• siripen1994
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : non210663@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2020-06-25
  • จำนวนเรื่อง : 11
  • จำนวนผู้ชม : 442
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
เรื่องเพศต้องพูด
ให้ปรึกษาให้ความรู้และเคล็ดลับเรื่องเพศ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Sexmustsay
วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม 2563
Posted by siripen1994 , ผู้อ่าน : 153 , 15:31:33 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

         ผู้ชาย แพ้ถุงยาง ได้จริงหรือไม่

หลายคนสงสัยว่า โรคแพ้ถุงยาง มันมีด้วยหรอ ขอตอบว่า มีจริงค่ะ  แต่ส่วนมากสาเหตุที่แพ้เกิดจากการแพ้ยางพารา (latex allergy) ในถุงยาง ถุงยางชนิดที่ทำจากยางพารา เป็นที่นิยมใช้กันมากทีแพ้ถุงยาง

สุดหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดและมีแจกฟรีทั่วไป ผู้แพ้ถุงยางจะมีลักษณะคัน มีผื่นแดงขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ โดยอาการจะเกิดหลังมีเพศสัมพันธ์ภายใน 48 ชั่วโมง แต่อาการดังกล่านี้สามารถหายเองได้  สำหรับคนแพ้ถุงยางแนะนำว่าควรเปลี่ยนชนิดของถุงยางมาใช้เป็นแบบที่ทำจากสารโพลียูเรเธน(polyuretane) ซึ่งทำจากพลาสติค และไม่ผสมสารฆ่าอสุจิ (Spermicide) จะทำให้ไม่ต้องเสี่ยงกับอาการแพ้ระคายเคืองได้

         ปัจจัยเสี่ยง : แพ้ถุงยาง

การแพ้ถุงยางอนามัยเกิดได้จาก 2 ปัจจัยดังนี้

แพ้ยางพารา (latex allergy) ในถุงยาง อาจจะต้องเปลี่ยนไปใช้ถุงยางอนามัยสังเคราะห์ที่ไม่ได้ทำจากยางพารา เช่น ถุงยางอนามัยที่ทำจากพลาสติดโพลียูเรเธน (polyuretane) แพ้สารเคลือบถุงยางอนามัย เช่น สารหล่อลื่นต่างๆ หากแพ้สารเคลือบ การเปลี่ยนยี่ห้อถุงยางอนามัยก็มักจะทำให้อาการแพ้หายไปด้วย อาการสำหรับคนแพ้ถุงยาง

มีอาการคัน รู้สึกเจ็บและแสบ เป็นผื่นคล้ายลมพิษหรือผื่นปื้นแดงหนา โดยเฉพาะบริเวณที่สัมผัสกับถุงยางอนามัย หากอาการแพ้รุนแรงในบางรายอาจพบอาการหายใจขัด หายใจไม่ออก สาเหตุจากหลอดลมเกร็งจนถึงขึ้นเป็นลม หรือหน้ามืด หรือชักได้

         รับมืออย่างไรหากคุณแพ้ถุงยาง

หากสงสัยว่าแพ้ถุงยางอนามัย ถ้าเป็นไม่มาก อาจรับประทานหรือทายาแก้แพ้ แต่หากไม่หายก็ควรพบแพทย์ เพราะส่วนใหญ่ของคนที่มีอาการแสบๆ คันๆ ที่อวัยวะเพศหลังจากใช้ถุงยางอนามัยอาจไม่ใช่อาการแพ้ถุงยางอนามัย แต่คือการติดเชื้อรา เชื้อเริม หรือติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ที่กำเริบ หรืออาการรุนแรงขึ้น หลังจากโดนเสียดสี หรืออีกหนึ่งวิธีคือเปลี่ยนไปใช้ถุงยางอนามัยที่ทำจากพลาสติดโพลียูเรเธน (polyuretane) ไม่ผสมสารฆ่าอสุจิ (Spermicide)

 

         ป้องกันอย่างไร หากคุณไม่ใช้ถุงยาง ในการมีเพศสัมพันธ์ การหลั่งนอก

การหลั่งนอกเป็นวิธีการป้องกันการตั้งครรภ์ที่มีประสิทธิภาพน้อยมาก มีโอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้สูง ฉะนั้นควรศึกษาและเรียนรู้การหลั่งนอกอย่างถูกวิธีเพื่อลดความเสี่ยงในการมีเพศสัมพันธ์

         ยาฆ่าอสุจิ

เป็นหนึ่งในการคุมกำเนิดแบบชั่วคราว เป็นยารูปแบบครีมหรือแบบเม็ด ใช้สอดเข้าไปในช่องคลอดของฝ่ายหญิง วิธีการนี้จะได้ผลดีที่สุดหลังจากสอดยาไปแล้ว 10 นาที แต่ไม่เกิน 1 ชั่วโมง แต่หลังจากใส่ยาแล้วไม่ควรลุกเดิน เพราะอาจทำให้ยาไหลหลุดออกมาได้ การใช้วิธีนี้จะได้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับถุงยางอนามัย หรือห่วงอนามัย

ที่มาเรื่องเสียว: https://zeed9988.blog.fc2.com/blog-entry-1.html




เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น