ที่พลัดหลงมาจากชาติพันธุ์ที่กำลังต่อสู้นั้นได้  แม้ว่าการถ่ายทอดให้รับรู้แรงผลักดันให้ต่อสู้ของชาติพันธุ์ อันเป็นสารทางจิตสำนึก จะยังมีความแข็งกระด้างแบบภาษาวิชาการ แบบบอกบทตัวละครอยู่ไม่น้อย


เจด็จปูพื้นความรับรู้เรื่องทัศนคติ ‘ความเป็นอื่น ไม่ใช่พวกตน’ ไว้อย่างน้อยใน ๒ พฤติกรรม คือหนึ่ง - พฤติกรรมของเพื่อนร่วมชั้นเรียน (แน่นอน เด็กไทย) ที่เดียดฉันท์ รุมแกล้ง ‘ฮะตู’ (เด็กชายชาวมอญอพยพที่ทุกคนล้วนเข้าใจแบบตีขลุมว่าเป็นพม่า) ราวกับกับว่าฮะตู มีความเป็นคนน้อยกว่าพวกตนหรือไม่มีอยู่เลย กับสอง - ความไม่เอาธุระของตำรวจท้องที่ (เจ้าหน้าที่บ้านเมือง, ผู้เป็นตัวแทนทางการ, ผู้รับนโยบายทางการมาปฏิบัติ) เมื่อมีศพคนงานพม่านอนตายในสวนยาง เจด็จบรรยายว่า “จากนั้นใครต่อใครมากันเต็ม ยกเว้นตำรวจ”

ด้านกลวิธีที่เจด็จใช้สื่อภาวะเย็นชาของรัฐทางการ เขากำหนดให้ตัวละครตัวหนึ่งที่มีในโครงเรื่องอยู่แล้วแสดงบทบาทที่เคร่งตรงต่อความเป็นทางการ เคร่งตรงจนล้น (over) อยู่ในที ล้นเกินจริง นับเป็นการประชดประชันแทนตัวผู้เขียนเอง ทั้งเพื่อตอกย้ำเชิงเสียดสีความเย็นชาของรัฐทางการอีกด้วย  จุดนี้ของโครงเรื่องมันรับใช้จุดประสงค์ของผู้เขียนได้แสบสมอารมณ์ผู้อ่าน และมันก็ดูจะไม่มีวิธีอื่นนอกจากการเสียดสีประชดประชันแบบเกินจริงฝังลงในโครงเรื่องแบบสมจริงเพื่อสื่อประเด็นนั้น

ความเย็นชาต่อหน้าเชื้อชาติพันธุ์ที่กำลังถูกย่ำยีแทบสิ้นสูญนี้ จึงสมควรแล้วกระมังที่ผู้ถูกกระทำจะประชดด้วยวิธี “คนเขารุมทำร้ายครอบครัวฉัน ใคร ๆ ทำไม่รู้ไม่ชี้กันหมด ถ้างั้นลองให้มันเกิดกับครอบครัวเอ็งบ้างเป็นไง” ดังที่กลุ่มนักรบของพระเจ้า ๑๐ คน บุกโรงพยาบาลและควบคุมตัวประกันที่ราชบุรี  และดังที่กลุ่มนักรบกู้ชาติมอญบุกยึดห้องประชุมโรงเรียนประจำหมู่บ้านและควบคุมนักเรียนพร้อมผู้ปกครองที่กำลังลุ้นเอาใจช่วยชาติผ่าน ‘เกมแห่งชาติ’ เกมแห่งชาติที่เสียดแทงใจนักรบกู้ชาติมอญยิ่งนัก



          เจด็จยังใช้เนื้อหาล้อความหมายความเป็นรัฐไว้ในคำว่า เกม อยู่ ๒ เรื่อง คือหนึ่ง – พี่ชายของธงรบ (ตัวเดินเรื่อง) ไปเป็นนักฟุตบอลเยาวชนทีมชาติ เป็นความหวังในชื่อเสียงของประเทศ (หรือรัฐ-ชาติหนึ่ง) เป็นจุดรวมของจิตสำนึกความเป็นชาติ อันเป็นวิธีที่รัฐ-ชาติทั้งหลายใช้บิดเบือนภารกิจที่ตนควรต้องทำให้ทุกคนในชาติมีความปลอดภัย ปลอดจากการกระทำย่ำยี ไปเป็นการสร้างนักกีฬาให้ชนะนักกีฬาจากชาติอื่นให้ได้  พูดง่าย ๆ หน้าที่ไม่ทำ แต่จะเชียร์บอล  กับสอง – ตัวละครที่เจด็จใช้ประชดความเป็นทางการของรัฐอย่างเคร่งตรงต่อกฏระเบียบ กฎหมายอย่างเกินพอดี คือครูน้ำฝน กับธงรบ ตัวเดินเรื่อง เล่นเอาเชิงกันอย่างแดกดันกันในที ผ่านช่วงเวลาขานชื่อในห้องเรียน เจด็จบรรยายว่าเป็นเกมที่ครูน้ำฝนกำหนด แล้วธงรบกลับแก้เกมนี้ในตอนท้ายเรื่อง ในเรื่องหลังนี้ก็อย่างที่เราบอกข้างบนแล้วว่าเป็นการแสดงออกที่เกินจริง

          การที่รัฐ-ชาติหนึ่ง ๆ บิดเบือนภารกิจที่ตนเองควรต้องทำ ไปเป็นการมุ่งชนะในกีฬาด้วยตัวแทนของชาตินั้น เจด็จไม่ได้สื่อออกมาเด่นชัดนัก เพียงบรรยายผ่านบทพูดของพี่ชายของธงรบในทำนองเล่นลิ้นเรื่องพื้นที่เล่นประจำของสองพี่น้องนี่ว่าเป็นดินแดนประเทศเรา อย่าให้เขายึดไปได้เสียล่ะ  การบอกผ่านการพูดคุยเล่นหัวและว่าเป็นเรียกสมมุติบริเวณที่พวกเขาเล่นกันสื่อว่าเรื่องอาณาเขตของรัฐ-ชาติใด ๆ มันสมมุติกันทั้งนั้น

          เรามองว่าอารมณ์ตลอดเรื่องนี้มัน ‘แบน ๆ’ ไม่รู้สึก ‘จี๊ด’ ขึ้นมากับแง่คิดใดจนใคร่ติดตาม เราว่าน่าจะเป็นเพราะเรื่องสั้นเรื่องนี้แบกภาระไว้เยอะ  ผู้เขียนต้องสาละวนดูแลให้ทั่วถึงจนไม่อาจพุ่งความใส่ใจไปที่ใดให้แหลมคม – ก็ความกังวล พะวักพะวนนั่นแหละ  ภาระที่ว่าแบกไว้เยอะคือ

๑. ปูพื้นการบิดเบือนความหมายของภาระหน้าที่ความเป็นรัฐ-ชาติ

๒. ปูพื้นเรื่องความน้อยเนื้อต่ำใจของชนเชื้อเผ่าที่ถูกกระทำย่ำยี แล้วสังคมโลกเฉยเมย

๓. ควบคุมบทบาทของตัวละครหลักคือธงรบกับฮะตู ให้มีความสัมพันธ์ไปเป็นลำดับขั้นอย่างสมเหตุผล

๔. จูงเรื่องให้ไปสู่จุดรวบยอดที่จะแดกดันความเคร่งตรงต่อหน้าที่ที่เป็นทางการจนกลายเป็นเมินเฉยต่อความหมิ่นเหม่ของมนุษยธรรมที่เกิดขึ้นตรงหน้า

 

ยังดีที่เราอ่านจนจบแล้วรับรู้ได้ถึงจุดประสงค์จะแดกดันความเย็นชาของรัฐต่อภาระทางมนุษยธรรม  รู้สึกถึงมันอย่างไม่แรงเต็มเหนี่ยว เพราะว่าปมเรื่อง (หรือเรียกว่าปมขัดแย้ง) มันไม่ได้เพิ่มขีดอารมณ์มาเป็นลำดับ (tempo) จนมาระเบิดที่จุดรวบยอด  เราเข้าใจว่าเป็นความยากประการหนึ่งในการนำเสนอเรื่องที่มีแง่มุมทางมนุษยวิทยา + สังคมวิทยาการเมือง ที่ไม่ได้อยู่ในชีวิตประจำวัน หมายถึงผู้อ่านไม่คุ้นเคยและจำเป็นต้องมีการปูพื้น แล้วงานเขียนปูพื้นความเข้าใจนั้นแหละไปแย่งเนื้อที่ แย่งความรับรู้ความใคร่ครวญ แย่งอารมณ์คล้อยตามเรื่อง ทำให้ความประทับใจของอารมณ์ที่ติดตามเรื่องถูกลดทอนลงมาจนเฉลี่ยแบนราบ

          ผู้เขียนคงตระหนักเรื่องนี้อยู่ จึงเหมือนจงใจจะมองผ่านบทเจรจาในทำนอง ‘เอาความคิดไปใส่ปากตัวละคร’ อย่างฮะตู เยาวชนมอญผู้ผ่านสนามรบกู้ชาติ และพลัดถิ่นลี้ภัยมา เป็นต้นว่า

“ในสายตาชาวโลก และรัฐบาลพม่า นั่นใช่ แต่เราเป็นคนมอญ”

“ต้องรอให้เรามีชื่อประเทศในแผนที่โลกก่อน เรามีธงชาติแต่ไม่มีเสาให้ผูก ...”

“พวกนายก็กำลังทำสงคราม เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนวิธีการ แต่มันก็หลักการเดียวกัน”  ฯลฯ

          ประโยคหลังนี่ เป็นวิธีที่เจด็จใช้เป็นตัวบอกเรื่องจากมุมมองของเขาด้วย จากที่กล่าวข้างบนว่ารัฐบิดเบือนภาวะขัดแย้ง (สงคราม) ในประเทศ ไปเป็นการแข่งขันกีฬา (สงคราม) นอกประเทศ  และเจด็จก็ให้ธงรบรำพึงต่อในใจเมื่อฟังจบว่า “เขาหมายถึงฟุตบอลหรือเปล่า ฟุตบอลเป็นกีฬา ธงอยากจะเถียง แต่นึกขึ้นได้ว่ามันก็อาจจริง .

          เราอดนึกถึงบทเจรจาอย่างที่ ลาว คำหอม สร้างขึ้นในรวมเรื่องสั้นชุด ฟ้าบ่กั้น ขึ้นมาไม่ได้


          นี่เราลืมชื่อเรื่องไปเลยว่าสื่ออะไร ฝนมีส่วนอย่างไรในเรื่องที่ไม่ใช่แค่ใช้ขึ้นย่อหน้า เปลี่ยนฉาก

          อ้อ คงเป็นที่ครูชื่อน้ำฝน ที่แสนเคร่งตรง ฝนที่ไม่ใช่เย็นฉ่ำ แต่เป็นเย็นชา  แล้วก็เด็ก ๆ เตะบอลกันกลางฝนยามเที่ยง  ธงรบคิดแก้เกมครูน้ำฝนได้ก็พรวดพราดออกจากห้องเรียนไปตากฝน

          หรือแท้จริง ฝน ทำหน้าที่อะไร  ... ยิ่งใส่สัญลักษณ์ความคิดมาก ยิ่งเป็นภาระต้องประคอง แล้วเรื่องก็ยิ่งแบนลงไป  ... เออ ช่างมันเถอะ เรื่องชื่อฝน ฝน  เราแค่รับอารมณ์ได้ในตอนจบว่าเขาแดกดันรัฐที่เย็นชาได้แสบหัวใจดี ก็พอละ แต่ก็เกือบพลาดไป

..................

          เราว่าเรื่องสั้นเรื่องนี้มีความโดดเด่นกว่าเรื่องที่ถูกยกเป็นเรื่องนำ คือเรื่องสิ่งชำรุดของพระเจ้าเสียอีก เพราะประเด็นของเรื่องนี้มีความร่วมสมัยที่เรา ๆ ท่าน ๆ ล้วนละเลย ไม่ทำความเข้าใจทั้งที่มันเกิดอยู่ตรงหน้าตลอดเวลา ทั้งยังฟ้องความขัดกันในตัวเองของเรา ๆ ที่มีชีวิตในสังคมที่ก้าวสู่ความเป็นสมัยใหม่ไม่หยุดพัก แต่กลับเมินเฉยกับเรื่องพื้น ๆ  กับประเด็นความเข้าใจเรื่องรัฐและมนุษยธรรมก็มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับสาระของแนวคิด “หลังสมัยใหม่นิยม” หรือโพ้สท์โมเดิ้ร์นนิสซึ่มที่ฮือฮากันนักอยู่มิใช่หรือ

          นอกจากนั้น ประเด็นว่ามนุษย์เป็นเพียงตุ๊กตาผลผลิตจากโรงงานของพระเจ้า เป็นสิ่งชำรุดของพระเจ้า มันเก่าแก่และไม่เคยจบ  ดังวาทะของวิลเลี่ยม เชคสเปียร์ว่า “โลกนี้ใช่อื่นใด ที่แท้ก็เช่นละครโรงใหญ่ แลเราทั้งหลายคล้ายดั่งตัวแสดง”

          ยังมีนักเขียนฝรั่งอีกผู้หนึ่งเสนอความคิดว่า ชีวิตทั้งหลายบนโลกใบนี้ ล้วนอยู่ในสวนสัตว์ของพระเจ้านั่นเอง”

          มีหนังฝรั่งอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเกือบสามสิบปีก่อน ชื่อ Silence of the Lamb ที่เสนอแนวคิดว่า บรรดาผู้พิการ (disabled) แต่กำเนิดก็เหมือนเช่น Children of the Lesser God คือคติของคริสตศาสนิกมีอยู่ว่าคนทั้งหลายคือลูกหลานของพระองค์ (บางคราวเปรียบเป็นลูกแกะหรือ lamb ในฝูงของพระองค์) หนังเรื่องนี้จึงซ้อนสำนวนลงไปว่า เป็นลูกแกะ ผลผลิตจากน้ำมือพระเจ้าองค์ที่ด้อยมหิทธานุภาพ กระมัง

          (สำนวนแปลว่า พระเจ้าองค์ที่ด้อยมหิทธานุภาพ เป็นของอาจารย์หญิงท่านหนึ่ง สอนภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้เขียนบทความเรื่องหนังเรื่องนี้ลงในหนังสือข่าวรามคำแหง เมื่อทศวรรษ ๒๕๒๐)

          สรุปว่า ใครที่อยากคิดดูก่อนว่าจะซื้อหนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ไปอ่านหรือไม่ ขอบอกว่าซื้อเถอะ เรื่องที่ ๒ เพียงเรื่องเดียวนี้กือได้ว่าคุ้มค่า ๒๙๕ บาทแล้วละ  หากที่เหลืออีก ๑๐ เรื่องเขียนดีอย่างนี้อีก ก็นับว่ากำไรโขเลย แต่สำหรับเราแล้ว กำไรที่ยิ่งใหญ่คือการลงใจให้กับบรรยากาศการอ่านการเขียนอันนับเป็นกิจกรรมทางปัญญาของชาติ ที่หนังสือรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ก็ได้ทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว

          ไม่ต้องไปสนใจกับกรอบเรื่องสกุลงานเขียนใด ๆ ไม่ต้องไปเทียบจะให้ได้ขึ้นมาว่าเดินตามลักษณะงานของใคร  เพราะนั่นกลับจะเป็นโครงครอบมาจำกัดให้ทำงานยากลำบากขึ้น สุดท้ายก็ไม่ต้องไปไหน   เราว่า(เตะทิ้งไปเลย)คำว่าสัดจะนิยมมะหัดสะจัน อะไรเทือกนั้น  เจด็จก็เป็นเจด็จ และจะผลิตงานแบบเจด็จ ๆ มาเป็นของชื่นชูปัญญาไทย เท่านั้นพอ


          อ้อ มีสองแห่งที่เราขีดเส้นไว้

          แห่งหนึ่งเป็นสำนวนภาพพจน์ ว่า “ใบยางสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ก่อนจะปลิดขั้วร่วงเป็นสาย ดูเหมือนฝนตกเป็นใบไม้”

          กับอีกแห่งเป็นสำนวนบรรยายเล่นคำ ว่า “เสียงครูน้ำฝนยังดังแข่งกับเสียงฝนข้างนอก”

          ... ช อ บ ...

 

          นอกจากนี้เรานึกถึงชนชาติมอญว่าเคยเป็นใหญ่เหนือดินแดนหลังเทือกเขาตะนาวศรีมาก่อน  แล้วนึกเลยไปถึงคำของพระพุทธองค์ตรัสเตือนสติพระอานนท์ที่ทูลทัดทานมิให้เสด็จเมืองกุสินาราว่าเป็นเมืองเล็ก ขาดสาธารณูปโภค ไม่สมเกียรติที่จะเสด็จดับขันธ์ในที่นั้น ตรัสเตือนสติว่าในอดีตไกลโพ้น กุสินาราก็เคยเป็นเมืองที่เตริญมั่งคั่งมาก่อน ผู้คน คหบดีมากมาย ฯ

          ใดใดในโลกล้วน อนิจจัง

~ ~ ~




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
driftworm วันที่ : 08/03/2012 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เรื่องศักดิ์ของคน นั่น
คู่สามีภรรยาวัยปลายนั้น ให้ความรู้สึกสะท้อนใจกับผมมากกว่าคนอื่น
คนเราไม่ควรอดสู(ด้วยตัวเอง) ไม่ควรถูกทำให้อดสู ในเรื่องการดิ้นรนเพื่อชีวิต ที่ไม่ได้ทำร้ายใคร

ถ้ามาเขียนตอนนี้ ผมจะเพิ่มตัวละครอีกชุดหนึ่ง
คือพระปลอมที่ทำทีท่าเดินสำรวม ร้องเพลงตอบแทนเมื่อเขาให้ทาน!!!!
(ร้องเพลง คือ ท่องบทสวดให้พร อันเป็นของสงฆ์)
.

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
driftworm วันที่ : 08/03/2012 เวลา : 20.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เพิ่งฉุกใจ
จะเข้ามาบอกล่ะ ว่าแล้วแต่ความสะดวก
หรือดูโอกาสเหมาะอีกทีครับ
โอกาส คือทั้งกาละ และเทศะ แหละครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
SW19 วันที่ : 08/03/2012 เวลา : 20.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

แต่ได้แวะไปอ่านศักดิ์ของคน มาแล้ว

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
SW19 วันที่ : 08/03/2012 เวลา : 20.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

เห็นแล้วแหละ
แต่ไม่หลงกลหรอก
อย่ามาหลอกกันเลย
เดี๋ยวไม่เป็นอันเขียนของตัวเองน่ะซิ
เอาไว้จะแวะมาอีก

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
driftworm วันที่ : 07/03/2012 เวลา : 22.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ตอบโจทย์วันนี้จบและ
ต้องหาคลิปมาดู ฟัง อ.สมชายพูดปิดท้ายได้น่าเก็บไว้เฝ้าดู
"โซเชี่ยลมีเดี่ย ไม่ใช่ ปชต.นะครับ ตรงข้าม เป็นเครื่องมือสร้างกระแสสำนึกเผด็จการแอบแฝงด้วย"
.

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
driftworm วันที่ : 07/03/2012 เวลา : 22.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เย้ ดร.สมชาย ภคภาสวิวัฒน์ กำลังพูดในรายการตอบโจทย์ ตอนนี้
โดยเอ่ยคำว่า socialization สังคมประกฤติ - บทบาทของสื่อแอบแฝง

นึกว่าเราใช้คำนี้อยู่คนเดียว

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 06/03/2012 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

พี่ลุง
อยากฟังความเห็นของพี่ลุงเรื่องผู้หญิงยิงเรือค่ะ
ลายแทงอยู่นี่นะคะ
http://www.oknation.nt/blog/March/2012/03/06/entry-1
Hope to see you there, at my place.

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
driftworm วันที่ : 06/03/2012 เวลา : 19.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

โอ๊ ผมลืมเรื่อง โรฮิงยา กับ ปาเลสไตน์ ไปเลย
ของปาเลสไตน์นี่ ผมเองไม่ชัดนัก ดูมันก้ำกึ่งระหว่างปาเลสไตน์กับยิว
แต่โรฮิงยานี่ชัดเลยว่าไม่มีรัฏฐาธิปัตย์

อ่าน คห.นี้แล้วต้องเอาเก็บไว้หาความรู้เติม เผื่อคราวหน้าจะพูดถึงพวกเขา
ต้องขอบคุณมากที่มาเขียนความเห็นนี้
.

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
musachiza วันที่ : 06/03/2012 เวลา : 16.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ตามมาตามที่แนะนำครับ
มนุษย์ในสายตาของพระเจ้านั้นมีค่าเท่ากัน

สิ่งที่ก็อตอาร์มีแสดงออกนั้น ไม่ต่างจากที่
ชาวปาเลสไตน์แสดงออก ...แต่โลกก็นิ่งเฉย

สิ่งที่เป็นแรงผลักดันสุดท้ายเมื่อสิ้นหวัง
ให้ลุกขึ้นสู้ เพื่อเผชิญกับความจริงมากขึ้น
ก็คือ ศาสนาและความเชื่อ
แม้จะต้องไปพบกับความพ่ายแพ้และความตายเร็วขึ้น
รวมทั้งเสียงประนามจากโลก ว่านี่คือการก่อการร้าย

ความจริงที่คนเชื่อ กับความจริงที่ผู้ประสบชะตากรรม
ต้องลงมือกระทำนั้น ต่างกัน

แต่ใครจะเจ็บปวดด้วยเล่า
..แม้จะยอมรับว่า
ความยุติธรรมนั้นเป็นสากลและสูงส่ง



ฤ มันก็เป็นเช่นนั้นเอง เป็นสมมติที่ไม่จริงจังใดๆ
หากชะตากรรมเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับเราทางใดทางหนึ่ง

การแสดงตัวตนของก็อตอาร์มี หรือชาวปาเลสไตน์ก็ตาม
ไม่ว่าสื่อส่วนใหญ่จะสรุปว่าอย่างไร แต่อย่างน้อย
ความมีตัวตนของเขาก็ประจักษ์ชัด
มิใช่กำลังจะละลายหายไปกับทะเลชายฝั่งมาหาสมุทรอินเดีย แบบชาวโรหิงยา ที่รักสันติ ไม่มีการรวมตัวกันต่อสู้
แต่ก็เป็นเสมือนสวะที่ลอยตามน้ำ ไปติดบ้านใครเขาก็เอาไม้เขี่ยออก พวกนี้พ้นจากคำว่า ก่อการร้ายหรือกบถ
และดูเหมือนพวกเขาจะไร้ตัวตน ของเขตแดนประเทศ
ที่ผู้คนต่างก็ยึดว่า แผ่นดินและผืนน้ำนี้เป็นของพวกเรา
โดยชอบธรรม

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
driftworm วันที่ : 05/03/2012 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ฉากหนึ่งจากละคร โหมโรง
การพัฒนาไม่ใช่การละทิ้งรากเหง้าตัวเอง
โค่นไม้ใหญ่ที่รากหยั่งดีแล้วเพียงเพื่อปักกิ่งตอนใหม่ซี่เล็ก ๆ
วันใดเจอพายุใหญ่ จะเอารากที่ไหนยึดไว้ได้
http://youtu.be/ponHjtA-BB4
.
บทเรียนทั้งในด้านวรรณกรรม (ซึ่งมีอิทธิพลต่อความคิดรากฐานมาก ๆ
กับทั้งแนวคิดทางการเมืองที่เรียกลัทธิประชาธิปไตย
.

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
driftworm วันที่ : 05/03/2012 เวลา : 15.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เรื่องสั้นเรื่องนี้ จำลองเหตุการณ์ซ้อนทับกรณีก๊อกอาร์มี่บุกยึด รพ.ศูนย์ราชบุรี
ในเหตุการณ์จริง ผู้ก่อการตายเรียบ โดยไม่มีใครรู้สึกอะไร ไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่คนรู้จัก
แต่กับเหตุการณ์จำลองซ้อนทับในเรื่องนี้ ผู้เขียนสร้างตัวละครที่มีความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนกับคนในขบวนการ
ความสัมพันธ์ที่ดำเนินไปสนิทชิดเชื้อเพิ่มขึ้น แต่เหตุไฉนเมื่อผู้ก่อการถูกตำรวจทหารยิงตายเรียบ
เราอ่านแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย อารมณ์ไม่ไหวติง ไม่สะเทือนใจ
ตัวละครที่ไปสนิทสนมกับหนึ่งในผู้ก่อการ และได้รับความใยดี ความอาทร อุตส่าห์ถ่อร่างมาเตือน
ก็ดูจะแห้งแล้งเหมือนหุ่นยนต์ ก็ดำเนินชีวิตกันต่อไป
"แค่ใบไม้ ๗ - ๘ ใบร่วงลงในป่าใหญ่ ??? "

หรือว่าผู้เขียนจงใจจะทำให้คนอ่านได้สัมผัสความเย็นชาด้วยหัวใจของผู้อ่านเอง !!!
.

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
driftworm วันที่ : 05/03/2012 เวลา : 15.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๗- ภูผาคราม

ตอนยังเป็นนักเรียนขาสั้น (๒๕๑๗) ถูกบังคับเขียนลงหนังสือชมรม
เขียนไม่ดีเลยสักนิดเดียว ห่วยแตก มันเอาทฤษฎีม้าร์กซิสซึ่มยัดใส่ปากตัวละคร
มีบทรำพึง ๔-๕ บรรทัด ลงนิตยสารชัยพฤกษ์ฉบับนักศึกษา-ประชาชน
มีบทรำพึง (เรื่องปรัชญาศาสนา) ๑๒ บรรทัด ลงนสพ.อธิปัตย์ บัณฑิต เองนิลรัตน์ เป็น บ.ก.
จากปี ๒๕๑๘ มา ไม่เขียนอะไรอีกเลย
พอกลับมาบ้านนอก เขียนสารพัดส่งให้เพื่อนในกลุ่มเก่าแก่
ที่พอจะอ่านได้ ก็เป็นความเรียง สบาย ๆ ไม่ซับซ้อน เคยเอามาแปะในนี้เรื่องหนึ่ง คือ
เรื่อง ศักดิ์ของคน (ใช้ชื่อ "เส้นทางวณิพก" ในปาจารยสาร) http://www.oknation.net/blog/driftway/2007/02/22/entry-1
อีกเรื่องหนึ่งก็เป็นความเรียงสบาย ๆ ไม่ซับซ้อน เหมือนกัน เคยไปแปะที่เว็บบอร์ดไทยไร้เต้อร์ ปี ๒๕๔๙
ชื่อ เรื่องของไอ้กั๊ก
ยังไม่หาญกล้าเขียนแม้แต่เรื่องสั้น ผมเขียนวกวน ผูกเรื่องแล้วเขียนมั่วมาก
.

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
BlueHill วันที่ : 05/03/2012 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ลุงหนอนมีเรื่องสั้นสะสมไว้บ้างไหมครับ
ลองงัดมาให้พวกผมได้เปิดหูเปิดตาบ้างนะครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
driftworm วันที่ : 05/03/2012 เวลา : 12.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

[จากท้าย ๆ เรื่องข้างบน ..
(สำนวนแปลว่า พระเจ้าองค์ที่ด้อยมหิทธานุภาพ เป็นของอาจารย์หญิงท่านหนึ่ง สอนภาษาอังกฤษที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้เขียนบทความเรื่องหนังเรื่องนี้ลงในหนังสือข่าวรามคำแหง เมื่อทศวรรษ ๒๕๒๐)]

... ระลึกได้เพิ่มขึ้นอย่างคลับคล้ายคลับคลาว่า ต้นฉบับที่อาจารย์ท่านนี้นำมาแปล จะเป็นโคลงภาษาอังกฤษ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
driftworm วันที่ : 05/03/2012 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๔- แม่มดเดือนMarch

[การวิจารณ์วรรณกรรม แท้จริงแล้ว อาจถูกจัดเป็นวรรณกรรมประเภทหนึ่งด้วยตนเอง]

อะไรกันนี่
อะไรกันนี่
(ทำตาโตเป็น Pop eye)

คนพูดอย่างนี้ออกมา ไม่ธรรมดานะ
ชักสงสัย ชักสงสัย แม่มดนี่
.............

นี่ก็ดูอยู่ว่า วิธีเขียนแบบนี้ จะมีใครมาทักมั้ยว่าคล้ายกับวิธี .... ที่เพิ่งเห่อพูดกันปีที่แล้ว
ช่างมันเถอะ อย่ามาจัดพวกให้เราเลย เดี๋ยวเผลอ ๆ ถูกเตะออกนอกกลุ่มพวก
ก็จะต้องไปจับปืนต่อสู้แบบเดียวกับฮะตูในเรื่อง
๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 05/03/2012 เวลา : 12.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

การวิจารณ์วรรณกรรม แท้จริงแล้ว อาจถูกจัดเป็นวรรณกรรมประเภทหนึ่งด้วยตนเอง
แม่มดเลยแวะมาเยี่ยมพี่ลุงทั้งๆที่ไม่เคยอ่านงานของเจด็จ
ไปละค่ะ ถึงเวลาทำข้าวเช้าร้อนๆให้ลูกแล้ว

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
driftworm วันที่ : 05/03/2012 เวลา : 09.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อื่มมม
เรื่องแรก สิ่งชำรุดของพระเจ้า ... ประเด็นใหญ่ระัดับจักรวาล
เรื่องที่สอง คล้ายว่าเริ่มจากฝน ... ก็ประเด็นใหญ่ระดับรัฐ-ชาติ ต่อ รัฐ-ชาติ
....
....

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
driftworm วันที่ : 04/03/2012 เวลา : 23.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

จาก คห.๑ .. ไปอ่านพบเรื่องนี้ในห้องหนึ่ง

เรื่อง ด๊อกเต้อร์ กับเด็กเกรียน

ดร. : ผมเห็นว่าต้องเปลี่ยน Core Values (คุณค่าหลัก) ของสถาบันหลักต่าง ๆ
ให้หมด ไม่งั้นประเทศไทยจะดิ่งลงเหว

เด็ก: แล้ว Core Values นี่จะมันเปลี่ยนยังไงล่ะครับ ดร.

ดร. : ก็เราก็ช่วยกันร่างขึ้นมา
แล้วเอาไปบอกเขาว่านี่คือสิ่งที่เราต้องการอยากจะเห็น
มันเป็นคุณค่าใหม่ของสังคมไทย ไม่งั้นประเทศไทยไม่มีอนาคตแน่

เด็ก: หมายความว่าเราไปอธิบาย Core Values ใหม่ว่ามีอะไรบ้าง
แล้วเขาก็จะรับไปเปลี่ยนแปลงตัวเอง หยั่งงี้ ทั่นดอกเตอร์ ก็มี Core Values ที่เชื่อว่า
เราเปลี่ยนแปลงคนอื่น แค่บอกกล่าวเขาน่ะสิครับ

ดร.: อันนั้นมันไม่ใช่ Core Values ของผมแต่เป็น Means (กลยุทธ์)

เด็ก: อ่อ ขอโทษครับ ผมไม่เข้าใจศัพท์ ...ง่า ...งั้น Core Values ดร.เชื่อว่าอย่างไรล่ะครับ

ดร. (ทำหน้าเบื่อที่ต้องมาอธิบายให้เด็กฟัง):
ผมเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีความดีอยู่ในตัว
มีศักดิ์ศรี มีวินัยที่ไม่ต้องการให้ใครมาบงการความคิด

เด็ก: อ้าว!!


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
driftworm วันที่ : 04/03/2012 เวลา : 22.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ทำไมผมถึงเขียนในเรื่องข้างบนว่า " เราว่า(เตะทิ้งไปเลย)คำว่าสัดจะนิยมมะหัดสะจัน อะไรเทือกนั้น"
เหตุผลมีอยู่
๑. มีคนเขยนบทความลงใน โลกหนังสือ เมื่อสามสิบปีก่อนถึงครั้งที่มาร์เก๊ซตกงาน นอนอ่านหนังสือในห้องพัก
พบว่ามีเรื่องสั้นเขียนฟุ้งๆเพ้อๆเกินจริง กูโดดผลุงออกจากเตียง อุทานว่า "เรื่องอย่างนี้ก็ได้รับการตีพิมพ์รึนี่"

๒. เราเริ่มชินเริ่มคุ้นกับการเชื่อหนังสือจนไม่คิดว่ามีอะไรอื่น ไม่คิดว่ามีช่องทางอื่นอีก
อ่ะ เอาที่ช่องทางอ่านหนังสือก่อนก็ได้ เวลาที่เราอ่านชาดก นั่นใช่หรือไม่ คนคุยกับนาค คุณกับเทวดาปลอมตัว
คุยกับนก สิงสาราสัตว์ และ ..... และ ..... ฯลฯ

๓. ทีนี้ เอาที่พ้นไปจากหนังสือเป็นตัว ๆ เป็นคำ ๆ ... มีจดหมายของชาวบ้านร้านถิ่น ถึงสิงห์สนามหลวงสิบกว่าปีแล้วว่า
แม้ลืมตาตื่นอยู่นี่ เรามองคนรอบตัวเรา ให้เห็นเป็นโครงกระดูกที่กำลังคุยกัน หัวร่อต่อกระซิกกันได้ มองลูกค้าที่เดินผ่าน
หน้าร้านให้เป็นถุงหนังสัตว์ขนาดใหญ่เคลื่อนไปอยู่ก็ได้ มองตัวละครในโทรทัศน์ให้เห็นเป็นโครงกระดูกดื่มเหล้า
สรวลเสเฮฮา เต้นระบำฮาวายก็ได้ (ที่พูดเป็นละครเรื่อง เกาะสวาทหาดสวรรค์ ที่แสดงโดยสมบัติ เมทะนี, เต๋า สมชาย,
แอน อังคณา ทิมดี)

มันขึ้นอยู่กับเราจะฝึกการ "ดู" ดูหนังสือเล่มมหึมารอบตัวเรา วิธีมีในขุมทรัพย์เก่าของเรา -พระพุทธศาสนา
เรื่องเช่นนี้มีอยู่กับเรามานาน ใยต้องรอฝรั่งมาเขียนตำราบอก มาจำแนก แจกจำพวก แล้วให้เราถือตามไม่เห็นน่าตื่นเต้นอันใด
.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน