*/
  • SutinTan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sutin_tan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-12
  • จำนวนเรื่อง : 49
  • จำนวนผู้ชม : 513455
  • จำนวนผู้โหวต : 193
  • ส่ง msg :
  • โหวต 193 คน
<< พฤษภาคม 2010 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 25 พฤษภาคม 2553
Posted by SutinTan , ผู้อ่าน : 3078 , 11:56:29 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

         ผมมีรุ่นน้องคนหนึ่ง ที่บ้านทำกิจการโรงงานน้ำมันปาล์มอยู่ทางใต้ เวลาผมขับรถกลับหาดใหญ่ทีไรต้องแวะไปทักทายน้องคนนี้และครอบครัว (และได้กินฟรีหนึ่งมื้อ) แทบทุกครั้งไป แต่พักหลังนี่เจอเจ้ารุ่นน้องคนนี้ทีไรหน้าตาบอกอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

น้องคนนี้เล่าให้ฟังว่าโรงงานกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการภายใน จากเดิมที่ทุกอย่างต้องผ่านโต๊ะของเถ้าแก่ มาเป็นการทำงานที่อาศัย ‘ระบบ’ ซึ่งประกอบด้วยคนที่มีความรู้ ประสบการณ์ความสามารถมาร่วมกันทำงาน ภายใต้กลไกการประสาน - ตรวจสอบ – ควบคุมการทำงานอย่างมีแบบแผนรุ่นใหม่ มีลำดับการบริหารจัดการและสายบังคับบัญชาที่ชัดเจน ตัวอาเจ็กเจ้าของโรงงานก็ขึ้นหิ้งไปเป็นประธานกรรมการบริษัท หรือเป็น ‘เจ้าของระบบ’ ไม่ลงมายุ่งเรื่อง day-to-day operation อีกต่อไป มีหน้าที่เซ็นเช็คกับรับทรัพย์เท่านั้น ส่วนลูกชายหรือเจ้ารุ่นน้องผมคนนี้ก็ขยับจาก ‘เสี่ยเล็ก’ ที่คนในโรงงานเรียกขานมาเป็น ‘กรรมการผู้จัดการ’ หรือ ‘ผู้ดูแลระบบ’ ให้ธุรกิจดำเนินเป็นไปตามเป้าประสงค์ของเจ้าของระบบนั่นเอง การซื้อปาล์มมาเป็นวัตถุดิบการผลิตนั้นต้องใช้สภาพคล่องทางการเงินสูงมากในหลักสิบล้านบาทต่อวัน การขายน้ำมันปาล์มดิบ (Crude palm oil) และน้ำมันปาล์มสกัด (Refined palm oil) ก็เช่นกันมีดัชนีราคา ความต้องการของตลาด และค่าคุณภาพจำเพาะของน้ำมันปาล์มเป็นตัวแปรการกำหนดราคาซื้อ-ขาย ด้วยขนาดกำลังการผลิตของโรงงานที่มีสูงมาก ในช่วงราคาน้ำมันปาล์มขาขึ้น โรงงานของเสี่ยเล็กคนนี้ทำกำไรเหนาะๆ วันละกว่าล้านเลยทีเดียว

เรื่องกำไรทางธุรกิจของครอบครัวนี้ไม่น่าสนใจเท่าตัวอาเจ็กซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีของการทำงานหนักให้กับลูกๆ และการเป็นเจ้าของกิจการที่รู้จักยกได้ก็วางมือได้เมื่อลูกๆ โตขึ้น ปัจจุบันอาเจ็กอายุแค่ 50 ปลายๆ แต่แกวางมือจากการบริหารกิจการทั้งหมดปล่อยให้ลูกสาวลูกชายอายุเลขสองกลางๆ ถึงเลขสามต้นๆ ช่วยกันดูแลระบบของกิจการยอดขายหลายพันล้านบาทต่อปีนี้ ตัวอาเจ็กกลายเป็นเจ้าของระบบเต็มตัว มีหน้าที่แค่ไม่กี่อย่างคือเซ็นเช็ค เข้าโรงงานไปดูต้นกล้วยต้นมะละกอที่ปลูกไว้ กินโต๊ะจีนงานเลี้ยงต่างๆ เที่ยว และเลี้ยงหลาน...น่าอิจฉาจริงวุ้ย

รุ่นน้องคนนี้จบวิศวะลาดกระบังเหมือนผม แต่ได้ทุนต่อโทที่ AIT เรียนจบก็ทำงานเป็นลูกจ้างบริษัทอยู่ 2-3 ปีก็กลับมาช่วยงานที่บ้าน สิ่งที่รุ่นน้องคนนี้ทำคือการเปลี่ยนจากระบบเดิมมาเป็นระบบจัดการสมัยใหม่ แบ่งการทำงานเป็นแผนกอย่างชัดเจน recruit มืออาชีพที่มีความสามารถประสบการณ์มาเป็นผู้จัดการแผนก รวมทั้งสร้างทีม operation ต่างๆ โดยที่มีลูกๆ ของอาเจ็กคอยกำกับ 3 เสาหลักของโรงงาน นั่นคือบัญชี-การเงิน การผลิต และการซื้อ-ขายปาล์ม

การผลิตน้ำมันปาล์มเป็นอุตสาหกรรมตามฤดูกาล เรื่องที่ทำให้รุ่นน้องของผมเซ็งก็เลยมาเป็นฤดูกาลด้วย เขาบ่นให้ผมฟังว่าวิศวกรและเจ้าหน้าที่ที่ดูแลบำรุงรักษาเครื่องจักรผลิตของโรงงาน ทำงานดีมากนะ เรื่องความรู้เครื่องจักรกล ความรับผิดชอบในการทำงานนั้นไม่มีปัญหาเลย แต่การทำงานออกจะเถรตรงไปหน่อย คือว่าช่วง high โรงงานสามารถสร้างกำไรได้วันละเป็นล้านบาท เขาจะสั่งทีมช่างว่าในช่วง high ถ้าเครื่องจักรมีปัญหาในส่วนที่เปลี่ยนอะไหล่ได้ ให้เปลี่ยนทันที ไม่ต้องหยุดการผลิตทั้งไลน์เพื่อซ่อม เพราะการหยุดเครื่องจักรเพื่อซ่อมในช่วงน้ำขึ้นให้รีบตักเป็นการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจในมูลค่าที่มากกว่าค่าปั๊ม สายพานหรืออะไหล่เหล่านี้หลายเท่าตัว แต่ปรากฎว่าทีมซ่อมบำรุงก็ยังคงยึดมั่นในหน้าที่ของตนเองเป็นอย่างดี จนลืมมองบริบทรวมของธุรกิจในเวลานั้น พอเครื่องจักรมีปัญหาปุ๊บก็หยุดการผลิตเพื่อซ่อมให้เสร็จก่อน สิ้นวันเสี่ยเล็ก..เอ้ย..กรรมการผู้จัดการเคาะดูตัวเลขการผลิตผ่านเครื่องคอมติวเตอร์ เห็นแล้วจะเป็นลม... กำไรที่เห็นเหนาะๆ หายไปในอากาศอีกแล้ว

ถึงผมไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการ แต่ลองเอาใจเขามาใส่ใจเราเห็นกำไรที่จะได้หลุดลอยไปเป็นล้าน คงเซ็งเหมือนกัน แต่ก็บอกรุ่นน้องว่าให้มองในแง่ดีนะ อย่างน้อยเขาได้ทีมงานที่แข็งขันในการทำงาน (แต่อาจจะตรงไปตรงมาไปหน่อยตามสไตล์ช่าง) ต้องหมั่นสื่อสารทำความเข้าใจกับพวกเขาให้มาก การทำงานอย่างมีระบบมีข้อดีคือการบริหารจัดการมีลำดับขั้นไม่มั่ว แต่ละคนมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่ต้องโฟกัสอย่างชัดเจนและสามารถตรวจสอบงานได้ แต่ในขณะเดียวกันผู้ดูแลระบบงานอาจต้องใช้ความพยายามสูงมากในการสร้างความสัมพันธ์ การสื่อสารและเชื่อมให้ทุกคนให้มองเห็นและอยู่ในภาพธุรกิจเดียวกัน ส่วนระบบเถ้าแก่นั้นอาจสยายปีกธุรกิจขยายออกไปไม่ค่อยได้มากนักเพราะในที่สุดทุกอย่างถูกรวบอำนาจสู่ศูนย์กลางไปที่เถ้าแก่ (หรือไม่ก็อาซ้อ) ทั้งหมด แต่ถ้าเราสังเกตดูดีๆ คนที่ทำงานกับระบบเถ้าแก่จะมี sense of entrepreneur สูงมาก และถ้าได้ทำงานกับเถ้าแก่คนไหนแล้วถูกจริตกัน เขาจะเจริญก้าวหน้าอยู่กับเถ้าแก่คนนั้นไปจนแก่เฒ่าเลย ดังนั้นระบบเถ้าแก่มีข้อดีที่น่านำมาปรับใช้ไม่น้อยเลยทีเดียว ผมแนะนำรุ่นน้องว่าต้องให้ฝ่ายซ่อมบำรุงเครื่องจักรได้มีส่วนรับรู้ตัวเลขการขายและผลกระทบของ downtime ที่มีต่อตัวเลขกำไรขาดทุนของโรงงานด้วยเพื่อให้เขาเห็นภาพรวมทั้งหมด ให้ทุกคนได้รู้สึกเป็นส่วนร่วมรับผิดชอบกับการเติบโตและการถดถอยของธุรกิจนี้จริงๆ ไม่ได้เป็นแค่ทีมช่างใส่ชุดหมีมือเปื้อนน้ำมันดูแลเครื่องจักร

....

ช่วงนี้อ่านหนังสือธรรมะบ่อย (ความดีเข้าสิง) เลยขอทำตัวเป็นคนดีเล่านิทานประกอบเอ็นทรีนี้ซะหน่อย  สุดยอดของวิธีทำงานนั้นอยู่ วิมังสา ที่แปลว่าการพินิจพิเคราะห์ หมายความว่าทำงานด้วยปัญญาใช้สมองไตร่ตรองให้รอบด้าน ไม่ใช่สักแต่ว่าทำ ถึงแม้ว่าเราจะรักงานสักแค่ไหน ลงแรงตั้งใจบากบั่นหรือเอาใจจดจ่ออยู่กับงานตลอดเวลา แต่ถ้าขาดการพิจารณาด้วยเหตุผลรอบด้านแล้ว แม้ว่าจะทำงานตามขั้นตอนที่รับผิดชอบจนสำเร็จแล้ว แต่ผลงานทั้งหมดกลับอาจไม่เป็นอย่างที่คิดในภาพรวมก็ได้ กลายเป็นพายเรือในอ่างไปไม่ถึงไหน เผลอๆ อาจต้องรื้องานมาทำใหม่ทั้งหมด อย่างในกรณีของโรงงานรุ่นน้องผม ทีมช่างรับผิดชอบงานได้อย่างสำเร็จ แต่วันนั้นเสี่ยเล็กกลับสูญเงินไปหลายตังเลยทีเดียว

เรื่องเล่ามีอยู่ว่า...

ในสมัยก่อนยังไม่มีโรงแรมโรงเตี้ยม ผู้คนต้องเดินทางโดยเท้าหรือเกวียน พอถึงเวลาค่ำคืนก็ต้องอาศัยหลับนอนตามศาลาข้างทางที่เขาปลูกไว้สำหรับคนเดินทาง เปรตตนหนึ่งได้รับคำสั่งจากหัวหน้าเปรตให้ไปเฝ้าดูแลความเรียบร้อยของศาลาข้างทาง พอพลบค่ำมีคนเดินทางกลุ่มหนึ่งแวะมานอนที่ศาลาแห่งนี้ ตกกลางคืนเจ้าเปรตตนนี้ก็ลงมาจากขื่อตรวจดูความเรียบร้อย

เอ...ศาลาเราก็ปัดกวาดหยากไย่ใบไม้ซะสะอาดแล้ว มีอะไรที่ต้องดูแลอีกไหมหนอ...

เจ้าเปรตตนนี้จึงลงมาดูว่าคนเดินทางเหล่านี้นอนหลับเรียบร้อยดีหรือไม่ เห็นคนเดินทางนอนหัวไม่เสมอกัน จึงจัดดึงศีรษะนักเดินทางให้ได้ระดับแนวเดียวกันให้ระเบียบ พอจัดทางศีรษะเสร็จก็วนไปตรวจทางเท้า เอ๊ะ!! เท้าไม่เสมอกันนี่หว่า จึงดึงเท้าให้ได้ระดับเสมอกัน พอวนกลับไปตรวจทางศีรษะอีกที อ้าว..ไม่เท่ากันอีกแล้วก็เลยจัดใหม่อีก วนเวียนอยู่อย่างนี้ทั้งคืนไม่มีวันเสร็จสิ้นได้เลย หาได้นึกพิจารณาก่อนลงมือทำงานเลยว่าคนเดินทางที่นอนอยู่เขาตัวสูงก็มี เตี้ยก็มี ไม่เสมอกัน จัดจนตายก็ไม่เสร็จ

คนที่ทำงานไม่ใช้ปัญญา เขาจัดให้เป็นคนประเภท “เปรตจัดหัวจัดตีน” ครับ อีกประการหนึ่ง คนทำงานที่ไม่ใช้ปัญญาไปทำงานที่ไม่รู้จักเสร็จ ก็จะปล้ำให้มันเสร็จจนได้ หนักเข้าตัวเองก็กลายเป็นทาสของงานในที่สุด คนที่ทำงานด้วยปัญญานั้นจะต้อง ทำให้ถูกกาล และ ทำให้ถูกลักษณะของงาน ด้วยครับ
          ....

ผมหวังว่าขับรถลงใต้ครั้งต่อไป จะได้แวะทานข้าวฟรีที่โรงงานของอาเจ็กและเห็น ‘เสี่ยเล็ก’ ยิ้มต้อนรับอย่างมีความสุขนะครับ และหวังว่าอาเจ็กจะใจดีให้กล้วยน้ำว้าหวีโตกับมะละกอฮอลแลนด์เนื้อแน่นเป็นของฝากเหมือนเคย J 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ทวีวรรณ วันที่ : 27/05/2010 เวลา : 19.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/taweewan

สวัสดีค่ะ...คุณอู๊ด

ขอให้เดินทางโดยปลอดภัยนะคะ...

เป็นข้อคิดที่ดีมาก ๆ ค่ะ.. :)

อ่านทีได้ ได้แนวคิดดี ๆ ทุกทีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
feng_shui วันที่ : 25/05/2010 เวลา : 12.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

วิมังสา เป็นจริตที่ผู้ประกอบการพึงมี


ขอบคุณสำหรับข้อคิดนี้ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน