*/
  • ประยูร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-12-05
  • จำนวนเรื่อง : 1373
  • จำนวนผู้ชม : 3991504
  • จำนวนผู้โหวต : 2679
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2679 คน
<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม 2552
Posted by ประยูร , ผู้อ่าน : 6002 , 21:30:24 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน




(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เนต)

เย็นวันสุข (8) พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก “คิดถูก ดับทุกข์ได้”


สวัสดีวันสุขอีกครั้งครับ ..
สัปดาห์นี้ ผมได้อ่านพบคำสอน ของพระอาจารย์มิตซูโอะในอินเตอร์เนต
ที่ช่วยเสนอแนวทาง การมีสติ สัมปชัญญะ อันทำให้เกิดปัญญา ซึ่งในที่สุดนำไปสู่การดับทุกข์
ผมเห็นว่า คำสอนนี้ น่าจะเป็นประโยชน์ ในการสร้างความเย็นในอารมณ์ และ ความสุขแก่จิตใจ ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายในสังคมรอบข้างได้

ก่อนจะไปสู่เนื้อหา คำสอน ผมขอแนะนำประวัติสั้นๆของพระอาจารย์ (สำหรับบางท่านที่อาจยังไม่รู้จักท่าน)

พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก เป็นพระภิกษุชาวญี่ปุ่น ท่านอุปสมบทในปี พ.ศ.๒๕๑๘ ที่วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีหลวงพ่อเจ้าประคุณพระโพธิญาณเถร ( ชา สุภัทโท ) เป็นองค์อุปัชฌาย์

การที่ท่านพระอาจารย์ได้มาประเทศไทย และได้บวชเป็นศิษย์ต่างชาติท่านหนึ่ง ของหลวงพ่อพระโพธิญาณเถร (ชา สุภัทโท) นั้น เป็นเรื่องที่ "เป็นไปเอง" ตั้งแต่เด็กๆ ท่านคิดเสมอว่า "ชีวิตนี้น่าจะมีอะไรดีกว่านี้" ในที่สุดก็ได้ออกเดินทางท่องเที่ยว ไปประเทศต่างๆ วันหนึ่งไปถึงพุทธคยา เมื่อเห็นพระพุทธรูปที่พุทธคยาก็คิดว่า "นี่แหละคือสิ่งที่เราแสวงหา" จากนั้นท่านก็ได้ไปฝึกโยคะอยู่ที่สำนักโยคีแห่งหนึ่ง ในประเทศอินเดียนั่นเอง และก็เริ่มมีประสบการณ์โยคะบ้าง ท่านเกิดความพอใจ คิดว่าจะเป็นโยคีอยู่ที่อินเดีย ตลอดชีวิต แต่บังเอิญวีซ่าหมด มีคนแนะนำ ให้เดินทางมากรุงเทพฯ ต่อมาก็มีผู้แนะนำ ท่านให้ไปกราบหลวงพ่อชา สุภัทโท ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งท่านก็เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อ ตั้งแต่บัดนั้น

ตลอดระยะเวลา ที่ท่านได้ศึกษาและปฏิบัติธรรมอยู่ในประเทศไทยนั้นท่านบำเพ็ญเพียรมาหลายรูปแบบ และธุดงค์มาแล้วหลายแห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งที่อุดมสมบูรณ์และที่ทุรกันดาร ในประเทศไทยท่านได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการธุดงค์เพื่อหาความสงบวิเวกไปตามภาคต่าง ๆ ท่านได้รู้จักและเห็นความเป็นอยู่ของคนไทยทั่วทุกภาค ทั้งรู้สึกสำนึกในความศรัทธา ความเสียสละ และความเคารพของคนไทยที่มีต่อพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งมีส่วนทำให้ท่านยิ่งเร่งทำความเพียรมากขึ้น
ปัจจุบันท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม บ้านท่าเตียน ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นวัดสาขา ของวัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี
(สรุปจาก http://www.dharma-gateway.com/monk/monk_biography/monk-105.htm  )


000000000

คิดไปเรื่อยๆ จึงเป็นเหตุให้เกิดทุกข์

จิตนี้มีความสำคัญ
ธรรมดาคนเราคิดอะไรมักจะไม่ค่อยรู้ตัว
วันหนึ่งๆ คนที่จะรู้ตัวว่า คิดอะไร ทำอะไร จริงๆ มีน้อย
ส่วนมากก็คิดไปตามความเคยชิน หรือตามอำเภอใจ
ตามอารมณ์นี่แหละ
คิดไปเรื่อยๆ จึงเป็นเหตุให้เกิดทุกข์

ทุกข์เกิดขึ้นกับเราทุกวันนี้ เพราะเราไม่รู้จักความคิด
คิดผิด คิดถูก ก็ไม่รู้
และเมื่อคิดผิด ก็เกิดทุกข์ทันที
บางครั้งก็ทุกข์เกินกว่าเหตุอีกด้วย
บางครั้งเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่สบายกายนิดหน่อย
แต่จิตใจทุกข์มาก
ทุกข์กายนิดหน่อย แต่ไปเพิ่มทุกข์ใจอีก
เพราะเราปล่อยความคิดของเราให้คิดไปตามกิเลส

ถ้าเราสามารถระงับจิตได้ ทำใจสงบได้ ปัญหาก็จะเบาลง
สมมติว่าขณะนี้ เดี๋ยวนี้ เรานั่งสมาธิ ทำใจให้สงบสักพักหนึ่ง
5 นาที หรือ 10 นาที ดูลมหายใจเข้า หายใจออก
จิตก็ไม่คิดอะไร ก็สงบสบาย ไม่มีทุกข์ใช่ไหม
นี่แสดงว่าทุกข์เกิดเพราะคิดผิด คิดปรุงแต่งเรื่อยไปนี่เอง
เห็นอะไร ได้ยินอะไร ไม่ชอบใจ ก็คิดปรุงแต่งไปจนไม่สบายใจ
หรือว่าอยู่ดีๆ นึกถึง อดีต ที่เคยมีเรื่องราวไม่ถูกใจ คิดไป นึกไป ปรุงไป
จนไม่สบายใจ เป็นทุกข์ บางทีเกิดอาฆาตพยาบาทก็ได้
การปรุงแต่งของจิตของเราจะมีลักษณะอย่างนี้

การสำรวมจิตอย่างที่ทำอยู่ขณะนี้ คือการมาจำศีลภาวนาที่วัด
จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน ทำใจสงบสบายๆ
ฝึกหัดใจให้หยุดคิด หยุดปรุงแต่ง
เมื่อไม่ปรุง ก็ไม่มีทุกข์อะไร

และนอกจากนั้นก็ พยายามศึกษา พยายามทำความเข้าใจว่า
ที่เราไม่สบายใจกันทุกวันนี้ ส่วนใหญ่เพราะคิดผิด
หลวงพ่อชาท่านสอนว่า “ทุกข์เพราะคิดผิด”
คิดถูกได้ มีโอกาส แก้ทุกข์ได้
เราจึงควรพยายามศึกษา

คิดอย่างไรเรียกว่าคิดถูก คิดอย่างไรเรียกว่าคิดผิด

เราต้องเข้าใจชัดเจนทั้งสองอย่าง
ในการปฏิบัติของเรา เราต้องพยายามติดตามดู ความรู้สึกนึกคิด
ตลอดวันตลอดคืน ไม่ใช่ปฏิบัติเฉพาะเมื่ออยู่ที่วัด
ตั้งแต่นี้ต่อไปไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน อยู่ที่บ้าน อยู่ที่ทำงานหรือเที่ยวไป
ก็ตาม พยายามคอยระวังความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง ติดตามศึกษา

ความจริงเราไม่ต้องทำอะไรมาก
เพียงแต่คอยสำรวมระวัง คอยสังเกตว่า
เรามีความรู้สึกอย่างไร คิดอย่างไร
ให้มีสติ สัมปชัญญะ ระลึกรู้อยู่ รู้สึกตัวอยู่เสมอ
อันนี้ให้ถือเป็นหน้าที่ของเรา
เราไม่ต้องอ่านหนังสือ หรือฟังเทศน์อะไรมากมาย
เพียงแต่พยายาม เปลี่ยนนิสัย ให้เป็นคนช่างสังเกต
คือสังเกตความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง
สังเกตว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ กำลังพูดอะไร กำลังคิดอะไร
การปฏิบัติเช่นนี้ การพยายามติดตามสังเกตเช่นนี้ จะทำให้เกิดปัญญา

000000000

พบกันใหม่สัปดาห์หน้า เย็นวันสุขครับ

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คนในแผ่นดิน วันที่ : 20/07/2009 เวลา : 22.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ninja45
เขียนไม่เก่ง แต่อยากเขียน

เมื่อวานวันอาทิตย์ที่ 19 ก.ค.
พึ่งไปฟังเทศน์ของท่านมาครับ


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ni_gul วันที่ : 19/07/2009 เวลา : 04.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

"ความจริงเราไม่ต้องทำอะไรมาก
เพียงแต่คอยสำรวมระวัง คอยสังเกตว่า
เรามีความรู้สึกอย่างไร คิดอย่างไร
ให้มีสติ สัมปชัญญะ ระลึกรู้อยู่ รู้สึกตัวอยู่เสมอ
อันนี้ให้ถือเป็นหน้าที่ของเรา
เราไม่ต้องอ่านหนังสือ หรือฟังเทศน์อะไรมากมาย
เพียงแต่พยายาม เปลี่ยนนิสัย ให้เป็นคนช่างสังเกต
คือสังเกตความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง
สังเกตว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ กำลังพูดอะไร กำลังคิดอะไร
การปฏิบัติเช่นนี้ การพยายามติดตามสังเกตเช่นนี้ จะทำให้เกิดปัญญา"

และเราได้รู้เช่นนั้นแล้วดังที่ท่านว่า

เมื่อนำเรื่องของเราเองนี่ละมาคิดมานึกมาทบทวน จับสังเกตให้แน่วแน่ มาอ่านมาลำดับดีๆ แล้วเราจะเข้าใจเขา เข้าใจเรา เข้าใจคนอื่นทั้งหมดได้จริงๆ

ใช่ว่าอ่านหรือฟังคำแนะนำแล้วจะรู้ทันทีนะ ต้องสังเกตเองคิดพิจารณาวิเคราะห์วิจารณ์ไปด้วยตัวเราเอง จึงจะเห็น

เห็นมันจะ ชัด-ลึก-ซึ้ง ดียิ่งกว่ารู้จากคนอื่นอีกที


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 18/07/2009 เวลา : 20.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ชอบหนังสือของท่านมากค่ะ
ท่านเขียนได้เข้าใจง่าย เป็นแนวทางได้ดี

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
singlemom99 วันที่ : 17/07/2009 เวลา : 22.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MotherandSon

เพราะคิดปรุงแต่งจึงเป็นทุกข์
ขอบคุณคุณประยูรที่นำคำสอนของท่านมาให้อ่านนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ครูทิพย์ วันที่ : 17/07/2009 เวลา : 22.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2
Every minute is precious if every minute I have you. ทุกนาทีจะมีค่า หากทุกเวลาฉันมีเธอ 

ขอบคุณค่ะ...นับถือท่านมาก...ที่ทำงานเคยพาไปปฏิบ้ติธรรมที่วัดของท่าน...วัดป่าสุนันทวนาราม ค่ะ
************************
ชวนมาชมภาพ 2 บรรยากาศของกรุงเทพฯกันนะคะ

สดใสยามเช้า & แสงสียามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร
http://www.oknation.net/blog/Tip2/2009/07/17/entry-4

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Tigermom วันที่ : 17/07/2009 เวลา : 21.56 น.

ขอบคุณที่แบ่งปันบทความดีๆมาให้อ่าน นะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน