*/
  • Star-on-Earth
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-14
  • จำนวนเรื่อง : 11
  • จำนวนผู้ชม : 34037
  • จำนวนผู้โหวต : 14
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 30 กันยายน 2553
Posted by Star-on-Earth , ผู้อ่าน : 7588 , 18:47:54 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Star-on-Earth โหวตเรื่องนี้

ความอัศจรรย์เกินพรรณา เกาะพระทอง

 ภาพเรื่องโดย ดิศราพร ญาติพร้อม

แร่หมื่นล้าน บ้านกลางน้ำ ถ้ำงามตา ภูผาแปลก แมกไม้จำปูน บริบูรณ์ด้วยทรัพยากร

 

นั่นคือคำขวัญประจำเมืองพังงา เมื่อเอ่ยถึงพังงา ทุกคนจะต้องนึกถึง ความงามของ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์เป็นแน่แท้ ดินแดนสวรรค์ของผู้พิสมัยการดำน้ำ ดูประการัง และความงามใต้ท้องทะล  แต่ใช่ว่าพังงาจะสวยงามที่เดียว ยังมีอีกหลายสถานที่ให้ค้นหา หมู่เกาะพระทองก็งามตาไม่ใช่น้อย

 

หมู่เกาะพระทอง หากเปรียบก็คงเหมือน หญิงสาวชาวป่าที่ฝ่ามรสุมสึนามิ มาอย่างสาหัสสากรรจ์ และกำลังฟื้นตัว แรกแย้ม ผลิบานรอผู้มาเยือนอีกครา 

 

หมู่เกาะพระทอง

หมู่เกาะพระทอง อยู่ในเขต อ. คุระบุรี ยาวประมาณ 40 กม. พื้นที่ประมาณ 330 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะขนาดใหญ่ ในฝั่งทะเลอันดามัน ที่อยู่ห่างจากฝั่งแค่ 2 กม. เป็นที่ราบสันดอนทรายที่กว้างใหญ่ หลังจากที่เจอมรสุมแห่งซึนามิ ที่โหดร้ายทำลายทุกอย่างเสียหายเมื่อปี  26 ธันวาคม พ.ศ. 2547  แต่ตอนนี้สภาพทั่วไปฟื้นขึ้นมาและมีสภาพสมบูร์ณแล้ว  สภาพป่าที่มีทั้ง ป่าชายเลน ป่าชายหาด และป่าเสม็ด (หรือทุ่งหญ้าสวานา) สัตว์นานาพันธุ์  เช่น เก้ง กวาง ชะนี งู หมูป่า ตัวนิ่ม สัตว์น้ำเช่น พะยูน โลมาปากขวด นาคใหญ่ รวมทั้งเต่ามากมายหลากหลายชนิด มีทั้งเต่าตนุ เต่ากระ เต่ามะเฟือง ฯลฯ

 

ด้วยความที่เกาะพระทองยังคงความเป็นป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์ และเพื่อป้องกันนายทุนเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่บริเวณเกาะระ-เกาะพระทอง กรมอุทยานแห่งชาติจึงได้มีการสำรวจสภาพพื้นที่ป่าเพื่อที่ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะพระทอง แต่ก็ขัดแย้งกับชาวบ้าน เนื่องด้วยหากประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแล้ว ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเกาะนี้ก็อยู่ที่นี่ไม่ได้  และไม่มีที่ทำกิน  ดังนั้นกรมอุทยานแห่งชาติ จึงร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หน่วยงานการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และชาวบ้านที่เกาะนี้ หาทางออกโดยการ ฟื้นฟู อนุรักษ์และพิทักษ์ทรัพยากรณ์ให้คงอยู่สืบไป พร้อมกับส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวบ้านอีกด้วย

 

นกหลากหลาย กล้วยไม้นานาพันธุ์

นอกจากหาดทรายขาวน้ำใสแล้ว นกคือสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาที่นี่ จากการสำรวจของสมาคมอนุรักษ์นกแห่งประเทศไทย พบนกอย่างน้อย 137 ชนิด มีทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ เหยี่ยวก็เห็นมีหลากหลายสีสัน นกออกก็เป็นนกอีกประเภทหนึ่งที่นักดูนกบอกว่าหาดูยากนักแต่ที่นี่มีให้เห็นง่าย ๆ  แต่ที่น่าทึ่งที่สุดคงจะเป็น นกแก็ก ที่นักดูนกบอกว่าถ้าอยากดูต้องไปเขาใหญ่ หรือแก่งกระจาน แต่ที่นี่บินวนเวียนมาเกาะอยู่ที่ต้นมะพร้าวหน้าบ้านพักกัน 5-6 ตัวเลยทีเดียว

 

ตามชายป่าและทุ่งหญ้า จะมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ พบต้นหญ้าสีสันงามตาขาว แดง เขียว เหลือง สลับกันไป เหมาะแก่การท่องเที่ยวถ่ายรูป กล้วยไม้ป่าที่นี่ก็ติดอันดับของการค้นพบสายพันธุ์กล้วยไม้ใหม่ ๆ และมีหลากหลายชนิดให้ศึกษา โดยเฉพาะกล้วยไม้พันธุ์เอื้องปากแก้ว ซึ่งเป็นกล้วยไม้ประจำถิ่น และเพื่อเป็นการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ไม่ให้สูญหาย ชาวบ้านหมู่บ้านทุ่งดาบได้เพาะกล้วยไม้พันธุ์เอื้องปากแก้ว ใว้สำหรับนักท่องเที่ยวได้ซื้อกลับบ้าน โดยไม่ต้องเบียดเบียนหรือขโมยของป่ากลับไปด้วย

 

สภาพอากาศ

ที่เกาะพระทอง มี สองฤดู ฤดูฝน และฤดูร้อน ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงพฤศจิกายน โดยมีฝนตกชุกในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนพฤศจิกายน โดยเดือนกันยายนมีปริมาณน้ำฝนมากที่สุด และฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม-มีนาคมโดยมีฝนตกในช่วงนี้บ้าง อุณหภูมิสูงสุด 37.8 องศาเซลเซียส อยู่ในเดือนเมษายน

 

ชายหาดและโขดหิน

หาดทรายขาวที่ยาวเหยียดถึงเส้นขอบฟ้า หากจะมองอย่างผิวเผิน ชายหาดที่เกาะพระทองก็เหมือนชายหาดที่แสนสวยทั่วไปในเมืองไทย แต่หากก้มลงมองดูที่ผืนทรายชายหาดและโขดหิน จะเห็นสรรพสัตว์หลากหลายให้ค้นหา ตามชายหาดมีรอยเท้าของสัตว์ใหญ่น้อยมากมาย เดินสวนกันไปมาบางรอยเป็นรอยเหมือนรถถังเล็กเดินเป็นทางยาว ซึ่งเราจินตนาการไม่ออกว่ารอยเท้าของอะไร ตามโขดหินก็มีความหลากหลายของ ปู หอย และ ปลาประหลาดที่เริงร่ากับเกลียวคลื่น มิได้เกรงกลัวกับแรงโถมกระหน่ำที่ซัดโครมเข้ากับโขดหิน

 

ชาวบ้านและอาชีพ

ชุมชนรอบเกาะพระทองประกอบด้วย 4 หมู่บ้านได้แก่บ้านปากจก บ้านแป๊ะโย้ย บ้านทุ่งดาบและบ้านเกาะระ ประชากรร้อยละ 70 เป็นชาวไทยใหม่ (ชาวเลหรือชนกลุ่มมอแกลน) อีกส่วนหนึ่งเป็นคนไทยเชื้อสายจีนไหหลำ ทั้งหมดนี้ อาศัยอยู่ในพื้นที่มานานกว่า 3 ชั่วอายุคน ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก เช่น ลอบหมึก วางลอบปลาเก๋า อวนปลาทราย อวนปู เก็บหอยชักตีน รุนเคยทำกะปิ จับแมงกะพรุนขาย ในบางฤดู

 

มีบันทึกไว้ว่าในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 ชุมชนแถบนี้ ทำสัมปทานเหมืองแร่ แต่ต่อมาพอแร่หมดก็เปลี่ยนอาชีพทำสัมปทานเก็บไข่เต่าขาย จนเต่าเกือบจะสูญพันธุ์ ทางราชการและกรมอนุรักษ์ทรัพยากรณ์ธรรมชาติ ต้องออกกฏหมายห้ามเก็บไข่เต่าอีกต่อไป พร้อมกับรณรงค์ให้อนุรักษ์และอนุบาลเต่าให้คืนสู่ท้องทะเล  จะเห็นได้ว่าหลังจากนั้นเริ่มมีเต่ามากขึ้น และตามชายหาดตอนเช้าๆ จะเห็นร่องรอยเท้าของลูกเต่าละลานตาเดินลงสู่ทะเล ส่วนปัจจุบันชาวบ้านที่ยังอาศัยอยู่ที่เกาะนี้ยังคงรักษาอาชีพประมงต่อไป

 

ที่หมู่บ้านปากจกเป็นหนึ่งในสามหมู่บ้านที่ยังมีคนอาศัยอยู่ และมีประชากรอาศัยอยู่ ประมาณ 1000 คน แต่หลังจากเหตุการณ์ซึนามิชาวบ้านก็ไม่กล้าที่จะอยู่ที่นี้มากนัก ทางสมาคมไลอ้อนได้มาสร้างบ้านให้ชาวบ้านประมาณ150 หลัง แต่กลับมีคนเข้าไปอยู่แค่ 50 คน เท่านั้น  มีโรงเรียนประถมฯ นักเรียน 4 คน ครู 1 หนึ่งคน สอบถามได้ความว่าบางคนก็มีบ้านอยู่บนฝั่งแล้วมาอยู่ที่นี่เป็นช่วงเวลาสั้นๆ 3-4 วัน ก็กลับเข้าฝั่งและส่วนมากก็ให้บุตรหลานเรียนโรงเรียนบนฝั่งเพื่อเรียนรู้โลกกว้างมากขึ้น จึงทำให้มีบ้านว่างเปล่า แต่เพื่อเป็นการเพิ่มรายได้ที่นอกเหนือจากออกหาหมึกหาปลาและทำกะปิ ชาวบ้านจึงปรับปรุงบ้านเหล่านี้เป็นโฮมสเตย์ใว้รองรับนักท่องเที่ยวในราคาถูก

 

หากเดินเข้าไปถึงหมู่บ้านจะพบชาวบ้านอยู่กันบางตา แต่ก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ไปเยี่ยมชม  คุณยายขนิษฐาแห่งหมู่บ้านปากจก ซึ่งรอดชีวิตจากเหตุการณ์สึนามิยิ้มร่าเมื่อเจอนักท่องเที่ยวไปเยือน เมื่อถามถึงเหตุการณ์สึนามิ คุณยายกระตือรือร้นเล่าให้ฟังว่า แกได้ยินเสียงดังตึงตังมาจากท่าเรืออยู่ไม่ไกลจากบ้านนัก ทีแรกนึกว่าเป็นระเบิดเลยเดินไปดูแต่กลับเป็นคลื่นยักษ์ที่โถมเข้ามาใส่ตัวคุณยาย พลันคุณยายก็ออกตัววิ่งหนี ม้า 2 ตัวที่ผูกกับเสาร้องระงมพร้อมกับพยายามดิ้นกระชากเพื่อให้เชือกขาดให้ได้ สามีคุณยายพยายามวิ่งไปแก้มัดแต่ก็ไม่สำเร็จเพราะเชือกพันเสาจนหาปลายไม่เจอ  โชคดีที่ม้าตัวผู้ของแกกระชากจนเสาหักพร้อมกับวิ่งหนี แต่ช้ากว่าความเร็วและความแรงของคลื่นใหญ่โถมกระหน่ำ ทำให้ตา ยาย ลอยขึ้นไปติดปลายต้นมะพร้าว ยายเกาะต้นมะพร้าวแน่น และพอดีกับม้าของแกก็ลอยกับกระแสน้ำผ่านหน้าแกพอดี มิรอช้าคุณยายคว้าเสาที่มัดเชือกม้าไว้แน่นหวังไม่ให้ม้าลอยไปกับสายน้ำ เป็นสัญชาตญาณของสัตว์ทั้งหลาย สามารถว่ายน้ำได้เองตามธรรมชาติ ม้าของยายก็พยุงตัวลอยคออยู่กับยายจนน้ำลง พอเหตุการณ์สงบลง ปรากฏว่าม้าตัวเมียได้หายสาปสูญไปพร้อมกับคลื่นยักษ์ แต่โชคดีที่ยายยังเหลือคุณตาพร้อมม้า และบ้านที่สร้างแบบใต้ถุนสูงทำให้น้ำพัดผ่านโดยไม่พังทลาย และพอจะซ่อมแซมอยู่ได้ต่อไป

 

ที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว

ที่เกาะพระทองมี Resort สุดหรูคือ Golden Budha Resort ที่สร้างขึ้นทดแทน รีสอร์ทเดิมที่พังพินาศเพราะเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่ม บ้านแต่ละหลังในรีสอร์ทแห่งนี้ส่วนมากเป็นบ้านพักของชาวต่างชาติ ที่ปล่อยให้เช่าในเวลาที่กลับต่างประเทศ โดยมีผู้จัดการเป็นคนดูแลแทน บ้านแต่ละหลังตั้งอยู่ค่อนข้างห่างกัน และมีความเป็นส่วนตัวมาก อุปกรณ์ภายในบ้านครบครัน มีห้องน้ำ ห้องนอน ห้องครัว และห้องนั่งเล่น และที่สำคัญอยู่ติดชายหาด ประมาณว่าเดินละเมอลงทะเลไปเลยทีเดียว

สไตล์การตกแต่งบ้านแต่ละหลังก็แล้วแต่ความชอบส่วนตัวของเจ้าของบ้าน สิ่งอำนวยความสะดวกภายในบ้านครบครัน ยกเว้นแต่ TV. และไฟฟ้า เพราะที่เกาะนี้ไม่มีไฟฟ้า จะต้องใช้เครื่องปั่นไฟเท่านั้น ที่ทำการ Resort เลยต้องประหยัดกันสุดๆ คือเปิดไฟให้บริการ แค่ 5 โมงเย็นถึง 5 ทุ่ม ซึ่งก็เหลือเฟือสำหรับบ้านพัก แต่ที่ร้านอาหารของ Resort ก็มีไฟฟ้าตลอดเพราะต้องเตรียมอาหาร  อาหารที่นี่จะเป็นแบบบุพเฟ่ต์ และจะมีเมนูรายวันมาให้เลือกแต่กินได้ไม่อั้น ส่วนอาหารเย็นก็จะเป็นบุพเฟ่ต์ เหมือนกันแต่จะเปลี่ยนรายการอาหารไปเรื่อย ๆ

Home Stay ที่นี่ก็มีอยู่สองสามแห่ง ที่หมู่บ้านทุ่งดาบเป็นบ้านที่เจ้าของปลูกไว้เพื่อรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะที่ตกแต่งเหมือนบ้านชาวเล ได้บรรยากาศของชาวบ้านอย่างยิ่ง  และอีกที่หนึ่งคือหมู่บ้านปากจก เป็นบ้านที่เจ้าของบ้านย้ายไปอยู่บนฝั่ง เลยมีบ้านว่างหลายหลัง ชาวบ้านเลยตกแต่งปรับปรุงให้นักท่องเที่ยวพักในราคาที่ประหยัดตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น

 

สิ่งที่ต้องนำติดตัวไป

- ยาสามัญประจำตัว

- ไฟฉายเพราะที่นั่นใช้ไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟ ไฟจะเปิด 5 โมงเย็นถึง 5 ทุ่ม

- ยาไล่ยุง แมลง เพราะตอนกลางคืนหลังอาทิตย์ตกดินปุ๊บ แมลง ตัวริ้น (Black fly) จะบินมาทันที ตัวจะสีดำเล็กเท่าหมัดที่บินได้กัดเจ็บหลังจากกัดแล้วจะคันมากบางคนอาจจะแพ้ได้

- ยาหม่องไว้ทาหลังจากโดนแมลงกัด

- หนังสือน่าอ่าน เพราะด้วยความที่เป็นเกาะที่ไม่มีคนพลุกพล่านและหลังจากที่ผจญภัยรอบเกาะแล้วไม่มีอะไรทำ อ่านหนังสือฆ่าเวลาเป็นยาที่วิเศษ

- ของคบเคี้ยว เพราะที่นี่ด้วยประชากรน้อย แต่ละหมู่บ้านก็ห่างกันหลายกิโล ร้านขายของชำจะอยู่ในหมู่บ้านปากจกที่อยู่ห่างจาก Resort ประมาณ 4 กิโลเมตร ทำให้หาของกินยาก และที่สำคัญที่ Resort เปิดครัวเป็นเวลาคือ อาหารเช้าๆ 10 โมงเช้า อาหารเที่ยง บ่ายโมง และอาหารเย็นก็ทุ่มครึ่ง หากเราหิวก่อนหน้านี้ก็คงมีแต่จะต้องเอาน้ำลูบท้องไปพรางๆ หรือไม่ก็คงไปแย่งลูกไม้ของลิงกิน

โทรศัพท์ที่นี่มีสัญญาณขาดๆ หายๆ แต่ใช่ว่าจะตัดขาดจากโลกภายนอกเลยทีเดียว ต้องเดินหาคลื่นนิดหน่อย อินเตอร์เน็ตก็มีใช้แต่อีกนั่นแหล่ะ มาถึงแดนสวรรค์ แล้วใยจะมาหาความวุ่นวายใส่ตัว นอนเกลือกกลิ้งริมเลสบายกว่ากันเยอะ

 

 กิจกรรมแนะนำ

 - เล่นน้ำ ดำผุดดำว่าย ดูปลาร่ายรำกลางทะเล ด้วยสน็อคเกิ้ล คู่ใจ หรือใครจะดำน้ำดูประการัง ที่นี่ก็มีอุปกรณ์ให้ พร้อมไกด์นำทาง

- ผจญภัยในผืนป่า ค้นหา สิงสาราสัตว์ นักเลงดูนกคงแอบยิ้มกระหยิ่มยิ้มย่องว่าที่นี่แดนสวรรค์ไม่ต้องดึงดันปีนเขาให้เมื่อยตุ้ม เพราะที่นี่แค่เดินๆ ไปฝูงนกก็แตกตื่นบินออกจากรังมาให้ชม เสียดายที่เราไม่ใช่นักดูนกเลยไม่รู้ว่านกที่พบชื่ออะไร แต่ที่รู้จักก็เหยี่ยวสีน้ำตาล ที่บินโฉบไปมาและฝูงนกแก๊ก ที่ออกหากินยามเย็นใกล้ๆ ที่พัก

-เยี่ยมชมหมู่บ้าน ชมวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชาวบ้านหลังสึนามิ

- ชมความงามทุ่งหญ้าสวานา หรือชื่อจริงๆ คือ ทุ่งหญ้าเสม็ดที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ซึ่งจะเปลี่ยนสีสันตามฤดูกาล หากอยากทราบรายละเอียดต้องโทรสอบถามก่อนเดินทาง

- ทำตัวขี้เกียจ นอนอาบแดด ผึ่งลม ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า

 

สิ่งสำคัญที่ไม่ควรพลาดคือ ดูเต่าที่ขึ้นมาฟักไข่ตามชายหาด ที่นี่มีเต่าหลากหลายชนิด เดือน ธ.ค.-เม.ย. เต่าจะขึ้นมาฟักไข่ตามชายหาด เพราะเกาะพระทองที่นี่คือสถานอนุบาลลูกเต่าเพื่อกลับคืนทะเลด้วย

 

การเดินทางมาหมู่เกาะพระทอง

หากขับรถมาเองจะใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) เพชรบุรี, ผ่านประจวบ เข้าชุมพร ลัดเลาะไปตามไหล่เขาเข้าระนอง ลงพังงาไปคุระบุรี ใช้เวลาเดินทาง 12-13 ชม.รวมระยะทางจากกรุงเทพฯ 788 กม แต่หากจะไปรถโดยสารประจำทางก็ได้ รถไฟก็มี เครื่องบินก็สะดวก แต่ถ้ามาทางเครื่องบินต้องไปลงที่ภูเก็ต แล้วนั่งรถโดยสารประจำทางมาพังงาอีกที หรือหากพักที่รีสอร์ท ทางรีสอร์ทจะไปรับที่สนามบินแล้วไปต่อเรือที่ท่าเรือคุระบุรี (ท่าเรือหัวถนน) อ.คุระบุรี ที่อยู่เลยที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ไม่ไกล นั่งเรือมาที่เกาะพระทองใช้เวลา 1 ชั่วโมง 10 นาที อย่างไรก็ดี กรุณาติดต่อที่พักให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ททท. ภาคใต้ เขต 4
โทร. 0-7621-1036, 0-7621-2216, 0-7621-7138

เบอร์โทร Golden Budha Resort / ธันยา: 081 892 2208, 081 919 5228

ปากจกโฮมสเตย์ / คุณลำยอง :  087 281 1360

ทุ่งดาบโฮมเสตย์ /ลุงเทพ : 087 993 4331



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ครูหวด วันที่ : 03/10/2010 เวลา : 02.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangkom

ภาพสวยมาก เห็นแล้วอยากไปเที่ยว แต่ไม่ทราบว่าชาตินี้จะมีวาสนาไปถึงหรือไม่

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Star-on-Earth วันที่ : 02/10/2010 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Star-on-Earth

ขอบคุณทุกท่านค่ะที่เยี่ยมชม มีกำลังใจที่จะขยันเขียนต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
BlueHill วันที่ : 02/10/2010 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

นอกจากหาดทรายขาวน้ำใสแล้ว นกคือสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาที่นี่ จากการสำรวจของสมาคมอนุรักษ์นกแห่งประเทศไทย พบนกอย่างน้อย 137 ชนิด มีทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ เหยี่ยวก็เห็นมีหลากหลายสีสัน นกออกก็เป็นนกอีกประเภทหนึ่งที่นักดูนกบอกว่าหาดูยากนักแต่ที่นี่มีให้เห็น ง่าย ๆ แต่ที่น่าทึ่งที่สุดคงจะเป็น นกแก็ก ที่นักดูนกบอกว่าถ้าอยากดูต้องไปเขาใหญ่ หรือแก่งกระจาน แต่ที่นี่บินวนเวียนมาเกาะอยู่ที่ต้นมะพร้าวหน้าบ้านพักกัน 5-6 ตัวเลยทีเดียว

เป็นแรงดึงดูดใจอย่างดีทีเดียวครับสำหรับผม

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ชัชวาลย์ วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 17.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/watercolorclub

สวรรค์เลยครับเนี่ย สวยไปหมด ที่ชอบคือต้นไม้รูปทรงสวยจริงๆ อยากไปจัง ขอโหวตให้นะครับที่นำมาเสนอสถานที่สวยงามแบบนี้

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 16.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

สวยงามมากครับ
ผมเคยอ่านใน อสท.ที่นี่น่าสนใจมากๆครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
วันดีเสมอ วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yutthawinai

บรรยากาศดีมากครับ


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
popladda วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 10.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lamjuan

สวยงามมากครับ ชอบทุกภาพเลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 09.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

ชอบบรรยากาศที่เก็บมาแบ่งปันกันมากครับ
โดยเฉพาะทุ่งหญ้าที่นี่มีชื่อเป็นที่รู้จักกันกว้างขวางครับ

จัดให้ไป1 โหวตครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 01/10/2010 เวลา : 07.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

งามมากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน