*/
  • SutinTan
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sutin_tan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-12
  • จำนวนเรื่อง : 49
  • จำนวนผู้ชม : 514710
  • จำนวนผู้โหวต : 193
  • ส่ง msg :
  • โหวต 193 คน
<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 2 สิงหาคม 2553
Posted by SutinTan , ผู้อ่าน : 7837 , 21:20:06 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          ตอนที่แล้วผมพาไปรู้จักสวรรค์ทั้ง 6 ชั้น (เทวภูมิ 6) มาแล้ว ชื่อแต่ละชั้นนั้นก็เรียกยากไม่เบา ส่วนเอ็นทรีนี้พาไปรู้จักกับโลกเบื้องสูง 20 ภูมิซึ่งประกอบด้วยรูปพรหม 16 ภูมิ และอรูปพรหม 4 ภูมิ ชื่อแต่ละภูมินั้นไม่ค่อยคุ้นหูกันนัก อย่าว่าแต่อ่านออกเสียงเลยครับ แค่อ่านในใจก็ยากแล้ว -_-“

          เริ่มจากรูปพรหมชั้นล่างสุดไล่ขึ้นไปจนถึงอรูปพรหมชั้นสูงสุดนะครับ

            พรหมปาริสัชชาภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 1) เป็นภูมิอันเป็นที่อยู่แห่งพระพรหม ผู้มีอายุ 21 อันตรกัป บุพกรรมที่ทำให้มาอุบัติในพรหมโลกชั้นนี้คือเป็นผู้เจริญสมถภาวนาสำเร็จปฐมฌานได้อย่างสามัญ

          ...ขอขัดจังหวะผู้อ่านมาทำความเข้าใจเรื่องหน่วยเวลากันก่อนครับ ศัพท์แสงเรื่องเวลาในพระสูตรของพุทธศาสนานั้นต้องขยายความกันหน่อย

อสงไขยปี ในยุคแรกๆ มนุษย์นั้นมีอายุที่ยืนยาวมาก คือจะมีอายุ เท่ากับ 10140 ปี (หรือเอาเลข 1 นำหน้า แล้วตามด้วยเลข 0 อีก 140 ตัว) จำนวนนี้คือ 1 อสงไขยปี ครับ   

หนึ่งรอบอสงไขยปี ในทุก 100 ปี มนุษย์เราจะมีอายุสั้นลง 1 ปี (ในสมัยพุทธกาล คนเรามีอายุเฉลี่ย 100 ปี ส่วนในปัจจุบันมนุษย์มีอายุเฉลี่ยที่ 75 ปี) และจะเป็นอยู่อย่างนี้เรื่อยมาคือมีอายุขัยสั้นลงๆ จนกว่าจะมีอายุที่ต่ำสุด คือ 10 ปี การลดลงของอายุขัยก็จะหยุดลง และจะเริ่มต้นการมีอายุที่ยืนยาวขึ้น จาก 10 ปี เป็น 11 ปี โดยใช้วิวัฒนาการทุกๆ 100 ปีเช่นกัน และจะมีการพัฒนาเช่นนี้ ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่า อายุจะเท่ากับอสงไขยปีเช่นเดิมคือ 1 แล้วตามด้วย 140 ศูนย์ กำหนดระยะเวลาทั้งหมดนี้ เราเรียกว่า หนึ่งรอบอสงไขยปี และการที่ครบรอบหนึ่งอสงไขยปีนี้แหละ ก็จะเท่ากับ 1 อันตรกัป

อสงไขยกัป เมื่อนับจำนวนอันตรกัปได้ครบ 64 อันตรกัป นั้น จึงเรียกว่า 1 อสงไขยกัป

1 มหากัป เท่ากับ 4 อสงไขยกัป

แต่ทีนี้เวลาบอกว่าพระพุทธเจ้าได้บำเพ็ญเพียรสั่งสมบารมี เป็น 4 อสงไขยกับหนึ่งแสนมหากัป นั้น คำว่าอสงไขยในที่นี้หมายถึงการนับจำนวนของมหากัปเป็นอสงไขยกับอีกหนึ่งแสนมหากัปครับ

ส่วนคำว่ากัปและกัลนั้น ต่างมีความหมายเหมือนกัน ต่างกันตรงที่คำหนึ่งเป็นภาษาบาลี อีกคำหนึ่งเป็นภาษาสันสกฤต

          อ่านแล้วไม่ต้องงงกับเรื่อง Timeline นะครับ ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน ลองกดเครื่องคิดเลขดูก็ error ลองใส่ตัวเลขใน Excel Sheet แล้วให้คูณออกมาก็ไปกันใหญ่ เอาเป็นว่าให้รู้ที่มาของศัพท์หน่วยเวลาเหล่านี้เพื่อความเข้าใจในชั้นต้นก่อนนะครับ

 

**ข้อมูลจาก www.landbudhism.com และหนังสือ “ศาสตร์ว่าด้วยการเป็นพระพุทธเจ้า (มุนีนาถทีปนี)” โดยพระเทพมุนี (วิลาส ญาณวโร)

 

          ต่อครับต่อ

            พรหมปุโรหิตาภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 2) ภูมินี้เป็นที่อยู่ของพรหมทั้งหลาย ผู้ทรงฐานะอันประเสริฐคือเป็นปุโรหิตของท่านมหาพรหม มีอายุที่ 32 อันตรกัป ผู้ที่มาเกิด ณ ภูมินี้ต้องเป็นผู้เจริญสมถภาวนาสำเร็จได้ปฐมฌานอย่างปานกลาง

            มหาพรหมาภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 3) เป็นภูมิที่อยู่ของพระพรหมผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ซึ่งมีอายุ 1 มหากัป ผู้เจริญสมถภาวนาสำเร็จปฐมฌานได้อย่างประณีตจะมาอุบัติในภูมิแห่งนี้

            ปริตตาภาภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 4) อันเป็นภูมิที่อยู่ของท่านมหาพรหมทั้งหลายผู้มีรัศมีน้อยกว่าพระพรหมที่มีศักดิ์สูงกว่าตน มีอายุ 2 มหากัป ผู้ที่มาอุบัติบังเกิดในชั้นนี้ได้ต้องสำเร็จได้ทุติยฌานได้อย่างสามัญ

            อัปปมาณาภาภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 5) อันเป็นที่อยู่แห่งพระพรหมทั้งหลายผู้มีอายุ 4 มหากัป ผู้เจริญสมถภาวนาทุติยฌานได้อย่างปานกลางจึงอุบัติ ณ ภูมิชั้นนี้

            อาภัสสราภูมิ (พรหมโลกชั้นที่  6) เป็นที่อยู่แห่งพรหมทั้งหลายผู้มีประกายรุ่งโรจน์แห่งรัศมีนานาแสง มีอายุ 8 มหากัป ผู้เจริญสมถภาวนาทุติยฌานได้อย่างประณีตจึงมาอุบัติ ณ ภูมิชั้นนี้

            ปริตตสุภาภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 7) เป็นภูมิที่อยู่ของพระพรหมทั้งหลายผู้มีความสง่าสวยงามแห่งรัศมีเป็นส่วนน้อย มีอายุ 16 มหากัป ผู้เจริญสมถภาวนาทุติยฌานได้อย่างปานกลางจึงอุบัติ ณ ภูมิชั้นนี้ ผู้เจริญสมถภาวนาตติยฌามได้อย่างสามัญจึงมาอุบัติ ณ ภูมิชั้นนี้

            อัปปมาณสุภาภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 8) เป็นภูมิที่อยู่ของพรหมทั้งหลายผู้มีความสวยงามแห่งรัศมีมากมายไม่มีประมาณ มีอายุที่ 32 มหากัป ผู้เจริญสมถภาวนาทุติยฌานได้อย่างปานกลางจึงมาอุบัติ ณ ภูมิชั้นนี้

            สุภกิณหาภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 9) เป็นภูมิที่อยู่แห่งพรหมทั้งหลายผู้มีความสง่าสวยงามแห่งรัศมีที่ออกสลับปะปนไปอยู่เสมอตลอดสรีระกาย มีอายุ 64 มหากัป ผู้ได้ทุติยฌานได้อย่างประณีตจึงมาอุบัติ ณ ภูมิชั้นนี้

            เวหัปผลาภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 10) อันเป็นภูมิที่อยู่แห่งพรหมทั้งหลายผู้ได้รับผลแห่งฌานกุศลอย่างไพบูลย์ มีอายุ 500 มหากัป ผู้เจริญสมถภาวนาสำเร็จจตุตถฌานจึงมาอุบัติ ณ ภูมิชั้นนี้

            อสัญญสัตตาภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 11) เป็นที่อยู่ของพรหมทั้งหลายผู้ไม่มีสัญญา (พรหมลูกฟัก) มีอายุ 500 มหากัป ผู้เจริญสมถภาวนาสำเร็จจตุตถฌานและเป็นผู้มีสัญญาวิราคภาวนาจะมาอุบัติ ณ ภูมิชั้นนี้

            อวิหาสุทธาวาสภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 12) เป็นภูมิที่อยู่อันบริสุทธิ์แห่งพระอนาคามี อริยบุคคลทั้งหลายผู้ไม่เสื่อมคลายในสมบัติของตน พระพรหมอนาคามีมีอายุ 1,000 มหากัป ผู้เจริญสมถภาวนาได้จตุตถฌานและเจริญวิปัสสนาภาวนาจนสำเร็จเป็นพระอนาคามีอริยบุคคลโดยมีสัทธินทรีย์แก่กล้าจะมาอุบัติ ณ ภูมิชั้นนี้

            อตัปปาสุทธาวาสภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 13) ภูมิอันเป็นที่อยู่อันบริสุทธิ์แห่งพระอนาคามีอริยบุคคลทั้งหลายผู้ไม่มีความเดือดร้อน มีอายุ 2,000 มหากัป ผู้เจริญสมถภาวนาได้จตุตถฌานและเจริญวิปัสสนาภาวนาจนสำเร็จเป็นพระอนาคามีอริยบุคคลโดยมีวิริยินทรีย์แก่กล้าจะมาอุบัติ ณ ภูมิชั้นนี้

            สุทัสสาสุทธาวาสภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 14) เป็นภูมิอันบริสุทธิ์แห่งพระอนาคามีอริยบุคคลทั้งหลายผู้มีความเห็นอย่างแจ่มใส มีอายุ 4,000 มหากัป ผู้เจริญสมถภาวนาได้จตุตถฌานและเจริญวิปัสสนาภาวนาจนสำเร็จเป็นพระอนาคามีอริยบุคคลโดยมีสตินทรีย์แก่กล้าจะมาอุบัติ ณ ภูมิชั้นนี้

            สุทัสสีสุธาวาสภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 15) เป็นภูมิอันบริสุทธิ์แห่งพระอนาคามีอริยบุคคลทั้งหลายผู้มีความเห็นอย่างแจ่มใสกว่า มีอายุ 8,000 มหากัป ผู้เจริญสมถภาวนาได้จตุตถฌานและเจริญวิปัสสนาภาวนาจนสำเร็จเป็นพระอนาคามีอริยบุคคลโดยมีสมาธินทรีย์แก่กล้าจะมาอุบัติ ณ ภูมิชั้นนี้

            อกนิฏฐาสุทธาวาสภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 16) เป็นภูมิอันบริสุทธิ์แห่งพระอนาคามีอริยบุคคลทั้งหลายผู้ทรงคุณวิเศษโดยไม่มีความเป็นรองกัน มีอายุ 16,000 มหากัป ผู้เจริญสมถภาวนาได้จตุตถฌานและเจริญวิปัสสนาภาวนาจนสำเร็จเป็นพระอนาคามีอริยบุคคลโดยมีปัญญินทรีย์แก่กล้าจะมาอุบัติ ณ ภูมิชั้นนี้ 

            สูงขึ้นไปอีก 4 ภูมิคือภูมิของอรูปพรหมครับ...

อากาสานัญจายตนภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 17) เป็นภูมิที่อยู่แห่งพระพรหมผู้วิเศษ ผู้เกิดจากฌานที่อาศัยอากาสบัญญัติซึ่งไม่มีที่สุดเป็นอารมณ์ เป็นอรูปพรหมที่มีอายุ 20,000 มหากัป โยคีผู้ได้จตุตถฌานแล้วและสำเร็จอากาสานัญจายตนฌานจะมาอุบัติในภูมิชั้นนี้

วิญญาณัญจายตนภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 18) เป็นภูมิที่อยู่แห่งพระพรหมผู้วิเศษ ผู้เกิดจากฌานที่อาศัยวิญญาณอันไม่มีที่สิ้นสุดเป็นอารมณ์ เป็นอรูปพรหมที่มีอายุ 40,000 มหากัป โยคีผู้ได้อากาสานัญจายตนฌานและสำเร็จวิญญาณัญจายตนฌานจะมาอุบัติในภูมิชั้นนี้

อากิญจัญญายตนภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 19) เป็นภูมิที่อยู่แห่งพระพรหมผู้วิเศษ ผู้เกิดจากฌานที่อาศัยนัตถิภาวบัญญัติเป็นอารมณ์ เป็นอรูปพรหมที่มีอายุ 60,000 มหากัป โยคีผู้ได้วิญญาณัญจายตนฌานและสำเร็จอากิญจัญญายตนฌานจะมาอุบัติในภูมิชั้นนี้

เนวสัญญานาสัญญายตนภูมิ (พรหมโลกชั้นที่ 20) เป็นภูมิที่อยู่แห่งพระพรหมผู้วิเศษ ผู้เกิดจากฌานที่อาศัยความประณีตเป็นอย่างยิ่ง มีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่ เป็นอรูปพรหมที่มีอายุ 84,000 มหากัป โยคีผู้ได้อากิญจัญญายตนฌานและสำเร็จเนวสัญญานาสัญญาตนฌานจึงจะมาอุบัติในภูมิชั้นนี้

ในทางพุทธศาสนานั้น การได้มาอุบัติในสวรรค์ทั้ง 6 ภูมิและโลกเบื้องสูงทั้ง 20 ภูมิก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยเสมอไป แค่เป็นช่วงพักเสวยสุขในกุศลกรรมเท่านั้น พอหมดช่วง happy hour ก็ต้องลงมาเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง เพื่อให้กรรมเก่าไล่ตามมาส่งผลต่อเนื่อง ดังนั้นในพุทธศาสนาการขึ้นสวรรค์หรือไปเป็นพรหมไม่ใช่การหลุดพ้นเลย เป็นเพียงการยืดเวลาของการชดใช้กรรมเก่าออกไปเท่านั้น

เอ็นทรีหน้าเป็นตอนสุดท้ายของภพภูมิทั้ง 31 ในวัฏสงสารของการเวียนว่ายตายเกิดในพุทธศาสนาแล้ว เป็นโลกเบื้องต่ำหรืออบายภูมิ 4 ที่ไม่ค่อยมีใครอยากไปเกิด แต่ไหงชอบทำเหตุให้ไปเกิดกันจัง

เจอกันเอ็นทรีหน้าครับ ขอตัวไปนอนก่อนครับ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จุดเริ่มต้น วันที่ : 10/10/2010 เวลา : 21.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paksuwanna

เข้ามาเพิ่มความรู้ เจอพาดหัวเรื่องภพภูมิทั้ง 31 ในพุทธศาสนา... สนใจค่ะเผื่อจะไปได้ภพสวรรค์ ด้วยคนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พญาสุขุม วันที่ : 02/08/2010 เวลา : 22.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangrak


น่าสนใจครับผม
http://www.oknation.net/blog/sangrak/2010/08/02/entry-1

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน