• วิรัตติ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : TANT1986@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-30
  • จำนวนเรื่อง : 13
  • จำนวนผู้ชม : 34498
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
สังคมเเห่งผะหญาปั๋ญญาล้านนา...คนเมือง
บนข่วงวิถีทางเเห่งการเรียนรู้บนเเผ่นทอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/TANT
วันอังคาร ที่ 25 พฤศจิกายน 2551
Posted by วิรัตติ , ผู้อ่าน : 6465 , 22:51:30 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การส่งสการ (พิธีกรรมเกี่ยวกับการปลงศพ) เป็นพิธีกรรมอันประณีตบรรจงของชาวล้านนา ซึ่งทำสืบต่อกันมาอันสะท้อนให้เห็นภาพความเป็นอยู่ ความนึกคิด ความเชื่อถือ ศิลปะแห่งการตกแต่งและลักษณะสถาปัตยกรรม โบราณจารย์ได้กำหนดพิธีการ เครื่องใช้ไม้สอยและเครื่องประกอบต่างๆ ไว้อย่างงดงามและสอดคล้องกันอย่างมีเหตุผล
 


ในขบวนพิธีส่งสการ ซึ่งจะเดินทางจากวัดหรือบ้านงานศพไปยังฌาปนสถานนั้นประกอบด้วยสิ่งของต่าดังนี้     
                     1.ตุงสามหาง อันเป็นธงสัญลักษณ์ของงานศพ มีรูปร่างคล้ายคลึงกับรูปกายมนุษย์และมีชายตุงอยู่ 3 ชาย ความหมายของตุง 3 ชายนี้อาจหมายถึง ไตรวัฏฏ์ คือวงจรแห่งทุกข์ ความมิใช่ตัวตน (อนิจฺจตา ทุกฺขตา อนตฺตา) อันเป็นสามัญลักษณะ ตุงสามหางนี้ดั่งปริศนาธรรม ทั้งเป็นอุทาหรณ์ให้ได้คิดไปหลายอย่าง ผู้ถือตุงสามหางนิยมให้ผู้มีความฉลาดหลักแหลม มีศีล มีธรรม
                    2.ถุงข้าวด่าน แสดงถึงความห่วงใยของผู้อยู่เบื้องหลังให้ผู้ตายได้มีเสบียงไปใช้ในปรโลก ถุงข้าวด่านส่วนมากจะบรรจุข้าวปลาอาหาร ผลไม้และหมากเมี่ยง อยู่ในลักษณะที่พร้อมจะรับประทานได้

                    3.หม้อไฟ เป็นหม้อดินเผาสำหรับใส่เชื้อไฟนำไปใช้ที่ป่าช้า
                    4.พระสงฆ์บนเสลี่ยง อ่านคำภีร์ซึ่งถือเป็นจารึกธรรมอันสูงสุดทางศาสนา เรียกว่า พระอภิธัมมัตถสังคหะ หรือพระอภิธัม 7 คำภีร์บ้าง
                    5.บังสกุลจีวร
                    6.เสลี่ยงเครื่องบูชาศพ มีตุง (ธง) ทำด้วยโลหะชนิดต่างๆ เช่นเหล็ก ทองแดง เรียกว่า "ตุงเหล็ก ตุงตอง" ชาวบ้านถือว่าวิญญาณจะจับหางตุงลอยขึ้นสู่สวรค์ บางท่านก็คิดว่า หมายถึงทางดี ทางชั่ว 16 ประการตามจำนวนของตุง ทางดีแปดทางคือ เห็นดี ดำริดี พูดดี การงานดี อาชีพดี เพียรพยายามดี ระลึกดี ตั้งใจดี ส่วนทางตรงข้ามกันที่เอ่ยมาแล้ว ตุงนี้เตือนใจให้ระลึกว่าถ้าเดินทางดีก็มีผลเป็นสุข ถ้าไม่ดีก็เป็นทุกข์
 


นอกจากนี้ก็มีมะพร้าวและบาตร ถือกันว่าน้ำมะพร้าวบริสุทธิ์สะอาดปราศจากธุลี เมื่อนำไปล้างสิ่งใดก็ทำให้บริสุทธิ์สะอาด บาตรบ่งบอกให้ทราบว่าผู้ตายเป็นผู้สนใจกับการถวายอาหารแด่พระสงฆ์ ซึ่งเป็นเครื่องแสดงถึงความใส่ใจในการทำทานไม่ตระหนี่เห็นแก่ตัว

                    7.สามเณรบวชจูงศพ ทางคติล้านนานิยมบวชหน้าศพเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแด่ผู้ที่มีพระคุณและจูงศพไปสู่สุสาน การบวชนี้เรียกว่า "บวชจูง" ผู้บวชจะจูงฝ้ายซึ่งเป็นฝ้ายดิบจำนวน 9 ห่วง ผูกโยงสลับกันไปแล้วนำไปโยงกับฝาโลงด้านปลายเท้า ฝ้าย 9 ห่วงนี้เปรียบถึงการเปล่งวาจาถึงพระพุทธเจ้า 3 ครั้ง พระธรรม 3 ครั้ง พระสงฆ์ 3 ครั้ง อันเป็นไตรสรณคมน์ ใช้เป็นเครื่องจูงไปสู่ปรโลกซึ่งเป็นสุคติภูมิ บางท่านก็คิดว่าหมายถึง สายญาติ คือตนเองอยู่ตรงกลางและนับย้อนไปข้างหลัง 4 ชั่งอายุคนและนับลูกหลานที่จะอยู่ต่อไปภายหน้าอีก 4 ชั่วอายุคน

                    8.ปราสาทศพ เรียกว่า "ปราสาทหลังก๋าย" ไม่มียอดเหมือนปราสาทศพที่ใช้สำหรับเจ้านาย หรือพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ รอบๆ ปราสาทนี้มีขันเงินใส่ดอกไม้อันเป็นลักษณะการตกแต่งที่นิยมกันมาก่อน พ.ศ.2500 ในจังหวัดเชียงใหม่ ปราสาทตกแต่งด้วยกระดาษสาซึ่งเป็นวัสดุพื้นบ้านและลวดลายที่ใช้ประดับประดาเป็นลวดลายแบบเบ้าโบราณ

                    9.ดนตรีพื้นเมือง บรรเลงเพลงพื้นเมืองที่นิยมใช้ในงานส่งสการ เป็นต้นว่าเพลงผาสาทไหว
พิธี "ผัดตาสิน" หรือประทักษิณ นั้นนิยมแบบ "หญิงซ้ายชายขวา" นิยมให้ลูกหลานหรือผู้ที่ได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชูจากผู้ตายเดินเวียนศพ 3 รอบ อันถือเป็นการบูชาคุณงามความดี ถ้าผู้ตายเป็นชายลูกหลานจะเดินเวียนขวา
พิธี "หงมะนาว" หรือการโปรยทาน เป็นการแสดงให้เห็นถึงการแบ่งบันและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน เป็นหัวใจของวัฒนธรรมล้านนา
"บอกไฟ" (บ้องไฟ) ที่ใช้ในพิธีส่งสการ มีหลายชนิด ที่นิยมใช้กันมากก็มี บอกไฟหล่อ บอกไฟเทียน บอกไฟจักจ่า (จักจั่น) บอกไฟสะมะโป๊ก บอกไฟดาวและบอกไฟช้างร้อง บอกไฟช้างร้องจะมีเสียงแปลกพิเศษ ประดุจเสียงโสกาอาดูรของญาติพี่น้องที่อยู่เบื้องหลัง บอกไฟชนิดนี้นิยมใช้เฉพาะในงานพิธีส่งสการเท่านั้น คติในการจุดบอกไฟในการปลงศพ สันนิษฐานว่าใช้เพื่อช่วยยับยั้งอารมณ์โศกเศร้าก่อนที่จะมีการเผาศพ โดยผ่อนคลายให้เปลี่ยนไปสนใจกับเสียงของบอกไฟแทน
อนึ่งหากจะศึกษาอย่างละเอียดถ่องแท้เกี่ยวกับประเพณีพื้นบ้านของล้านนา ก็จะเห็นความแตกต่างหลากหลายกันไปบ้างตามหมู่บ้าน ตามอำเภอและตามจังหวัด หลังปี พ.ศ.2500 มาแล้วได้มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับพิธีกรรมมากตามสมควร และในปัจจุบันก็มีชาวเหนือจำนวนไม่น้อยที่นิยมพิธีการปลงศพแบบที่ทำกันในเมืองหลวง แต่ทั้งนี้ก็พอสรุปได้ว่า ประเพณีล้านนานั้น เรียบง่ายและสัมพันธ์กับวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างลึกซึ้ง.


 สุดสิ้นพิธีส่งสการเจ้าเชียงใหม่

เจ้าไชยสุริวงศ์ในสายตระกูลเจ้าเจ็ดตน

 

พิธีส่งสการ หรือ "ส่งสักการะ" ที่ชาวล้านนาเรียกขานนั้น คือพิธีกรรมที่เกี่ยวกับการปลงศพของชาวล้านนา ซึ่งลูกหลาน ญาติมิตร จะนำเครื่องสักการะต่างๆ ตามไปส่งผู้วายชนม์ที่สุสาน อันถือเป็นการให้เกียรติยกย่องผู้ตาย  การส่งสการเป็นพิธีกรรมที่สะท้อนถึงความเป็นอยู่ ความเชื่อ ศิลปะการตกแต่ง และลักษณะสถาปัตยกรรมล้านนา  ในงานศพของเจ้านายหรือผู้มีฐานะมักมีเครื่องประกอบและรายละเอียดพิธีการมากกว่าพิธีศพของชาวบ้านทั่วไป อีกทั้งต้องอาศัยกำลังคนจำนวนมาก ดังนั้นผู้จัดจึงต้องมีกำลังทรัพย์คู่ไปกับอำนาจบารมีที่สามารถโน้มน้าวหรือกะเกณฑ์คนมาเป็นกำลังร่วมงานได้   เหตุนี้นับตั้งแต่หัวเมืองเหนือถูกผนวกเข้าสู่ระบบการปกครองของราชอาณจักรสยาม พิธีส่งสการเจ้านายเมืองเหนือก็พลอยจะสิ้นสูญไปด้วย จนได้มีการรื้อฟื้นจัด "พิธีศพแบบโบราณล้านนา" ขึ้นในงานพิธีศพเจ้าแม่ทิพวรรณ มหาเทวีแห่งนครเชียงตุง เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๓๓ และเมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๔๗ ที่ผ่านมาก็ได้มีการจัดขึ้นอีกครั้ง เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าไชยสุริวงศ์ ณ เชียงใหม่ ซึ่งพิธีครั้งนี้หลายคนกล่าวว่า อาจเป็นพิธีส่งสการครั้งสุดท้ายของเจ้านายฝ่ายเหนือ

ลดขั้นตอน ไร้พิธี "นอนขอน"

พิธีส่งสการมิได้ทำเพียงแค่วันเผา หากต้องเริ่มตั้งแต่วันสุกดิบ ด้วยการเคลื่อนหีบบรรจุร่างผู้ตายออกจากที่ตั้งเดิมขึ้นสู่ปราสาทที่สร้างเตรียมไว้ ซึ่งมักนิยมทำในช่วงกลางคืนหรือก่อนสว่าง ชาวล้านนาเรียกว่า "ลงนอนขอน" หรือ "ลักศพ"  ในพิธีดังกล่าวจะมีการสวดพระอภิธรรม เทศนาธรรม และค่าวฮ่ำปราสาท ตลอดจนมีมหรสพ ทั้งดนตรีและฟ้อนรำ เพื่อให้งานครึกครื้นตามแบบโบราณประเพณี ซึ่งในงานศพเจ้าแม่ทิพวรรณนั้น จะดำเนินขั้นตอนพิธีดังกล่าวไว้อย่างครบถ้วน ขณะที่งานของเจ้าไชยสุริวงศ์ครั้งนี้ เจ้าภาพได้ตัดขั้นตอนดังกล่าวออก คงเหลือแต่เพียงพิธีชักลากปราสาทศพไปเมรุ ที่จัดสร้างไว้ ณ วัดสวนดอกเท่านั้น 

การสร้างปราสาทถ้าเป็นชาวบ้านมักทำเป็นเรือนไม่มียอด แต่ถ้าเป็นเจ้านาย ชนชั้นสูง และพระสงฆ์ จะสร้างเป็นเรือนยอด แต่จะมีกี่ยอดนั้นก็ขึ้นอยู่กับฐานานุศักดิ์ของผู้ตาย  สำหรับเจ้าไชยสุริวงศ์ที่เป็นเจ้านายผู้ใหญ่ ทำเป็นปราสาทสามยอด ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบฝีมือการสร้างปราสาทหนนี้กับงานเจ้าแม่ทิพวรรณแล้ว จะเห็นความแตกต่างในด้านฝีมือที่ขาดความประณีตงดงาม เมื่อไต่ถามจึงทราบว่าปัจจุบันแทบจะหาสล่าฉลุ ตัดกระดาษที่มีฝีมือได้ยาก ที่หลงเหลืออยู่ก็ล้วนชราภาพ และเมื่อถึงขั้นตอนการชักลากศพ ขบวนพิธีที่เคยยิ่งใหญ่ อลังการด้วยเครื่องสักการะและมากด้วยผู้คนที่เข้าร่วม ก็เหลือเพียงขบวนขนาดกะทัดรัด ที่มาตั้งขบวนไม่ห่างจากประตูวัดสวนดอกนัก ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ผู้แบกแพปราสาทศพซึ่งเป็นทหารจากกองบิน ๑๑ ต้องเหนื่อยหนักเกินไป และยังไม่เป็นปัญหาต่อการจราจรที่คับคั่งของเมืองเชียงใหม่ด้วย

ทิ้งทาน-จุดบะผาบ
สิ้นสุดและสุดสิ้นพิธีกรรม

เสียงกลองตึ่งโน่งที่ดังขึ้น เป็นประดุจสัญญาณให้ขบวนส่งสการที่ถูกจัดอย่างเป็นแบบแผนเคลื่อนออกเดิน  ตุงสามหางที่จารึกชื่อ วัน เดือน ปีเกิด ของผู้ตาย โดดเด่นอยู่หน้าขบวนสะบัดไหวไปตามแรงลม ราวกับจะย้ำเตือนให้ผู้อยู่หลังได้คิดถึงสัจธรรมที่มนุษย์ทุกผู้นามย่อมต้องพ่ายแพ้แก่ความตาย สยบต่อพญามัจจุราช และชายสามแฉกนั้นก็เปรียบดั่งไตรสรณะที่จะนำวิญญาณของผู้วายชนม์ไปสู่สุคติ  การเดินทางของวิญญาณสู่ปรโลกนั้นจะมีระยะทางไกลเท่าใด หามีผู้ใดทราบ ดังนั้นลูกหลานผู้อยู่หลังจึงได้ตระเตรียม "ถุงข้าวด่วน" ที่บรรจุอาหาร หมากเมี่ยง ไว้เป็นเสบียงกรังให้ได้กินได้ใช้ระหว่างทาง ซึ่งในขบวนส่งสการเจ้านายจะทำเป็นขันโตกบรรจุเครื่องคาวหวานแทนถุงย่ามที่ชาวบ้านใช้ พร้อมกันนั้นในขบวนก็ยังประกอบไปด้วยเครื่องสักการะอีกหลายอย่าง ได้แก่ ผ้ามหาบังสุกุลพระราชทาน หม้อไฟ สุ่มดอกไม้จันทน์ ช่อหลวง หาบมะนาวสำหรับโปรยทาน และเสลี่ยงปราสาทเล็กที่บรรจุเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ ซึ่งเป็นเครื่องประกอบอิสริยยศเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ที่จะนำไปใช้ในโลกหน้า ได้แก่ ขันหมาก น้ำต้น กระโถน อูบอาหารคาว-หวาน หีบผ้า แอบยา และพัดวี   ตามมาด้วยขบวนแพปราสาทศพที่ได้รับการตกแต่งด้วยดอกไม้สด นำหน้าด้วยเสลี่ยงพระสงฆ์ผู้อ่านธรรม เพื่อให้ผู้ตายเดินทางไปสู่ภพภูมิที่ดี  นอกจากนั้นยังมีสามเณรอีก ๑๐๐ รูปคอยจูงสายโยงศพ  ปิดท้ายขบวนด้วยญาติมิตรและล้อวงปี่พาทย์ ที่คอยบรรเลงเพลงพื้นเมืองตลอดระยะทางของการแห่ส่งสการ

หลังจากปราสาทศพถูกตั้งขึ้นบนกองฟอนในเขตราชวัตรแล้ว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานในพิธีได้เสด็จทอดผ้ามหาบังสุกุล โดยมีบรรดาพระสงฆ์พิจารณารับผ้าบังสุกุล  จากนั้นจึงมีการฟ้อนส่งสการก่อนที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จะทรงจุดบะผาบ (ฝักแค) ที่วิ่งไปตามสายชนวนของบอกไฟประเภทต่างๆ ซึ่งโยงเข้าสู่ตัวปราสาทศพ เกิดเป็นลูกไฟเผาไหม้ตัวปราสาท คละคลุ้งไปด้วยฝุ่นควัน แสงสีอันงดงามที่เกิดจากการระเบิดของดอกไม้ไฟ พร้อม ๆ กับเสียงร้องครางของบอกไฟจ๊างฮ้องก็บีบรัดความรู้สึกให้เศร้าอาดูร และเมื่อฟ้าฝนโปรยปรายลงมา บรรยากาศก็ดูวังเวงยิ่งขึ้น

ขณะที่ "ควันไฟเขียวติดซวะซวาด น้ำแต้มหยาดกองหลัว ควันไฟมัวชะโชติ สะโลดขึ้นกลางหาว ปานดั่งดาวอยู่ยังฟ้า..." ก็มีการทิ้งทานหรือโปรยทานด้วยผลมะนาวที่ยัดไส้ด้วยเหรียญสตางค์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการละทิ้งสมบัตินอกกาย บ้างก็แย้งว่าเพื่อเป็นการซื้อทางขึ้นสวรรค์

เมื่อองค์ประธานในพิธีเสด็จกลับ ลมและฝนตกกระหน่ำแรงขึ้น แต่เปลวไฟที่เผาไหม้ตัวปราสาทมิได้ดับลง ยังปะทุลุกโชนจนปราสาททั้งหลังไหม้ทลายลงสิ้น จึงเป็นอันสิ้นสุดพิธีส่งสการเจ้าไชยสุริวงศ์ ทั้งยังอาจเป็นการสุดสิ้นพิธีส่งสการของเจ้านายเชียงใหม่อีกด้วย

"เพราะเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ก็วายชนม์หมดแล้ว และการจัดงานพิธีใหญ่โตเช่นนี้ ต้องอาศัยทั้งกำลังคนกำลังทรัพย์ อำนาจบารมี อีกทั้งปัจจุบันสล่ามีฝีมือก็ล้วนอัตคัตขาดแคลน จึงเป็นการยากที่จะเกิดงานลักษณะนี้ได้อีก" คุณจ้อย จิตติเดชารักษ์ แห่งสุริวงศ์บุ๊คเซนเตอร์ ผู้เป็นหัวเรี่ยวแรงคนหนึ่งในการจัดงานครั้งนี้สรุปทิ้งท้าย 

ความไม่จีรังของสังขาร ความไม่เที่ยงแท้ของชีวิต คือ สัจจะของโลกโดยแท้




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ฟ้อนดาบ

งานไหว้ครู

View All
คุณคิดว่าคุณค่าของคนอยู่ที่ใด
ความดี
26 คน
ผลงาน
5 คน
เงินตรา
2 คน
อำนาจ
1 คน
พวกพ้อง
1 คน
ชนชั้น
1 คน
ไม่ทราบ
3 คน

  โหวต 39 คน