• ต้นไม้(ไชยสุภา)
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : Alzarcavee@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 35495
  • ส่ง msg :
  • โหวต 15 คน
ต้นไม้(ไชยสุภา)
เรียนรู้เพื่อปัญญา..กลับคืนสู่สังคม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Tree-chaisupa
วันอาทิตย์ ที่ 7 กันยายน 2551
Posted by ต้นไม้(ไชยสุภา) , ผู้อ่าน : 1589 , 15:07:31 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ที่มา : วันที่ 06 กันยายน พ.ศ. 2551 เวลา 23:7::0 น.  มติชนออนไลน์

จับตา!!ตุลาการพิฆาต? คำพิพากษาคดี2สำคัญ "สมัคร"เก้าอี้นายกฯกระเด็น ถึงฎีกาได้แต่ไร้ความหมาย?

ถ้าศาลฎีกาไม่รับอุทธรณ์ของนายสมัคร ก็หมายความว่า นายสมัครต้องถูกจำคุกจริงทำให้ต้องพ้นตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ และไม่สามารถกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีหรือ ส.ส.ได้อีกหลังจากพ้นโทษไม่ถึง 5 ปี คราวนี้นายสมัครและคณะรัฐมนตรีจะถึงกาลอวสานอย่างแท้จริง

แม้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีจะมีอำนาจตามกฎหมายในฐานะมุขฝ่ายบริหาร แต่โดยสภาพความเป็นจริงแล้วนายสมัคร ถูกเปรียบเป็นเพียง"สัมภเวสี"ที่ต้องเร่ร่อนไปมา เพราะ นอจากทำเนียบรัฐบาลถูกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยึดครองแล้ว นายสมัครก็แทบไม่มีอำนาจในการบังคับบัญชาหน่วยงานหรือกลไกรัฐให้ทำงานตามคำสั่งได้เลย

 

ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา  มีค่าน้อยกว่ากระดาษชำระเสียอีก เพราะแทบไม่ผลใดๆในการบังคับใช้ ขณะที่กลุ่มพันธมิตรฯยังคงชุมนุมอยู่ในทำเนียบฯได้ตามปกติ

 

ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นบ่งบอกอย่างชัดเจนว่า  รัฐบาลนายสมัครล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการบริหารราชการแผ่นดินและโดยสภาพก็ไม่มีความเป็นรัฐบาลหลงเหลืออยู่แล้ว
 

แต่นายสมัครและพรรคร่วมรัฐบาลก็ยังคงหลอกตัวเองว่า สามารถบริหารราชการแผ่นดินต่อไปได้และการดำรงอยู่ของตนเองเป็นการป้องกันและรักษาระบอบประชาธิปไตยไว้ ทั้งๆที่การอยู่ในตำแหน่งของนายสมัครเป็นหนทางนำบ้านเมืองสู่หายนะอย่างใหญ่หลวง

 

แม้ฝ่ายต่างๆจะพยายามเสนอทางออกและเสนอมาตรการต่างๆมากมาย  แต่ได้รับการปฏิเสธอย่างไม่ไยดี นายสมัครยังคงดื้อด้านเพื่อนั่งอยู่บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีให้นานที่สุด

เมื่อไม่มีหนทางใดๆที่จะทำให้นายสมัครสละเก้าอี้ได้  ก็คงต้องให้ตุลาการใช้อำนาจแห่งกฎหมายเป็นผู้ชี้ชะตาเนื่องนายสมัครมีคดีความในศาลซึ่งคาดว่า จะมีคำพิพากษาภายในเดือนกันยายนหรือต้นเดือนตุลาคมถึง 2 คดี

 

คดีแรก นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนา  สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)ระบบสรรหาแฃะคณะ ส.ว.รวมทั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า นายสมัคร มีการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 (ห้ามนายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งใดๆในห้างหุ้นส่วน บริษัท หรือองค์การที่ดำเนินธุรกิจโดยมุ่งหาผลกำไรหรือรายได้มาแบ่งปันกันหรือเป็นลูกจ้างของบุคคลใดก็มิได้วย)ซึ่งจะทำให้ความเป็นรัฐมนตรี(นายกรัฐมนตรี)สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182(7)

 

เหตุที่นายเรืองไกรและ กกต.ยื่นคำร้องดังกล่าว เพราะหลังจากที่นายสมัครได้รับการดปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว นายสมัคร ยังคงเป็นพิธีกรในรายการ"ชิมไปบ่นไป"และรายการ"ยกโขยงหกโมงเช้า"ของบริษัทเฟซ มีเดียซึ่งเข้าข่ายเป็นลูกจ้างของบุคคลใด เนื่องจากนายสมัครเป็นพิธีกรในรายการดังกล่าวมาหลายปีตั้งแต่ก่อนรับตำแหน่งนายกฯและยังคงเป็นพิธีกรต่อเนื่องหลังจากรับตำแหน่งนายกฯแล้ว

 

ในการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ ทางบริษัทยอมรับว่า ได้จ่ายเงินให้แก่นายสมัครตอนละ 5,000 บาทโดยอ้างว่า เป็นค่าน้ำมันรถ ซึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนซักถามว่า ทำมไมค่าน้ำมันรถจึงแพงจัง ซึ่งทางบริษัทอ้างว่า เป็นค่าอาหารที่นายสมัครซื้อมาทำในรายการด้วย โดยเป็นการจ่ายแบบเหมาจ่าย

 

ในวันจันทร์ที่ 8 กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดไต่สวนนายสมัคร และกรรมการผู้จัดการบริษัท เฟซ มีเดีย เป็นครั้งสุดท้ายและคาดว่า จะนัดฟังคำวินิจฉัยได้ภายในเดือนกันยายนนี้

 

ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า นายสมัครมีการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 จริง นายสมัครต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันทีและจะทำให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องสิ้นสุดลงด้วย

 

อย่างไรก็ตาม การพ้นจากตำแหน่งนายกฯตามรัฐธรรมนูญมาตรา 182(7) ไม่มีบทลงโทษใดๆ เช่น การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือการห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง

 

ดังนั้น ส.ส.พรรคพลังประชาชนและ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ยังสามารถลงมติเลือกนายสมัครกลับเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกและนายสมัครต้องจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศ

 

แต่ในทางการเมืองแล้ว อาจมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ ส.ส.พรรคพลังประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาลไม่เลือกนายสมัครกลับเข้าดำรงตำแหน่งอีก

 

คดีที่สอง คดีที่นายสมัครและนายดุสิต ศิริวรรณ  อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คู่หูตกเป็นจำเลยในข้อหาหมิ่นประมาทนายสามารถ ราชพลสิทธิ์  อดีตรองผู้ว่าราชการ กทม.ซึ่งศาลอาญาพิพากษาเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2550 ให้จำคุกจำเลยทั้งสอง รวม 4 กระทง กระทงละ 6 เดือน รวมจำคุกคนละ 24 เดือนหรือ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา 

 

แต่นายสมัครและนายดุสิตยื่นอุทธรณ์ซึ่งศาลอาญานัดอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในวันที่ 25 กันยายนนี้
 
อย่างไรก็ตามา นายสมัครอ้างว่า ต้องเดินทางไปประชุมสหประชาชาติที่นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา จะยื่นคำร้องต่อศาลขอเลื่อนอ่านคำพิพากษาในวันจันทร์ที่ 8 กันยายน 2551 

 

แต่จากข้อเท็จจริงในสภาพบ้านเมืองกำลังวิกฤต เกิดการเผชิญหน้า  รัฐบาลล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน นายสมัครยังจะเดินทางไปประชุมนิวยอร์คอีกหรือ

 

หรือเป็นเพียงข้ออ้างเพื่อประวิงเวลา ในการอ่านคำพิพากษาเท่านั้น

 

เพราะถ้าศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกนายสมัคร 2 ปี โอกาสที่นายสมัคร จะหลุดจากเก้าอี้นายกฯมีอยู่สูง แม้นายสมัครจะยืนยันว่า สามารถที่จะอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้

 

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา)มาตรา 219 บัญญัติว่า  ในคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกว่ากำหนดที่ว่ามานี้ ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง...

 

นั่นหมายความว่า นายสมัครสามารถอุทธรณ์ได้เฉพาะข้อกฎหมายซึ่งเป็นการพิจารณาว่า ข้อความที่นายสมัครกล่าวหานายสมารถ ราชพลสิทธิ์ว่า  เป็นการหมิ่นประมาทหรือไม่เท่านั้น

 

แต่นายสมัครก็อ้างว่า จะให้อัยการสูงสุดลงนามสลักหลังในคำร้องขอฎีกา(พูดในรายการสนทนาประสาสมัคร เมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน 2551)ก็จะทำให้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้( ป.วิอาญา มาตรา 221บัญญัติว่า ในคดีซึ่งห้ามฎีกาไว้โดยมาตรา 218,219และ 220 ....อธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อรับรองในฎีกาว่า มีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย ก็ให้รับฎีกานั้นไว้พิจารณาต่อไป)

 

อย่างไรก็ตามมีประเด็นที่อัยการสูงสุดต้องพิจารณาคือ คดีหมิ่นประมาทดังกล่าว เป็นคดีความผิดต่อส่วนตัวที่นายสามารถฟ้องนายสมัครต่อศาลโดยตรง  พนักงานอัยการมิได้เกี่ยวข้องในคดีนี้แต่อย่างใด จึงไม่มีเหตุที่อัยการสูงสุดต้องเข้าไปเกี่ยวข้องรับรองให้นายสมัครฎีกา

 

ถ้านายชัยเกษม นิติศิริ อัยการสูงสุดยอมลงนามรับรองในฎีกาของนายสมัคร จะทำให้เกิดข้อครหาว่า อัยการสูงสุดตกอยู่ภายใต้อิทธิพลหรือคำสั่งของนายสมัคร ทั้งๆที่สำนักอัยการสูงสุดเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนุญซึ่งมีผลสมบูรณ์มารตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2551 อันเป็นวันที่รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ครบ 1 ปี

 

นอกจากนั้นที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ออกระเบียบที่ประชุมใหญ่ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2551 ว่า ศาลฎีกาสามารถที่จะไม่รับคดีที่อุทธรณ์หรือฎีกาได้ ถ้าเห็นว่า ไม่เป็นสาระอันควรแก่แก่การพิจารณาไว้ในการพิจารณาพิพากษา(ระเบียบที่ประชุมใหญ่ว่าด้วยการไม่รับคดีซึ่งข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่อุทธรณ์หรือฎีกาจะไม่เป็นสาระอันควรแก่การพิจารณาไว้พิจารณาพิพากษา พ.ศ.2551)

 

ดังนั้น ถ้าดูจากคดีหมิ่นประมาทของนายสมัครและนายดุสิตแล้ว ทั้งการพิจารณาข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงว่า ไม่มีความยุ่งยากซับซ้อน และเป็ยข้อเท็จจริงที่ยอมรับกันแล้วว่า จำเลยได้กล่าวข้อความกล่าวหานายสามารถจริง เพียงแต่ศาลต้องใช้ดุลพินิจว่า เป็นการหมิ่นประมาทหรือไม่เท่านั้น

 

การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนถึง 2 ศาล อาจเข้าเงื่อนไขที่ศาลฎีกาอาจไไม่รับคดีไว้พิจารณา เช่น

 

-เป็นข้อกฎหมายซึ่งศาลล่างได้วินิจฉัยถูกต้องแล้ว และไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยของศาลล่าง

 

-เป็นข้อกำหมายที่ไม่ยุ่งยากและการวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าว จะไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยของศาลล่าง

 

- เป็นอุทธรณืหรือฎีกาที่มีการรับรองหรืออนุญาตให้อุทธรณ์หรือฎีกา และอุทธรณ์หรือฎีกานั้นไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยของศาลล่าง( ดังนั้น ถ้าอัยการสูงสุดไปรับรองฎีกาให้นายสมัคร แต่ถ้าศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยจะขายหน้าไปทั่วทั้งแผ่นดิน)

 

-ศาลล่างได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงดังดล่าวไว้ชอบด้วยเหตุผลแล้ว และไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยของศาลล่าง

 

ถ้าศาลฎีกาไม่รับอุทธรณ์หรือฎีกาของนายสมัคร ก็หมายความว่า นายสมัครต้องถูกจำคุกจริงทำให้ต้องพ้นตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 182(3)และ มาตรา 174  และไม่สามารถกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีหรือ ส.ส.ได้อีกหลังจากพ้นโทษไม่ถึง 5 ปี

 

คราวนี้นายสมัครและคณะรัฐมนตรีจะถึงกาลอวสานอย่างแท้จริง

 

สำหรับคดีหมิ่นประมาทที่นายสมัครและนายดุสิตตกเป็นจำเลยนั้น มีรายละเอียดตามคำพิพากษาศาลอาญา ดังนี้

 

ตามฟ้องโจทก์(นายสามารถ ราชพลสิทธิ์)ระบุความผิดจำเลย สรุปว่า ระหว่างวันที่ 12-19  มกราคม 2549 จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการ เช้าวันนี้ที่ช่อง 5 และรายการ สมัคร-ดุสิต คิดตามวัน ทางช่องโมเดิร์นไนน์ทีวี

โดยวันที่ 12  มกราคม 2549 จำเลยทั้งสองกล่าวถ้อยคำกล่าวหาว่า มีผู้บริหารกรุงเทพมหานครบางคนออกรถบีเอ็มฯซีรีส์ โดยใช้ชื่อภรรยาเป็นเจ้าของ ที่แท้มีผู้รับเหมาซื้อให้ผ่านทั้งสองรายการในวันเดียวกัน

 

ต่อมาวันที่ 13 มกราคม  นายดุสิต จำเลยที่ 2 กล่าวผ่านรายการ สมัคร-ดุสิต คิดตามวันว่าโครงการประมูลของกรุงเทพมหานคร 10 โครงการมันกินกัน 12-13% เกือบ 3,000 ล้านบาท โดยมีจำเลยที่ 1 (นายสมัคร) กล่าวสนับสนุน

 

นอกจากนี้ในวันที่ 17 มกราคม จำเลยที่ 2 (นายดุสิต)กล่าวผ่านรายการ เช้าวันนี้ที่ช่อง 5 ว่า ขออ่านจากข่าวนะ นายสามารถชี้แจงว่า ไม่เคยสั่งการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาล็อกสเป๊ก ขอถามคุณสมัครหน่อยว่า ใครจะกล้ารับว่า ตัวเองเป็นคนสั่ง และข้อความอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นเท็จทั้งสิ้น เหตุเกิดที่แขวงและเขตห้วยขวาง และที่อื่นเกี่ยวพันกัน

 

การกระทำของจำเลยทั้งสอง ทำให้ประชาชนที่ชมรายการดังกล่าวเข้าใจผิดคิดว่า โจทก์เป็นคนไม่ดี เรียกรับทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงนำคดีมาฟ้อง ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดด้วย

 

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ทำนองเดียวกันว่า ไม่มีเจตนาหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย เพียงแต่กล่าวไปตามข้อเท็จจริงที่ทราบข้อมูลมา แต่ไม่ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งการดำเนินรายการก็เป็นการระดมความคิดเห็นร่วมกับประชาชนให้ได้รับทราบ

 

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้ว เห็นว่า ถ้อยคำที่บ่งบอกว่า ผู้บริหารระดับสูงของกรุงเทพมหานครมีพฤติกรรมไม่ชอบด้วยกฎหมาย อันเป็นความผิดทางอาญา โดยมีจำเลยที่ 1 กล่าวสนับสนุนว่า เป็นความจริง เมื่อฟังประกอบกันแล้ว ทำให้เห็นได้ชัดว่า เป็นผู้บริหารกรุงเทพมหานครคือโจทก์นั่นเอง เพราะขณะนั้นภรรยาโจทก์ขับรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู ป้ายแดงได้ 2 เดือน ทั้งยังมีการกล่าวย้ำว่า มีการใช้ตำแหน่งแสวงหาผลประโยชน์แม้ไม่ได้ระบุชื่อก็ตาม ทั้งที่ความจริงแล้ว โจทก์มีหน้าที่รับผิดชอบงานด้านโยธา ดูแลเรื่องการก่อสร้างถนน สะพานข้ามแยก อุโมงค์ทางลอดต่างๆ

 

นอกจากนี้โจทก์ยังมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ เบิกความเกี่ยวกับการตรวจสอบทางทุจริตของโจทก์นั้น ชุดสืบสวนไม่ได้ตรวจสอบเรื่องการซื้อรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูคันดังกล่าว เพราะเป็นทรัพย์สินที่โจทก์ซื้อด้วยเงินตัวเอง โดยมีการนำสำเนาบัญชีของธนาคารกรุงเทพฯ สำเนาเช็คเงินสด มาแสดงเป็นหลักฐานการชำระเงิน

 

การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการเสนอข่าวให้ประชาชนเชื่อว่า การก่อสร้างของกรุงเทพมหานครมีเงื่อนงำ ทุจริต ซึ่งเป็นการหมิ่นประมาทใส่ความโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย ถูกดูหมิ่นเกลียดชังจริง ข้อต่อสู้ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

 

ทั้งนี้จำเลยที่ 1 (นายสมัคร)เคยกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทมาแล้วหลายครั้ง โดยศาลปรานี ให้รอการลงโทษไว้ เพื่อให้ปรับตัวเป็นคนดี แต่ จำเลยที่ 1 กลับกระทำผิดซ้ำในความผิดเดิมอีก พิพากษาให้จำคุกจำเลยทั้งสอง รวม 4 กระทง กระทงละ 6 เดือน รวมจำคุกคนละ 24 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้โฆษณาคำพิพากษาย่อในหนังสือพิมพ์ติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย


นำมาลงเพื่อการศึกษาเท่านั้นมิได้มีเจตนาอื่นใด เพราะอาจเป็นทางออกตามวิถีทางแห่งประชาธิปไตย(เว้นแต่มีผู้หนึ่งผู้ใดหรือกลุ่มบุคคลหนึ่งบุคคลใดตัดตอน !)ไทยไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้น..แต่ไฉน ?





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 05/10/2008 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

แวะเข้ามาอ่าน ข้อมูลน่าสนใจ เขียนได้ละเอียดมากนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 11.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

บ้านเมืองมีทางออกเสมอครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
boran-new วันที่ : 23/09/2008 เวลา : 10.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tain

ครับคงเห็นเหมือนๆกัน

นี่คือผลพวงของคนที่บอกว่าธุระไม่ใช่ของเราคนเดียว อย่าไปยุ่งกับมันเดี๋ยวโดน... ผมกำลังหาผลงานที่มีคนเขียนเรื่องพุทธทำนายอยู่ถ้าพบจะนำมาลงประกอบการเขียน ที่จริงคงจะเป็นการเตือนไว้ให้คิดสำหรับคนดีว่าอย่าประมาท

คนดีต้องออกมาต่อสู่กับคนเลว อย่าก้มหัว อย่ายกมือไหว้ผู้มีอิทธิพลของความเลว ความชั่วช้า อย่าให้มันโงหัวขึ้นมาบนสังคมไทยได้เป็นอันขาด ถูกต้องแล้วที่พันธมิตรต้องมีกาดอาสา และประกาศเลยว่าถ้าผู้ที่ไม่หวังดีจะเข้ามาทำร้ายคนในเขตชุมนุมจะต้องถูกตอบโต้อย่างสาสม มาแรงเท่าไรแรงไปเท่านั้นเหมือนการขว้างบอลเข้าข้างฝา มิใช่เป็นการกระทำรุนแรงอะไรเพราะผลที่เกิดขึ้นมาจากเหตุที่เขาก่อขึ้นมาเองครับ อย่านั่งให้ผู้ร้ายโขกสับ เขย่าหัวเล่นแต่ฝ่ายเดียว
คนดีคือ "คนที่มีโอกาสทำความชั่วแล้วไม่ทำ มีโอกาสทำดีแล้วทำทันทีครับ"
ตาอิน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 07/09/2008 เวลา : 15.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  

ค่ะ จะอย่างไรก็ได้

แต่ขอให้ประเทศไทยมีทางออกที่เหมาะสมเป็นพอ

คนไทยเหน็ดเหนื่อยและอึดอัดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาอย่างยาวนานแล้วค่ะ

ขอพระคุ้มครองประเทศไทยและคนไทยทุกคน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
บักหล่า วันที่ : 07/09/2008 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bagla

เวรกรรมมีจริงนะครับท่าน
ไม่ช้าก็เร็วผลกรรมนั้นจะตามทัน
จวนแล้วล่ะ...อดทนอีกนิด
เราจะได้เห็นหมูบูชายันต์

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]