• สมพงค์สระแก้ว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : somponglpn@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-09-08
  • จำนวนเรื่อง : 142
  • จำนวนผู้ชม : 60923
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
S. Srakaew
สิทธิขั้นพื้นฐาน การศึกษาของกลุ่มเปราะบาง เด็กข้ามชาติ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/SompongSrakaew
วันพุธ ที่ 16 พฤษภาคม 2561
Posted by สมพงค์สระแก้ว , ผู้อ่าน : 557 , 12:47:32 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ข้อเสนอเชิงนโยบายรัฐต่อรัฐในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และการแสวงประโยชน์ด้านแรงงาน

 

 7 พฤษภาคม 2561

มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN)

สถานการณ์ด้านแรงงานกัมพูชา ปัญหาการถูกแสวงประโยชน์ด้านแรงงาน และถูกเป็นแรงงานบังคับและค้ามนุษย์ในประเทศไทย โดยการทำงานของมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน หรือ LPN  ที่ผ่านในรอบ 2 ปีนี้ พบว่า แรงงานกัมพูชาที่เคลื่อนย้ายเข้ามาทำงานในกิจการต่าง ๆ ทั้งที่เข้ามาแบบถูกต้องผ่านระบบ MOU หรือไม่ถูกต้อง  ถูกละเมิดสิทธิแรงงาน ถูกกดขี่ และเป็นผู้เสียหายจากการถูกค้ามนุษย์  กรณีตัวอย่าง อาทิ  ในเรือประมงในน่านน้ำไทย  ในโรงงานทำน้ำแข็ง  และการใช้ชีวิตทั่วไป บางรายถูกละเมิดทางเพศ และถูกกระทำทารุณกรรม  การถูกหลอกลวงโดยกระบวนการนายหน้าทำเอกสาร  หรือถูกนำไปทำงานในสถานประกอบการที่ไม่ได้มีความยินยอมตั้งแต่แรก 

มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) ตั้งข้อสมมติฐานว่า  แม้ว่ารัฐบาลไทยมีนโยบายการจดทะเบียนแรงงาน การพิสูจน์สัญชาติ  การนำเข้าแรงงาน การเข้มงวดกวดขันแรงงานหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายและการตรวจสถานประกอบการโดยเฉพาะ ในเรือประมง สถานประกอบการแปรรูปสัตว์น้ำ และในกิจการอื่น ๆ แต่แรงงานข้ามชาติชาวกัมพูชาจำนวนไม่น้อยที่อาจถูกเอารัดเอาเปรียบด้านแรงงาน  ได้รับค่าจ้างงานที่ไม่เป็นธรรม ถูกแสวงหาประโยชน์มิชอบด้านแรงงาน  เพียงแต่เราอาจยังเข้าไม่ถึงเขา หรือพวกเขาเหล่านั้นไม่สามารถขอความช่วยเหลือผ่านกลไกของรัฐเท่าที่ควร และหรือองค์กรภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านแรงงาน

สถานการณ์ดังกล่าวจึงเป็นโจทย์สำคัญว่า  จะมีแนวนโยบายและปฏิบัติอย่างไรจะทำให้แรงงานข้ามชาติเข้าถึงกลไกการคุ้มครองสิทธิ ได้รับการปฏิบัติที่ดี  ได้รับความเป็นธรรม ส่งผลถึงการบริหารจัดการที่ดีในอนาคต

ในปี 2016- 2017 สถิติจำนวนแรงงานสัญชาติกัมพูชาที่ประสบปัญหาและได้รับการช่วยเหลือจากมูลนิธิ LPN ผ่านความร่วมมือ ประสานการทำงานกับภาครัฐบาลไทย รัฐบาลกัมพูชา และภาคีความร่วมมือองค์การระหว่างประเทศ มีดังนี้     เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์  83 ราย  แรงงานที่ประสบปัญหาค่าจ้างค่างแรง 24   ราย   แรงงานที่อุบัติเหตุจากการทำงาน 1 ราย  แรงงานที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ  9  ราย  แรงงานที่ประสบปัญหาสุขภาพ  18  ราย   เด็กกัมพูชาที่ถูกระทำความรุนแรงและเข้าไม่ถึงระบบการศึกษา  400  คน

ข้อท้าท้ายต่อการทำงานช่วยเหลือผู้ประสบปัญหา

1. การคุ้มครองผู้เสียหายและการดำเนินการให้ความช่วยเหลือที่ต่อเนื่อง การดูแลระหว่างรอการดำเนินคดีความ ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายและการเดินทางมาเพื่อสู้คดีความยังไม่กลไกที่เป็นรูปธรรม

2. การส่งข้อมูลผ่านช่องทางในการร้องเรียนและขอความช่วยเหลือเมื่อแรงงานชาวกัมพูชาประสบปัญหา และความรู้ด้านกฎหมายที่ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน

3. ขาดศูนย์ให้ความช่วยเหลือและเยียวยาแรงงานที่ประสบปัญหาอื่นๆ เช่น เลิกจ้างไม่เป็นธรรม อุบัติเหตุจากการทำงาน ถูกล่วงละเมิดทางเพศ และอุบัติเหตุจากการทำงาน

4. ขาดการติดตามดูแลและส่งต่ออย่างมีประสิทธิภาพทั้งต้นทางและปลายทาง

5. ขาดการส่งต่อข้อมูลที่ต่อเนื่องระหว่างรัฐ และภาคประชาสังคมทั้ง ประเทศต้นทางและปลายทาง

6. ขาดการประสานงานและทำงานอย่างมีส่วนร่วมระหว่างรัฐและองค์ภาคประชาสังคม

7. ขาดงบประมาณการช่วยเหลือฉุกเฉินในกรณีเกิดเหตุต่าง ๆ

ข้อเสนอเพื่อการผลักดันในเชิงนโยบายต่อรัฐบาลไทย และรัฐบาลกัมพูชา

  1. สร้างระบบการเข้าถึงข้อมูล ด้านกฎหมาย และการแจ้งเหตุเพื่อขอความช่วยเหลือกับแรงงานกัมพูชา ทั้งในประเทศต้นทางและปลายทาง
  2. เครือข่ายการทำงานทั้งภาครัฐและภาคประชาสังคม รวมทั้งเครือข่ายแรงงาน เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการให้ความช่วยเหลือแรงงานที่ประสบปัญหา
  3. สร้างระบบกลไกการส่งต่อ แรงงานข้ามชาติที่ประสบปัญหาที่ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ การส่งกลับคืนสู่สังคมและป้องการการกลับมาเป็นเหยื่อซ้ำ  โดยการมีระบบข้อมูลของแรงงานที่เป็นเหยื่อ เพื่อการส่งต่อและดูแลอย่างต่อเนื่อง  การบันทึกข้อมูล online  รวมทั้งมีข้อมูลนายหน้าและบริษัทจัดหางานที่มีผิดพฤติกรรมที่ไม่รับผิดชอบต่อแรงงาน  ในระบบ MOU
  4. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของแรงงานโดยสนับสนุนให้มีเครือข่ายแรงงานไทยและแรงงานต่างชาติ เช่น TMFG กลุ่มสภาพลูกเรือประมงไทยและต่างชาติ
  5.  ส่งเสริมเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันกับองค์กรภาคเอกชน NGO ในการดำเนินการด้านคดีความ การฟื้นฟูเยียวยา และการติดตามเมื่อส่งผู้ประสบปัญหากลับคืนสู่สังคม
  6. การทำงานร่วมกับภาคธุรกิจ/ ความยั่งยืนของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
  7. รัฐมีส่วนร่วมส่งเสริมให้ภาคธุรกิจผลิตและการทำธุรกิจที่ปลอดจากการใช้แรงงานบังคับ แรงงานเด็ก และไม่มีการค้ามนุษย์
  8. การทำงานร่วมกันทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบสายพานการผลิตที่ปลอดจากการค้ามนุษย์

บทเรียนรู้และข้อท้าทายสำหรับคนทำงานด้านปกป้องคุ้มครองสิทธิ และการยกระดับการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ ในประเทศไทย

1)      คนทำงานต้องมีกรอบแนวคิด ความเข้าใจด้านสิทธิมนุษยชน กฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในปัจจุบัน

2)      คนทำงานต้องรู้เท่าทันยุทธวิธี เทคนิควิธีการ และรูปแบบการละเมิดสิทธิของกระบวนการค้ามนุษย์ในหลากหลายรูปแบบ

3)      คนทำงานต้องต่อสู้กับมายาคติ อคติ ทัศนะเชิงลบของคนในสังคมต่อคนข้ามชาติ แรงงานข้ามชาติ ประชากรข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชาวพม่า ลาว และกัมพูชาที่ตกเป็นผู้เสียหายจากการถูกค้ามนุษย์จากการถูกค้ามนุษย์ 

4)      คนทำงานต้องทำงานบนความขัดแย้ง อาจขัดผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในกระบวนการ และต้องต่อสู้กับอำนาจแฝงของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และการเชื่อมโยงเครือข่ายกับผู้มีอิทธิพล 

5)      คนทำงานต้องมีปรัชญาการทำงานอย่างมีอุดมการณ์ และมีจิตสำนึกทางสังคม มีจิตใจที่เข้มแข็งเพียงพอ ทำงานด้วยความเสียสละและมุ่งมั่นอย่างมีทิศทาง

6)      คนทำงานต้องทำงานกับภาคีที่เกี่ยวข้องหลากหลาย เราจะประสานการทำงานเพื่อให้ผู้ถูกละเมิด ให้ผู้เสียหายจากการถูกค้ามนุษย์ให้ได้รับการคุ้มครองมากที่สุด

7)      คนทำงานต้องชัดเจนกับข้อมูลที่ทันสมัยและเชื่อมั่นในข้อมูลของภาคี ต้องวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างลึกซึ้ง คิดงานต่อได้อย่างมียุทธศาสตร์ 

8)      คนทำงานต้องคลี่ปมปัญหาที่สลับซับซ้อน บางเรื่องเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ในขณะเดียวกันที่นานาชาติเฝ้ามองดู จะทำอย่างไร และโต้แย้งข้อมูลอย่างมีความหมาย

9)      คนทำงานต้องกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ทำงานอย่างมีหลักการ และตัดคำว่าพวกพ้อง เพื่อนฝูงที่ชักจูงไปในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

10)  คนทำงานเชิงปฏิบัติการการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จะเห็นขั้นตอนตั้งแต่แรก คือ บุคคลแรก เป็นบุคคลที่สำคัญที่สุดในกระบวนการช่วยเหลือด้านคดีความ หรือในขั้นตอนต่อ ๆ ไป 

11)  คนทำงานอย่าพึงเชื่อข้อมูลมือ 2 ที่ได้รับมา ต้องแสวงหาข้อมูลแวดล้อม หาพยานหลักฐานที่เชื่อมั่นว่า สถานที่ใดที่หนึ่งคือ สถานที่บังคับค้ามนุษย์ และอย่าพึงเชื่อที่ครั้งแรกที่ได้รับข้อมูล เพราะมีหลายกรณีที่พบ ผู้แจ้งให้ข้อมูลมาด้วยเหตุผลซ้อนเร้นบางอย่าง

12)  การต่อสู้กับสิ่งที่มองไม่เห็นเป็นเรื่องที่ยาก ท้าทายต่อการทำงาน แต่การทำงานเป็นเครือข่ายความร่วมมือ หรือการพัฒนาความร่วมมือทำงานร่วมกันด้วยหัวใจที่เป็นธรรม ยึดหลักมนุษยธรรมเป็นเบื้องแรก และใช้กลไกรัฐที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายให้อย่างมีประสิทธิภาพ 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน