• สมพงค์สระแก้ว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : somponglpn@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-09-08
  • จำนวนเรื่อง : 154
  • จำนวนผู้ชม : 79168
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
S. Srakaew
สิทธิขั้นพื้นฐาน การศึกษาของกลุ่มเปราะบาง เด็กข้ามชาติ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/SompongSrakaew
วันศุกร์ ที่ 2 มีนาคม 2561
Posted by สมพงค์สระแก้ว , ผู้อ่าน : 1903 , 11:40:51 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

สมพงค์  สระแก้ว  กับ ผลงานด้านการส่งเสริม ปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

นายสมพงค์   สระแก้ว   ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) ได้ดำเนินการขจัดความไม่เป็นธรรม การเข้าไม่ถึงกลไกการคุ้มครองสิทธิให้แก่กลุ่มประชากรข้ามชาติสัญชาติพม่า ลาว และกัมพูชาในประเทศไทย ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกกดขี่ข่มเหง ถูกใช้เป็นแรงงานเด็ก เป็นแรงงานบังคับ และค้ามนุษย์ รวมถึงปัญหาต่างๆ  ที่แรงงานเผชิญในชีวิตประจำวัน   

การดำเนินงานที่ผ่านมามีผลงานการทำงานและการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในรูปแบบของแรงงานข้ามชาติที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รูปแบบการปฏิบัติการการช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติในกิจการประมงไทย และนอกน่านน้ำไทย อุตสาหกรรมต่อเนื่องจากประมง รวมถึงในกิจการประเภทต่างๆ ในประเทศไทย

การคิดสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ การปฏิบัติการจริงและการผลักดันเชิงนโยบาย เป็นหัวใจของการแก้ไขรากเหง้าแห่งปัญหาพร้อมการขับเคลื่อนแสวงหาความร่วมมือในพื้นที่ปฏิบัติการและระดับชาติให้บังเกิดผลลู่ล่วงอย่างเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้  การขับเคลื่อนดังกล่าวคือ การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน สิทธิขั้นพื้นฐานและการคุ้มครองทางสังคม อาทิ การเข้าถึงสิทธิในการศึกษา  สิทธิทางสุขภาพ สิทธิแรงงาน สิทธิที่กลุ่มประชากรข้ามชาติพึงได้รับในสังคมไทย 

แนวคิดการมีส่วนร่วมในงานพัฒนาและการสร้างต้นแบบที่ดี เป็นโจทย์ที่สำคัญของการทำงานเพื่อสังคม   ตัวอย่างด้านการศึกษาของเด็กไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือเด็กข้ามชาติ  หลังจากรัฐบาลไทยมีนโยบายเปิดกว้าง มีแนวปฏิบัติการให้การศึกษาแก่เด็กข้ามชาติ เมื่อปี พ.ศ. ๑๕๔๘  เป็นต้นมา  ได้แสวงหาความร่วมมือกับรัฐไทยและภาคีความร่วมมือในและต่างประเทศ  ได้ส่งเสริมให้เด็กข้ามชาติสัญชาติพม่า และกัมพูชาสามารถเข้าถึงการศึกษาในระบบโรงเรียนและการศึกษานอกระบบ มากกว่า ๑๓,๐๐๐ คน ปัจจุบันเรียนหนังสือในระบบโรงเรียนจำนวน ๔,๐๐๐ คน และรวมถึงการสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาเรียนรู้แรงงานข้ามชาติผู้ใหญ่ในศูนย์การเรียนรู้ตามกลุ่มชาติพันธุ์กว่า ๓,๐๐๐  คน 

ปัจจุบัน ผู้ได้รับการศึกษาเหล่านั้น มีความรู้ ทักษะ และความสามารถ กลับเป็นประชากรที่มีคุณภาพ มีคุณค่าแห่งอยู่ร่วมกับสังคมไทยอย่างกลมกลืนอย่างสันติ แรงงานข้ามชาติที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพมีคุณภาพเป็นที่ต้องการไม่เฉพาะหน่วยงานในภาคเอกชนเท่านั้น หากแต่เป็นที่ต้องการของหน่วยงานภาครัฐที่ทำงานเกี่ยวข้องด้านแรงงานหลายๆ  หน่วยงาน เป็นต้น

ส่วนการช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติที่ประสบปัญหาถูกละเมิดสิทธิจนถึงปัจจุบัน สามารถช่วยเหลือแรงงานให้หลุดพ้นจากการถูกละเมิดสิทธิ ไม่ได้รับความเป็นธรรมด้านการทำงาน การถูกกดขี่แรงงาน ถูกบังคับค้ามนุษย์ และความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน  ประมาณจำนวน ๑๒,๐๐๐  คน  ในจำนวนนี้สามารถช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กได้จำนวน ๔๐๐  คน

การดำเนินการที่สั่นสะเทือนไปทั่วโลกและส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนเชิงนโยบายภาครัฐ  และการปรับตัวของบริษัทผู้ซื้อและผู้บริโภคต่างประเทศคือ การช่วยเหลือแรงงานที่ถูกกระทำในล้งกุ้ง  ในสถานประกอบการแปรรูปกุ้ง  อาหารทะเล ในจังหวัดสมุทรสาครในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ และ ๒๕๕๘   และการปฏิบัติการช่วยเหลือลูกเรือประมงไทย พม่า ลาวและกัมพูชาในทะเลนอกน่านน้ำไทยที่ประเทศอินโดนีเซีย ณ เกาะอัมบล เกาะตวน และเกาะเบนจิน่า ที่ประสบปัญหาเป็นคน “ตกเรือ” “ตกทุกข์ได้ยาก” ถูกละเมิดสิทธิแรงงาน และบางส่วนเป็นผู้เสียหายจากการถูกค้ามนุษย์ ได้กลับมายังประเทศบ้านเกิดของตน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ถึง ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ 

และวันนี้ยังมีผู้ประสบปัญหาตกค้างที่เกาะต่างๆ ติดต่อขอความช่วยเหลือมาเนืองๆ    ดังนั้น แรงงานลูกเรือประมงไทยและข้ามชาติ ที่ประสบปัญหาจากการประสานงานและผลักดันการช่วยเหลือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐไทยและประเทศเพื่อนบ้าน มีจำนวนมากกว่า ๒,๙๐๐ คน

ปัญหาดังกล่าวข้างต้น รัฐบาลไทยให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ในรูปแบบของแรงงานอย่างแข็งขัน ความพยายามแก้สถานการณ์การค้ามนุษย์ระดับเทียร์การค้ามนุษย์ของสหรัฐอเมริกา (US’s Trafficking in Persons Report: TIP Report) และการแก้ไขปัญหา IUU Fishing  กับการคงสถานะใบเหลืองของ EU   โดยคาดหวังว่าในปี ๒๔๖๑  สถานการณ์ต่างๆ  จะปรับดีขึ้นจากการสร้างเครือข่ายความร่วมมือการทำงานในระดับต่างๆ  

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาในการทำงานมากกว่า ๑๓ ปีที่ได้จัดตั้งเครือข่าย และมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน หรือ LPN  ได้ผลิต “ทุนมนุษย์” สร้าง  “ทุนทางสังคม” เกื้อหนุนผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับรากเหง้าของปัญหาแรงงาน และมีส่วนปรับปรุงโครงการการบริหารจัดการด้านแรงงานข้ามชาติในประเทศไทยผ่านกลไกและระบบต่างๆ  ซึ่งเป็นปัจจัยและการขับเคลื่อนที่สำคัญของการพัฒนาสังคมให้เกิดความยั่งยืน

การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และการสร้างศูนย์กลางแหล่งศึกษาเรียนแก่สาธารณะ เป็นหนึ่งในงานที่มีความพยายามสร้างสรรค์งานอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน หรือ  LPN เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สำหรับคนทุกกลุ่มคน อาทิ กลุ่มนิสิต นักศึกษา ประชาชน นักวิชาการ นักวิจัย องค์กรภาครัฐ องค์กรภาคธุรกิจ องค์กรภาคประชาสังคมในไทยและต่างประเทศ รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ มีกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ รูปแบบการดำเนินการผ่านประสบการณ์การทำงานจริง เช่น การรับเรื่องร้องทุกข์ของแรงงานทุกสัญชาติ  ปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงาน การละเมิดสิทธิมนุษยชน  ปัญหาความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของกลุ่มผู้ประสบปัญหา  

ส่วนการแก้ไขปัญหากลุ่มประชากรข้ามชาติ  นายสมพงค์   สระแก้ว กล่าวว่า  ต้องเริ่มจากแนวคิดเชิงบวกและมีความเป็นมนุษยธรรมเป็นเบื้องต้น  การทำงานต้องคิดอย่างเป็นยุทธศาสตร์ที่แหลมคม สามารถเข้าถึงและจับต้องให้ได้ ทำให้เป็นกระบวนการและเน้นกระบวนการมีส่วนร่วม   ดังนั้น หนึ่งในบทบาทที่สำคัญคือ การสื่อสารเพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม และไม่เฉพาะในสังคมไทยเท่านั้น  การสร้างกระบวนการกลุ่ม กระบวนการเครือข่ายความร่วมมือ การสร้างพื้นที่สาธารณะให้กลุ่มประชากรข้ามชาติมีพื้นที่ปลอดภัย แสดงออกและส่งเสียงในระดับต่างๆ และสามารถส่งสารถึงผู้กำหนดนโยบายระดับชาติได้

การสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย การสร้างสรรค์พื้นที่สาธารณะแห่งปัญญา และส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและอาเซียน Migrant workers Union network in Thailand to assist migrants integrate peacefully into Thai society and ASEAN (MUNT-ASEAN)

โดยมีแนวคิดที่สำคัญคือ การเป็นประชาคมอาเซียน ประชากรอาเซียนต้องร่วมสร้างพื้นที่การเปลี่ยนแปลงและสร้างการเรียนรู้ สร้างมูลค่าในสังคม  การปลูกจิตสำนึกในสังคม ความรับผิดชอบต่อสังคมพื้นที่ปลายทาง พื้นที่การทำงานของแรงงานข้ามชาติ  การเป็นชุมชนทางปัญญา  ชุมชนภูมิปัญญาและมีพื้นที่สาธารณะในการแสดงออกของกลุ่มแรงงานข้ามชาติ การเป็นแหล่งศึกษา เรียนรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ของกลุ่มประชากรแรงงานข้ามชาติ คนไทยในชุมชน และบุคคลทั่วไปที่สนใจ การเป็นเครือข่ายความร่วมมือด้านแรงงานข้ามชาติ และความร่วมมือส่งเสริมการอยู่ร่วมกันในสังคมไทยและอาเซียน การเป็นกลไกเชื่อมร้อยพหุวัฒนธรรมที่หลากหลายของกลุ่มชาติพันธุ์ การเป็นศูนย์รับเรื่องเบื้องต้น สะท้อนถึงสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้น และดำเนินการต่อการเข้าถึงการช่วยเหลือด้านกฎหมายและคดีความ การเป็นกลไกอาสาสมัคร และเครือข่ายอาสาสมัครเฝ้าระวังปัญหาในชุมชน การมีส่วนร่วม การพึ่งพาตนเอง และการทัศนคติเชิงบวกร่วมกันของสังคมไทยและแรงงานเพื่อนบ้าน สานสร้างการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

บทบาทที่สำคัญอีกประการคือ การสร้างและร่วมสร้างเครือข่ายความร่วมมือในทุกระดับตั้งแต่ระดับกลุ่มชุมชนพี่น้องแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย กลุ่มองค์กรพัฒนาเอกชนด้านเด็ก ผู้หญิง และแรงงานในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อมต่อการทำงานรณรงค์เชิงนโยบายทั้งระดับจังหวัด ระดับประเทศ และนานาประเทศที่เกี่ยวข้องเช่น สหรัฐเมริกา และประเทศฝั่งยุโรป  การทำงานเชิงเครือข่ายเป็นการหนุนเสรมและผลักดันนโยบายที่เอื้อต่อการปกป้อง คุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติและในกลุ่มที่บอบบาง  สนับสนุนส่งเสริมการรวมกลุ่มของแรงงานข้ามชาติในมิติด้านการศึกษา วัฒนธรรม สิทธิแรงงาน และการสร้างทัศนคติในการอยู่ร่วมกันในสังคมไทยกับแรงงานข้ามชาติโดยภาพรวม   

ตัวอย่างของเครือข่ายที่สร้างและร่วมสร้างขึ้น มีดังนี้   เครือข่ายปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ หรือ Anti Human Trafficking Network in Thailand (ATN) เครือข่ายต่อต้านการค้ามนุษย์ไทย กัมพูชา  หรือ Cambodia and Thailand Anti-Human Trafficking (CAHT) เครือข่ายองค์กรพัฒนาเอกชนด้านแรงงาน  หรือ Migrant Working Group (MWG)กลุ่มสหภาพลูกเรือประมงไทยและข้ามชาติ หรือ Thai and Migrant Fishers Union Group (TMFG)  ความร่วมมือแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย หรือ Migrant  Union Network in Thailand(MUNT) และล่าสุดคือ เครือข่ายความร่วมมือเพื่อความโปร่งใสในภาคการประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง หรือ The Multi-stakeholder Initiative for Accountable Supply Chain of Thai Fisheries (MAST)  ปัจจุบันเครือข่ายต่างๆ  ยังมีการปฏิบัติการขับเคลื่อนงานหลากหลายรูปแบบอย่างต่อเนื่อง

การยกระดับการแก้ไขปัญหาเชื่อมโยงความเป็นวิชาการ การสร้างองค์ความรู้ในเชิงปฏิบัติการเป็นหนึ่งในภารกิจงานที่สำคัญ ตลอดระยะเวลาที่ทำงานด้านแรงงานได้มีส่วนร่วมในการจัดทำผลงานวิชาการ อาทิ การศึกษาสถานการณ์การค้ามนุษย์ระหว่างพื้นที่ต้นทาง (สังขละบุรี) และพื้นที่ปลายทาง (มหาชัย) ร่วมกับมูลนิธิพัฒนรักษ์ การศึกษา การพัฒนารูปธรรมการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติและข้อเสนอต่อมาตรการคุ้มครอง และส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของแรงงานข้ามชาติ  การศึกษานายหน้ากับแรงงานข้ามชาติ การศึกษาสถานการณ์การย้ายถิ่นฐานและผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิและการค้ามนุษย์ในกลุ่มแรงงานข้ามชาติ  ปฏิบัติการบุกค้นสถานประกอบการที่มีการกดขี่แรงงาน และรายงานสถานการณ์เด็กข้ามชาติและแรงงานเด็กข้ามชาติ ในกิจการอุตสาหกรรมต่อเนื่องประมง พื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เป็นต้น 

การสร้างและพัฒนาระบบอาสาสมัครแรงงานข้ามชาติและพัฒนาเครือข่ายทางสังคมแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย  เพื่อให้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ พื้นที่ความสุข เป็นกลไกระดับชุมชนที่ใกล้ชิด เฝ้าระวังปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนจังหวัดต่างๆ  มีความพยายามเชื่อมโยงความสัมพันธ์แรงงานที่มีจิตอาสา มีจิตใจโอบอ้อมอารี ทนไม่ได้กับความไม่เป็นธรรมและการไม่ได้รับความยุติธรรม  อาสาสมัครแรงงานข้ามชาติใช้ชื่อว่า  LPN Myanmar Live Volunteer  ปัจจุบันมีอาสาสมัครจากจังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดใกล้เคียงและจังหวัดที่มีแรงงานข้ามชาติจำนวนมาก จะสมัครเข้ามาเป็นอาสาสมัคร แล้วมาผ่านกระบวนการอบรมคัดกรองจนมีความรู้ มีทัศนคติที่ดี มีทักษะ มีจรรยาบรรณในการปฏิบัติงานอาสา 

นอกจากนั้นแล้ว  ยังมีการสนับสนุนการรวมตัวของกลุ่มเครือข่ายทางสังคมแรงงานข้ามชาติมากกว่า ๒๐ กลุ่มทั่วประเทศ เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นสามารถพึ่งพิงตนเอง  และพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณค่าเกิดประโยชน์ต่อสังคมไทย และประเทศต้นทาง โดยใช้ชื่อว่า  เครือข่ายทางสังคมแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย    Migrant Union Network in Thailand (MUNT)    แรงงานข้ามชาติชาวพม่าในประเทศไทย ที่ประสบปัญหาการไม่ได้รับการปกป้องคุ้มครองสิทธิแรงงาน หรือการถูกละเมิดสิทธิทางร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สิน ส่วนใหญ่ได้รับการร้องเรียนจากกลุ่มคนที่เรียกตนเองว่าเป็น  “อาสาสมัคร”  หรือกลุ่ม  “เครือข่ายทางสังคมแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย” หรือ Migrant Union Network in Thailand (MUNT)                                                                   

ปัจจุบันมีแรงงานชาวพม่าทำงานจิตอาสาร่วมกันมากมายหลายร้อยกลุ่ม  อาทิ กลุ่มทางศาสนา วัฒนธรรม กลุ่มการศึกษาเรียนรู้ผู้ใหญ่ เรียนการสื่อสารภาษาไทย คอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษ   กลุ่มพหุวัฒนธรรม ภาษา และศาสนา หรือศูนย์ Dhamma School กลุ่มห้องสมุด กลุ่มปกป้องคุ้มครองสิทธิแรงงาน กลุ่มชาติพันธุ์มอญ พม่า  กระเหรี่ยง ไทยใหญ่ กูระข่า  กลุ่มบำเพ็ญกุศลผู้เสียชีวิต  เป็นต้น

นอกจากนั้นแล้ว  ยังมีกลุ่มทางสังคมใหม่ล่าสุด เพิ่งมีชาวพม่าก่อตั้งขึ้นมา ชื่อ กลุ่มอาสาสมัครเพื่อคุณภาพชีวิตชาวพม่า หรือ LPN Myanmar Live Volunteer Group (LMV) เริ่มมีการรวมตัวกันขึ้นมาเมื่อกลางปี ๒๕๕๙  กิจกรรมหลักๆ คือการมาพบปะมาพูดคุยสถานการณ์ปัญหาที่แรงงานเผชิญอยู่ หาข้อเสนอทางออกของปัญหาแก่หน่วยงานรัฐ และทางการพม่าไปพร้อมๆ  กัน  มีการนัดหมายการอบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายต่างๆ ที่จำเป็นต้องรู้  เช่น กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายคุ้มครองเด็ก กฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ กฎหมายในคดีอาญา แนวปฏิบัติการปกป้องคุ้มครองเด็ก จรรยาบรรณอาสาสมัคร บทบาทหน้าที่ที่ควรจะเป็น แนวปฏิบัติของอาสาสมัครที่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม  ปัจจุบัน กลุ่มอาสาสมัคร Myanmar Live Volunteer พัฒนาเป็นกลุ่ม MMT หรือ Myanmar Migrants Network to Promote Rights in Thailand

สุดท้ายคือ   การจัดทำ นิตยสาร  Myanmar Live  เป็นนิตยสารฉบับภาษาพม่า ฉบับแรกในประเทศไทย ตอบโจทย์การรับรู้เรียนรู้ และทำให้สามารถสื่อสารสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับกลุ่มประชากรข้ามชาติชาวพม่าได้จำนวนหลายแสนคน  วันนี้ครอบรอบหนึ่งปีของการดำเนินการ จัดพิมพ์เป็นรายปักษ์ทั้งหมด ๒๕ เล่มๆ  ละ ๕๐,๐๐๐ ฉบับ บริการแจกฟรีให้แรงงานชาวพม่าในชุมชนในสถานประกอบการจังหวัดสมุทรสาครนำร่อง และจังหวัดใกล้เคียง  กลุ่มอาสาสมัครส่วนหนึ่งจะเป็นจิตอาสาช่วยกระจายนิตยสารไปยังเพื่อนพี่น้องแรงงานข้ามชาติให้ได้มากที่สุด

แนวคิด หรือกำลังใจที่ได้จากการทำงานเพื่อส่งเสริมปกป้อง และคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

เริ่มจากมีความตั้งใจตั้งแต่แรกหลังจากจบการศึกษาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มุ่งมั่นที่จะทำงานด้านสังคม สิ่งแรกที่นึกถึงองค์กรด้านนี้คือ องค์กรพัฒนาเอกชน  หรือมูลนิธิต่างๆ  จึงทำงานเกี่ยวข้องด้านนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๓๖  เป็นต้นมากับมูลนิธิฯ อย่างน้อย ๒ แห่ง และองค์การระหว่างประเทศหนึ่งแห่ง มาเริ่มงานด้านแรงงานข้ามชาติตั้งแต่ปี  ๒๕๔๐   และมาก่อตั้งเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน  ปี ๒๕๔๗   จดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน ปี ๒๕๕๑ รวมชีวิตการทำงานด้านการพัฒนาสังคมมากว่า ๒๔  ปี 

แนวคิดการทำงานที่ตนเองคิดมาโดยตลอด คือการแปรจินตนาที่อยู่ในอากาศ ในห้วงคำนึ่งมาเปลี่ยนเป็นสิ่งที่จับต้องเป็นรูปธรรมให้ได้   การทำให้งานเป็นรูปธรรมจับต้องได้คือ  คิดแล้วลงมือทำ  ทำในสิ่งที่คิด  และพูดถอดบทเรียนรู้ในสิ่งที่ตนเองทำ    การลงมือทำต้องคิดให้เป็นยุทธศาสตร์ วางเป้าหมายชิงยุทธศาสตร์ กำหนดวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน บวกกับวิสัยทัศน์ส่วนตนที่มีความปรารถนาให้สังคมอยู่ด้วยกันได้บนความหลากหลายในเคารพบนพื้นฐานของความต้องการของมนุษย์ บนสิทธิเสรีภาพ และศักดิ์ศรีคามเป็นมนุษย์

สิ่งที่เป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจในการทำงาน  คือ แต่ละครั้งที่ทำงานแล้วเห็นผลสำเร็จของงาน เห็นผู้ประสบปัญหาได้คลี่คลายปัญหาให้ได้ เห็นผู้ถูกกระทำได้ลืมตาอ้าปาก ส่งเสียงได้ หายจากการเจ็บไข้ได้ป่วย ได้รับการเยียวยาฟื้นฟู ได้รับความเป็นธรรม ได้รับการปฏิบัติที่ดีตามกฎหมาย ได้รับการคุ้มครองสิทธิที่พึงได้รับตามกฎหมายไทยและต่างประเทศ ทำให้มีขวัญและกำลังใจดีขึ้น สามารถมีแรงกายแรงใจในการปฏิบัติงานต่อไป 

อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ  การทำงานเป็นทีม  ของผู้ร่วมงานในทุกระดับ การทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ต้องทำงานกันเป็นทีม  เมื่อทีมทำงานประสบความสำเร็จและมีการถอดบทเรียนรู้แลกเปลี่ยนกันนอกจากจะได้กำลังใจในการทำงานแล้ว ยังเห็นรูปแบบ นวัตกรรมใหม่ๆ  ในการแก้ไขปัญหาที่คนอื่นๆ  สามารถมาเรียนรู้ต่อยอดได้

แรงบันดาลใจสำคัญอีกเช่นกันคือ คณะกรรมการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงานที่เสริมสร้างแรงบันดาลใจมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ศ. สุริชัย หวันแก้ว ประธานกรรมการมูลนิธิฯ  ได้ให้โอกาส ข้อคิดมากมายในการทำงานเชื่อมกับองค์กรภาคประชาสังคม สถาบันวิชาการในเวทีระดับชาติ และภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง รวมถึง กัลยาณมิตรองค์กรพัฒนาเอกชน ดร. เสรี  ทองมาก ผู้อำนวยการมูลนิธิพัฒนรักษ์ ที่เป็นร่มให้เมื่อครั้งเริ่มก่อตั้งมูลนิธิฯ  ให้ข้อคิด กำลังใจเรื่อยมาเมื่อยามพบอุปสรรคและปัญหา

ขอขอบพระคุณ  ศ.ดร. สุภางค์ จันทวานิช ผู้เชื่อมโยงสร้างสรรค์งานวิชาการด้านแรงงานย้ายถิ่น สร้างเวทีการเรียนรู้รับรู้สู่สาธารณะ และอาจารย์ นักวิชาการด้นแรงงานที่มิได้กล่าวถึง

ขอขอบพระคุณกำลังใจคณาจารย์ทุกท่านในคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่เมตตา กรุณามาโดยตลอดที่ส่งผลให้สานสันติธรรม อุดมการณ์เพื่อการทำงานทางสังคม

สุดท้าย ที่ทำให้มีชีวิตอยู่ได้มีพลังอย่างน่าอัศจรรย์คือ ครอบครัว ภรรยาและลูกชาย ทั้งที่เป็นเพื่อนคู่คิด ทำงานร่วมอุดมการณ์เดียวกัน  ลูกชายปุยเมฆที่ทำให้แต่ละวันของการดำเนินชีวิตงานและส่วนตัว ทำงานได้อย่างมีชีวิตมีพลังใจทุกๆ วัน

 

ข้อมูลบุคคล

ชื่อ  - นามสกุล             นายสมพงค์     สระแก้ว  

ผู้ก่อตั้ง                      ผู้อำนวยการ มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน

ตำแหน่ง                    ผู้อำนวยการ มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน

สถานที่ทำงาน             มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน

(Labour Rights Promotion Network Foundation - LPN)     

 

รางวัลและประกาศเกียรติคุณที่เคยได้รับ

  • Certificate of Participation Awarded to LPN in Recognition of valued participation in a workshop on Awareness Raising Regarding Child Protection, February ๒๐๐๖. Supported by Save the Children, UNICEF, ECPAT
  • Certificate Awarded to LPN in Recognition of valued participation in a workshop on Awareness Raising Child Protection, February 2006. by Save the Children UK, UNICEF, ECPAT, ๒๐๐๘
  • รับรางวัล ฮีโร่  Hero Acting to End Modern ในการทำงานด้านการคุ้มครองสิทธิ และการป้องกัน ปราบปรามการค้ามนุษย์ ในกลุ่มแรงงานจาก United State Department of State ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นคนไทยคนแรก 1 ใน 13 คนทั่วโลกที่ได้รับรางวัลนี้

Hero Acting to End Modern – Day Slavery Award From USA 2008, TRAFFICKING PERSONS REPORT

  • รับประกาศเกียรติคุณ เป็นนักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น ประจำปี ๒๕๕๒ ประเภทนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพ จากมูลนิธิศาสตราจารย์ปกรณ์ อังศุสิงห์
  • รับเข็มเกียรติยศและโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ทำประโยชน์แก่สังคม จากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ โครงการ “ร่วมปัน แบ่งใจ สู่สายใยเด็กแสะสตรี” มูลนิธิ อมาตยกุล ปี ๒๕๕๕
  • รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เหรียญเงินดิเรกคุณาภรณ์ อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ในโอกาศพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๕
  • รับรางวัล ‘อโชก้า เฟลโล่’   จากมูลนิธิอโชก้า (ประเทศไทย) องค์กรที่สนับสนุนบุคคลที่ทำงานเพื่อสังคม ที่เป็นการยอมรับในระดับสากล ปี ๒๕๕๖
  • รับโล่เกียรติยศประเภทศิษย์เก่าดีเด่น ในโอกาสครบรอบ ๘๒ ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี ๒๕๕๙
  • รับโล่เกียรติคุณ เจ้าของผลงาน การส่งเสริมการศึกษาเพื่อเด็กและเยาวชนที่เป็นลูกหลานของแรงงานข้ามชาติ โครงการสมัชชาร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน ด้านสวัสดิการสังคมและการพัฒนาของประเทศไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ Ashoka ในวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
  • รางวัลบุคคลที่มีผลงานดีเด่นด้านการส่งเสริม ปกป้องและคุ้มครองสิทธิ ประเภทบุคคลรับรางวัลนักสิทธิมนุษยชนดีเด่น  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  ๒๕๖๐

 

Additional Information 
Make a Donation
Donations go directly towards supporting LPN projects

Financial contributions can be transferred to:
Account Name: Labour Rights Promotion Network
Bank Name: Krungthai Bank PCL 
Branch: Chamchuri Square 
Account Number: 162-0-09432-0
SWIFT Code: KRTHTHBK

Contact Us
Name of Organisation: Labour Rights Promotion Network Foundation
Founder / Executive Director: Mr. Sompong Srakaew
Address: 25/17-18 Mahachai Mueng Thong Village, Sahakorn Road, Samut Sakhon 74000 Thailand
Email: somponglpn@gmail.com

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน