• ทองพันชั่ง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : tpongvarin@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-11-10
  • จำนวนเรื่อง : 847
  • จำนวนผู้ชม : 486899
  • ส่ง msg :
  • โหวต 70 คน
Thongpunchang Pongvarin
ความรู้ คือสิ่งที่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือการได้แลกเปลี่ยนความรู้ที่ดีๆ และเป็นประโยชน์ เพื่อนำไปพัฒนาตนเอง หน่วยงาน และประเทศชาติ ต่อไป
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ThongpunchangManagement
วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม 2558
Posted by ทองพันชั่ง , ผู้อ่าน : 1099 , 19:35:21 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่หมี , ni_gul โหวตเรื่องนี้

คำสอนของแม่ กับ ทฤษฎี มาร์ชมาลโลว์

เขียนโดย ทองพันชั่ง พงษ์วารินทร์ Email:tpongvarin@yahoo.com Mobile:089-8118340

www.bt-training.com

 

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหน้าที่ของลูกทุกคนที่ต้องให้ความสำคัญกับแม่ และระลึกถึงพระคุณ และคำสอนของแม่เสมอมา แต่ในช่วงสามปีนี้ผมมีความรู้สึกรัก และเป็นห่วงแม่ มากกว่าเดิม นั่นอาจเป็นเพราะมีลูกสาวนั่นเอง ซึ่งคำพูดของผู้ใหญ่ที่ผมมักจะได้ยินเสมอว่า

 

คนที่มีลูก จะรักพ่อ และแม่ของตนเองมากขึ้นกว่าเดิม

 

  ตอนเด็กผมฟังแล้วก็ไม่เชื่อ จะเป็นไปได้ยังไง เพราะยังไงๆผมก็รักพ่อ แม่ ของผมสุดหัวใจอยู่แล้ว แต่อย่างที่เล่าให้ฟังละครับ คำโบราณเกิดเป็นจริงกับผมแล้วในวันนี้  ผมก็มารู้สึกกับตัวเอง เมื่อถึงเวลาของมัน
จากเหตุการณ์นี้ทำให้ผมนึกถึงอีกหนึ่งแนวคิดที่ผู้ใหญ่มักจะสอนเด็กๆ ผมจำได้ว่าสมัยเด็กๆ เมื่อถึงหน้ามะม่วงเราก็อยากกิน รีบไปสอยมากินกันทั้งๆที่ยังไม่สุกดี เห็นหัวเหลืองๆ ก็รีบไปสอยมาแล้ว เพื่อสนองความอยาก ปรากฏว่าบางลูกก็เปรี้ยวจี๊ดกินไม่ได้ต้องทิ้ง หรือบางทีก็ต้องจำใจกินให้ได้มากที่สุดเพราะกลัวแม่ตี คำสอนของแม่ผมจำขึ้นใจว่า

“ถ้ามะม่วงยังไม่สุกดี อย่ารีบไปสอย มันจะเสียของ กินไม่ได้ หรือถ้ากินก็ไม่อร่อย สุดท้ายก็ต้องทิ้ง
 การใช้ชีวิตก็เหมือนกัน อย่าชิงสุดก่อนห่าม ทำอะไรอย่ารีบร้อน ค่อยเป็นค่อยไป มิเช่นนั้น มันจะเสียหาย เหมือนมะม่วง ที่เรารีบไปสอยเอามากิน ตอนที่มันยังไม่สุกนั่นแหละ ถ้าอยากกินของอร่อยก็ต้องรู้จักรอ อย่างใจร้อน ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จต้องมีความอดทน และรู้จักรอ

คำสอนของแม่นี้สอดคล้องกับทฤษฎีของมาสเมลโล่เป๊ะ โดยทฤษฎีนี้เกิดจากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford university) วิธีการทดลอง คือ ปล่อยให้เด็กน้อย อยู่ในห้องคนเดียว แล้วแจกขนมมาร์ชเมลโลว์ เพียง 1 ก้อน แล้วให้สัญญากับเขาว่าถ้าภายในระยะเวลา 15 นาทีไม่กินขนมนี้เลย จะเพิ่มขนมให้หนูน้อยอีก 1 ก้อน รวมเป็น 2 ก้อน หลังจากการทดลองนั้นเขายังได้ติดตามเด็กกลุ่มนี้ต่อไปอีก 10 ปี แล้วดูว่าเด็กแต่ละกลุ่มมีชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง?
จากการติดตามผลเด็กน้อยที่เข้าร่วมการทดลองพบว่า เด็กที่รู้จักรอเวลา หรือสามารถยับยั้งชั่งใจได้นานกว่า จะมีผลการเรียนที่ดีกว่า สามารถเข้ากับผู้อื่นได้ดีกว่า และมีความสามารถในการบริหารจัดการความเครียดได้ดีกว่า และประสบความสำเร็จในชีวิตได้มากกว่า เด็กที่ไม่สามารถบังคับใจตนเอง และกินขนมนั้นอย่างรวดเร็ว  หรือสรุปได้ว่า  การห้ามใจไม่ให้ทำให้ทำสิ่งที่ต้องการ หรือทำให้เกิดความพึงพอใจในตอนเด็ก ส่งผลทำให้ประสบความสำเร็จสูงเมื่อเป็นผู้ใหญ่

 เป็นอย่างไรบ้างครับว่า คำแม่สอน นั้นมีคุณค่า สุดประเสริฐ และเป็นประโยชน์ต่อชีวิตลูกเสมอ แม้คำสอนในตอนนั้นเราอาจจะยังไม่เข้าใจ แต่เชื่อเถอะครับว่า การที่เราเชื่อ พ่อ แม่ ชีวิตมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน และการที่ผมมีวันนี้ได้ก็เพราะคุณแม่ คุณพ่อ ผมนี่ละครับ นี่เป็นเกร็ดเล็กๆ ที่นำมาฝากในสัปดาห์ของวันแม่ครับ สุดท้าย ขอฝากคมคิดสะกิดใจว่า“แม่ คือ พระของลูก” ขอบคุณครับ

อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ www.bt-training.com ครับ

 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน