• สายน้ำที่ไหลเย็น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : micky__BUU@Live.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-29
  • จำนวนเรื่อง : 13
  • จำนวนผู้ชม : 22708
  • ส่ง msg :
  • โหวต 6 คน
Power of the world
มุมหนึ่งของชีวิตในสังคมที่ถูกมองข้าม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Somtong
วันพฤหัสบดี ที่ 20 พฤศจิกายน 2551
Posted by สายน้ำที่ไหลเย็น , ผู้อ่าน : 1149 , 15:56:06 น.  
หมวด : ส่งการบ้านครู

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                                           

          เรื่องย่อ

         เรื่องนี้พูดถึงหญิงสาวที่อายุ  16 ปี ที่ชื่อว่า จูโน ซึ่ง จูโน มีเพื่อนสนิทเพศเดียวกัน มีชื่อว่า ลีอาห์ และเธอมีแฟนหนุ่มที่มีชื่อว่า บลีกเกอร์  ซึ่งทั้งสามคนเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน  แฟนหนุ่มเป็นนักกีฬาวิ่ง แต่มีนิสัยเรื่อยๆ เฉยๆ ไปวันๆ  ลีอาร์  จะมีนิสัยร่าเริงสนุกสนานเข้ากับจูโนได้ดี  ส่วนจูโนนั้นเป็นเด็กที่มีความมั่นใจในตนเองสูง  กล้าคิดกล้าทำ  วันหนึ่งจูโน  ได้มีเพศสัมพันธ์กับแฟนหนุ่ม  พอเวลาผ่านไปจูโนก็ตั้งท้อง แล้วก็พยายามหาหนทางแก้ ทางแรกที่จูโนคิดนั้นคือการทำแท้ง ในวันถัดมาจูโนก็ได้ไปที่สถานที่ที่รับทำแท้ง จูโนกลับเปลี่ยนใจ  แล้วไปปรึกษาลีอาร์  จนในที่สุดจูโนก็ได้ความคิดใหม่ที่เป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับเขา นั้นคือ การเหลือบไปเห็นโฆษณาในนิตยสาร ที่ลงไว้แค่ 2 อาทิตย์ ว่าอยากมีลูกบุญธรรม  และแล้ว จูโนก็ตัดสินใจไปสารภาพกับพ่อของเธอและแม่เลื้ยงว่าเขาท้อง  พ่อก็พาจูโนไปพบครอบครัววาเนสซ่าซึ่งพวกเขาก็ดีใจมากที่จะได้มีลูก เวลาผ่านไปแฟนของวาเนสซ่าก็ไม่พร้อมที่จะมีลูก เขายังอยากที่จะทำงานที่เขารักอยู่  เขาก็เลยตัดสินใจออกจากบ้านนี้ไป  และทิ้งให้วาเนสซ่าอยู่ตามลำพัง  นับวันท้องของจูโนก็มีขนาดใหญ่ขึ้น จนในที่สุดจูโนก็คลอดและในขณะที่ทำคลอดนั้นแม่เลี้ยงก็อยู่ให้กำลังใจด้วย และหลังจากทำคลอดเสร็จจูโนก็ให้เด็กแก่วาเนสซ่า เพราะเธอไม่เหมาะที่จะดูแลเลี้ยงเด็กได้ เนื่องจากยังไม่พร้อมในทุกๆ ด้าน ขณะเดียวกันจูโนกับบลีกเกอร์ก็กลับมาคบกันอีก โดยที่เขาทั้งสองจะไม่ประพฤติในสิ่งที่ไม่สมควรกระทำในขณะอายุยังน้อย

            ท่านได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการชม Juno ?

     สิ่งแรกเลยนั้นคือ  การที่ได้เห็นวัฒนธรรมของต่างประเทศ  ที่เรียกได้ว่าแตกต่างกับประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง นั้นคือ การให้โอกาสคนที่ตั้งท้องได้ไปเรียน สิ่งที่สอง คือ  การมีเพศสัมพันธ์นั้นถ้ายังไม่ถึงเวลาและยังไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบละก็ เราก็ไม่ควรทำ ดั่งสุภาษิตที่ว่า  อดเปรี้ยวไว้กินหวานจะดีกว่า

            ครอบครัวควรประกอบด้วย ?

       ความรักความอบอุ่น  การเข้าใจ  และสามารถที่จะให้คำปรึกษาได้ทุกเมื่อ ใครหลายคนอาจจะคิดว่าแม่เลี้ยงเข้ากับครอบครัวไม่ได้ แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ทำให้เราเห็นว่า การที่พ่อมีแม่ใหม่ให้กับเรานั้นไม่ได้ไม่ดีเสมอไป หรือไม่ถูกกับลูกที่ติดมากับพ่อเสมอไป แต่ในทางกลับกันยังแสดงให้เห็นถึงความรักที่ถึงแม้จะไม่ใช่ลูกในสายเลือดก็ตาม  แต่กลับเป็นความรักที่น่าอิจฉาเลยก็ว่าได้  ทั้งสองทั้งแม่เลี้ยงและจูโนต่างก็ให้การเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน  ครอบครัวนี้จึงอยู่อย่างเหมือนกับมีสายใยแห่งความรักไว้ป้องกันภัยร้ายแรงต่างๆ จึงไม่แปลกเลยว่าครอบครัวนี้สามารถแก้ปัญหาได้โดยไม่มีใครต้องสูญเสีย

           หากท่านเป็น Juno ท่านจะทำอะไร ?

      ก็ปฏิบัติเช่นเดียวกับจูโน  คือตัดสินใจบอกครอบครัว แล้วหาหนทางแก้ที่ไม่ต้องทำแท้ง โดยการหาคนที่พร้อมที่จะเข้ามารับผิดชอบในสิ่งที่ จูโนยังไม่พร้อม

           หากท่านเป็น  บลีกเกอร์ แฟน Juno  ท่านจะทำอย่างไร ?

      คอยให้กำลังใจ และคอยอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลาที่น่าจะทำได้  และจะไม่ปล่อยให้จูโนต้องเผชิญปัญหาแต่เพียงผู้เดียว  เราถือว่าการที่เราตัดสินใจทำอะไรไปแล้วจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ได้เลือกทำในสิ่งนั้น ถ้าทำเช่นนั้น มันก็ไม่ต่างอะไรกับ........ละไว้ในฐานที่เข้าใจ

           หากท่านเป็น ลีอาร์ เพื่อนสนิทของ Juno  ท่านจะทำอย่างไร ?

      จริงอยู่มีใครบ้างอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้กันเล่า  ก็ไม่มี  แต่ถ้าให้ย้อนกลับไปในครั้งแรก ก็จะไม่ทำตัวแบบที่เป็นอยู่อีก เพราะนั้นอาจเป็นสิ่งที่ทำให้ใครหลายคนทางบ้านต้องเสียใจกับการกระทำที่น่าอาย   ดังนั้นการเป็นเพื่อนนั้นสำคัญ  ไม่ใช่เป็นแค่เพื่อนเรียนแต่อย่างเดียวแต่เพื่อนยังมีทั้งให้คำปรึกษาและคอยให้กำลังใจ  แต่มิใช่คอยส่งเสริมให้เพื่อนไปทำในสิ่งที่ไม่ดี  ถ้าให้เป็น ลีอาร์ก็จะคอยอยู่ใกล้ชิด ชวนไปออกกำลังกาย และหาอาหารเสริมมาให้  Juno ทาน

          หากท่านเป็นคนหนึ่งในครอบครัวของ Juno  ท่านจะทำอะไร ?

      ถ้าเป็นพี่น้องกัน :  พูดคุยให้ Juno ผ่อนคลาย และให้ Juno มีความสุขตลอดเวลา โดยการพา Juno ไปเที่ยว เช่นทะเล หรือไม่ก็นั่งเล่นกีตาร์ในห้องนั่งเล่นอันแสนอบอุ่น 

       ถ้าเป็นญาติผู้ใหญ่ : ก็จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับชีวิตในวัยเรียน ว่าเราควรทำหรือไม่ควรทำอะไรบ้าง แต่จะพูดคุย แบบเพื่อน Juno จะได้ไม่เกิดอาการเกร็ง 

       ท่านคิดเห็นอย่างไรกับครอบครัวบุญธรรม ?

    ก็เห็นด้วยกับการที่จะมีจิตที่จะรับเลี้ยงเด็ก ถึงขนาดลงในนิตยสาร แสดงว่าครอบครัวนี้พร้อมที่จะรับเด็กน้อยมาเลี้ยง ก็ดูจากการเตรียมห้องนอน แม้กระทั้งการเลือกสีทาห้องนอนให้กับเจ้าเด็กน้อย กระทั้งซื้อของเครื่องใช้ของเด็กมาเตรียมไว้ก่อนหลายอาทิตย์  แต่สุดท้ายที่แฟนหนุ่มขอตีจากวาเนสซ่า เธอก็ยังมีใจที่เลี้ยงเด็กแต่เพียงผู้เดียว และพร้อมที่จะให้ความอบอุ่นได้ถึงแม้ไม่มีแฟนของเขาอยู่ด้วย

       คำถาม ?

      คุณคิดอย่างไรกับวัฒนธรรมต่างประเทศ และมีความแตกต่างกับวัฒธรรมของประเทศไทยอย่างไร 

   




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
หิ่งห้อยในแสงจันทร์ วันที่ : 27/11/2008 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jina

วัฒนะรรมแต่ละวัฒนธรรมมันเหมาะกับสภาพสังคมที่แตกต่างกัน อย่างไทยเรามันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เรายังไม่รู้ว่าสู้รบอยู่กะใครเลย จะให้เปลี่ยนง่ายๆ คงยากมาก มันก็อยู่ที่ว่าเมื่อวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาไทยเรารับส่วนที่ดีหรือไม่แค่นั้นแหละ กิ้ว กิ้ว!!!

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
BlackLove วันที่ : 27/11/2008 เวลา : 10.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sireerat

มันต่างกันอย่างสิ้นเชิงทุกๆ ด้าน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
dreamy วันที่ : 25/11/2008 เวลา : 07.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/happyhut

สภาพแวดล้อมต่างกัน วัฒนธรรมย่อมต่างกัน ควรต้องตระหนักให้ดีในการที่จะเดินตามรอยวัฒนธรรมใดๆ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
grapfuit วันที่ : 23/11/2008 เวลา : 19.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/07

ทุกคนเกิดมาย่อมอยากที่จะมี "อิสระภาพ" กันทุกคน อยากที่จะแสดงความคิด แสดงความเป็นตัวของตัวเอง เต็มที่กับชีวิต
แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า สังคมจะขีดเส้นขอบเขตของ "อิสระภาพไว้แค่ไหน"

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
firstlady วันที่ : 23/11/2008 เวลา : 12.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/firstlady

วัฒนธรรมแต่ละวัฒนธรรม ย่อมมีสิ่งที่ดีงามในตัวของมันเอยูุ่๋แล้ว
ดิฉันว่า การที่จะมาตัดสินว่าวัฒนธรรมของใครดีไม่ดีนั่นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
หากเรา้เปิดกว้างแล้วมองวัฒนธรรมอนื่ด้วยใจเป็นกลาง และมีสติ
เราก็จะเข้าใจวัฒนธรรมอื่นมากขึ้น

ความแตกต่างกับของไทย ดิฉันชอบวัฒนธรรมตกในเรื่องของเสรีภาพ(ที่ถูกต้อง)
และการที่เด็กของเขามีการเรียนรู้ที่ดี กล้าคิด กล้าถาม กล้าลงมือทำ ค้นหาในสิ่งที่ตัวเองชอบได้ด้วยตัวเอง แตกต่างกับเด็กไทย ที่แม้แต่จะถามคำถามอาจารย์ยังต้องคิดแล้วคิดอีก ฟังคนอื่น มากกว่าเชื่อตัวเอง ไม่รู้จักตัดสินใจ และตามกระแสนิยมจนไม่เป็้นตัวของตัวเอง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
charlity-sudteen วันที่ : 22/11/2008 เวลา : 22.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlity-sudteen

ต่างวัฒนธรรม ต่างความคิด ต่างการดำเนินชีวิต แต่เราควรเป็นในแบบของเรารับวัฒนธรรมมาได้แต่ไม่ควรลืมความเป็นไทย บางอย่างที่ดีๆควรเก็บไว้จิงไหม

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ชมพู่หวาน วันที่ : 20/11/2008 เวลา : 20.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tato30

ถ้าเป็นวัฒนธรรมไทยคงรับไม่ได้อ่ะนะ
อาจจะบ้านพังเล็กน้อยถึงปานกลาง
และโดนกระทืบเป็นหย่อมๆ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
น้องมดแดงแฝงพวงมะม่วง วันที่ : 20/11/2008 เวลา : 17.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Peaceful1906

ขอตอบคำถามนะคะ
วัฒนธรรมต่างประเทศเปิดกว้างทำให้คนในสังคมมีทางเลือก แต่วัฒนธรรมคงจะไม่สนับสนุนเยี่ยงวัฒนธรรมตะวันตกเพราะขัดต่อศีลธรรม

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ซ่าหริ่มน้ำแดง วันที่ : 20/11/2008 เวลา : 17.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sineminyong

คำถามยากจัง....
.
.
ซ่าหริ่มขอตอบหน่อยนะ...
..ตามความเห็นของซ่าหริ่มนะค่ะที่เห็นเด่นชัดของวัฒนธรรมตะวันตกก็คือ เสรี การเปิดกว้างทางความคิด ซึ่งทำให้คนในแถบนั้นเรียนรู้ได้เร็วและเรียนรู้ได้มากกว่าคนแถบตะวันออก ซึ่งอาจจะมีทั้งเรื่องดี และร้ายเข้ามาให้ศึกษากับตนเองโดยตรง เพราะเรียนรู้ด้วยตนเองมาได้ตลอด ไม่มีใครมาบังคับว่าควร หรือไม่ควร เค้าเหมือนจะเคารพในการตัดสินใจของกัลและกัลอยู่น่ะ ..
.
ก็ผิดจากบ้านเราที่ ออกจะตีกรอบความคิดให้ลูกหลาน ทีนี้เลยกลายเป็นปัญหาเด็กหัวอ่อน ไม่ใช่ปัญญาอ่อนนะ..อิอิ...ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นไม่กล้าพูด กล้าทำ มีอะไรที่เป็นตัวของตนเองก็ต้องแอบๆ ไว้ เค้าเลยเรียกรวมๆ ว่าเด็กเก็บกด ...คืออยากทำอะไรแล้วไม่ได้ทำ ...แล้วที่มีปัญหาของบ้านเราส่วนมากก็เด็กพวกนี้แหละ ว่าป่าว..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
www.pierra-vejjabul.com วันที่ : 20/11/2008 เวลา : 16.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vejjabul

ความเจริญที่เราละเมอว่านั่นคืออารยะรรม จากต่างชาติ ช่วยทำลายสังคมไทยที่เต็มไปด้วยความดีงามอย่างสิ้นเชิง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

สิ่งของอะไรบ้างที่เพื่อนๆ ต้องมีติดกระเป๋า แบบขาดไม่ได้เลย
กระเป๋าสตางค์ ( 2 ใบ)
6 คน
โทรศัพท์มือถือ
10 คน
กระเป๋าเครื่องสำอาง
0 คน
เครื่องเล่น MP3
0 คน
ลูกอม/หมากฝร่ง
1 คน
สมุดโน๊ต
0 คน
ที่ชาร์ตแบต
0 คน
กระเป๋าใส่ปากกาดินสอ
0 คน
กระเป๋ายา
1 คน
ยาดม (หลายอัน)
3 คน

  โหวต 21 คน