*/
  • ครูทิพย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-08
  • จำนวนเรื่อง : 2072
  • จำนวนผู้ชม : 6220618
  • จำนวนผู้โหวต : 12012
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12012 คน
<< ตุลาคม 2017 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม 2560
Posted by ครูทิพย์ , ผู้อ่าน : 792 , 16:57:45 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สิงห์นอกระบบ , rattiya และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

กรณีเงินทอนวัดที่เป็นข่าวอื้อฉาวและพัวพันทั้งวัด พระ และเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินั้น อธิบายง่ายคือ เป็นการร่วมมือกันระหว่างพระกับเจ้าหน้าที่ โดยพระจะขอเงินสนับสนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในส่วนของเงินที่เรียกว่า “งบอุดหนุน” โดยอ้างวัตถุประสงค์ 3 ทางคือ เพื่อไปปฏิบัติบูรณะซ่อมแซม เพื่อการศึกษาพระปริยัติธรรม เพื่อการเผยแผ่ ดำเนินกิจกรรมทางศาสนา

โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาได้รับงบประมาณทั้ง 3 ด้านนี้ประมาณปีละ 2000 ล้านบาท

1.เงินเพื่อการปฏิสังขรณ์วัด มีประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี

2. เงินเกี่ยวกับการศึกษาของพระเณร (เงินพุทธศึกษา) ประมาณ 1,200 ล้านบาทต่อปี โดยส่วนนี้อาจเกิดทุจริตได้แต่ไม่มาก จะมีที่ขาดเหลือ เพราะจะมีชื่อจำนวนพระเณรที่ศึกษา

3. เงินอุดหนุนเพื่อการจัดกิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนา 400-600 ล้านบาทต่อปี

จากนั้นก็ข้อมีข้อตกลงระหว่างเจ้าหน้าที่กับพระว่าหากได้งบมาวัดจะรับเงินไปประมาณ 25% ส่วนเจ้าหน้าที่รับไป 75% เราจึงเรียกเงินนี้ว่า เงินทอนวัด เมื่อพระต้องการเงินเท่าไหร่ก็ทำเรื่องเพื่อขอเกินความเป็นจริง แล้วเจ้าหน้าที่ก็ทำเรื่องเสนอไปเมื่อได้เงินแล้วพระก็รับไปตามจำนวนที่ต้องการ ที่เหลือเจ้าหน้าที่ก็รับไปเป็นความร่วมมือฉ้อฉลระหว่างพระกับเจ้าหน้าที่ ไม่รู้ว่าพระต้องจำยอมเพื่อต้องการเงินมาใช้จ่ายในวัดจริงหรือไม่ แต่ก็ถือว่าเป็นการร่วมมือกันทุจริตเงินแผ่นดินนั่นเอง

สะท้อนว่าสังคมไทยนั้น การทุจริตคอร์รัปชั่นโกงกินไปทุกหย่อมหญ้า ลามลงไปถึงแม้กระทั่งพระที่เป็นผู้ทรงศีล และมีหน้าที่สอนให้คนมุ่งกระทำความดี

เมื่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจพบจึงส่งเรื่องให้กองบังคับการตำรวจปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ป.ป.ป.) เข้าไปตรวจสอบลอตแรกพบการทุจริตจำนวน 23 วัด ตั้งแต่ปี 55-60 ความเสียหายประมาณ 141 ล้านบาท มีผู้เกี่ยวข้องเข้าข่ายความผิด 19 คน โดยมีชื่อนายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และพระผู้ใหญ่ 4 รูป เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

แต่เมื่อผมสนใจเข้าไปค้นข้อมูลด้านนี้ ได้ข้อมูลที่น่าสนใจมากเลยครับว่า ทุกวันนี้มีวัดเกิดใหม่ปีละประมาณ 300 กว่าวัด เกือบจะพูดได้เลยว่าใน 1 วันมีวัดเกิดขึ้นใหม่ 1 วัด เช่นในช่วง 10 ปีเฉพาะวัดที่มีพระสงฆ์ พ.ศ.2551 มีวัด 35,616 วัด พ.ศ.2552 มีวัด 36,412 วัด พ.ศ.2553 มีวัด 37,075 วัด พ.ศ.2554 มีวัด 37,331 วัด พ.ศ.2555 มีวัด 37,713 วัด พ.ศ.2556 มีวัด 37,713 วัด พ.ศ.2557 มีวัด 38,984 วัด พ.ศ.2558 มีวัด 39,481 วัด โดยมีวัดที่อยู่ระหว่างขออนุญาตจัดตั้งอีก 2,000 วัด จำนวนนี้ยังไม่รวมกับวัดร้างประมาณ 5-6,000 วัด โดยมีพระสงฆ์และสามเณรเฉลี่ยประมาณ 3 แสนกว่ารูปตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

ในจำนวนวัดที่มีอยู่มีข้อมูลว่ามีเพียง 5% ที่ประชาชนนิยมเข้าไปทำบุญเกื้อหนุนแบบอู้ฟู้ศรัทธาล้น ซึ่งเราก็ลองนึกชื่อวัดดังๆ นั่นเอง

คำถามว่า ทำไมวัดถึงเกิดขึ้นได้ง่ายดายเช่นนั้นหรือ แล้วปัจจุบันเมื่อเทียบสัดส่วนพลเมืองกับวัดมันยังไม่เพียงพอหรือ ทำไมเราต้องสร้างวัดขึ้นมามากมาย ในเมื่อบางวัดมีจำนวนภิกษุและสามเณรที่น้อยมาก จากข้อมูลที่มีการศึกษามาพบปัญหาการขาดแคลนพระภิกษุนอกเขตเมือง เช่น ตำบล หมู่บ้าน ในแต่ละวัดจะมีพระภิกษุอยู่ประจำน้อยรูป คือประมาณ 1-4 รูป ส่วนมากจะมีเพียงรูปเดียวคือเจ้าอาวาสหรือรักษาการเจ้าอาวาส บางวัดขาดพระภิกษุที่จะอยู่ประจำตลอดทั้งปี แต่ชุมชนก็มีวิธีจัดการเพื่อให้มีพระภิกษุอยู่ประจำภายในพรรษา โดยไปนิมนต์จากท้องที่อื่นหรือวัดอื่นที่พอมีพระภิกษุสามเณรอยู่บ้างมาจำพรรษา จะเห็นได้ว่า หลายวัดหากเราต้องการนิมนต์พระมาทำบุญ 9 รูปก็ไม่สามารถนิมนต์มาได้เลยเพราะมีพระไม่เพียงพอ

วัดส่วนใหญ่ขาดแคลนพระหรือมีพระจำพรรษาอยู่น้อย ในจำนวนประชากรสงฆ์ 3 แสนกว่ารูปนั้นส่วนใหญ่เป็นการบวชระยะสั้น 7-15 วันจำนวนมาก แต่มีวัดเกิดใหม่ทุกวันมันเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกันอย่างมาก

หลายวัดมีอาณาบริเวณที่กว้างขวางเกินความจำเป็นเมื่อเทียบกับสัดส่วนของประชากรสงฆ์และกิจกรรมที่จะต้องปฏิบัติจนเลยความพอดีและพอเพียงไปมาก โดยปกติและวัดกับสงฆ์นั้นมักจะได้รับการเกื้อกูลจากบ้านอันเนื่องมาจากความศรัทธา โดยหลักของพระพุทธศาสนาแล้วน่าจะมุ่งกันเพียงพออยู่พอกิน ไม่สะสม แต่กลายเป็นว่าหลายวัดมุ่งสะสมและสร้างอาคารวัตถุใหญ่ๆ โตๆ ขึ้นมา จนเกิดเป็นรายจ่ายจำนวนมากแล้วต้องดิ้นรนหารายได้มาทุกวิถีทาง

เราคงได้ยินได้ฟังข่าวว่าพระบางรูปเมื่อถึงแก่มรณะภายหลังไปตรวจพบมีเงินสะสมไว้ในกุฏิจำนวนมาก

สิ่งที่ผมไม่เข้าใจก็คือ ทำไมแต่ละวัดต้องมีการทำบุญทอดกฐินกันทุกปี และประเพณีการถวายผ้ากฐินได้เปลี่ยนไป กลายเป็นการถวายเงิน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างถาวรวัตถุนั่นเอง แล้วถ้าเราไปตามต่างจังหวัดเราจะเห็นว่าวัดต่างๆจะปักป้ายเชิญชวนไปร่วมงานฝังลูกนิมิตผูกพัทธสีมาจำนวนมาก โดยจัดไปพร้อมกับงานรื่นเริงต่างๆซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นการจัดงานที่ร่วมมือกันระหว่างพระกรรมการวัดและออกาไนเซอร์ที่คอยเดินสายรับจัดงานแบบวัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่งนั่นเอง

แล้วทุกวันนี้คนก็สนับสนุนให้พระเดินในสายที่พ้นจากหลักการของพระพุทธศาสนามาก ชื่นชมพระที่สร้างถาวรวัตถุใหญ่ๆ โตๆ จนเกินหลักของความพอดีพอเพียงไปมาก นอกจากนั้นเองเรายังพบว่าพระบางรูปปัจจุบันเป็นนักสะสมทั้งที่เป็นเรื่องต้องห้ามเช่นสะสมรถโบราณก็มี ทั้งๆ ที่สำหรับพระแล้วมีความจำเป็นเพียง 8 ประการที่เราเรียกกันว่า อัฐบริขาร 8 คือ 1. ผ้าจีวร 2. ผ้าสังฆาฎิ 3. ผ้าสบง 4. ประคดเอว 5. มีดโกน 6. บาตร 7. เข็มเย็บผ้า 8. ธมกรก (เครื่องกรองน้ำ) เท่านั้นเอง แต่ก็เข้าใจนะครับว่า โลกมันหมุนเวียนเปลี่ยนไปตามหลักการของโลกานุวัตรเมื่อมีเครื่องอำนวยความสะดวกอื่นพระก็อาจจำเป็นต้องมีแต่น่าจะเป็นไปอย่างพอดีไม่ล้นไปจนเกินความเป็นพระที่ต้องยึดมั่นในสันโดษ

เพราะถ้าพระยึดมั่นในสันโดษแล้วทุจริตเงินทองวัดก็คงไม่เกิดขึ้น

คำว่า สันโดษ หมายถึงความยินดีด้วยของของตนด้วยเรี่ยวแรง และความเพียรโดยความชอบธรรม ความยินดีด้วยปัจจัย 4 ตามมีตามได้ ความรู้จักอิ่ม รู้จักพอ แบ่งออกได้เป็น 3 ประการดังนี้

1. ยถาลาภสันโดษ ยินดีตามที่ได้ หมายความว่าตนหาสิ่งใดได้มาด้วยความเพียรอันชอบธรรม ก็ยินดีในสิ่งนั้น ไม่ติดใจอยากได้สิ่งอื่น ทั้งไม่เดือดร้อนเพราะสิ่งที่ตนไม่ได้มา และไม่ริษยาคนอื่นเขา

2. ยถาพลสันโดษ ยินดีตามกำลังคือตนทำเต็มที่ตามศักยภาพที่มีอยู่ และได้มาแค่ไหนก็ยินดีแค่นั้น ไม่ยินดีอยากได้เกินกำลัง

3. ยถาสารุปปสันโดษ ยินดีตามสมควรหมายถึงยินดีตามที่เหมาะสมกับตน ทั้งในแง่ของเพศภาวะ ฐานะทางสังคมและแนวทางการดำเนินชีวิต

โดยปกตินั้นวัดกับบ้านนั้นมีการพึ่งพาถ้อยทีถ้อยอาศัยกันวัดจะอยู่ได้ถ้าบ้านเกื้อกูล เป็นศรัทธาอาศัยระหว่างกันและกัน ไม่จำเป็นต้องแสวงหาเงินทองมากมายมาเข้าวัดมีแต่เพียงความจำเป็นไม่สร้างถาวรวัตถุมากมายในวัด เพราะเมื่อถาวรวัตถุมากขึ้นรายจ่ายก็มากขึ้นตามไปด้วย กลายเป็นพระต้องดิ้นรนหาเงินหาทองมาเข้าวัด จนกลายเป็นนักธุรกิจพระก็มีมาก บางรูปก็สร้างเครื่องรางของขลังมาหาประโยชน์โดยอาศัยความงมงายของพุทธศาสนิกชนเป็นเครื่องมือในการทำมาหากิน บางวัดทำธุรกิจฌาปนกิจศพจนคนจนไม่มีปัญญาเผา

พระบางรูปใช้เงินเพื่อการไต่เต้าไปสู่สมณศักดิ์ที่สูงขึ้นเพื่อแสวงหายศฐาบรรดาศักดิ์แบบปุถุชนที่เรียกกันว่ายศช้างขุนนางพระ และพระผู้ใหญ่ก็เกื้อหนุนพระที่เข้ามาถวายเงินทองปัจจัยแบบที่เกิดขึ้นกับลัทธิธรรมกาย โดยพระพาณิชย์ที่ใช้ชื่อเรียกขานว่า ธัมมชโยนั่นเอง

ผมตั้งคำถามกับตัวเองนะครับว่าทำไมเราต้องทำบุญทอดกฐินกับทอดผ้าป่าวัดทุกปี ทั้งที่วัดไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้เงินมากมายถ้าไม่มุ่งเอาไปสร้างถาวรวัตถุที่สร้างความโอ่อ่าของวัดจนเกิดพอดี ทำไมเราไม่หันไปทำบุญเรี่ยไรให้กับโรงพยาบาลในตำบลของเราเช่นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้มีเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย มีแพทย์มาประจำ ทำไมเราไม่ไปอุดหนุนโรงเรียนในตำบลของเราให้มีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ดีเพื่อส่งผลมาถึงลูกหลานของเรา

ผมไม่ได้หมายความว่า เราจะทอดทิ้งพระและวัดไปเลยนะครับ เราสำรวจว่าวัดนั้นมีความพอดีหรือไม่ ถ้ามีอะไรขาดเกินเราก็เกื้อหนุน แต่ไม่ไปสนับสนุนให้พระสะสมจนเกินความพอดี ไม่ยึดมั่นในวิถีของอนาคาริกคือผู้ไร้เรือน ไม่บ้าวัตถุจนเกินไป

หรือเราควรคุมกำเนิดการสร้างวัดไหม ทำไมปล่อยให้มีวัดเกิดใหม่ทุกวัน ทั้งที่วัดที่มีอยู่แล้วก็ยังขาดพระและมีวัดร้างอีกมาก

อย่าลืมว่าสิ่งที่ทั้งพระและโยมพึงระลึกถึงอยู่เสมอก็คืออภิณหปัจจเวกขณ์ 5 คือ เรามีความแก่เป็นธรรมดา ไม่สามารถพ้นความแก่ไปได้ เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา ไม่สามารถพ้นความเจ็บไข้ไปได้ เรามีความตายเป็นธรรมดา ไม่สามารถพ้นความตายไปได้ เราล้วนต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น และเรามีกรรมเป็นของตนเอง ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วซึ่งจะช่วยให้ละกิเลสได้

ต้องยอมรับนะครับว่า กิเลสจากความโลภฟุ้งเฟ้อของพระบางรูป ความมุ่งหาประโยชน์ของพระบางรูปจนกลายเป็นทุจริตเงินทอนวัดนั้น ญาติโยมก็มีส่วนทำให้เกิดขึ้นเหมือนกัน

Cr. บทความ “หนึ่งความคิด” โดย “สุรวิชช์ วีรวรรณ”



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ครูทิพย์ วันที่ : 01/10/2017 เวลา : 17.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2
Every minute is precious if every minute I have you. ทุกนาทีจะมีค่า หากทุกเวลาฉันมีเธอ 

ชอบบทความนี้มากๆ เพราะตรงใจครูเป็นที่สุด โดยเฉพาะตรงที่บอกว่า "ทุกวันนี้คนก็สนับสนุนให้พระเดินในสายที่พ้นจากหลักการของพระพุทธศาสนามาก ชื่นชมพระที่สร้างถาวรวัตถุใหญ่ๆ โตๆ จนเกินหลักของความพอดีพอเพียงไปมาก นอกจากนั้นเองเรายังพบว่าพระบางรูปปัจจุบันเป็นนักสะสมทั้งที่เป็นเรื่องต้องห้ามเช่นสะสมรถโบราณก็มี"

ความคิดเห็นที่ 2 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ครูทิพย์ วันที่ : 01/10/2017 เวลา : 17.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2
Every minute is precious if every minute I have you. ทุกนาทีจะมีค่า หากทุกเวลาฉันมีเธอ 

คุณrattiya... เหมือนกันเลยค่ะ...ทุกวันนี้ครูจะกราบไหว้พระสงฆ์เพียงไม่กี่รูปที่ครูรู้จักท่าน และเชื่อใจว่าท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเท่านั้นนะคะ...ครูแทบจะไม่ทำบุญกับพระสงฆ์เลยค่ะ

แต่จะชอบบริจาคสร้างเป็นถาวรวัตถุเช่น สร้างพระประธาน สร้างโบสถ์ สร้างโรงเรียน สร้างห้องน้ำ และบริจาคเงินช่วยผู้ป่วยที่มูลนิธิศิริราชค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 ครูทิพย์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 01/10/2017 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ
ปัจจุบันที่บ้านเกิด น้องสาวจะไม่ไปทำบุญที่วัดค่ะ แต่จะช่วยเหลือเพื่อนบ้านที่ป่วยต้องการเงินไปรักษาตัว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน