• Thanasit
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : panicna@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2014-04-16
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 20016
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน
Thanasit
ความทรงจำ ทำให้เราพบกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Thanasit
วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม 2559
Posted by Thanasit , ผู้อ่าน : 1379 , 21:27:24 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน จิตราภรณ์ , ลำชานบ้านบู และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

           ใครที่ชอบดูฟุตบอลก็คงคุ้นกับประโยคนี้ “You will never walk alone” เพลงนี้เป็นเพลงเชียร์ประจำสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล และมีข้อความปรากฏอยู่บนยอดทางเข้าสโมสร ซึ่งมีความหมายว่า “คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย” แต่... เอาแค่นี้ก็พอแล้ว เพราะผมไม่เขียนเรื่องของทีมลิเวอร์พูล และผมก็ไม่ใช่แฟนทีม    ลิเวอร์พูลด้วย เอาเป็นว่าผมขอยืมประโยคนี้มาใช้เป็นชื่อเรื่องของผมแล้วกัน

          ผมชอบประโยคนี้นะ “You will never walk alone” ความหมายก็ดีด้วย “คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย” จึงเป็นที่มาของเรื่องที่ผมจะเล่าผ่านตัวหนังสือให้ฟัง พร้อมอ่านหรือยังครับ

          ช่วงกลางเดือนตุลาคมและสิ้นเดือนมีนาคม ของแต่ละปีมานี้ ผมต้องมีเหตุให้ต้องเดินทางไปต่างประเทศทุก ๆ ครั้ง ปีนี้ก็เป็นเช่นนั้น แต่... ปีนี้ต่างจากปีก่อน ๆ

          ปีนี้ทางโรงเรียนของผมสนองนโยบายเรื่องการประหยัดพลังงาน จากรัฐบาล จึงทำให้ทางโรงเรียนเลือกวิธีการไปส่งนักเรียนโดยการเดินไปส่งนักเรียนกลับบ้าน

          ระยะทางที่จะไปส่งนักเรียนกลับบ้านครั้งนี้ร่วม ๆ 30 กิโลเมตร ซึ่งผมเคยเดินไปเส้นทางนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ผมจึงไม่มีอาการกระวนกระวายเหมือนพวก ๆ พี่ที่จะร่วมเดินทางไปครั้งนี้ด้วยกันกับผม เมื่อทราบระยะที่จะต้องเดิน

          การไปส่งนักเรียนกลับบ้านครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนในเรื่องการเดินทางแล้ว ปีนี้เพื่อนร่วมเดินทางของผมไม่เปลี่ยนหน้าเหมือนปีก่อน ๆ แต่ยังคงเป็นกลุ่มพี่ ๆ ที่ไปด้วยกันเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และเพิ่มเติมอีกหนึ่งสมาชิกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

          ทันที่เด็ก ๆ รู้ข่าวว่าปีนี้ทางโรงเรียนจะเดินไปส่งนักเรียนกลับบ้านแทนการเอารถไปส่งนักเรียนเหมือนปีก่อน ๆ      เด็ก ๆ ต่างรู้สึกผิดหวัง ที่ไม่ได้นั่งรถกลับบ้าน แต่พอเด็ก ๆ ได้รู้เหตุผลว่าทางโรงเรียนไม่มีเงินจ้างรถไปส่งนักเรียนกลับบ้าน เด็ก ๆ ก็เข้าใจ และมีคำถามตามมาว่า แล้วพวกครู จะเดินกันไหวไหมครับ/ค่ะ แล้วพวกครูจะไปนอนหมู่บ้านไหนครับ/ค่ะ พวกครูจะไปส่งผม/หนูกลับบ้านไหมครับ/ค่ะ และอีหลายคำถามตามมา

          5 โมงเย็นก่อนวันเดินทางฝนตกลงมาอย่างหนัก พวกเราทุกคนลุ้นว่าน้ำป่าจะมาหรือเปล่า ดูเหมือนว่าปริมาณน้ำและความแรงของน้ำจะแกล้งพวกเราให้ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะลดลง พวกเราได้แต่ปลอบใจกันว่าดีแล้วที่ตกวันนี้พรุ่งนี้จะได้เดินทางกันสบาย ๆ หน่อย

และแล้วเวลาที่เด็ก ๆ ต่างรอคอยก็มาถึง พวกเราออกเดินทางช้ากว่าที่พวกเรากำหนดไว้ครึ่งชั่วโมงเนื่องจากเด็ก ๆ มัวแต่เลือกซื้อขนมในหมู่บ้านจึงทำให้พวกเราออกเดินทางในเวลา 07.30 น.

 

 

 

 

 

 

 

            ร่องรอยของน้ำป่าทำให้พวกเรายิ้ม และพูดว่า “ดีนะที่ไม่เป็นวันนี้” แต่ระดับก็ยังสูงอยู่ดี แต่พอที่จะเดินไปได้ เด็ก ๆ แยกกันเดินเป็นกลุ่ม ๆ บางกลุ่มเดินนำหน้า บางกลุ่มเดินไปโดดเล่นน้ำไปด้วย และบางกลุ่มเดินแบบช้า ๆ เดินไปกินขนมไป 

 

 

 

 

 

 

 

         มีเด็กนักเรียนตัวเล็ก ๆ ชื่อว่าแซหล่ะ เดินข้ามห้วยเป็นคนแรกแล้วตะโกนออกมาอย่างสุดเสียงว่า “ครูครับน้ำลึกมาก! ระวังนะครับครู” พวกเราพากันยิ้มแล้วหัวเราะออกมา แล้วบอกแซหล่ะให้รีบเดินข้ามไปอีกฝั่งไว ๆ เดี๋ยวจมน้ำ พอแซหล่ะข้ามไปอีกฝั่งได้ก็มีพี่ที่ไปด้วยกันลงไปยืนที่เดียวกับแซหล่ะแล้วบอกว่าดูตัวเธอกับครูซิน้ำถึงระดับอกเธอแต่น้ำเลยขึ้นมาแค่หัวเข่าครูเอง เมื่อพูดเสร็จเด็ก ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ ก็พากันหัวเราะ แซหล่ะทำได้แค่เพียงแค่เอามือเกาหัวเบา ๆ เพื่อแก้เขิน

         ระหว่างเดินทางพวกเราไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ ในเมื่อสุภาษิตไทยบอกไว้ว่าในน้ำมีปลาในนามีข้าวพวกเราจะช้าอยู่ไร หว่านแหจับปลาซิครับ ไว้เป็นอาหารสำหรับมื้อกลางวันนี้

 

 

 

 

 

 

 

         เดินมาได้ระยะหนึ่งมีเสียงตะโกนจากเด็กมาอีกแล้วว่า ครูครับ หมาที่โรงเรียนมาด้วยครับ เจ้าตูบตัวนี้ มันชอบไปส่งพวกเรากลับบ้านทุกเย็นวันศุกร์มันจะวิ่งตามรถพวกเราจากโรงเรียนถึงทางแยกเข้าหมู่บ้านระยะทางก็ประมาณ 8 กิโลเมตร ถ้าคิดเป็นนาทีก็ 40 กว่านาที

 

 

 

 

 

 

 

            ระหว่างเดินทางเด็ก ๆ ต่างส่งเสียงเชียร์ เจ้าตูบที่แอบเดินทางมากับพวกเรา มันกำลังจะข้ามห้วยซึ่งกระแสน้ำในห้วยก็แรงพอที่จะพัดมันไปได้ แซหล่ะ คนเดิมอาสาที่จะอุ้มเจ้าตูบห้ามห้วยให้แต่เมื่อแซหล่ะจะเข้าไปจับเจ้าตูบ เจ้าตูบกับวิ่งหนีไม่ยอมให้จับ พวกเราเลยปล่อยให้มันว่ายน้ำข้ามห้วยไปเอง มันถูกน้ำพัดไปไกลจากที่พวกเรายืนอยู่แล้วมันก็ค่อย ๆ ว่ายเข้าฝั่ง เด็ก ๆ พากันส่งเสียงร้องและตบมือให้กับเจ้าตูบที่สามารถว่ายข้ามฝั่งมาได้

            มาถึงเส้นทางที่เด็ก ๆ ต่างลุ้นว่าพวกครูจะปีนขึ้นเขาได้กันหรือป่าว แซหล่ะคนเดิมยื่นขอเสนอให้กับพวกเราว่าถ้าครูปีนขึ้นเขาไม่ไหวเดี๋ยวผมจะพาเดินไปตามทางน้ำเองครับ

 

 

 

 

 

 

 

         หลังจากเดินขึ้นเขาลงเขาครบจำนวน 2 ลูก แล้วสภาพพี่ ๆ แต่ล่ะคน บางคนมีอาการเดินจับกบในน้ำ บางคนต้องใช้ไม้ช่วยค้ำพยุงในการเดิน

 

 

 

 

 

 

 

            ก่อนถึงด่านอนุรักษ์ป่าแม่ก๋อนพวกเราต้องเดินข้ามห้วยใหญ่ ๆ อยู่ด้วยกัน 2 ห้วย ผมลืมบอกไปว่ามีผู้ปกครองของเด็กร่วมเดินทางมากับพวกเราด้วยซึ่งผู้ปกครองของเด็กพาลูกตัวเล็ก ๆ มาด้วย โดยที่ทั้งคู่ผลัดกันแบกลูกของตัวเองและลูกหมูไว้ที่หลัง

 

 

 

 

 

 

 

            บ่ายกว่า ๆ พวกเราเดินทางมาถึงด่านอนุรักษ์ป่าแม่ก๋อน แวะทานข้าวเที่ยงในเวลาบ่ายโมงกว่า ๆ ทุกครั้งที่มาที่นี้พี่ ๆ เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี ครั้งนี้ก็เช่นกันที่มาพร้อมกับน้ำชาร้อน อีกแค่ 6 กิโลเมตรก็จะถึงท่าเรือสบแงะ

          ตอนนี้น้ำหนักในกระเป๋าของพวกเราเบาลงเยอะเลย แต่มันก็ไปเพิ่มที่น้ำหนักตัวของพวกเราแทนแต่ไม่เป็นไรอีกแค่ 6 กิโลเมตรเอง กับเส้นทางที่ไม่ต้องเดินตามทางน้ำและข้ามห้วยแล้ว เด็ก ๆ ตะโกนเรียกพวกเราให้รีบเดินทางต่อ

พวกเราเดินออกมาได้สัก 4 กิโลเมตร ก็มีรถยนต์ของคนในหมู่บ้านที่ขายของอยู่ที่ท่าน้ำจอดรับพวกเราไปส่งที่ท่าเรือสบแงะ พอถึงที่ท่าเรือสบแงะ เด็ก ๆ ก็รีบลงจากรถมุ่งตรงไปที่เรืออย่างรวดเร็ว

          พวกเราเข้าไปตกลงราคาค่าเรือที่จะไปส่งเด็ก ๆ กลับบ้านกับคนขับเรือที่มารอรับ พวกเราตกลงราคาค่าเรืออยู่ลำล่ะ 1,500 จำนวน 2 ลำ เป็นจำนวนเงิน 3,000 บาท เนื่องจากปีนี้เด็กนักเรียนที่มาจากฝั่งพม่ามีจำนวนเยอะขึ้น นี้ล่ะครับคือเหตุผลที่ทางโรงเรียนไม่มีเงินจ้างรถไปรับส่งเด็ก ถ้าทางโรงเรียนจ้างรถก็คันละ 3,500 บาท จำนวน 4 คัน  14,000 บาท นี้ยังรวมค่าเรืออีกนะครับ

         เด็ก ๆ เริ่มทยอยขึ้นเรือและเรือก็แล่นไป พวกเราโบกมือให้กับเด็ก ๆ แล้วเด็ก ๆ ตะโกนกลับมาว่า  ปิดเทอมหน้ามาเที่ยวบ้านผมนะครับ/บ้านหนูน่ะค่ะ

          หลังจากส่งเด็กนักเรียนที่มีบ้านอยู่ทางฝั่งขวามือกลับบ้านเรียบร้อยไปแล้ว ยังมีเด็กนักเรียนที่มีบ้านอยู่ทางฝั่งทางซ้ายมือที่พวกเราจะพักในคืนนี้และจะไปเยี่ยมในวันพรุ่งนี้ ตอนนี้ผู้ปกครองและเด็ก ๆ ก็นั่งรออยู่ที่เรือรอพวกเรากันอย่างพร้อมเพียง

          น่าเสียดายนะครับที่พวกเราไม่ได้เดินไปจนถึงจุดหมายที่พวกเราตั้งไว้ แต่ไม่เป็นไรการเดินไปส่งนักเรียนกลับบ้านครั้งนี้ก็ทำให้พวกเด็ก ๆ รู้ว่า ครูไม่ได้ไม่ปล่อยให้พวกเธอเดินกลับบ้านคนเดียวหรอก ดังชื่อเรื่องที่ว่า “You will never walk alone” แปลเป็นไทยก็คือ “คุณจะไม่มีวันเดินเดียวดาย”

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
จิตราภรณ์ วันที่ : 21/10/2018 เวลา : 18.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jitrapon
ครั้นว่าได้ฮัก.....ฮักแล้วบ่ขืน....ครั้นว่าได้ลืน....บ่คืนออกได้....หมายถึง....รักแล้วรักเลย...ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด

อ่านแล้วปลื้มปริ่มจนน้ำตาจะร่วง
สู้ต่อไปนะคะคุณครู

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Thanasit from mobile วันที่ : 31/10/2016 เวลา : 14.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thanasit

ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน

ความคิดเห็นที่ 3 Thanasit ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลำชานบ้านบู วันที่ : 31/10/2016 เวลา : 12.36 น.

สวัสดีครับ
ม่านหมอกแดดลมฝน เราจะเดินฝ่าฟัน คุณไม่มีวันถูกทอดทิ้ง
Walk on with hope in your heart

ความคิดเห็นที่ 2 Thanasit , ลำชานบ้านบู ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 31/10/2016 เวลา : 10.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

สู้กันต่อไป ...

ความคิดเห็นที่ 1 Thanasit , ลำชานบ้านบู ถูกใจสิ่งนี้ (2)
อดุลย์ วันที่ : 31/10/2016 เวลา : 09.38 น.

อ่านแล้วรู้สึกมีความสุขไปด้วย
ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน