• คนปลูกต้นไม้
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-10-03
  • จำนวนเรื่อง : 4
  • จำนวนผู้ชม : 25170
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
ธนาคารต้นไม้
เรื่องราวของธนาคารต้นไม้แห่งประเทศไทย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/TREE-BANK
วันพุธ ที่ 8 ตุลาคม 2551
Posted by คนปลูกต้นไม้ , ผู้อ่าน : 9794 , 12:14:41 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

..... ธนาคารต้นไม้  ตอน 2 .....

ยุทธศาสตร์การพึ่งพาตนเองและความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยพลังงาน อาหาร และยา
เป็นยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้น
 1.   การฟื้นฟูความสมดุลให้ระบบนิเวศ และพัฒนาฐานทรัพยากรธรรมชาติ
 2.   มุ่งแก้ไขปัญหาโลกร้อน และปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและ
 3.   วางรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในระยะยาวมีกิจกรรรมรูปธรรม บนที่ดินทำกินของตนเองเป็นกิจกรรมหลัก เป็นหนี้ในความหมายสองนัยคือ หนี้ธรรมชาติหรือหนี้แผ่นดิน และหนี้สินอันเกิดจากความผิดพลาดหรือล้มเหลวในการผลิตทางการเกษตร

ยุทธศาสตร์การพึ่งพาตนเองและความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย พลังงาน อาหารและยา เป็นยุทธศาสตร์ที่ควบคุมเป้าหมาย 3 กลุ่ม 10 ประการ

เป้าหมายเพื่อการปลดเปลื้องหนี้สินเกษตรกร
 1.  แก้ไขปัญหาพื้นฐานเรื่อง หนี้สิน ของเกษตรกรโดย 3 มาตรการสำคัญคือ
 มาตรการการศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์หนี้สินของเกษตรกร และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภาวะหนี้สินซึ่งแตกต่างกันไปในเกษตรกรแต่ละราย/กลุ่มตามเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
 มาตรการการปรับปรุงโครงสร้าง และมาตรการอื่นในระยะที่เหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรที่เข้าร่วมยุทธศาสตร์มีช่วงเวลาในการปรับเปลี่ยนวิธีการในการผลิต แบบแผนการดำเนินชีวิต
 มาตรการกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินคุณค่าทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการปลูกป่า และมูลค่าทางเศรษฐกิจสัมพันธ์กับการจักการหนี้ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ
 2.   ขยายผลการดำเนินงานของโครงการนำร่องตามยุทธศาสตร์การปลูกต้นไม้ใช้หนี้เพื่อแก้ไขความยากจน
 3.   ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย คือ เกษตรกร 10ล้านคน/ครอบครัว ปลูกต้นไม้บนที่ดินทำกินของตนเอง 4-5 ไร่ต่อครอบครัว จะช่วยให้ประเทศฟื้นคืนป่าได้ครึ่งหนึ่งของพื้นที่ป่าไม้ที่สูญหายไปตลอดช่วงเวลา 50 ปีที่ผ่านมาภายในระยะเวลา 5 ปี (2550-2554)

เป้าหมายทางด้านเศรษฐกิจ
 1.  ความหลากหลายของผลผลิตจากผืนดิน มีอาหาร มียา มีสร้างบ้านเรือน มีพืชพลังงานมีส่วนเกินขายเป็นรายได้ประจำวัน รายเดือน รายปี รายได้ เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินและมีต้นไม้ เป็นบำนาญชีวิตเมื่อถึงวัยชรา ช่วยให้เกษตรกรพึ่งตนเองได้ในเชิงเศรษฐกิจตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
 2.  เกษตรการสามารถนำรายได้ดังกล่าวไปปลดเปลื้องหนี้สินที่มีอยู่กับสถาบันทางการเงินทั้งในระบบและนอกระบบ
 3.  ประเทศชาติปละประชาชนได้รับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากข้อตกลง “คาร์บอนเครดิต” ในทางสากล
 4.  สร้างฐานทรัพยากรในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติในระยะยาว เป็นทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับกานผลิตอาหาร(เพื่อสุขภาพ) ยา(ยาสมุนไพร)พลังงาน(จากพืช) และการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติจากป่าไม้

เป้าหมายด้านการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 1.  พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเกษตรกรรม โดยการสร้าง ฐานทรัพยากรป่าไม้บนที่ดินทำกิจของเกษตรกรอันจะส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพบนที่ดินทำกินและการฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศน์ในชุมชนท้องถิ่น
 2.  เพิ่มปริมาณต้นไม้ เพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของชาติ อันเป็นฐานทรัพยากรสำคัญการพัฒนาที่สอดคล้องกับศักยภาพของชาติ ในระยะยาว
 3.  ลดปัญหาภาวะโลกร้อน ภัยแล้ง และปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ

คำถามจากเวทีปลูกต้นไม้ในใจคน
 1.  ไม่เป็นหนี้ปลูกต้นไม้ได้หรือไม่ ?
 2.   ไม่เป็นลูกค้าธนาคารปลูกต้นไม้ได้ไม่ ?
 3.   ไม่เป็นเกษตรกร ปลูกต้นไม้ได้หรือไม่ ?
 4.   ปลูกอย่างน้อยคนละกี่ต้น ?
 5.   ปลูกแล้วขายใคร ?
 6.   ปลูกแล้วตัวได้หรือไม่ ?
 7.   ที่ดินถือครองปลูกต้นไม้ได้หรือไม่ ?
 8.   ปลูกต้นไม้แล้วประเมินค่าอย่างไร ?
 9.   ควรปลูกต้นไม้อะไร ? บ้าง กล้าไม้จะหาที่ไหน ? ฯ ลฯ

บทสรุปจากเวทีเครือข่ายลุ่มน้ำหลังสวน
 เพื่อตอบโจทก์ทุกข้อ คำถามทุกคำถาม ตลอดจนขยายข้อจำกัดโครงการปลูกต้นไม้ใช้หนี้เป็น “ธนาคารต้นไม้(TREE BANK)” ขับเคลื่อนการพัฒนาตามนโยบาย “ปลูกต้นไม้ใช้หนี้” โดยการสร้างการเรียนรู้ตามกลยุทธ์ “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ของการพัฒนาตามกลยุทธ์ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งขาติฉบับที่ 8-10 ที่เน้นการพัฒนา “คน” เป็นศูนย์กลาง” โดยกระบวนการที่ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นหลัก อีกฝ่ายหนึ่งมามีส่วนร่วม แต่เป็นกระบวนการที่มีข้อมูล  ข่าวสารและความรู้เป็นฐานและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาศึกษาวิเคราะห์สังเคราะห์ร่วมกัน จนเกิดทางเลือกในการปฏิบัติและการพัฒนาครอบครัวและชุมชน เรียกว่าเป็นการขับเคลื่อนการพัฒนาด้วย “กระบวนการเรียนรู้”หรือ”กระบวนการทางปัญหา”และเรียกการพัฒนาโดยกระบวนการเรียนรู้นี้ว่า “การพัฒนาบนฐานความรู้”(knowledge based development)

ธนาคารต้นไม้คืออะไร
 ธนาคารต้นไม้ คือ องค์กรภาคประชาชนที่ตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการปลูก รับฝากต้นไม้และสร้างมูลค่าต้นไม้ ให้เป็นเงินหรือทรัพย์ประกอบไปด้วย ธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ และธนาคารต้นไม้สำนักงานสาขา

ธนาคารต้นไม้ มีความเป็นมาอย่างไร
 ธนาคารต้นไม้ เกิดจากแนวคิดการสร้างความพอเพียง มั่งคั่ง ยั่งยืน ให้กับประชาชนทุกคนที่ปลูกต้นไม้ โดยการใช้ต้นไม้เป็นทรัพย์สินและเกิดจากยุทธศาสตร์แก้ปัญหาความยากจนภายใต้แนวทางปลูกต้นไม้ใ
ช้หนี้

แนวคิดธนาคารต้นไม้
 1.   ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดที่จะให้ภาคประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรปลูกต้นไม้เศรษฐกิจในที่ดินทำกินของตนเองแล้วสร้างมูลค่าต้นไม้ เป็นทรัพย์สิน เป็นเงินเพื่อใช้ทรัพย์สินดังกล่าวไปเป็นทุนหรือชำระหนี้ธนาคารและสถาบันการเงินที่เป็นนิติบุคคลคลอกจนการใช้มูลค่าไม้เป็นหลักทรัพย์หรือหลักประกันต่าง ๆที่จะต้องทำระหว่างรัฐกับประชาชน
 2.   ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดให้ชุมชนปลูกต้นไม้ในที่ดินส่วนรวม เพื่อสร้างมูลค่าเป็นทรัพย์สินของชุมชนส่วนรวม
 3.   ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แผ่นดิน และมุ่งแก้ปัญหาโลกร้อน ด้วยแนวคิดสร้างโลกหลายใบบนโลกใบเดียว
 4.   ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดให้เกษตรกรกักแผ่นดินทำกินและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ที่ดินตลอดจนป้องกันการซื้อขายที่ดิน
 5.   ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดในการรับรองสิทธิต้นไม้ที่ปลูกและรับรองสิทธิในที่ดินที่ประชาชนได้ปลูกต้นไม้
 6.   ธนาคารค้นไม้ มีแนวทางสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ สร้างเครือข่าย กลุ่มคนที่ปลูกต้นไม้
 7.   ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดในการสร้างความพอเพียง มั่งคั่ง ยั่งยืนให้กับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
 8.   ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดการดำรงวิถีการเกษตรที่มุ่งเอาภูมิปัญญาชาติพันธุ์ไทยทำการเกษตรให้เกิดความหลากหลายในพื้นที่ และสร้างสมดุลแก่ระบบนิเวศ

หลักการธนาคารต้นไม้
 -   หลักการที่  1  ต้นไม้ที่ประชาชนปลูก ณ ที่ใด ประชาชนมีสิทธิในการเป็นเจ้าของ
 -   หลักการที่  2  ต้นไม้ที่ประชาชนปลูก ณ ที่ใด ประชาชนย่อมมีสิทธิดูแลรักษาคิดมูลค่าเพื่อใช้สอยเป็นพลังงาน อาหารและยา ตลอดจนตัวขายเป็นสินค้า
 -   หลักการที่  3  ผืนแผ่นดินที่ประชาชนปลูกต้นไม้ ประชาชนย่อมได้รับการรับรองสิทธิทั้งต้นไม้และที่ดินให้เป็นของประชาชน
 -  หลักการที่  4  ต้นไม้ที่ประชาชนปลูก ย่อเป็นทรัพย์ของประชาชนและต้นไม้ทุกต้อนย่อมมีมูลค่า
 -  หลักการที่  5  ต้นไม้ทุกต้นที่ประชาชนปลูกย่อมสร้างสีเขียวให้แผ่นดิน และ ความสมดุลให้กับระบบนิเวศ ตลอดจนแก้ปัญหาโลกร้อนได้โดยดุษฎี

ผลที่พึงได้รับจากธนาคารต้นไม้
 1.  ธนาคารต้นไม้สารถรับรองสิทธิแก่ต้นไม้และสร้างทรัพย์สินแก่สมาชิก
 2.  เกิดการแก้ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินทำให้ประชาชนสามารถรักษาที่ดินทำกินไว้ได้
 3.  ลดภาระการปลูกป่าภาครัฐมาเป็นการส่งเสริมภาคประชาชน
 4.  แก้ปัญหาหนี้สูญและการเรียกร้องให้ปลดหนี้ด้วยวิธีการเรียกร้อง
 5.  สร้างสมดุลให้แก่พื้นที่
 6.  เพิ่มปริมาณต้นไม้ขึ้นในประเทศและโลก เพื่อแก้วปัญหาโลกร้อนกับวิธีคิดสร้างโลก 5 ใบในโลกใบเดียว
 7.  สร้างเครือข่ายภาคประชาชนกับรัฐและธนาคาร
 8.  กระบวนการรักษาพันธุกรรมพืช
 9.  ลดการนำเข้าไม้จากต่างประเทศ
 10.  สร้างกระบวนการออกโดยใช้ต้นไม้เป็นทรัพย์
 11.  สร้างความมั่นคงให้แก่ชีวิตในระยะยาว เกิดกระบวนการพออยู่ พอกิน พอใช้ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นไปตามพระราชดำริ ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
 12.  เพิ่มพื้นที่ป่าจากการปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตรให้ใกล้เคียงกับป่า

 หลักการและเหตุผล
 ธนาคารต้นไม้ (TREE BANK)
เป็นพัฒนาการเนินงานต่อเนื่องจากประสบการณ์และองค์ความรู้ในโครงการนำร่องตามแผนยุทธศาสตร์ การปลูกต้อนไม้ใช้หนี้เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของคณะกรรมการผู้นำชุมชนแห่งชาติ สำนักอำนวยการคณะกรรมการผู้นำชุมชนแห่งชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ตามนโยบาย “การปลูกต้นไม้ใช้หนี้” ภายใต้ยุทธศาสตร์การพึ่งตนเองและความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยพลังงาน อาหารและยา มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาโลกร้อนและปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและเป็นการวางรากฐาน การพัฒนาเศรษฐกิจของชาติตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในระยะยาว โดยมีกิจกรรมรูปธรรม คือ “ปลูกต้นไม้ใช้หนี้” บนที่ดินทำกินของตนเองเป็นกิจกรรมหลักและปลูกต้นไม้สาธารณะและป่าชายเลนเป็นกิจกรรมรองที่สำคัญเป็น “หนี้” ที่มีความหมายสองนัย คือ หนี้ธรรมชาติหรือหนี้แผ่นดิน และหนี้สินอันเกิดจากความผิดพลาดหรือความล้มเหลวในการผลิตทางการเกษตรกรที่เข้าร่วมทำกิจกรรม
 จากพิธีเปิดวาระแห่งชาติว่าด้วยการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ ภายใต้ยุทธศาสตร์ การพึ่งตนเองและความมั่งคงด้านที่อยู่อาศัย พลังงาน อาหารและยา เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2550 ณ ตึกสันติไมตรีธรรมเนียบรัฐบาล เป็นการกระตุ้นให้เกษตรกรที่ได้ร่วมรับฟังในที่นั้นเกิดความรู้ความเข้าใจ และหวังที่จะดำเนินกิจกรรมในโครงการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ เพื่อที่จะเรียนรู้ในการจักการการสร้างเครือข่ายและสร้างระบบการจัดการทรัพยากรชุมชนร่วมกันให้สามารถพึ่งตนเองได้ในระดับครอบครัว ชุมชนเครือข่าย นอกจากนี้การปลูกต้นไม้ใช้หนี้ยังเป็นการลดปัญหาความยากจน เพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายมีกินมีใช้พอเพียงตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถที่จัดการหนี้สินของเกษตรกรได้ในระยะยาวและนำไปสู่การจัดระบบสวัสดิการชุมชนให้กับตนเองและผู้ที่ด้อยโอกาสในชุมชนได้อย่างยั่งยืน และสิ่งที่สำคัญเป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ของชุมชนของประเทศ ของโลกนำไปสู่ความอุดมสมบูรณ์เพื่อแก้ไขภาวะปัญหาโลกร้อนในปัจจุบัน

วัตถุประสงค์โครงการ
 1.  เพื่อเกิดความมั่งคงทางด้านที่อยู่อาศัย พลังงาน อาหารและยา โดยการปลูกต้นไม้ในระดับครอบครัว สมาชิกและเครือข่าย
 2.  เพื่อฟื้นฟูความสมดุลระบบนิเวศน์และพัฒนาฐานทรัพยากรธรรมชาติ มุ่งแก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 3.  เพื่อให้สมาชิกเครือข่ายสามารถใช้ชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและแก้ไขปัญหาหนี้สินและความยากจนของครอบครัวและชุมชน
 4.  เพื่อเฉลิมฉลองพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระชนมายุ 80 พรรษา ในวันที่ 5 ธันวาคม 2550
 5.  เพื่อให้สมาชิกได้เรียนรู้การจักการพันธุ์ไม้ในท้องถิ่นของพืช 7 กลุ่ม 5 ประโยชน์
 6.  เพื่อให้สมาชิกลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ มีเศรษฐกิจที่ดีอย่างยั่งยืน และพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้เข้มแข็ง

รายละเอียด วิธีการ ขั้นตอนการดำเนินการตามโครงการ
 1.  ธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มีตัวแทนจากธนาคารต้นไม้สาขา ๆ ละ 2 คนเป็นคณะกรรมการธนาคารต้นไม้ ตั้งอยู่ 84   ถ.เอเชีย 41   สี่แยกเขาหลาง   ม. 6   อ.ละแม จ.ชุมพร 86170 โทรศัพท์ 077-549246-4  มือถือ 081-8912334  มีนายจินดา   บุญจันทร์ เป็นประทานคณะกรรมการ ว่าที่ ร.ต.ไสว  แสงสว่าง เป็นผู้จัดการธนาคารต้นไม้ และนายพงศา  ชูแนม   เป็นรองผู้จัดการนาคาร้นไม้
 2.  ธนาคารต้นไม้สาขา   เป็นการรวบรวมสมาชิกที่มีความสมัครใจเข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ มีที่มาจากการรวมกลุ่มระดับชุมชน/หมู่บ้าน ในพื้นที่หมู่บ้าน/ตำบล/พื้นที่ใกล้เคียงกัน ตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาละ 9-15 คน เป็นคณะกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้สาขา
 3.  ระบบการจัดการของธนาคารต้นไม้ มี 2 ระดับ คือ
 3.1  ธนาคารต้นไม้สาขา  มีระบบการจัดการ คือ
  3.1.1  กองทุนพันธุ์ไม้  มีบทบาท ดังนี้
 1)  ดำเนินการจัดหาปัจจัยสำคัญ 3 อย่าง คือ ถุงเพาะชำกล้าไม้ , เมล็ดพันธุ์ไม้และต้นกล้าไม้
 2)  กองทุนพันธุ์ไม้ ให้สมาชิกแต่ละคนเบิกถุงเพาะขำไปทำกิจกรรมเพาะชำกล้าไม้ในครัวเรือนของตนเองโดยมีหลักการการจัดการทีชัดเจน เช่น เบิกถุงไป 100 ถุง ต้องคืนกล้าไม้ 20 ถุง
 3)  กองทุนพันธุ์ไม้ จำทำทะเบียนประเภทพันธุ์ไม้และจำนวนที่สมาชิกเป็นทะเบียนกล้าไม้ของธนาคารต้นไม้สาขา
  3.1.2  เรือนเพาะชำกล้าไม้  เป็นระบบการจัดการไม้ของธนาคารต้นไม้สาขา เพื่อรองรับการจัดการกล้าไม้ที่สมาชิกคืนให้กับกองทุนพันธุ์ไม้ ตามอัตราที่ธนาคารต้นไม้สาขากำหนดพร้อมส่งเสริมให้มีการเพาะชำกล้าไม้เพื่อ แจก-แลก – ขาย เรือนเพาะชำ มีบทบาทสำคัญ   ดังนี้
 1)  ดูแลทะเบียนกล้าไม้ของสมาชิกและทะเบียนกล้าไม้ของกองทุนพันธุ์ไม้และทะเบียนกล้าไม้ของธนาคารต้นไม้สาขา
 2)  สนับสนุนกล้าไม้ ให้สมาชิก (ที่ไม่เบิกถุงเพาะชำไปชำกล้าไม้เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านใดด้านหนึ่ง) ไปปลูกในที่ดินของตนเองคนละ 80 ต้น อย่างน้อย 9 ต้น
 3)  สนับสนุนกล้าไม้สำหรับการปลูกในพื้นที่สาธารณะของชุมชน
 4)  จำหน่ายกล้าไม้สร้างรายได้ให้กับกองทุนพันธุ์ไม้เพื่อให้มีเงินทุนขยายกิจกรรมการเพาะกล้าไม้และการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ในปี (รุ่น) ต่อไป หรือนำมาจัดสวัสดิการต่าง ๆ ให้สมาชิก ฯลฯ
 5) รับฝากขายกล้าไม้ส่วนเกินของสมาชิกโดยมีค่าจัดการตามอัตราที่ธนาคารต้นไม้กำหนด
 6)  ดำเนินการจัดหาปัจจัยวัสดุโรงเรือนเพาะชำ,ดิน,ปุ๋ยอินทรีย์,วัสดุการเกษตร,ระบบน้ำอุปกรณ์การเพาะชำ ฯลฯ
 7)  ขอรับกล้าไม้จากส่วนงานที่เพาะชำกล้าไม้แจก
 8)  เพาะชำกล้าไม้เพื่อแจก-แลก-ขายให้กับสมาชิกหรือบุคคลโดยทั่วไปในราคาที่ธนาคารค้นไม้กำหนด


       3.1.3 การบริหารจัดการ
   ธนาคารต้นไม้สาขามีสมาชิกอย่างน้อย 50 คน ดำเนินงานโดยคณะกรรมการสาขาละ 9-15 คน ดำรงตำแหน่งอย่าง ๆ มีบทบาทสำคัญ ดังนี้
   1)  จัดเวทีประชุมหลักสูตร “ปลูกต้นไม้ในใจคน” ภายใต้ศูนย์เรียนรู้ “ตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการปลูกต้นไม้ใช้หนี้”
   2)  ส่งตัวแทนคณะกรรมการดำรงตำแหน่งธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ ตลอกจนเข้าร่วมกิจกรรมของธนาคารต้นไม้สาขาต่าง ๆ
   3)  เสนอข้อบังคับ ระเบียบ ขั้นตอนการดำเนินงานต่อที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกลงมติเห็นชอบถือให้บริหารจัดการ

   4)  จัดให้มีสวัสดิการ ค่าตอบแทนให้กับสมาชิกและคณะกรรมการตามสมควร
   5)  จัดทำฐานข้อมูลสมาชิกและพันธุ์ไม้
   6)  จัดทำแบบประเมินมูลค่าไม้ตลอดจนแผนที่ GIS
       3.1.4 สมาชิกธนาคารต้นไม้  แต่ละสาขาต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 50 คน อยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชนและพื้นทำกิน ติดต่อใกล้เคียงกัน
   1)  สมาชิกต้องสมัครใจเข้าเป็นสมาชิกโดยจัดทำใบสมัครเป็นสมาชิกจะเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์เมื่อผ่านการเรียนรู้ตามหลักสูตรการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ตามนโยบายของรัฐบาลจากศูนย์เรียนรู้ของชุมชนที่ได้รับมอบหมายจาก (คณะกรรมการผู้นำชุมชนแห่งชาติ สำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี วิทยาการหลัก 3 ท่าน คือ นายจินดา  บุญจันทร์ , ว่าที่ ร.ต. ไสว แสงสว่าง และ นายพงศา   ชูแนม)
   2)  สมาชิกต้องเข้าร่วมทำกิจกรรมของธนาคารต้นไม้ตามหลักเกณฑ์ของการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ ทั้งการเพาะกล้าไม้ การปลูกต้นไม้บนที่กินทำกินของตนเอง (อย่างน้อยคนละ 9 ต้น) และกิจการอื่น ๆ ตามแนวปฏิบัติของนโยบายและแนวทางที่ธนาคารต้นไม้กำหนด
   3)  สมาชิกสามาถนำกล้าไม้ส่วนเกินจากการเพาะปลูกบนที่ดินทำกินของตนเอง ฝากเรือนเพาะชำของธนาคารต้นไม้สาขา  เพื่อแลกหรือจำหน่ายตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารต้นไม้กำหนด


 3.2 ธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่  มีระบบการจัดการ คือ
         3.2.1 จัดเวที “ปลูกต้นไม้ในใจคน” ให้กับสมาชิกธนาคารต้นไม้สาขา
       3.2.2 ขยายเครือข่ายธนาคารต้นไม้สาขา/สมาชิกธนาคารต้นไม้
       3.2.3 ประชาสัมพันธ์โครงการให้รู้จักแพร่หลาย
  3.2.4.จัดประชุมคณะกรรมการธนาคารต้นไม้และประเมินมูลค่าไม้
  3.2.5 ขอรับสนับสนุนงบประมาณจากส่วนราชการและเอกชน
  3.2.6 จัดให้มีการอบรมสัมมนา ศึกษาดูงานให้แก่สมาชิก
  3.2.7 ขอรับสนับสนุนกล้าไม้ให้แก่สมาชิกและธนาคารต้นไม้สาขา
  3.2.8 จัดกิจกรรมปลูกป่าชุมชน ป่าชายเลน หรือที่ดินสาธารณะประโยชน์  เช่น วัด  โรงเรียน  ริมถนน ฯลฯ
   3.2.9 ประสานงานและเข้าร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ฯลฯ
   3.2.10 ตรวจเยี่ยมธนาคารต้นไม้สาขาและสมาชิก
   3.2.11 ตามงานผลการดำเนินให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


ชมรายละเอียดเรื่อง ธนาคารต้นไม้ เพิ่มเเติมได้ที่
http://treebank.multiply.com/




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
torsak วันที่ : 20/12/2008 เวลา : 21.02 น.

สารธตม.สลุย สัมพันธ์ ฉบับที่ 1/2551
………………………………………………………………………

ความเคลื่อนไหว
หลังจากที่พวกเราได้เปิดเวที”ปลูกต้นไม้ในใจคน” และเปิดธนาคารต้นไม้สาขาสลุยอย่างเป็นทางการ โดย
คุณพงศา ชูแนม เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2551 ไปแล้ว ประธานของเรา(คุณมาโนช บัวสุวรรณ) ก็ได้เริ่มออกทำงานกันเลย
1 โดยได้เข้าร่วมประชุมใหญ่ที่อำเภอละแม เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2551 ได้รับการตอบรับอย่างดี และได้รับตำแหน่งรองประธานโซนลุ่มน้ำท่าตะเภาอีกตำแหน่ง
2 ประชุมคณะกรรมการและแต่งตั้งกรรมการเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 27 พ.ย.2551
3. คณะกรรมการได้จัดทำแผนงาน/โครงการ ส่งธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ วงเงินประมาณ 3 แสนเศษ

สมาชิก
•เราอยู่รวมกันก็ต้องมีกฎกติกาในการทำกิจกรรมร่วมกัน คณะกรรมการมีมติให้ร่างระเบียบข้อบังคับของธนาคารขึ้นและจะขอความเห็นจากพวกเรา ให้คณะกรรมการที่แต่งตั้งชุดนี้ได้ทำงานกันต่อไป
•ขณะนี้มีสมาชิกแล้วประมาณ 100 คน กำลังดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ และจะทยอยรับเพิ่มอีก
•คณะกรรมการได้เสนอให้พวกเราช่วยกันหาแหล่งงบประมาณทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อเป็นเงินทุนในการบริหารจัดการธนาคารของเรา
•กรรมการได้เสนอให้มีการเผยแพร่กิจกรรมของพวกเราโดยการจัดทำสารสัมพันธ์และรายงานประจำปี ฉบับนี้เป็นฉบับที่ 1 พวกเราแสดงความคิดเห็นอย่างไรก็บอกมาทางกรรมการ เพื่อปรับปรุงต่อไป

ต้นไม้
•คณะกรรมการได้แบ่งหน้าที่ในการสำรวจแปลงไม้สมาชิกของเราเพื่อจัดทำฐานข้อมูลลงคอมพิวเตอร์
•ธนาคารของเราจะทำกองทุนพันธุ์ไม้ รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป
•ธนาคารของเราจะหาแหล่งพันธุ์ไม้และทำทะเบียนให้สมาชิกทราบ ในการติดต่อ/ประสานงาน/ขอรับกล้าไม้

เครือข่าย
•14 ธ.ค. 2551 ประธานเชิญกรรมการไปร่วมประชุมเครือข่ายที่ อ.บางสะพาน
•21 ธ.ค. 2551 มีการเปิดธนาคารต้นไม้สาขาคลองวังช้าง อ.ปะทิว ประธานจะไปร่วมงานนี้ด้วย

“ผืนแผ่นดินที่ประชาชนปลูกต้นไม้ ประชาชนย่อมได้รับการรับรองสิทธิทั้งต้นไม้และที่ดินให้เป็นของประชาชน”

..ชัยยุทธ ไชโย บรรณาธิการ..

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
torsak วันที่ : 20/12/2008 เวลา : 20.57 น.

ระเบียบข้อบังคับ
ธนาคารต้นไม้สาขาสลุย ปี 2551
…………………….

หมวดที่ 1 ข้อความทั่วไป

ข้อ 1 ความเป็นมา
ธนาคารต้นไม้ เกิดจากแนวคิดการสร้างความพอเพียง มั่งคั่ง ยั่งยืน ให้กับประชาชนทุกคนที่ปลูกต้นไม้ โดยการใช้ต้นไม้เป็นทรัพย์สินและเกิดจากยุทธศาสตร์แก้ปัญหาความยากจนภายใต้แนวทางปลูกต้นไม้ใช้หนี้
ข้อ 2 ธนาคารนี้เรียกว่า”ธนาคารต้นไม้สาขาสลุย” คำย่อว่า”ธตม.สลุย”
ข้อ 3 เครื่องหมายหรือตราสัญลักษณ์




ข้อ 4 ความหมาย ธนาคารต้นไม้ คือ องค์กรภาคประชาชนที่ตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการปลูก รับฝากต้นไม้และ
สร้างมูลค่าต้นไม้ ให้เป็นเงินหรือทรัพย์ประกอบไปด้วย ธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ และธนาคาร
ต้นไม้สาขา
ข้อ 5 แนวคิดธนาคารต้นไม้
5.1 ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดที่จะให้ภาคประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรปลูกต้นไม้เศรษฐกิจใน
ที่ดินทำกินของตนเองแล้วสร้างมูลค่าต้นไม้ เป็นทรัพย์สิน เป็นเงินเพื่อใช้ทรัพย์สินดังกล่าวไปเป็นทุนหรือชำระหนี้ธนาคารและสถาบันการเงินที่เป็นนิติบุคคลตลอดจนการใช้มูลค่าไม้เป็นหลักทรัพย์หรือหลักประกันต่าง ๆที่จะต้องทำระหว่างรัฐกับประชาชน
5.2 ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดให้ชุมชนปลูกต้นไม้ในที่ดินส่วนรวม เพื่อสร้างมูลค่าเป็นทรัพย์สินของชุมชนส่วนรวม
5.3 ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แผ่นดิน และมุ่งแก้ปัญหาโลกร้อน ด้วยแนวคิดสร้างโลกหลายใบบนโลกใบเดียว
5.4 ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดให้เกษตรกรรักแผ่นดินทำกินและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ที่ดินตลอดจนป้องกันการซื้อขายที่ดิน
5.5 ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดในการรับรองสิทธิต้นไม้ที่ปลูกและรับรองสิทธิในที่ดินที่ประชาชนได้ปลูกต้นไม้
5.6 ธนาคารต้นไม้ มีแนวทางสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ สร้างเครือข่าย กลุ่มคนที่ปลูกต้นไม้
5.7 ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดในการสร้างความพอเพียง มั่งคั่ง ยั่งยืนให้กับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
5.8 ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดการดำรงวิถีการเกษตรที่มุ่งเอาภูมิปัญญาชาติพันธุ์ไทยทำการเกษตรให้เกิดความหลากหลายในพื้นที่ และสร้างสมดุลแก่ระบบนิเวศน์
ข้อ 6 หลักการธนาคารต้นไม้
หลักการที่ 1 ต้นไม้ที่ประชาชนปลูก ณ ที่ใด ประชาชนมีสิทธิในการเป็นเจ้าของ
หลักการที่ 2 ต้นไม้ที่ประชาชนปลูก ณ ที่ใด ประชาชนย่อมมีสิทธิดูแลรักษาคิดมูลค่าเพื่อใช้สอยเป็นพลังงาน อาหารและยา ตลอดจนขายเป็นสินค้า
หลักการที่ 3 ผืนแผ่นดินที่ประชาชนปลูกต้นไม้ ประชาชนย่อมได้รับการรับรองสิทธิทั้งต้นไม้และที่ดินให้เป็นของประชาชน
หลักการที่ 4 ต้นไม้ที่ประชาชนปลูก ย่อมเป็นทรัพย์ของประชาชนและต้นไม้ทุกต้นย่อมมีมูลค่า
หลักการที่ 5 ต้นไม้ทุกต้นที่ประชาชนปลูกย่อมสร้างสีเขียวให้แผ่นดิน และ ความสมดุลให้กับระบบนิเวศน์ ตลอดจนแก้ปัญหาโลกร้อนได้โดยดุษฎีข้อ
7 ผลที่พึงได้รับจากธนาคารต้นไม้
7.1 ธนาคารต้นไม้สามารถรับรองสิทธิแก่ต้นไม้และสร้างทรัพย์สินแก่สมาชิก
7.2 เกิดการแก้ปัญหาการใช้ประโยชน์ที่ดินทำให้ประชาชนสามารถรักษาที่ดินทำกินไว้ได้
7.3 ลดภาระการปลูกป่าภาครัฐมาเป็นการส่งเสริมภาคประชาชน
7.4 แก้ปัญหาหนี้สูญและการเรียกร้องให้ปลดหนี้ด้วยวิธีการเรียกร้อง
7.5 สร้างสมดุลให้แก่พื้นที่
7.6 เพิ่มปริมาณต้นไม้ขึ้นในประเทศและโลก เพื่อแก้ปัญหาโลกร้อนกับวิธีคิดสร้างโลก 5 ใบในโลกใบเดียว
7.7 สร้างเครือข่ายภาคประชาชนกับรัฐและธนาคาร
7.8 กระบวนการรักษาพันธุกรรมพืช
7.9 ลดการนำเข้าไม้จากต่างประเทศ
7.10 สร้างกระบวนการออกหลักทรัพย์หรือหลักประกันต่าง ๆ โดยใช้ต้นไม้เป็นทรัพย์
7.11 สร้างความมั่นคงให้แก่ชีวิตในระยะยาว เกิดกระบวนการพออยู่ พอกิน พอใช้ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นไปตามพระราชดำริ ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
7.12 เพิ่มพื้นที่ป่าจากการปรับเปลี่ยนพื้นที่เกษตรให้ใกล้เคียงกับป่า
ข้อ 8 สำนักงาน ที่ทำการตั้งอยู่ที่ โรงเรียนบ้านเนินทอง หมู่ที่ 6 ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร
ข้อ 9 จัดตั้งเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2551

หมวดที่ 2 วัตถุประสงค์
2.1 เป็นธนาคารต้นไม้ที่สามารถปลดเปลื้องหนี้สินที่เป็นเงินทองกับสถาบันการเงิน
2.2 เป็นสถาบันที่รับรองสิทธิที่เทียบเท่าทางการเงินอย่างมีศักดิ์ศรี
2.3 เป็นองค์กรที่สนับสนุนให้คนทดแทนคุณแผ่นดิน
2.4 เป็นศูนย์รวบรวมน้ำใจซึ่งร่วมกันทำความดีถวายในหลวง
2.5 เป็นการเริ่มต้นที่จะแก้วิกฤติภาวะโลกร้อน
2.6 เพื่อเกิดความมั่งคงทางด้านที่อยู่อาศัย พลังงาน อาหารและยา โดยการปลูกต้นไม้ในระดับครอบครัว สมาชิกและเครือข่าย
2.7 เพื่อฟื้นฟูความสมดุลระบบนิเวศน์และพัฒนาฐานทรัพยากรธรรมชาติ มุ่งแก้ปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
2.8 เพื่อให้สมาชิกเครือข่ายสามารถใช้ชีวิตตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและแก้ไขปัญหาหนี้สินและความยากจนของครอบครัวและชุมชน
2.9 เพื่อให้สมาชิกได้เรียนรู้การจัดการพันธุ์ไม้ในท้องถิ่นของพืช 7 กลุ่ม 5 ประโยชน์
2.10 เพื่อให้สมาชิกลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ มีเศรษฐกิจที่ดีอย่างยั่งยืน และพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้เข้มแข็ง
2.11 เป็นกลไกสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ คือ
•ยุทธศาสตร์การพึ่งพาตนเองและความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย พลังงาน อาหาร และยา
เป็นยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้น
1. การฟื้นฟูความสมดุลให้ระบบนิเวศน์ และพัฒนาฐานทรัพยากรธรรมชาติ
2. มุ่งแก้ไขปัญหาโลกร้อน และปัญหาหนี้สินของเกษตรกรและ
3. วางรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในระยะยาวมีกิจกรรรมรูปธรรม บนที่ดินทำกินของตนเองเป็นกิจกรรมหลัก เป็นหนี้ในความหมายสองนัยคือ หนี้ธรรมชาติหรือหนี้แผ่นดิน และหนี้สินอันเกิดจากความผิดพลาดหรือล้มเหลวในการผลิตทางการเกษตร
เป็นยุทธศาสตร์ที่ควบคุมเป้าหมาย 3 กลุ่ม 10 ประการ
เป้าหมายเพื่อการปลดเปลื้องหนี้สินเกษตรกร
1. แก้ไขปัญหาพื้นฐานเรื่อง หนี้สิน ของเกษตรกรโดย 3 มาตรการสำคัญคือ
มาตรการการศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์หนี้สินของเกษตรกร และปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อภาวะหนี้สินซึ่งแตกต่างกันไปในเกษตรกรแต่ละราย/กลุ่มตามเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
มาตรการการปรับปรุงโครงสร้าง และมาตรการอื่นในระยะที่เหมาะสม เพื่อให้เกษตรกรที่เข้าร่วมยุทธศาสตร์มีช่วงเวลาในการปรับเปลี่ยนวิธีการในการผลิต แบบแผนการดำเนินชีวิต
มาตรการกำหนดหลักเกณฑ์การประเมินคุณค่าทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการปลูกป่า และมูลค่าทางเศรษฐกิจสัมพันธ์กับการจัดการหนี้ของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ
2. ขยายผลการดำเนินงานของโครงการนำร่องตามยุทธศาสตร์การปลูกต้นไม้ใช้หนี้เพื่อแก้ไขความยากจน
3. ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย คือ เกษตรกร 10 ล้านคน/ครอบครัว ปลูกต้นไม้บนที่ดินทำกินของตนเอง 4-5 ไร่ต่อครอบครัว จะช่วยให้ประเทศฟื้นคืนป่าได้ครึ่งหนึ่งของพื้นที่ป่าไม้ที่สูญหายไปตลอดช่วงเวลา 50 ปีที่ผ่านมาภายในระยะเวลา 5 ปี (2550-2554)
เป้าหมายทางด้านเศรษฐกิจ
1. ความหลากหลายของผลผลิตจากผืนดิน มีอาหาร มียา มีการสร้างบ้านเรือน มีพืชพลังงาน มีส่วนเกินขายเป็นรายได้ประจำวัน รายเดือน รายปี เมื่อเกิดกรณีฉุกเฉิน และมีต้นไม้ เป็นบำนาญชีวิตเมื่อถึงวัยชรา ช่วยให้เกษตรกรพึ่งตนเองได้ในเชิงเศรษฐกิจตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
2. เกษตรกรสามารถนำรายได้ดังกล่าวไปปลดเปลื้องหนี้สินที่มีอยู่กับสถาบันทางการเงินทั้งในระบบและนอกระบบ
3. ประเทศชาติและประชาชนได้รับผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากข้อตกลง “คาร์บอนเครดิต” ในทางสากล
4. สร้างฐานทรัพยากรในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติในระยะยาว เป็นทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับกานผลิตอาหาร(เพื่อสุขภาพ) ยา(ยาสมุนไพร)พลังงาน(จากพืช) และการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนและอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติจากป่าไม้
เป้าหมายด้านการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
1. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเกษตรกรรม โดยการสร้าง ฐานทรัพยากรป่าไม้บนที่ดินทำกิจของเกษตรกรอันจะส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพบนที่ดินทำกินและการฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศน์ในชุมชนท้องถิ่น
2. เพิ่มปริมาณต้นไม้ เพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของชาติ อันเป็นฐานทรัพยากรสำคัญการพัฒนาที่สอดคล้องกับศักยภาพของชาติ ในระยะยาว
3. ลดปัญหาภาวะโลกร้อน ภัยแล้ง และปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ

หมวดที่ 3 สมาชิกภาพและการขาดจากสมาชิก
ข้อ 3.1 สมาชิกของธนาคาร มี 2 ประเภท ดังนี้
3.1.1 สมาชิกสามัญ ได้แก่สมาชิกในพื้นที่ตำบลสลุยและพื้นที่ใกล้คียง
3.1.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข้อ 3.2 คุณสมบัติของสมาชิก
3.2.1 ต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย มีพื้นที่ในตำบลสลุยหรือใกล้เคียง
3.2.2 ต้องมีทะเบียนราษฎร์และบัตรประชาชนถูกต้อง
3.2.3 ต้องมีความประพฤติดี และยินยอมปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ
ข้อ 3.3 การเป็นสมาชิก
3.3.1 ผู้ที่ประสงค์จะเป็นสมาชิก ต้องยื่นใบสมัครตามแบบฟอร์มของธนาคารฯด้วยตนเอง โดยมีสมาชิกหรือกรรมการธนาคารฯ ลงชื่อรับรองคุณสมบัติ อย่างน้อย 2 คน
3.3.2 ผู้สมัครจะเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์และมีสิทธิคุ้มครอง ต่อเมื่อคณะกรรมการมีมติให้เข้าเป็นสมาชิกและผู้สมัครนั้นได้ชำระเงินค่าสมัคร(ถ้ามี) ตามข้อบังคับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ข้อ 3.4 การขาดสมาชิกภาพ
3.4.1 ตาย
3.4.2 ลาออก
3.4.3 ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ออก
3.4.4 คณะกรรมการมีมติให้ออก เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับหรือทำให้เกิดความเสียหายแก่ธนาคารฯและส่วนรวม

หมวดที่ 4 เงินค่าสมัคร ค่าบำรุง
ผู้สมัครต้องชำระเงินให้ธนาคารครั้งเดียวดังนี้
4.1 เงินค่าสมัคร100 บาท
4.2 เงินบำรุง 20 บาท
สมาชิกไม่มีสิทธิเบิกกลับได้ ยกเว้นคณะกรรมการมีมติให้เบิกโดยไม่ขัดต่อระเบียบข้อบังคับ

หมวดที่ 5 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
5.1 สมาชิกมีสิทธิแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรม กิจการของธนาคารฯ และมีสิทธิเรียกร้องให้คณะกรรมการกระทำหรือเว้นการกระทำ เพื่อประโยชน์ของธนาคารฯ หรือป้องกันการเสียหายที่จะเกิดแก่ธนาคารฯและมวลสมาชิก
5.2 สมาชิกมีสิทธิเข้าร่วมประชุมใหญ่ของธนาคารฯ และมีสิทธิลงคะแนนเสียงทุกครั้งที่มีการโหวตเสียง
5.3 สมาชิกมีสิทธิขอตรวจสอบบัญชี ทรัพย์สินหรือเอกสารของธนาคารฯ เพื่อทราบถึงการดำเนินงานของธนาคารฯ โดยต้องเข้าชื่อร้องขอตรวจสอบเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด
5.4 สมาชิกมีหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งของธนาคารฯ โดยชอบธรรมอย่างเคร่งครัด
5.5 สมาชิกมีหน้าที่ในการเลือกตั้งคณะกรรมการและมีสิทธิในการลงสมัครเป็นคณะกรรมการเมื่อถึงวาระการเลือกตั้ง
5.6 สมาชิกมีสิทธิในการตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการและมีสิทธิเสนอให้ปลดกรรมการเมื่อมีความผิด โดยต้องเข้าชื่อเสนอปลดเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมด
5.7 สมาชิกมีสิทธิในการเสนอ กำหนดหรือยกเว้นระเบียบข้อบังคับของธนาคารฯ เมื่อถึงวาระการจัดทำระเบียบข้อบังคับของธนาคารฯ โดยมิทำให้เกิดความเสียหายต่อส่วนรวม

หมวดที่ 6 ระบบการจัดการของธนาคาร
6.1 สมาชิก ธนาคารต้นไม้สาขาจะต้องรวบรวมสมาชิกที่มีความสมัครใจเข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้ มีที่มาจากการรวมกลุ่มระดับชุมชน/หมู่บ้าน ในพื้นที่หมู่บ้าน/ตำบล/พื้นที่ใกล้เคียงกัน ตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป เลือกตั้งคณะกรรมการสาขาละ 9-15 คน เป็นคณะกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้สาขา
6.1.1) สมาชิกต้องสมัครใจเข้าเป็นสมาชิกโดยสมัครเป็นสมาชิก และจะเป็นสมาชิกโดยสมบูรณ์เมื่อผ่านการเรียนรู้ตามหลักสูตรการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ตามนโยบายของรัฐบาลจากศูนย์เรียนรู้ของชุมชนที่ได้รับมอบหมายจาก คณะกรรมการผู้นำชุมชนแห่งชาติ สำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี วิทยาการหลัก 3 ท่าน คือ นายจินดา บุญจันทร์ , ว่าที่ ร.ต. ไสว แสงสว่าง และ นายพงศา ชูแนม
6.2.2) สมาชิกต้องเข้าร่วมทำกิจกรรมของธนาคารต้นไม้ตามหลักเกณฑ์ของการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ ทั้งการเพาะกล้าไม้ การปลูกต้นไม้บนที่กินทำกินของตนเอง (อย่างน้อยคนละ 9 ต้น) และกิจการอื่น ๆ ตามแนวปฏิบัติของนโยบายและแนวทางที่ธนาคารต้นไม้กำหนด
6.2.3) สมาชิกสามารถนำกล้าไม้ส่วนเกินจากการเพาะปลูกบนที่ดินทำกินของตนเอง ฝากเรือนเพาะชำของธนาคารต้นไม้สาขา เพื่อแลกหรือจำหน่ายตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารต้นไม้กำหนด
6.2 ธนาคารต้นไม้สาขา มีระบบการจัดการ คือ
6.2.1 ตั้งกองทุนพันธุ์ไม้ มีบทบาท ดังนี้
1) ดำเนินการจัดหาปัจจัยสำคัญ 3 อย่าง คือ ถุงเพาะชำกล้าไม้ , เมล็ดพันธุ์ไม้และต้นกล้าไม้
2) กองทุนพันธุ์ไม้ ให้สมาชิกแต่ละคนเบิกถุงเพาะชำไปทำกิจกรรมเพาะชำกล้าไม้ในครัวเรือนของตนเองโดยมีหลักการการจัดการที่ชัดเจน
3) กองทุนพันธุ์ไม้ มีการจัดทำทะเบียนประเภทพันธุ์ไม้และจำนวนสมาชิกที่เพาะกล้าไม้ของธนาคารต้นไม้สาขา
6.2.2 เรือนเพาะชำกล้าไม้ เป็นระบบการจัดการไม้ของธนาคารต้นไม้สาขา เพื่อรองรับการจัดการกล้าไม้ที่สมาชิกคืนให้กับกองทุนพันธุ์ไม้ ตามอัตราที่ธนาคารต้นไม้สาขากำหนดพร้อมส่งเสริมให้มีการเพาะชำกล้าไม้เพื่อ แจก-แลก-ขาย เรือนเพาะชำ มีบทบาทสำคัญ ดังนี้
ดูแลทะเบียนกล้าไม้ของสมาชิกและทะเบียนกล้าไม้ของกองทุนพันธุ์ไม้และทะเบียนกล้าไม้ของธนาคารต้นไม้สาขา
สนับสนุนกล้าไม้ ให้สมาชิก ไปปลูกในที่ดินของตนเอง
สนับสนุนกล้าไม้สำหรับการปลูกในพื้นที่สาธารณะของชุมชน
จำหน่ายกล้าไม้สร้างรายได้ให้กับกองทุนพันธุ์ไม้เพื่อให้มีเงินทุนขยายกิจกรรมการเพาะกล้าไม้และการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ในปี (รุ่น) ต่อไป หรือนำมาจัดสวัสดิการต่าง ๆ ให้สมาชิก ฯลฯ
รับฝากขายกล้าไม้ส่วนเกินของสมาชิกโดยมีค่าจัดการตามอัตราที่ธนาคารต้นไม้กำหนด
ดำเนินการจัดหาปัจจัยวัสดุโรงเรือนเพาะชำ,ดิน,ปุ๋ยอินทรีย์,วัสดุการเกษตร,ระบบน้ำอุปกรณ์การเพาะชำ ฯลฯ
ขอรับกล้าไม้จากหน่วยงานที่เพาะชำกล้าไม้แจก
เพาะชำกล้าไม้เพื่อแจก-แลก-ขายให้กับสมาชิกหรือบุคคลโดยทั่วไปในราคาที่ธนาคารต้นไม้กำหนด
การบริหารจัดการ
ธนาคารต้นไม้สาขามีสมาชิกอย่างน้อย 50 คน ดำเนินงานโดยคณะกรรมการสาขาละ 9-15 คน ดำรงตำแหน่ง ต่าง ๆ มีบทบาทสำคัญ ดังนี้
1) จัดเวทีประชุมหลักสูตร “ปลูกต้นไม้ในใจคน” ภายใต้ศูนย์เรียนรู้ “ตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการปลูกต้นไม้ใช้หนี้”
2) ส่งตัวแทนคณะกรรมการดำรงตำแหน่งธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ ตลอดจนเข้าร่วมกิจกรรมของธนาคารต้นไม้สาขาต่าง ๆ
3) เสนอข้อบังคับ ระเบียบ ขั้นตอนการดำเนินงานต่อที่ประชุมใหญ่ของสมาชิกลงมติเห็นชอบถือให้บริหารจัดการ
4) จัดให้มีสวัสดิการ ค่าตอบแทนให้กับสมาชิกและคณะกรรมการตามสมควร
5) จัดทำฐานข้อมูลสมาชิกและพันธุ์ไม้
6) จัดทำแบบประเมินมูลค่าไม้ตลอดจนแผนที่ GIS

6.3 กิจกรรมของธนาคาร
6.3.1 จัดเวที “ปลูกต้นไม้ในใจคน” ให้กับสมาชิก
6.3.2 ขยายเครือข่าย สมาชิกธนาคารต้นไม้
6.3.3 ประชาสัมพันธ์โครงการให้รู้จักแพร่หลาย
6.3.4 จัดประชุมคณะกรรมการธนาคารต้นไม้และประเมินมูลค่าไม้
6.3.5 ขอรับสนับสนุนงบประมาณจากส่วนราชการและเอกชน
6.3.6 จัดให้มีการอบรมสัมมนา ศึกษาดูงานให้แก่สมาชิก
6.3.7 ขอรับสนับสนุนกล้าไม้ให้แก่สมาชิก
6.3.8 จัดกิจกรรมปลูกป่าชุมชน ป่าชายเลน หรือที่ดินสาธารณะประโยชน์ เช่น วัด โรงเรียน ริมถนน ฯลฯ
6.3.9 ประสานงานและเข้าร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ฯลฯ
6.3.10 ตรวจเยี่ยมสมาชิก
6.3.11 ตามงานผลการดำเนินให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หมวดที่ 7 คณะกรรมการบริหารธนาคาร
7.1 คณะกรรมการประกอบด้วย
7.1.1.คณะกรรมการดำเนินการธนาคารต้นไม้สาขา จำนวน 7-15 คน ประกอบด้วย
1. ประธานคณะกรรมการดำเนินการ 1 คน
2. รองประธานคณะกรรมการ 1 คน
3. เหรัญญิก 1 คน
4. ผู้ช่วยเหรัญญิก 1 คน
5. กรรมการควบคุมและตรวจสอบผลงาน 2 คน
6. กรรมการ 4-6 คน
7. เลขานุการ 1 คน
8. ผู้ช่วยเลขาการ 1 คน
9. ผู้จัดการสาขา 1 คน
7.1.2 คณะทำงานของธนาคารต้นไม้ 5 คณะ
1. คณะทำงานผู้รับผิดชอบโครงการ จำนวน 3 คน
ประกอบด้วย 1. หัวหน้าผู้รับผิดชอบโครงการ 1 คน
2. ตัวแทนกรรมการควบคุมและตรวจสอบผลงาน 1 คน
3. ตัวแทนคณะกรรมการ 1 คน
2. คณะทำงานเปิดบัญชีและเบิกจ่ายเงินออกจากบัญชี จำนวน 3 คน
ประกอบด้วย 1. ประธานคณะกรรมการดำเนินการ 1 คน
2. เหรัญญิก 1 คน
3. ตัวแทนคณะกรรมการดำเนินการ 1 คน
3. คณะทำงานจัดซื้อ จัดจ้าง จำนวน 3 คน
ประกอบด้วย1. ตัวแทนคณะกรรมการดำเนินการ 1 คน
2. ตัวแทนสมาชิก 2 คน
4. คณะทำงานจัดทำบัญชีค่าใช้จ่าย จำนวน 2 คน
ประกอบด้วย1. เหรัญญิกหรือผู้ช่วยเหรัญญิก 1 คน
2. ตัวแทนสมาชิก 1 คน
5. คณะทำงานควบคุมและตรวจสอบผลงาน จำวน 3 คน
ประกอบด้วย1. หัวหน้าผู้รับผิดชอบโครงการ 1 คน
2. ตัวแทนกรรมการควบคุมและตรวจสอบผลงาน 1 คน
3. ตัวแทนสมาชิก 1 คน
7.2 การเลือกตั้งกรรมการ
7.2.1 ให้สมาชิกเสนอชื่อพร้อมมีผู้รับรองอย่างน้อย 3 คน หากมีผู้เสนอชื่อมากกว่าตำแหน่งกรรมการในตำแหน่งนั้นให้มีการโหวตเสียง โดยถือเสียงข้างมากให้เป็นได้รับเลือก หากมีผู้เสนอชื่อเท่ากรรมการในตำแหน่งนั้น ให้ถือว่าผู้ถูกเสนอชื่อเป็นผู้ได้รับเลือก
7.2.2 คณะกรรมการของธนาคาร ไม่มีสิทธิได้รับเงินเดือน ยกเว้นเงินค่าเดินทาง(ค่าน้ำมัน) ค่าตอบแทน ค่าสวัสดิการ หรือเงินค่าประกอบกิจกรรมตามมติที่ประชุมใหญ่ หรือมติกรรมการ
7.2.3 คณะกรรมการที่ได้รับการเลือกตั้งตามข้อ(7.2.1) มีวาระ 2 ปี
7.2.4 หากมีคณะกรรมการต้องพ้นจากตำแหน่งและมีการเลือกตั้งใหม่ ให้ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งอยู่ตามวาระผู้ซึ่งตนแทน แต่ถ้าวาระกรรมการเหลืออยู่น้อยกว่า 90 วัน ไม่ต้องมีการเลือกตั้งใหม่
7.2.5 เมื่อคณะกรรมการต้องพ้นตำแหน่งตามวาระกำหนด ให้มีการเลือกตั้งภายใน 30 วัน และให้คณะกรรมการคณะเดิมปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน จนกว่าคณะใหม่จะรับหน้าที่
7.3 การพ้นตำแหน่งของคณะกรรมการ
7.3.1 ครบตามวาระกำหนด
7.3.2 ตาย
7.3.3 ลาออก
7.3.4 ขาดจากสมาชิกภาพ
3.4.3 กระทำผิดระเบียบข้อบังคับ คณะกรรมการมีมติให้ออก
3.4.4 ที่ประชุมใหญ่มีมติให้ออก

หมวดที่ 8 การประชุม
8.1 การประชุมมี 4 ลักษณะ ดังนี้
8.1.1 การประชุมใหญ่สมาชิกทั้งหมด ปีละไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง และต้องแจ้งให้สมาชิกทราบก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน
8.1.2 การประชุมคณะกรรมการบริหารปีละไม่น้อยกว่า 6 ครั้ง และให้เลขานุการแจ้งให้กรรมการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน พร้อมจัดทำวาระ/รายงานการประชุมทุกครั้ง
8.1.3 การประชุมฉุกเฉิน เร่งด่วน ประธานคณะกรรมการสามารถเรียกประชุมสมาชิกทั้งหมดหรือเฉพาะกรรมการได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เมื่อมีเหตุอันควร
8.1.4 การประชุมเพื่อปรับปรุงแก้ไขกำหนดระเบียบข้อบังคับของธนาคารฯ โดยจะแจ้งให้สมาชิกทราบและร่วมประชุมอย่างน้อย 3 ใน 4 ของสมาชิกทั้งหมด
7.2 การโหวตเสียงเพื่อหามติในที่ประชุม กระทำได้ 2 วิธี คือ
8.2.1 วิธีลับ(วิธีลงคะแนนโดยลับ)
8.2.2 วิธีเปิดเผย(วิธียกมือโดยเปิดเผย)

หมวดที่ 9 การทะเบียน การเงิน การบัญชี
9.1 คณะกรรมการมีหน้าที่ จัดทำทะเบียนสมาชิกและทะเบียนทรัพย์สินอื่นให้เรียบร้อย พร้อมทำทะเบียนการเงินและบัญชีรายรับรายจ่าย
9.2 คณะกรรมการมีหน้าที่ ทำเอกสารแจ้งเตือนให้สมาชิกทราบถึงการดำเนินการกิจกรรมต่างๆ ของ
ธนาคารฯ
9.3 เงินทุกประเภทของธนาคารฯ ให้นำฝากธนาคารในบัญชีเงินฝาก 1 บัญชี กับธนาคารเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาท่าแซะ ชื่อบัญชี”ธนาคารต้นไม้สาขาสลุย”
9.4 การฝาก-การถอนเงิน ให้คณะกรรมการที่ได้รับการคัดเลือก เป็นผู้นำฝากและมีอำนาจในการถอนเงิน 2 ใน 3 คน
9.5 จัดทำสรุปรายงานการเงินประจำปี เสนอที่ประชุมใหญ่/ธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่/หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

หมวดที่ 10 อื่นๆ
10.1 การรับสมาชิกจากองค์กรอื่นเข้าเป็นสมาชิกของธนาคารฯ ให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมใหญ่(ประชุมสามัญประจำปี)
10.2 ระเบียบข้อบังคับนี้ สามารถปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติมได้ตามมติส่วนใหญ่ของมวลสมาชิกโดยไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ จารีตประเพณี ข้อกฎหมายใดๆ หรือธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่

ประกาศ ณ วันที่ ธันวาคม 2551




ลงชื่อ
(นายมาโนช บัวสุวรรณ)
ประธานคณะกรรมการดำเนินการธนาคารต้นไม้สาขาสลุย
torsak

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
torsak วันที่ : 20/12/2008 เวลา : 20.53 น.

แผนงาน/โครงการธนาคารต้นไม้สาขาสลุย(ร่าง) เพื่อ เสนอของบประมาณภาครัฐ-เอกชน เป็นพลังขับเคลื่อน
1.โครงการพัฒนาธนาคารต้นไม้
1.1 จัดซื้อคอมพิวเตอร์โน๊ตบุค 30,000.-
1.2 จัดซื้อกล้องดิจิตอล 15,000.-
1.3 จัดซื้อเครื่องขยายเสียงเคลื่อนที่ 6,000.-
1.4 เครื่องพิมพ์ 5,000.-


2.โครงการจัดตั้งกองทุนพันธุ์ไม้
2.1 จัดทำเรือนเพาะชำกล้าไม้ 50,000.-
2.2 จัดทำระบบน้ำในโรงเรือน (โรงสูบน้ำ/ปั้มน้ำ/ท่อ/สายไฟ ฯลฯ) 35,000.-

2.3 จัดหาปัจจัยวัสดุโรงเรือนเพาะชำ 30,000.-
ดิน,ปุ๋ยอินทรีย์,วัสดุการเกษตร,
ระบบน้ำอุปกรณ์การเพาะชำ ฯลฯ
2.4ขอรับสนับสนุนงบประมาณจากส่วนราชการและเอกชน
2.5ขอรับสนับสนุนกล้าไม้ให้แก่สมาชิก

3.โครงการพัฒนาบุคลากร/สมาชิก 50,000.-
3.1 จัดทำฐานข้อมูลสมาชิก
3.2 ประชุม/อบรมกรรมการ/ที่ปรึกษา
3.3 จัดศึกษาดูงานกรรมการ/สมาชิก
3.4 เยี่ยมธนาคารต้นไม้สาขาแลกเปลี่ยนประสบการณ์

4.โครงการขยายเครือข่าย/สมาชิก 35,000.-
4.1 ออกประชาสัมพันธ์โครงการ
4.2 รับสมัครสมาชิก
4.3 เยี่ยมสมาชิก
4.4 ส่งตัวแทนร่วมกิจกรรมกับเครือข่ายต่างๆ

5.โครงการประเมินมูลค่าไม้ 35,000.-
5.1 จัดทำฐานข้อมูลพันธุ์ไม้
5.2 จัดทำสมุดบัญชีธนาคาร
5.3 จัดทำแผนที่เดินดิน/GIS
5.4 จัดประชุมคณะกรรมการธนาคารต้นไม้เกี่ยวกับการประเมินมูลค่าไม้
5.5 ออกประเมินมูลค่าไม้

6.โครงการจัดกิจกรรมปลูกป่า 10,000.-
6.1 ทอดผ้าป่าต้นไม้/ปลูกป่าชุมชน
6.2ประสานงานและเข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่ากับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ฯลฯ

7.โครงการประเมินผลงานประจำปี 10,000.-
7.1 จัดทำวารสารเผยแพร่
7.2 จัดพิมพ์รายงานประจำปี
รวม 311,000.-
torsak

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 28/11/2008 เวลา : 01.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

มีที่ดินอยู่ไม่มากปลูกเต็มหมดแล้ว
ต้องไปปลูกในที่ดินของคนอื่น
ที่ดินสาธารณะ ปลูกต้นไม้ในป่า

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
คนปลูกต้นไม้ วันที่ : 27/11/2008 เวลา : 09.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TREE-BANK

ความคิดเห็นที่ 20 เติมมายา...
จังหวัดสุราษฎร์ เปิดธนาคารต้นไม้แล้ว 5 สาขา ดังนี้ค่ะ
1. สาขาวิภาวดี
2. สาขาท่าขนอน (สาขาสุราษฎร์)
3. สาขาลุ่มน้ำพุมดวง (บางมะเดื่อ)
4. สาขากรูด
5. สาขาถ้ำสิงขร
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ DJ ไก่เถื่อน 087-8851153 ได้ตลอดเวลาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
เติมมายา วันที่ : 17/10/2008 เวลา : 14.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dhammachart

ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีไหมคะ กำลังจะกลับไปอยู่บ้านเกิด

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
คนปลูกต้นไม้ วันที่ : 16/10/2008 เวลา : 12.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TREE-BANK

ความคิดเห็นที่ 9 5cats...
ขอบคุณสำหรับข้อความสนับสนุนและกำลังใจที่มีให้พวกเรา
แต่จะดียิ่งๆ ไปกว่า ถ้าท่านจะลงมือปลูกต้นไม้สักต้นในวันสบายๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 10 สิงห์มือซ้าย ...
ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมและให้กำลังใจกันนะคะ
การปลูกต้นไม้ ไม่จำเป็นต้องคิดให้ยุ่งยาก ต้นอะไรก็ได้ที่เราอยากปลูก
เพราะต้นไม้ทุกต้นมอบประโยชน์ให้แก่โลกและมวลมนุษย์เสมอค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 Augustman ...
สาธุค่ะ ขอผลบุญจงมีแด่ทุกท่านด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 12 ภูผาน้ำฝน ...
ตอนนี้ธนาคารต้นไม้มีสาขามากมายทั่วประเทศ แถวๆ เขาใหญ่ก็มี
สอบถามรายละเอียดได้ที่ ธกส.ทุกสาขา
แล้วดิฉันจะแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมให้คุณทราบถึงบ้านเลยนะคะ
ขอบคุณสำหรับการติดตามความเคลื่อนไหวนะคะ

ความคิดเห็นที่ 14 Bhirisa_ภิริสา ...
การทำเวทีชุมชนเพื่อเปิดเป็นธนาคารต้นไม้สาขา สามารถทำได้ทันทีที่มีความพร้อม
หรือฝากข้อความและเบอร์โทรศัพท์ (หลังบ้านก็ได้) ทีมงานจะติดต่อกลับไปโดยเร็วที่สุดค่ะ
เราคงมีโอกาสได้ร่วมงานกันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 15 วิตามินบี...
ขอบพระคุณสำหรับกิจกรรมดีๆ ที่นำมาฝากกันนะคะ
พวกเราก็อุดมการณ์เดียวกันอยู่แล้ว .... ยินดีมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 slipknot ...
ขอบคุณ คุณผี ที่ให้เกียรติติดตามชมนะคะ

ความคิดเห็นที่ 17 veerin ...
พวกเรากำลังขับเคลื่อนด้วยแรงใจของทุกคนค่ะ ขอบคุณนะคะ

ความคิดเห็นที่ 18 ลีโอนิกด์ ...
เรารักษ์ธรรมชาติ เพราะธรรมชาติก็รักเราใช่มั้ยคะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ลีโอนิกด์ วันที่ : 16/10/2008 เวลา : 11.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/artpom

ยก 2 มือสนับสนุนเต็มที่ โครงการดีๆๆแบบนี้คืนชีวิตให้กับธรรมชาติ...

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
veerin วันที่ : 15/10/2008 เวลา : 14.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin

เป็นแนวคิดที่ดีและควรสนับสนุนอย่างยิ่งค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
slipknot วันที่ : 14/10/2008 เวลา : 23.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยย


ความคิดเห็นที่ 15 (0)
วิตามินบี วันที่ : 14/10/2008 เวลา : 23.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


"เราต้องการคุณ"
โอเคเนชั่นขอเชิญร่วมประกวด "ตั้งชื่อชมรม" อนุรักษ์ธรรมชาติ ของชาวโอเค
เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนพลังปกป้องป่าให้เดินหน้าต่อไป
http://www.oknation.net/blog/babymind/2008/10/14/entry-2

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 14/10/2008 เวลา : 22.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

ธนาคารสาขา...น่าสนใจมากค่ะ...จะลองไปนำเสนอเพื่อน ๆ และคนที่รู้จักค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
คนปลูกต้นไม้ วันที่ : 14/10/2008 เวลา : 14.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TREE-BANK

ความคิดเห็นที่ 8 วิตามินบี ...
ขอขอบคุณ คุณวิตามินบีที่เข้ามาเยี่ยมชมและอ่านรายละเอียดของโครงการนะคะ
รายละเอียดเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบในตอนต่อไปนะคะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 14/10/2008 เวลา : 12.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.

กลุ่มธนาคารต้นไม้ที่เขาใหญ่มีไหมคะ
ชุมชน หรือ หมู่บ้านแถวๆคลองม่วง
หรือต้องสอบถามที่ธ.ก.ส คะ
อ่านแล้ว concept ดีมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Augustman วันที่ : 14/10/2008 เวลา : 10.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Augustman
• มอบทุกสิ่ง ด้วยใจ ใสพิสุทธิ์

ขออนุโมทนากับโครงการดี ๆ นี้ ครับผม


ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 14/10/2008 เวลา : 10.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

เป็นโครงการที่ดีจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
5cats วันที่ : 14/10/2008 เวลา : 10.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/5cats

เป็นโครงการที่ดีเยี่ยมจริงๆ
สนับสนุนคะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
วิตามินบี วันที่ : 14/10/2008 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


อ่านแล้วรู้สึกดีใจมากๆ
ที่มีธนาคารต้นไม้เกิดขึ้น
ทั้งชื่อของกลุ่ม
และหลักการเหตุผล
ล้วนเป็นภาพที่ชัดเจนยิ่ง
โดยเฉพาะแนวคิดการปลูกต้นไม้ใช้หนี้
และการสร้างโลกหลายใบบนโลกใบเดียว

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ณชาติหนึ่ง วันที่ : 13/10/2008 เวลา : 12.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nnnnnn
จอมยุทธไพร หัวใจพอเพียง

เมื่อวานข้าพเจ้าปลูกต้นไม้ไปได้กว่า 50 ต้น
เปลี่ยนมือที่เคยจับกระบี่มาจับจอบ
ได้อรรถรสไปอีกแบบ... แถมได้ความภาคภูมิใจด้วยนะท่าน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คนปลูกต้นไม้ วันที่ : 13/10/2008 เวลา : 12.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TREE-BANK

ความคิดเห็นที่ 1 มัชฌิมาปกร...
โครงการได้รับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐอยู่แล้ว
และทีมงานก็จริงจังจริงๆ อย่างมากด้วยค่ะ ขอบคุณการสนับสนุนของคุณด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 นาคราช ...
ได้รับการตอบรับที่ดีจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมค่ะ
รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างมาก
งบประมาณหลายส่วนมาจากภาครัฐ แต่การขับเคลื่อนส่วนใหญ่มาจากภาคประชาชน
ด้วยทีมงานที่เข้มแข็ง ทุกวันนี้ โครงการธนาคารต้นไม้ กำลังมุ่งหน้าไปข้างหน้าเรื่อยๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 และ 4
ขอบคุณสำหรับคำชมมากมายนะคะ
ขอบคุณสำหรับ 1 โหวตด้วย
ขอยกความดีความชอบให้กับทีมงาน ธนาคารต้นไม้ทุกท่านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 5cats...
ของเขาดีจริงๆ ค่ะ ขอบคุณนะคะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
5cats วันที่ : 09/10/2008 เวลา : 18.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/5cats

ดีจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
eggs วันที่ : 09/10/2008 เวลา : 00.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/psitirat
“All truths are easy to understand once they are discovered.” Galileo 

พี่เป็นคนเปิดศักราชคนแรกด้วยการให้โหวตที่ ๑ ค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
eggs วันที่ : 09/10/2008 เวลา : 00.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/psitirat
“All truths are easy to understand once they are discovered.” Galileo 

คุณน้อง ณ ชาติหนึ่ง และทีมงาน คงตั้งใจทำงานนี้อย่างมุ่งมั่นนะ คงจะเหน็ดเหนื่อยมากกับยุทธศาสตร์การพึ่งพาตนเองและความมั่นคงด้านที่อยู่่อาศัย พลังงาน อาหาร และยา เพราะโครงการนี้ เป็นโครงการระยะยาว กว่าจะเห็นผลก็ต้องอาศัยเวลานานพอสมควร...

...พี่เองก็ได้แต่หวังว่า น้อง ณ ชาติหนึ่ง คงจะภูมิใจที่จะได้เห็นผลที่เกิดขึ้นตามมา เมื่อวันนั้นมาถึงค่ะ !!

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นาคราช วันที่ : 08/10/2008 เวลา : 13.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wat

เรื่องดีๆอย่างนี้มีเสียงตอบรับจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้างครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 08/10/2008 เวลา : 12.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

สนับสนุนเต็มที่ครับ
จริง ๆ รัฐควรให้การช่วยเหลืออย่างมาก และจริงจังด้วย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน