• Thaihippy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : oldthaihippy@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-09
  • จำนวนเรื่อง : 2789
  • จำนวนผู้ชม : 2609756
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1127 คน
Thaihippy
แก่นแท้ทางการเมือง สะท้อนจากประสบการณ์จริง ผสานจินตนาการสร้างสรรค์กลั่นกรองสู่...วรรณกรรมการเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Thaihippy
วันอาทิตย์ ที่ 21 กรกฎาคม 2556
Posted by Thaihippy , ผู้อ่าน : 3059 , 13:30:04 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ชมพูพวงร้อย , smile-andaman และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

คอลัมน์: วันอาทิตย์สไตล์สมจิตต์ นวเครือสุนทร:

เวรกรรมไล่ล่า 'ขี้ข้า' ดูไว้

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2556 00:00:37 น.

การชี้มูลความผิด "หมอเลี้ยบ" นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ในขณะดำรงตำแหน่ง รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสาร สนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที เมื่อวันที่ 16 ก.ค.56

 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จากกรณีอนุมัติแก้ไขสัญญาสัมปทานโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (ฉบับที่ 5) เพื่อลดสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด  (มหาชน) ที่ต้องถือในบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) จากไม่น้อยกว่า 51% เป็นไม่น้อยกว่า 40% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด โดยมิชอบนั้น นับเป็นอีกหนึ่งสัจธรรมที่ย้ำเตือนว่า "กฎแห่งกรรมยังคงทำหน้าที่อยู่"ขณะเดียวกัน ยังเป็นภาพสะท้อนถึงกลวิธีอันแยบยล ของนักโทษชายทักษิณจากการทุจริตเชิงนโยบาย เปลี่ยนกติกาเอื้อธุรกิจตัวเองได้อย่างชัดเจนมากขึ้น และยังสะท้อนภาพใยแมงมุมพิษของทักษิณ ที่ถักทอฝังตัวอยู่ในระบบราชการอย่างแนบแน่นไปด้วยในคราวเดียวกัน

เพราะ "กฎแห่งกรรม" มิได้ไล่ล่าเฉพาะ "หมอเลี้ยบ"เท่านั้น แต่ยังมีอดีตข้าราชการ และข้าราชการระดับสูงอีก 2 คนที่ติดบ่วงกรรมนี้ด้วย คือ นายไกรสร พรสุธี ในฐานะอดีตปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที และนายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ ในฐานะอดีตผู้อำนวยการสำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ ก็มีความผิดทั้งในคดีอาญา และยังมีความผิดวินัยร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 ด้วย ซึ่งมีโทษเพียงแค่สองสถานเท่านั้น คือ ปลดออก หรือไล่ออก และผู้บังคับบัญชาซึ่งในที่นี้คือ รมว.ไอซีที จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงโทษไปจากนี้ไม่ได้

ที่น่าสนใจคือ ข้าราชการสองรายที่เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทชินคอร์ปนั้น ในปัจจุบันยังคงเป็น "ขี้ข้าม้าใช้" ให้กับระบอบทักษิณมาจนถึงยุคที่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี แสดงให้เห็นชัดเจนถึงการใช้ทุนแผ่นดิน จ้างขี้ข้ามารับใช้ให้ตัวเองได้ประโยชน์บนการเสียประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจอย่างที่สุด

ไกรสร พรสุธี นอกจากเป็นปลัดกระทรวงไอซีทีในยุคทักษิณแล้ว ยังได้รับการผลักดันจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ให้สมัครชิงเก้าอี้เลขาธิการองค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (Asia-Pacific Telecommunity: APT) ในนามผู้สมัครจากประเทศไทยด้วย จะเห็นได้ว่า "ข้าเก่าเต่าเลี้ยง"  จะได้รับการดูแลต่อเนื่องด้วยรายจ่ายของแผ่นดิน

ส่วนไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักกิจการอวกาศแห่งชาติ ปัจจุบันเป็นปลัดไอซีที โดยการแต่งตั้งของ ครม.ยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2555 มีอายุราชการถึง 1 ตุลาคม 2561 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า ดังนั้น การชี้มูลของ ป.ป.ช.ครั้งนี้จึงเป็นการดับชีวิตอันรุ่งโรจน์ในสายราชการลงอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าเจ้าตัวยังพยายามจะยืนยันถึงความบริสุทธิ์ของตัวเอง ว่าตัดสินใจทุกอย่างด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และกล่าวโทษว่า ป.ป.ช.ไม่ให้ความเป็นธรรมโดยระบุว่า

"อยากจะบอกว่าตลอดอายุที่รับราชการมานั้น ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด และยึดมั่นในเรื่องของความถูกต้อง ดังนั้นเมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูลมาว่าผมมีความผิด ถูกกล่าวหา และยังโดนไล่ออกจากราชการ จึงรู้สึกรับไม่ได้จริงๆ กับผลการตัดสินดังกล่าว"

พร้อมกับคำอธิบายโดยอ้างความเห็นของอัยการสูงสุดว่า การแก้ไขสัมปทานดังกล่าวไม่ได้สร้างความเสียหาย ซึ่งเป็นคำชี้แจงที่น่าสังเวชอย่างยิ่ง

หน้าที่ของรัฐ รวมถึงข้าราชการอันเป็นกลไกของรัฐนั้น  นอกจากจะต้องปกป้องผลประโยชน์ชาติบ้านเมืองเป็นสำคัญแล้ว ยังต้องดูแลกฎกติกาให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมต่อระบบเศรษฐกิจด้วย การอ้างว่ารัฐไม่เสียประโยชน์ จึงเป็นความชอบธรรมให้ไปแก้สัมปทานเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนรายใดรายหนึ่งได้นั้น ก็ไม่ต่างจากความพยายามของรัฐบาลในปัจจุบันที่จะกู้เงิน 2 ล้านล้านนอกระบบ โดยอ้างว่า "เงินกู้" ไม่ใช่ "เงินแผ่นดิน" นั่นแหละการอนุมัติให้มีการแก้ไขสัญญาสัมปทานโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (ฉบับที่ 5) เพื่อลดสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ป ที่ต้องถือในบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) จากไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 เป็นไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดโดยมิชอบ ส่งผลให้บริษัทชินคอร์ปได้ประโยชน์ ในการลดต้นทุนของตัวเอง ด้วยการแสวงหาพันธมิตรเข้ามาเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับบริษัทชินคอร์ป ย่อมเท่ากับว่า กระทรวงไอซีทีในขณะที่ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี แก้สัมปทานส่งยาชูกำลังให้บริษัทชินคอร์ปแข็งแรงกว่าบริษัทเอกชนรายอื่น จึงเป็นการกระทำที่ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อระบบเศรษฐกิจอย่างชัดเจน

และตัวละครสำคัญที่คนแทบจะไม่พูดถึง คือ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีในขณะนั้น แม้ว่าจะไม่ถูกชี้มูลความผิด แต่ก็ควรจะต้องตอบคำถามกับสังคมด้วยว่า ในวันที่อยู่ใต้อำนาจทักษิณ จน วิษณุ เครืองาม ถูกตั้งฉายาว่าเป็นเนติบริกร ส่วน บวรศักดิ์ ก็อยู่ในสถานะที่ผู้คนวางไว้ไม่แตกต่างไปนักนั้น ทำไมจึงแทงเรื่องว่า "ไม่จำเป็นต้องนำเรื่องการแก้สัมปทานนี้เข้า ครม." จนทำให้มีการดำเนินการแก้สัญญาสัมปทานโดยลำพังจากกระทรวงไอซีที

จึงมีสมมติฐานว่าการไม่นำเรื่องเข้า ครม. คือการช่วยให้ ทักษิณ ชินวัตร ที่ต้องนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานในที่ประชุม ครม. ไม่ต้องรับเผือกร้อนนี้มาไว้ในมือ เพราะอ้างได้แบบด้านๆ เหมือนที่น้องสาวทำเป็นประจำในวันนี้ว่า ไม่เกี่ยวกับ ครม. เป็นเรื่องของไอซีที

ประเทศไทยอาจเรียกได้ว่าอยู่ในภาวะ "รัฐล้มเหลว" ในความเป็นรัฐเพื่อรักษาประโยชน์ของชาติใช้กฎหมายเพื่อความเที่ยงธรรมมานาน นับตั้งแต่ระบอบทักษิณ สยายปีกเข้ามากุมอำนาจ เพราะทุกองคาพยพที่กินเงินภาษีของประชาชน ถูกใช้ไปเพื่อประโยชน์ของทักษิณ อย่างชนิดที่ไม่เคยมีนักการเมืองรายใดนำระบบราชการมาบริหารแบบบริษัท โดยใช้ต้นทุนประเทศแสวงหากำไรให้ตัวเอง ส่วนความขาดทุนให้ชาติบ้านเมืองเป็นผู้แบกรับ เหมือนที่ทักษิณทำมาก่อน

ไม่ใช่เพราะว่าทักษิณ เก่งกว่าคนอื่นจึงคิดได้ แต่น่าจะเป็นเพราะว่าไม่มีใครเลวมากพอที่จะคิดทำมากกว่า

เริ่มจากเอาความเจริญเติบโตในหน้าที่ราชการ มาเป็นเหยื่อล่อให้ช่วยกระทำความผิด ต่อยอดด้วยการให้ตำแหน่งทางการเมือง หรือตำแหน่งในรัฐวิสาหกิจ ให้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์หลังวัยเกษียณ ไม่ต่างจากบทสนทนาในคลิปถั่งเช่าของ ท.กับ ย.ที่บวกออกมาได้ความหมายว่า "ทรยศ" แต่อย่างใดเพราะในคลิปดังกล่าว มีการระบุชัดเกี่ยวกับตำแหน่งหลังเกษียณของบรรดาผู้บัญชาการเหล่าทัพไว้ด้วยเช่นเดียวกัน

"ผมก็บอกมันนะครับ ผบ.สูงสุด กับ ผบ.ทบ. ผมเพิ่งบอก เฮ้ยปี 57 นี่นะ อย่างอั๊วเลิกทำงานนะ อั๊วคิดว่าอั๊วทำงานเสร็จแล้ว เอาเจ้านายอั๊วกลับแล้ว คราวนี้ต้องตาลื้อบ้างสิ เพราะฉะนั้นลื้อต้องแสดงฝีมือให้ท่านเห็น ตั้งแต่วันนี้ลื้อต้องแสดงฝีมือให้ท่านเห็น แล้วพอปี 57 เอ็งจะได้มีงานทำต่อ ไม่ต้องอยู่แก่เหมือนคนอื่นเขา เพราะมันว่าผมไม่แก่ ผมบอกจะได้ทำงานอย่างนี้ต่อ มันก็แฮปปี้นะครับ มันไม่ได้บอกว่าโนเลย มันก็ เออๆ มันก็เริ่มมองเห็นว่า หลังจากเกษียณไปแล้ว มันอาจจะมีอนาคต สำคัญ"

เสียงจากบทสนทนาที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม ยังไม่ยอมรับว่าเป็นเสียงของตัวเอง และนิ่งเงียบไม่ยอมอธิบายใดๆ เพิ่มเติม หลังความฉาวของคลิปร้อนผ่าวไปถึงเก้าอี้รัฐมนตรี และไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของเสียงในคลิปยังต้องกิน "ถั่งเช่า" วันละตัว หรือต้องกินมากกว่านั้นเพื่อให้แข็งแกร่ง ทานทนมากกว่ากระเบื้องประเภทอย่างหนาห้าห่วง

แต่ทุกคนที่รับใช้ ทักษิณ ก็มิได้อยู่สุขสบาย เพราะหลายคนกรรมได้ไล่ล่าจนทันและต้องรับใช้ผลแห่งกรรมไปแล้ว เช่น ยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย  เคยรับใช้ช่วยทักษิณฮุบที่ธรณีสงฆ์ของนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ไปเป็นสนามกอล์ฟอัลไพน์ ก็ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด จนต้องกระเด็นออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี แม้จะไว้ท่าทำเป็นว่าลาออกเอง ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงที่จะต้องติดเป็นเกียรติประวัติที่เสื่อมเสียไปกับตัวว่า ยงยุทธ วิชัยดิษฐ เป็นข้าราชการที่ถูกไล่ออกเพราะทุจริตต่อหน้าที่ และยังต้องขึ้นศาลเพื่อไปต่อสู้คดีในบั้นปลายของชีวิตอีกด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น ยงยุทธ วิชัยดิษฐ หมดสิทธิ์ที่จะมาโลดแล่นเดินตามก้น ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะนักการเมืองได้อีก  เพราะขาดคุณสมบัติที่จะเป็นทั้ง ส.ส.และรัฐมนตรี

คนที่เคยรับใช้ทักษิณจนถูกไล่ออกจากราชการ ยังมีให้เห็นเป็นตัวอย่างอีกหลายราย เช่น ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง และคุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ อดีตเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน มีความผิดวินัยร้ายแรงในการแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมสรรพากรโดยมิชอบมาแล้ว

แม้ว่าในภายหลัง บุคคลทั้งสองจะได้รับพระราชทานอภัยโทษทางวินัย ทำให้กลับสู่สภาพเสมือนว่าไม่เคยถูกไล่ออกมาก่อน แต่ก็เปลี่ยนแปลงความจริงที่เป็นตราบาปติดตัวไม่ได้ว่า ครั้งหนึ่งบุคคลทั้งคู่เคยถูกกรรมไล่ล่าจนต้องชดใช้ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมาทั้งชีวิตให้มัวหมองไป จากพฤติกรรมของตัวเองที่มิอาจดำรงคุณความดีแห่งตนให้สมศักดิ์ศรีความเป็น "ข้าราชการ" เอาไว้ได้ส่วนคนที่ยังรับใช้และได้ดิบได้ดีจนอาจลืมไปว่า "เวรกรรมมีจริง" เพราะกำลังได้รับการปูนบำเหน็จอย่างถึงพริกถึงขิง ไม่ว่าจะเป็น ชัยเกษม นิติสิริ ที่ผูกพันกับทักษิณมาตั้งแต่เป็นอัยการสูงสุด ขึ้นหม้อควบหลายตำแหน่งในยุคยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่เป็นประธาน ก.ล.ต. , ประธานบอร์ดสถาบันเพื่อการยุติธรรม, เป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจสามแห่ง คือ ปตท., การบินไทย และ ธอส. ซึ่งเครือข่ายข้อมูลการเมืองไทยระบุค่าตอบแทนจากการเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจทั้งสามแห่งถึง 3,203,732.18 บาท และปัจจุบัน ชัยเกษม คือรัฐมนตรีป้ายแดงใน ครม.ยิ่งลักษณ์ในฐานะ รมว.ยุติธรรม แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะเป็นบันทึกสุดท้ายที่จะติดตัวชัยเกษม

ไม่ต่างจาก เบญจา หลุยเจริญ ที่เคยมีผลงานโดดเด่นสำหรับตระกูลชินวัตร ในขณะดำรงตำแหน่งรองอธิบดีกรมสรรพากร จากการให้ความเห็นว่า การซื้อขายหุ้นชินคอร์ปไม่ต้องเสียภาษี จนกระทั่งเมื่อยิ่งลักษณ์มาเป็นนายกรัฐมนตรี   เบญจาก็ได้รับความไว้วางใจให้เป็นอธิบดีกรมศุลกากร ผู้ฝากผลงานอันลือลั่นไว้เกี่ยวกับการบันทึกข้อมูลส่งออกไปฮ่องกงผิดพลาด จากเดิมมีการประกาศการขยายตัวที่ 10.52% มูลค่า 1.86 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ มาเป็นขยายตัวแค่ 2.89% ปัจจุบันเป็น รมช.การคลัง ที่ดูแลหน่วยงานในกระทรวงการคลังเหมือนกับเป็น รมว.การคลังมากกว่าจะเป็นแค่รัฐมนตรีช่วย เพราะดูแลตั้งแต่กรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมบัญชีกลาง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ไปจนถึงธนาคารกรุงไทย

และแน่นอนว่าบันทึกสุดท้ายสำหรับเบญจา ก็อาจจะไม่ได้หยุดที่ รมช.การคลัง

ยังมีอีกมากสำหรับคนที่อยู่ในเครือข่ายของระบอบทักษิณ ซึ่งเคยให้ความเห็นไปแล้วว่า ทักษิณคนเดียวทำร้ายบ้านเมืองไม่ได้มากขนาดนี้ หากไม่มีคนที่ศีลเสมอกันคอยช่วยเหลือเกื้อกูล

บางคนอาจจะเป็นคนที่สังคมเห็นชัดเจนอยู่แล้วว่า "ชั่ว" บางทีก็เป็นคนที่มีภาพลักษณ์ดีแต่แอบชั่วโดยที่สังคมไม่รู้บางทีก็เป็นคนที่พยายามจะบอกว่าตัวเองเป็นคนดี แต่อาจจะโง่จนไม่รู้ตัวว่าถูกคนชั่วหลอกใช้

บางทีก็เป็นคนที่พยายามบอกว่าตัวเองเป็นคนดี แล้วใช้ต้นทุนของตัวเองไปรับใช้คนชั่วบนความสมประโยชน์ซึ่งกันและกัน

ถ้าไม่มีคนประเภทเหล่านี้ค้ำชูทักษิณ ร่วมกันพ่นใยแมงมุมพิษเชื่อมโยงด้วยผลประโยชน์เป็นเครือข่ายที่มีความเป็นเอกภาพอย่างยิ่ง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเกาะเกี่ยวอำนาจของทักษิณ มาตักตวงประโยชน์จากทรัพยากรของประเทศไทย

ในขณะที่ฝ่ายที่สนับสนุนทักษิณ อาจจะไปถามแม่กันมาแล้วว่า "ให้กินของที่มีผลประโยชน์เป็นหลัก" จึงจับมือกันเหนียวแน่น เต็มไปด้วยความเป็นเอกภาพในการรักษาอำนาจของตัวเอง

ฝ่ายที่รักความถูกต้องกลับมีแต่ความ "เป็นเอกเทศ" ไร้ซึ่งความ "เป็นเอกภาพ" จนแตกยับจับกันไม่ติด เพราะแต่ละคนมีอิสระทางความคิด มีวิธีการที่ต้องการแก้ปัญหาบ้านเมืองแตกต่างกันออกไป จนทำให้ยากที่จะรวมตัวกันได้ ท่ามกลางความหวาดระแวง ไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน บนสถานการณ์ขัดแย้งที่ดำรงอยู่มายาวนานหลายปี

แต่ความเป็นเอกเทศย่อมมีความเป็นเอกภาพได้ หากหัวใจของคนที่รักความถูกต้องจะยึดโยงอยู่ที่ผลประโยชน์ของชาติเป็นหัวใจหลัก

เพราะถ้ายังก้าวข้าม อัตตา ทิฐิ หรืออคติส่วนตนไม่ได้ ก็อย่าหวังที่จะนำพาชาติก้าวข้ามปีศาจทักษิณได้เลย

แต่เชื่อว่าประเทศไทยรับเคราะห์กรรมมายาวนานเกินไปแล้ว น่าจะถึงจุดสุดท้ายที่จะเป็นบทสรุปให้บ้านเมืองนี้ปิดฝาประตูนรกได้สำเร็จเสียที.

รายงาน: นายเม็ดฝุ่น เองครับ

21 ก.ค. 2556





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Nual วันที่ : 21/07/2014 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narisza
สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาติ  อย่าให้ประโยชน์ส่วนตัว อยู่เหนือประโยชน์ของชาติ


แวะมาอ่านบทความดีๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ศรีลำดวน วันที่ : 21/07/2013 เวลา : 15.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lumduan
ขอต่อต้านระบอบทักษิณ

ชุมนุมออนไลน์ไทยสปริง 4 : "เชี่ย...! เหยียบเมฆ"
http://www.youtube.com/watch?v=Ujpgu1t38_k

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศรีลำดวน วันที่ : 21/07/2013 เวลา : 15.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lumduan
ขอต่อต้านระบอบทักษิณ

ขอบคุณที่แบ่งปันให้อ่านครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

จากหัวใจ

หลั่งน้ำตา

View All
<< กรกฎาคม 2013 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]