• สมพงค์สระแก้ว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : somponglpn@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-09-08
  • จำนวนเรื่อง : 147
  • จำนวนผู้ชม : 73799
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
S. Srakaew
สิทธิขั้นพื้นฐาน การศึกษาของกลุ่มเปราะบาง เด็กข้ามชาติ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/SompongSrakaew
วันเสาร์ ที่ 26 พฤษภาคม 2561
Posted by สมพงค์สระแก้ว , ผู้อ่าน : 1384 , 14:27:44 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สันติธาตุ โหวตเรื่องนี้

 

เครือข่ายต่อต้านการค้ามนุษย์เชิงปฏิบัติการพื้นที่ ร่วมจัดงานการสัมมนา

การต่อต้านการค้ามนุษย์กับการปฏิรูปประเทศไทย :

มิติการช่วยเหลือเยียวยากลุ่มเปราะบางทางสังคมในประชาคมอาเซียน

ตอน “จากผู้ถูกช่วยเหลือ พัฒนาเป็น ผู้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

วันพุธที่ 30 พฤษภาคม 2561 

ณ ห้องประชุมชั้น 8 ห้อง 801 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา (อาคารจามจุรี 10)

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

หลักการและเหตุผล

ประเทศไทยเป็นประเทศต้นทาง ปลายทาง และทางผ่านสำหรับการค้าผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กเพื่อการบังคับใช้แรงงานและการบังคับค้าประเวณี ในประชากรไทยจำนวนประมาณ 66 ล้านคน  และยังมีกลุ่มประชากรเคลื่อนย้ายมาเป็นแรงงานข้ามชาติ มีเด็กและผู้ติดตามประมาณการจำนวนอีกราว 4-5 ล้านคนในประเทศไทย ด้วยปัจจัยผลัก และปัจจัยดึงดูด  พวกเขาเหล่านั้นจึงตกเป็นกลุ่มเปราะบางพิเศษ ส่งผลให้การเคลื่อนย้ายดังกล่าวมีจำนวนไม่น้อยที่ถูกชักจูง ล่อลวง บังคับ ขู่เข็ญ ส่งต่อ รับไว้เพื่อการแสวงประโยชน์อันมิชอบ มีการบังคับใช้แรงงาน บังคับค้าประเวณี  ที่ผ่านมาจึงปรากฏว่ามีการแสวงประโยชน์ด้านแรงงานในอุตสาหกรรมการประมง และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อุตสาหกรรมสัตว์ปีก  ภาคการเกษตร งานก่อสร้าง งานบริการ และงานรับใช้ในบ้าน หรือถูกบังคับให้ขอทานตามถนน เป็นต้น  

ส่วนการแสวงประโยชน์ทางเพศเชิงพาณิชย์ในประเทศไทยที่มีอยู่อย่างกว้างขวางนั้นเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดการบังคับค้าประเวณี ผู้หญิง ผู้ชาย เด็กชาย และเด็กหญิงจากประเทศไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า ฟิลิปปินส์  ศรีลังกา รัสเซีย อุซเบกิสถาน และประเทศในทวีปแอฟริกา  ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์เพื่อการบังคับใช้แรงงาน และการบังคับค้าประเวณีในประเทศไทย องค์การนอกภาครัฐภายในประเทศแห่งหนึ่งรายงานว่ามีเหยื่อถูกบังคับค้าประเวณีเพศชายจากทวีปแอฟริกาในประเทศไทยจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งรวมถึงเหยื่อบางรายที่มีการรายงานว่าถูกแสวงประโยชน์จากองค์กรอาชญากรรมต่างชาติ   นอกจากนี้ประเทศไทยยังเป็นประเทศทางผ่านของเหยื่อการค้ามนุษย์จากจีน เกาหลีเหนือ เวียดนาม บังคลาเทศ อินเดีย และพม่า ผู้ซึ่งตกเป็นเหยื่อการค้าประเวณีหรือการถูกบังคับใช้แรงงานในประเทศอื่น เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ รัสเซีย เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และประเทศในยุโรปตะวันตก[1]

ในอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญคือ สถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชน ปัญหาการค้ามนุษย์ในเรือประมงไทย ซึ่งมีแรงงานทั้งที่เป็นชาวไทย เมียนมา กัมพูชา และชาวลาว ยังคงเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากยังพบว่า แรงงานข้ามชาติจำนวนมากในเรือประมงยังไม่สามารถเข้าถึงกลไกการให้การช่วยเหลือ ปกป้องคุ้มครองสิทธิ และเยียวยาเหยื่อการค้ามนุษย์ได้อย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ

สำหรับการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ยังมีกรอบและกระบวนการทำงานอาเซียน ประกอบกับมุมมองการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ในภูมิภาคมุ่งเน้นการทำงานด้านกฎหมาย และการให้สัตยาบันข้อตกลง มีกลไกดังนี้

กลไกในกรอบอาเซียนเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่ไทยเป็นภาคี ได้แก่ ASEAN Declaration Against Trafficking in Persons Particularly Women and Children ปี 2547 ซึ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมาย การคัดแยกเหยื่อออกจากผู้กระทำผิด และการกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงแก่ผู้กระทำผิดฐานค้ามนุษย์ และสนธิสัญญาว่าด้วยความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในเรื่องทางอาญาของภูมิภาคอาเซียน (The Treaty on Mutual Legal Assistance in Criminal Matters among Like-Minded ASEAN Member Countries) ไทยได้ให้สัตยาบันสนธิสัญญาฯ เมื่อ 31 มกราคม 2556 ซึ่งจะทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพความร่วมมือในการดำเนินคดีค้ามนุษย์ในอาเซียนได้อีกทางหนึ่ง

กลไกหลักในกรอบอาเซียนที่กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาจัดทำ ได้แก่ Regional Plan of Action to Combat Trafficking in Persons ซึ่งไทยและสิงคโปร์ได้เริ่มผลักดันในการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านอาชญากรรมข้ามชาติ (SOMTC) ครั้งที่ 12 ในเดือนกันยายน 2555 ที่กรุงเทพฯ ให้สอดคล้องและสะท้อนความพยายามระดับภูมิภาคเพื่อสนับสนุนแผนระดับโลก UN  Global Plan of Action to Combat Trafficking in Persons และการจัดทำอนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยการค้ามนุษย์ (ASEAN Convention on Trafficking in Persons) ซึ่งในระหว่างการประชุม AMMTC เมื่อเดือนกันยายน 2556 ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาปรับแก้ร่างเอกสารทั้งสองฉบับ ทั้งนี้โดยเป็นการเสริมความร่วมมือที่มีอยู่ในกรอบ Coordinated Mekong Ministerial Initiative against Trafficking (COMMIT)[2]

อย่างไรก็ตามจากกลไกการทำงานในกรอบอาเซียน ยังไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม และผู้ประสบปัญหามีส่วนร่วม รวมถึงกระบวนการเยียวยาทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม กระบวนการที่จะฟื้นฟู การป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญที่ให้ความช่วยเหลือโดยตรงต่อเหยื่อการค้ามนุษย์เป็นผู้ถอดบทเรียน และให้ข้อเสนอ ข้อท้าทายต่างๆ ที่ดี เพื่อให้การแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต

ดังนั้น  หัวใจสำคัญ และเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาข้างต้นอย่างมีความหมาย และทำงานอย่างเข้าถึงและเข้าใจปัญหาที่ถ่องแท้คือการมีส่วนร่วมขององค์กรเครือข่ายภาคประชาสังคม และการพัฒนาศักยภาพของผู้ประสบปัญหา ผู้ตกเป็นผู้เสียหายจากการถูกค้ามนุษย์ หรือถูกละเมิดสิทธิในทุกรูปแบบผ่านการบำบัดเยียวยา ฟื้นฟู ให้ได้รับการคุ้มครองสิทธิที่พึงได้รับตามกฎหมาย มาเป็นผู้ให้การช่วยเหลือปกป้องแก่คนรุ่นหลังที่ประสบปัญหา มีการรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายทางสังคมในระดับพื้นที่ปฏิบัติงาน และนำกรณีศึกษาไปสู่การรณรงค์เชิงนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหา

ในการสัมมนาในครั้งนี้จึงได้เพิ่มเติมเน้นย้ำ  “การช่วยเหลือเยียวยากลุ่มเปราะบางทางสังคมในประชาคมอาเซียน ตอน “จากผู้ถูกช่วยเหลือ พัฒนาเป็น ผู้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์” 

หัวใจสำคัญที่วันนี้ต้องหยิบยกมาหารือเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหา อีกทั้งที่ผ่านมา เรายังพบว่าในหลายๆ กรณีผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือไปแล้ว ต้องกลับมาเป็นเหยื่อซ้ำ หรือพัฒนาเข้าไปสู่การเป็นนักค้ามนุษย์   ในขณะเดียวกัน การทำงานที่เกาะติดกับปัญหา และยกระดับการทำงาน รวมถึงยกระดับผู้ประสบปัญหาเป็นผู้ช่วยเหลือมนุษย์ เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มีคุณค่าและมีความหมายต่อการคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์คืนต่อผู้เสียหายจากการถูกค้ามนุษย์  ทั้งในกลุ่มผู้เสียหายเอง  กลุ่มเด็ก กลุ่มผู้หญิง กลุ่มแรงงานข้ามชาติ ทั้งชาวไทย  เมียนมา  กัมพูชา และลาว  และกลุ่มเปราะบางอื่น ๆ ในสังคม   

ดังนั้นข้อหารือประเด็นในการสัมมนาในครั้งนี้จึงต้องการให้มีการกล่าวถึง ประเด็น การต่อต้านการค้ามนุษย์กับการปฏิรูปประเทศไทย: มิติการช่วยเหลือเยียวยากลุ่มเปราะบางทางสังคมในประชาคมอาเซียน  ตอน “จากผู้ถูกช่วยเหลือ พัฒนาเป็นผู้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์”

 

“เราอยากเห็นการเติบโตและการพัฒนาเด็กใน ประชาคมอาเซียน”

“เราอยากเห็นการอยู่ร่วมและเคารพเกียรติของพลังผู้หญิงในประชาคมอาเซียน”

“เราอยากเห็นแรงงานข้ามชาติที่มีคุณภาพ และอยู่ร่วมกันอย่างสันติในประชาคมอาเซียน”

จากเหยื่อ ผู้ถูกกระทำ พัฒนาการเยียวยา สร้างพื้นที่ และคุณค่า ให้กลายเป็นผู้ช่วยเหลือมนุษย์

ที่ช่วยเหลือเพื่อนร่วมชะตากรรม 

          การสัมมนาในครั้งนี้ จึงมีความหมายสำหรับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรภาคประชาสังคม สถาบันวิชาการ กลุ่มองค์กรในชุมชน กลุ่มเครือข่ายทางสังคมแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย องค์การระหว่างประเทศ องค์การในสหประชาชาติ  สื่อสารมวลชน ที่มีความสนใจและเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศไทย การมองไปข้างหน้าร่วมกันและพัฒนา “ทุนมนุษย์” ให้มีคุณค่าพร้อมมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศไทยและกลุ่มประเทศอาเซียนไปพร้อมกัน

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อนำเสนอสถานการณ์ปัญหาเชิงลึก การระดมความคิดเห็นต่าง ๆ ในการนำไปสู่การพัฒนากลไก ความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ทุกระดับ และทบทวนกระบวนการเยียวยาผู้ประสบปัญหา ถูกละเมิดสิทธิในชีวิตและร่างกาย จิตใจ และผู้เสียหายจากการถูกค้ามนุษย์ในระดับครอบครัว ชุมชน และสังคม อย่างเป็นรูปธรรม
  2. เพื่อให้เกิดการปรับปรุงภายในกลไกการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในระดับภูมิภาค และระดับอาเซียน
  3. เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอแนะ ข้อท้าทาย ต่อการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ระดับอาเซียน การถอดบทเรียน การทำงาน เพื่อเตรียมแก้ไขปัญหาในฐานะประธานอาเซียนของประเทศไทย 

กลุ่มเป้าหมาย  จำนวน 200 คน  ประกอบไปด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ, หน่วยงานภาคประชาสังคม, องค์กรเอกชน, นักวิชาการ, สื่อสารมวลชน ตัวแทนผู้ประสบปัญหา ตัวแทนแรงงานข้ามชาติ และบุคคลทั่วไปที่สนใจ

รูปแบบการดำเนินการ

          บรรยาย อภิปราย  สัมมนาห้องย่อยในประเด็นด้านแรงงาน  ผู้หญิง  และเด็ก 

และนิทรรศการภาพถ่าย “FROM VICTIM TO HERO”

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1. เกิดความคิดเห็นที่หลากหลาย และมองเห็นกลไกความร่วมมือด้านการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ และกระบวนการเยียวยาเหยื่อผู้ประสบปัญหา ในระดับครอบครัว ชุมชน และสังคม อย่างเป็นรูปธรรม

2. เกิดการปรับปรุงภายในกลไกการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในระดับภูมิภาค และระดับอาเซียน

3. ข้อเสนอแนะ ข้อท้าทาย ต่อการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ระดับอาเซียน การถอดบทเรียน การทำงานเพื่อเตรียมแก้ไขปัญหาในฐานะประธานอาเซียนของประเทศไทย 

สถานที่

ห้องประชุมชั้น 8 ห้อง 801 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา (อาคารจามจุรี 10)

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ระยะเวลา    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561   เวลา 08.30-16.30 น.

จัดโดย  

เครือข่ายปฏิบัติการต่อต้านการค้ามนุษย์ ANTI-HUMAN TRAFFICKING NETWORK (ATN), มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN), กลุ่มเครือข่ายสหภาพลูกเรือประมงไทยและข้ามชาติ (TMFG),  ศูนย์สันติภาพและความขัดแย้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มูลนิธิพิทักษ์สตรี, มูลนิธิเพื่อนหญิง, เครือข่ายเพื่อความโปร่งใสในการประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง (MAST) และเครือข่ายคุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาในประเทศไทย (MMT)  

  

 

กำหนดการ

การต่อต้านการค้ามนุษย์กับการปฏิรูปประเทศไทย :

มิติการช่วยเหลือเยียวยากลุ่มเปราะบางทางสังคมในประชาคมอาเซียน

ตอน “จากผู้ถูกช่วยเหลือ พัฒนาเป็น ผู้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

วันพุธที่ 30 พฤษภาคม 2561 

ณ ห้องประชุมชั้น 8 ห้อง 801 อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา (อาคารจามจุรี 10)

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

เวลา

08.00 – 09.00  น.                       ลงทะเบียน

09.00 – 09.30  น.                       กล่าวต้อนรับ      

โดย  ศ.ดร. สุริชัย   หวันแก้ว

                                                    ประธานกรรมการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN)

09.30 – 10.00  น.                       กล่าวเปิดงาน      

โดย  รัฐมนตรีกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์*

10.00 – 12.30  น.                       การเสวนา

หัวข้อ “รูปธรรมและปฏิบัติการในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์การช่วยเหลือคุ้มครอง การฟื้นฟูเยียวยา ข้อท้าทาย และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญ”

โดย   ผู้แทนจาก

  • คณะทำงานต่อต้านการค้ามนุษย์ในประเทศไทย (TATIP) 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  

  • กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
  • กระทรวงแรงงาน
  • UN - ACT
  • มูลนิธิพิทักษ์สตรี
  • TMFG
  • MAST
  • Human Right Watch

ดำเนินรายการโดย  คุณฐปณีย์ เอียดศรีไชย

     ผู้ประกาศข่าวภาคสนาม รายการข่าว 3 มิติ

12.30 – 13.30  น.                       รับประทานอาหารกลางวัน 

 

13.30 – 15.00 น.                        เสวนากลุ่มย่อย  ในหัวข้อ

 “จากผู้เสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิ ถูกค้ามนุษย์” สู่ผู้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ มิติแห่งการเยียวยาทางสังคม  ข้อเสนอและข้อท้าทายในการดูแลคุ้มครองกลุ่มเปราะบางในประชาคมอาเซียน 

  • มิติด้านแรงงาน 

ผู้ร่วมเสวนา:

-          กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)

-          สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จังหวัดปทุมธานี

-          Mr. TUN LIN  

ตัวแทนกลุ่มเครือข่ายสหภาพลูกเรือประมงไทยและข้ามชาติ (TMFG)

-          ตัวแทนมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ-HomeNet Thailand

-          MR.WIN ZA TUN

ตัวแทนเครือข่ายคุ้มครองสิทธิแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาในประเทศไทย (MMT) 

-          ตัวแทนเครือข่ายเพื่อสิทธิแรงงานข้ามชาติ(MWRN) 

-          คุณอดิศร เกิดมงคล

ผู้แทนเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG)

-          คุณอภิญญา ทาจิตต์

ศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทางทะเล (Stella Maris)

-          ตัวแทนมูลนิธิสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRDF)

ดำเนินรายการโดย:  ดร.รัชดา ไชยคุปต์

    สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  • มิติด้านผู้หญิง

ผู้ร่วมเสวนา:  

-          มูลนิธิพิทักษ์สตรี

-          มูลนิธิเพื่อนหญิง

-          มูลนิธิผู้หญิง

-          ผู้แทนจากกลุ่มหญิงสู้ชีวิต

-          สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

(บ้านเกร็ดตระการ) จังหวัดนนทบุรี

-          ตัวแทนจากบ้านพักเด็กและครอบครัวที่ดูแลผู้ประสบปัญหาที่ต่างศาสนา และต่างเชื้อชาติ (โรฮิงญา)

-          คุณอวยพร  เขื่อนแก้ว ผู้ก่อตั้งศูนย์อบรมโครงการผู้หญิงเพื่อสันติภาพ และยุติธรรมโดยใช้แนวทางสันติธรรม

ดำเนินรายการโดย: คุณหทัยรัตน์ พหลทัพ

   ผู้สื่อข่าวอาวุโส สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส

 

  • มิติด้านเด็ก

ผู้ร่วมเสวนา:  

-          คุณทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก 

-          คุณกรรจร เจียมรัมย์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิพันธกิจเด็กและชุมชน (บ้านนานา)

-          คุณสมภพ จันทรากา ศูนย์พัฒนาการศึกษาเพื่อลูกหญิงและชุมชน

-          คุณศุภกร  โนจา ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์และเด็กถูกล่วงละเมิด

-          มูลนิธิกระจกเงา

-          คุณทองพูล บัวศรี  ผู้จัดการโครงการ มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก

-          ศูนย์ต้นน้ำเพื่อการเรียนรู้ครอบครัว และชุมชน*

-          กรมกิจการเด็กและเยาวชน

-          บ้านพักเด็กและครอบครัว

ดำเนินรายการโดย: คุณปฏิมา ตั้งปรัชญากูล 

   มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน  (LPN)

 

15.00 – 15.15  น.                       รับประทานอาหารว่าง

15.15 – 16.00  น.                       บทเรียน  ข้อเสนอแนะ  และข้อท้าทาย 

16.00 – 16.30  น.                       สรุป และปิดการเสวนา

*กำหนดการสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

 

ลงทะเบียนหน้างาน หรือแจ้งที่ คุณปิงปอง 085 765 1025 

Email: somponglpn@gmail.com, saranyamailto@gmail.com

 

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน