• PeerapatS.
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : peerapat8835@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-07-31
  • จำนวนเรื่อง : 779
  • จำนวนผู้ชม : 3446588
  • ส่ง msg :
  • โหวต 279 คน
Smartlearning
สร้างเยาวชนให้มีคุณภาพ เรียนรู้เพื่อสิ่งที่ดีกว่า ประสบการณ์ HR
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Smartlearning
วันเสาร์ ที่ 3 สิงหาคม 2556
Posted by PeerapatS. , ผู้อ่าน : 2894 , 19:10:45 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน wansuk , GetThaiWater โหวตเรื่องนี้

ท่อส่งน้ำมันรั่ว บททดสอบ แผนรับมือองค์กร หรือเพียงแค่สร้างภาพ

 

อุบัติเหตุท่อส่งน้ำมันรั่วในทะเล ของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ที่ทำให้เกิดผลกระทบความเสียหายอย่างใหญ่หลวงครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกที่อ่าวไทย มีตัวอย่างกรณีศึกษาจากที่อื่นๆ เป็นบทเรียน ในการอบรมสัมมนา มีการนำเสนอออกบ่อยครั้ง แต่ดูเหมือนว่า องค์กรกลับไม่ได้ใส่ใจจริงจัง เขียนแผนไว้ แต่ไม่เคยทดสอบว่า เหมาะสมหรือไม่ ปฏิบัติตามแผนได้จริงหรือไม่ ลองมาทบทวนกันดู...

 

กรณีศึกษาที่ 1

 

ภัยพิบัติจากการรั่วไหลของน้ำมันจากเรือบรรทุกน้ำมันเอ็กซ์ซอนวัลเด็ซ (Exxon Valdez) เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ของประเทศสหรัฐอเมริกา เกิดอุบัติเหตุอับปางลงในคืนวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 1989 ขณะขนส่งน้ำมันจากอลัสก้า (Alaska) ไปส่งยังรัฐคาลิฟอร์เนีย เรือบรรทุกน้ำมันได้ชนเข้ากับหินโสโครก ทำให้น้ำมันจำนวน 50 ล้านลิตร รั่วไหลออกจากเรือลงสู่ทะเล และเกิดผลกระทบต่อชีวิตสัตว์ทะเลจำนวนมาก และเกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อมทางทะเลอย่างมากมาย

 

ความผิดพลาดครั้งนี้ มีสาเหตุหลายปัจจัยด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากความบกพร่องของบุคลากร อย่างเช่น กัปตันฮาเซลวูด เป็นคนเก่งในการเดินเรือ แต่ก็มีข้อเสียสำคัญประการหนึ่งคือ เป็นคนชอบดื่มเหล้า และก่อนที่เขาจะออกเดินเรือจากท่าเรือวัลเด็ซ กัปตันฮาเซลวูด ก็ได้ดื่มเหล้าจนมีอาการมึนเมา หลังเวลาเที่ยงคืนวันเกิดเหตุ กัปตันฮาเซลวูด ได้ขึ้นไปยังห้องส่วนตัวและมอบหมายให้ผู้อื่นควบคุมการเดินเรือแทน และหลังจากนั้นอีกไม่นานเรือบรรทุกน้ำมันก็ได้ชนเข้ากับหินโสโครก

 

ปัจจัยที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ อีกประการหนึ่ง คือ การประหยัดค่าใช้จ่ายของบริษัทน้ำมัน โดยการจ้างให้บุคคลบางคนในบริษัทเพิ่มชั่วโมงการทำงานให้มากขึ้น นั่นก็หมายความว่า เมื่อบุคคลมีชั่วโมงการทำงานมากขึ้น ก็จะทำให้ศักยภาพการทำงานลดน้อยลง

 

แม้ว่า กัปตันฮาเซลวูด จะได้รายงานให้บริษัททราบอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในทันที แต่ความช่วยเหลือป้องกันไม่ให้น้ำมันไหลออกสู่ทะเล กลับล่าช้า ผ่านไปแล้วกว่า 15 ชั่วโมง จึงมีผู้รับผิดชอบเข้ามาดำเนินการ ทำให้น้ำมันไหลออกมาจากเรือลงสู่ทะเลเป็นระยะทางถึง 1,700 กิโลเมตร และกระจายปกคลุมท้องทะเลเป็นบริเวณพื้นที่ถึง 4,800 ตารางกิโลเมตร นับว่าเป็นอุบัติภัยที่ทำให้เกิดความสูญเสียครั้งร้ายแรงที่สุดของสหรัฐอเมริกา

 

กรณีศึกษาที่ 2

 

เหตุระเบิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2010 ที่แท่นขุดน้ำมัน BP (British Petroleum) ที่อ่าวเม็กซิโก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 11 ราย และบาดเจ็บอย่างน้อย 17 ราย น้ำมันดิบที่รั่วลงทะเลประมาณกันที่ 200 ล้านแกลลอน หรือประมาณ 700 ล้านลิตร โดยรั่วไหลยาวนานถึง 87 วันเต็มๆ ทำให้ชายฝั่งของเมืองสหรัฐอเมริกา มีคราบน้ำมันยาวถึง 16,000 ไมล์ รวมถึง เทกซัส, ลุยเซียนา, มิสซิสซิปปี, แอละแบมา และ ฟลอริดา ซึ่งล้วนแต่เป็นรัฐสำคัญๆ ทั้งสิ้น

บริษัท BP ต้องใช้เงินเกือบ 40,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.2 ล้านล้านบาท ในการเยียวยาผู้เสียหายและชดเชยผู้ฟ้องร้องอย่างกว้างขวาง และต้องควักกระเป๋าจ่ายอีก 16,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 480,000 ล้านบาท เพื่อเป็นทุนสำหรับทำน้ำสะอาดตามกฎหมาย Clean Water Act ที่รัฐสภาสหรัฐออกมาเพื่อแก้ปัญหาที่ตามมาสำหรับชุมชนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงด้วย

 

บทเรียนจากเหตุการณ์น้ำมันดิบรั่วลงทะเลหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ทำให้มีการเพิ่มความระมัดระวังในการปฏิบัติการของเรือบรรทุกน้ำมัน และปฏิบัติการฐานขุดน้ำมันตลอดไปจนถึงการขนถ่ายน้ำมัน และเมื่อเกิดแล้วจะทำอย่างไรให้รวดเร็วทันเหตุการณ์เพื่อควบคุมความเสียหาย อีกทั้งยังต้องแจ้งข้อมูลอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา อย่างรวดเร็ว โดยไม่พยายามปกปิดข้อเท็จจริง ที่สาธารณชนจะต้องรับทราบทุกระยะ ยิ่งในโลกแห่ง Social Media ที่สื่อสารกันอย่างรวดเร็ว และมีความเห็นหลากหลายร้อนแรงนั้น ผู้รับผิดชอบต่ออุบัติเหตุเช่นนี้ จะต้องเปิดกว้างและรับฟังความเห็นของประชาชน โดยปราศจากเงื่อนไข

คำว่า “เอาอยู่” จึงไม่ใช่แค่ทำลายคราบน้ำมันบนผิวน้ำทะเลเท่านั้น หากแต่ยังต้องหมายถึง การฟื้นฟูธรรมชาติในบริเวณใกล้เคียงอย่างกว้างขวาง อย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน...อีกด้วย

 

ความเห็นผู้เขียน

 

1)อุบัติเหตุท่อส่งน้ำมันรั่วในทะเล ของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ครั้งนี้ มีคำถามมากมาย เช่น ปริมาตรน้ำมันที่รั่วออกมาเท่าไร และสารเคมีที่ใช้ฉีดพ่นให้น้ำมันดิบจมน้ำ คือสารอะไร ใช้ไปปริมาณเท่าไร แต่จากการให้ข่าวของทาง PTTGC ดูเหมือนว่า ปริมาณน้ำมันที่รั่วจะมีไม่มากเพียง 50,000 ลิตร และที่เข้ามาติดอยู่ชายฝั่งเพียงแค่ 2,500 ลิตร แต่จากภาพที่ปรากฏ น่าจะมากกว่านั้นหลายเท่า

 

2)หลายองค์กรมักจะวิเคราะห์ความเสี่ยงของธุรกิจ ว่าอาจจะต้องเผชิญกับปัญหาการดำเนินงาน และมักจะมีแผนที่เรียกว่า การบริหารความเสี่ยง หรือ Risk Management กำหนดว่า เมื่อเกิดปัญหาจะบริหารจัดการอย่างไร ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบมักจะเป็น หน่วยงานประชาสัมพันธ์ (Public Relation) ตลอดจนการประสานกันหน่วยงานอื่น เข้ามาร่วมดำเนินการ

 

เหตุวิกฤติครั้งนี้ ดูเหมือนว่า PTTGC จะล้มเหลวตั้งแต่การแก้ไขปัญหา ที่มีทุ่นกักน้ำมันยาวประมาณ 200 เมตร ทั้งที่มีครบน้ำมันลอยกระจายออกนอกกรอบของทุ่นจำนวนมาก และมีเพียงกรรมการผู้จัดการเป็นผู้ให้ข่าวสารข้อมูลเพียงผู้เดียว ทำให้คนทั่วไปมองว่า ข้อมูลที่ให้ไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะมีสื่อทีวีและสังคมออนไลน์คอยตรวจสอบ

 

3)บางองค์กรเน้นการช่วยเหลือสังคมชุมชน ที่เรียกว่า กิจกรรม CSR: Corporate Social Responsibility องค์กรมีความรับผิดชอบต่อสังคม เน้นการทำประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร แต่เมื่อเกิดปัญหาวิกฤติ กลับไม่ได้ใส่ใจแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่จริงจัง

 

ดังจะเห็นได้จากการที่มีผู้ได้รับรางวัล จากมูลนิธิโลกสีเขียว จาก PTTGC หลายท่านส่งคืนถ้วยรางวัล และเงินรางวัล

 

4)เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค. 2556 แต่ผู้บริหารเพิ่งออกมากล่าวคำขอโทษวันที่ 1 ส.ค. 2556 เมื่อเหตุการณ์ผ่านไป 5 วันแล้ว ดูเหมือนว่าจะทำอะไรชักช้าไปสักนิด

 

ดังนั้น เมื่อเกิดวิกฤติ การทำตามแผน การรับมือขององค์กร การแก้ไขปัญหาต้องเป็นไปอย่างรวดเร็วเหมาะสม ไม่ใช่การรักษาภาพลักษณ์องค์กร ต้องพูดข้อมูลความจริงให้ผู้เกี่ยวข้องได้เข้าไปช่วยเหลือดำเนินการได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่ใช่แค่การสร้างภาพ   

        

ภัยพิบัติ : ปรากฏการณ์ที่ก่อให้เกิดความหายนะแก่มวลมนุษยชาติ 

โดย รศ. ประยูร ดาศรี* 

http://www.thaigeographer.org/showdetail.asp?boardid=105

 

จากกรณีคราบน้ำมันรั่วในอ่าวไทย ย้อนไป BP Oil Spill อ่าวเม็กซิโก

วันที่ 2 ส.ค. 2556

http://www.bangkokbiznews.com                

 

ขอบคุณภาพจาก ผู้จัดการออนไลน์




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
wansuk วันที่ : 04/08/2013 เวลา : 22.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

อย่าได้เกิดกรณีศึกษาเช่นนี้อีกเลยค่ะ ผลกระทบต่างๆมากเหลือเกิน

ความคิดเห็นที่ 1 PeerapatS. ถูกใจสิ่งนี้ (1)
GetThaiWater วันที่ : 03/08/2013 เวลา : 21.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paipat

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

มองตนเอง อย่าโทษคนอื่น

โทษผู้อื่น แลเห็น เป็นภูเขา โทษของเรา แลไม่เห็น เท่าเส้นผม ตดคนอื่น เหม็นเบื่อ เราเหลือทน ตดของตน ถึงเหม็น ไม่เป็นไร

View All
<< สิงหาคม 2013 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]